Thailandsusu Webboard
ธันวาคม 12, 2019, 04:47:47 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน Gallery เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: แจ๊คกี้เขียนถึงลูกหนังไทย : โดย..แจ๊คกี้ : สัมมนาบอลอาชีพ  (อ่าน 899 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Koupreyshark_SR 36
Moderator
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +882/-71
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11,886


KouprEy Dangerous


เว็บไซต์
| | |
« เมื่อ: ตุลาคม 20, 2009, 02:28:22 PM »




ทราบข่าวว่าจะมีการสัมมนาฟุตบอลอาชีพในช่วงต้นเดือน พ.ย. ที่ต่างจังหวัด ถ้าจำไม่ผิดสถานที่คงเป็นจังหวัดกาญจนบุรี ระยะเวลาสักสองสามวันเห็นจะได้ งานนี้เชื่อว่าคงมีการระดมสมองจากผู้เชี่ยวชาญและผู้เกี่ยวข้องไปรวมตัวอยู่ด้วยกัน

อะไรก็ไม่สำคัญเท่ากับคนไปต้องรู้เรื่องบอลอาชีพจริงๆ หรือมีประสบการณ์ผ่านงานด้านนี้ แน่นอนครับผู้เกี่ยวข้องอย่างตัวทีมงานไทยพรีเมียร์ลีกน่าจะมีการตั้งประเด็นขึ้นมาจากกรณีปัญหาที่เกิดขึ้นตลอดทั้งฤดูกาล
 
หลายคนบอกว่าปีแรกของการจัดตั้งลีกรูปแบบอาชีพอย่างเป็นทางการย่อมมีการขลุกขลัก ทางสหพันธ์ฟุตบอลเอเชียหรือเอเอฟซี ผู้รับนโยบายฟีฟ่าย่อมมองผ่านไปเพราะถือว่าประสบการณ์ใหม่ มีปัญหาติดขัดในทุกเรื่อง เพียงแต่ฟุตบอลยังดำเนินไปได้ไม่มีความวุ่นวายมากมายนัก

ถ้าจะเอาเกณฑ์หรือเอามาตรฐานสากลมาตรวจ รับรองไม่มีผ่านสักสนาม แม้กระทั่งเมืองทองฯ ยูไนเต็ด เพียงแต่ทางเอเอฟซีลดระดับมาตรฐานของการบริหารจัดการลีกไปเพราะ ''มือใหม่'' คือถ้าไม่ปล่อยให้ดำเนินการเองก็คงไม่รู้ว่ามีปัญหาอะไรเกิดขึ้นบ้าง ถ้าจะเอามาตรฐานจากญี่ปุ่น, เกาหลีใต้ และฟากยุโรปมาวัด อดจัดแน่นอน

การทำงานของเอเอฟซีจึงยืดหยุ่นพอสมควร เพราะสิ่งที่เอเอฟซีและฟีฟ่าต้องการคือให้ประเทศไทยสร้างชุมชน สร้างสังคมฟุตบอลอาชีพให้ได้ซะก่อน ซึ่ง...เราทำได้
 
มีกองเชียร์ มีทีมฟุตบอลเกิดขึ้น มีการแข่งขันตามรูปแบบบอลลีก ซึ่งเป็นมาตรวัดการพัฒนาฟุตบอลระดับสโมสร และทีมชาติตามหลักสากล

การยอมลดมาตรฐานของเอเอฟซีถือว่าเป็นเรื่องดี เพียงแต่ว่าปีต่อไปนี้มีเวลาอีก 4 เดือนเป็นอย่างมากในการตระเตรียมป้องกันหรือลดปัญหาที่จะเกิดขึ้นให้ได้มากที่สุด หาไม่แล้วลีกของเราอาจโดนจัดว่าเป็นลีกผู้ล้าหลังในการพัฒนาฟุตบอล พัฒนาทุกด้าน... ไม่ใช่แค่การจัดการแข่งขัน, ผู้ตัดสิน, ตัวฟุตบอลและเกมฟุตบอล

การไปสัมมนาครั้งนี้คาดหวังว่าท่านผู้เกี่ยวข้องคงตั้งประเด็นปัญหา หรือกำหนดกรอบของปัญหาในทุกด้านเอาไว้ได้อย่างถูกต้อง ส่วนเรื่องการแก้ปัญหากล้าบอกได้เลยว่า 3 วันที่จ.กาญจนบุรี นั้นไม่มีทางเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

การแก้ปัญหาว่าสัมฤทธิ์ผลหรือไม่นั้นจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อฤดูกาลไทยพรีเมียร์ลีกครั้งหน้าเปิดฤดูกาลมา ที่ทำได้ตอนนี้คือตั้งประเด็น กำหนดกรอบของปัญหาเพื่อหาทางป้องกัน เขียนง่ายๆคือ ตีโจทย์แตกหรือเปล่าเท่านั้น เกาถูกที่คันมั้ย???

บอกตามตรงว่าไม่คาดหวังว่า บ.ไทยพรีเมียร์ลีกจะทำอะไรได้เป็นชิ้นเป็นอัน เนื่องจากผู้เกี่ยวข้องมักเก่งเรื่องทฤษฎี อาจเป็นอาจารย์ อาจเป็นนักวิชาการ แต่เชิงปฏิบัติไม่เคยมีใครผ่านงานเรื่องบอลอาชีพมาว่าเขาทำกันอย่างไร ดังนั้นจึงมองอะไรไม่เห็นในปีที่ผ่านมา

อีกทั้งพวกเราสังคมฟุตบอลทุกคนคือองค์ประกอบสำคัญยิ่ง อย่าไปหวังพึ่งการทำงานของบริษัท ไทยพรีเมียร์ลีก เพราะเป็นเพียงแค่หน่วยงานหนึ่งที่ตั้งขึ้นมาเพื่อดูแลรับผิดชอบการแข่งขัน คณะทำงานเองส่วนใหญ่มีงานประจำ มามีชื่อทำงานเป็นลักษณะพาร์ตไทม์เป็นขาจรเท่านั้นเอง

งานจึงออกมาไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย เมื่อไม่โฟกัสกับงานบวกกับความไม่มีประสบการณ์ผ่านสมรภูมิบอลอาชีพมา จะบอกว่าไปดูงานมาที่เจ ลีก 7 วัน 8 วัน อะไรนั้น บอกได้เลยว่าแค่เศษเสี้ยวของประสบการณ์ เหมือนไปเที่ยวมากกว่า

ลองถามคนในสมาคมฟุตบอลญี่ปุ่นหรือเกาหลีใต้ก็ได้ครับว่า ก่อนพวกเขาตั้งเจ ลีกและเค ลี อาชีพขึ้นมาพวกเขาไปฝังตัวติดตามบอลอาชีพที่บราซิล, อังกฤษ, อิตาลี, สเปน และเยอรมัน ต้นตำรับนานขนาดไหน

สำหรับคนในองค์กรลูกหนังไทยเท่าที่สัมผัสกับงานระดับอาชีพ ระดับโลกมากที่สุด คงหนีไม่พ้น คุณวรวีร์ มะกูร์ดี แต่คุณวรวีร์ทำงานคนเดียวไม่ได้แน่นอนและงานใหญ่ระดับนี้ อาศัยคนกลุ่มเดียวคงไม่ได้เช่นกัน สังคมฟุตบอลนี้เป็นของทุกคนต้องช่วยกันครับ

ประการแรกเลยนะครับหน้าที่และขอบเขตความรับผิดชอบนั้นต้องทราบว่าใครทำอะไร อย่างไร สมาคมคือผู้คุ้มกฎ ทำงานตามนโยบายฟีฟ่า เรื่องการแข่งขันมีหน้าที่อย่างเดียวคือ ดูแลรับผิดชอบให้เป็นไปตามปกติ อย่าให้เกิดความขัดแย้งและปัญหามากมาย

หน้าที่หลักของสมาคมฟุตบอลก็เหมือนสมาคมฟุตบอลอังกฤษ, อิตาลี...คือ ผลิตผู้ตัดสิน สร้างผู้ตัดสิน ดูแลรับผิดชอบทีมชาติทั้งหญิงและชายทุกระดับอายุและหน้าที่รองลงคือการพัฒนาศาสตร์ฟุตบอล ผ่านทางอบรมโค้ช, ผ่านทางโรงเรียนฟุตบอลหรืออะไรก็แล้วแต่ อันนี้เป็นแค่ทางอ้อมเท่านั้น

ส่วนบริษัทไทยพรีเมียร์ลีกที่แยกออกมาเป็นบริษัทจำกัด มีหน้าที่หลักคือเรื่องการตลาด...หาสปอนเซอร์มาสนับสนุนการแข่งขัน เพื่อนำมาใช้เป็นเงินรางวัล ค่าใช้จ่ายต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการทำทีม เรียกว่าช่วยหาผลประโยชน์ให้กับลีกที่จัดๆกันอยู่นั่นเอง
 
นอกจากนี้ต้องมีหน่วยงานที่ประสานกับสมาคมเรื่องผู้ตัดสิน เรื่องพิจารณาระเบียบวินัยของนักเตะ, โค้ช, และบุคคลอื่นๆที่เกี่ยวข้องในสังคมฟุตบอล

ร่างกฎ กติกา ให้มันคลอบคลุมชัดเจน...ซึ่งความจริงบอกว่าไปดูงานอะไรกันมาแล้วนั้น ไม่ทราบได้นำต้นแบบ กฎ กติกาของสมาคมฟุตบอลอังกฤษมาอ่านดูกันบ้างหรือเปล่า

คิดง่ายๆแปลออกมาทุกข้อเลย เพราะแข่งฟุตบอลเหมือนกัน เพียงแต่พอจะนำมาใช้ปรับให้เข้ากับวัฒนธรรมฟุตบอลไทยเท่านั้นก็พอแล้ว ใครทำผิดข้อไหน...มีระบุแล้ว ก็ลงโทษไปตามระดับปัญหา ผิดครั้งแรกก็โดนเบา ผิดครั้งต่อไปเพิ่มความหนักขึ้นจนกระทั่งถึงขั้นสุดท้าย ถ้าควบคุมไม่ได้ ผู้ทำผิดอาจต้องโดนตัดออกจากวงการฟุตบอลไปเลย

เขามีระบุเป็นข้อๆอยู่แล้วนี่ครับ ไปขอเขามาแปล สำคัญกว่าแปลให้ถูกละกัน อย่าทำให้มาตีความกันผิดๆ...จากนั้นก็พิมพ์แจกทุกสโมสร ให้ทุกสโมสรนำไปศึกษาว่า ทำอะไรผิดแล้วจะโดนลงโทษอย่างไร เท่านั้นก็ไม่ต้องมาปวดหัวว่า ผิดหรือเปล่า หรือไม่ผิด ลงโทษยังไงดี...น้า แล้วการลงโทษต้องเป็นอิสระ ว่ากันตามกฎ ไม่โดนใครกดดันหรือบังคับ เพราะมันมีกติการะบุเอาไว้แล้ว

อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่าสมาคมฟุตบอลและบ.ไทยพรีเมียร์ลีก เป็นเพียงผู้ดูแลรับผิดชอบต่อการจัดการแข่งขันบอลในบ้านเรา แต่องค์ประกอบที่สำคัญสุดๆคือ ตัวสโมสรและแฟนบอลนั่นแหละที่จะมีส่วนร่วมด้วยช่วยกัน

สโมสรต้องสร้างตัวเองให้เป็นบริษัท จำกัดให้ได้ ต้องสร้างชุมชนของตัวเองให้ได้ ต้องทำด้วยตัวเองไม่ใช่งอมือขอเงินใคร เพราะตามหลักสากล สโมสรคือบริษัทจำกัดที่ยืนด้วยลำแข้งตัวเองนะครับ คุณจะไปหานายทุน จะไปขอความช่วยเหลือจากนักการเมืองเพื่อสร้างทีมก็ว่ากันไป

ที่สำคัญแฟนบอลคือส่วนสนับสนุน ทั้งเรื่องพลังการเชียร์ เรื่องการซื้อตั๋วเข้าไปดู ไปเชียร์ ซื้อของที่ระลึก เป็นรายได้หลักของทีมฟุตบอล ถ้าแฟนบอลเข้ามาเยอะหลักพัน หลักหมื่น...สโมสรจะเป็นที่ต้องตาต้องใจกับสปอนเซอร์ที่หวังซื้อพื้นที่โฆษณาทีม ได้เงินอีกก้อนโต มันเกี่ยวเนื่องพัวพันกันไปหมด

เห็นมั้ยครับว่าพลังของแฟนบอลมีมากกว่ารเสียงเชียร์ มันมีพลังในการต่อรองอำนาจทุกรูปแบบ ลองแฟนบอลไม่เข้าสนามดูสิครับ ทีมอยู่ได้มั้ย หรือลองแฟนบอลทำตัวอันธพาล ไล่ตีไล่ต่อย สร้างปัญหา จะมีสปอนเซอร์ที่ไหนมาสนับสนุน ท้ายที่สุดทีมของคุณก็จะโดนตัดออกจากวงการฟุตบอล

บอลอาชีพเป็นของทุกคน...คณะทำงานทั้งสมาคมและบ.ไทยพรีเมียร์เป็นเพียงตัวแทน (แต่ต้องหาคนรู้จริงมาทำงาน) ในการดูแลการแข่งขัน ส่วนทีมฟุตบอลและแฟนบอลเป็นองค์ประกอบสำคัญในลีกอาชีพ ในการพัฒนาฟุตบอลภายใน ย้ำว่าเป็นของเราทุกคน
 
เมื่อก่อนเราเรียกร้องว่าองค์กรไม่ได้เรื่อง จัดบอลดีๆให้คนดูกันไม่ได้ คนหนีหายเข้าห้าง ตากแอร์ ช็อปปิ้ง ดูหนัง วันนี้องค์กรทำงานขึ้นมาได้ คนดูเข้าสนามมาเยอะแยะแล้ว
 
ต้องร่วมมือกันทำงานรับผิดชอบตามบทบาทหน้าที่ตัวเอง อย่าได้เที่ยวออกมาล้ำเส้นเกินบทบาทที่ตัวเองเล่นอยู่นะครับ ถ้าส่วนหนึ่งส่วนใดบกพร่อง ย่อมเกิดการชำรุด ถ้าไม่เร่งแก้ไข จะมีความเสียหายแล้วก็พังในที่สุด
 

                                                                                      แจ๊คกี้

ที่มา   http://www.siamsport.co.th/Column/091020_085.html
บันทึกการเข้า

~* สามัคคีรวมใจ เชียร์บอลไทย ไปกับเอสอาร์ *~
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  




Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!