Thailandsusu Webboard
มิถุนายน 27, 2017, 06:57:43 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน Gallery เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ทีมชาติชุดแรกของสยาม  (อ่าน 6406 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ต้องเชียงใหม่_
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +233/-72
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,794


| | |
« เมื่อ: กันยายน 04, 2009, 11:41:58 AM »

++++  ใน อดีตเมื่อ 100 ปีที่ผ่านมา กีฬา "ฟุตบอล" หรือชาวสยามมักเรียกกันติดปากว่า "หมากเตะ" กำลังเริ่มเป็นที่นิยมทั่วพระนครและปริมณฑล โดยการส่งเสริมของ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 จนเกิดการแข่งขันฟุตบอลระหว่างชาติ ณ สนามราชกรีฑาสโมสร ขณะนั้นหนังสือพิมพ์กรุงเทพ ฯ เดลิเมล์ ฉบับวันพุธที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2458 ได้ลงข่าวและรายชื่อ "คณะฟุตบอลสำหรับชาติสยาม" ชุดแรก จำนวน 11 คน

++++  นอก จากนักเลงฟุตบอลทีมชาติสยามจะได้รับหมวกพระราชทาน ก่อนลงสนามพบทีมฝ่ายยุโรปแล้ว ในวันเสาร์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2458 ระหว่างพักครึ่งฟุตบอลหน้าพระที่นั่ง ณ สนามโรงเรียนสวนกุหลาบ ผู้เล่นอีก 7 คน จึงได้นามสกุลพระราชทานจาก "สมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า" และจากหนังสือทะเบียนนามสกุลพระราชทาน จึงทำให้สามารถทราบประวัติพอสังเขป 11 ขุนพลทีมชาติชุดแรก ในประวัติศาสตร์ของวงการลูกหนังเมืองไทย ดังนี้

++++ หม่อม เจ้าสิทธิพร กฤดากร (พ.ศ. 2426 - 2514) ตำแหน่งแนวหน้า โอรสของพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระนเรศร์วรฤทธิ์ จบการศึกษาจากประเทศอังกฤษ เริ่มรับราชการที่กระทรวงการต่างประเทศ ในยามว่างจะทรงเล่นฟุตบอลกับชาวอังกฤษ ณ ราชกรีฑาสโมสร สระปทุมวัน เมื่อรัชกาลที่ 6 โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง "กรรมการคณะฟุตบอลแห่งสยาม" จำนวน 7 คน จึงได้เข้าร่วมเป็นกรรมการเพื่อคัดเลือกนักฟุตบอลผู้แทนของชาติ นอกจากเป็นหัวหน้าชุดทีมชาติคนแรกแล้ว ยังทรงสามารถทำประตูชัยให้แก่ทีมชาติสยาม

++++ ใน หนังสือทะเบียนบันทึกว่า ม.ร.ว.เจริญศักดิ์ ในพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจรูญศักดิ์กฤดากร สำหรับบรรดาผู้สืบสกุลจากพระเจ้าบรมวงศ์เธอ ชั้น 4 พระองค์เจ้ากฤษฎาภิหาร กรมพระนเรศรวรฤทธิ์ โดยขอพระราชทานจากรัชกาลที่ 6 ลำดับที่ 721 เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2456

++++  นาย ชอบ หังสสูต ตำแหน่งแนวหน้า นักฟุตบอลสโมสรกรมม้าหลวง ต่อมาเป็นนาคหลวงในสมเด็จพระบรมราชินีนารถ พระบรมราชชนนี พระพันปีหลวง ภายหลังมีบรรดาศักดิ์เป็น "หลวงเดชนายเวร"

++++  ใน หนังสือทะเบียนบันทึกว่า พระยาพิพิธโภคัย (เชฐ) กระทรวงพระคลังมหาสมบัติ เป็นบุตรพระยาสุธรรมไมตรี (ห้อง) โดยขอพระราชทานจากรัชกาลที่ 6 ลำดับที่ 662 เมื่อวันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2456

++++  นายโชติ ยูปานนท์ ตำแหน่งแนวหน้า นักฟุตบอลสโมสรกรมนักเรียนเสือป่าหลวง

++++ ใน หนังสือทะเบียนบันทึกว่า หลวงพิทักษ์ฤทธิรงค์ (เฉื่อย) นายอำเภอรอบกรุง มณฑลกรุงเก่า บุตร กับขุนศรีรักษาเขตร์ (แก้ว) บิดา และนายเติม ขุนศรีรักษาเขตร์ เป็นบุตรนายหลัก โดยขอพระราชทานจากรัชกาลที่ 6 ลำดับที่ 792 เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2456

++++ นาย แถม ประภาสะวัต (พ.ศ. 2442 - 2507) ตำแหน่งแนวหลัง เจ้าของฉายา "กำแพงเมืองจีน" นักฟุตบอลโรงเรียนราชแพทยาลัย เป็นแพทย์รุ่นที่ 22/2459 เคยศึกษาที่โรงเรียนบวรนิเวศ และโรงเรียนสวนกุหลาบ ก่อนเดินทางไปศึกษาต่อ ณ มหาวิทยาลัยมิชิแกน สหรัฐอเมริกา ต่อมามีบรรดาศักดิ์เป็น "หลวงกายวิภาคบรรยาย" ในปัจจุบันลูกหลานจึงได้ใช้ "กายวิภาคบรรยาย" เป็นนามสกุลสืบแทน

++++  ใน หนังสือทะเบียนบันทึกว่า นายร้อยตรี พร้อง มหาดเล็กข้าหลวงเดิม ผู้บังคับกองในกรมตำรวจภูธร, นายร้อยตรีมงคล กรมตำรวจภูธร, นายปลั่ง พลเรือน และนายพริ้ง มหาดเล็กข้าหลวงเดิม ปลัดอำเภอเป็นพี่น้องกัน ปู่ชื่อแสง โดยขอพระราชทานจากรัชกาลที่ 6 ลำดับที่ 802 เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2456

++++ นายต๋อ ศุกระศร ตำแหน่งแนวหลัง นักฟุตบอลโรงเรียนราชแพทยาลัย เป็นแพทย์รุ่นที่ 23/2460 ต่อมามีบรรดาศักดิ์เป็น "หลวงวิวัฒน์สรรพคุณ"

++++ ใน หนังสือทะเบียนบันทึกว่า รองอำมาตย์เอก เสวตร ผู้พิพากษารองศาลเมืองสิงห์บุรี ปู่ชื่อสุก บิดาชื่อสอน โดยขอพระราชทานจากรัชกาลที่ 6 ลำดับที่ 2613 เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2458

++++  นายศรี นวล มโนหรทัต (พ.ศ. 2439 - 2517) ตำแหน่งแนวหน้า เจ้าของฉายา "รถไฟสายใต้" นักฟุตบอลโรงเรียนราชแพทยาลัย เป็นแพทย์รุ่นที่ 22/2459 ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น "ศุภชัย" ประวัติศาสตร์วงการลูกหนังเมืองสยามต้องจาลึกชื่อ ในฐานะผู้ยิงประตูแรกให้แก่ทีมชาติสยาม เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2458 ก่อนที่จะชนะทีมสปอร์ตคลับ 2 - 1

++++  ใน หนังสือทะเบียนบันทึกว่า นักเรียนราชแพทยาลัย ศรีนวล กระทรวงธรรมการ บิดาชื่อยวน โดยขอพระราชทานจากรัชกาลที่ 6 ลำดับที่ 2789 เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2458

++++ นาย ตาด เสตะกสิกร (พ.ศ. 2436 - 2515) ตำแหน่งแนวหนุน นักฟุตบอลสโมสรกรมม้าหลวง เป็นชาวจังหวัดลพบุรี นักฟุตบอลผู้ได้รับพระราชทาน "เหรียญราชนิยม" ต่อมามีบรรดาศักดิ์เป็น "หลวงอัชฌาคดี" และช่วงบั้นปลายเป็นทนายว่าความอยู่ที่จังหวัดชลบุรีจนวาระสุดท้ายของชีวิต

++++  ใน หนังสือทะเบียนบันทึกว่า นักเรียนกฎหมาย ตาด กระทรวงยุติธรรม บิดาชื่อเผือก ทำนา โดยขอพระราชทานจากรัชกาลที่ 6 ลำดับที่ 2790 เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2458

++++  นาย กิมฮวด วณิชยจินดา ตำแหน่งแนวหนุน นักฟุตบอลโรงเรียนราชแพทยาลัย เป็นแพทย์รุ่นที่ 22/2459 ถือว่าเป็นคนไทยเชื้อสายจีนคนแรกที่ลงเล่นให้ทีมชาติสยาม ต่อมามีบรรดาศักดิ์เป็น "ขุนวิศาลเวชกิจ"

++++  ใน หนังสือทะเบียนบันทึกว่า นักเรียนราชแพทยาลัย วัฒน กระทรวงธรรมการ สกุลค้าขาย (เดิมชื่อกิมฮวดแต่ได้ขอพระราชทานเปลี่ยนใหม่ จึงได้โปรดเกล้าฯ พระราชทานนามว่า วัฒน) โดยขอพระราชทานจากรัชกาลที่ 6 ลำดับที่ 2791 เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2458

++++  นาย ภูหิน สถาวรวณิช (พ.ศ. 2440) ตำแหน่งแนวหลัง นักฟุตบอลโรงเรียนนายเรือ ชุดชนะเลิศถ้วยทองของหลวง ประจำปี พ.ศ. 2458 เมื่อรัชกาลที่ 6 ทรงเสด็จสวรรคต จึงไปอาศัยอยู่ที่จังหวัดพิษณุโลก จนกระทั่งเสียชีวิตเมื่อ พ.ศ. 2517

++++  ใน หนังสือทะเบียนบันทึกว่า นักเรียนนายเรือ ภูหิน กระทรวงทหารเรือ โดยขอพระราชทานจากรัชกาลที่ 6 ลำดับที่ 2828 เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2458

++++ นาย อิน สถิตยวณิช ตำแหน่งคนรักษาประตู นักฟุตบอลโรงเรียนนายเรือ ชุดชนะเลิศถ้วยทองของหลวง ประจำปี พ.ศ. 2458 นักฟุตบอลผู้มีลักษณะพิเศษกว่าคนอื่น ๆ เนื่องจากสายตาไม่ปกติ แต่มีความสามารถในการเล่นตำแหน่งผู้รักษาประตู

++++ "...เป็น ผู้รักษาประตูมีชื่อ ตั้งแต่ครั้งเรียนอยู่ที่โรงเรียนปทุมคงคา ไม่น่าจะมีฝีมือดีในการรักษาประตูฟุตบอล เพราะเป็นโรคจักษุพิการ LEUCOMA CORNEA ฯ ล ฯ" (หนังสือศตวรรษแห่งการกีฬา/นายสวัสดิ์ เลขยานนท์/พ.ศ. 2519)

++++  ใน หนังสือทะเบียนบันทึกว่า นักเรียนข้าราชการพลเรือน กระทรวงธรรมการ อิน โดยขอพระราชทานจากรัชกาลที่ 6 ลำดับ 2829 เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2458

++++ นาย จรูญ รัตโนดม ตำแหน่งแนวหน้า เจ้าของฉายา "รถไฟสายเหนือ" นักฟุตบอลสโมสรกรมม้าหลวง เป็นนักเรียนกฎหมาย ต่อมามีบรรดาศักดิ์เป็น "นายไกรพาชี" .

++++ ใน หนังสือทะเบียนบันทึกว่า นักเรียนกฎหมาย จรูญ กระทรวงยุติธรรม ปู่ชื่ออู๋ บิดาชื่อแก้ว โดยขอพระราชทานจากรัชการที่ 6 ลำดับที่ 2830 เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2458

++++ อดีตกาล ของศักดิ์ศรีนักกีฬาและวงการกีฬาของสยามยิ่งใหญ่ จนมิอาจลบเลือนไปได้จากหน้าประวัติศาสตร์ เพราะลักษณะความสัมพันธ์อย่างแนบแน่น ระหว่างประชาชนที่เป็นผู้ชมกับนักกีฬาผู้แทนของชาติ โดยสถาบันสูงสุดของประเทศทรงฐานะองค์อุปถัมภ์ จึงทำให้การแข่งขันกีฬาหลายประเภทเมื่อหลายทศวรรษก่อน มีผู้เข้าชมกว่าเรือนแสน แต่ปัจจุบันเหตุการณ์ดังกล่าวคงเป็นความทรงจำที่เคยรุ่งเรือง หากผู้เกี่ยวข้องกับการกีฬายังยึดทัศนะคติว่า "วัตถุนิยม" เป็นปัจจัยขับเคลื่อนอันดับแรก ทว่ากลับละเลยวัฒนธรรมการกีฬาที่สำคัญยิ่ง คือ "พลังศรัทธา" ของคนทั้งประเทศ.

จิรัฏฐ์ จันทะเสน ผู้เขียน

 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 04, 2009, 11:45:04 AM โดย ต้องเชียงใหม่ » บันทึกการเข้า
Koupreyshark_SR 36
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +882/-71
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11,887


KouprEy Dangerous


เว็บไซต์
| | |
« ตอบ #1 เมื่อ: กันยายน 04, 2009, 12:01:36 PM »

ขอบคุณครับ..

บันทึกการเข้า

~* สามัคคีรวมใจ เชียร์บอลไทย ไปกับเอสอาร์ *~
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  




Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!