Thailandsusu Webboard
กุมภาพันธ์ 20, 2019, 04:51:08 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน Gallery เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

หน้า: 1 ... 35 36 [37]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: This Is Anfield !!!! เราไม่ได้หวัง ขอแค่เขย่าบัลลังค์แชมป์ก็แล้วกันนะ ฮี่ ฮี่ (+1ทุกคห.)  (อ่าน 558504 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 3 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
PeepoClub
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +299/-68
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,389



| | |
« ตอบ #4320 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2019, 12:02:28 AM »

จะชนะมั๊ยคืนนี้ฮือๆๆ
ใสๆ

ครับๆ🤔😂🤔
บันทึกการเข้า
Figo Pro Ubon Fc Av
บอลนอกแค่สะใจ บอลไทยไล่สมาคม
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1150/-1877
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 33,508



| | |
« ตอบ #4321 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 11, 2019, 05:48:24 PM »

แกรม ซูเนสส์ ชี้ว่า หาก LFC ต้องการจะเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยแรก 12 นัดที่เหลือ พวกเขาต้องชนะทุกนัด เพราะ ซูเนสส์ เชื่อว่าหลังผ่าน เชลซี ไปได้ด้วยชัยชนะถล่มทลาย 6-0 จะทำให้ ซิตี้ มั่นใจสุดขีด และคว้าชัยชนะรวดในอีก 11 นัดที่เหลือได้ทั้งหมด ดังนั้น LFC จึงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากเอาชนะให้หมด (จริง ๆ ชนะ 11 เสมอ 1 ก็แชมป์แล้วนะ ซูเนสส์)
.
"การเอาชนะ เชลซี 6-0 เหมือน ซิตี้ ประกาศให้ทุกคนรู้แล้วว่า หาก LFC จะคว้าแชมป์ไปครองได้ พวกเขาต้องเอาชนะให้ได้ในทุกเกมที่เหลืออยู่ ฟอร์มของ LFC ในเกมชนะ บอร์นมัธ ไม่ได้บ่งบอกให้เห็นอย่างถ่องแท้ว่าพวกเขาได้กลับคืนสู่ฟอร์มเก่งอีกครั้งแล้ว แต่ชัยชนะของ ซิตี้ ต่างหาก ที่บ่งบอกให้ทราบว่าพวกเขากำลังจะเอาแชมป์ของพวกเขาไปครองอีกหนึ่งสมัย พวกเขากำลังบอกว่า พวกเขาจะโชว์บทโหดและเล่นได้อย่างสุดยอดแบบนี้ไปจนกระทั่งจบฤดูกาล ถ้านี่คือฟอร์มของพวกเขาที่สามารถเล่นได้นับจากนี้ไปจนจบซีซั่น ลิเวอร์พูล จำเป็นต้องชนะทุกนัดให้ได้ทั้งหมด"
#แชร์ได้ไม่หวง #LFC #Liverpool #เชพระราม5 #football #ฟุตบอล #ลิเวอร์พูล #หงส์แดง
--------------------
บันทึกการเข้า

สาเหตุฟุตบอลไทยล้าหลังนับ10ปี และปัญหาต่างๆนานาในปัจจุบัน
http://www.guideubon.com/web/viewtopic.php?t=23193
KaRaKaSaNG
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +946/-187
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,816



| | |
« ตอบ #4322 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 18, 2019, 01:53:06 PM »

อีกกี่วันจะถึงวันแดงเดือดเนี่ย
บันทึกการเข้า
Figo Pro Ubon Fc Av
บอลนอกแค่สะใจ บอลไทยไล่สมาคม
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1150/-1877
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 33,508



| | |
« ตอบ #4323 เมื่อ: วันนี้ เวลา 11:48:21 AM »

ศึกแชมเปี้ยนส์ลีกรอบ 16 ทีม สกอร์จบที่ 0-0 ทั้งหงส์แดง และ เสือใต้ ต่างก็พอใจกันทั้งคู่ นี่คือบทสรุป 18 ข้อ จากเกมที่แอนฟิลด์ 

1) ก่อนเกมเริ่ม สื่อทั้งอังกฤษ และเยอรมัน วิเคราะห์กันไว้แล้วว่าเกมนี้ หงส์แดงไม่แพ้หรอก นั่นเพราะเจอร์เก้น คล็อปป์ ถนัดมากในการเจอกับทีมจากเยอรมัน

ตั้งแต่มาคุมลิเวอร์พูล คล็อปป์เจอทีมเยอรมันไป 6 เกม (เอาส์บวร์ก, ดอร์ทมุนด์ ,ฮอฟเฟ่นไฮม์) ปรากฏว่า มีผลงานชนะ 4 เสมอ 2 และไม่แพ้เลย ดังนั้น แม้คู่ต่อสู้จะเป็นบาเยิร์น มิวนิค แต่คล็อปป์รู้ดีว่าต้องวางแผนอย่างไร ดังนั้นการเล่นในแอนฟิลด์นัดนี้ เหลี่ยมแพ้เกิดขึ้นได้ยากมาก

2) การจัด 11 ตัวจริง เป็นจุดที่ทำให้แฟนหงส์ใจสั่นที่สุด เพราะ ไม่มีเวอร์จิล ฟาน ไดค์ ในไลน์อัพ ตั้งแต่เปิดฤดูกาลมา ฟาน ไดค์ ลงเล่นในพรีเมียร์ลีก และแชมเปี้ยนส์ลีก ด้วยการเป็นตัวจริงทุกนัด การเจอบาเยิร์น เป็นนัดแรกที่ไม่มีเขาในแผงหลัง

3) คล็อปป์อยู่ในสถานการณ์มัดมือชก กองหลังเจ็บทุกตัว โกเมซ, ลอฟเรน ส่วนฟาน ไดค์ติดโทษแบน ดังนั้นเขาจำเป็นต้องส่งฟาบินโญ่ ลงมาเป็นตัวจริง คู่กับโจเอล มาติป คือไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว ฟาบินโญ่สูง 188 ซม. และเป็นมิดฟิลด์ตัวรับ ดังนั้น พอแก้ขัดได้ ซึ่งทั้งฟาบินโญ่ และมาติป ก็ต้องเล่นอย่างระวังด้วย ห้ามเสี่ยงทำให้ตัวเองเจ็บ เพราะหงส์ไม่มีเซ็นเตอร์ฮาล์ฟเหลืออีกแล้ว ในสำรอง 7 คน ไม่มีใครเล่นเซ็นเตอร์ได้เลย

4) เกมนี้ เป็นนัดที่อลิสซอน เบ็คเกอร์เจอบททดสอบตั้งแต่ต้นเกม ปกติลิเวอร์พูลจะเริ่มเซ็ตเกมด้วยการ ส่งบอลให้อลิสซอนต่อบอลสั้นๆ แต่นัดนี้ บาเยิร์น เพรสซิ่งเร็ว เลวานดอฟสกี้ , นาบรี้ และ โคมัน บีบจนอลิสซอนเกือบจ่ายเสีย ซึ่งพอเกือบเสียงประตูแบบนั้น คราวนี้อลิสซอนไม่มีเสี่ยงแล้ว เคลียร์ไวตลอด

นัดนี้เขาไม่ได้มีบทบาทมากนัก มีแค่ยืนถูกที่ถูกเวลา 1 ครั้ง บล็อกลูกสกัดจากโจเอล มาติปไว้ได้ คือถ้า อลิสซอนไม่อยู่ตรงนั้น ลิเวอร์พูลจะโดนนำไปแล้ว

5) ถามว่าเกมนี้ คู่มาติป กับ ฟาบินโญ่ เป็นอย่างไร การหยุดบาเยิร์น ไม่ให้ยิงตรงกรอบได้เลย ก็ถือว่าน่าพอใจ มาติป อาจดูสับสนบ้าง แต่ก็ตัดลูกจ่ายของบาเยิร์นได้ 3 หน เยอะสุดในทีม

6) ส่วนฟาบินโญ่ถามว่าดีไหม ก็ถือว่าใช้ได้ ไม่ก่อข้อผิดพลาด ในซีซั่นนี้ ฟาบินโญ่เล่นเซ็นเตอร์มา 3 เกม เก็บคลีนชีทได้ 2 หน (ไบรท์ตัน,บาเยิร์น) ดังนั้นก็ถือว่าผลงานไม่ได้แย่ เกมเดียวที่ฟาบินโญ่เล่นเซ็นเตอร์แล้วแพ้ คือ เกมเอฟเอคัพ กับวูล์ฟแฮมป์ตัน แต่เกมนั้นจะโทษเขามากก็ไม่ได้ เพราะต้องยื่นคู่กับดาวรุ่ง คีจาน่า ฮูเวอร์ มันก็เล่นยากอยู่แล้ว

7) บาเยิร์นเกมนี้ สิ่งที่เห็นคือ Respect ในเกมรุกของลิเวอร์พูล นิโก้ โควัช รู้ดีว่าการบุกมาชนะที่แอนฟิลด์มันเป็นเรื่องยาก ในซีซั่นนี้ยังไม่เคยมีใครทำได้ ดังนั้น จะไปเปิดเกมรุกสุ่มสี่สุ่มห้า ถ้าโดนสวนกลับมา มีแต่จะพัง

ดังนั้น แบ็กซ้าย-ขวา ดาวิด อลาบา กับ โจชัว คิมมิช จะเติมเท่าที่จำเป็นเท่านั้น ปล่อยให้ 4 ตัวรุกของทีม ช่วยเล่นกันเอง และถ้าเจาะไม่ได้จริงๆ ก็ยิงไกลทิ้งไปเลย ดีกว่าเสียบอลแล้วโดนโต้กลับมา

ฆาบี มาร์ติเนซ เกมนี้ได้โอกาสลงเล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรับ หน้าที่ของเขาคือตัดเกม และชะลอจังหวะเกมรุกของคู่แข่ง สถิติเผยว่า 4 เกมที่บาเยิร์นแพ้ในลีกซีซั่นนี้ มีถึง 3 นัด ที่มาร์ติเนซไม่ได้ลงเป็นตัวจริง นั่นแปลว่า ในยามที่บาเยิร์นต้องการ "ไม่แพ้" มาร์ติเนซ จะถูกส่งลงเพื่อเพิ่มความหนักแน่นในเกมรับ

กองหลังอัดแน่น ฟูลแบ็กไม่เติม และใช้งานกลางรับอาชีพ มันแสดงให้เห็นว่า บาเยิร์นมาแอนฟิลด์ด้วยการไม่ประมาทเลยสักนิด

9) การกลับมาของจอร์แดน เฮนเดอร์สัน สิ่งที่เห็นคือ "ประโยชน์" เกมแดนกลางของลิเวอร์พูลมีความสมดุลขึ้น เพราะเฮนโด้คือมดงานตัวจริง นัดนี้เฮนเดอร์สัน วิ่ง 11.67 กิโลเมตรเยอะสุดในทีม

ไม่เพียงแค่นั้น เขายังมีทีเด็ดการวางบอลยาวเข้าโจมตีอีกด้วย มีช็อตในครึ่งแรกที่เฮนโด้ วางบอลครึ่งสนามให้ซาลาห์ได้ยิง ซึ่งจังหวะแบบนี้ ถ้าไม่มีเฮนเดอร์สัน จะไม่ได้เห็นเลย

นอกจากนั้น เขายังทำให้นาบี เกอิต้าเล่นได้ง่ายขึ้นด้วย คือไม่ต้องมาพะวงเกมรับมาก ขึ้นไปช่วยลุยเกมบุกได้เลย

10) และอีกหนึ่งประเด็น เฮนเดอร์สันอาจโดนมองว่า เป็นจอมแปะ ซึ่งก็อาจจะจริง อย่างเกมนี้เขาก็เป็นคนส่งบอลเยอะที่สุดในทีม (72 ครั้ง) แต่อยากให้มองว่าเป็นการดึงจังหวะเกม การจ่ายสั้นๆเพื่อรอโอกาส และเมื่อมีช่องเมื่อไหร่ ก็ค่อยบุกโจมตี

11) สำหรับซาดิโอ มาเน่ เป็นวันที่เขาสวิตช์ Off นั่นคือสร้างโอกาสได้เยอะ แต่ยิงไม่ได้ใกล้เคียงเลย ลูกโอเวอร์เฮดคิกหลุดกรอบไป 5 เมตร , ยิงโล่งๆคนเดียวหมุนตัวซัดออกไปเลย รวมถึงลูกที่แอนดี้ โรเบิร์ตสัน โอเวอร์แล็ปเติมมาด้านซ้ายแล้ว แต่มาเน่ ดันฝืนยิงจนหลุดกรอบไปเอง

12) ส่วนโม ซาลาห์ กับโรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ เกมนี้ก็เงียบไปเลย คือวิ่งกันเยอะจริง แต่สร้างโอกาสไม่ได้ ซาลาห์ได้โหม่ง 1 ที หลุดกรอบ ส่วนฟีร์มีโน่ ก็ไม่มีโอกาสใกล้เคียง เกมนี้แนวรับบาเยิร์นทำหน้าที่ได้ดี กองหลังปักหลักแน่น กลางรับฆาบี มาร์ติเนซ ยืนบังทางตลอด นัดนี้ซาลาห์ได้คะแนนจาก Whoscored แค่ 6.27 คะแนน ซึ่งถือว่าน้อยมากๆ

13) ฟูลแบ็กหงส์สองข้าง มีจุดเด่นคือความเร็ว และการกล้าลากกล้าลุย แต่ปัญหาที่เห็นมาตลอดคือความแม่นยำในการครอส เกมนี้ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ เปิดบอลด้านข้าง 11 หน เข้าเป้าแค่ 4 ครั้ง นอกจากนั้น ยังเป็นคนจ่ายบอลเสียเยอะสุดในเกมนี้ (จ่ายบอลเข้าเป้า 59.2%)

14) เกมนี้จบกันไปแบบจืดๆ 0-0 ลิเวอร์พูลเองก็กลัวจะเสียอเวย์โกล ส่วนบาเยิร์นก็ไม่เปิดแลกเพราะถ้าแพ้มาก่อนในเกมแรกก็ไม่ใช่เรื่องดี ดังนั้นเกมจึงสู้กันที่แดนกลาง ก่อนจบลงไปแบบไม่มีใครยิงได้

ซึ่งเอาจริงๆก็เป็นผลการแข่งที่ ยังมองไม่เห็นภาพอะไรเลย บาเยิร์นมั่นใจว่า กลับไปเล่นที่มิวนิค จะชนะหงส์ได้แน่ (สถิติเกมเยือนในชปล. หงส์แพ้ 100% ในซีซั่นนี้)

สถิติบาเยิร์นในแชมเปี้ยนส์ลีก ใน 26 เกมหลังสุดที่เล่นในบ้านตัวเอง พวกเขาแพ้แค่ 2 แมตช์ ถือเป็นสถิติที่น่ากลัวมาก แต่สำหรับลิเวอร์พูล พวกเขาก็ไม่จำเป็นต้องไปบุกเพื่อชนะ แค่หาจังหวะโต้ดีๆเพื่อยิงอเวย์โกลให้ได้ก็พอแล้ว

15) หลังเกม เราจะเห็นว่าโค้ชทั้งคู่พอใจ โควัชให้สัมภาษณ์ว่า เขาจำไม่ได้ว่ามีทีมไหนมาเยือนแอนฟิลด์แล้วเก็บคลีนชีทออกไปได้ ขณะที่เจอร์เก้น คล็อปป์กล่าวว่า ถ้าเกมนี้จะมีผลเสมอ การเสมอ 0-0 ถือว่าเป็นสกอร์ที่ดีที่สุดของหงส์แดงแล้ว

16) ในแชมเปี้ยนส์ลีก เกมที่สูสีมากๆ โอกาสจบ 0-0 ในเลกแรกก็ไม่แปลก เพราะทั้งคู่ต้องการดูเชิงกัน แต่ในนัดที่ 2 โจทย์ทุกอย่างจะเปลี่ยน เพราะ บาเยิร์น ก็ต้องบุกแล้ว ต่อหน้าแฟนตัวเอง จะเล่นแบบเน้นระมัดระวังไม่ได้ ซึ่งนั่นก็จะไปเข้าทางหงส์ ได้เล่นเกมโต้กลับเร็วทันที แต่สุดท้ายใครจะอยู่หรือไป อีก 3 สัปดาห์น่าจะได้คำตอบ

ตอนนี้ ทั้งลิเวอร์พูล กับบาเยิร์น ก็ต้องไปโฟกัสในลีกต่อ หงส์จะทำศึกแดงเดือดวันอาทิตย์นี้ ต้องการผลเสมอเป็นอย่างน้อย เพื่อการกลับไปเป็นจ่าฝูงอีกครั้ง ส่วนบาเยิร์น ตอนนี้ไล่จี้จ่าฝูงดอร์ทมุนด์ 3 แต้ม ยังมีโอกาสป้องกันแชมป์ได้ แล้ว 13 มีนาคม ค่อยมาวัดกันอีกทีในเลก 2

17) ทิ้งท้ายเล็กน้อย ที่ชื่อ Kingsley Coman ของบาเยิร์น อ่านว่าคิงสลีย์ โคมัน นะครับ ไม่ใช่โคม็อง หรือ โกม็อง ลองไปฟัง เสียงบรรยายจากคอมเมนเตเตอร์ฝรั่งเศสได้ครับ https://www.youtube.com/watch?v=SyVaA3SPbUE วินาทีที่ 14

18) อีกหนึ่งเรื่องที่น่าสนใจ คือ ก่อนเกมเริ่ม จะมีป้ายแบนเนอร์ของฝั่งกองเชียร์บาเยิร์น มิวนิค เขียนข้อความว่า

"Away ticket: LFC £48. FCB 55€"
"Th€ gr€€d knows no £imits"
"Twenty is plenty"

แปลว่า "ตั๋วทีมเยือนเกมที่แอนฟิลด์คิด 48 ปอนด์ , บาเยิร์นคิด 55 ยูโร
เจ้าพวกคนโลภ มันไม่รู้จักพอหรอก
แค่ 20 ก็เยอะแล้ว"

ที่มาของแบนเนอร์นี้ คือมีสหพันธ์กองเชียร์ของอังกฤษตั้งแคมเปญในชื่อ Twenty's Plenty

โดยพยายามบอกว่า ในปัจจุบันตั๋วของทีมเยือนมันแพงเกินไป อย่าลืมว่ากองเชียร์ทีมเยือนต้องเสียค่ารถ ค่าเครื่องบิน ค่าที่พัก แล้วยังต้องให้แฟนๆจ่ายตั๋วแพงๆอีกหรอ

ตัวเลขแค่ 20 ปอนด์ ก็มากพอแล้ว ไม่ใช่สโมสรจะมาขูดรีดกันแบบนี้

แฟนบาเยิร์นเองก็เห็นด้วย ว่าสโมสรควรคิดตั๋วในราคาที่เหมาะสม และแคร์แฟนบอลบ้าง ดังนั้นจึงสื่อออกมาในรูปแบนเนอร์นี้ ซึ่งก็ได้รับเสียงปรบมือจากแฟนนบอลลิเวอร์พูลอย่างเกรียวกราว

จริงๆเรื่องตั๋วชมเกม มันก็ต้องครึ่งทางนะ สโมสรเองก็อยากได้เงิน ยิ่งเกมใหญ่ๆ ยิ่งมั่นใจว่าขายหมดแน่ แต่ตัวเลขมันก็ควรให้พอดี กับแฟนบอลที่เข้าไปในสนามด้วย เพราะถ้าแพงเกินไป จนสุดท้ายแฟนบอลไม่เข้า ผลเสียก็ตกอยู่กับสโมสรเองนั่นล่ะ จริงไหม

#Liverpool #Bayern

-----------------------------------------------

#Singha #ถ้าใจบอกว่าใช่แล้วจะรออะไร
บันทึกการเข้า

สาเหตุฟุตบอลไทยล้าหลังนับ10ปี และปัญหาต่างๆนานาในปัจจุบัน
http://www.guideubon.com/web/viewtopic.php?t=23193
PeepoClub
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +299/-68
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,389



| | |
« ตอบ #4324 เมื่อ: วันนี้ เวลา 11:51:27 AM »

รอดูนัดเยือนละกัน

พลาดไม่ได้ต้องแดงเดือดอาทิตย์นี้ สู้โว้ย
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 35 36 [37]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  




Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!