ควีนส์คัพวิกฤติ ทุนสูงหาภาคีจัดไม่ได้

(1/2) > >>

มาตรฐานชายไทย:
กลายเป็นประเด็นปัญหาปวดหัวทุกปี ศึกลูกหนังชิงถ้วยพระราชทานควีนส์คัพ เข้าขั้นวิกฤติหาภาคีสโมสรรับหน้าเสื่อเจ้าภาพไม่ได้ “น้าป้อม” ทรงพล นุกูลชิด คณะกรรมการภาคีฯ ยอมรับกระแสแฟนบอลกับค่าใช้จ่ายสวนทางกันสุดโต่ง ชี้ศักยภาพทีมเล็กคงยากที่จะทำหน้าที่เจ้าภาพ ฟันธง "เจ้าบุญทุ่ม" บีอีซี เทโรศาสน กับ "ฮัลโหล" ทีโอที มีประสิทธิภาพสูงสุดที่พร้อมรับจัดดำเนินการแข่งขัน

ถือเป็นฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานที่เคยได้รับความนิยมสูงสุดของเมืองไทย แต่เมื่อวันเวลาผ่านไปฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน "ควีนส์คัพ" กลับลดความนิยมลง ที่สำคัญบรรดาภาคีสโมสรต่างมีปัญหาในการจะรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพจัดดวลแข้ง เพราะมีปัญหาในเรื่องของงบประมาณเข้ามาเกี่ยวข้อง

 “น้าป้อม” ทรงพล นุกูลชิต คณะกรรมการภาคีฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานควีนส์คัพ กล่าวว่า ปัจจุบันฟุตบอลรายการนี้ต้องยอมรับว่าเป็นช่วงเวลาที่น่าห่วงอย่างมาก เนื่องจากบรรดาสโมสรภาคีที่ถึงคิวเป็นเจ้าภาพตามที่เคยกำหนดเอาไว้ในแผนนั้น ไม่อาจแบกภาระในการเป็นผู้ดำเนินการเป็นเจ้าภาพได้อย่างที่เคยปฏิบัติมา

 “การแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานควีนส์คัพในแต่ละปีจำเป็นต้องใช้เงินทุนขั้นต่ำอย่างน้อย 8-10 ล้านบาท โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเชิญทีมต่างประเทศมาเยอะ ทุนต้องเพิ่มเป็นเงาตามตัว ขณะที่จำนวนผู้ชมที่ให้ความสนใจเข้าสนามนั้นสวนทางกัน ยอดคนดูฟุตบอลในบ้านเราตกต่ำไปเยอะมาก” น้าป้อม กล่าว

 น้าป้อม กล่าวอีกว่า แม้แต่ลีกสูงสุดของประเทศอย่างฟุตบอลไทยแลนด์ พรีเมียร์ลีกจะเห็นได้ว่ายอดคนดูยังไม่เยอะ หลายสนามยังคงว่างเปล่า อย่างไรก็ตามบางสนามเป็นสัญญาณที่ดีในการที่จะพัฒนาฟุตบอลในประเทศไปสู่อาชีพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทีมจากต่างจังหวัดที่มีแฟนคลับเป็นของตัวเอง

 “สำหรับฟุตบอลควีนส์คัพในปีนี้ อย่างไรแล้ว ต้องจัดขึ้นมาอย่างแน่นอน เพียงแต่จะเอาสโมสรภาคีทีมใดเป็นเจ้าภาพเท่านั้นเอง ซึ่งศักยภาพตอนนี้หากจะว่ากันตามความเป็นจริงแล้ว ทีมเล็กๆ อย่างฮากก้า หรือแม้แต่ทีมอย่างราชวิถี, ราชประชา, การท่าเรือ หรือทีมหน่วยงานราชการคงเป็นไปได้ยากที่จะหาเงินทุนมาดำเนินการ ดังนั้นทีมที่มีประสิทธิภาพที่สุดคงเป็นบีอีซี เทโรศาสน หรือทีโอที ซึ่งเป็นเอกชน หรือรัฐวิสาหกิจมากกว่า ซึ่งเรื่องนี้คงมีการเชิญประชุมกันเร็วๆ นี้เพื่อเตรียมงานต่อไป” น้าป้อม กล่าวปิดท้าย

http://www.komchadluek.net/2007/06/22/l001_123874.php?news_id=123874

BCCFC:
อยากเห็นถ้วยนี้ ปรับมาเป็นถ้วย น๊อกเอาท์ครับ  ทั้งชื่อและศักดิ์ศรีของถ้วยนี้เยี่ยมมากครับ

และก็ไม่ต้องผูกขาด กับไม่กี่ทีมที่ต้องเวียนเป็นเจ้าภาพ

ถ้วย KING s cup สำหรับทีมชาติที่ดีที่สุดในปีนั้น
ถ้วย QUEEN s cup สำหรับทีมสโมสรในประเทศที่ดีที่สุดในปีนั้น

เจ้าหน้าที่ราชประชา:
ลำบากจริงๆครับ ผมคนในเห็นมาหลายสมัยแล้ว

อยากให้หลายๆคนทราบก่อนว่าถ้วยนี้ สมาคมฯไม่ได้เป็นคนจัด มูลินิธิควีนส์คัพเป็นคนจัดครับ สมัยก่อนจัดแล้วได้กำไรจนสามารถนำเงินทูลเกล้าถวายได้

ที่หลายๆคนบอกว่าอยากให้มีทีมอื่นๆมาร่วมด้วย ผมว่าเป็นความคิดที่ดี แต่ผมก็เข้าใจว่าทำไมปัจจุบันมูลนิธิยังเอาทีมอื่นมาร่วมไม่ได้

ถ้วยนี้เป็นถ้วยพระราชทานครับ เงินค่าจัดก็ได้มาจากสโมสร ไม่ได้มาจากสปอนเซอร์ คงเป็นการไม่บังควรถ้าจะนำชื่อสปอนเซอร์มาเป็นชื่อถ้วยด้วย ทำให้งบประมาณมีจำกัด อย่าลืมครับสปอนเซอร์ที่ให้เงินสมาคมฯ ไม่มีเอี่ยวด้วย

อีกอย่างหนึ่งคือถ้าไม่เวียนกันจัด จะต้องใช้วิธีหารเงินในบรรดาทีมที่อยากเล่นทั้งหมด ลองคิดถึงปัญหาที่จะเกิดขึ้นสิครับ จำนวนทีมแต่ละปียังไม่แน่นอน ระบบการแข่งยังไม่แน่นอน ทีมไหนได้เปรียบเสียเปรียบไม่เท่ากัน จะยอมจ่ายเท่ากันรึเปล่า

จริงๆแล้ว ถ้าทีมไหนอยากเล่นจริงๆ สมัครเข้าเป็นภาคีได้ครับ แต่ผมไม่ทราบว่าต้องบริจาคเท่าไหร่ แล้วต้องเล่นเป็นทีมรับเชิญเป็นเวลากี่ปีก็ไม่ทราบ แต่มีกฎชัดเจน สามารถทำได้ครับ มูลนิธิก็พึ่งรับเทโรเข้าเป็นภาคีเมื่อไม่กี่ปีนี้เอง

สำหรับใครที่อยากจะให้ปรับเป็นถ้วยน็อกเอาท์นั้น คนพึ่งดูบอลใหม่จะไม่ทราบ แต่เมืองไทยเคยมี เอฟ เอ คัพ อีกรายการหนึ่งครับ หวังว่าถ้วยนี้จะกลับมาเร็วๆนี้  เดิมนั้นถ้วยควีนส์คัพจะเรียกว่าเป็นคนละฤดูกาล(ในปีเดียวกัน)กับถ้วย ก. ก็ว่าได้  คือถ้วย ก. แข่งต้นปี ควีนส์คัพแข่งปลายปี เพราะสมัยก่อนทีมน้อย นักบอลจะได้มีโอกาสพัฒนาฝีเท้ามากกว่าเตะกันอยู่ไม่กี่เดือน

BCCFC:
พอรู้อย่างที่พี่ข้างบนว่ามาครับ

ของผมก็เป็นแนวคิดอีกแนวคิดหนึ่งครับ

เพราะผมคิดว่าจัด FAT CUP ทำไม ณ ตอนนี้จะไม่มีคนดู

PoRpOr+10:
เห็นด้วยครับถ้วยนี้น่าจะเป็นการจัดแบบเอฟเอคัพของอังกฤษครับ
จะน่าติดตามมากคือใช้ระบบจับฉลากเจอกันไปเลยนัดเดียว
จับฉลากด้วยว่าใครได้เป็นเจ้าบ้านจะดีมากๆครับ
แล้วชิงที่ราชมังคลาหรือสนามศุภก็ได้

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป