Thailandsusu Webboard
พฤษภาคม 25, 2019, 12:04:08 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน Gallery เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: จิตกร ศรีคำเครือ : เจ้าของหลักสูตร "ชนาธิปศึกษา"  (อ่าน 514 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
PeepoClub
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +318/-74
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,498



| | |
« เมื่อ: มกราคม 16, 2019, 02:39:13 PM »

Credit: จิตกร ศรีคำเครือ (ยักษ์ ดอยแดง) MainstandTH

https://www.mainstand.co.th/catalog/7-Freestyle/413-OutStanding+%7C+%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%81%E0%B8%A3+%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%84%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD+%3A+%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B8%95%E0%B8%A3+%22%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%22?fbclid=IwAR22I0_oX243vfqbc1K2l0I88HbOwL1IJMG__HrzsBjGINu_4ptSg3POoQw

ปลายครึ่งหลัง อัซซาน บิน ซายิด สเตเดี้ยม อื้ออึงเหลือเกิน เจ้าของเสื้อหมายเลข18 ควบตะบึงสวนกลับ เจอด่านมนุษย์4-5คนรอดักหน้าอยู่

 
ไม่มีเพื่อนอยู่ใกล้, ไม่มีใครเติมมาทันช่วยเหลือ ชนาธิปตัดสินใจฝ่าด่านด้วยตัวเอง ใช้เบสิคและความคล่องแคล่ว พลิกม้วนหน้าม้วนหลัง ตวัดข้อเท้าแตะบอลหลบหลีกราวกับมีเวทมนตร์
แม้จังหวะดังกล่าวไม่มีประตู แต่การลากยาวขึ้นมาเกือบสุดเส้นหลัง โดยมีนักเตะเจ้าภาพวิ่งไล่รุมกินโต๊ะ เป็นช็อตประทับใจที่เห็นด้วยตาเปล่าจากสงคราม อัล ไอน์
ไม่ต้องบอกครับว่า "เจ" มีส่วนสำคัญกับทีมชาติไทยมากแค่ไหน ถ้าใครยังเลิกคิ้วสงสัย ผลงานตลอดทั้งฤดูกาลกับ คอนซาโดเล่ ซัปโปโร ช่วยยืนยันอีกเสียง
ไม่ใช่แค่เก่งแบบวูบวาบ ทว่าต่อยอดด้วยความมานะ พร้อมทัศนคติอันน่าเหลือเชื่อ จนกลายเป็นต้นแบบของเด็กยุคใหม่หากใครสักคนอยากโบยบินสู่ลีกต่างแดน ถึงขั้นเคยมีบทความ "ชนาธิปศึกษา" เพื่อให้นักฟุตบอลคนอื่นเจริญรอยตาม

ตลอดการใช้ชีวิตอยู่บนแผ่นดินทะเลทรายอันศิวิไลซ์ นอกจากผลงาน "ช้างศึก" ทำได้ตามเป้าแล้ว ความโชคดีอีกอย่างของผมคือ คุณ ก้องภพ สรงกระสินธ์ อยู่ในกลุ่มทัวร์เดียวกันด้วย ในความดูแลของ "เฟสติวัล ฮอลิเดย์"  
ใช่ครับ "คุณพ่อจุ้ง" ของ เจ ชนาธิป ผู้ประสาทวิชาลูกหนังให้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน เติบโตจนกลายเป็นขวัญใจของคนไทยทั้งชาติ .... ผมถือวิสาสะยกให้เขาเป็นเจ้าของหลักสูตร "ชนาธิปศึกษา"

"พอเจคลอด ผมปักธงในหัวตัวเองเลย ว่ามันต้องเป็นนักฟุตบอลอาชีพ แล้วกลับมาดูแลลูกให้เป็นไปตามนั้น" พ่อจุ้งเริ่มด้วยสำเนียงสามพราน
ผู้ชายคนนี้รักกีฬาสุดหัวใจ เตะตะกร้อ, พายเรือแข่ง แต่ที่ทำให้หัวปักหัวปรำมากสุดคือ ฟุตบอล โดยมี ดิเอโก้ มาราโดน่า เป็นไอดอล อย่างที่ทุกคนรู้ เพียงตัวเองไม่ได้เลิศเลอขนาดนั้น ฉะนั้นความหวังก้อนโตอยู่ที่ลูกชายคนเล็ก

"ผมเดินเข้าร้านสตาร์ซอคเกอร์บ่อยมาก แล้วซื้อวีดีโอสอนฟุตบอลของเยอรมนีมานั่งดู สมัยนั้นยังต้องกรอวีดีโอเอาเอง ดูมันทุกวัน ดูจนจำขึ้นใจ"  
"ต่อมาผมอ่านเจอสยามกีฬา คุณจังซีลอน (ไพฑูร ชุติมากรกุล นายกสมาคมผู้สื่อข่าวช่างภาพกีฬา) ประกาศว่าใครอยากได้แบบฝึกหัดฟุตบอลของคุณ วิทยา เลาหกุล ให้ส่งจดหมายมา ผมก็ส่งเลย หนังสือเล่มนั้นดีมาก ช่วยผมได้เยอะ"

ก้องภพ ไม่ใช่นักเตะระดับอาชีพหรือมีดีกรีขนาดนั้น สิ่งทำได้คือหาข้อมูลเท่าที่จะหาได้เพื่อนำกลับมาสอนลูกชาย เหมือนทั้งสองคนเริ่มต้นเดินพร้อมกัน
"น้าเมา สุรวุฒิ เหล่าหกาญจนศิริ(อดีตนักเตะทีมชาติไทย) คืออีกคนที่ผมยกให้เป็นอาจารย์ ผมเป็นคนพร้อมเรียนรู้ ใครเก่ง,ใครดี ผมจะพยายามพาตัวเองเข้าหาเพื่อนำความรู้พวกนั้นกลับมาสอนลูก"
แน่นอนครับ การต่อสู้ไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะความฝันที่ทุกคนมองว่าเป็นเรื่องไร้สาระ นอกจากสู้กับตัวเองแล้ว ก้องภพยังต้องสู้กับเสียงสิ่งแวดเล้อม
"มึงจะบ้ารึเปล่า! ลูกเตี้ยแค่นี้คิดจะเป็นนักฟุตบอล, ผมเจอคำพูดพวกนี้มาเยอะ มันก็มีคิดท้อบ้างแหละนะ แต่ความมุ่งมั่นเรามันมีมากกว่า"

ผู้ชายคนนึง ไม่ได้มีประสบการณ์เรื่องอาชีพลูกหนัง อาศัยครูพักลักจำ เพื่อสอนลูกชายให้เดินตามแนวทางของตัวเอง
ก้องภพเริ่มสอนเบสิคพื้นฐานตามตำราให้ "เจ" ตั้งแต่สามสี่ขวบ เน้นเรื่องบอลกับเท้าล้วนๆ ดึง,ดูด,เดาะ ครองบอลให้ได้, เล่นกับพื้นให้ได้ สำคัญคือต้องเล่นได้ทั้งสองเท้า

"อาจารย์เมา สุรวุฒิ เป็คนบอกผมเอง ถ้ามึงอยากให้ลูกแตกต่าง มึงต้องสอนลูกให้เล่นได้ทั้งสองเท้า มาทางไหนจัดการได้หมด"
หนุ่มสามพรานทุ่มเทสุดชีวิตเหมือนเป็นเดิมพันครั้งสำคัญ สอนเบสิคให้เด็กตัวน้อยทุกวัน แม้มีบางครั้งที่ลูกไม่เข้าใจ แต่เขาต้องข่มใจกำราบเพื่ออนาคตที่ดีขึ้น
"ผมตบคว่ำหลายครั้งเลยนะ บางทีมันไม่ได้ดั่งใจ แล้วลูกเราก็ยังเด็กนะ มันคงเบื่อ ไม่สนุก ให้ซ้อมแต่บอล แต่ผมก็บอกลูกเสมอ ให้มองเป้าหมายที่เราวางไว้ วันนี้มึงอาจจะเกลียดพ่อ แต่อนาคตมึงจะรักพ่อที่สอนมึงขนาดนี้, ผมบอกมันตลอด"

ความแตกต่างสิ่งหนึ่งคือความเข้มข้น 4 ขวบ ก้องภพใช้เวลาสอนลูกด้วยตัวเอง ไม่มีการเข้าอะคาเดมี่หรือศูนย์ฝึกใดๆ เขาคิดอย่างง่ายๆคือ ถ้าเบสิคยังไม่แน่นก็ยังไม่พร้อมลงสนาม
อย่าเพิ่งเอาลูกไปแข่งขันอะไร หากคุณยังไม่แน่ใจ เพราะถ้าไปแข่งแล้วแพ้ กำลังใจหรือความรู้สึกต่อฟุตบอลมันจะค่อยๆลดความสนุกลง ตรงนี้คือจุดที่พ่อจุ้งพยายามแนะนำผู้ปกครองคนอื่นในยุคนี้ ซึ่งเสาะหาที่เรียนฟุตบอลเพื่อแข่งขันมากเกิน เกินเด็กไร้เดียงสาแบกภาระไหว

เมื่อเบสิคแน่น คราวนี้ทุกอย่างพร้อมโบยบิน ชนาธิปลงสนามเดินสายไม่ว่าสังเวียนไหน ทำให้ผู้คนตื่นตาตื่นใจเสมอ และยิ่งทำให้เด็กชายเจมีกำลังใจเดินหน้าต่อเนื่อง จนกระทั่งไล่ล่าความฝันถึงปัจจุบันนี้
ผมนั่งวิเคราะห์จากคำพูดพ่อจุ้งอยู่นาน จนมองเห็นสามข้อใหญ่ๆในฐานะผู้คิดค้นหลักสูตร "ชนาธิปศึกษา"
- หนึ่ง. พื้นฐานต้องดี  
- สอง. ทัศนคติต้องดี
- สาม. กระหายเรียนรู้
ไม่ว่าคุณจะอยู่จุดไหนหรืออยากทำอะไรให้ประสบความสำเร็จในชีวิต แนวคิดของผู้ชายธรรมดาชื่อ ก้องภพ สรงกระสินธ์ สามารถนำไปปรับใช้ได้ครับ
แม้เงื่อนไขรายละเอียดแต่ละคน จะเป็นปัจจัยตัดสินว่าประสบความสำเร็จหรือไม่ แต่ผมเชื่อว่าหากมีสามแนวทางหลักข้างต้น ยังไงก็ใกล้เคียงครับ
บันทึกการเข้า
Doctor สลัม
อยากจะรวยจริงๆ
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +2569/-3825
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 51,946


หล่อไม่มาก แต่ท่ายากเฮียมีเยอะ


| | |
« ตอบ #1 เมื่อ: มกราคม 16, 2019, 10:27:22 PM »

ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า

ลมหายใจคือฟุตบอล
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  




Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!