Thailandsusu Webboard
กันยายน 21, 2021, 08:57:51 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน Gallery เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ทำไมนายใหญ่ทีมชาติไทยคนต่อไปควรเป็นคิม ฮัค บุม? โดย akinson149  (อ่าน 8544 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
akinson149
Moderator
Jr. Member
*****

คะแนนความรัก: +743/-92
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 508


| | |
« เมื่อ: กันยายน 08, 2021, 02:51:44 PM »

ทำไมนายใหญ่ทีมชาติไทยคนต่อไปควรเป็นคิม ฮัค บุม?
เรื่อง/เรียบเรียงโดย akinson149

ก่อนอื่นขอกล่าวคำว่า "สวัสดี" พี่ๆน้องๆใน TSS ทุกท่านนะครับ ยอมรับว่าหายไปนานมากจากบอร์ดแห่งนี้ (เหอๆ งานค่อนข้างยุ่งเเถมยังมีเรื่องเจ้าตัวเล็กที่เข้าสู่วัยเรียนเต็มตัว ผมเลยต้องตระเวนหาโรงเรียนที่เหมาะให้เขาเลยไม่ค่อยมีเวลาได้เข้ามาอัพเดทเท่าที่ควร ต้องกราบขออภัยมา ณ ที่นี้ หุหุ)

เข้าเรื่องเลยนะคับ..อย่างที่ทุกท่านทราบว่าเทรนฟุตบอลเกาหลีใต้กำลังกลายเป็นเทรนใหม่ของฟุตบอลในย่านอาเซียนนี้ เหตุผลหลักๆคงจะปฎิเสธไม่ได้ว่ามันมาจากความสำเร็จของ "ทัพดาวทอง" ทีมชาติเวียดนามภายใต้การนำของมิสเตอร์ปาร์คที่ตลอดระยะเวลาตั้งเเต่ที่เจ้าตัวกุมบังเหียนทีมชาติ เวียดนามเดินหน้ากอบโกยความสำเร็จมากมายจนใครๆหลายชาติในย่านนี้เห็นเป็นต้องอิจฉา

ทั้งการเข้ารอบ12ทีมสุดท้ายบอลโลกหนล่าสุด, รองเเชมป์รายการ ยู23 ชิงเเชมป์เอเชีย, เเชมป์อาเซียนคัพ เเละอันดับฟีฟ่าที่ดีขึ้นอย่างผิดหูผิดตา ยิ่งไปกว่านั้นนับตั้งเเต่ที่เวียดนามได้มิสเตอร์ปาร์คเข้ามา ทีมชาติไทยก็ยังไม่เคยยัดเยียดความปราชัยให้แก่พวกเขาได้เลยเเม้เเต่ครั้งเดียว พูดง่ายๆเหมือนเวียดนามกำลังเดินไปข้างหน้าในขณะที่ไทยยังหลงทางไม่ไปไหน



เร็วๆมานี้เองมีข่าวที่สร้างความประหลาดใจให้ผมอยู่ไม่น้อย เมื่อกุนซือที่ปัจจุบันกำลังคุมทีมยู23เกาหลีใต้อย่าง "คิม ฮัค บุม" เเสดงความสนใจพร้อมโปรยยาหอมว่าเขาพร้อมเข้ามาช่วยทีมชาติไทย ด้วยเหตุผลที่ว่านักเตะไทยมีเทคนิกการเล่นที่ดี, ลีกภายในกำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เเถมเจ้าตัวเองยังประทับใจฝีเท้านักเตะไทยหลายคนหลังจากได้เห็นกับตาในชิงเเชมป์เอเซีย รุ่นอายุไม่เกิน23ปีที่ไทยเป็นเจ้าบ้าน เเละที่สำคัญโค้ชคิมยังเปรยด้วยว่า "want มากเเละค่าจ้างคุยกันได้!"

"เซอร์ไพร์สไหมล่ะ?"

กุนซือดีกรีระดับเคยพาทีมเกาหลีใต้ไปได้เเชมป์รายการใหญ่ระดับทวีปอย่างชิงเเชมป์เอเชียรุ่นอายุไม่เกิน23ปีเเละเอเชี่ยนเกมส์ปี2018 สนใจคุมทีมชาติไทยในยุคที่ต้องบอกว่ากำลัง "เมาหมัด" เเละต้องรีบมองหา "จุดรีบาวด์" เพื่อตั้งหลักใหม่ให้ได้เร็วที่สุด

จริงๆชื่อชั้นเเละโพรไฟล์ของคิม ฮัค บุมอาจไม่ค่อยคุ้นหูเเละไม่ได้อยู่ในระดับที่โด่งดังอะไรมากมายในสายตาคนไทยเมื่อเทียบกับอดีตกุนซือคนเก่าอย่างอากิระ นิชิโนะ เเต่ทว่าหากมองในเรื่องประสบการ์ณในการผ่านร้อนผ่านหนาวในฐานะโค้ชบวกกับองค์ประกอบที่ทีมของเราเป็นอยู่ในตอนนี้ บางทีชื่อของคิม ฮัค บุมอาจถือเป็นตัวเลือกที่ "เหมาะ"

มันมีอยู่2-3เหตุผลในเชิงสนับสนุนที่ว่าทำไมมันถึงเหมาะ

ข้อเเรกเลยคือเรื่องของ "กึ๋น"

ที่เกาหลีใต้โค้ชคิมถูกขนานนามว่าเป็น "เฟอร์กูสันเเห่งแดนกิมจิ" นั่นเพราะด้วยประวัติส่วนตัวบนเส้นทางของการเป็นโค้ชที่มีเส้นทางแห่งความสำเร็จไม่ต่างกับเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน(เป็นโค้ชที่ใช้เวลานานในการปลูกต้นไม้แห่งความสำเร็จ เเต่เมื่อดอกผลออกก็คุ่มค่าเเก่การรอคอย)



โค้ชคิมเริ่มต้นอาชีพโค้ชด้วยการคุมทีมเล็กๆอย่างก็อคมึน เเบงก์ ทีมในระดับดิวิชั่น3ของเกาหลีใต้ ก่อนที่จะตัดสินใจย้ายมาคุมทีมระดับกลางๆอย่างซองนัม อิลวา เเละสามารถพาทีมคว้าเเชมป์ลีกได้ในฤดูกาล2006 พร้อมทั้งสร้างปรากฎการ์ณไร้พ่ายติดต่อกันมากถึง22นัดในฤดูกาล2007 นั่นคือประวัติหยาบๆย่อๆพอสังเขปของเจ้าตัว

เเต่ใครจะไปรู้ว่าสิ่งที่สร้างชื่อให้เขาจริงๆเเละถือเป็นที่มาของฉายา "เฟอร์กูสันแห่งแดนกิมจิ" คือหลายๆเหตุการ์ณที่ดูเหมือนจะเป็นงานยากเเละไม่ควรคาดหวังเเต่เขากลับสร้างผลงานเเบบเป็น "ผู้ปลุกยักษ์หลับให้ตื่น" (โดยเฉพาะผลงานที่โค้ชคิมได้ฝากไว้ในสมัยคุมทีมระดับสโมสรอย่างการพาก็อคมิน เเบงก์คว้าเเชมป์เพรสซิเด้นท์คัพเเละพาซองนัมคว้าเเชมป์บอลถ้วยเเละบอลลีก)

เรื่องราวที่พิสูจน์เรื่องของ "กึ๋น" ของโค้ชคิมคงต้องย้อนเวลากลับไปในยุคปลาย90 เพราะจริงๆเเล้วซองนัม อิลวาในตอนนั้นไม่ใช่ทีมที่อยู่ในข่ายจะเป็นหนึ่งในเเคนดิเดทของทีมที่มีสิทธิ์จะลุ้นเเชมป์ลีกหรือบอลถ้วยเลยด้วยซ้ำ นั่นเพราะพวกเขาเป็นทีมที่มีสคอว์ทของทีมที่ไม่ใหญ่ เเละมักวนเวียนอยู่กับการหนีบ๊วยมาโดยตลอด

เเต่การเข้ามาของโค้ชควอง บ็อค ชา ผู้ที่เข้ามาเพื่อ "ชี้ทางสว่าง" ให้กับทีมจนสามารถพาทีมเข้าสู่เส้นทางการเป็นเเชมป์เเละสามารถทำได้สำเร็จเเบบติดต่อกันถึงสามสมัยติด(2000-2003) ได้เขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้แก่ทีม ซองนัมกลายเป็นทีมท็อปเกรดพรีเมี่ยมระดับลงห้างนับตั้งเเต่นั้น

เพียงเเต่ "งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกลา" จากความผิดหวังในรายการชิงเเชมป์สโมสรทวีปอย่างเอซีแอลในปี2004ที่พวกเขาพังคาบ้านถึง0-5ให้แก่อัล อิตติฮัด สโมสรดังจากซาอุฯ ทั้งๆที่ดูเหมือนมันจะเป็นเกมที่ง่ายเมื่อเกมเเรกที่เจดดาห์พวกเขาบุกไปคว้าชัยมาได้ก่อนถึง3-1 นั่นคือที่มาของการก้าวลงจากตำแหน่งของโค้ชควอง เเละก็คือจุดเริ่มต้นของโค้ชคิมในตำแหน่งเฮดโค้ชของซองนัม เพราะเขาถูกดันจากตำแหน่งผู้ช่วยขึ้นมาทำทีมอย่างเต็มตัวในเวลานั้น

สิ่งที่โค้ชคิมได้เรียนรู้จากโค้ชควองถูกนำมาประยุกต์ใช้ในซองนัมให้กลายเป็นทีมฟุตบอลโฉมใหม่ที่นอกจากจะคงไว้ซึ่งรูปแบบการเล่นที่ "รัดกุม-เน้นผล" เเบบสมัยตอนที่โค้ชควองทำเเล้วยังมีการเพิ่มสไตล์การเล่นที่ดุดัน-มีวินัยเข้าไปเพิ่ม เพื่อให้ซองนัมกลายเป็นทีมที่ฉกฉวยข้อผิดพลาดของทีมคู่เเข่งเเล้วเปลี่ยนเป็นรางวัลให้แก่ทีมได้ในที่สุด

ซองนัมของโค้ชคิมกลายเป็นทีมที่น่ากลัวที่ไม่เพียงเเต่จะเสียประตูยาก ยังเป็นทีมที่คอยโอกาสเเละอาศัยความได้เปรียบจากการเล่นเกมโต้กลับเร็ว ผนวชกับการขึ้นเกมเเบบต่อบอลตามช่องไม่กี่จังหวะเเล้วจบ จนเป็นที่มาของวลี "นิวซองนัม-นิวโคเรีย"


โค้ช Anatoliy Byshovets สมัยคุมเกาหลีใต้ชุดโอลิมปิก

อาจกล่าวได้ว่าโค้ชคิมเองได้อาจาร์ยดีถึงสองคนในช่วงที่ตัวเขาเองดำรงตำแหน่งเป็นผู้ช่วยโค้ช คนนึงก็อย่างที่ผมบอกคือโค้ชควองผู้สร้างตำนานความยิ่งใหญ่ให้เกิดขึ้นที่ซองนัม ส่วนอีกคนคือโค้ชอนาโตลี่ ไบรโชเว็ต โค้ชชาวรัสเซียผู้พาทีมสหภาพโซเวียตคว้าเหรียญทองโอลิมปิกปี1988 เเละเป็นเจ้าของสมญา "ผู้ได้มาซึ่งโมเดิร์นรัสเซียน" ที่เจ้าตัวถือเป็นโค้ชต่างชาติรายเเรกที่เข้ามาทำทีมชาติเกาหลีใต้เเละครั้งหนึ่งเขายังอาสาคุมเกาหลีใต้ชุดยู23(พาชุดโอลิมปิกไปแข่งที่แอตเลนต้า)โดยมีโค้ชคิมเป็นผู้ช่วย เเละทั้งหมดคือที่มาของประสบการ์ณที่คิม ฮัค บุม สั่งสมจนได้มาซึ่ง "กึ๋นฟุตบอล" นั่นเอง

ข้อที่สองคือเชื่อมั่นในระบบมากกว่าสตาร์ประจำทีม

อย่างที่ท่านๆในที่นี้ทราบว่าโอลิมปิกครั้งล่าสุดของเกาหลีใต้ที่ญี่ปุ่น ทีมของโค้ชคิมมีนักเตะที่มาจากลีกต่างประเทศเเค่สามคนเท่านั้น(ลี คัง อิล, คิม มึน เเจ เเละควาง อยี โจ) เเถมนักเตะส่วนใหญ่ที่ใช้ก็ไม่ได้อาศัยนักเตะจากทีมชุดใหญ่เลย เเละทั้งๆที่สเปอร์ส สโมสรต้นสังกัดของซน ฮึง มินจะ "ไฟเขียว" อนุญาติให้เจ้าตัวมาเล่นที่โตเกียวได้ เเต่โค้ชคิมก็เลือกที่จะให้เจ้าตัวอยู่ที่อังกฤษด้วยเหตุผลที่ว่าอยากให้ซนได้พัก พร้อมทั้งบอกว่านี่ถือเป็นโอกาสสำหรับนักเตะในลีกได้พิสูจน์ตนเองเพื่อคำว่า "ทีมชาติ"

เเละนั่นเเหละครับคือสิ่งที่เราได้เห็นที่โตเกียว ไม่เพียงเเต่เกาหลีใต้จะเเค่ "เอาตัวรอด" ได้ในรอบเเบ่งกลุ่มเเต่ลูกทีมของโค้ชคิมเล่นจัดการยิงชาวบ้าน "ไส้เเตก" เเถมเสียเพียงประตูเดียวด้วยซ้ำ ก่อนที่พวกเขาจะหยุดเส้นทางโตเกียวโอลิมปิกไว้ที่รอบแปดทีมสุดท้ายหลังพ่ายเม็กซิโก 3-6 ซึ่งหลังเกมดังกล่าวเเม้ทีมเกาหลีใต้จะตกรอบเเต่ก็ได้รับเสียงชื่นชมจากแฟนบอลเเละสื่อภายในว่าทำทีมไร้สตาร์ได้ดูดีมีอนาคต



มีคนบอกว่าเกาหลีใต้มีอุปสรรค์มากมายก่อนมาโตเกียวน่าจะจริงเพราะมักมีข่าวออกมาเป็นระยะๆว่าโค้ชคิมอดได้ตัวนักเตะที่ค้าเเข้งยังยุโรปมาร่วมทีมหลายคนเพราะสโมสรต้นสังกัดต่างปฎิเสธการส่งนักเตะมาเข้าเเคมป์ เนื่องจากโอลิมปิกไม่ได้อยู่ในปฎิทินฟีฟ่าเเละฟีฟ่าเองก็ไฟเขียวหากสโมสรจะไม่ปล่อยมา นั่นจึงเป็นที่มาที่เขาต้องคัดเอาเเต่นักเตะจากลีกภายในเป็นส่วนใหญ่เเละเลือกที่จะไม่เเตะต้องตัวชุดใหญ่มากมาย

เคยมีคนบอกว่าสไตล์การทำทีมของนายใหญ่ทีมชาติอินโดนีเซียคนปัจจุบันอย่างโค้ชชิน เเท ยอง(ความฟิตได้-วินัยดี) ถอดแบบมาจากโค้ชคิมอย่างกะแกะ อาจเพราะเป็นผลพวงจากการที่เจ้าตัวได้เข้ามาเรียนรู้ในช่วงที่รับไม้ต่อจากโค้ชคิมในสมัยที่คุมซองนัมเมื่อปี2009ซึ่งเป็นช่วงที่โค้ชคิมก้าวลงจากตำแหน่งเเละออกไปหาความท้าทายใหม่ในการเป็นโค้ชยังต่างแดนกับเหอหน่าน เจียนเย่ ทีมดังในลีกจีนพอดี

ซึ่งทิศทางของฟุตบอลสมัยใหม่หลังจากนี้ผลแพ้-ชนะจะวัดกันที่ความละเอียดในการเล่นของเเต่ละทีม เเละมันถือเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างมากในด้านสภาพร่างกายเเละความฟิตเพราะฟุตบอลคือกีฬาที่ต้อง "วิ่ง" เเละในทุกตารางนิ้วบนสนามล้วนมีสิ่งที่ต้องการการตัดสินใจในทันที เเม้คุณจะคิดได้เร็วกว่าคู่เเข่งเเต่ร่างกายทำไม่ได้มันก็ไร้ความหมายอยู่ดี



มองมาที่บ้านเรากับภารกิจหลักในการ "ตั้งหลักใหม่" โดยมีอาเซียนคัพเป็นเวทีทดสอบเพื่อต่อยอดไปเอเชียนคัพรอบสุดท้าย กับการไม่มีโปรแกรมฟีฟ่าให้ลับเเข้งเเละกับช่วงเวลาที่บอลภูมิภาคดันเเข่งไม่ตรงปฎิทินฟีฟ่า(แบบเดียวกับที่เกิดขึ้นในโตเกียวโอลิมปิกที่่ผ่านมา) การจะได้ทีมชาติไทยในแบบ "ฟูลทีม" แบบที่มีทั้งรุ่นพี่นอกประเทศ, ดาวดังไทยลีก, ซุปตาร์ทีมชาติ มาร่วมทีมแบบคับคั่งคงเป็นเรื่องที่ได้เเต่ "คิด" เท่านั้น ดังนั้นการหาโค้ชที่เคยผ่านการทำทีมภายใต้สถานการ์ณเเบบนี้อย่างโค้ชคิมก็อาจเป็นเรื่องที่อาจตอบโจทย์ในข้อนี้ได้ดี

ข้อสุดท้าย คือ ค่าจ้างไม่ได้ซี้ซั้วเรียก

ก็อย่างที่สำนักข่าวหลายสำนักทั้งไทยเเละเทศรายงานนั่นเเหละ(โดยเฉพาะจากสื่อของเกาหลีใต้เอง)ดูเหมือนว่าโค้ชคิมเองค่อนข้างให้ความสำคัญเเละตั้งใจอย่างมากกับตำแหน่งนายใหญ่ช้างศึก ถึงขนาดบอกว่าพร้อมสลัดตำแหน่งโค้ชยู23เกาหลีใต้(หากได้รับเลือก)เเละก็พร้อมบินมาทันทีที่สมาคมฯต้องการสัมภาษณ์งาน ซึ่งก็อย่างที่เขาว่าเมื่อเขา "want" ก็คงไม่ก่อกำแพงให้สูงมากนักหรอก เผลอๆดีไม่ดีงานนี้อาจได้ของดีราคาถูก(กว่าอากิระ นิชิโนะ "ครึ่ง-ครึ่ง") เพราะเเต่ไหนเเต่ไรกุนซือจากเเดนโสมขาวที่เข้ามาทำงานในย่านเอเซียไม่ว่าจะเป็นอย่างในเคสทีมชาติอินโดนีเซีย, ฮ่องกง หรือเเม้เเต่เวียดนามเองก็ไม่ได้มีราคาค่าจ้างแพงหูฉี่ เเละที่สำคัญพวกเขามากัน "เป็นทีม" ไม่ใช่ฉายเดี่ยว



นี่คือเดือนก.ย.เเละถ้าใครจะบอกว่า "ช้าๆได้พร้าเล่มงาม" หรืออยากประหยัดค่าจ้างสำหรับการตั้งทีมงานโค้ชชุดใหญ่ ผมว่าไม่ค่อยถูกเท่าไหร่ เพราะอย่าลืมว่าไทยลีกเริ่มฤดูกาลใหม่ไปแล้วนะ เเละก็อย่าลืมอีกเช่นกันว่ามันจะไม่มีฟีฟ่าเดย์ให้เก็บตัว ดังนั้นถ้ามัวเเต่อืดอาด-ยืดยาด เเล้วคนที่จะเข้ามาทำจะเอาเวลาที่ไหนไปเลือกนักเตะล่ะ  
 
ท่ามกลางชื่อต่างๆนานาที่เข้ามาทั้งโค้ชซิโก้, โค้ชแบน, อิชิอิ หรือเเม้เเต่ลี ลิม เซียง ผมว่าคิม ฮัค บุมเป็นช้อยส์ที่ดีไม่น้อยเหมือนกันหากเราต้องการโค้ชที่ต้องมีโปรไลเซ่นต์, พร้อมทำงานทันที, มีประสบการ์ณระดับนานาชาติ, ค่าจ้างไม่เเพง เเละที่สำคัญโพร์ไฟล์ดีเป็นที่ประจักษ์เเบบที่่นักเตะไทยให้การยอมรับ

ว่าเเต่พี่ๆน้องๆใน TSS ล่ะ..ว่าไง?

เกร็ดความรู้เล็กๆน้อยๆของโค้ชคิม
ปรัชญาการทำทีม - ฟุตบอลเน้นผลเเบบเเพ็คกลางเเน่น, การเข้าทำเน้นเจาะตามช่อง, ชูเรื่องความฟิตมาก่อนฝีเท้า
ความสามารถที่เป็นที่ยอมรับในวงการฟุตบอลเกาหลีใต้ - ทักษะในการวิเคราะห์ตัวผู้เล่นเเละทีมคู่เเข่งที่เเม่นเหมือนจับวาง, การอ่านเกม  
ผังการเล่นที่มักใช้ประจำ - 4-2-3-1, 4-1-4-1, 4-4-1-1
สถิติในการทำทีมเกาหลีใต้ที่ผ่านมา- ชนะ14จาก23นัด ยิงได้47เสีย26ประตู คิดเป็นอัตราส่วน win rate =60%
โทรฟี่ที่เคยได้(สมัยคุมสโมสร) - เเชมป์เพรสซิเด้นท์คัพปี1995, เเชมป์เคลีกปี2006 เเละบอลถ้วยปี2014
โทรฟี่ที่เคยได้(สมัยทำทีมชาติเกาหลีใต้)- เอเชี่ยนเกมส์ปี2018, u23 ชิงเเชมป์เอเซียที่ไทย ปี2020
วลีเด็ดที่เจ้าตัวเคยถ่ายทอดผ่านสื่อให้ได้ฟัง - "ฟุตบอลเป็นเรื่องของการวิเคราะห์ข้อมูล ถ้าคุณมีมันมากพอ..มันก็ง่ายต่อการเตรียมตัว"

ที่มาของข้อมูล
https://www.siamsport.co.th/football/thailandnational/view/250000
https://en.wikipedia.org/wiki/Kim_Hak-bum
https://www.transfermarkt.com/hak-bum-kim/profil/trainer/22486
https://www.transfermarkt.com/kyung-bok-cha/profil/trainer/65460
https://www.goal.com/en/lists/olympics-2020-squads-brazil-germany-every-official-mens-football-/apoadkgbqq361kxdf46rblhz9#11ddzl5tiefpm18ybvb778xea9
https://football-tribe.com/asia/2018/02/28/kim-hak-bum-appointed-new-head-coach-2018-asian-games/
https://en.wikipedia.org/wiki/Anatoliy_Byshovets
https://www.transfermarkt.com/anatoli-byshovets/profil/trainer/2755
https://www.goal.com/th/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7/%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%8A%E0%B9%82%E0%B8%AD%E0%B8%A5%E0%B8%A1%E0%B8%9B%E0%B8%84%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B9%83%E0%B8%95%E0%B9%81%E0%B8%88%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%8B%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%A2%E0%B8%A7/19lgsv30t9zj1bsq1mmdtjo67

ภาพประกอบ: Zingnews, koreatimes, dailyrecord, saudigazette, cupworld, xn, ข่าวบอลผลบอล
  
บันทึกการเข้า
etai
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +225/-212
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,354



| | |
« ตอบ #1 เมื่อ: กันยายน 08, 2021, 03:46:49 PM »

ฟุตบอลทีมชาติมีเกมส์ให้เล่นน้อย แต่ทุกทีมต้องการผลลัพท์ที่ดี ผมต้องการโค้ชที่อยู่นานๆไม่ใช่ปีกว่าๆแยกย้ายจบในทัวส์นาเมนต์นั้นๆเราควรมีเป้าหมายความสำเร็จในแต่ละทัวส์นาเมนต์ไว้เพื่อต่อยอดในทัวส์นาเมนต์หลัก
ต้องมีเวลาและเกมส์ในการแก้ใขปรับปรุง จุดอ่อนในแต่ละเกมส์ที่โดนมา หากในทัวส์นาเมนต์หลัก ยังแก้ปัญหาเดิมๆไม่ได้ก็ แยกย้าย ดูจากโค้ชชาติอื่นที่ใช้งานตอนนี้
ฮาจิเมะ โมริยาซุ ชุดใหญ่และชุด U-23 คุมทีมตั้งแต่ 2017,แกเร็ท เซาท์เกต คุมทีมตั้งแต่ 2016 แรกๆไม่ดีแต่ในยูโร เล่นดีมาก,ลุยส์ เอนริเก คุมทีมตั้งแต่ 2018
เราเลือกโค้ชยากเพราะ เราไม่มีสไตส์การเล่นที่ชัดเจน เลยไม่รู้จะเอาโค้ชแบบใหน เข้ามาแก้ใขจุดอ่อน
ฉะนั้นโค้ชที่เข้ามาต้องจ้างถูกกว่าอ.นิชิโนะ หน่อยไม่งั้นอยู่กันได้ไม่นาน ทุกคนโปรไฟล์ดีหมด แต่เรารอได้ใหม แค่นั้นแหละ ตั้งแต่ ราเยวัช จนถึง อ.นิชิโนะ เป้นตัวอย่าง
บันทึกการเข้า
Kokkabark
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +428/-667
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,384



| | |
« ตอบ #2 เมื่อ: กันยายน 08, 2021, 08:12:38 PM »

ถ้าจะเอาแค่ชนะในอาเซี่ยนเอาโค้ชไทยก็ได้ แต่ถ้าจะวางแผนไปถึงคัดเลือกบอลโลก

ต้องเอาโค้ชที่มีประสพการณ์ แก้ปัญหาเก่ง  มีความเชี่ยวชาญแทคติกในการเจอทีมเก่งๆ

ที่ตรงนี้ผมมองว่าโค้ชไทยยังเลเวลไม่ถึง  แต่ถ้า 4 ปีข้างหน้ายังไม่หวังหวัง 8 ปี

อันนั้นตั้งโค้ชไทยได้สร้างไปด้วยกัน  ส่วนปัญหาเรื่องการสื่อสารถ้ารู้ปัญหาย่อมมีทางแก้อยู่แล้ว

มีประสพการณ์จากลุงโนะก็ไม่ควรให้เกิดซ้ำอีก
บันทึกการเข้า
Koragap
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +293/-430
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,239


| | |
« ตอบ #3 เมื่อ: กันยายน 08, 2021, 09:33:48 PM »

ก็น่าสนใจนะ
บันทึกการเข้า
parmansad
Sr. Member
****

คะแนนความรัก: +97/-98
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,470



| | |
« ตอบ #4 เมื่อ: กันยายน 08, 2021, 11:17:23 PM »

โค้ชคนนี้บอกเลย น่าสนใจมากไม่แพ้ อิชิอิ สมมุติถ้าให้เลือกจริงๆ คงคิดหนักน่าดู
บันทึกการเข้า

deknel
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +144/-155
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,517



| | |
« ตอบ #5 เมื่อ: กันยายน 09, 2021, 11:30:45 AM »

ตัดสินใจได้เเล้วมั้งครับ ทำไมสมาคมช้าจัง ผลงานเราไม่ดี เราต้องรีบแก้ รีบสร้างขวัญกำลังใจให้แฟนบอลกลับมาโดยเร็ว
บันทึกการเข้า

กระเป๋าหนังแท้ --> https://www.facebook.com/SNTBagStyle/
NTT
ชีวิตเดินหน้าต่อไป ในใจนึกถึงแนวทางพระองค์
Moderator
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +6088/-256
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,573



| | |
« ตอบ #6 เมื่อ: กันยายน 09, 2021, 04:37:46 PM »

ยอดเยี่ยมมากครับข้อมูลของ จขกท
บันทึกการเข้า
NTT
ชีวิตเดินหน้าต่อไป ในใจนึกถึงแนวทางพระองค์
Moderator
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +6088/-256
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,573



| | |
« ตอบ #7 เมื่อ: กันยายน 09, 2021, 04:43:37 PM »

ขออนุญาติเสริมดังนี้ ผมเคยแปลข่าวจากเกาหลีสมัย คิมฮักบุม คุม ซองนัม พบ บุรีรัมย์ ใน ACL เมื่อหลายปีก่อน ซึ่งเขามาแพ้เรา 1-2 ก่อนไปชนะที่บ้านเขา จำได้ว่าเคยแปลข่าวว่า โค้ชคนนี้ซ้อมพละกำลังนักเตะช่วง pre seasonหนักมากเป็นที่ขึ้นชื่อ

ก็แค่คิดนะครับว่าถ้าแกอยากท้าทายมาทำงานในไทยจริงๆ ผมว่าให้แกทำ U16 สัก 2 ปีเพื่อเรียนรู้นิสัยและทักษะของเด็กไทยจริงๆว่ามีดีมีเสียตรงไหน

ถ้าเข้ามาแล้วคุมชุดใหญ่เลยก็จะเจอปัญหาปราบเซียนคือ ไม่สามารถปรับจูนกับธรรมชาตินักเตะไทยได้

ปาร์คฮังซอทำกับเวียดนามได้เพราะพื้นฐานนิสัยเวียดนามมีความมุมานะสูง ขยัน กว่าคนไทย เราพูดกันตรงๆ
บันทึกการเข้า
P.F.
Jr. Member
**

คะแนนความรัก: +19/-20
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 285


| | |
« ตอบ #8 เมื่อ: กันยายน 09, 2021, 07:06:23 PM »

แก่ไปครับ ถ้ามองในระยะยาวสำหรับสำหรับโค้ชที่อายุ 61 แล้ว
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  




Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!