Thailandsusu Webboard
กุมภาพันธ์ 16, 2019, 06:43:37 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน Gallery เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: บิ๊กตู่ ชี้ประเทศอื่นฝุ่นเยอะกว่าไทยหลายเท่า  (อ่าน 1802 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
PTTrayong
Thailandsusu-VIP
Hero Member
***

คะแนนความรัก: +1938/-1011
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 19,748


| | |
« เมื่อ: มกราคม 30, 2019, 11:56:54 AM »



พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวช่วงหนึ่งระหว่างพบปะประชาชนชาวสระบุรีว่า วันนี้ได้นั่งเฮลิคอปเตอร์มา ทำให้รู้สึกเจ็บตา ซึ่งน่าจะเป็นเพราะสภาวะอากาศ ทั่วโลกเกิดการเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่เฉพาะประเทศไทย ในหลายประเทศมีค่าฝุ่นละอองมากกว่าเราหลายเท่า บางประเทศสูงถึง 400 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร แต่ของเราอยู่ที่ 50 – 70 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร อย่างไรก็ตามในการนั่งเฮลิคอปเตอร์มาในวันนี้นั้น เห็นว่ายังมีการเผาไร่นาอยู่ ซึ่งในทางกฎหมายแล้วทำไม่ได้ จึงขอฝากกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต.และท้องถิ่นให้ช่วยกันชี้แจงชาวบ้าน เพื่อให้เกิดความเข้าใจ ว่าการเผาซังตอข้าวนั้น ถือเป็นการสร้างมลภาวะเช่นกัน ดังนั้นเราควรใช้วิธีไถกลบและวิธีการอื่นๆ เราจะต้องไม่ทำให้ปัญหาขยายไปในพื้นที่อื่น


เครดิต: https://www.khaosod.co.th/politics/news_2149657
บันทึกการเข้า

PeepoClub
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +293/-68
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,371



| | |
« ตอบ #1 เมื่อ: มกราคม 30, 2019, 12:04:12 PM »

สมง สมองไปหมดแล้ว พวกคุณลองออกมาใช้ชีวิตแบบชาวบ้านเขาบ้างสิ จะได้รู้ว่าเขาเดือนร้อนกันแค่ไหน นโยบายบ้านเมืองมันจะได้มุ่งเน้นเพื่อคนในประเทศสักที ไม่ใช่เอื้อแต่นายทุน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 30, 2019, 12:06:21 PM โดย PeepoClub » บันทึกการเข้า
joker999
Jr. Member
**

คะแนนความรัก: +23/-16
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 465


| | |
« ตอบ #2 เมื่อ: มกราคม 30, 2019, 12:52:33 PM »

เกาหลีใต้ประกาศเรื่องฝุ่นเป็นภัยพิบัติไปแล้วตอนนี้  ระดับฝุ่นก็พอฯกันกับเรา  รัฐบาลถ้ายังห่วงภาพลักษณ์บ้าฯบอฯอยู่ก็พอเถอะ
บันทึกการเข้า
๊UD_ptlshop
Jr. Member
**

คะแนนความรัก: +53/-14
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 356


| | |
« ตอบ #3 เมื่อ: มกราคม 30, 2019, 01:03:49 PM »

คิดว่าเขาไม่ได้สนไหมอ่ะว่าประเทศไหนจะฝุ่นเยอะกว่า เขาสนมาตรการ วิธีการมากกว่าว่าท่านจะทำยังไงแก้ไขยังไง ป้องกันยังไง แต่นี่ไม่ทำห่าไรเลยโบ้ยโน่นนี่ไปเรื่อย
บันทึกการเข้า
พ่อน้องเอแคร์ PMT10
Full Member
***

คะแนนความรัก: +92/-102
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,171


| | |
« ตอบ #4 เมื่อ: มกราคม 30, 2019, 01:07:25 PM »

ใช่ครับมีตั้งหลายประเทศ  ไม่ต้องตกใจ   ว่าแต่ไทยขึ้นอันดับที่ 9 ของโลกหรือป่าวนะ 
บันทึกการเข้า
siamesecat
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +510/-427
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,701



| | |
« ตอบ #5 เมื่อ: มกราคม 30, 2019, 01:15:18 PM »

มีสองสามส่วน เราก่อสร้างเยอะมาก ทั้งถนน รถไฟฟ้า
และจำนวนรถในกทม ควรสนับสนุนรถ EV ให้มากที่สุดแบบจีน เค้าแก้ได้เพราะรถราชการเช่นรถโดยสารกลายเป็น EV หมดแล้ว
เครื่องยนต์สันดาปปล่อยควันพิษทุกชนิดควรงดขาย ไฮบริดก็ไม่เว้น
บันทึกการเข้า

What doesn't kill you makes you stronger, stronger
JDAM
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +369/-566
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,845



| | |
« ตอบ #6 เมื่อ: มกราคม 30, 2019, 01:45:48 PM »


กลัวเสียคะแนนเสียงมากกว่า ใกล้เลือกตั้งด้วยเลยไม่กล้าออกมาตรการอะไรที่มันจะกระทบต่อคะแนนเสียงตัวเอง เลยทำได้แค่แก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ

บันทึกการเข้า
pongonwon
เฮงซัง get out
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +576/-2119
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,414



| | |
« ตอบ #7 เมื่อ: มกราคม 30, 2019, 03:51:26 PM »

สมแล้วที่......
บันทึกการเข้า
พ่อน้องน้ำหวาน_MTUFC
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +681/-856
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,376


คนปากเกร็ด เชียร์เมืองทอง ยูไนเต็ด


| | |
« ตอบ #8 เมื่อ: มกราคม 30, 2019, 03:55:49 PM »


ผมชอบดูหนังเรื่องนี้...วิ่งๆๆเเบบพี่ตูน..ฮิฮิ
บันทึกการเข้า

pongonwon
เฮงซัง get out
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +576/-2119
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,414



| | |
« ตอบ #9 เมื่อ: มกราคม 30, 2019, 04:20:48 PM »

ข่าวปี59

ม.44 ปลดล็อค ‘ผังเมือง’ - ตั้งโรงงานได้ทุกพื้นที่
จับตาผุด ‘โรงไฟฟ้าขยะ’ ปลอด ‘อีไอเอ’
--------------------------------------------------
“บิ๊กตู่” สะบัดปากกาลงนามในประกาศ คสช.ยกเว้น “ผังเมืองรวม” ใน 5 กิจการ ภาคประชาสังคมกังวล เอื้อให้โรงไฟฟ้าขยะผุดขึ้นได้ในทุกพื้นที่ ด้าน เลขาฯ สผ.ยืนยัน มีกรอบ "ซีโอพี" ควบคุม

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้ารักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ออกคำสั่ง คสช. 2 ฉบับ เมื่อวันที่ 20 ม.ค.2559 โดยฉบับแรกให้ยกเว้นการบังคับใช้ผังเมืองรวมในกิจการบางประเภท ประกอบด้วย 1.โรงไฟฟ้า 2.โรงผลิตก๊าซซึ่งมิใช่ก๊าซธรรมชาติ ส่งหรือจำหน่วยก๊าซ 3.โรงงานปรับปรุงคุณภาพของรวม (โรงบำบัดน้ำเสีย/เตาเผาขยะ) 4.โรงงานคัดแยกและฝังกลบ 5.โรงงานเพื่อการรีไซเคิล

นอกจากนี้ ให้คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) กำหนดหลักเกณฑ์ และรายละเอียดของโครงการ หรือกิจการที่อยู่ในแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ.2558-2579 (พีดีพี2015) แผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก แผนบริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิง และแผนบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติ

สำหรับเหตุผลของการออกคำสั่ง คสช.เนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยประสบปัญหาความมั่นคงในการจัดหาพลังงาน และปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมซึ่งจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ไม่ว่าจะเป็นความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในอนาคต และปัญหาขยะล้นเมือง

"ความพยายามดังกล่าวกลับปรากฏข้อขัดข้องหรืออุปสรรคจากข้อกำหนดทางกฏหมายบางประการ จึงจำเป็นต้องระงับและแก้ไขข้อขัดข้องดังกล่าวเพื่อประโยชน์ในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศและความพร้อมในการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน" คำสั่ง คสช.ฉบับที่ 4/2559 เรื่องการยกเว้นการใช้บังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมสำหรับการประกอบกิจการบางประเภท ระบุ

สำหรับคำสั่ง คสช.อีกฉบับ คือฉบับที่ 3/2559 เรื่องการยกเว้นการใช้บังคับกฎหมายว่าด้วยการผังเมืองและกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ โดยให้ยกเว้นกฎหมายผังเมืองและกฎหมายควบคุมอาคารในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ รวมทั้งให้ยกเลิกข้อบัญญัติท้องถิ่นต่างๆ ที่เป็นข้อจำกัดของการห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน เคลื่อนย้าย และใช้หรือเปลี่ยนการใช้อาคาร

นางสุนีย์ ไชยรส รองประธานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย (คปก.) กล่าวว่า หลังจากคำสั่งมาตรา 44 มีผลบังคับใช้ จะสามารถสร้างโรงงานประเภทต่างๆ ตามที่ระบุไว้ในคำสั่งในพื้นที่ใดก็ได้ นั่นหมายความว่ากฎหมายผังเมืองที่ประชาชนพยายามผลักดันเพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมจะไม่มีความหมายอีกต่อไป โรงไฟฟ้าจะเกิดขึ้นได้ในพื้นที่สีอะไรก็ได้

"คำสั่ง คสช.นี้เป็นเรื่องที่อันตรายมาก เป็นการปลดล็อกครั้งใหญ่ของประเทศ คำถามที่ตามมาก็คือหลังจากนี้จะมีการยกเว้นการจัดทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ด้วยหรือไม่" นางสุนีย์ กล่าว

นางสุนีย์ กล่าวอีกว่า สำหรับคำสั่งฉบับที่ 2 ที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษนั้น ได้ยกเว้นอำนาจขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เรื่องการมีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจ ในขณะที่นโยบายดังกล่าวเกี่ยวข้องกับคนจำนวนมาก จึงเป็นเรื่องที่อันตรายอย่างยิ่งเช่นกัน

น.ส.ดาวัลย์ จันทรหัสดี นักวิชาการมูลนิธิบูรณะนิเวศ (Earth) กล่าวว่า ก่อนหน้านี้กฎหมายกำหนดไว้ว่าโรงไฟฟ้าทุกประเภทที่มีขนาดเกิน 10 เมกะวัตต์ จะต้องจัดทำอีไอเอ แต่ล่าสุดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ออกประกาศฉบับที่ 7/2558 ยกเว้นการจัดทำอีไอเอในโรงงานพลังงานความร้อนที่ใช้ขยะมูลฝอยเป็นเชื้อเพลิงทุกขนาด และจากคำสั่งมาตรา 44 ยิ่งทำให้สามารถสร้างโรงไฟฟ้าขยะขนาดใดก็ได้ในพื้นที่ใดก็ได้

"แม้ว่าจะเคยมีการปลดล็อกอีไอเอไปแล้ว แต่ในบางพื้นที่ก็ยังไม่สามารถสร้างโรงไฟฟ้าขยะได้ เนื่องจากมีกฎหมายผังเมืองควบคุมอยู่ แต่หลังจากนี้มีการปลดล็อคทุกอย่างหมดแล้ว”น.ส.ดาวัลย์ กล่าว

น.ส.ดาวัลย์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้มีความพยายามของทุนต่างประเทศที่จะเข้ามาตั้งศูนย์จัดการขยะครบวงจร ซึ่งภายในพื้นที่โครงการจะมีทั้งโรงงานรีไซเคิล โรงงานคัดแยกและฝังกลบ โดยผู้ประกอบการจะรับซื้อขยะเข้ามาคัดแยก ก่อนจะนำวัสดุบางอย่าง เช่น อะลูมิเนียม หรือยาง เข้าโรงหลอมเพื่อผลิตเป็นสินค้าชนิดใหม่ ส่วนกากที่เหลือก็ต้องนำไปฝังกลบ ซึ่งกระบวนการผลิตทั้งหมดได้รับการปลดล็อกพื้นที่จากคำสั่งมาตรา 44 ทั้งสิ้น

“หากศูนย์จัดการขยะครบวงจรมีพื้นที่โครงการขนาด 1,000 ไร่ และจัดตั้งอยู่ในชุมชนหรือพื้นที่เกษตรกรรม ถามว่าผลกระทบด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมจะรุนแรงขนาดไหน”น.ส.ดาวัลย์ กล่าว

นางรวีวรรณ ภูริเดช เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ยืนยันว่า การปลดล็อคผังเมืองนั้นไม่มีส่วนกับการจัดทำอีไอเอ โดยโครงการที่เข้าข่ายต้องจัดทำอีไอเอก็ยังคงต้องทำเช่นเดิม ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถทำอะไรได้อย่างเสรี

นางรวีวรรณ กล่าวอีกว่า แม้ว่าโรงไฟฟ้าขยะจะไม่มีการทำอีไอเอ แต่ยังต้องอยู่ภายใต้ประมวลหลักการปฏิบัติ หรือ ซีโอพี (Code of Practice : CoP) ที่เป็นชุดของมาตรการขั้นต่ำที่ได้ประมวลผลมาจากอีไอเอไว้อย่างรัดกุมแล้วว่าโรงไฟฟ้าเหล่านี้จะต้องมีข้อกำหนดใดบ้าง ซึ่งนับรวมถึงขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นที่ยังคงเป็นหนึ่งในเงื่อนไขประกอบการขออนุมัติอนุญาต

"แต่ซีโอพีก็ไม่ได้สามารถใช้ได้กับทุกกรณี เพราะในบางพื้นที่ที่มีความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อม อย่างพื้นที่อนุรักษ์หรือพื้นที่ที่เป็นวิกฤติ การก่อสร้างโรงไฟฟ้าขยะก็ยังคงต้องทำอีไอเออยู่เช่นเดิม" เลขาฯ สผ.กล่าว
--------------------------------------------------
http://www.greennewstv.com/?p=7986



--------------------------------------
ผลส่วนหนึ่งมาจาก การยกเว้น EIA นี้แหละครับ
บันทึกการเข้า
TONS@BallTHAI_ในฝัน
FAIR FOOTBALL THAI
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +815/-281
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,406


ไทยนี้รักสงบ แต่ถึงรบไม่ขลาด


เว็บไซต์
| | |
« ตอบ #10 เมื่อ: มกราคม 30, 2019, 04:29:41 PM »

ฝุ่นละอองส่วนนึง เกิดจากการเผาจากจังหวัดรอบๆ กรุงเทพ และไอเสียรถยนต์ที่ติดอยู่บนถนนนานขึ้นจากการก่อสร้างในเมือง แต่ฝุ่นที่เป็นฝุ่นโลหะแคสเมี่ยม ที่เป็นอันตรายกับร่างกายเรา มาตามลมที่มาจากจีนเป็นส่วนใหญ่ ถ้าใครมีแอปเช็ค จะเห็นว่าเวียดนามหนักกว่าเรามาก จริงๆ รัฐก็ควรมีมาตราการเร่งรัดแก้ไข้แบบภาพรวมบ้าง ตอนนี้เด็กป่วยเยอะมาก โดยเฉพาะโรคเกี่ยวกับหลอดลม ซึ่งลูกผมก็พึ่งออกจากโรงพยาบาลด้วยโรคที่เกิดจากเจ้าฝุ่นนี่แหละ
บันทึกการเข้า

pongonwon
เฮงซัง get out
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +576/-2119
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,414



| | |
« ตอบ #11 เมื่อ: มกราคม 30, 2019, 04:50:13 PM »



ที่5ละ
บันทึกการเข้า
PATRIOT of SIAM
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +235/-212
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,145


| | |
« ตอบ #12 เมื่อ: มกราคม 30, 2019, 04:55:53 PM »

ปกติ กทม ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องฝุ่นละอองนะ เพราะจะมีลมจากอ่าวไทยพัดเข้ามาตลอด

แต่เนื่องด้วยว่าปีนี้ ฤดูหนาวไม่มา แถมมีพายุโซนร้อนพัดผ่าน ทำให้กทม อุณหภูมิสูงขึ้น แต่ไม่มีลมพัดผ่านเข้ามา เลยทำให้ดูเหมือนแอ่งกะทะใบใหญ่ เหมือนเชียงใหม่

อันนี้ผมวิเคราะห์เองนะ
บันทึกการเข้า
paisamao
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +194/-782
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,628


| | |
« ตอบ #13 เมื่อ: มกราคม 30, 2019, 07:48:51 PM »


ผมชอบดูหนังเรื่องนี้...วิ่งๆๆเเบบพี่ตูน..ฮิฮิ
ชอบเม้นนี้จัง😆
บันทึกการเข้า
กล้วยทอด
บอลนอกแค่สะใจ บอลไทยอยู่ในสาย "เลือด"
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +831/-759
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,480


รักกันไว้เพราะเราคือ"คนไทย"


| | |
« ตอบ #14 เมื่อ: มกราคม 30, 2019, 08:57:24 PM »


ผมชอบดูหนังเรื่องนี้...วิ่งๆๆเเบบพี่ตูน..ฮิฮิ
ชอบเม้นนี้จัง😆
😷
บันทึกการเข้า

เซลล์โรงพิมพ์
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1130/-1815
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11,081



| | |
« ตอบ #15 เมื่อ: มกราคม 31, 2019, 08:37:10 AM »

ปกติ กทม ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องฝุ่นละอองนะ เพราะจะมีลมจากอ่าวไทยพัดเข้ามาตลอด

แต่เนื่องด้วยว่าปีนี้ ฤดูหนาวไม่มา แถมมีพายุโซนร้อนพัดผ่าน ทำให้กทม อุณหภูมิสูงขึ้น แต่ไม่มีลมพัดผ่านเข้ามา เลยทำให้ดูเหมือนแอ่งกะทะใบใหญ่ เหมือนเชียงใหม่

อันนี้ผมวิเคราะห์เองนะ
ปกติแล้วฝนจะตกสม่ำเสมอเลยไม่เกิดปัญหาฝุ่น แต่ช่วงนี้เป็นช่วงฤดูหนาวไม่มีฝนตกเลย แล้วดันมาตรงกับช่วงฤดูโครงการก่อสร้างของราชการไทยกระหน่ำกันเข้ามาช่วงนี้ทั้งการก่อสร้างถนนพระราม2ที่เห็นว่าเป็นจุดที่มีค่าฝุ่นละอองสูงที่สุดและงานก่อสร้างรถไฟฟ้าที่อนุมัติให้ก่อสร้างทั่วทุกสารทิศในกรุงเทพฯ ที่นี้พอมีโครงการก่อสร้างมากมายขนาดนี้แล้วฝนไม่ตกอีกก็เลยเป็นที่มีของฝุ่นที่มีค่าสูง

เรื่องระบบของราชการเกี่ยวกับโครงการก่อสร้างเค้าเป็นยังไงผมไม่รู้นะ แต่ผมสังเกตุมา4-5ปีแล้วพอปลายปีช่วงใกล้ปีใหม่ทีไรจะมีการก่อสร้างทุกที และจะยาวไปถึงต้นปีทุกครั้ง เคยบ่นอยู่ประจำพอคนออกไปต่างจังหวัดตอนปีใหม่ทีไรจะเจองานก่อสร้างอยู่ตลอด
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 31, 2019, 08:41:39 AM โดย เซลล์โรงพิมพ์ » บันทึกการเข้า
loeienter
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +164/-243
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 3,275



| | |
« ตอบ #16 เมื่อ: มกราคม 31, 2019, 10:09:30 AM »

ยางราคาตกก็เอาไปขายดาวอังคาร   น้ำท่วมก็จับปลามาขาย  ราคาพืชผลตกต่ำก็ไปปลูกอย่างอื่น  ผมไม่ทำแล้วใครจะทำ  ให้ลดราวาศอกเรื่องตรวจสอบนาฬิกา  ฝนตกเพราะตัวเองสวดภาวนา 

คือผมไม่ได้อคติใดๆนะครับ แต่ที่พูดออกมากลั่นกรองมาจากความสามารถของท่านที่เป็นผู้นำสูงสุดของประเทศนี้แล้วเหรอ
บันทึกการเข้า
331807
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +103/-201
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,227


กรูปรีพลัดถิ่น 132


เว็บไซต์
| | |
« ตอบ #17 เมื่อ: มกราคม 31, 2019, 09:10:47 PM »

ยางราคาตกก็เอาไปขายดาวอังคาร   น้ำท่วมก็จับปลามาขาย  ราคาพืชผลตกต่ำก็ไปปลูกอย่างอื่น  ผมไม่ทำแล้วใครจะทำ  ให้ลดราวาศอกเรื่องตรวจสอบนาฬิกา  ฝนตกเพราะตัวเองสวดภาวนา 

คือผมไม่ได้อคติใดๆนะครับ แต่ที่พูดออกมากลั่นกรองมาจากความสามารถของท่านที่เป็นผู้นำสูงสุดของประเทศนี้แล้วเหรอ
เต็มๆ
บันทึกการเข้า

กรูปรีพลัดถิ่น 132
tui
Sr. Member
****

คะแนนความรัก: +101/-671
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,721


Tui


| | |
« ตอบ #18 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2019, 02:16:31 AM »

ผมอาศัยอยู่เขตลาดกระบัง ตอนนี้ไม่สบายแล้วครับหายใจลำบาก พร้อมกับอาการเป็นหวัด
บันทึกการเข้า

บอลไทยน่ะติดตาม...แต่บอลนอกโปรดอย่าถาม...เพราะไม่รู้เรื่องจริงๆ..
Henry
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1074/-456
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,336


ส่งน้อง เฟ มา !!


| | |
« ตอบ #19 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2019, 10:30:31 AM »

ข่าวปี59

ม.44 ปลดล็อค ‘ผังเมือง’ - ตั้งโรงงานได้ทุกพื้นที่
จับตาผุด ‘โรงไฟฟ้าขยะ’ ปลอด ‘อีไอเอ’
--------------------------------------------------
“บิ๊กตู่” สะบัดปากกาลงนามในประกาศ คสช.ยกเว้น “ผังเมืองรวม” ใน 5 กิจการ ภาคประชาสังคมกังวล เอื้อให้โรงไฟฟ้าขยะผุดขึ้นได้ในทุกพื้นที่ ด้าน เลขาฯ สผ.ยืนยัน มีกรอบ "ซีโอพี" ควบคุม

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้ารักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ออกคำสั่ง คสช. 2 ฉบับ เมื่อวันที่ 20 ม.ค.2559 โดยฉบับแรกให้ยกเว้นการบังคับใช้ผังเมืองรวมในกิจการบางประเภท ประกอบด้วย 1.โรงไฟฟ้า 2.โรงผลิตก๊าซซึ่งมิใช่ก๊าซธรรมชาติ ส่งหรือจำหน่วยก๊าซ 3.โรงงานปรับปรุงคุณภาพของรวม (โรงบำบัดน้ำเสีย/เตาเผาขยะ) 4.โรงงานคัดแยกและฝังกลบ 5.โรงงานเพื่อการรีไซเคิล

นอกจากนี้ ให้คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) กำหนดหลักเกณฑ์ และรายละเอียดของโครงการ หรือกิจการที่อยู่ในแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ.2558-2579 (พีดีพี2015) แผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก แผนบริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิง และแผนบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติ

สำหรับเหตุผลของการออกคำสั่ง คสช.เนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยประสบปัญหาความมั่นคงในการจัดหาพลังงาน และปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมซึ่งจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ไม่ว่าจะเป็นความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในอนาคต และปัญหาขยะล้นเมือง

"ความพยายามดังกล่าวกลับปรากฏข้อขัดข้องหรืออุปสรรคจากข้อกำหนดทางกฏหมายบางประการ จึงจำเป็นต้องระงับและแก้ไขข้อขัดข้องดังกล่าวเพื่อประโยชน์ในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศและความพร้อมในการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน" คำสั่ง คสช.ฉบับที่ 4/2559 เรื่องการยกเว้นการใช้บังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมสำหรับการประกอบกิจการบางประเภท ระบุ

สำหรับคำสั่ง คสช.อีกฉบับ คือฉบับที่ 3/2559 เรื่องการยกเว้นการใช้บังคับกฎหมายว่าด้วยการผังเมืองและกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ โดยให้ยกเว้นกฎหมายผังเมืองและกฎหมายควบคุมอาคารในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ รวมทั้งให้ยกเลิกข้อบัญญัติท้องถิ่นต่างๆ ที่เป็นข้อจำกัดของการห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน เคลื่อนย้าย และใช้หรือเปลี่ยนการใช้อาคาร

นางสุนีย์ ไชยรส รองประธานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย (คปก.) กล่าวว่า หลังจากคำสั่งมาตรา 44 มีผลบังคับใช้ จะสามารถสร้างโรงงานประเภทต่างๆ ตามที่ระบุไว้ในคำสั่งในพื้นที่ใดก็ได้ นั่นหมายความว่ากฎหมายผังเมืองที่ประชาชนพยายามผลักดันเพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมจะไม่มีความหมายอีกต่อไป โรงไฟฟ้าจะเกิดขึ้นได้ในพื้นที่สีอะไรก็ได้

"คำสั่ง คสช.นี้เป็นเรื่องที่อันตรายมาก เป็นการปลดล็อกครั้งใหญ่ของประเทศ คำถามที่ตามมาก็คือหลังจากนี้จะมีการยกเว้นการจัดทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ด้วยหรือไม่" นางสุนีย์ กล่าว

นางสุนีย์ กล่าวอีกว่า สำหรับคำสั่งฉบับที่ 2 ที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษนั้น ได้ยกเว้นอำนาจขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เรื่องการมีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจ ในขณะที่นโยบายดังกล่าวเกี่ยวข้องกับคนจำนวนมาก จึงเป็นเรื่องที่อันตรายอย่างยิ่งเช่นกัน

น.ส.ดาวัลย์ จันทรหัสดี นักวิชาการมูลนิธิบูรณะนิเวศ (Earth) กล่าวว่า ก่อนหน้านี้กฎหมายกำหนดไว้ว่าโรงไฟฟ้าทุกประเภทที่มีขนาดเกิน 10 เมกะวัตต์ จะต้องจัดทำอีไอเอ แต่ล่าสุดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ออกประกาศฉบับที่ 7/2558 ยกเว้นการจัดทำอีไอเอในโรงงานพลังงานความร้อนที่ใช้ขยะมูลฝอยเป็นเชื้อเพลิงทุกขนาด และจากคำสั่งมาตรา 44 ยิ่งทำให้สามารถสร้างโรงไฟฟ้าขยะขนาดใดก็ได้ในพื้นที่ใดก็ได้

"แม้ว่าจะเคยมีการปลดล็อกอีไอเอไปแล้ว แต่ในบางพื้นที่ก็ยังไม่สามารถสร้างโรงไฟฟ้าขยะได้ เนื่องจากมีกฎหมายผังเมืองควบคุมอยู่ แต่หลังจากนี้มีการปลดล็อคทุกอย่างหมดแล้ว”น.ส.ดาวัลย์ กล่าว

น.ส.ดาวัลย์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้มีความพยายามของทุนต่างประเทศที่จะเข้ามาตั้งศูนย์จัดการขยะครบวงจร ซึ่งภายในพื้นที่โครงการจะมีทั้งโรงงานรีไซเคิล โรงงานคัดแยกและฝังกลบ โดยผู้ประกอบการจะรับซื้อขยะเข้ามาคัดแยก ก่อนจะนำวัสดุบางอย่าง เช่น อะลูมิเนียม หรือยาง เข้าโรงหลอมเพื่อผลิตเป็นสินค้าชนิดใหม่ ส่วนกากที่เหลือก็ต้องนำไปฝังกลบ ซึ่งกระบวนการผลิตทั้งหมดได้รับการปลดล็อกพื้นที่จากคำสั่งมาตรา 44 ทั้งสิ้น

“หากศูนย์จัดการขยะครบวงจรมีพื้นที่โครงการขนาด 1,000 ไร่ และจัดตั้งอยู่ในชุมชนหรือพื้นที่เกษตรกรรม ถามว่าผลกระทบด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมจะรุนแรงขนาดไหน”น.ส.ดาวัลย์ กล่าว

นางรวีวรรณ ภูริเดช เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ยืนยันว่า การปลดล็อคผังเมืองนั้นไม่มีส่วนกับการจัดทำอีไอเอ โดยโครงการที่เข้าข่ายต้องจัดทำอีไอเอก็ยังคงต้องทำเช่นเดิม ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถทำอะไรได้อย่างเสรี

นางรวีวรรณ กล่าวอีกว่า แม้ว่าโรงไฟฟ้าขยะจะไม่มีการทำอีไอเอ แต่ยังต้องอยู่ภายใต้ประมวลหลักการปฏิบัติ หรือ ซีโอพี (Code of Practice : CoP) ที่เป็นชุดของมาตรการขั้นต่ำที่ได้ประมวลผลมาจากอีไอเอไว้อย่างรัดกุมแล้วว่าโรงไฟฟ้าเหล่านี้จะต้องมีข้อกำหนดใดบ้าง ซึ่งนับรวมถึงขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นที่ยังคงเป็นหนึ่งในเงื่อนไขประกอบการขออนุมัติอนุญาต

"แต่ซีโอพีก็ไม่ได้สามารถใช้ได้กับทุกกรณี เพราะในบางพื้นที่ที่มีความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อม อย่างพื้นที่อนุรักษ์หรือพื้นที่ที่เป็นวิกฤติ การก่อสร้างโรงไฟฟ้าขยะก็ยังคงต้องทำอีไอเออยู่เช่นเดิม" เลขาฯ สผ.กล่าว
--------------------------------------------------
http://www.greennewstv.com/?p=7986



--------------------------------------
ผลส่วนหนึ่งมาจาก การยกเว้น EIA นี้แหละครับ
ถึงว่าไม่กล้าตรวขสอบตามโรงงาน  กลัวสาวไปสาวมา  มาโดนตัวเองนี่ 555
บันทึกการเข้า

Neo-Nazism
Sr. Member
****

คะแนนความรัก: +118/-78
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,258



| | |
« ตอบ #20 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2019, 11:02:13 AM »

 ก่อนปี 2002 กรุงปักกิ่งประสบปัญหาจากพายุทรายที่พัดมาจากทางมองโกเลียใน ทางรัฐบาลจึง
แก้ปัญหาโดยการปลูกต้นหยาง ซึ่งสามารถป้องกันและกรองฝุ่นกว่าจะมาถึงกรุงปักกิ่งได้ ผมเคยประสบ
ด้วยตัวเองในช่วงที่เรียนหนังสืออยู่ปักกิ่งครับ ท้องฟ้าเหลืองเหมือนสีชา แม้แต่อยู่ในห้องนอนซึ่งปิดสนิท
ก็มีทรายลอยฟุ้งไปทั้งห้องครับ

หลังจากที่จีนเข้า WTO ในช่วงปลายปี ค.ศ. 2001 ทําให้อุตสาหกรรมรถยนต์และโรงงานต่าง ๆ เติบโต
อย่างรวดเร็ว จึงก่อให้เกิดปัญหาตามมาคือ การปล่อยควันเสียจากรถยนต์และโรงงาน และสภาพ
ภูมิศาสตร์ที่เป็นแอ่งกะทะของกรุงปักกิ่ง กอปรกับการปลูกต้นหยางล้อมรอบ ทําให้ไม่มีทางระบายควันเสีย
ออกจึงก่อให้เกิดมลพิษอย่างรุนแรง

รัฐบาลจีนเริ่มแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังตั้งแต่ปี 2552 โดยออกมาตรการต่าง ๆ ดังนี้
- การห้ามก่อสร้างโดยเด็ดขาดในเขตเมือง อาทิ วงแหวน 2 และ 3
- การย้ายโรงงานอุตสาหกรรมออกจากเขตเมืองและชานเมืองกรุงปักกิ่ง โดยยาวไปจนถึงมณฑล
ข้างเคียง
- มาตรการลดรถยนต์บนท้องถนน โดยเริ่มแรกกําหนดให้รถที่มีเลขทะเบียนคู่วิ่งได้วันคู่และคี่วิ่งได้
วันคี่ ภายหลังคนจีนแก้ปัญหาโดยซื ้อรถเพิ่มอีกคัน รัฐบาลจึงกําหนดโควตาการซื้อรถยนต์ในกรุงปักกิ่งได้
แค่ 2000 คันต่อเดือน (คนเข้าคิวจับสลากเกือบล้านคน) ต่อมากําหนดเป็นเลขลงท้าย เช่น 1356
/0247/1389 ว่าสามารถวิ่งได้วันไหนได้บ้าง
- ส่งเสริมการใช้รถไฟฟ้ า ใครที่ซื้อรถไฟฟ้าไม่ต้องไปเข้าคิวจับสลาก สามารถซื้อได้เลย
- การย้ายเมือง โดยสร้างเมืองรองซึ่งเทียบเท่ากรุงปักกิ่ง มีทั้งสนามบิน โรงเรียน โรงพยาบาล
ระบบสาธารณูปโภคเที่ยบเท่าเมืองใหญ่ เช่น ย้ายจากปักกิ่งไปเมืองกู่อัน
- การสร้างระบบสาธารณูประโภคอย่างทั่วถึง อาทิ รถไฟฟ้า รถประจําทางไฟฟ้า รถไฟความเร็วสูง
เพื่อลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว ฯลฯ

*** ประเทศไทยสามารถนําไปปรับใช้ได้ครับ แต่ในความเป็นจริง แค่ข้อ 1 ก็คงยากแล้วครับ ***
บันทึกการเข้า
joker999
Jr. Member
**

คะแนนความรัก: +23/-16
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 465


| | |
« ตอบ #21 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2019, 11:25:00 AM »

ขอบคุณข้อมูลของทุกฯท่านครับ อ่านแล้วก็แก้ปัญหาเรื่องนี้ยากจริงฯ  เรื่องปัญหาฝุ่นนี้ตั้งแต่ผมเกิดมาจะสี่สิบแล้ว  พึ่งเคยเจอปีนี้ที่รุนแรงจริงฯ ตอนนี้คงต้องหวังแก้ปัญหาเฉพาะหน้าก่อนครับ คงต้องหวังไห้ฝนตกลงมามากฯ  เรื่องทำฝนเทียมไปถึงไหนแล้วครับ หรือสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวยไห้ทำเรื่องนี้  ท่านใดมีข้อมูลเรื่องนี้ลงไห้อ่านหน่อยครับ ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
Seamus O'grady
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +3631/-1542
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 34,112


ลิเวอร์พูลทั่วไทย..!!!


| | |
« ตอบ #22 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2019, 12:37:41 PM »

ขอบคุณข้อมูลของทุกฯท่านครับ อ่านแล้วก็แก้ปัญหาเรื่องนี้ยากจริงฯ  เรื่องปัญหาฝุ่นนี้ตั้งแต่ผมเกิดมาจะสี่สิบแล้ว  พึ่งเคยเจอปีนี้ที่รุนแรงจริงฯ ตอนนี้คงต้องหวังแก้ปัญหาเฉพาะหน้าก่อนครับ คงต้องหวังไห้ฝนตกลงมามากฯ  เรื่องทำฝนเทียมไปถึงไหนแล้วครับ หรือสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวยไห้ทำเรื่องนี้  ท่านใดมีข้อมูลเรื่องนี้ลงไห้อ่านหน่อยครับ ขอบคุณครับ

ฝนเทียม ถ้าความชื้นสัมพัทธ์ไม่พอ จะไปตกที่อื่นครับ อาจจะแถวๆ นครนายกไปนู่นเลย
บันทึกการเข้า

แหล่งชุมนุมของตากล้องหน้าตาดี...ชาวสุราษฎร์ฯ
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  




Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!