Thailandsusu Webboard
ธันวาคม 11, 2018, 09:54:03 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน Gallery เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ความสำคัญของเคาน์เตอร์เพรสซิ่งในฟุตบอลเด็ก ★ฟุตบอลลีกเยาวชน  (อ่าน 798 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
JuDge4
Moderator
Jr. Member
*****

คะแนนความรัก: +398/-27
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 413


เว็บไซต์
| | |
« เมื่อ: ธันวาคม 07, 2018, 12:32:13 PM »

เยือร์เกิน คล็อพ นั้นประสบความสำเร็จอย่างมากมายกับสโมสรโบรุสซีอาดอร์ทมุนท์ด้วยแทคติก "Gegenpressing" "เยือร์เกินเพรสซิ่ง" หรือที่ เยือร์เกิน คลินส์มัน เคยเรียกมันว่า "การแย่งบอลคืนกลับมาอย่างฉับพลัน". แล้วมันจะยังไงต่อ และ โค้ชฟุตบอลเยาวชนจะเอามันมาใช้กับฟุตบอลเด็กอย่างไร
Tactics Explained | Gegenpressing

วีดีโอ อธิบาย แทคติก "Gegenpressing" "เยือร์เกินเพรสซิ่ง"

"เยือร์เกินเพรสซิ่ง" คือ การกดดันผู้เล่นทีมตรงข้ามอย่างฉับพลันหลังจากที่สูญเสียการครอบครองบอล. ซึ่งทีมของคุณได้ทำเกมรุกบุกขึ้นไปและเสียบอลให้ทีมตรงข้าม. ในขณะนั้นการครอบครองบอลอยู่กับทีมตรงข้ามแล้ว และ แทนที่จะทิ้งบอลนั้นไปให้ฝ่ายตรงข้ามครอบครองแบบง่ายๆ แล้วถอยลงไปในแดนหลังเพื่อจัดระเบียบทีมกันใหม่อย่างรัดกุม การกดดันอย่างดุดันจะถูกนำมาใช้แทนที่ในทันทีแบบฉับพลันอย่างเป็นระบบและพร้อมเพรียงสอดประสานกันของผู้เล่นทั้ง11 คนในสนาม. ประโยชน์ที่สำคัญที่สุดของ เยือร์เกินเพรสซิ่ง ก็คือ การพยายามอย่างหนักเพื่อแย่งบอลหรือนำบอลกลับมาอย่างรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ และทำการโต้กลับเร็ว หรือ เคาน์เตอร์ แอทแทค. ประโยชน์ที่สำคัญรองลงมา ก็คือ การกดดันฝ่ายตรงข้ามบังคับให้เกิดอาการลนลาน หรือ ผ่านบอลพลาดเพราะตกใจ, ซึ่งนั่นจะทำให้ทีมของคุณกลับมาครอบครองบอลได้อีกครั้งและทำการโต้กลับเร็ว.

มันไม่ใช่แทคติกที่ใหม่อะไรเลย หรือ เป็นสิ่งที่ เยือร์เกิน คล็อพ ได้คิดค้นมาใหม่ทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว. ในปี คริสต์ศักราช 1970 หรือ พ.ศ. 2513, สโมสร ไอแยกซ์ อัมสเตอร์ดัม และ ทีมชาติเนเธอร์แลนด์ ได้เคยใช้แทคติกนี้จนประสบความสำเร็จอย่างดีเยี่ยม. แต่ว่าในฟุตบอลสมัยใหม่นั้นมันคือแทคติกที่ถูกต่อยอดให้ทรงประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นและมาพร้อมกับความสำเร็จของ คล็อพ และ ดอร์ทมุนท์.
NETHERLANDS OF 1974 HUNTING FOR THE BALL | The hard pressing of Total Football

วีดีโอ ทีมชาติเนเธอร์แลนด์ Total Football ในปี คริสต์ศักราช 1970 กับการเริ่มต้นใช้ฟุตบอลแบบเพรสซิ่งหนัก แม้จะไม่เป็นระบบที่สมบูรณ์เท่ากับการเพรสซิ่งในฟุตบอลยุคสมัยใหม่แต่ก็ถือว่าทรงประสิทธิภาพ

แล้วทำไมต้องนำ แทคติกเยือร์เกินเพรสซิ่ง มาใช้ในฟุตบอลเด็กเยาวชน?

มันไม่ใช่เป็นแค่แทคติกที่เกี่ยวกับการโต้กลับเร็ว หรือ เคาน์เตอร์ แอทแทค. มันยังเป็นแทคติกที่สามารถใช้ในการสร้างแรงกดดันอย่างมากต่อผู้เล่นทีมฝั่งตรงข้ามเมื่อเขามีบอลในครอบครอง. แต่ว่า, มันก็เป็นยุทธวิธีที่มีความเสี่ยงและอันตรายมากเช่นกัน. ถ้าผู้เล่นคนใดคนหนึ่งหรือมากกว่าในทีมนั้น มีความฟิตต่ำ , ไม่มีความมุ่งมั่น , แตกแถวจากระบบการเพรส เพรสไม่พร้อมเพรียงกับเพื่อน และไม่สอดประสานเป็นหนึ่งเดียวกัน และจะสร้างความหายนะขึ้น, ซึ่งนั่นจะตามมาด้วยการที่ทีมฝั่งตรงข้ามจะหาช่องว่างอันเป็นช่องทางในการแก้หรือหนีเพรสซิ่งได้ และเปิดพื้นที่ว่างเป็นโอกาสให้ทีมฝั่งตรงข้ามมีช่องทางการโจมตี อันมาจากความผิดพลาดของระบบการเพรสซิ่งที่ไม่สมบูรณ์ของผู้เล่นทั้ง 11 คนในสนาม. ซึ่งมันเป็นแทคติกที่ต้องการการทำงานหนักทั้งในด้านมันสมองความคิดอ่านและร่างกายของนักฟุตบอลอย่างมากในการเตรียมพร้อมในระหว่างการฝึกซ้อม. และแน่นอนการเตรียมพร้อมทั้งมันสมองและร่างกายของทีมในระหว่างการฝึกซ้อม เพื่อให้เกิดการเพรสซิ่งอย่างเป็นระบบที่สมบูรณ์ หากมันสำเร็จเป็นรูปเป็นร่างจนสมบูรณ์ขึ้นมาจริง การเพรสซิ่งอย่างเป็นระบบที่สมบูรณ์นั้น ยิ่งจะสร้างความหายนะต่อทีมฝั่งตรงข้ามที่ไม่คุ้นชินกับการเพรสซิ่งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้.

ผู้เล่นจะต้องมีความเข้าใจ และ ตอบสนองอย่างรวดเร็ว เฉียบขาด ต่อการจัดระบบของทีมแบบเป็นกลุ่มในการเริ่มต้นเพรสอย่างดุดันและสอดประสานกันอย่างพร้อมเพรียงของผู้เล่นในทีม เมื่อมีความผิดพลาดของทีมฝั่งตรงข้ามเกิดขึ้น ความผิดพลาดนั้น เราเรียกมันว่า "Triggers ทริกเกอร์".

Triggers ทริกเกอร์ เป็นดังไฟเขียว ที่บอกนักฟุตบอลในทีมว่า มีความผิดพลาดของผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามเกิดขึ้นแล้วให้ทุกคนเริ่มต้นในการเพรสซิ่งโดยอัตโนมัติ ตัวอย่างเช่น

  • ผู้เล่นฝั่งตรงข้ามครองบอลหน้าประตูตนเอง
  • ผู้เล่นฝั่งตรงข้ามจ่ายบอลกลับหลัง
  • ผู้เล่นฝั่งตรงข้าม(เซ็นเตอร์แบ็ค) จ่ายบอลขวางสนาม
  • ผู้เล่นฝั่งตรงข้ามจับบอลผิดจังหวะ
  • ผู้เล่นฝั่งตรงข้ามจับบอลด้วยเท้าที่ไม่ถนัด
  • ผู้เล่นฝั่งตรงข้ามเลี้ยงบอลกลับหลัง
  • ผู้เล่นฝั่งตรงข้ามอยู่ในวงล้อมของการเพรสซิ่งแบบฝูงแมลง

Gergen Pressing

วีดีโอประกอบการอธิบาย

การตื่นตัว และ วินัยในการเข้าเพรสซิ่งเมื่อมีความผิดพลาดของผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม หรือ Triggers ทริกเกอร์ เกิดขึ้น

ประการแรกใน เมื่อกำลังจะมี ทริกเกอร์ เกิดขึ้นก็ คือ ทีมนั้นต้องตื่นตัวหรือคิดอยู่เสมอๆว่าพวกเขาจะมีผู้เล่นเพียงพออยู่ในบริเวณในการเข้าประชิดลูกฟุตบอลเพื่อที่จะสามารถเพรสได้. มันจะไม่เป็นความพยายามที่ดีหรอกนะในการเพรสถ้าทีมของคุณหลุดตำแหน่ง ยืนตำแหน่งผิดกระจายไปคนละทิศละทาง ผู้เล่นแบ็คขวาอีกคนวิ่งไล่เพรสแบบดุดันเข้าหาผู้เล่นฝั่งตรงข้ามที่มีบอล แต่ผู้เล่นแดนกลางอีกคนวิ่งจ๊อกกิ้งแบบเหยาะแหยะเข้าหาผู้เล่นฝั่งตรงข้ามที่ไม่มีบอล หรือยืนนิ่งๆ, มันไม่ได้ผลแน่นอน. คุณต้องมีผู้เล่นอย่างน้อย 3 ถึง 5 คน ในการพร้อมที่จะเข้า เพรสซิ่งแบบกลุ่มย่อย คือประชิดตัวผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามทั้งที่มีบอลและไม่มีบอลอย่างดุดัน หรือ สามารถเข้าถึงฟุตบอลหรือผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามอย่างรวดเร็วที่สุดเพื่อที่จะเพรสกดดันอย่างฉับพลัน และ กดดันไปรอบๆวงล้อมอย่างฝูงแมลงที่ทำงานร่วมกันเป็นทีม.



ประการที่สอง, ผู้เล่นคนอื่นๆที่ไม่ได้อยู่ใกล้ลูกฟุตบอลหรือไม่ได้มีส่วนร่วมกับการเพรสซิ่งแบบกลุ่มย่อย, จะต้องคิดและตื่นตัวอยู่เสมอกับหน้าที่ของพวกเขา, ที่จะต้องคอยอ่านทางวิถีของลูกฟุตบอลเป็นหลัก ซึ่งผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามจะเปิดบอลยาวหนีการเพรส หากผู้เล่นคนอื่นๆไม่ตื่นตัวจะมีผลทำให้การเพรสนั้นเป็นการเพรสที่ไม่สำเร็จผล. ซึ่งโดยปกติบอลจะถูกเปิดยาวแบบตื่นตระหนกของผู้เล่นทีมฝ่ายตรงข้ามไปที่บริเวณกองหลังของทีมเรา หรือเปิดไปในพื้นที่ว่างบริเวณด้านหลังของกองหลังของทีมเรา. พวกเขาจะต้องพร้อมอยู่ในตำแหน่งที่ดีเพื่อสร้างความได้เปรียบ หรือ พร้อมที่จะตัดบอลจากการที่ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามจ่ายบอลผิดพลาดแบบลนลานซึ่งเป็นผลมาจากการไล่เพรสแบบกลุ่มย่อยอย่างเป็นระบบของทีมเรา ซึ่งพวกเขาจะได้บอลกลับมาในความครอบครองอีกครั้งพร้อมกับโอกาสอันสำคัญที่จะทำการ โต้กลับเร็ว หรือ เคาน์เตอร์ แอทแทค.



ประการที่สาม, หากมีผู้เล่นฝั่งตรงข้ามคนใดที่ยืนหรือเคลื่อนที่ผิดตำแหน่ง หรือไม่เคลื่อนที่ ในขณะที่เพื่อนฝั่งเรากำลังวิ่งหรือเพรสกดดันไปก่อนแล้ว, เมื่อรู้ตัวให้รีบเคลื่อนตัวไปในจุดที่ได้เปรียบเพื่อปิดพื้นที่การส่งบอล หรือ คอยดักทางหรือเข้าปิดกั้นทางบอล ปิดกั้นทิศทางอันเป็นแนวของการส่งบอลของผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามที่กำลังถูกเพรสไปให้ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามคนอื่นๆที่อยู่ด้านนอกวงล้อมของการเพรสซิ่งแบบฝูงแมลง. และหากผู้เล่นฝั่งตรงข้ามสูญเสียบอลให้กับเราจากการเข้าเพรสกดดัน, ให้ผู้เล่นคนอื่นๆในทีมรีบเคลื่อนที่อย่างฉับพลันเพื่อหาพื้นที่ว่างในการรับบอลจากเพื่อน เพื่อเข้าทำประตู.



ถ้ามีความผิดพลาดของผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม หรือ Triggers ทริกเกอร์ เกิดขึ้นแล้ว, ผู้เล่นในทีมจะต้องรีบทำหน้าที่ของตัวเอง

  • สิ่งแรกๆที่ต้องการมากเพื่อที่จะทำให้การเพรสซิ่งที่สมบูรณ์เริ่มต้นเกิดขึ้นก็คือ ผู้เล่นที่อยู่ใกล้บอลที่สุดในขณะที่เสียบอล ต้องวิ่งบีบพื้นที่กดดันอย่างรวดเร็ว และ ต้องทำอย่างดุดันเท่านั้นมีจุดประสงค์เพื่อขัดขวางการจ่ายบอล หรือแย่งบอลกลับคืนมาครอบครองอย่างใสสะอาด, โดยปราศจากการพุ่งเข้าไปแบบสกปรกทำร้ายฝ่ายตรงข้ามหรือทำให้เกิดการฟาวล์น้อยที่สุด การเพรสซิ่งไม่ใช่วิ่งไปใกล้ถึงผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามแล้วชะลอหรือหยุดแบบนั้นไม่ใช่การเพรสซิ่งที่ดีและจะไม่เกิดประโยชน์ใดๆ เพราะจะทำให้ผู้เล่นฝั่งตรงข้ามมีเวลามองหา หรือคิดที่จะจ่ายบอลไปในแดนหลัง หรือให้ผู้รักษาประตู หรือ ผู้เล่นในตำแหน่งอื่นๆข้างเคียงนั่นเอง.
  • สิ่งที่สองก็คือผู้เล่นรอบๆตัวของผู้เล่นคนแรกที่กำลังเข้าเพรส จะต้องมีปฏิกิริยาตอบสนองที่เร็วในการเข้าสู่วงล้อมของการเพรสซิ่งแบบฝูงแมลงเพื่อกดดันตามๆกันเป็นกลุ่ม. แต่ว่าพวกเขาจะต้องทำมันตามแบบที่ได้วางกันเอาไว้, ต้องทำอย่างเป็นระบบ และ มีการสื่อสารกันที่ดี. ลองจินตนาการพวกเขาประสานงานกันอย่างกลมกลืน, ผู้เล่นคนแรกวิ่งเข้าไปกดดัน, ผู้เล่นคนที่สองจะรับรู้ได้ในทันทีแบบฉับพลันว่าจะต้องวิ่งเพรสเข้ากดดันไปไหนตำแหน่งหรือจุดใด, ผู้เล่นคนที่สามก็จะรู้ได้แบบฉับพลันและตามเข้ามาโดยอัตโนมัติ, คนที่สี่ และ คนอื่นๆ. นี่คือเป้าหมายที่ดีมากๆของการเพรสซิ่ง ในการสื่อสารกัน และ ทีมเวิร์ค การทำงานเป็นทีมระหว่างผู้เล่น.
  • จะต้องมีผู้เล่นมากกว่าหนึ่งคนที่จะวิ่งเข้าไปกดดันผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามที่มีบอล, อาจจะสองหรือเป็นสามคนที่จะวิ่งเข้าไปกดดัน, ในรูปแบบของสามเหลี่ยมมุมป้านหรือมุมแหลมที่แตกต่างกันออกไปตามสถานการณ์.
  • ถ้าการเพรสกดดันนั้นอยู่บริเวณจุดกึ่งกลางของวงล้อมของการเพรสซิ่งแบบฝูงแมลง, ผู้เล่นคนอื่นๆที่อยู่ด้านนอกของวงล้อมของการเพรสซิ่งแบบฝูงแมลงจะต้องเข้าใจและมีวินัยต่อหน้าที่ของตัวเอง. พวกเขาต้องพร้อมที่จะเข้าไปประจำตำแหน่งเพื่อทำการเพรส, เพื่อสะกัดกั้นดักทางบอลที่จะถูกส่งผ่านออกไปจากวงล้อม.
  • ผู้เล่นที่อยู่ในวงล้อมของการเพรสซิ่งแบบฝูงแมลงต้องรับรู้เสมอว่าหน้าที่ของเขาจะต้องเปลี่ยนถ้าลูกฟุตบอลได้ถูกส่งผ่านออกไปจากวงล้อมแล้ว. อันเป็นผลมาจากผู้เล่นที่เข้าไปเพรสกดดันอาจจะเอาชนะผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามไม่ได้ หรือแย่งบอลกลับมาไม่ได้. แต่อย่างน้อยพวกเขาก็ยังได้กดดันให้ฝ่ายตรงข้ามผ่านบอลไม่ได้เล่นบอลง่ายๆ. เมื่อบอลถูกจ่ายผ่านออกไปล้วผู้เล่นคนอื่นๆหรือผู้เล่นที่เข้ากดดันและผู้เล่นที่เริ่มต้นกดดันในขณะนั้น ควรอยู่นอกวงล้อมของการเพรสซิ่งแบบฝูงแมลงเพื่อไปทำหน้าที่อื่นที่ของตัวเองแตกต่างออกไป.
  • ซึ่งก็จะมีผู้เล่นเหลืออยู่หนึ่งคน, ที่อยู่ห่างไกลจากการเป็นส่วนหนึ่งของวงล้อมของการเพรสซิ่งแบบฝูงแมลงนั่นคือ ผู้รักษาประตู. เขาก็ยังมีหน้าที่ที่สำคัญอย่างมากที่ต้องทำ. พวกเขาต้องอ่านเกมและอยู่ในตำแหน่งที่ดีในการป้องกันการผ่านบอลยาวๆและลูกที่คาดไม่ถึง. เขายังต้องพร้อมที่จะใช้เท้าเพื่อเล่นฟุตบอล, เตรียมพร้อมกับการถูกเข้าเพรส.

COUNTER-PRESSING EXPLAINED - GERMANY (TACTICAL CAM)

วีดีโอ แสดงการเล่น เคาน์เตอร์เพรสซิ่ง ของทีมชาติเยอรมันชุดใหญ่ ชุดสีขาว

ส่วนการเล่น เคาน์เตอร์เพรสซิ่ง (counterpressing) มีอยู่ 5 สิ่งสำคัญๆด้วยกัน ดังต่อไปนี้

1. มีผู้เล่นที่อยู่ใกล้ลูกฟุตบอลมากพอที่จะสามารถเริ่มต้นรุมแย่งบอลอย่างดุดันแบบเป็นกลุ่มได้หรือไม่?
2. มีความผิดพลาดของผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม หรือ Triggers ทริกเกอร์เกิดขึ้นหรือไม่, ถ้ามีให้เข้าร่วมในการรุมแย่งบอลอย่างรวดเร็ว หรือคอยอ่านทางบอลและไล่ดักทางบอล
3. จะมีผู้เล่นที่ไม่ได้อยู่ในวงล้อมของการเพรสซิ่ง, ผู้เล่นคนนั้นควรอยู่ในตำแหน่งที่ดีเพื่อที่จะคอยอ่านทางบอลหรือไล่ดักทางบอล. คอยเก็บบอลจากการสาดบอลยาวทิ้งขึ้นไป หรือ ผ่านบอลแบบตกใจลนลานของผู้เล่นฝั่งตรงข้าม
4. ความรวดเร็ว, ความดุดัน และ การบีบพื้นที่หนักๆ คือ กุญแจสำคัญ. แล้ว สามารถเอาลูกฟุตบอลกลับคืนมาภายในระยะเวลา 3-6 วินาที ทำได้หรือไม่?
5. ถ้าแย่งบอลกลับมาได้แล้ว, ทีมสามารถที่จะเล่นเกมสวนกลับเร็วได้หรือไม่? ถ้าทำไม่ได้ สามารถที่จะค่อยๆคอนโทรลเกมโดยใช้การต่อบอลครองบอลได้หรือไม่?

อ้างถึง


การเล่นแบบ เคาน์เตอร์เพรสซิ่ง (counterpressing)ที่เป็นระบบแบบสมบูรณ์ เป็นเพียงหนึ่งองค์ประกอบเท่านั้น ที่ผู้ฝึกสอนทีมเยาวชนยุคใหม่ ในลีกเยาวชนแห่งชาติควรสอนและให้ความรู้แก่เด็ก



Thailand Youth League 2018-2019
ฟุตบอลลีกเยาวชนแห่งชาติ ปี 2561-62

เริ่มการแข่งขัน วันที่ 15 ธันวาคม 2561



รายชื่อทีมรุ่นอายุ 13 ปี



รายชื่อทีมรุ่นอายุ 15 ปี



รายชื่อทีมรุ่นอายุ 17 ปี



รายชื่อทีมรุ่นอายุ 19 ปี


อ้างถึง
บันทึกการเข้า

ไทยอยากก้าวข้ามเอเชียเพื่อเป็น1 เริ่มต้นที่คุณภาพของฟุตบอลลีกเยาวชน : เยอรมัน : อ่านต่อที่นี่ http://www.thailandsusu.com/webboard/index.php?topic=393808.0
เซลล์โรงพิมพ์
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1095/-1680
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10,804



| | |
« ตอบ #1 เมื่อ: ธันวาคม 07, 2018, 12:47:11 PM »

การบล็อคไม่ให้คู่แข่งผ่านบอลเข้าสู่บริเวณพื้นที่อันตรายก็สำคัญ ที่เรียกว่า defence organisation

Italy defensive organisation EURO2016 Tactical Cam
บันทึกการเข้า
mildjaja
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +601/-416
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,759



เว็บไซต์
| | |
« ตอบ #2 เมื่อ: ธันวาคม 07, 2018, 01:56:11 PM »

เพรส ก็คือหนึ่งในองค์ประกอบของความสำเร็จ  
แต่สิ่งที่ผมเห็นกับผู้ฝึกสอนระดับรากฐานบอลไทย คือ โค้ชยืนตะโกนสอนตลอดเวลา ยืนโวยวายเด็กอยู่ข้างสนาม  ไม่ปล่อยให้เด็กได้เล่นด้วยความคิดความอ่าน ไม่ปล่อยให้เด็กเล่นด้วยจินตนาการ ไม่ปล่อยให้เด็กเล่นด้วยความเข้าใจของตัวเองไปก่อน แล้วบันทึกเก็บข้อผิดพลาด เก็บคำแนะนำไปสอนสั่งเด็กในห้องพัก ช่วงหรือหลังการแข่งขัน  จะทำให้เด็กเกิดความเข้าใจว่าตัวเองผิดพลาดตรงไหนยังงัย ควรเล่นยังงัย ควรขยับยังงัย แต่นี่ยืนสั่ง ยืนด่าเด็กในขณะแข่ง เด็กก็ลนลาน  เกร็งหรือหงอกับเสียงตะโกนด่าของโค้ชพวกนี้ ชาติที่พัฒนาด้านฟุตบอลล้วนแต่เน้นให้เด็กเข้าใจและมีจินตนาการในการเล่น เป็นจุดแห่งความสำเร็จในเวลาต่อมา  หน้าที่เหล่านี้คือภาระกิจหลักของงานด้านเทคนิคที่ต้องทำความเข้าใจ ประสานกับทุกภาคส่วนและทั่วถึง  แต่ถ้าฝ่ายเทคนิคบ้านเราทำไม่ได้ มันก็คือฟุตบอลแบบเดิมๆ ไร้การพัฒนาอย่างยั่งยืน

ขอบคุณกระทู้เรื่องบอลเยาวชนแบบนี้ด้วยครับ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 07, 2018, 02:01:51 PM โดย mildjaja » บันทึกการเข้า
พ่อน้องน้ำหวาน_MTUFC
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +657/-830
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 5,101


คนปากเกร็ด เชียร์เมืองทอง ยูไนเต็ด


| | |
« ตอบ #3 เมื่อ: ธันวาคม 07, 2018, 02:20:02 PM »

เยียม
บันทึกการเข้า

panhinlad
Jr. Member
**

คะแนนความรัก: +50/-35
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 409



| | |
« ตอบ #4 เมื่อ: ธันวาคม 07, 2018, 03:16:20 PM »

สมัยนี้แม่งโคตรจะยืดหยุ่นครับ ไม่มีอะไรตายตัว ขนาดตำแหน่งยังสลับกันได้ตลอด
อย่างแผนการเล่น ก็ปรับได้ตลอด รุกอีกแผน รับอีกแผน

เพรซซิ่งเป็นรูปแบบที่น่านำมาใช้มากๆ ไม่จำเป็นต้องเพรซทั้งเกมก็ได้
แต่เกมๆนึงไม่เพรซเลยนี่แย่มาก

ฝึกเด็กเยาวชนเพรซตั้งแต่เด็กยิ่งดีครับ ฝึกเรื่องของพละกำลังไปในตัว
บันทึกการเข้า
art27
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +122/-50
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,338



| | |
« ตอบ #5 เมื่อ: ธันวาคม 07, 2018, 03:26:50 PM »

ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
Doctor สลัม
อยากจะรวยจริงๆ
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +2538/-3533
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 50,668


หล่อไม่มาก แต่ท่ายากเฮียมีเยอะ


| | |
« ตอบ #6 เมื่อ: ธันวาคม 07, 2018, 10:18:59 PM »

ครับๆ
บันทึกการเข้า

ลมหายใจคือฟุตบอล
PeepoClub
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +215/-47
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 2,710



| | |
« ตอบ #7 เมื่อ: ธันวาคม 07, 2018, 10:23:17 PM »

เยี่ยมครับ
บันทึกการเข้า
Koragap
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +219/-354
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,068


| | |
« ตอบ #8 เมื่อ: ธันวาคม 08, 2018, 12:37:07 AM »

เบื้องหลังพลังม้า ลิเบอร์พูล
http://timeout.siamsport.co.th/health/view/93979

โภชนาการ วิทยาศาสตร์ วินัย ความฟิต ความขยัน มืออาชีพ
ไม่งั้นไม่มีทางวิ่งได้ตลอดเกมแน่นอน
บันทึกการเข้า
thepong
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +272/-279
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,287



| | |
« ตอบ #9 เมื่อ: ธันวาคม 09, 2018, 05:40:31 PM »

ถ้าสมาคม กล้าๆพัฒนาให้สุดโต่ง   

เลือกอบรมโค้ชเพิ่มต่างหากจากปกติให้โค้ชเยาวชน  8 โซน  เอามัน 8 สไตล์เลย  เลือกอบรมกัน 1 ภาค ต่อ 1 สไตล์

เช่น
เหนือ= อบรมสไตล์ ฮอลแลนด์
ใต้ = บราซิล
กลาง = เยอรมัน
กทมฯ = สเปน
ตะวันออก = อาร์เจน
ตะวันตก = ฝรังเศส
ตะวันออกเฉียงเหนือบน = สวีเดน
ตะวันออกเฉียงเหนือล่าง = โครเอเชีย

โตกันมาแบบภาคละสไตล์  แล้วมามิกซ์กันตอนโต
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  




Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!