นักธุรกิจเวียดนามลั่น"ทำทุกวิถีทางเพื่อล้มแชมป์อาเซียนของบอลไทย"

(1/5) > >>

kiimz~ละอ่อนศิลป์:
ดูข่าวช่อง 7 เมื่อเช้านี้ เขาบอกว่า นักธุรกิจเวียดนามหลายราย ทุ่มเทงบประมาณมหาศาล  หลายล้านดอลล่าร์เหมือนกัน (โทษที จำไม่ได้ว่าเท่าไหร่) ทั้งเงินอัดฉีด รวมถึงเงินเมื่อไปทำการแข่งขัน เพราะพวกเขาเชื่อว่าเวียดนามมีศักยภาพเพียงพอที่จะล้มไทยได้และเขาเชื่อว่า เขาสามารถจะก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์หนึ่งของอาเซียนได้ในไม่ช้านี้ ผู้ใหญ่ในวงการกีฬาไทยคนนึงจึงได้ให้สัมภาษณ์ว่า หากเป็นเช่นนี้ จึงต้องระมัดระวังในเรื่องของการเเข่งขันต่าง ๆ ทั้งผู้ตัดสินด้วย อย่างกรณีฟุตบอลนัดแรก ไทย - เวียดนาม ที่เราเสียลูกโทษไปอย่างค้างคาใจ และหากสังเกตดู ช่วงหลัง ๆ มานี่เราจะโดนกรณีลูกโทษปริศนา หรือกรรมการประเภทนี้บ่อยมาก ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวัง และจะไม่นิ่งเฉย


(ขอโทษนะ ที่จำข้อมูลได้ไม่ละเอียด เดี๋ยวจะหาอย่างละเอียดมาอีกทีนะ)

CIVIL:
นั่นไง ว่าแล้วเชียวถ้าทุกชาติต่างอยากล้มไทย แต่ถ้าทำด้วยวิธีนี้ก็ซวยว่ะ ถ้าเราเก่งจริง เราไม่กลัว กลัวแต่ว่าเราจะไม่เก่งจริง อิอิ

kiimz~ละอ่อนศิลป์:
เพิ่มเติมๆ
พัฒนาการของบอลเวียดนาม "ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน"
ผมไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมทีมชาติเวียดนามถึงได้คว้าแชมป์ฟุตบอล “อาเซียนคัพ 2008” และสโมสรบีคาแมค บินห์ เหยือง ถึงเอาชนะสโมสรการไฟฟ้าฯ และสโมสรชลบุรี เอฟซี 2 สโมสรชั้นนำของประเทศไทย ผ่านเข้าไปถึงรอบรองชนะเลิศ ในการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรเอเชีย “เอเอฟซีคัพ2009”
...ก็เพราะเวียดนามเอาจริงเอาจังกับการพัฒนากีฬาฟุตบอลเป็นอย่างมาก รัฐบาลของเขาบรรจุแผนการวางรากฐานกีฬาฟุตบอลเอาไว้ในนโยบายหลักของประเทศ เช่นเดียวกันกับการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคของประเทศเลยทีเดียว
ผมเข้าไปดูแผนการดำเนินงาน และ**ส่วนเงินงบประมาณที่สมาคมฟุตบอลของทุกๆ ประเทศในแถบอาเซียน ใช้ในการพัฒนากีฬาฟุตบอล ซึ่งสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย หรือ เอเอฟซี ได้ทำรูปแบบให้เห็นอย่างชัดเจน อยู่ในเว็บไซต์ของเอเอฟซี...พบว่า**ส่วนการใช้เงินงบประมาณพัฒนากีฬาฟุตบอลของเวียดนาม และของประเทศไทยแตกต่างกันมาก

สมาคมฟุตบอลเวียดนามใช้เงินถึง 70 เปอร์เซ็นต์จากทั้งหมด ทุ่มลงไปกับการพัฒนานักกีฬาเยาวชน
สมาคมฟุตบอลไทยใช้เงินงบประมาณ 64 เปอร์เซ็นต์ ไปกับการทำทีมชาติชุดใหญ่
ส่วนประเทศอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น สิงคโปร์, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย หรือแม้กระทั่ง เมียนมาร์ ก็ใช้เงินเกิน 50 เปอร์เซ็นต์ในการพัฒนาเยาวชน ซึ่งถือว่าเป็น “พื้นฐาน” อย่างแท้จริง ผิดกับสมาคมฟุตบอลไทย ที่เอาเงินงบประมาณส่วนใหญ่ลงทุนไปกับ “ยอด” เพื่อเก็บเกี่ยวความสำเร็จเพียงชั่วครู่ชั่วยามเพียงอย่างเดียว

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ว่าสมาคมฟุตบอลไทยบริหารงานผิดพลาด หรือ “หลงทาง” เพียงแต่ต้องปรับ**ส่วนและทิศทางให้เหมาะสมเท่านั้นเอง ซึ่งผมเชื่อว่าคุณวรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอล ซึ่งมีวิสัยทัศน์กว้างไกล ได้เห็นการบริหารงานของสมาคมฟุตบอลต่างๆ ทั่วโลก คงจะเห็นความบกพร่อง และผิดปกติตรงนี้

ผมค่อนข้างกังวล และคิดอยู่ลึกๆ ว่า ต่อจากนี้ไปเวียดนามคงจะเป็นคู่แข่งคนสำคัญของไทย ในการแข่งขันฟุตบอลรายการต่างๆ คงไม่ได้มีเพียงแค่สิงคโปร์เท่านั้นที่ไทยเราต้องคอยจับตา...เวียดนาม นี่แหละครับที่ผมคิดว่าน่ากลัวกว่า เนื่องจากเวียดนามมี “ทรัพยากรบุคคล” หรือ นักกีฬาเป็นจำนวนมาก
และที่สำคัญ สมาคมลูกหนังเวียดนาม มุ่งมั่น ทุ่มเท ทำทุกวิถีทางเพื่อสร้างทีมชาติก้าวขึ้นไปเป็นเบอร์หนึ่งในอาเซียนให้ได้




ขุนศึกFILIPPE:
โกง เพื่อแชมป์ 

Sem2857:
ปล่อยมันไปเหอะ... ฟุตบอลไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิต...


(ป.ล.  ที่คิดอย่างนี้ เพราะประชดการทำงานของผู้หลักผู้ใหญ่ในไทย ทุกด้าน ตอนนี้ โดนเวียดนามแซงเกือบหมดแล้ววว..)


เอิ๊ก ๆ

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป