Thailandsusu Webboard
กรกฎาคม 03, 2020, 03:54:24 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน Gallery เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: "ทุกสมการความสัมพันธ์ที่ไปต่อไม่ได้ มักจะมีคนที่พูดน้อยกว่า หรือไม่ค่อยพูดอะไร"  (อ่าน 914 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
PeepoClub
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +365/-75
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,583



| | |
« เมื่อ: พฤษภาคม 27, 2020, 09:59:18 AM »

บทความ : จอน

https://www.facebook.com/KajohnyosChoketanasret/posts/2702776293301770?__xts__%5B0%5D=68.ARB9wPJfMI1VKc5lyI9MRba_jCeFbZsWWEOUjVdD4Vhs-H1Es5ZIZLsZ4eoQrSRQRESPfwzWYTq-lTZUAD6Z0xxVUH7Wdswiw5WywUzVtS6C0sgUqkD2doSA3F1SpnqbgaBmzBSHSQmyPBUECeTKCNAkgFdDoHnmcZdGfxTNxMmPiQmpFQjTWCDyEda5KR15if4uT4-EYBwOW0GkMuuEzazNV-BwKejgTDgV5K6njC08MXfGZbkRMBRUd4nDbihKW0n5_E3x1TjPfx2HMSQ_srnc8a9gewVOx380HqSRVLH3dTyFm5ehVhrko447nplyO6nIpzheroFY5A2kHg50OHMyb74h&__tn__=K-R

“❤🖤 ทุกสมการความสัมพันธ์ที่ไปต่อไม่ได้
มักจะมีคนที่พูดน้อยกว่า หรือไม่ค่อยพูดอะไร
แต่คนที่ไม่ค่อยพูดอะไร ไม่ได้แปลว่า เขาไม่เจ็บ
และคนที่ไม่พูดอะไรคนนั้น
ก็อาจจะเป็นคนที่เสียใจที่สุด….”

🧒🧒 30 พฤษภาคม 1992 ที่จังหวัดสมุทรปราการ เด็กหนุ่มคนหนึ่ง ถือกำเนิดขึ้นมาบนโลกที่แสนวุ่นวาย เขาเป็นลูกชายคนที่ 2 ของครอบครัว “อยู่เย็น” โดยมีคุณพ่อ มานพ อยู่เย็น และ คุณแม่ วรมล อยู่เย็น สองสามีภรรยาที่ช่วยกันดูแลลูกๆ เป็นอย่างดี
เด็กน้อยคนนั้น มีชื่อเล่นว่า “สตางค์” เพื่อให้พ้องกับพี่ชาย ที่มีชื่อเล่นว่า “สแตมป์”
ชื่อจริงของเขา คือ สารัช
คนที่พวกเรา แฟนบอลทีมชาติไทย คุ้นชื่อเล่นว่า “ตังค์”
ฉะนั้น นับจากบรรทัดนี้ ผมขออนุญาตเรียกเขาว่า “ตังค์”

🧒✏ “ตังค์” เริ่มต้นเรียนหนังสือที่โรงเรียนอนุบาลเจริญพงษ์ ภายในจังหวัดบ้านเกิด ก่อนย้ายไปอยู่โรงเรียนอัสสัมชัญ สมุทรปราการ ในระดับชั้นประถมศึกษา
❤⚽️ กีฬาฟุตบอล กับ เด็กชายสารัช รู้จักกันมาตั้งแต่เขาจำความได้ เพราะคุณพ่อของสารัช เป็นพนักงานของบริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคท จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทสื่อกีฬาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

🧒🧒 ช่วงประถมศึกษา สารัช เล่นฟุตบอลกับชมรมฟุตบอลกังสดาล ที่จังหวัดสมุทรปราการ และสร้างชื่อเสียงตั้งแต่อายุน้อยๆ ด้วยพรสวรรค์, ความชาญฉลาด และเบสิคที่ยอดเยี่ยม ก่อนย้ายไปอยู่โรงเรียนอัสสัมชัญ นครราชสีมา ช่วงมัธยมศึกษาตอนต้น โดยชื่อเสียงที่สั่งสมมานาน ก็ทำให้ไปเตะตา โรงเรียนอัสสัมชัญ ธนบุรี สถาบันการศึกษาที่ผลิตนักเตะชั้นยอดเข้าสู่ทีมชาติไทยมามากมาย นั่นทำให้ชีวิตในการเรียนของ สารัช อยู่เย็น ได้อยู่กับโรงเรียนอัสสัมชัญ ถึงสามที่ในสามจังหวัด (สมุทรปราการ, นครราชสีมา, ธนบุรี) 🤍❤
สารัช ในช่วงวัยเรียน ถือว่าเป็นเด็กดื้อสุดๆ เพราะเขาแทบพลีเวลาทั้งหมดให้กับฟุตบอล และเพื่อน จนไม่สนใจการเรียน โดย สารัช ติดศูนย์ทั้งหมด 43 ตัว ในช่วง ม.ปลาย ก่อนจะเรียนจบ โรงเรียนอัสสัมชัญ ธนบุรี หลังเพื่อนๆ
“แต่นั่นไม่สำคัญ เพราะเขามุ่งมั่นจะเป็นนักฟุตบอลอาชีพอยู่แล้ว ⚽️❤"

🇹🇭❤⚽️ วัย 17 ปี สารัช เริ่มสร้างชื่อเสียงให้กับตัวเองในระดับทีมชาติครั้งแรกด้วยการพา ทีมชาติไทย คว้าแชมป์อาเซียน ชุด ยู-19 เมื่อปี 2009 โดยชนะออสเตรเลีย ในการดวลลูกโทษของรอบชิงชนะเลิศ ซึ่งนั่นเป็นผลให้ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ทีมยักษ์ใหญ่ของเมืองไทยในสมัยนั้น ซึ่งคว้าแชมป์ลีก 3 ปีติดต่อกัน ตั้งแต่ดิวิชั่น 2, ดิวิชั่น 1 และ ไทยลีก (ปี 2007-2009) จัดการดึงตัว สารัช เข้าสังกัดด้วยคอนเนคชั่นระหว่าง “กิเลนผยอง” กับ “เจ้าสัวน้อย” ที่มีสัมพันธ์ดีงามกัน
🏆 ได้แชมป์กับทีมชาติไทย
⚽️ ได้อยู่สโมสรยักษ์ใหญ่ในเครือธุรกิจของสยามกีฬา
👨‍👦ความภาคภูมิใจที่ยิ่งใหญ่นี้ ไม่ใช่เกิดแค่กับตัวของเขา
แต่ยังเกิดกับคุณพ่อของ “เจ้าตังค์” ด้วย เพราะคุณพ่อของเขา เชื่อว่า การได้อยู่กับ เมืองทอง เจ้าตังค์จะได้รับการดูแลอย่างดีจากคุณลุงระวิ โหลทอง ประธานสโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ในขณะนั้น ซึ่งคุณลุงระวิ ที่เห็นเจ้าตังค์มาตั้งแต่เด็ก ก็รักและเอ็นดูเขา ไม่ต่างจากลูกหลานคนหนึ่ง

💚💚 ปี 2010 สารัช ในวัยเพียง 18 ปี ถูกปล่อยตัวสู่ “กิเลนทะเลใต้” ภูเก็ต เอฟซี ในลีกดิวิชั่น 2 โซนภาคใต้ แบบยืมตัวพร้อม ชาคริต ระวันประโคน และ อดิศักดิ์ ไกรษร โดยมีกุนซือใหญ่อย่าง “ขงเบ้ง” อ.อาจหาญ ทรงงามทรัพย์ คอยขัดเกลาศาสตร์ลูกหนัง และด้วยการเล่นที่ชาญฉลาดในแดนกลาง โดดเด่นทั้งรุก และรับ มีความคล่องตัว และครอบครองบอลได้ดี ทำให้สารัช ยึดตัวจริงได้ไม่ยากในลีกภูมิภาค
“ที่ภูเก็ต ผมอายุแค่ 18 ปีเอง ผมพัฒนาขึ้นมากเลยนะ ในเรื่องความเข้าใจเกม ได้ประสบการณ์ และได้ความแข็งแกร่ง เพราะบอลภาคใต้เล่นกันหนัก”
💚🏝 แค่ปีแรกเท่านั้น สารัชก็ช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ลีกดิวิชั่น 2 โซนภาคใต้มาครอง ก่อนเลื่อนชั้นสู่ดิวิชั่น 1 ในฐานะรองแชมป์ รอบ แชมเปี้ยนส์ ลีก และปีต่อมา สารัช ยังคงถูกยืมตัวต่อเนื่องกับภูเก็ต แต่ในลีกที่แข็งแกร่งขึ้นอย่าง ดิวิชั่น 1 เมื่อปี 2011
🙃🙃 แม้จะได้พัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่องในลีกรอง
แต่ ปี 2011 ก็เป็นปีที่เขาต้องพบกับความผิดหวัง และเสียใจที่สุดในชีวิตครั้งหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกของมนุษย์ มีพบย่อมมีจาก มีสุขก็ย่อมมีทุกข์
ผลงานของสโมสร กับ ภูเก็ต เอฟซี เขาทำได้เพียงเกือบพาทีมเลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุด แต่มาแผ่วปลายในช่วง 7-8 นัดสุดท้าย ทำให้จบอันดับ 9 ของตาราง ดิวิชั่น 1 ฤดูกาล 2011

จากนั้น ในเดือนพฤศจิกายน สารัช อยู่ในทีมชาติไทย ชุดตกรอบแรก ซีเกมส์ 2011 ที่ประเทศอินโดนีเซีย ชนิดที่แพ้ 3 เกมในรอบแรก (แพ้ มาเลเซีย, แพ้ อินโดนีเซีย และ แพ้ สิงคโปร์) แน่นอนว่า นักเตะชุดนั้น กดดัน บีบคั้น และถูกวิจารณ์อย่างมากจากแฟนบอลไทย
ซึ่งในระหว่างที่เขากำลังรับใช้ชาติในทัวร์นาเมนต์ ซีเกมส์ 2011 คุณพ่อของสารัช ในวัย 47 ปี ก็ล้มป่วยอย่างหนัก ก่อนที่ฝนจะร่วงหล่นจากฟากฟ้า และพาคุณพ่อของสารัช (มานพ อยู่เย็น) ไปสู่สวรรค์ในวันสุดท้ายของปี 2011
''พ่อผมเค้าไปสบายแล้ว ผมไม่อยากให้พ่อเป็นห่วงครอบครัว เป็นห่วงแม่ เป็นห่วงน้อง ผมเองก็ทำใจได้แล้ว เพราะไม่อยากให้พ่อต้องทนทรมาน ก็จะคิดถึงพ่อเสมอๆ และก็จะเป็นคนดูแลแม่ ดูแลครอบครัวแทนพ่อเองครับ'' 👨‍👦👨‍👦
นี่คือคำมั่นสัญญาจากลูกผู้ชายอย่าง สารัช อยู่เย็น ในวัย 19 ปี ที่ยังไม่รู้ว่า สุดท้ายแล้ว เขาจะไปได้ไกลถึงไหน แต่เขาจะพยายามไปให้ไกลที่สุด
เขารู้ว่า คำสัมภาษณ์นี้ คุณพ่อคงไม่ได้ยิน
แต่มันไม่ใช่คำสัมภาษณ์ลอยๆ
เขาเชื่อว่า ใครสักคนคงรับรู้ โดยที่ไม่ต้องได้ยิน
และรับฟังสารที่เขาอยากสื่อด้วยรอยยิ้มจากที่ใดสักแห่งข้างบนนั้น 👨‍👦👨‍👦

❤🖤 ปี 2012 สารัช ในวัย 20 ปี ถูกเรียกขึ้นชุดใหญ่กิเลนผยอง และเป็นหนึ่งในนักเตะที่กุนซือ สลาวิซ่า โยคาโนวิช ใช้งาน โดยปีดังกล่าว เมืองทอง คว้าแชมป์ไทยลีกได้แบบไร้พ่าย ซึ่งตัวสารัชเอง ก็คิดว่าเขาพร้อมแล้วสำหรับการเดินหน้าล่าความสำเร็จต่อเนื่องกับสโมสรแห่งนี้ ที่เขาอยากตอบแทนทุกสิ่งอย่าง ด้วยฝีเท้า
แต่ความฝันทุกอย่างก็มลายหายไป เมื่อเขาถูกปล่อยตัวอีกครั้งไปอยู่กับ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ในรูปแบบการยืมตัวในศึกดิวิชั่น 1
“ผมเสียดายมาก เพราะคิดตลอดว่า ยังไงก็ได้ไปต่อกับทีมชุดใหญ่แน่ๆ แต่สุดท้ายต้องย้ายไปโคราช ที่มี อ.อาจหาญ คุมทีม ผมไม่ได้ซีเรียสว่าจะต้องเล่นดิวิชั่น 1 เลยนะ แต่ตอนนั้นผมเสียดายโอกาสที่จะได้เล่น เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก เพราะมันเป็นหนึ่งในความฝันของผมเลย”

🧡🧡 ปี 2013 สารัช อยู่เย็น ย้ายไปอยู่ “สวาทแคท” แบบไม่ทันตั้งตัว ทั้งที่ปรีซีซั่นกับ “กิเลนผยอง” ไปสักระยะแล้ว แม้จะดูเหมือนไม่เต็มใจเท่าไรนัก แต่สารัชก็แสดงให้เห็นว่า เขามีความเป็นมืออาชีพ บวกกับความต้องการพิสูจน์ตัวเองเพื่อให้ประตูสู่รั้วกิเลนผยองเปิดขึ้นอีกครั้ง
สารัช กลายเป็นตัวหลักของทีมสวาทแคททันที และต่อเนื่องในยุค คาซูโอะ คัมเบะ กุนซือที่ให้โอกาสเขาสัมผัสกับคำว่า “กัปตันทีม” ทีมอาชีพครั้งแรกในชีวิต
“ผมได้ประสบการณ์เพียบจากโคราช ผมต้องเล่นภายใต้คนดูที่เยอะมากๆ ทำให้มีสมาธิกับเกมมากขึ้น และสิ่งสำคัญคือการที่คัมเบะให้ผมเป็นกัปตันทีม ทำให้ผมได้เรียนรู้การเป็นผู้นำ เอาจริงๆ ผมโคตรเกร็งเลย เพราะผมถูกยืมตัวมา แถมอายุยังน้อย แต่ได้เป็นกัปตัน ทั้งที่มีตัวเก๋าอย่าง อนนท์ บุญสุโข และพี่ท็อป (ไกรเกียรติ เบียดตะคุ) อยู่ในทีม”
“แต่พี่ๆ เค้าก็ดี บอกให้ผมเล่นเต็มที่ ไม่ต้องเกรงใจ ให้เกียรติซึ่งกันและกัน ในสนามเราเป็นผู้นำ แต่นอกสนามก็เป็นพี่เป็นน้องเหมือนเดิม”
แม้ไม่สามารถทำให้สวาทแคทได้เลื่อนชั้นได้ในปี 2013
แต่เขาก็ได้รับตำแหน่งกองกลางยอดเยี่ยมของศึก ยามาฮ่า ลีก วัน ปีดังกล่าว และนั่นก็ทำให้เขากลับมาอยู่ในแผนการทำทีมของเมืองทองอีกครั้งในยุคของ สกอตต์ คูเปอร์ ในปี 2014 ซึ่งนั่นคือจุดเริ่มต้นของ “ตำนาน” 💪💪

❤🖤 นับตั้งแต่ปี 2014 สารัช อยู่เย็น เป็นตัวหลักของ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด พร้อมทั้งลงเล่นครบ 100 นัดไปตั้งแต่เมื่อเดือนกรกฎาคม ปี 2018 ก่อนจะกลายเป็นกัปตันทีมของสโมสรในเวลาต่อมา โดยคว้าแชมป์ ไทยลีก กับ “กิเลนผยอง” ได้เมื่อปี 2016 และคว้าแชมป์ ลีก คัพ ได้เมื่อปี 2016 และ ปี 2017 🏆🏆
ซึ่งไม่ว่าจะเปลี่ยนแปลงกุนซือกี่คน
ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่เดือนกี่ปี
เขาก็ยังเป็นเบอร์ต้นๆ ในแดนกลางของทีม จนแทบจะกลายเป็นสัญลักษณ์ของทีม
✌✌ และไม่ว่าจะเกิดปัญหาใดๆ
สารัชก็ยังเป็นสารัช
เขาจะตอบโต้ทุกอย่างที่เข้ามาท้าดวลหัวใจ ด้วยลุคที่นิ่ง เงียบ มุ่งมั่น ถ้าเป็นนักมวยก็คงเป็นสไตล์ "พูดน้อย ต่อยหนัก"

🦵🦵 ปี 2017 สารัช บาดเจ็บหนักที่ข้อเท้า จนต้องเข้ารับการผ่าตัด และมีการดามเหล็กไว้ในข้อเท้า จนห่างหายจากสนามไปเกือบ 1 ปี เต็ม แต่เขาก็กลับมาได้ โดยหลังบาดเจ็บเพียงไม่กี่เดือน ก็มีภาพสารัชพยายามทำกายภาพอย่างหนัก เพื่อให้กลับมาสมบูรณ์โดยเร็วที่สุด
“และเขาก็กลับมาได้อย่างสมบูรณ์อีกครั้ง
สมบูรณ์ในแบบที่ไม่มีความแหยงให้เห็น
ทั้งที่ข้างในข้อเท้า ก็ยังมีความรู้สึกเจ็บปวดในบางครั้ง”

🦯🦯 ปี 2018 สารัช ตกเป็นข่าวต้องการย้ายออกจากทีม และมีสภาพจิตใจย่ำแย่ในช่วงเวลาหนึ่ง หลังเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เริ่มปล่อยนักเตะชุดดรีมทีม 2016 ออกจากทีมไปทั้งใน และต่างประเทศ ทั้งแบบขายขาด และยืมตัว นำโดย ชนาธิป สรงกระสินธ์, ธีรศิลป์ แดงดา, กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์, ธีราทร บุญมาทัน ฯลฯ
ทำให้เขากลายเป็นซีเนียร์ของทีม และเป็นความคาดหวังของแฟนบอล แต่เมื่อคาดหวังมาก ก็เจ็บมาก โดยในเดือนกรกฏาคม 2018 เหตุการณ์แฟนบอล “ปาธง” ไปใกล้ๆ ตัวของสารัช อยู่เย็น ขณะเดินไปขอบคุณแฟนบอลหลังจบเกม ที่สนาม ลีโอ สเตเดี้ยม ที่ เมืองทอง บุกแพ้ บีจี พียูฯ 1-3 กลายเป็นเรื่องราวที่ถูกกล่าวถึงในโลกโซเชี่ยลอย่างมาก ซึ่งตอนนั้น แฟนบอลบางส่วนตั้งคำถามถึงความกระตือรือร้นของสารัช จนมีผลถึงขั้น มีข่าวว่าเขาอยากย้ายทีม
“แต่ทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยดี โดยที่เขาแทบไม่ตอบโต้ใดๆ เลย สารัช กลับมาอยู่ในจุดที่ทุกคนรักเหมือนเดิม
จากผลงานในสนาม ที่ลงเล่นด้วยความมุ่งมั่น และทำผลงานได้ดีเยี่ยมอีกครั้ง อย่างที่แฟนบอลทีมอื่นๆ ยังชื่นชม”

🇹🇭❤⚽️ ในส่วนของทีมชาติไทย เขาก็สร้างชื่อเสียงไว้อย่างมาก นับตั้งแต่คว้าอันดับที่ 4 ศึกฟุตบอล เอเชี่ยนเกมส์ 2014 ที่เมืองอินชอน ประเทศเกาหลีใต้, คว้าแชมป์ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2014 ก่อนจะกลายเป็นกัปตันทีมชุดแชมป์ ซีเกมส์ 2015 ที่ประเทศสิงคโปร์ และคว้าแชมป์อาเซียนอีกสมัยในปี 2016 จนปัจจุบัน เขาก็เป็นมิดฟิลด์ตัวโฮลดิ้งบอล เบอร์หนึ่ง ของ อากิระ นิชิโนะ ในทีมชาติไทย ชุดใหญ่
ตลอดเวลาที่ผ่านมา ไม่ว่าจะร้อน หนาว ฝน เจอเรื่องใดๆ ก็ตาม สารัช อยู่เย็น ลูกหม้อแท้ๆ ของสโมสร ที่ก้าวมาเป็น “กัปตันตังค์” ได้อย่างน่าภาคภูมิใจ มีข่าวย้ายทีมหลายครั้ง ทั้งในประเทศไทย และในต่างประเทศ แต่มันไม่เคยเกิดขึ้นสักที จนใครต่อใครก็คิดว่า มันอาจจะไม่เกิดขึ้นแล้วจริงๆ ในการที่จะได้เห็น สารัช สวมชุดอื่นของทีมในไทยลีก
ในส่วนของต่างประเทศ สารัช เคยตกเป็นข่าวกับ เลสเตอร์ ซิตี้ หลังจากคว้าแชมป์ ซีเกมส์ 2015 ในฐานะกัปตันทีม โดยมีรายงานจาก “ฟุตบอลแชนแนลดอทเอเชีย” ที่มีเนื้อหาของข่าว อ้างว่า ไนเจล เพียร์สัน กุนซือใหญ่ของ เลสเตอร์ ซิตี้ ในขณะนั้น ได้มีโอกาสชมเกมทีมชาติไทยผ่านทางโทรทัศน์ และประทับใจฟอร์มการเล่นของ “เจ้าตัง” ที่ถูก ESPN ยกให้เป็น ชาบี อลอนโซ่เมืองไทยอย่างมาก แต่ภายหลังเรื่องนี้ ก็ได้รับการปฏิเสธจากสโมสร "สุนัขจิ้งจอก" แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า มันได้สร้างความฮือฮาอยู่ช่วงหนึ่งเลยทีเดียว

จากนั้น สารัช ก็มีข่าวกับทั้ง ยะโฮร์ ดารุล ต๊ะซิม และ ปาหัง สองทีมดังจากดินแดนเสือเหลือง มาเลเซีย โดยมีข่าวว่า เตงกู อัลดุลลาห์ เจ้าชายแห่งรัฐปาหัง ประธานสโมสร ปาหัง และ “ตุนกู อิสมาอีล สุลต่าน อิบราฮิม” เจ้าชายแห่งรัฐยะโฮร์ ประธานสโมสร ยะโฮร์ ดารุล ต๊ะซิม พร้อมทุ่มเงินแข่งกันเพื่อแย่งตัว สารัช อยู่เย็น ให้ย้ายจากเมืองทอง ไปล่าเงินริงกิตที่มาเลเซียลีก
ก่อนที่ช่วง 1-2 ปีนี้ สารัช ตกเป็นข่าวหนาหูหลายครั้งกับทีมในระดับ เจ ลีก รวมถึง ลีกมาเลเซีย แต่จนแล้วจนรอด ก็ไม่มีอะไรที่จบลงอย่างจริงจัง
สารัช ยังได้สวมปลอกแขน “กิเลนผยอง” และลงสนามครบทั้ง 4 นัด ในซีซั่น 2020 ของไทยลีก ก่อนจะมีสถานการณ์ โควิด-19 เกิดขึ้น จนทำให้ไทยลีก หยุดการแข่งขันมาเข้าเดือนที่ 3 แล้ว
"ทุกอย่างมันทำท่าจะเหมือนเดิม
เมื่อฟุตบอลไทยลีกกลับมาปกติ
เราก็จะได้เห็น สารัช ในชุด กิเลนผยอง อีกครั้ง"

👨‍👦👨‍👦 เดือนมีนาคม 2020 แฟนคลับของ “เจ้าตังค์” ต่างแสดงความยินดี เมื่อ สารัช อยู่เย็น ประกาศผ่านอินสตาแกรมว่า ตัวเองกำลังจะเป็นพ่อคน หลังจากภรรยาตั้งครรภ์ลูกน้อยเป็นเวลา 11 สัปดาห์แล้ว
เขาจะได้เป็นคุณพ่อแล้ว ในวันที่ทำหน้าที่ลูกชายได้อย่างสมบูรณ์แบบตามที่เคยสัญญาเอาไว้กับคนบนฟ้า

👨‍👩‍👦‍👦👨‍👩‍👦‍👦 ต้นเดือนพฤษภาคม 2020 สารัช อยู่เย็น ได้ฤกษ์เปิดร้านคาร์แคร์ร่วมกับครอบครัว เพื่อต่อยอดรายได้ที่เขาได้รับ ในธุรกิจที่เขาชื่นชอบ
❤ มีหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่กับสโมสรที่ยอดเยี่ยม
❤ มีลูกน้อยที่กำลังจะถือกำเนิดบนโลกที่แสนวุ่นวาย
❤ มีธุรกิจส่วนตัว
❤ มีคนรักมากมาย
❤ มีครอบครัวที่ดี
อะไรจะดีไปมากกว่านี้....
"แต่อนาคตไม่เคยแน่นอน
ความแน่นอน ไม่เคยมีอยู่จริง
ใครที่คิดว่า อนาคตมันแน่นอน ชีวิตมันแน่นอน
นั่นคือ เขาไม่ยอมรับความจริง
เพราะความแน่นอน ไม่เคยมีอยู่จริง"

ปลายเดือนพฤษภาคม ก่อนวันเกิดครบ 28 ปีของ สารัช อยู่เย็น เพียง 4 วัน เขาเปิดตัวร่วมทีม บีจี พียู ทีมร่วมไทยลีก หลังจากตกเป็นข่าวมาหลายวัน ปิดฉากความสัมพันธ์กับ "กิเลนผยอง" ที่เขาอยู่มานานกว่า 10 ปี ตั้งแต่สมัยเยาวชน
นี่จะเป็นวันเกิดครั้งแรกของเขา
นับตั้งแต่เป็นนักฟุตบอลอาชีพ
ที่จะไม่ได้อยู่กับสโมสร เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด

🙂🙂 ร่องรอยความสุข และความทรงจำในอดีต ระหว่าง สารัช และ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ยังมีอยู่แน่นอนครับ
ทั้งในหัวใจของผู้บริหาร, ทีมงาน, สต๊าฟฟ์ และนักเตะของสโมสร
ทั้งในหัวใจของแฟนบอล “กิเลนผยอง”
และในหัวใจของ สารัช อยู่เย็น
แม้เขาจะไม่ค่อยพูดอะไรก็ตามที
“ทุกสมการความสัมพันธ์ที่ไปต่อไม่ได้
จะมีคนที่พูดน้อย หรือไม่ค่อยพูดอะไร
แต่คนที่ไม่ค่อยพูดอะไร ไม่ได้แปลว่า เขาไม่เจ็บ
และคนที่ไม่พูดอะไรคนนั้น
ก็อาจจะเป็นคนที่เสียใจที่สุด….”
ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม
ในฐานะแฟนบอลของทีมชาติไทย
ก็ขอให้เขาโชคดี กับทุกเส้นทางหลังจากนี้
ทั้งเส้นทางลูกหนังกับสโมสรใหม่
ทั้งเส้นทางชีวิตครอบครัวกับหน้าที่ใหม่ในฐานะคุณพ่อ
ทั้งเส้นทางธุรกิจกับร้านคาร์แคร์
"สิ่งที่เรารู้ คือ เราผ่านอะไรมาบ้าง
เราผ่านชีวิตมาแล้วกี่เดือน กี่ปี
แต่สิ่งที่เราไม่รู้เลย
คือ เราจะเหลือเวลาอีกนานแค่ไหน
จงจดจำทุกเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว
ในฐานะความทรงจำที่ดี
และทำวันนี้ ทำเวลาที่ยังเหลือให้ดีที่สุด ❤🙂"
“จอน”
26-05-2563
บันทึกการเข้า
KaRaKaSaNG
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +979/-200
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,249



| | |
« ตอบ #1 เมื่อ: พฤษภาคม 27, 2020, 10:59:48 AM »

ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
PeepoClub
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +365/-75
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,583



| | |
« ตอบ #2 เมื่อ: พฤษภาคม 28, 2020, 11:25:55 AM »

ขอบคุณครับ
+1 ที่เข้ามาอ่านครับ อ่านเพลินเลยผมเอามาเผื่อยังไม่ได้อ่านกันครับ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  




Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!