Thailandsusu Webboard
มิถุนายน 18, 2018, 08:20:26 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน Gallery เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: นักเตะอาชีพ หนทางสู่อาชีพ สโมสรอาชีพ ตอนที่ 5  (อ่าน 21608 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ลูฟี่
บุคคลทั่วไป
| | |
« เมื่อ: มิถุนายน 21, 2007, 02:27:48 PM »

ตอนหนทางก้าวสู่นักเตะ
         1. แรกเริ่มเลยก็คงเหมือนทั่วไปในเวลานี้แต่เราคงต้องพัฒนารูปแบบการสร้างเยาวชนอาชีพให้มันใกล้เคียงกับทางฝั่งยุโรป
         2. นักเตะที่ควรเซ็นสัญญาเริ่มเล่นเป็นเด็กฝึกหัดควรมีอายุตั้งแต่  14 -16 ปี ระหว่างนี้ควรออกมาจากอ้อมอกของ รร.ที่เล่นอยู่ได้แล้ว
               เพื่อมาฝึกปรือฝีมือ      ถ้าอายุมากกว่านี้ประสบความสำเร็จยาก
         3. การฝึกนักเตะอาชีพในเด็กเหล่านี้จะต่างกับกีฬาสมัครเล่นโดยทั่วไป    เด็กเหล่านี้ต้องฝึกฟุตบอลวันนึงขั้นต่ำ 5-6 ชั่วโมง  นักกีฬา
                    ทั่วไปที่ก้าวสู่อาชีพต้องฝึกหนักขนาดนี้ทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็นเด็กที่เล่นยิมนาสติก  สนุ้กเกอร์ กระโดดน้ำ
         4.  การฝึกต้องมีตารางการฝึกไว้เรียบร้อยแล้วว่ามีอะไรบ้างในแต่ละวัน   เด็กต้องหัดทำตามโปรแกรมที่แพลนเอาไว้     เช่นเบสิก 2
                   hr. การซ้อมเล่นตามเกม 2 hr.  เวทเทรนนิ่ง 2 hr.   ที่เหลือความสามารถเฉพาะตำแหน่ง     อย่าไปเน้นลงทีมเด็ดขาด
                              - พูดถึงเรื่องลงทีมผมคั่นตรงนี้นิดนึง   สุรักษ์ ไชยกิตติเคยไปทำรายการสอนบอลแถวบ้านผม   เคยชี้จุดอ่อนด้อยเด็ก
                                        ไทยให้ฟังเฮงซังก็บอกตรงกัน    คือเด็กไทยได้บอลมาก็เน้นแบ่งข้างเล่น    ทำให้ความเข้าใจเกมและเบสิกอ่อน
                                         มาก    เวลารวมทีมแล้วก็ไม่ดีเพราะไม่เข้าขากันเป็นการฝึกที่ผิด
         5.  เรื่องเวทเทรนนิ่งและวิทยาศาสตร์การกีฬา    ข้อนี้ลำบากจริง ๆ สำหรับเมืองไทย      เด็ก ๆ ต้องฝึกเกี่ยวกับกายภาพ  พละกำลัง 
                   การเสริมกล้ามเนื้อ    วิธีดูแลฟื้นฟูเมื่อเกิดการบาดเจ็บ  ความฟิตต่อเนื่อง   การยืนระยะการเล่นบอล       เมื่อครบตามพื้นฐาน
                   แล้ว       นักฟุตบอลแต่ละตำแหน่งต้องฝึกร่างกายแยกเฉพาะต่างหากไปอีก    เช่นปีกต้องฝึกการสปีด   กองหน้าฝึกกล้ามเนื้อ
                  ไหล่และช่วงเอว         กองหลังฝึกแรงสปริงข้อเท้าเป็นต้น   เพื่อให้คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่งโดดเด่นขึ้นมา   สวีเดนคือชาติที่มี
                   ความฟิตระบบนี้ดีที่สุดคือ 15  ปัจจุบันเฮงซังบอกญี่ปุ่นไประดับ 16 แล้ว   นี่คือความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์กายภาพ
         6.  ทีมไทยลีกทุกทีมควรต้องมีสนามซ้อมอย่างน้อย 2 สนาม  เพื่อชุดจริงกับเยาวชน    ก่อนแข่งไทยลีกควรเป็นคู่ของนักเตะเยาวชน
                    ของทั้ง 2 สโมสร       ซึ่งนักเตะที่เล่นชุดเยาวชนต้องมีอายุระหว่าง 15-18 ปี
         7.  นักบอลเยาวชนทีมชาติชุด 16  19  ปี  การคัดเลือกที่ถูกต้องมันต้องมาจากชุดเยาวชนของสโมสรเหล่านี้      พวกเด็ก ๆ ที่ยังเล่น
                   อยู่ระดับ รร. กีฬาเขต  มหาลัยไม่ควรคัดเลือกมา     ในยุโรปหรืออเมริกาใต้ก็เป็นแบบนี้ครับ     ไม่ใช่ไปคัดจากเด็ก นร.
         8.  การสร้างนักเตะต้องสร้างเหมือนศิลปินครับ    ค่ายเทปยังต้องรู้จักปั้นเด็กในสังกัด     ถ้าสโมสรคิดไม่เป็นก็ไม่มีทางทำธุรกิจ
                  ได้      ลำพังแค่เล่นเก่งอย่างเดียวไม่พอ    ต้องรู้จักสร้างกระแสให้เป็นเล่นสงครามสื่อ      ตัวอย่างคือรีล  มาดริด  ปั้นเจ้าชายลูก
                  หนังราฮูล   คนทุกคนไม่เว้นโค้ชต้องทำให้เล่นกับราอูลได้     เขาเล่นชุดใหญ่เพียงอายุ 18 ปี   อีเคร์ก็ 18 ปี  เล่นต่อหน้าคน
                  ดู 1.2 แสนคนที่ซานติอาโก้  เบอร์นาบิว  นอกจากฝีมือแล้วต้องทำธุรกิจให้เป็นแต่เทคนิคมันก็มีหลายอย่างเอาไปริเริ่มกันเอง
         9.  การฝึกนักเตะต้องฝึกให้เก่งและเป็นเลิศ     รวมทั้งต้องมีความหลากหลายและปรับตัวกับสิ่งใหม่ให้ได้         เพราะเราต้องไม่ลืมว่า
                   เขาไม่ได้อยู่กับเราไปตลอด      เขาต้องมีโอกาสไปก้าวหน้าหรือทำมาหากินกับสโมสรอื่นด้และเราต้องสามารถขายเขาให้
                  ได้ราคาดีด้วย      มันจึงไม่ใช่การฝึกตามระบบโค้ชทีมชาติหรือฝึกตามระบบ  นร. รร.กีฬา
         10.  จำไว้ว่าบอลอาชีพมันคือผลพลอยได้ของทีมชาติ      นักเตะต้องไปเล่นทีมชาติตามกฎของฟีฟ่าเท่านั้นไม่ใช่ไปเล่นรายการอื่น
                      ตัวนักเตะเองก็ต้องพึงระลึกเสมอการลงสนามให้ทีมชาติและสโมสรแต่ละครั้งต้องโชว์ฟอร์มให้ดีที่สุด      เพื่อที่ตนเองจะมี
                      โอกาสขายได้ราคาแพง ๆ    เท่าที่จะแพงได้รวมถึงค่าตัวที่จะต้องเพิ่มขึ้น
         11.  เป็นนักเตะอาชีพอย่าพอใจแค่นั่งข้างสนาม      ต้องทำให้ได้อย่างข้อที่ 10  และเก็บเกี่ยวชื่อเสียงเงินทองให้มากที่สุด
         12.  นักเตะอาชีพต้องมีนายหน้าและต้องพยายามหานายหน้าที่ดี       มันจะหาทางเกาะเราไปตลอดถ้าเราฟอร์มดีมันก็จะออกข่าว
                      กับสโมสรที่โน่นที่นี่เพื่อหาทางอัพค่าตัว       หรือขายเราให้สโมสรอื่นเพื่อสร้างความก้าวหน้า       ขอให้เลิกระบบแบบนี้สักที
                      หมดสัญญาแล้วหาที่เล่นเอง   เจรจาเอง  ไม่คุ้มหรอก    โค้ชอย่าง  เวนเกอร์มันยังต้องมีนายหน้าหาผลประโยชน์ให้     พวก
                      นี้จะดูแลเราเวลาออกข่าวมันจะเสี้ยมสอนตลอดทำเพื่อผลประโยชน์ล้วน ๆ
         13.  นักเตะไทยมีความเกรงใจเกินไป    ธรรมชาติของคนเอเชียที่ดูอ่อนน้อมต่อคนอื่น       เช่นกองหน้าเขาซื้อเรามาเพื่อยิง
                      ประตู      หน้าที่เราต้องยิงให้ได้ไม่ใช่ส่งให้คนอื่นยิง     ไม่มีใครเขาจำหรอกว่าส่งไปกี่ลูก       เขามองว่าคุฯยิงกี่ลุกเป็นดาว
                      ซัลโวหรือปล่านักเตะเอเชียที่ไปเล่นในยุโรปมักเกรงใจพวกฝรั่งจนมันดูถูกเอา     ซิโก้ก็มักเป็นแบบนี้เมื่อเล่นทีมเดียวกับ
                       กราโบแวคมักส่งให้มันยิงตลอด         บางครั้งต้องรู้จักเห็นแก่ตัวถ้าเลือกยิงเองไม่ส่งแต่ลูกไม่เข้า    ก็ต้องรับชะตากรรมไป
          14.  วิธีคิดต้องพัฒนาตามแบบผู้เล่นอาชีพ   คือต้องรู้จักชัยชนะ   ความพยายามที่จะเป็นผู้ชนะ   ไม่ยอมแพ้ตราบใดที่ยังไม่จบเกม
                      การก้าวหน้ากว่าผู้อื่นแม้สักครึ่งก้าวก็ยังดี    ไอ้ที่ชอบท่อง ต้อง รู้จักแพ้  รู้จักชนะ  รู้อภัย  เอาไว้ให้เด็กเล่นกีฬาสีมันท่องไป
          15.  เมื่อเป็นนักบอลอาชีพแล้วสิ่งที่ยึดถือกันเมื่อแพ้แล้ว   ต้องรู้จักยอมรับมันให้ได้และให้เกียรติเพื่อนร่วมอาชีพด้วยกัน    นี่คือสิ่งที่
                       พวกยุโรปถือปฏิบัติกันมา     ไม่ใช่ขี้แพ้ชวนตีเหมือนอย่างนักกีฬาสมัครเล่นทั่วไป   รวมถึงมักชอบพูดแต่สิ่งที่ผ่านมาแล้ว
                       เช่น   เขาโกงจึงแพ้  ไม่ยอมรับคำตัดสิน  มีข้ออ้างต่าง ๆนานา     
          16.  เมื่อแพ้แล้วเขาจะพยายามอย่างหนักกว่าเก่าเพื่อกลับมาชนะให้ได้อีกครั้ง     พวกยุโรปจะคิดแบบนี้และพวกมันจะไม่มีใครคิดถึง
                      รุ่นพี่รุ่นน้อง    ทุกอย่างต้องตัดสินที่ผลงานอย่างเดียว
     
         
บันทึกการเข้า
Nick
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +194/-47
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,347



| | |
« ตอบ #1 เมื่อ: มิถุนายน 21, 2007, 06:48:31 PM »

มันก็เป็นวิธีการที่ใช้อยู่ในสโมสรฟุตบอลอาชีพที่ในต่างประเทศอยู่แล้ว  แต่สำหรับเมืองไทย  กว่าจะถึงวันนั้นคงอีกนาน  หรืออาจจะเป็นไปไม่ได้เลยด้วยซ้ำ (อย่างน้อยก็ในช่วงชีวิตของผม)

แต่อย่าว่ายังงั้นยังงี้เลยนะครับ  เหมือนคุณลูฟี่ก๊อปมาหรือป่าว  การเรียงคำ การเรียงประโยค ไม่เหมือนพิมพ์เอง  ถ้าก๊อปมาก็น่าจะให้เครดิตแหล่งที่มาด้วย  แต่ถ้าพิมพ์เองก็ขออภัยด้วยครับ
บันทึกการเข้า

ความแข็งแกร่งของประเทศ ไม่ได้วัดกันที่ทรัพยากร รายได้ประชาชาติ หรือกองทัพ
แต่ความแข็งแกร่งของประเทศ มาจากเอกลักษณ์ประจำชาติ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม
ลูฟี่
บุคคลทั่วไป
| | |
« ตอบ #2 เมื่อ: มิถุนายน 22, 2007, 08:30:11 AM »

พิมพ์เองจริง ๆ   ครับคุณ Nick   ขอยืนยันได้                      เพราะเรื่องเหล่านี้ยังไม่มีการเขียนเป็นหนังสือหรือเป็นระเบียบแนวทางที่เป็นรูปธรรมเลย         ในสมาคมหรือแฟนบอลท่านอื่น ๆ อาจมีแง่คิดที่ดีกว่าผมแต่ส่วนใหญ่เป้นแค่แง่คิดแต่ไม่ได้มีการเขียนกันออกมาอย่างเป็นทางการครับ             
                             ผมเห็นความตั้งใจจริงของคนหลายคนครับที่รักบอลอยากจะตั้งสโมสรอาชีพและอยากเป็นนักเตะอาชีพ           แต่น่าเสียดายนอกจากขาดโอกาสแล้วยังไม่มีแนวทางการจัดการเพื่อพัฒนาให้สู่อาชีพจริง ๆ ได้           ลำพังแค่ตั้งสโมสรและคอยหางบอย่างเดียวจากสปอนเซอร์ไม่มีทางไปได้ตลอดรอดฝั่งหรอกครับ               เพราะถ้าสมมติผมเป็นสปอนเซอร์คงสนับสนุนไม่กี่ครั้งแล้วก็เลิกราไปตามกระแส        พอขาดคนทีม ๆ ยิ่งพลอยตกต่ำกันไปใหญ่
บันทึกการเข้า
ลูฟี่
บุคคลทั่วไป
| | |
« ตอบ #3 เมื่อ: มิถุนายน 22, 2007, 08:57:23 AM »

มีหลายท่านอาจสงสัยว่าทำยังไงถึงจะให้นักบอลไทยไปเล่นที่พริเมียร์ลีกอังกฤษ             ผมกล้ายืนยันตรงนี้เลยครับว่าไม่ได้แน่นอนในช่วงเวลานี้       ยกเว้นเราจะเส้นสายหลังจากเราซื้อแมนซิตี้แล้วและมีอำนาจตัดสินใจโดยแทรกแซงโค้ช     เหตุผล
                         1.  นักบอลไทยตัวเล็ก   โครงสร้างทางสรีระร่างกายก็ไม่แข็งแกร่งพอที่จะยืนระยะได้ทั้งฤดูกาลและการต้องเล่นบอลโดยใช้
                                          แรงเบียดแรงปะทะเสียดสีในเกมหนักขนาดนี้        ขอบอกว่าสำหรับนักเตะไทยยังไม่เหมาะ      การเอาเด็ก
                                          ไทยไปฝรั่งมันมองว่าจะเป็นภาระกับทีมเปล่า ๆ ครับ   
                         2.  สไตล์การเล่นของนักเตะไทยมันไม่เข้ากันกับสไตล์ฟุตบอลอังกฤษเลย    ไม่ว่าจะเป็นลีกสูงสุดที่เล่นด้วยเทคนิคมาก
                                         ขึ้นเรื่อย ๆ    หรือเป็นระดับดิวิชั่น 1 ที่เล่นบอลกับพื้นเป็นหลัก       อุปนิสัยการเล่นของไทยยิ่งไม่นิยมเล่น
                                          เกมเร็วด้วยไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนข้าง   โต้กลับ  ชิงจังหวะ      เรามักเล่นบอลกันช้ามากจุดนี้โค้ชชาวเชก
                                          อย่างโดเลสและเฮงซังก็เคย  comment   กันไว้
                          3.  เงื่อนไขนักเตะนอกสหภาพยุโรป อุปสรรคขนาดใหญ่ทีเดียว    เพราะการที่ทีม ๆ นึงจะเอานักเตะนอกกลุ่มมาและ
                                         ต้องเสียโควต้ากลุ่มนี้ไป         นักเตะคนนั้น ๆ จะต้องเก่งมาก ๆๆ   และเก่งจริง ๆ  ทีมถึงจะยอมจ้างเอาไว้
                                         นักเตะไทยยังไม่ถึงขั้นนั้นที่เขาจะยอมเสียโควต้าตรงนี้ไปเพื่อจ้างเอาไว้
                          4.  เงื่อนไขในการติดทีมชาติ 70-75%     นักเตะทีมชาติที่มีการลงสนามมากที่สุดต่อปีคือโกสินทร์ ยังไม่สามารถทำได้
                                          ถึงขนาดนี้เลยครับ         เพราะทีมไทยไม่มีรายการเตะของฟีฟ่ามากนัก     ที่สำคัญไม่ได้ผ่านเข้ารอบลึก ๆ
                                          ด้วย           ทำให้เกมมันลดลงไปจำนวนที่จะถึง 70-75%  ตามที่เขากำหนดจึงไม่มีทางเลย

นักเตะที่ใกล้เคียงการเล่นที่อังกฤษมากที่สุดคือ  รณชัย  รังสิโยครับ
บันทึกการเข้า
ลูฟี่
บุคคลทั่วไป
| | |
« ตอบ #4 เมื่อ: มิถุนายน 22, 2007, 10:19:14 AM »

เรื่องโภชนาการ   ผมว่ามันเกี่ยวกับอาหารด้วยนะไม่ทราบว่าใครเคยดูคุณคริสบ้างครับที่เป็นครูฝึกตำรวจ LA   รายนั้นเป็นคนไทยแท้ไม่ได้เป็นลูกครึ่งแต่อย่างใด        ไปเติบโตที่อเมริการตั้งแต่เด็ก ๆ    นอกจากจะมีวิถีชีวิตแบบคนอเมริกันทั่วไปแล้วอาหารการกินก็เป็นแบบเขา         ร่างกายเขาใหญ่มากและมีส่วนหนาสามารถสู้กับฝรั่งได้สบาย           แกสัมภาษณ์ว่าเตะฝรั่งนิโกรผิวดำเนี่ยถึงกับซี่โครงหักทีเดียว                   
                    มีเพื่อนอีกคนนึงเขาบอกว่าญาติข้างบ้านก็ได้สามีฝรั่งก็เลยหอบลูกติดสามีเก่าไปใช้ชีวิตอยู่อเมริกา       เป็นเด็กไทยแท้อายุเริ่มต้นที่ไปประมาณ 10 ขวบ ได้แล้ว         หลังจากกลับมาเยี่ยมบ้านเกิดตอนที่โตแล้วปรากฎว่าร่างกายสูงใหญ่ผิดกับคนไทยทั่ว ๆ ไปมาก   
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  




Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!