Thailandsusu Webboard
กุมภาพันธ์ 23, 2019, 01:46:06 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน Gallery เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: 8 ปี เส้นทางสู่ยอดเฮดโค้ชต้องทำอย่างไร..?  (อ่าน 1474 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
PeepoClub
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +303/-69
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 3,400



| | |
« เมื่อ: มกราคม 29, 2019, 04:57:21 PM »

Page : FA Coaching Course
https://www.facebook.com/CoachingThailand/posts/526732974514914

อยากเป็นโค้ชฟุตบอลต้องทำอะไรบ้าง..?
อยากเป็นโค้ชฟุตบอลต้องเริ่มจากตรงไหน...?
อยากเป็นโค้ชฟุตบอลอาชีพใช้เวลานานแค่ไหน..?
อยากเป็นโค้ชฟุตบอลต้องใช้เงินเท่าไหร่..?

สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ภายใต้การบริหารงานของ พล.ต.อ. ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฯ มีนโยบาย พัฒนาผู้ฝึกสอนมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป้าหมายยกระดับฟุตบอลไทย ตั้งแต่รากฐานของพีระมิด ซึ่งก็คือเหล่าบรรดาผู้ฝึกสอน จนส่งต่อไปถึงทุกส่วนจนถึงยอดพีระมิด ก็คือ เหล่านักฟุตบอล ไล่ตั้งแต่รุ่นเด็ก เยาวชน จนถึงระดับนักเตะอาชีพ
การพัฒนานักกีฬาฟุตบอลที่ดีต้องเริ่มจากการฝึกสอนที่ดีและถูกต้อง จากผู้ฝึกสอนที่ดีให้นักกีฬาเติมโตขึ้นมาเป็นนักเตะอาชีพที่มีมาตรฐานในทุกๆ ด้านทั้งการเล่นฟุตบอลในสนาม และการใช้ชีวิตนอกสนาม

ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ มีการอบรมผู้ฝึกสอนหลักสูตรต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง ไล่ตั้งแต่หลักสูตร FA Introductory, ต่อด้วย ซี ไลเซนส์, บี ไลเซนส์, เอ ไลเซนส์ จนมาถึงระดับ โปร ไลเซนส์ ซึ่งถือเป็นหลักสูตรสูงสุดของผู้ฝึกสอน

สำหรับผู้ที่สนใจในการเป็นผู้ฝึกสอน อ่านเรื่องนี้จบแล้วคุณจะรู้ว่า เส้นทางของการก้าวไปสู่จุดสูงสุดต้องเริ่มจากจุดไหนก่อน สิ่งที่ต้องทำระหว่างทาง ระยะเวลา งบประมาณสำหรับการเรียนหลักสูตรต่างๆ

ก้าวแรกของการเป็นโค้ช คือ หลักสูตร FA Thailand Introductory
หลักสูตร FA Thailand Introductory ถือเป็นหลักสูตรเบื้องต้นสำหรับทุกคนที่ต้องการเป็นผู้ฝึกสอน ใช้เวลาเรียนทั้งหมด 6 วัน โดยไม่มีการเก็บค่าใช้จ่ายในการอบรมแต่อย่างใด ซึ่งหัวข้อหลักของการฝึกอบรม ประกอบไปด้วย
1. การพัฒนาเยาวชน
2. เทคนิคการเล่นฟุตบอลในแต่ละส่วน
3. การจัดการแข่งขัน
4. ฟุตบอลรากหญ้า
5. การสื่อสารระหว่างผู้ฝึกสอนกับนักกีฬา
6. เทคนิคและทักษะ

ก้าวที่ 2 หลักสูตร ซี ไลเซนส์ หรือ AFC 'C' Certificate Coaching Course
หลักสูตร ซี ไลเซนส์ คือ หลักสูตรสำหรับผู้ฝึกสอนที่กำลังจะเริ่มต้นจากการฝึกสอนนักฟุตบอลในระดับรากหญ้า หรือเยาวชน ตามอคาเดมีต่างๆ โดยจะใช้เวลาในการอบรมทั้งหมด 15 วัน ค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 27,000 บาท ซึ่งหัวข้อหลักในการอบรม ประกอบไปด้วย
1. บทบาทของผู้ฝึกสอน
2. เทคนิคและทักษะ
3. การสื่อสารระหว่างผู้ฝึกสอนกับนักกีฬา
4. กลยุทธ์การเล่น
5. การพัฒนาระดับเยาวชน ในแต่ละช่วงอายุ
6. วิทยาศาสตร์การกีฬา
7. ระบบพลังงานของร่างกาย
8. โภชนาการ
9. วิธีการของผู้ฝึกสอน ในการออกแบบการฝึกซ้อม
10. กระบวนการฝึกซ้อม

ก้าวที่ 3 หลักสูตร บี ไลเซนส์ หรือ AFC 'B' Certificate Coaching Course
หลักสูตร บี ไลเซนส์ เป็นหลักสูตร ที่ต่อยอดจาก ซี ไลเซนส์ มาเป็น บี ไลเซนส์ โดยมีข้อกำหนดว่าต้องใช้เวลาสั่งสมประสบการณ์เป็นเวลาอย่างน้อย 2 ปี ในการทำงานกับฟุตบอล โดยผู้ที่ผ่านหลักสูตรนี้จะสามารถทำหน้าที่ในระดับกึ่งอาชีพ อาทิ การเป็นผู้ช่วยผู้ฝึกสอน หรือ การเป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนฟุตบอลเยาวชน และ/หรือ หัวหน้าผู้ฝึกสอนฟุตบอลระดับภูมิภาค อาทิเช่น การแข่งขัน ฟุตบอลออมสิน ลีก (T2) และ ออมสิน ลีก โปร (T3) โดยจะใช้เวลาในการอบรม แบ่งเป็นสองช่วง ช่วงแรก 15 วัน และ ช่วงที่ 2 อีก 5 วัน รวมทั้งหมด 20 วัน โดยมีค่าใช้จ่าย 38,000 บาท ซึ่งหัวข้อหลักของการอบรม ประกอบไปด้วย
การอบรมภาคสนาม
1. เจาะลึกเรื่องการฝึกซ้อม ในเรื่องของแทคติก
2. การแข่งขันสมอลไซด์ เกม
3. รูปแบบการเล่นเฉพาะตำแหน่ง ตั้งแต่ กองหลัง, กองกลางและกองหน้า
4. การฝึกซ้อมในแต่ละช่วงวัย
5. การฝึกซ้อมในแต่ละช่วงของพื้นที่ในสนาม
การอบรมภาคทฤษฎี
1. ความเข้าใจในการแข่งขันแต่ละนัด
2. ฟิตเนส
3. ความเร็วและความคล่องตัว
4. แอโรบิค
5. การออกกำลังกายในยิม
6. การฝึกซ้อมในภาคสนาม ในการสร้างสมรรถภาพ
7. การฝึกซ้อมในภาคสนาม กับลูกฟุตบอล

ก้าวที่ 4 หลักสูตร เอ ไลเซนส์ หรือ AFC 'A' Certificate Coaching Course
หลักสูตร เอ ไลเซนส์ การอบรมหลักสูตรดังกล่าว ถือเป็นหลักสูตร ที่ต่อยอดจาก บี ไลเซนส์ ซึ่งก่อนจะมาเป็น เอ ไลเซนส์ นั้นต้องใช้เวลาสั่งสมประสบการณ์ หลังจบ บี ไลเซนส์ ไปแล้วอย่างน้อย 2 ปี โดยผู้ที่ผ่านหลักสูตร เอ ไลเซนส์ จะสามารถทำหน้าที่หัวหน้าผู้ฝึกสอนระดับสูงสุดภายในประเทศได้อย่างเต็มตัว อาทิ การเป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอน ในการแข่งขันฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีก (T1) หรือ M-150 แชมเปี้ยนชิพ (T2) เป็นต้น รวมถึงการเป็นผู้ช่วยผู้ฝึกสอนในระดับนานาชาติ โดยจะใช้เวลาในการอบรม แบ่งเป็น 2 ช่วง ช่วงแรก 17 วัน และช่วงที่ 2 10 วัน รวมทั้งหมด 27 วัน โดยมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 60,000 บาท ซึ่งหัวข้อหลักของการอบรม ประกอบไปด้วย
1. การจัดการทีม
2. กระบวนการความคิด
3. ความเป็นผู้นำ
4. รูปแบบการเล่นเป็นทีม
5. การวางแผนกลยุทธ์แทคติกต่างๆ
6. ฟิตเนส

ก้าวสุดท้ายของการเป็นสุดยอดเฮดโค้ช หลักสูตร โปร ไลเซนส์ หรือ AFC 'Pro' Diploma Coaching Course
หลักสูตร โปร ไลเซนส์ การอบรมหลักสูตรดังกล่าว ถือเป็นหลักสูตร สูงสุด ที่ต่อยอดจาก เอ ไลเซนส์ ซึ่งก่อนจะมาเป็น โปร ไลเซนส์ นั้นต้องใช้เวลาสั่งสมประสบการณ์ หลังจบ เอ ไลเซนส์ ไปแล้วอย่างน้อย 2 ปี โดยผู้ที่ผ่านหลักสูตรนี้ จะสามารถทำหน้าที่หัวหน้าผู้ฝึกสอนในระดับนานาชาติ โดยเฉพาะทัวร์นาเมนต์ใหญ่ๆ อย่างฟุตบอลโลก หรือ ฟุตบอลชิงแชมป์ระดับทวีปเป็นต้น รวมถึงตำแหน่งต่างๆ อาทิ ประธานฝ่ายพัฒนาเทคนิคของสโมสรและทีมชาติ โดยจะใช้เวลาในการอบรม แบ่งเป็น 4 ช่วง
ช่วงแรก 27 วัน อบรมสองหัวข้อใหญ่คือ
1. ฟิตเนส
2. การฝึกซ้อมในภาคสนามและทฤษฎี
ช่วงที่สอง 23 วัน เก็บเกี่ยวข้อมูลฟุตบอลในประเทศที่ประสบความสำเร็จ โดยเป็นการเดินทางไปต่างประเทศเพื่อเก็บเกี่ยวข้อมูลฟุตบอลจากประเทศที่ได้รับความนิยมและประสบความสำเร็จในกีฬาฟุตบอล ทั้งจากสโมสรและทีมชาติ
ช่วงที่สาม เป็นช่วงระยะเวลาทำงานในรอบ 1 ปี หลังผ่าน 2 ช่วงแรก โดยจะมีการทำรายงานการทำหน้าที่ตลอด 1 ปี ในช่วงเวลาดังกล่าว
ช่วงที่สี่ 30 วัน จะเป็นช่วงเก็บงานทั้งหมด เพื่อมานำเสนอและทำข้อสอบ
โดยทั้งสี่ช่วงมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 500,000 บาท

เส้นทางของการก้าวไปสู่การเป็นสุดยอดกุนซือมืออาชีพ สรุปรวมแล้ว จากจุดเริ่มต้นเป็นคนธรรมดาจนถึงเป็นโค้ชระดับสูงสุด ถือใบอนุญาตผู้ฝึกสอนระดับ AFC 'Pro' Diploma Coaching Course ต้องใช้เวลา อย่างน้อย 8 ปี ค่าใช้จ่ายเฉพาะค่าเรียนหลักสูตร รวมทั้งสิ้น 625,000 บาท
อ่านจบแล้วอย่าลืมไปตามล่าฝันของคุณ....
บันทึกการเข้า
เซลล์โรงพิมพ์
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1132/-1831
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11,097



| | |
« ตอบ #1 เมื่อ: มกราคม 29, 2019, 05:40:05 PM »

ในประเทศไทยเป็นเรื่องยากมากที่คนนอกวงการฟุตบอลจะได้เรียนโค้ช แต่ในต่างประเทศเป็นนายธนาคารก็ยังมีโอกาสเรียนได้เลย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 29, 2019, 05:46:15 PM โดย เซลล์โรงพิมพ์ » บันทึกการเข้า
PeepoClub
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +303/-69
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 3,400



| | |
« ตอบ #2 เมื่อ: มกราคม 29, 2019, 06:45:20 PM »

ในประเทศไทยเป็นเรื่องยากมากที่คนนอกวงการฟุตบอลจะได้เรียนโค้ช แต่ในต่างประเทศเป็นนายธนาคารก็ยังมีโอกาสเรียนได้เลย
โคตรจริงเลยครับ แต่อย่างน้อยสมาคมก็มาถูกทางแล้วครับ
บันทึกการเข้า
เซลล์โรงพิมพ์
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1132/-1831
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11,097



| | |
« ตอบ #3 เมื่อ: มกราคม 29, 2019, 06:57:21 PM »

ในประเทศไทยเป็นเรื่องยากมากที่คนนอกวงการฟุตบอลจะได้เรียนโค้ช แต่ในต่างประเทศเป็นนายธนาคารก็ยังมีโอกาสเรียนได้เลย
โคตรจริงเลยครับ แต่อย่างน้อยสมาคมก็มาถูกทางแล้วครับ
ถ้าสมาคมฟุตบอลเปิดกว้างมากกว่านี้เราจะมีบุคลากรฟุตบอลที่ดีกว่านี้ผมมั่นใจแบบนั้น บางคนที่มีไอคิวสูงส่วนใหญ่อยู่นอกวงการฟุตบอลทั้งนั้น และคนที่มีไอคิวสูงแถมบ้าฟุตบอลมีจำนวนมากเลย แต่คนพวกนี้ไม่ได้อยู่วงการฟุตบอล

มีบุคคลท่านนึงเป็นหมอฟันแต่รักฟุตบอลมากอยากเป็นโค้ชต้องไปเรียนที่ประเทศสก็อตแลนด์ บุคคลนั้นคือ หมอเมา ท.พ.พิชัย ปิตุวงศ์
http://www.mixmagazine.in.th/view.php?ref=00000406
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 29, 2019, 07:00:10 PM โดย เซลล์โรงพิมพ์ » บันทึกการเข้า
PeepoClub
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +303/-69
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 3,400



| | |
« ตอบ #4 เมื่อ: มกราคม 29, 2019, 06:59:04 PM »

ในประเทศไทยเป็นเรื่องยากมากที่คนนอกวงการฟุตบอลจะได้เรียนโค้ช แต่ในต่างประเทศเป็นนายธนาคารก็ยังมีโอกาสเรียนได้เลย
โคตรจริงเลยครับ แต่อย่างน้อยสมาคมก็มาถูกทางแล้วครับ
ถ้าสมาคมฟุตบอลเปิดกว้างมากกว่านี้เราจะมีบุคลากรฟุตบอลที่ดีกว่านี้ผมมั่นใจแบบนั้น บางคนที่มีไอคิวสูงส่วนใหญ่อยู่นอกวงการฟุตบอลทั้งนั้น และคนที่มีไอคิวสูงแถมบ้าฟุตบอลมีจำนวนมากเลย แต่คนพวกนี้ไม่ได้อยู่วงการฟุตบอล

มีบุคคลท่านนึงเป็นหมอฟันแต่รักฟุตบอลมากอยากเป็นโค้ชต้องไปเรียนที่ประเทศสก็อตแลนด์ บุคคลนั้นคือ หมอเมา

http://www.mixmagazine.in.th/view.php?ref=00000406
สุดยอดครับ +1 สำหรับข้อมูลดีดีครับ อ่านแล้วแกบ้าบอลดีมาก
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 29, 2019, 07:08:47 PM โดย PeepoClub » บันทึกการเข้า
jeed @leo
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +300/-113
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,871

ปานหว่าคนป่ามีปืน...ซำกับขี้ทูตหป่งเล็บ


| | |
« ตอบ #5 เมื่อ: มกราคม 29, 2019, 07:53:04 PM »

ในประเทศไทยเป็นเรื่องยากมากที่คนนอกวงการฟุตบอลจะได้เรียนโค้ช แต่ในต่างประเทศเป็นนายธนาคารก็ยังมีโอกาสเรียนได้เลย
โคตรจริงเลยครับ แต่อย่างน้อยสมาคมก็มาถูกทางแล้วครับ
ถ้าสมาคมฟุตบอลเปิดกว้างมากกว่านี้เราจะมีบุคลากรฟุตบอลที่ดีกว่านี้ผมมั่นใจแบบนั้น บางคนที่มีไอคิวสูงส่วนใหญ่อยู่นอกวงการฟุตบอลทั้งนั้น และคนที่มีไอคิวสูงแถมบ้าฟุตบอลมีจำนวนมากเลย แต่คนพวกนี้ไม่ได้อยู่วงการฟุตบอล

มีบุคคลท่านนึงเป็นหมอฟันแต่รักฟุตบอลมากอยากเป็นโค้ชต้องไปเรียนที่ประเทศสก็อตแลนด์ บุคคลนั้นคือ หมอเมา

http://www.mixmagazine.in.th/view.php?ref=00000406
สุดยอดครับ +1 สำหรับข้อมูลดีดีครับ อ่านแล้วแกบ้าบอลดีมาก

แกทำสินธนาได้ดีมากๆ ถ้าจำไม่ผิด
บันทึกการเข้า
Koragap
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +229/-366
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,347


| | |
« ตอบ #6 เมื่อ: มกราคม 29, 2019, 08:12:05 PM »

ในประเทศไทยเป็นเรื่องยากมากที่คนนอกวงการฟุตบอลจะได้เรียนโค้ช แต่ในต่างประเทศเป็นนายธนาคารก็ยังมีโอกาสเรียนได้เลย
โคตรจริงเลยครับ แต่อย่างน้อยสมาคมก็มาถูกทางแล้วครับ
ถ้าสมาคมฟุตบอลเปิดกว้างมากกว่านี้เราจะมีบุคลากรฟุตบอลที่ดีกว่านี้ผมมั่นใจแบบนั้น บางคนที่มีไอคิวสูงส่วนใหญ่อยู่นอกวงการฟุตบอลทั้งนั้น และคนที่มีไอคิวสูงแถมบ้าฟุตบอลมีจำนวนมากเลย แต่คนพวกนี้ไม่ได้อยู่วงการฟุตบอล

มีบุคคลท่านนึงเป็นหมอฟันแต่รักฟุตบอลมากอยากเป็นโค้ชต้องไปเรียนที่ประเทศสก็อตแลนด์ บุคคลนั้นคือ หมอเมา ท.พ.พิชัย ปิตุวงศ์
http://www.mixmagazine.in.th/view.php?ref=00000406


ขอบคุณมากครับ ดีมากๆ
บันทึกการเข้า
sangsood7
Thailandsusu
Sr. Member
**

คะแนนความรัก: +86/-54
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,711



เว็บไซต์
| | |
« ตอบ #7 เมื่อ: มกราคม 29, 2019, 08:16:11 PM »

ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า

ป๊อกกี้
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1521/-1706
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,638



| | |
« ตอบ #8 เมื่อ: มกราคม 29, 2019, 09:33:13 PM »

ในประเทศไทยเป็นเรื่องยากมากที่คนนอกวงการฟุตบอลจะได้เรียนโค้ช แต่ในต่างประเทศเป็นนายธนาคารก็ยังมีโอกาสเรียนได้เลย
ก็จริงอยู่ แต่ในขณะที่การอบรมโค้ชในบ้านเรา
เพิ่งจะเริ่มขยายวงกว้างออกไป
ถามว่า ถ้ามีที่นั่งว่างอยู่ 1 ที่
เราควรให้โอกาสใคร ระหว่าง2 ตัวเลือก
  1.คนในวงการที่ทำมาหากินในอาชีพโค้ชหรือครูพละอยู่แล้ว
  2.คนนอกวงการ ทำอาชีพอื่น ที่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะเปลี่ยนอาชีพมาเป็นโค้ช

ใครได้อบรมแล้ว มีโอกาสสร้างประโยชน์มากกว่ากัน

ถ้าถึงวันที่คนในวงการได้อบรมกันเป็นวงกว้างแล้ว
เชื่อว่า ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะปิดโอกาสคนนอก
บันทึกการเข้า
มัสกา
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +232/-195
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,532



| | |
« ตอบ #9 เมื่อ: มกราคม 29, 2019, 09:43:17 PM »

สิ่งที่ควรส่งเสริมให้แผ่หลาย เรามาจำกัด
เราต้องการบุคคลากรคุณภาพเยอะ ๆ
แต่ กลับ ส่งเสริมน้อยๆ แคบๆ
การพัฒนามันเลยเป็นเต่าอยู่นี้ไง
สิบปียังไง วันนี้ก็ยังเป็นแบบนั้น
ไม่ไปจุดที่สูงกว่านี้สักที
เรื่องพวกนี้ไม่รู้จะกักไว้ทำไม
ส่งเสริมให้มันเยอะๆไปเลย
เอาให้มันอ๊วกไปข้างนึ่งเลย
ไอ้เรื่องพัฒนานั้นน่ะ  ปญอ.
อยากไปแต่บอลโลก คิดใหญ่ ฝันใหญ่
แต่ ทำอย่างกะขี้มด ชาติหน้านูนล่ะบอลโลก
บันทึกการเข้า
hartmann
ฮูย่า!
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +324/-466
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,695



| | |
« ตอบ #10 เมื่อ: มกราคม 29, 2019, 10:31:58 PM »

pro license กำลังสร้างให้ได้ถึง 30
ใน 30 Pro จะลงไปสอน A ได้อีกประมาณ 15  - 30 กลุ่ม (20)
ทีนี้พอมีสัดส่วน ก็ลงไปสอน ฺBได้เพิ่มขึ้น
คาดว่าต้องให้ชุดนี้อยู่บริหารต่ออีก 4 ปี เพื่อที่จะได้โค้ชในวงการในช่วง 1-2 ปีแรก
อีก 2 ปีที่เหลือโอกาศบุคคลภายนอกน่าจะมีมากขึ้น

แต่ถ้ามีสปอนเซอร์สำหรับบุคลภายนอกจริงๆเช่นอคาเดมี่ ครูฝึกจิตอาสา ตามหมู่บ้าน ชุมชน
มันก็จะทำให้มีผลผลิตในระดับเยาวชน เข้ามาเสริมเรื่อยๆ
บันทึกการเข้า

เชียร์เข้าไป พวกเรามา cheer Thailand!
ป๊อกกี้
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1521/-1706
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,638



| | |
« ตอบ #11 เมื่อ: มกราคม 29, 2019, 10:43:53 PM »

pro license กำลังสร้างให้ได้ถึง 30
ใน 30 Pro จะลงไปสอน A ได้อีกประมาณ 15  - 30 กลุ่ม (20)
ทีนี้พอมีสัดส่วน ก็ลงไปสอน ฺBได้เพิ่มขึ้น
คาดว่าต้องให้ชุดนี้อยู่บริหารต่ออีก 4 ปี เพื่อที่จะได้โค้ชในวงการในช่วง 1-2 ปีแรก
อีก 2 ปีที่เหลือโอกาศบุคคลภายนอกน่าจะมีมากขึ้น

แต่ถ้ามีสปอนเซอร์สำหรับบุคลภายนอกจริงๆเช่นอคาเดมี่ ครูฝึกจิตอาสา ตามหมู่บ้าน ชุมชน
มันก็จะทำให้มีผลผลิตในระดับเยาวชน เข้ามาเสริมเรื่อยๆ
ขอบคุณนะครับ
คนที่เข้าใจก็พิมพ์อธิบายเข้าไปยิกๆมือหงิกมืองอ
แต่ไม่รู้ว่าพวกเขาจะอ่านบ้างรึเปล่า?
บันทึกการเข้า
เซลล์โรงพิมพ์
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1132/-1831
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11,097



| | |
« ตอบ #12 เมื่อ: มกราคม 30, 2019, 07:50:39 AM »

หึหึ
บันทึกการเข้า
Francesco Titti
Jr. Member
**

คะแนนความรัก: +52/-30
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 379


| | |
« ตอบ #13 เมื่อ: มกราคม 30, 2019, 11:12:57 AM »

pro license กำลังสร้างให้ได้ถึง 30
ใน 30 Pro จะลงไปสอน A ได้อีกประมาณ 15  - 30 กลุ่ม (20)
ทีนี้พอมีสัดส่วน ก็ลงไปสอน ฺBได้เพิ่มขึ้น
คาดว่าต้องให้ชุดนี้อยู่บริหารต่ออีก 4 ปี เพื่อที่จะได้โค้ชในวงการในช่วง 1-2 ปีแรก
อีก 2 ปีที่เหลือโอกาศบุคคลภายนอกน่าจะมีมากขึ้น

แต่ถ้ามีสปอนเซอร์สำหรับบุคลภายนอกจริงๆเช่นอคาเดมี่ ครูฝึกจิตอาสา ตามหมู่บ้าน ชุมชน
มันก็จะทำให้มีผลผลิตในระดับเยาวชน เข้ามาเสริมเรื่อยๆ

ที่เขาเลือกนักฟุตบอลก่อน ก็เพราะ ต้องการให้บุคคลเหล่านี้สร้างแรงบันดาลใจ ให้ผู้สนใจในอนาคต
อีกอย่างคือ หน้าที่หนึ่งของผู้ที่จบหลักสูตร คือ เป็นวิทยากร (พัฒนาปรับปรุงตนเอง มีงานมีเงินให้ทำ ขยายรากฐานเครือข่าย)
คิดดู ถ้าจบรุ่น2 ให้ทุกคนเป็นวิทยากร 1 หลักสูตร  Pro สอน A สอน B สอน C  (หลักสูตรละ 20-30 คน) ไม่เกิน 4 ปี (คิดว่านายกสมยศ จะได้เป็นอีกสมัย) โค้ชไทยจะมีไม่ต่ำกว่าหมื่นคน  ที่แน่ๆ  ต้องร่วมกับกรมพละและ กกท. มีโครงการ หนึ่งตำบลหนึ่งโค้ช  แน่นอน (ประเทศไทยมีประมาณ 8,000 ตำบล) รอสักระยะ ฟันธง

คำถาม  ทำไมไม่เอา AFC มาสอนระดับย่อยโดยตรง   ตอบ ค่าลิขสิทธิ์ไลเช่นต์มันแพง
ใครมองภาพไม่ออกว่าเครือข่ายจะขยายยังงัย ให้ดู MLM 
ส่วนการเปิดหลักสูตรสอน ถ้าไม่เข้าใจ ก็ให้ดูการเปิดหลักสูตรสอนในมหาวิทยาลัย  เช่น จะเปิด ป.โท ได้ ต้องมีอาจารย์จบ ป.เอก กี่ท่าน

อีกอย่างที่ต้องการสร้างเครือข่ายคนไทยสอนเอง ต้องเข้าใจและยอมรับว่า คนไทยเก่งภาษาอังกฤษ กันใหม (ระดับประชาชนทั่วไป แพ้ ลาว พม่า) ยิ่งคนมาเรียนสายพละด้วย
บันทึกการเข้า
thepong
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +278/-281
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,293



| | |
« ตอบ #14 เมื่อ: มกราคม 30, 2019, 02:59:49 PM »

http://fathailand.org/training-course


* 30-1-2562 14-59-39.png (93.11 KB, 1131x845 - ดู 218 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

Num2018
Newbie
*

คะแนนความรัก: +7/-4
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 102


| | |
« ตอบ #15 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2019, 10:47:07 AM »

รัฐบาล การกีฬาแห่งประเทศไทย สมาคมฟุตบอล น่าจะร่วมกับสถาบันวิทยาลัยการพลศึกษาและโรงเรียนกีฬาทุกจังหวัดสร้างอคาดามี่และโค้ชขึ้นทุกจังหวัดโครงการ1โค้ช1อคาดามี่ เพื่อเพิ่มโอกาสให้เด็กต่างจังหวัดมาเรียนที่โรงเรียนกีฬาพร้อมโค้ชคุณภาพเพื่อส่งต่อให้สโมสรต่างๆเด็กอายุ18สามารถที่จะเซ็นสัญญากับสโมสรได้ ต่างจังหวัดมีการแข็งขันกีฬาอยู่แล้วโรงเรียนกีฬาจังหวัดจะเป็นสถานที่กลั่นกรองนักเตะที่มีพรสวรรค์เข้าสู่อคาดามี่ตัวเอง
บันทึกการเข้า
KaRaKaSaNG
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +946/-187
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,826



| | |
« ตอบ #16 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2019, 11:55:53 AM »

ดีมากๆเลยครับ อยากให้กระจาย ก้าวแรก(หลักสูตรฟรี 6 วัน)เยอะๆ เปิดกว้างให้ครอบคลุมทั้งประเทศและมีตลอดปีไปเลย
 จากนั้นใครผ่านไม่ผ่านจะเดินต่อก้าวที่สองหรือไม่ก็ว่ากันไป
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  




Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!