Thailandsusu Webboard
ตุลาคม 20, 2019, 11:47:57 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน Gallery เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: 5 ปรัชญา นิชิโนะ ยกระดับบอลไทย  (อ่าน 1470 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
biggie_101AV
Thailandsusu
Full Member
**

คะแนนความรัก: +151/-35
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,167


..................................................


| | |
« เมื่อ: สิงหาคม 30, 2019, 03:10:07 PM »

5 ปรัชญา นิชิโนะ ยกระดับบอลไทย

------------------------------------------
หลังจากที่ อากิระ นิชิโนะ โค้ชชาวญี่ปุ่น ประกาศตัดสินใจรับตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกทีมฟุตบอลทีมชาติไทยอย่างเป็นทางการวันที่ 1 กรกฎาคม 2562 ที่ผ่านมา

เชื่อว่าแฟนบอลไทย คงได้รู้จัก กิตติศักดิ์ ของกุนซือจากแดนซามูไร ไม่มากก็น้อย

ทั้งแง่ความสำเร็จในฐานะโค้ชฟุตบอล และ ความสามารถด้านงานบริหาร ในฐานะ ประธานเทคนิคฟุตบอลประเทศญี่ปุ่น

ในอีกด้าน อากิระ นิชิโนะ ยังถูกยกให้เป็น คนเจ้าระเบียบ ไม่ยอมผ่านเรื่องไหนไปง่าย,เฉียบแหลมในด้านการจัดการ และเป็น ผู้นำที่อ่อนน้อมถ่อม

จนทำให้ กองเชียร์ไทยมีความคาดหวังว่า วงการฟุตบอลไทย จะสามารถยกระดับมาตราฐานไปได้อีกขั้น

และ นี้ 5 ปรัชญาฟุตบอล ที่ผู้เขียนรวบรวมมาให้ผู้อ่านเพิ่มอรรถรสและความสนุก

ในการติดตามเชียร์ทีมชาติไทย ก่อนฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย นัดแรกที่ทีมไทยจะพบกับ เวียดนาม จะเริ่มขึ้นในวันที่ 5 ก.ย.นี้
____

1.ร่วมมือร่วมใจ
การทำงานเป็นทีม ดูเป็นปรัชญาที่ อากิระ นิชิโนะให้ความสำคัญมาโดยตลอด

ตั้งแต่ เขา เข้ามารับตำแหน่งหัวผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย

“ผมมาทำงานคนเดียว สิ่งสำคัญที่สุดคือผมต้องการความร่วมมือจากทุกฝ่าย ให้ช่วยสนับสนุนการทำงานทุกอย่างให้เป็นไปอย่างราบรื่น” กุนซือชาวญี่ปุ่นกล่าว

แถมพิเศษ ที่นี่ถือเป็นครั้งแรกที่ นิชิโนะ เดินทางมาทำงานนอกประเทศ ซึ่งงานที่ยาก และท้าทายมาก

ไอเดีย การจัดประชุมหารือร่วมกัน ทั้งผู้บริหารสโมสรสมาชิก และ โค้ชและสตาฟทีมชาติทุกชุด เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน
จึงเริ่มขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ

เห็นได้อย่างชัดเจน จากการจัดตารางดูทีมฟุตบอลแข่งขัน ชมการฝึกซ้อม และ ออกแบบโปรแกรมการฝึกซ้อมที่คิดและวิเคราะห์มาเป็นอย่างดี

ภายใต้เงื่อนไข เรื่องเวลา,การเก็บตัว และ ข้อมูลนักเตะไทยที่มีอยู่อย่างจำกัด

ทุกอย่างถูกดำเนินมาจนถึง ขั้นตอนลงมือทำ ด้วยการเตรียมทีมฝึกซ้อม

ในผลลัพท์ที่แสดงให้เห็นว่าไร้รอยต่อ ทั้งที่ทีมไทย อยู่ในสภาพไม่มีกุนซือถาวรมาตลอด 7 เดือนเต็มๆ

2.เป้าหมายมีค่า
อากิระ นิชิโนะ กล่าวว่า "เขารู้จักฟุตบอลไทยตั้งแต่สมัยที่คุมทีมญี่ปุ่นชุด ยู 23 ลุยโอลิมปิก 1996 และมีโอกาสพบกับทีมชาติไทย ในยุคดรีมทีมที่จังหวัดสุพรรณบุรี"

" ทีมไทยเป็นทีมที่มีศักยภาพ เทคนิคที่ดี และ อยากจะเห็นทีมชาติไทย ขึ้นไปอยู่ในระดับท็อปของเอเชีย จึงสนใจ ที่จะเข้ามาคุมทีมชาติไทยครั้งนี้ "

ตามมาด้วย การประกาศเป้าหมายระยะสั้นออกมาว่า ต้องกลับไปเป็นเจ้าอาเซียนให้ได้ก่อน

โดยการทำอันดับโลกให้เป็นทีมที่ดีที่สุดในอาเซียน ภายในปีนี้

เพื่อสร้างคืนความเชื่อมั่นและศรัทธาแก่ทุกฝ่าย ว่า ฟุตบอลไทยสามารถ

การประกาศวาจา เช่นนี้ แสดงให้เห็นว่า อากิระ นิชิโนะ ให้ความสำคัญกับเป้าหมายเป็นอย่าง และ ต้องยืนในหลักความเป็นจริงมากที่สุด

เพราะ เส้นทางกลับสู่เจ้าอาเซียนภายในปี 2562
คือ สิ่งที่ นิชิโนะ ได้วางแผนมาแล้วเป็นอย่างดีก่อนจะประกาศออกมา

นั่นคือ การกำราบ เวียดนาม,อินโดนีเซีย และ มาเลเซีย ชาติในย่านอาเซียน ที่ทีมไทยจะมีโปรแกรมพบกับทุกทีมในปีนี้แน่นอน

3.ภาวะผู้นำ
วินัย,ความเชื่อมั่นอันเต็มเปี่ยม,ความมุ่งมั่น และ การทำงานหนัก ถือเป็นสิ่ง ถูกพบได้เสมอ ตลอดการทำงานในฐานะ กุนซือช้างศึก ของ อากิระ นิชิโนะ

นิชิโนะ เลือกผู้ช่วยผู้ฝึกสอนเป็นที่เรียบร้อยจำนวน 5 ราย ในการเป็นทีมงานสตาฟฟ์โค้ช ลุยศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 2

เพื่อเตรียมพบกับทีมชาติเวียดนามและทีมชาติอินโดนีเซีย

โดยผู้ช่วยผู้ฝึกสอน 5 ราย ประกอบด้วยต่างชาติ 2 ราย

อีก 3 เป็นโค้ชผู้ช่วยโค้ชคนไทยอย่าง "โค้ชแบน" ธชตวัน ศรีปาน, "โค้ชจุ่น" อนุรักษ์ ศรีเกิด และ "โค้ชหระ" อิสสระ ศรีทะโร

พร้อมเผยสาเหตุสำคัญในการตัดสินใจเลือกผู้ช่วยของตัวเองในครั้งนี้ว่า

"ผู้ช่วยทั้ง 3 คนเป็นโค้ชที่มีความสามารถสูง รวมถึงมีความเป็นผู้นำ และเป็นคนหนุ่มรุ่นใหม่ที่ต้องการเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา จึงมั่นใจว่าเขาจะมาต่อยอดให้กับวงการฟุตบอลไทยได้ นี่จึงเป็นสาเหตุที่ผมเลือกเขาเข้ามาทำหน้าที่นี้"

นิชิโนะ ยังเป็นคนเลือกล่ามภาษาญี่ปุ่นชาวไทยอย่าง “ณฐกร เทียมกีรกุล” ด้วยตนเอง

โดย มอบหมายงานให้ผู้ช่วยทุกคนอย่างชัดเจน
ไม่แปลก ที่เราจะได้เห็นภาพ ของ ผู้ช่วยผู้ฝึกสอนทั้ง 3 คนซึ่งมีบทบาทหน้าที่ชัดเจน  รู้ว่าต้องทำอะไรบ้าง

4.บริหารจัดการภายใต้ความเป็นจริง
ความเป็นมืออาชีพ ด้านงานบริหารของ นิชิโนะ ถูกแสดงออกอย่างแจ่มชัด

จนนักฟุตบอลไทยที่มีรายชื่อ 33 คน ต้องให้ความสำคัญ

กุนซือแดนอาทิตย์อุทัย คำนึงถึงเกมการแข่งที่นักฟุตบอลคนนั้นๆลงสนามเป็นหลัก เพื่อยึดมาตราฐานให้ แข้งช้างศึกได้พักผ่อนกับครอบครัวอย่างเท่าเทียม

เห็นได้จาก อากิระ นิชิโนะ  เรียกรายงานนักฟุตบอลให้เดินทางเข้ามารายงานตัว 3 ช่วง

ชุดแรก จะเป็นผู้เล่นที่เสร็จสิ้นโปรแกรมการแข่งขัน ในวันที่ 24 สิงหาคม ที่ผ่านมา ประกอบไปด้วย นักเตะจาก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด , การท่าเรือ เอฟซี , ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด และ สมุทรปราการ ซิตี้ ซึ่งมีทั้งหมด 18 ราย
 
ชุดที่สอง วันที่ 28 สิงหาคม สำหรับผู้เล่นที่เสร็จสิ้นโปรแกรมการแข่งขัน ในวันที่ 25 สิงหาคม ประกอบไปด้วย จาก สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด , เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด , บีจี ปทุม ยูไนเต็ด และ ขอนแก่น เอฟซี จำนวน 11 ราย

และ ช่วงที่ 3 จะเป็นในส่วนของ 4 นักเตะที่ค้าแข้งต่างแดนอย่าง กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ , ธีราทร บุญมาทัน , ชนาธิป สรงกระสินธ์ และ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ที่จะตามมาสมทบ วันที่ 2 กันยายน 2561

เมื่อกำหนดการณ์ถูกออกแบบมาชัดเจน แถมให้ความสำคัญกับผู้เล่นเป็นหลัก

เราแฟนบอลจึงแทบไม่เห็น กรณี มารายงานตัวช้า,ตามสมทบบ้าง หรือแม้กระทั้งขอถอนตัว

เพราะ แต่ละคนจะได้เวลา 24 ชั่วโมงพักผ่อนเท่ากัน

นี้เป็นอีกการจัดการจากสายงานบริหาร ซึ่งนำประยุกต์ใช้กับงานเทคนิคฟุตบอลได้

บรรยากาศ นิชิโนะ เอฟเฟค ในแง่กระแสความตื่นตัวของนักเตะที่ติดทีมชาติไทยครั้งนี้

จึงเห็นได้จาก นักฟุตบอลได้รู้หน้าที่ของตัวเองมาซ้อมอย่างมืออาชีพ ไม่โอเอ้ มุ่งสมาธิที่การฝึกซ้อม 100 เปอร์เซนต์

ลงสนามตั้งวงเล่นลิงชิงบอลด้วยจริงจัง มีความกระตือรือร้น

เพื่อหวังติดทีมชาติไทย 23 คนสุดท้าย ด้วยการนำตัวเองเขาชนและเขาแลกกับโอกาสที่ไม่ได้ถูกสร้างไว้สำหรับทุกคน

5.เป็นตัวของตัวเอง
การฟัง ถือเป็นสิ่ง อากิระ นิชิโนะ ให้ความสำคัญเป็นอันดับหนึ่งสำหรับจ็อบคุมทีมชาติไทย

เขาละเอียดละอ่อนในการเลือก “ณฐกร เทียมกีรกุล” มาเป็นล่ามคู่ใจ ที่เปรียบเสมือนหูอีกข้างที่สำคัญมาก

"นิชิโนะ สอบถามเรื่องการใช้ชีวิตในเมืองไทย รวมไปถึงสังคมด้วย" ณฐกร กล่าว

อีกทั้งเขายังเป็นคนช่างสังเกต ผ่านบทสัมภาษณ์ของ "โค้ชโต่ย"ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย อดีตกุนซือชั่วคราวทีมชาติไทย ที่เผยว่า 

"นิชิโนะ" ทำงานละเอียด ซักข้อมูลนักเตะยิบ ทั้งเรื่องในสนาม ค้นกระทั่งบุคลิก-นิสัยใจคอ เปิดเทปขุดข้อมูลการเล่นเก่า"

แถมยังสามารถอ่านทางคนได้อย่างชัดเจน ผ่านการตอบคำถามสื่อ ด้วยคำพูดเฉียบแหลมว่า

"เราก็รู้จักกันเป็นอย่างดี ในฐานะโค้ช ซึ่งทางโค้ชเวียดนามก็แสดงให้เห็นแล้วว่า เขาเป็นโค้ชที่เก่งมากอีกคนหนึ่ง"

หลังถูก  ปาร์ค ฮัง-ซอ กุนซือเวียดนาม เล่นสงครามประสาท ด้วยชำแหละแผนการเล่น ของทีมชาติไทย และ เชิดชูว่า นิชิโนะมีประสบการณ์สูง แต่ไม่เคยทำทีมในฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก

ทั้ง การฟัง,การสังเกต และ การอ่าน สร้างให้ อากิระ นิชิโนะ เป็นโค้ชที่สไตล์เป็นตัวของตัวเอง

จนเชื่อได้ว่า ปรัชญาทั้ง 5 ข้อของ นิชิโนะ จะสามารถยกระดับวงการฟุตบอลไทยได้จริงๆ
-----------------------------------------
#บิ๊กแชมป์ Content Creator SPORTDesk.

#ช้างศึก #เชียร์ไทยใจเดียวกัน #TogetherAsOne #บอลไทย #ฟุตบอลไทย #นักฟุตบอลทีมชาติไทย #Thailand #Football #FAThailand #AsianQualifiers #FIFA2022 #ฟุตบอลโลก #บอลโลก #คัดบอลโลก #FIFAWorldcup #Qatar2022 #AFC #RiseBackUp #WorldCup #2022WCQ #FIFAWC
บันทึกการเข้า

Koragap
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +259/-390
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,766


| | |
« ตอบ #1 เมื่อ: สิงหาคม 30, 2019, 04:25:27 PM »

OK ครับ
บันทึกการเข้า
supakiat88
Sr. Member
****

คะแนนความรัก: +66/-36
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,880



เว็บไซต์
| | |
« ตอบ #2 เมื่อ: สิงหาคม 30, 2019, 04:44:21 PM »

ขอบคุณครับ รอดูผลงานครับ ^ ^
บันทึกการเข้า

นักปราชญ์ควรรู้ว่าเมื่อไหร่ควรหยุด
bungart
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +526/-353
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,369


| | |
« ตอบ #3 เมื่อ: สิงหาคม 31, 2019, 12:05:05 AM »

..ไม่รู้นะ ผมว่าไทยเราหลงทางมานาน เรามองแต่โค้ชบราซิล ยุโรป แต่ไม่เคยมองโค้ชจากเอเชียด้วยกันเลย ดูว่าวิถีวัฒนธรรมเราค่อนข้างคลายกัน แต่ต่างกันตรงความความจริงจังและความละเอียด เฟิร์สคอนแท๊กผมอ่านมาจากสื่อหลายสำนักผมว่านิชิโน๊ะ..ใช่..เลย ใช่สำหรับวางงานยาวๆ จากคัดเลือกบอลโลก ไปปรีโอลิมปิก ซีเกมส์ ซูซุกิคัพ..อยากเอาให้จบ อย่าพึ่งไปเร่งมากนัก ต้องชนะ ต้องชนะเท่านั้น..ผมอยากหวังบอลโลกอีก 4 ข้างหน้านู้น..อยากได้แม่ทัพที่เนียบๆแบบนี้..ใจเย็นๆ มองกันยาวๆ..อีกนิดนะได้โค้ชแบนไปช่วยแล้ว..เอาซิโก้ไปช่วย ยู23 อีกคนนะ..สุดกระดิ่ง ติ่วแมวแน่ๆเลย..สไตน์ละเอียดเหมือนกัน..
บันทึกการเข้า
thampitak su
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +826/-485
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 22,018



| | |
« ตอบ #4 เมื่อ: สิงหาคม 31, 2019, 06:25:45 AM »

เอาใจช่วย นิชิโน๊ะ
บันทึกการเข้า
etai
Sr. Member
****

คะแนนความรัก: +157/-160
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,808



| | |
« ตอบ #5 เมื่อ: สิงหาคม 31, 2019, 02:34:18 PM »

โอลิมปิค 1996  นิชิโนะ ทำมาแล้ว ญี่ปุ่น 1 - 0 บราซิล
ญี่ปุ่นตกรอบแรกแบบ ฉิวเฉียด มี 6แต้ม เท่ากัน 3ทีม บราซิล-ในจีเรีย-ญี่ปุ่น ญี่ปุ่นแพ้เพราะลูกได้เสียน้อยกว่าทีมอื่น และปีนี้ ไนจีเรียแชมป์
โดยผลการแข่งขันนัดแรก ชนะ 1-0บราซิล นัดสอง แพ้ 0-2ไนจีเรีย นัดสาม ชนะ 3-2ฮังการี

ยุคนั้น
บราซิล นำทีมโดย ริวัลโด,เบเบโต้,โรเบิรต์โต้ คาลอส,ดิด้า,ฟาบริโอ คอนเซเซา,จูนินโญ เปาลิสต้า และโรนัลโด เหยินใหญ่ใส่เบอร์18เป็นสำรอง คุมทีมโดย มาริโอ ซากาโร
ไนจีเรีย นำมาโดย คานู,เจเจ โอโคชา,อโมคาชี,ทาริโบ เวสต์,เซเลสติน บาบายาโร
ญี่ปุ่น นำทีมโดย นากาตะ,โชจิ โจ,มาเซโอโนะ,มาโกโตะ ทานากะ

บอกเลย นิชิโนะ ปะทะกับเทพ  ยุคปี 90s ทั้งนั้น ยังสามารถ ทำได้ถึง 6แต้ม เจอนักกว่าตอนนี้อีก
การวางแผน หยุดบราซิล อยากกว่าหยุดเวียดนาม เป็น100เท่าตอนนี้ เพราะแต่ละคนจะหยุดยังไง
ผมยังนึกไม่ออก เกมส์รุกบราซิล มีทุกอย่างและมหัสจรรย์ที่สุด เจาะกลาง ยิงไกล ริมเส้น  จังหวะ 1-1 ถ้าไม่เตะขาหรือดึงเสื้อยากที่จะหยุดได้
มาทุกทิศทางอ่านเกมส์อยากกว่าเจอลุงปาร์ค เป็นใหนๆ
บันทึกการเข้า
DrummerOat
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +72/-52
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,239



| | |
« ตอบ #6 เมื่อ: สิงหาคม 31, 2019, 03:30:40 PM »

แจ่ม
บันทึกการเข้า
Faroh-Air
ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย
ใช้คำไม่สุภาพ(งดตอบกระทู้30วัน) ครบ30วันให้PM แจ้งadmin
Hero Member
*

คะแนนความรัก: +196/-246
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,465


รักบอลไทย


| | |
« ตอบ #7 เมื่อ: สิงหาคม 31, 2019, 04:30:19 PM »

โอลิมปิค 1996  นิชิโนะ ทำมาแล้ว ญี่ปุ่น 1 - 0 บราซิล
ญี่ปุ่นตกรอบแรกแบบ ฉิวเฉียด มี 6แต้ม เท่ากัน 3ทีม บราซิล-ในจีเรีย-ญี่ปุ่น ญี่ปุ่นแพ้เพราะลูกได้เสียน้อยกว่าทีมอื่น และปีนี้ ไนจีเรียแชมป์
โดยผลการแข่งขันนัดแรก ชนะ 1-0บราซิล นัดสอง แพ้ 0-2ไนจีเรีย นัดสาม ชนะ 3-2ฮังการี

ยุคนั้น
บราซิล นำทีมโดย ริวัลโด,เบเบโต้,โรเบิรต์โต้ คาลอส,ดิด้า,ฟาบริโอ คอนเซเซา,จูนินโญ เปาลิสต้า และโรนัลโด เหยินใหญ่ใส่เบอร์18เป็นสำรอง คุมทีมโดย มาริโอ ซากาโร
ไนจีเรีย นำมาโดย คานู,เจเจ โอโคชา,อโมคาชี,ทาริโบ เวสต์,เซเลสติน บาบายาโร
ญี่ปุ่น นำทีมโดย นากาตะ,โชจิ โจ,มาเซโอโนะ,มาโกโตะ ทานากะ

บอกเลย นิชิโนะ ปะทะกับเทพ  ยุคปี 90s ทั้งนั้น ยังสามารถ ทำได้ถึง 6แต้ม เจอนักกว่าตอนนี้อีก
การวางแผน หยุดบราซิล อยากกว่าหยุดเวียดนาม เป็น100เท่าตอนนี้ เพราะแต่ละคนจะหยุดยังไง
ผมยังนึกไม่ออก เกมส์รุกบราซิล มีทุกอย่างและมหัสจรรย์ที่สุด เจาะกลาง ยิงไกล ริมเส้น  จังหวะ 1-1 ถ้าไม่เตะขาหรือดึงเสื้อยากที่จะหยุดได้
มาทุกทิศทางอ่านเกมส์อยากกว่าเจอลุงปาร์ค เป็นใหนๆ
อ่านแล้วมีความฮึกเหิมขึ้นมาทันที เมื่อไหร่จะถึงวันที่5เร็วๆ
บันทึกการเข้า

ถ้าทุกคนในชาติทุกภาคส่วนมีความสามัคคีกันแล้ว ฝันที่ไทยจะไปบอลโลกมันก็เกิดขึ้นได้
Doctor สลัม
อยากจะรวยจริงๆ
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +2594/-4038
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 52,787


หล่อไม่มาก แต่ท่ายากเฮียมีเยอะ


| | |
« ตอบ #8 เมื่อ: สิงหาคม 31, 2019, 10:32:47 PM »

จ้า
บันทึกการเข้า

ลมหายใจคือฟุตบอล
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  




Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!