Thailandsusu Webboard
พฤษภาคม 23, 2019, 12:00:13 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน Gallery เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: กำเนิด ดรีมทีม  (อ่าน 6168 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Figo Pro Ubon Fc Av
บอลนอกแค่สะใจ บอลไทยไล่สมาคม
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1152/-1890
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 33,598



| | |
« เมื่อ: มกราคม 05, 2019, 02:46:08 PM »

https://readthecloud.co/dreamteam/
บันทึกการเข้า

สาเหตุฟุตบอลไทยล้าหลังนับ10ปี และปัญหาต่างๆนานาในปัจจุบัน
http://www.guideubon.com/web/viewtopic.php?t=23193
Rang Angsila
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +607/-128
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,914


ดูบอลเพื่อความสุขบันเทิงใจเท่านั้น


| | |
« ตอบ #1 เมื่อ: มกราคม 05, 2019, 05:12:20 PM »

ขอบคุณครับ
จำได้.. คิงส์คัพที่สนามศุภฯ คนล้นลงไปถึงลู่วิ่ง  แน่นเอี๊ยด     
บันทึกการเข้า
Koragap
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +234/-373
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,540


| | |
« ตอบ #2 เมื่อ: มกราคม 05, 2019, 08:34:41 PM »

ขอบคุณมากครับ
บันทึกการเข้า
|oฟซี_ระยoJ
All For Thai Premier League
Thailandsusu
Full Member
**

คะแนนความรัก: +215/-74
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 794


ฟุตบอลไทย ทีมท้องถิ่นไทย ต้องมาก่อน


| | |
« ตอบ #3 เมื่อ: มกราคม 06, 2019, 12:01:08 AM »

เป็นบทความที่อ่านจบแล้ว ได้ความเข้าใจข้อเท็จจริงของ วงการฟุตบอลบ้านเราหลายๆ แง่มุมจริงๆ

1. คนไทย ไม่ได้ชื่นชอบ หรือนิยมกีฬาฟุตบอลมาก่อน ผมเกิดมาในยุคที่ดรีมทีมถือกำเนิดขึ้น แล้วโดนภาพของความคลั่งไคล้ฟุตบอล ของคนในชาติ จากยุคนั้น หลอกว่า เฮ้ย บอลไทยนี่ กีฬายอดนิยมนะ คนเป็นหมื่นเป็นแสน มาดูบอลไทย ทีนึงเต็มสนาม แต่ที่ไหนได้ มันเกิดจากกระแส ที่นานๆ ทีมชาติผลงานจะดี ทำให้คนเห่อ มาดู มาเชียร์ กัน หลังจากนั้นก็เชื่อแบบผิดๆ มาตลอดว่าครั้งนึง เราเคยยิ่งใหญ่ เราเคยบ้าฟุตบอลไทยกันนะ คงเป็นเพราะช่วงนี้บอลแพ้บ่อย กระแสมันเลยหายไป ทว่าแท้จริงแล้ววงการบอลบ้านเรา มันก็แค่วนลูป กลับไปอยู่ในจุดเดิม ที่เคยอยู่มาแค่ไหนแต่ไร คือแข่งทีนึง อัฐจรรย์มีแต่ที่นอน มากกว่าที่นั่ง เป็นปกติ คนเต็มสนามเป็นเรื่องเหลือเชื่อ ??

2. เรามันแค่มือสมัครเล่น เป็นแค่หนูตัวหนึ่งในโลกฟุตบอล ที่ยังห่างไกลจากคำว่าฟุตบอลอาชีพยิ่งนัก ถึงขนาดในยุคที่นักกีฬาฟุตบอลระดับทีมชาติ ติดสอบ หรือต้องไปโรงเรียน ขณะเก็บตัวทำการแข่งขัน ทั้งๆ ที่เป็นรายการที่คนทั้งชาติให้ความหวัง แค่นี้ก็สมควรแล้ว ที่จะอ่อนกว่าชาวบ้านเค้า นี่ครองเจ้าอาเซี่ยนมาอย่างนมนานได้ แสดงว่า เพื่อนบ้านรอบๆ ตัว ยิ่งกากขนาดไหน ก็คิดเอาแล้วกัน...

3. ผู้จัดการทีมชาติไทยต้องเป็นคนรวย กระเป๋าตังหนา ใจถึง พร้อมทุ่ม มันสะท้อนให้เห็นว่า แล้ว "งบประมาณ" ที่หมุนอยู่ในระบบฟุตบอล ที่สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ต้องใช้จ่ายในการบริหาร ทีมชาติแต่ละชุดๆ มันไปอยู่ไหน ?? มีแล้วหาย ?? หรือรัฐบาลให้งบประมาณ มาน้อย จนไม่พอใช้ ?? ทำไมเราถึงรอให้ทีมชาติเราไปนั่งขอทาน รอมหาเศรษฐีสักคนนึงที่เผื่อบ้งเอิญจะรักฟุตบอลขึ้นมา เข้าดูแลทีมชาติ ถึงจะพอมีกำลังไปฝึกซ้อม แข่งขัน ให้ชนะเค้าได้ ?? คิดแล้วน่าเวทนาพิลึก...

4. ทัศนะคติ ของคนในชาติ... ตอนบอลชนะ ชื่นชม ขออิงกระแส ขอเข้ามาดื่มด่ำความสำเร็จ... พอบอลแพ้ เงียบๆ ไปยังไม่เท่าไร ต้องช่วยกันหาแพะ ต้องฟื้นฝอยว่ามันล้มบอลหรือเปล่า ความไว้เนื้อเชื่อใจกันไม่มี ความเมตตาการุนย์ต่อนักกีฬาในชาติเวลาพ่ายแพ้มานี่หาไม่เจอเลยไทยแลนด์ จ้องซ้ำเติม กันมาตั้งแต่ยุคบรรพกาล พอเวลาสงบๆ ยังไม่มีการแข่ง ก็มีคำถาม มีคำแซะ มีคำดูถูกตลอด... หยันทีมชาติว่าตกรอบ 100% บ้างล่ะ... ดูหมิ่นคนทำทีม ว่าทีมชาติเป็นของเล่นคนรวยบ้างล่ะ... ด่านักบอลที่ตัวเองไม่รู้จักว่าเป็นไอ้เด็กเส้นบ้างล่ะ... ฯลฯ

..... จนกาลเวลาผ่านมา เอาแค่เฉพาะในชั่วชีวิตผมคนเดียว ก็ปาเข้าไป 30 ปีมาแล้ว สถานการณ์ของวงการฟุตบอลบ้านเรา มีเรื่องเดียวที่ "พึ่งจะดูดีขึ้น" คือความเป็นรูปธรรมของระบบการแข่งขันฟุตบอลในประเทศ และ ความเป็นมืออาชีพของนักกีฬาฟุตบอลบ้านเรา นอกนั้นแทบไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดๆ ก็ตาม ที่ผมได้กล่าวมาข้างต้น

ยิ่งดูความเป็นไป ก็ยิ่งได้แต่ปลง เมื่อไรบอลไทยมันจะพัฒนา เมื่อไรเราจะได้ไปสักทีไอ้บอลโลก เค้าเนี่ย แต่ก็ช่างมันเถอะ ประเทศมีเป็นร้อยๆ ประเทศ อย่างน้อยเราก็ยังเล่นฟุตบอลสู้เค้าได้ตามอัตภาพของประเทศเรานี่แหละ

ไอ้ 32 ทีมสุดท้ายที่ได้แข่งขันในมหกรรมกีฬา World Cup ที่ 4 ปีจัดครั้งนึง มันก็แค่ส่วนน้อยในโลกนี้ล่ะว้า... จริงๆ ก็แค่ องุ่นเปรี้ยวไปวันๆ 555555 เห้ออออ ปลงได้ ก็น่าปลง นะ  

ป.ล. ผมจำไม่ได้ว่าเคยกด + ให้พี่ฟิโก้ มั้ย แต่วันนี้ผมต้องกดให้เลย
ขอบคุณที่นำบทความดีๆ มาให้อ่านนะครับ 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 06, 2019, 12:04:40 AM โดย |oฟซี_ระยoJ » บันทึกการเข้า

                  
|oฟซี_ระยoJ
All For Thai Premier League
Thailandsusu
Full Member
**

คะแนนความรัก: +215/-74
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 794


ฟุตบอลไทย ทีมท้องถิ่นไทย ต้องมาก่อน


| | |
« ตอบ #4 เมื่อ: มกราคม 21, 2019, 06:51:23 PM »

เป็นบทความที่อ่านจบแล้ว ได้ความเข้าใจข้อเท็จจริงของ วงการฟุตบอลบ้านเราหลายๆ แง่มุมจริงๆ

1. คนไทย ไม่ได้ชื่นชอบ หรือนิยมกีฬาฟุตบอลมาก่อน ผมเกิดมาในยุคที่ดรีมทีมถือกำเนิดขึ้น แล้วโดนภาพของความคลั่งไคล้ฟุตบอล ของคนในชาติ จากยุคนั้น หลอกว่า เฮ้ย บอลไทยนี่ กีฬายอดนิยมนะ คนเป็นหมื่นเป็นแสน มาดูบอลไทย ทีนึงเต็มสนาม แต่ที่ไหนได้ มันเกิดจากกระแส ที่นานๆ ทีมชาติผลงานจะดี ทำให้คนเห่อ มาดู มาเชียร์ กัน หลังจากนั้นก็เชื่อแบบผิดๆ มาตลอดว่าครั้งนึง เราเคยยิ่งใหญ่ เราเคยบ้าฟุตบอลไทยกันนะ คงเป็นเพราะช่วงนี้บอลแพ้บ่อย กระแสมันเลยหายไป ทว่าแท้จริงแล้ววงการบอลบ้านเรา มันก็แค่วนลูป กลับไปอยู่ในจุดเดิม ที่เคยอยู่มาแค่ไหนแต่ไร คือแข่งทีนึง อัฐจรรย์มีแต่ที่นอน มากกว่าที่นั่ง เป็นปกติ คนเต็มสนามเป็นเรื่องเหลือเชื่อ ??

2. เรามันแค่มือสมัครเล่น เป็นแค่หนูตัวหนึ่งในโลกฟุตบอล ที่ยังห่างไกลจากคำว่าฟุตบอลอาชีพยิ่งนัก ถึงขนาดในยุคที่นักกีฬาฟุตบอลระดับทีมชาติ ติดสอบ หรือต้องไปโรงเรียน ขณะเก็บตัวทำการแข่งขัน ทั้งๆ ที่เป็นรายการที่คนทั้งชาติให้ความหวัง แค่นี้ก็สมควรแล้ว ที่จะอ่อนกว่าชาวบ้านเค้า นี่ครองเจ้าอาเซี่ยนมาอย่างนมนานได้ แสดงว่า เพื่อนบ้านรอบๆ ตัว ยิ่งกากขนาดไหน ก็คิดเอาแล้วกัน...

3. ผู้จัดการทีมชาติไทยต้องเป็นคนรวย กระเป๋าตังหนา ใจถึง พร้อมทุ่ม มันสะท้อนให้เห็นว่า แล้ว "งบประมาณ" ที่หมุนอยู่ในระบบฟุตบอล ที่สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ต้องใช้จ่ายในการบริหาร ทีมชาติแต่ละชุดๆ มันไปอยู่ไหน ?? มีแล้วหาย ?? หรือรัฐบาลให้งบประมาณ มาน้อย จนไม่พอใช้ ?? ทำไมเราถึงรอให้ทีมชาติเราไปนั่งขอทาน รอมหาเศรษฐีสักคนนึงที่เผื่อบ้งเอิญจะรักฟุตบอลขึ้นมา เข้าดูแลทีมชาติ ถึงจะพอมีกำลังไปฝึกซ้อม แข่งขัน ให้ชนะเค้าได้ ?? คิดแล้วน่าเวทนาพิลึก...

4. ทัศนะคติ ของคนในชาติ... ตอนบอลชนะ ชื่นชม ขออิงกระแส ขอเข้ามาดื่มด่ำความสำเร็จ... พอบอลแพ้ เงียบๆ ไปยังไม่เท่าไร ต้องช่วยกันหาแพะ ต้องฟื้นฝอยว่ามันล้มบอลหรือเปล่า ความไว้เนื้อเชื่อใจกันไม่มี ความเมตตาการุนย์ต่อนักกีฬาในชาติเวลาพ่ายแพ้มานี่หาไม่เจอเลยไทยแลนด์ จ้องซ้ำเติม กันมาตั้งแต่ยุคบรรพกาล พอเวลาสงบๆ ยังไม่มีการแข่ง ก็มีคำถาม มีคำแซะ มีคำดูถูกตลอด... หยันทีมชาติว่าตกรอบ 100% บ้างล่ะ... ดูหมิ่นคนทำทีม ว่าทีมชาติเป็นของเล่นคนรวยบ้างล่ะ... ด่านักบอลที่ตัวเองไม่รู้จักว่าเป็นไอ้เด็กเส้นบ้างล่ะ... ฯลฯ

..... จนกาลเวลาผ่านมา เอาแค่เฉพาะในชั่วชีวิตผมคนเดียว ก็ปาเข้าไป 30 ปีมาแล้ว สถานการณ์ของวงการฟุตบอลบ้านเรา มีเรื่องเดียวที่ "พึ่งจะดูดีขึ้น" คือความเป็นรูปธรรมของระบบการแข่งขันฟุตบอลในประเทศ และ ความเป็นมืออาชีพของนักกีฬาฟุตบอลบ้านเรา นอกนั้นแทบไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดๆ ก็ตาม ที่ผมได้กล่าวมาข้างต้น

ยิ่งดูความเป็นไป ก็ยิ่งได้แต่ปลง เมื่อไรบอลไทยมันจะพัฒนา เมื่อไรเราจะได้ไปสักทีไอ้บอลโลก เค้าเนี่ย แต่ก็ช่างมันเถอะ ประเทศมีเป็นร้อยๆ ประเทศ อย่างน้อยเราก็ยังเล่นฟุตบอลสู้เค้าได้ตามอัตภาพของประเทศเรานี่แหละ

ไอ้ 32 ทีมสุดท้ายที่ได้แข่งขันในมหกรรมกีฬา World Cup ที่ 4 ปีจัดครั้งนึง มันก็แค่ส่วนน้อยในโลกนี้ล่ะว้า... จริงๆ ก็แค่ องุ่นเปรี้ยวไปวันๆ 555555 เห้ออออ ปลงได้ ก็น่าปลง นะ  

ป.ล. ผมจำไม่ได้ว่าเคยกด + ให้พี่ฟิโก้ มั้ย แต่วันนี้ผมต้องกดให้เลย
ขอบคุณที่นำบทความดีๆ มาให้อ่านนะครับ  

ขอขุดเม้น ตัวเองขึ้นมา อีกครั้งนึง

เพราะ มันแสดงให้เห็นสถานการณ์ของบอลไทย ในช่วงเวลา ณ ปัจจุบันนี้แบบ เป๊ะๆ

เน้นๆ เลยคือ ข้อ 4
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 21, 2019, 06:53:31 PM โดย |oฟซี_ระยoJ » บันทึกการเข้า

                  
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  




Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!