Thailandsusu Webboard
สิงหาคม 22, 2019, 04:40:27 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน Gallery เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เพรสซิ่งๆอะไรก็เพรส....แล้วมันแบบไหนกัน  (อ่าน 1885 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
tonmania
Thailandsusu
Full Member
**

คะแนนความรัก: +338/-579
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 1,188



| | |
« เมื่อ: สิงหาคม 08, 2019, 10:18:58 AM »

โอกาสว่างๆในตอนเย็นไปนั่งชมเกมเด็กๆเยาวชน15ปีทีมชาติไทยคร่าวๆก็ประมาณเด็กมัธยมศึกษาปีที่3บ้านเรานี่แหละ จากหลายๆเกมเมื่อจบแมทต์ ผมก็แอบท่องไปฟังความคิดเห็นผู้คนทั้งในบอร์ดเรา แล้วก็ในเพจฟุตบอลต่างๆ ก็มีความคิดเห็นมากมายตามมุมมองของแต่ละคน บางคนก็ว่าทำไมเราไม่เลี้ยงจี้  ไม่มีตัวพลิก  ทำไมชอบคืนหลัง  ทำไมไม่โยนไปข้างหน้าเพื่อลุ้นทำประตู หรือนักเตะทุกคนต้องช่วยกันเพรสตลอดเวลา  ทีมไทยจะต้องเล่นเพรสซิ่งแดนบน  ทำยังไงทีมไทยถึงจะแก้เพรสซิ่งได้เป็นคำถามสำหรับใครหลายคนในบอร์ดนี้ตลอดเวลา  จนหลายคนอาจฉงนในใจว่าอะไรคือเพรสซิ่งกับแนวทางที่ทีมงานเอคโคโน่กำลังสร้างให้กับทีมนักเตะชุดยู15ที่กำลังผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศกับทีมมาเลเซียในวันพรุ่งนี้


ระบบการเพรสซิ่งในโลกฟุตบอลเริ่มเข้ามาในวงการกีฬาจากแนวคิดของอีตาโธมัส แพทริค กอร์แมน อดีตนักข่าวกีฬาผู้ผันตัวมาเป็นโค้ชริเริ่มความคิดนี้ขึ้นเมื่อปี1934ในการแข่งขันในรายการเนชันนัล ฮ็อคกี้ ลีก   โค้ชฮอกกี้น้ำแข็งซึ่งก็ไม่เกี่ยวกับฟุตบอลเลยแต่เป็นการกล่าวถึงวิธีการซึ่งนำไปสู่แนวคิดและรูปแบบการเล่นของเกมที่คุ้นเคยเมื่อก่อนทุกทีมล้วนลงมาตั้งรับในแดนตัวเองระหว่างที่ไม่ได้ครอบครองบอล อย่างไรก็ดี กอร์แมนเกิดสงสัยว่า มันจะเกิดอะไรขึ้นถ้าพวกเขาทำตรงข้าม ถ้าพวกเขาดันสูงขึ้นไปบีบเกมเพื่อไม่ให้คู่แข่งเปิดเกมรุก อืมส์นั่นสิครับมันจะเกิดอะไรขึ้นคิดอะไรแผลงๆอะไรแบบนั้น นำไปสู่การเล่นในแบบที่ต่างออกไปจากเดิมๆที่นำไปสู่ความสำเร็จในการขึ้นเกม จนมันถูกนำมาปรับใช้ในวงการฟุตบอลซึ่งก็มีรูปแบบแตกต่างกันออกไปอีกเช่นกัน


เอาง่ายๆอย่างทีมแชมป์ยุโรปทีมล่าสุดอย่างลิเวอร์พูล ความจริงใครติดตามผลงานคล็อปป์ช่วงแรกๆในการถ่ายทอดปรัชญาตัวเองให้ลูกทีมดูจะไม่เข้าที่เข้าทางมากนักว่าจะกดดันยังไงมันยังไม่ทำพร้อมกันทั้งระบบแรกๆเลยดูเหมือนจะยังไม่เวิร์กและการเคลื่อนที่มากมายขนาดนี้นำไปสู่อาการบาดเจ็บของนักเตะในทีมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้จนมีกระแสโจมตีระบบการเล่นว่าเสี่ยงต่อการให้นักเตะบาดเจ็บนั่นเองจะเห็นได้ว่านักเตะต้องฟิตมากกว่าปกติระบบถึงได้ผลดีรวมไปถึงนักเตะที่จะหมุนเวียนเพื่อความสดในเกมที่ถี่ยิบอย่างในปัจจุบัน



เจอร์เก้น คล็อปป์ กล่าวถึงวิธีการฝึกและถ่ายทอดแนวคิดเรื่องนี้ว่า “คุณต้องฝึกประสาทในการเคลื่อนที่ไปยังพื้นที่ที่แย่งบอลคืนได้ในทันทีหลังจากเสียบอล คุณต้องสอนจนกระทั่งมันกลายเป็นพฤติกรรมโดยธรรมชาติ” ซึ่งเราสามารถเห็นได้จากการนำมาใช้ในช่วงแรกๆที่บรรดาผู้เล่นยังทำได้ไม่ดีนักเพราะยังไม่เข้าใจแนวคิดและวิธีการที่คล็อบป์และทีมสต๊าฟของลิเวอร์พูลอยากให้เป็นจนกระทั่งเข้าฤดูกาลถัดมาทุกอย่างจึงเริ่มเข้าทางแต่ปัญหาความฟิตของผู้เล่นกลับเป็นปัญหาที่ตามมาอีกที


เซบาสเตีย เคห์ล อดีตกัปตันทีมดอร์ทมุนด์ลูกทีมของคล็อปป์ที่แขวนสตั๊ดไปเมื่อไม่นานที่ผ่านมาอธิบายผลการฝึกปฎิบัติว่าในช่วงเริ่มต้นนักเตะจะได้รับสัญญาณในการเริ่มเล่นเกมเพรสซิงแบบฉับพลัน แต่ครั้งต่อๆไปคุณจะพึ่งสัญญาณน้อยลง เพราะทุกคนรู้สึกถึงมันดีขึ้น อย่างไรก็ดีเขากล่าวว่าการเพรสซิ่งแบบนี้จำเป็นต้องมีนักเตะที่มีสไตล์การเล่นแบบนี้คนหนึ่งในทีม เมื่อเกมเข้มข้นมากขึ้น คุณจำเป็นต้องมีผู้เล่นที่ไม่เพียงแค่ไล่เพรสซิงสูงเพราะเข้าใจแท็คติค แต่เขาต้องเต็มใจวิ่งและแย่งบอลกลับมาตลอดเวลาด้วย


อย่างไรก็ดีแนวทางการเพรสซิ่งในแต่ละทีมก็มีรูปแบบแตกต่างกันออกไปตามแนวทางของแต่ละคนไม่ว่าจะที่มิลานในยุคอริโก้ ชาคคีซึ่งถือเป็นต้นแบบของฟุตบอลสมัยใหม่ มันคือระบบการเล่นที่ทุกคนในทีมวิ่งเข้าหาลูกบอลและไม่เข้าประกบคู่แข่งที่อยู่ไกลจากลูกบอลมันไม่ใช่การเพรสซิงแบบตั้งหน้าตั้งตาบีบกดดันเพื่อแย่งบอลกลับมา แต่มันคือการสร้างสภาวะในอุดมคติสำหรับการกดดันคู่แข่ง ผลลัพธ์ของแท็คติคนี้ทำให้ทีมที่เป็นฝ่ายครองบอลมีพื้นที่ให้เล่นน้อยลงแถมมีผู้เล่นน้อยกว่าฝ่ายตั้งรับอีกต่างหาก  หรือแม้กระทั่งแบบฉบับใหม่สุดๆกับตรรกะทีมจะเริ่มมีความเสี่ยงมากที่สุดนับตั้งแต่เสียการครอบครองบอลไปในวินาทีสุดท้ายเพราะทีมต้องเริ่มปรับแผนการเล่นทันทีของเป๊บ กวาร์ดิโอล่าเวอร์ชั่นบาร์ซ่าหรือในเวอร์ชั่นแมน ซิตี้ในปัจจุบันก็ยังคงปรับเปลี่ยนไปตามรูปแบบการเล่นที่เปลี่ยนไปเช่นกัน


แล้วในแบบฉบับไทยแลนด์เวย์ที่อยากให้มีเราอยากเห็นมันเป็นไปในรูปแบบไหนกัน? กับการแข่งขันแบบวันเว้นวัน บางทีเราก็ต้องทำความเข้าใจความฟิตของน้องๆ กับรูปแบบการเล่นจะให้สดใหม่ได้ทุกนัดก็คงเป็นไปไม่ได้ ยิ่งเพรสยิ่งหมายความว่าคุณต้องวิ่งมากกว่าเดิมใช้กำลังมากกว่าเดิมเป็นเท่าตัว  ก่อนจะด่าว่าเด็กน้อยบางทีผู้ชมอย่างเราก็ต้องเข้าใจรูปแบบให้มากๆเหมือนกันนะครับ



* 800px-Arrigo_Sacchi_-_Milan_AC_1988-89.jpg (90.58 KB, 800x450 - ดู 1475 ครั้ง.)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 08, 2019, 11:41:30 AM โดย tonmania » บันทึกการเข้า
paradize_9 level
Full Member
***

คะแนนความรัก: +106/-47
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,150



| | |
« ตอบ #1 เมื่อ: สิงหาคม 08, 2019, 11:11:11 AM »

+1 ขอบคุณครับ

ก็อย่างว่าครับ กรุงโรม ไม่ได้สร้างแค่คืนเดียว....

จะมีสักกี่คน ที่ทนรอ ทีมงานเอ็คโคโน่ และ น้องๆ รุ่นนี้เติบใหญ่ และประสบความสำเร็จได้...อย่างหวังใจ

คำพังเพย ที่ว่า "อดเปรี้ยว ไว้กินหวาน" คงต้องโดนงัดมาใช้บ่อยๆ แล้วแหละครับ...

ส่วนตัวผมเองนั้น ...รู้สึกดี ที่ได้รอ...เห็นการพัฒนา ของน้องๆ รุ่นนี้ ตั้งแต่รวมทีมไปเตะที่พม่า..เมื่อ เกือบ 2 ปีที่แล้ว

และได้รับรสถึง ความเปรี้ยว ที่ค่อยๆ น้อยลงไป ความหวาน หอม สด ใหม่ แบบจางๆ ค่อย ๆ โผล่ขึ้นมา ที่บริเวณปลายลิ้น แล้วละครับ.....


บันทึกการเข้า
etai
Sr. Member
****

คะแนนความรัก: +142/-144
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,690



| | |
« ตอบ #2 เมื่อ: สิงหาคม 08, 2019, 11:27:29 AM »

สำหรับผมแล้ว เป้าหมายคือเข้ารอบ 4ทีม ทั้ง u15,u19 ส่วนจะแชมป์ไม่แชมป์ แล้วแต่
เพราะการเข้ารอบรอบตัดเชือก ผมมองว่านี้คือ มาตราฐาน ที่ต้องทำและต้องรักษาไว้ให้ได้
เพราะดูอย่าง AFC u19  ขอนับเริ่ม จากปี 1980 ถึง 2018 แล้วกันเพราะบอลเอเซีย เริ่มมีมาตราฐาน
รวมแล้ว 20 ครั้ง
เกาหลีใต้ มากสุด 8ครั้ง และเข้ารอบรอง ถึง 5ครั้ง
ญี่ปุ่น แชมป์ครั้งเดียว และเข้ารอบรอง ถึง 9ครั้ง
สองชาตินี้ จะเข้ารอบรองประจำ เป็นมาตราฐาน

สิ่งที่อยากให้ u19 มีคือ สมาธิกับความฟิต
ส่วน u15 อยากเห็มากคือ ทักษะจับบอล ส่งบอลแม่นยำ แบบว่าโยนมายาวๆแล้วดูดลงพื้นได้แบบแนบเนียน

การเพลสซิ่ง ผมมองเป็นแทคติก มันจะเหมาะหรือไม่แล้วแต่ สถานการณ์ของแต่ละทีมที่เราเจอ
เพราะอย่างการเจอ บูรไน เราไม่จำเป็นต้องเพลส ก็ได้ แค่รับเป็นโซน ค่อยดักบอลแล้วรุกใส่ก็พอ
คือเด็กเราต้องเข้าใจเกมส์รูปแบบการเล่นและสถานการณ์แต่ละอย่าง ต้องเล่นแบบใด ต้องมีความหลากหลาย
บันทึกการเข้า
thon law
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +793/-1454
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,862


new world order


| | |
« ตอบ #3 เมื่อ: สิงหาคม 08, 2019, 11:54:08 AM »

ถ้าแบบนั้นเรายังไม่มีการเพิ่มแอดทิจูดและฟิตเนสให้รองรับกับระบบนี้เลย  ผมยังคิดว่าวิธีที่ดีคือให้สโมสรต้องสอนเด็กตามทีมชาติเหมือนภาคบังคับในทุกสโมสร เพราะคุณคงไม่หวังให้เจอช้างเผือกในทุกๆสนามใต้ทางด่วนหรอก ภาคบังคับต้องมี และสอนควบกับสไตล์สโมสรหรืออะไรก็แล้วแต่ เพียงต้องหาคนโค้ชชิ่งให้โค้ชสโมสรเข้าใจ และมีข้อมูลฟิตเนสตามที่ทีมชาติตั้งไว้ คนที่ดีลระหว่างสโมสรกับสมาคมนี่แหล่ะสำคัญ เก่งแต่อธิบายไม่รู้เรื่องก็ไลฟ์บอย
บันทึกการเข้า

how u live and how u fly , smiles u give and tears u cry , and all u touch and all u see , is all u life will ever be
BBLOVETT
Thailandsusu
Sr. Member
**

คะแนนความรัก: +248/-75
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,955


| | |
« ตอบ #4 เมื่อ: สิงหาคม 08, 2019, 12:32:37 PM »

+1 ครับ
บันทึกการเข้า
TONS@BallTHAI_ในฝัน
FAIR FOOTBALL THAI
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +839/-292
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,784


ไทยนี้รักสงบ แต่ถึงรบไม่ขลาด


เว็บไซต์
| | |
« ตอบ #5 เมื่อ: สิงหาคม 08, 2019, 01:20:32 PM »

เคยฟังบทสัมภาษณ์ ของโค้ชเอคโคโน่ u15 ทีมชชาติไทย ว่าเราต้องการนักเตะที่เล่นเป็นทีมได้ และมีทัศนคติไปในทิศทางเดียวกัน มากกว่านักเตะที่มีความสามารถสูงโดดเด่นแต่เล่นเป็นทีมได้ไม่ดี

เท่าที่ดูเด็กชุดที่ที่เอคโคโน่ดูแล พอวันไหนเล่นกันได้ตามที่ซ้อมกันมาระบบลงตัว รูปแบบจะลงตัวมาก แต่ถ้าวันไหนแก้ไขแท็คติกฝ่ายตรงข้ามได้ไม่ดี มันก็จะรวนไปหมด เพราะนักเตะชุดนี้จะไม่มีใครมีการเล่นโดดเด่นเป็นพิเศษ จะเล่นบอลตาม concept ที่วางที่ซ้อมมาและเติมจินตนาการต่างๆ ลงไปในการเล่นเอง เพราะนี้คือบอลเด็ก เค้าจะคาดหวังและเน้นรูปแบบมาก่อนผลการแข่งขัน

โดยเฉพาะเรื่องการเพลสซิ่ง รายการนี่ก็จะเล่นเพลสแดนบนตลอดเวลา เกือบทุกเกม เหมือนซ้อมกันมาแบบนี้ จะไม่มีการเปลี่ยนรูปแบบกลับไปกลับมา ซ้อมมาแบบไหนเล่นแบบนั้น ส่วนความผิดพลาดต่างๆ ทีมงานเค้าก็จะดูและแก้ไขเป็นจุดๆ และนำไปพัฒนาในนัดต่อๆ ไป
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 08, 2019, 07:45:30 PM โดย TONS@BallTHAI_ในฝัน » บันทึกการเข้า

bungart
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +519/-345
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,349


| | |
« ตอบ #6 เมื่อ: สิงหาคม 08, 2019, 04:38:03 PM »

เคยฟังบทสัมภาษณ์ ของโค้ชเอคโคโน่ u15 ทีมชชาติไทย ว่าเราต้องการนักเตะที่เล่นเป็นทีมได้ และมีทัศนคติไปในทิศทางเดียวกัน มากกว่านักเตะที่มีความสามารถสูงโดดเด่นแต่เล่นเป็นทีมได้ดี

เท่าที่ดูเด็กชุดที่ที่เอคโคโน่ดูแล พอวันไหนเล่นกันได้ตามที่ซ้อมกันมาระบบลงตัว รูปแบบจะลงตัวมาก แต่ถ้าวันไหนแก้ไขแท็คติกฝ่ายตรงข้ามได้ไม่ดี มันก็จะรวนไปหมด เพราะนักเตะชุดนี้จะไม่มีใครมีการเล่นโดดเด่นเป็นพิเศษ จะเล่นบอลตาม concept ที่วางที่ซ้อมมาและเติมจินตนาการต่างๆ ลงไปในการเล่นเอง เพราะนี้คือบอลเด็ก เค้าจะคาดหวังและเน้นรูปแบบมาก่อนผลการแข่งขัน

โดยเฉพาะเรื่องการเพลสซิ่ง รายการนี่ก็จะเล่นเพลสแดนบนตลอดเวลา เกือบทุกเกม เหมือนซ้อมกันมาแบบนี้ จะไม่มีการเปลี่ยนรูปแบบกลับไปกลับมา ซ้อมมาแบบไหนเล่นแบบนั้น ส่วนความผิดพลาดต่างๆ ทีมงานเค้าก็จะดูและแก้ไขเป็นจุดๆ และนำไปพัฒนาในนัดต่อๆ ไป
..น่าคิดครับ..ผมก็พึ่งทราบจากท่านเนี่ยล่ะว่าแอคโคโน ชอบเด็กหัวอ่อน เข้ากับทีมได้ ไม่ชอบประเภทดื้อรั้น ก็เป็นแนวคิดที่ต่างออกไปกว่าที่เราเคยสัมผัสมา ผมก็เป็นคนหนึ่งที่โพสถามในบอร์ดว่าทำไมเด็กมันดูแข็งๆ จับปุ๊บเห็นเพื่อนก็จ่าย หน้าเขตโทษไม่มีพลิก ไม่มีแหวกให้เห็นเลยใน3แมทแรก ดูแล้วมันไม่มีเสน่ห์ เหมือนกินข้าวอิ่ม แต่ยังต้องปิดท้ายด้วยของหวานอีกมันถึงจะจบ ..มาฟังแนวทางจากที่ท่านว่าก็น่าคิด ผมก็บอกแล้วว่าผมคนเชียร์ไม่ใช่เคไลเซนต์ไม่อาจรู้ได้ว่านี่มันเป็นมาอย่างไร..ท่านพูดถึงแนวคิดแอคโคโนมา..ผมเลยบอกว่ามันน่าคิด..เค้าชอบเด็กที่สอนได้ ประเภททำตัวเป็นน้ำที่ล้นแก้ว..เก่งเกินโค้ชไม่เอา..
บันทึกการเข้า
Doctor สลัม
อยากจะรวยจริงๆ
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +2571/-3945
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 52,079


หล่อไม่มาก แต่ท่ายากเฮียมีเยอะ


| | |
« ตอบ #7 เมื่อ: สิงหาคม 08, 2019, 09:41:48 PM »

ซะงั้น
บันทึกการเข้า

ลมหายใจคือฟุตบอล
Indy
Newbie
*

คะแนนความรัก: +12/-19
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 148


| | |
« ตอบ #8 เมื่อ: สิงหาคม 08, 2019, 09:44:39 PM »

+1 ครับ
+1 ขอบคุณครับ

ก็อย่างว่าครับ กรุงโรม ไม่ได้สร้างแค่คืนเดียว....

จะมีสักกี่คน ที่ทนรอ ทีมงานเอ็คโคโน่ และ น้องๆ รุ่นนี้เติบใหญ่ และประสบความสำเร็จได้...อย่างหวังใจ

คำพังเพย ที่ว่า "อดเปรี้ยว ไว้กินหวาน" คงต้องโดนงัดมาใช้บ่อยๆ แล้วแหละครับ...

ส่วนตัวผมเองนั้น ...รู้สึกดี ที่ได้รอ...เห็นการพัฒนา ของน้องๆ รุ่นนี้ ตั้งแต่รวมทีมไปเตะที่พม่า..เมื่อ เกือบ 2 ปีที่แล้ว

และได้รับรสถึง ความเปรี้ยว ที่ค่อยๆ น้อยลงไป ความหวาน หอม สด ใหม่ แบบจางๆ ค่อย ๆ โผล่ขึ้นมา ที่บริเวณปลายลิ้น แล้วละครับ.....



" จะมีสักกี่คน ที่ทนรอ ทีมงานเอ็คโคโน่ และ น้องๆ รุ่นนี้เติบใหญ่ และประสบความสำเร็จได้...อย่างหวังใจ " ไม่มีเลยครับแถมสมาคมก็ตามกระแสด้วย ตอนแรกให้คุมเยาวชน 4 ชุดจะได้ส่งไม้ต่อไปขึ้นไปรุ่นต่อรุ่น (ฟังแล้วเคลิ้ม) พอผลงานช่วงแรกไม่ดีตอนนี้เหลือให้คุม u15 ทีมเดียว
บันทึกการเข้า
Itaji KOM
Sr. Member
****

คะแนนความรัก: +60/-149
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 1,505


| | |
« ตอบ #9 เมื่อ: สิงหาคม 09, 2019, 07:46:52 AM »

เป็นห่วง
1. ความต่อเนื่อง ถ้าขึ้นไป 15+ แล้วจะทำไงต่อ เพราะ เอคโคโน่คุม u15
2.การฝึกรุปแบบนี้เป้นภาพกว้าง เพราะที่เห้นคือเฉพาะกลุ่มที่เอโคโน่ ทำ แล้วตาม รร สโมสรอื่น หล่ะ
บันทึกการเข้า
Faroh-Air
ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย
Sr. Member
****

คะแนนความรัก: +153/-159
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,978


รักบอลไทย


| | |
« ตอบ #10 เมื่อ: สิงหาคม 09, 2019, 02:07:33 PM »

ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า

ถ้าทุกคนในชาติทุกภาคส่วนมีความสามัคคีกันแล้ว ฝันที่ไทยจะไปบอลโลกมันก็เกิดขึ้นได้
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  




Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!