Thailandsusu Webboard
กันยายน 20, 2017, 03:25:29 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน Gallery เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

โพลล์
คำถาม: ท่านเห็นด้วยหรือไม่
เห็นด้วย - 4 (100%)
ไม่เห็นด้วย - 0 (0%)
จำนวนผู้โหวตทั้งหมด: 4

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: "การพนัน เป็นของเลว"  (อ่าน 6434 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
jirat
Thailandsusu
Jr. Member
**

คะแนนความรัก: +4/-37
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 548


| | |
« เมื่อ: พฤศจิกายน 09, 2009, 08:26:17 AM »

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 "องค์บิดาแห่งฟุตบอลเมืองสยาม" ทรงตระหนักในพระราชหฤทัย ว่า "การพนัน เป็นของเลว" ดังบทพระราชนิพนธ์ เรื่อง "ระวังผีพนัน" และทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ปิดโรงบ่อนเบี้ยและโรงหวย ที่มีมากว่า 81 ปีในสยามประเทศ เมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2459 ก่อนการก่อตั้ง "คณะฟุตบอลแห่งสยาม" (สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์) ในปลายเดือนเดียวกัน

จึงขออัญเชิญบทพระราชนิพนธ์ เรื่อง "ระวังผีผนัน" ในสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า ความสำคัญตอนหนึ่ง ว่า

"...ข้าพเจ้า ได้เคยนึกเสียใจมานานแล้วที่รู้สึกว่า การพนันดูเปนที่เข้าเลือดชาวไทยเราเสียจริง ๆ จนน่าอนาถใจ จริงอยู่การพนันย่อมมีอยู่ในหมู่ชน ไม่ว่าชาติใด ภาษาใด แต่ข้าพเจ้าก็ยังไม่ได้เคยพบชนหมู่ใดเลย ที่จะไม่ได้รับความเสียหายเพราะการพนัน ส่วนข้อที่เสียทรัพย์นั้นยกเสียเถิด แต่นอกจากนั้นยังเปนเหตุให้ประพฤติชั่วอย่างอื่น ๆ เช่น ฉ้อโกง, ขโมย, หลอกลวง, ปอกลอก และถ้าเปนคนที่ไม่รู้จักเล่นอย่างนักกรีฑา (สปอตแมน) ก็เลยบังเกิดเหตุร้าย ๆ เช่น อาฆาฎ ปองร้ายกัน หรือถึงแก่ทำร้ายกันบ้างก็มี

เมื่อเริ่มมีการเล่นฟุตบอล สำหรับรางวัลถ้วยทอง ข้าพเจ้าหวังอยู่ว่า จะเห็นการเล่นอย่างสนุก เกิดขึ้นในเมืองไทยอย่าง ๑ ซึ่งจะไม่มีการพนัน พร้อมด้วยผลร้ายต่าง ๆ แห่งการพนันเพราะในพระราชปรารภ ที่พิมพ์ไว้ในสมุดระเบียบการ ของกรรมการฟุตบอลถ้วยทองหลวง นั้น มีข้อความชัดอยู่ว่า ฟุตบอลเปนการเล่นอย่างดี เพราะไม่มีการพนัน..."

ดังนั้น การสนับสนุนหรือส่งเสริมให้มีการพนันฟุตบอลในประเทศไทย โดยการกล่าวอ้างถึงต่างประเทศที่มีการเปิดพนันฟุตบอลเสรี จึงเป็นเหตุผลที่เราไม่ได้มองสังคมและวัฒนธรรมของประเทศไทยเอง และไม่เป็นไปตามพระราชประสงค์ที่รัชกาลที่ 6 ทรงกล่าวไว้ในบทพระราชนิพนธ์ดังกล่าว อย่างชัดเจนว่า

"...ข้าพเจ้าหวังอยู่ว่า จะเห็นการเล่นอย่างสนุก เกิดขึ้นในเมืองไทยอย่าง ๑ ซึ่งจะไม่มีการพนัน พร้อมด้วยผลร้ายต่าง ๆ..."

นอกจากนี้ บรรพชนส่วนใหญ่ของสยามประเทศ ก็ได้พยายามสร้างชาติด้วยการปลูกจิตสำนึกการดำเนินชีวิตอยู่บนหลักของความซื่อสัตย์ สุจริต ตลอดมาหลายยุคหลายสมัย เพื่อให้เป็นตัวอย่างต่อเยาวชนคนรุ่นหลัง ดังมีกล่าวไว้ในหนังสือ "พลิกประวัติศาสตร์รัตนโกสินทร์ ๑๐ ยุค" เขียนโดย ปรเมศวร์  วัชรปาน กล่าวไว้อย่างภาคภูมิใจ ว่า

"...ครั้นถึง รัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าฯ พระองค์ทรงตระหนักแน่ในพระราชหฤทัยว่า การพนัน เช่น บ่อนเบี้ย และการเล่นหวยนั้น เป็นของเลว ฉนั้น การที่ประเทศจะมีรายได้มาจากของที่เลวนี่ไม่ดี จึงมีพระราชประสงค์อย่างแรงกล้าที่จะให้ยุบเสีย..."

ในปัจจุบัน การกีฬาฟุตบอลของประเทศไทยได้รับความนิยมขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง โดยเกิดขึ้นเพราะกระแส "ท้องถิ่นนิยม" ของประชากรลูกหนังหรือพลังบริสุทธิ์อย่างแท้จริง อันเป็นรากฐานสู่ความเป็น "ชาตินิยม" ซึ่งเป็นไปตามวิถีทางแห่งเกมกีฬา ดังปรัชญาที่ว่า "น้ำใจนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย"

จึงหวังว่าบุคคลหรือสื่อบางกลุ่มที่พยายามจะนำการพนัน เข้ามาสู่สารบบฟุตบอลภายในประเทศไทย  จงสำเนียกไว้ว่า "ปล้นร้อยครั้ง ไม่เท่ากับไฟไหม้หนึ่งครั้ง ไฟไหม้หนึ่งครั้ง ไม่เท่ากับการเล่นพนัน" โดยเฉพาะการปรากฎข่าวจากสภาหินอ่อนอันทรงเกียรติหลายครั้งหลายหน เมื่อคณะกรรมาธิการด้านกีฬาทั้ง 2 สภา เดินทางกลับจากไปดูงานกีฬาต่างประเทศ สิ่งที่ได้มา คือพยายามเหลือเกินกับการนำเสนอข้อมูลด้านตัวเลขรายได้จาก "การพนัน เป็นของเลว" อีกทั้งการผลักดัน "พระราชบัญญัติการพนันฟุตบอล"  นอกจากจะต้องกลับไปศึกษากงล้อประวัติศาสตร์ของชาติไทย กับ "การที่ประเทศจะมีรายได้มาจากของที่เลวนี่ไม่ดี" โดยเฉพาะการนิยมไปเล่นการพนันในต่างประเทศ ก็ไม่ต่างไปจาก "พวกเนรคุณ" ต่อแผ่นดินเกิด

กีฬาฟุตบอลสำหรับ "คนที่รักฟุตบอล" รู้ว่ามีหลายสิ่งหลายอย่างที่สามารถสร้างรายได้ แต่ "คิดจะทำกันหรือไม่" บางครั้ง "มีเงิน" แต่ไร้ "ปัญญา" ในทางที่ถูกครรลองครองธรรม ก็ไม่ต่างไปจากตัวอย่างให้เห็นอยู่ในสังคมไทยปัจจุบันจนยากที่จะปฏิเสธ "วัตถุนิยม" จนมีการแสวงหาเพื่อให้ได้มา ไม่ว่าวิธีการได้มานั้น จะ "ถูก" หรือ "ผิด" มิฉะนั้นแล้ว บทเพลงปลุกใจของคนไทยยุคหนึ่ง ที่ว่า "วิญญาณปู่จะร้องว่าไอ้ลูกหลานจัญไร" คงจะดังขึ้นมาอีกครั้งในยุคสมัยของพวกเรา.

จิรัฏฐ์  จันทะเสน ผู้เขียน
บันทึกการเข้า
Naikrapong
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +626/-139
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,493


SCANIA K124IB


| | |
« ตอบ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 09, 2009, 08:27:36 AM »

"การพนันไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น"
บันทึกการเข้า

-SCANIA K124IB-
MrArm_AV120
Thailandsusu
Sr. Member
**

คะแนนความรัก: +28/-43
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,563


ที่1ในใจThailand


| | |
« ตอบ #2 เมื่อ: ธันวาคม 03, 2009, 04:35:36 PM »



ถูกต้องงครับบ

ชาตินี้ผมม่ายเคยเล่นการพนันเลยยย เพราะเป็นสิ่งที่ไม่ดี


ม่ายเชื่อมาพนันกานได้เลย
บันทึกการเข้า

อีสานใต้อินเตอร์ ~*
ถูกแบน-ห้ามเข้าบอร์ดชั่วคราว
Hero Member
*

คะแนนความรัก: +573/-203
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,853


- 108ดรีกรี -


| | |
« ตอบ #3 เมื่อ: ธันวาคม 03, 2009, 04:57:38 PM »

ตรงนี้ผมตอบได้ เพราะผมเป็นคนเล่น   ทุกวัน

การพนันน่ะอยู่คู่กับคนไทยมาช้านาน นะ

อาจจะยอมรับยาก แต่ก็จงเข้าใจทุกคน

มันมีมาตั้งแต่สมัยก่อนแล้ว  คนโบราณก็เล่นกัน

ชนไก่ / ชน วัว / โบก(คู่-คี่) /บั้งไฟ /มวยไทย /หวย/  หรืออะไรที่ใช้ ขัน ต่อได้

คนไทยก็ชอบทั้งนั้น  แต่ว่า ที่สุดแล้ว  การพนันไม่ทำให้ใครได้ดีหรอก

แต่คนที่เล่นการพนันก็มิอาจใช่คนเลว เสมอไป

ของเลว  แต่อยู่คู่คนไทยมานาน ขนาดนี้ ทุกคนก็รู้ดี  แต่ไม่ค่อยมีใครอยากจะเอ่ยเท่านั้น
บันทึกการเข้า

SUWECH
Thailandsusu
Sr. Member
**

คะแนนความรัก: +19/-37
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,781


| | |
« ตอบ #4 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 04, 2010, 10:01:04 AM »

การพนันบอลของบริษัท ในอังกฤษ , สิงคโปร์ ก็มีเยอะๆๆ 
บันทึกการเข้า
BIMBO
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +42/-10
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,860



| | |
« ตอบ #5 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 07, 2010, 11:56:21 AM »

ไม่เห็นด้วยกับการพนันเช่นกันครับ

บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  




Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!