Thailandsusu Webboard
เมษายน 19, 2019, 01:57:06 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน Gallery เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: นักขับ F1 สายเลือดไทย คนที่2 อเล็กซ์ อัลบอน : เด็กไทยที่ใช้เวลา 6 ปีสู่นักขับ F1  (อ่าน 1013 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
PeepoClub
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +317/-74
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,494



| | |
« เมื่อ: พฤศจิกายน 27, 2018, 04:22:29 PM »

Credit : Main Stand
https://www.mainstand.co.th/catalog/3-Stories/116-%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B8%8B%E0%B9%8C+%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%A5%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%99+%3A+%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%A5%E0%B8%B2+6+%E0%B8%9B%E0%B8%B5%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%82%E0%B8%B1%E0%B8%9A+F1

วงการมอเตอร์สปอร์ตของไทยเริ่มเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ในปัจจุบัน กับการมีสนามแข่งขันระดับโลกอย่าง ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ที่จังหวัดบุรีรัมย์ ตลอดจนการเป็นเจ้าภาพการแข่งขันระดับนานาชาติที่มีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

 

ทว่าหากนับเฉพาะในส่วนของนักแข่งกลับพบว่า นับตั้งแต่ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพีรพงศ์ภาณุเดช ที่ทรงลงแข่งขันรถสูตรหนึ่งในช่วงทศวรรษ 1950 เรายังไม่เคยมีนักแข่งคนใดที่ได้ลงแข่งในเวทีระดับสุดยอดของโลกอีกเลย ไม่ว่าจะเป็นในโลก 4 ล้ออย่างรถสูตรหนึ่ง หรือ 2 ล้ออย่าง โมโตจีพี

แต่ที่สุดแล้ว ข่าวที่ทำให้แฟนกีฬาความเร็วชาวไทยต้องตื่นเต้นก็มาถึง เมื่อ โตโรรอสโซ่ ประกาศว่าง อเล็กซ์ อัลบอน นักซิ่งลูกครึ่งไทย-อังกฤษ จะมาเป็นหนึ่งในนักขับของทีมในการแข่งขัน F1 ฤดูกาล 2019

แต่บางที เส้นทางชีวิตของหนุ่มวัย 22 ปีผู้นี้ อาจจะทำให้คุณต้องทึ่งกว่าข่าวที่ปรากฎเสียอีก เพราะกว่าที่ฝันจะเป็นจริงนั้น เขาต้องผ่านเรื่องราวสุดพลิกผันมากมายเหลือเกิน

 

สายเลือดนักซิ่ง
เห็นชื่อที่ดูฝรั่งจ๋าเช่นนี้ หลายคนอาจสงสัยว่ามีความเกี่ยวพันกับประเทศไทยในจุดไหน แต่หากเห็นอีกนามสกุลของเจ้าตัวเชื่อว่าน่าจะสิ้นสงสัย เพราะนามสกุล อังศุสิงห์ ของเขานั้นมีที่มาจากคุณแม่ กัญญ์กมล ซึ่งเป็นคนไทยนั่นเอง

และหากจะหาว่าเหตุใดอเล็กซ์ถึงมีฝีมือการซิ่งที่เก่งขนาดนี้ คำว่า ‘มันอยู่ในสายเลือด’ น่าจะตอบคำถามได้ตรงที่สุด เมื่อ ไนเจล คุณพ่อชาวอังกฤษนั้น เคยเป็นนักแข่งรายการ บริติช ทัวริ่งคาร์ แชมเปี้ยนชิพ (BTCC) รวมถึง ปอร์เช่ คาร์เรร่าคัพ เอเชีย มาก่อน


ซึ่งกรรมพันธุ์คนรักความเร็วของเขาเห็นได้ชัดตั้งแต่ตอนเด็ก เมื่อเจ้าตัวเคยเผยกับสื่อไทยอย่าง ไทยรัฐ และ TrueID ว่า คำแรกที่เขาพูดได้ไม่ใช่ Mom หรือ Dad เหมือนคนอื่นๆ แต่เป็น Ferrari ค่ายม้าลำพองจากอิตาลี ผู้ผลิตซูเปอร์คาร์และสร้างรถสูตร 1 ระดับแชมป์โลก

แถมฝีมือและเส้นทางบนถนนสายความเร็วของเขาถึงตอนนี้ไปไกลกว่าคุณพ่อเสียแล้ว

 

เริ่มต้นเช่นไอดอล
ด้วยความที่คุณพ่อของอเล็กซ์เป็นนักแข่งรถอาชีพมาก่อน ตัวเขาจึงให้การสนับสนุนลูกชายคนโตจาก 5 คนของครอบครัวนี้อย่างสุดกำลัง ด้วยการสร้างสนามแข่งไว้ในสวนหลังบ้านให้อเล็กซ์หัดขับรถโกคาร์ทตั้งแต่อายุเพียง 6 ขวบ

แต่นอกจากจะมีคุณพ่อเป็นแรงบันดาลใจแล้ว อเล็กซ์ยังมีอีกหนึ่งไอดอลคนสำคัญ ที่คุณแม่มักต้องเรียกเขาด้วยชื่อของชายผู้นี้อยู่บ่อยครั้งเวลาที่ต้องการให้เชื่อฟังคำสอน นั่นคือ มิชาเอล ชูมัคเกอร์ ตำนานวงการรถสูตรหนึ่ง ผู้คว้าแชมป์โลกมากที่สุดถึง 7 สมัยนั่นเอง


และจุดเริ่มต้นบทเส้นทางสายนักแข่งของอเล็กซ์ก็ไม่ต่างจากไอดอลอย่างชูมี่ เมื่อเขาเริ่มลงแข่งรถโกคาร์ทเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2005 ด้วยวัยเพียง 8 ขวบ ก่อนจะสร้างชื่อด้วยการคว้าแชมป์ในหลายรายการ ทั้งในอังกฤษที่เป็นบ้านเกิด ทวีปยุโรป รวมถึงระดับโลก โดยจุดสูงสุดของอเล็กซ์กับการแข่งรถโกคาร์ต คือการคว้าแชมป์ยุโรปและแชมป์โลกในคลาส KF3 เมื่อปี 2010 ซึ่งเป็นรุ่นที่ เซบาสเตียน เวทเทล อีกหนึ่งแชมป์โลก F1 และไอดอลของเขาเคยประสบความสำเร็จเมื่อ 9 ปีก่อนหน้า

สำหรับเป้าหมายของอเล็กซ์นั้น ถือได้ว่าเด่นชัดมาตั้งแต่แรก เมื่อความฝันของเขาคือ ‘การได้เป็นนักแข่งรถฟอร์มูล่า 1’ และผลงานในการแข่งรถโกคาร์ทก็ได้ต้องตาทีมรถสูตรหนึ่ง ซึ่งมีความผูกพันกับประเทศไทยอย่างลึกซึ้งเข้าอย่างจัง

 

หนึ่งปีที่ตะกุกตะกัก
เดือนเมษายน 2012 ทีม เร้ดบูล เรซซิ่ง หนึ่งในมหาอำนาจแห่งวงการรถสูตรหนึ่งทำให้คนรักความเร็วทั่วประเทศไทยต้องใจสั่นไหว เมื่อประกาศว่าพวกเขาได้เซ็นสัญญา อเล็กซ์ อัลบอน เด็กหนุ่มลูกครึ่ง ไทย-อังกฤษ วัย 16 ปีในขณะนั้น ร่วมโปรแกรมนักแข่งเยาวชนของทีม พร้อมกับการเลื่อนขั้นไปแข่งขันรถล้อเปิดเป็นครั้งแรกในรายการ ฟอร์มูล่า เรโนลต์ 2.0

และด้วยความที่ เร้ดบูล มีสายสัมพันธ์อย่างลึกซึ้งกับแดนสยาม เมื่อเครื่องดื่มชูกำลังยี่ห้อดังรายนี้ มีต้นกำเนิดจากประเทศไทยโดย เฉลียว อยู่วิทยา ในแบรนด์ กระทิงแดง (ซึ่งได้ร่วมมือกับ ดีทริช เมเทสซิทซ์ นักธุรกิจชาวออสเตรียในการนำ เร้ดบูล สู่ตลาดโลก) ความฝันที่จะได้เห็นนักแข่งรถสูตรหนึ่งสายเลือดไทยที่ห่างหายไปกว่าครึ่งศตวรรษจึงกลับมาเรืองรองอีกครั้ง

ทว่าโลกแห่งความจริงนั้นไม่สวยหรูเหมือนภาพที่วาดไว้ เมื่ออเล็กซ์ประสบกับปัญหาในการปรับตัวกับรถแข่งรูปแบบใหม่อย่างหนัก

“การขยับจากรถโกคาร์ทไปแข่งด้วยรถล้อเปิดนั้นถือเป็นก้าวที่ใหญ่มากครับ” เจ้าตัวเผยถึงเรื่องราวในตอนนั้น “ปัญหาสำคัญก็คือ ผมมีเวลาทำความคุ้นเคยกับรถน้อยเกินไป นอกจากนั้น ผมยังเป็นนักแข่งเพียงคนเดียวของทีม ทำให้ไม่มีไกด์คอยแนะนำแนวทางหรือแม้กระทั่งเลียนแบบในสนาม ทุกสิ่งทุกอย่างผมต้องลองผิดลองถูกด้วยตัวเองทั้งหมด”

การปรับตัวอันยากลำบากนี้ จึงไม่แปลกที่แม้แต่ตัวอเล็กซ์เองยังต้องยอมรับว่า ปี 2012 คือปีที่แย่ที่สุดในชีวิตการเป็นนักแข่ง เมื่อเขาไม่สามารถเก็บได้แม้แต่เพียงคะแนนเดียวในการแข่งขัน ฟอร์มูล่า เรโนลต์ 2.0 ยูโรคัพ กับทีม เอพิค เรซซิ่ง


และแม้จะมีสัญชาติเดียวกับนายทุนผู้ให้การสนับสนุน แต่ที่สุดแล้วผลงานในสนามก็เป็นเครื่องชี้วัดทุกอย่าง นั่นทำให้ช่วงเวลาของอเล็กซ์กับการเป็นนักแข่งเยาวชนของทีมเร้ดบูลนั้นสั้นเพียงปีเดียวเท่านั้น

 

คืนฟอร์มเก่ง
อเล็กซ์เปิดใจถึงตอนที่ต้องออกจากโปรแกรมนักแข่งเยาวชนของทีมเร้ดบูลว่า “รู้สึกแย่เอามากๆ ทว่าเมื่อไม่อาจสร้างผลงานที่ดีได้ การถูกถอดออกจากทีมนั้นก็ถือเป็นเรื่องธรรมดา” แต่กำลังใจและการสนับสนุนจากผู้คนรอบข้าง ก็ทำให้เขามีพลังกลับมาสู้ต่ออีกครั้ง

ปี 2013 เจ้าตัวได้รับโอกาสจากทีม KTR ให้พิสูจน์ตัวเองในการแข่งขันรายการเดิม ซึ่งความผิดพลาดจากปีก่อนได้ทำให้เขามีประสบการณ์มากขึ้น เมื่อเขาสามารถเก็บคะแนนสะสมได้สำเร็จเป็นปีแรก จบฤดูกาลด้วยอันดับ 16 บนตารางคะแนน ก่อนทำผลงานได้ดีขึ้นอีกในปีถัดมา เมื่อเขาสามารถขึ้นโพเดี้ยมได้ถึง 3 ครั้ง และสามารถเก็บคะแนนสะสมได้เกือบทุกเรซที่ลงแข่ง จนคว้าอันดับ 3 ในตารางคะแนนสะสมได้สำเร็จ

ปี 2015 อเล็กซ์ได้รับโอกาสไปลงแข่งในระดับที่สูงกว่า กับรายการ ฟอร์มูล่า 3 ชิงแชมป์ยุโรป ในสังกัดทีม ซิกเนเจอร์ ซึ่งแม้จะประสบกับปัญหาจนไม่จบการแข่งขันอยู่บ้าง แต่ก็ยังทำผลงานได้สม่ำเสมอกับการขึ้นโพเดี้ยม 4 ครั้ง จบฤดูกาลด้วยอันดับ 7

ผลงานดังกล่าวทำให้ทีม ART กรังด์ปรีซ์ ตัดสินใจดึงเขาไปแข่งในรายการ GP3 ปี 2016 ซึ่งถือเป็นปีที่แจ้งเกิดในการแข่งรถล้อเปิดอย่างแท้จริง เมื่อเขาสามารถคว้าชัยชนะได้ถึง 4 เรซ ขึ้นโพเดี้ยมอีก 3 ครั้ง และต่อสู้แย่งตำแหน่งแชมป์ประจำปีกับ ชาร์ลส เลอแคลร์ เพื่อนร่วมทีมชาวโมนาโกซึ่งมีดีกรีเป็นเด็กฝึกทีม เฟอร์รารี่ ได้อย่างสูสี

แต่ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในสนามสุดท้าย ซึ่งเขาไม่จบการแข่งขันทั้งสองเรซ ทำให้อเล็กซ์พลาดตำแหน่งแชมป์โลกไปอย่างน่าเสียดาย

 

บันไดขั้นสุดท้าย
โลกความเร็วนั้นจะว่าไปก็ไม่ต่างกับกีฬาชนิดอื่นๆ ที่หลายครั้งนักกีฬาต้องก้าวสู่เส้นทางการแข่งขันตั้งแต่อายุยังน้อย ยิ่งไปกว่านั้น การแข่งขันรถสูตรหนึ่งยังมีโควต้านักแข่งที่จำกัดเพียงราว 20 ที่นั่งต่อฤดูกาล จึงทำให้การแข่งขันเพื่อที่จะก้าวเข้าไปสู่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์นั้นเข้มข้นเป็นอย่างยิ่ง

“ในความคิดของผมการเป็นนักแข่งระดับฟอร์มูล่า 1 คุณต้องเริ่มต้นตั้งแต่อายุยังน้อย ผมไม่ควรใช้เวลาหลายปีกับการแข่งขันระดับเดิม หากทำผลงานได้ดีคุณจะมีเงินสนับสนุนมากพอเพื่อสั่งสมประสบการณ์ ในปีแรกที่คุณเป็นนักขับหน้าใหม่ต้องเรียนรู้ให้มากที่สุด พอเข้าสู่ปีที่ 2 ต้องทำผลงานให้ดีเพื่อก้าวไปสู่อีกขั้น หากทำได้ตามนี้ ผมเชื่อว่าโอกาสจะขับรถ F1 คงอยู่อีกไม่ไกล” นี่คือสิ่งที่อเล็กซ์เปิดใจกับ กรังด์ปรีซ์ อีกสื่อสายรถยนต์ชั้นแนวหน้าของไทย

และจากผลงานอันยอดเยี่ยมระดับรองแชมป์โลกของศึก GP3 ทำให้ทีม ART ตัดสินใจดึงตัวอเล็กซ์ขึ้นมาแข่งกับทีมต่อในการแข่งขัน ฟอร์มูล่า 2 ซึ่งถือเป็นบันไดสายตรงขั้นสุดท้ายก่อนถึงรถสูตรหนึ่ง โดยแม้ฤดูกาล 2017 สำหรับเขาจะถือเป็นช่วงเวลาแห่งการปรับตัว แต่ผลงานของเขาก็ถือว่าไม่เลว ด้วยการเก็บคะแนนได้อย่างต่อเนื่องในช่วงแรก และแม้อาการกระดูกไหปลาร้าหักจากการปั่นจักรยานจะทำให้เขามีผลงานที่ตกไปบ้างในช่วงหลังของฤดูกาล แต่การขึ้นโพเดี้ยมอันดับสอง 2 ครั้ง ก็ทำให้เจ้าตัวจบฤดูกาลในอันดับ 10

เข้าสู่ฤดูกาล 2018 ซึ่งเป็นปีที่ 2 ในรุ่น F2 แม้ตัวเขาจะต้องเปลี่ยนสังกัดไปอยู่กับทีม DAMS แต่เป้าหมายยังคงเหมือนเดิมตามโร้ดแมปที่วางไว้ คือต้องทำผลงานให้ดีที่สุดเพื่อเข้าใกล้การแข่งรถสูตรหนึ่งให้มากขึ้นไปอีก ซึ่งเจ้าตัวก็ทำได้อย่างที่ตั้งใจ ด้วยการชนะไปแล้ว 4 เรซ ที่ บากู ประเทศอาเซอร์ไบจาน อันเป็นสนามแรกที่เจ้าตัวชนะรุ่นนี้, ซิลเวอร์สโตน ในอังกฤษ ประเทศบ้านเกิดของเขา, ฮังการี และ โซชิ ประเทศรัสเซีย ทำให้มีโอกาสลุ้นแชมป์โลกรายการนี้กับนักแข่งที่เป็นเด็กสร้างของทีมดังๆ อย่าง จอร์จ รัสเซลล์ และ แลนโด นอร์ริส 2 นักซิ่งอังกฤษที่มีทีม เมอร์เซเดส และ แม็คลาเรน ให้การหนุนหลังตามลำดับ

ถึงกระนั้น มอเตอร์สปอร์ตก็เป็นกีฬาที่นอกจากจะวัดกันที่ความสามารถของนักขับแล้ว ยังวัดกันที่ตัวรถอีกด้วย ซึ่งเรื่องนี้ดูเหมือนโชคจะไม่เข้าข้างเขาเท่าไหร่ เมื่อมีอยู่หลายสนามที่รถคู่ใจของเขาประสบกับปัญหาจนไม่จบการแข่งขัน ทำให้เสียคะแนนสะสมที่พึงจะได้ไปไม่น้อย

อย่างไรก็ตาม การจบฤดูกาลด้วยอันดับ 3 ของศึก F2 ก็ถือเป็นเครื่องพิสูจน์ที่ดีแล้วว่า อเล็กซ์ อัลบอน พร้อมแล้วสำหรับเวลาที่ใหญ่ที่สุดในโลกความเร็วอย่าง F1

 

ขวบปีที่พลิกผัน
แม้ผลงานในอดีตจะเป็นเครื่องพิสูจน์ฝีมือได้ดีระดับหนึ่ง แต่สำหรับวงการรถสูตรหนึ่ง บางครั้งฝีมืออย่างเดียวก็ไม่พอ เพราะด้วยงบประมาณการทำทีมที่สูงเกิน 100 ล้านปอนด์ต่อปี แต่ส่วนแบ่งรายได้ของทีมระดับท็อปกับทีมระดับกลางและล่างกลับแตกต่างกันมาก เราจึงมักได้ยินข่าวทีมแข่งที่ประสบปัญหาทางการเงิน หรือหนักหน่อยก็ถึงขั้นยุบทีมอยู่บ่อยครั้งในวงการนี้ ทำให้ สปอนเซอร์ กลายเป็นเรื่องสำคัญไม่น้อยที่จะทำให้ทีมอยู่รอด และยิ่งนักขับคนนั้นสามารถดึงดูดเงินจากผู้สนับสนุนได้ พวกเขาก็ยิ่งมีแต้มต่อในการจะได้ที่นั่งใน F1 มากขึ้

ทว่าตัวของอัลบอนนั้นดูจะเสียเปรียบกับเรื่องนี้ไม่น้อย เมื่อสปอนเซอร์ส่วนตัวของเขาดูจะเงินถุงเงินถังไม่พอเมื่อเทียบกับนักแข่งอีกหลายคน ประตูสู่ทีมรถสูตรหนึ่งหลายๆ ทีมจึงแทบจะถูกปิดตายโดยปริยาย ที่สุดแล้วก็ดูจะมีเพียงทีมเดียวเท่านั้น ที่น่าจะเปิดโอกาสให้กับนักแข่งหน้าใหม่โดยที่ไม่สนว่าใครคนนั้นจะมีสปอนเซอร์ส่วนตัวติดมาด้วยหรือไม่ ... นั่นคือ โตโรรอสโซ่ ทีมน้องของ เร้ดบูล เรซซิ่ง ซึ่งอัลบอนเคยเป็นนักแข่งเยาวชนเมื่อปี 2012 นั่นเอง

ปัญหาก็คือ เจ้าตัวทำผลงานได้ไม่ดีในช่วงเวลาดังกล่าว จนโอกาสที่ได้รับในคราวนั้นหลุดลอยไป โตโรรอสโซ่จึงต้องใช้เวลาในการพิจารณาผลงานของเขาอยู่นานเป็นพิเศษ เพื่อให้มั่นใจว่า อดีตเด็กสร้างคนนี้พร้อมแล้วสำหรับการก้าวสู่เวทีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกความเร็ว

ด้วยความไม่ชัดเจนตรงหน้า อัลบอนจึงตัดสินที่จะไม่รอ ขอขยับไปสู่อีกเวทีในฤดูกาลหน้ากับการแข่งขัน Formula E หรือรถสูตรหนึ่งพลังงานไฟฟ้ากับทีมนิสสัน ซึ่งแม้จะเป็นทีมหน้าใหม่แต่เขาก็ไม่ต้องปรับตัวอะไรมาก เมื่อเบื้องหลังของทีมนี้ก็คือ DAMS ที่เขาขับอยู่ใน F2 นั่นเอง

แต่ก่อนที่เขาจะได้ลงแข่งในเวทีใหม่ เหตุการณ์ชีวิตพลิกผันก็เดินทางมาหาเขาอีกครั้ง ...

 

สู่วันฝันเป็นจริง
วงการรถสูตรหนึ่งก็เหมือนกับวงการกีฬาอาชีพหลายรายการ ที่มีการย้ายสังกัดของนักกีฬาเป็นเรื่องปกติ และในฤดูกาล 2019 ที่กำลังจะมาถึง ความเคลื่อนไหวดังกล่าวก็ดูจะคึกคักเป็นพิเศษ เมื่อมีการย้ายตัวนักแข่งจากทีมหนึ่งไปสู่อีกทีมหนึ่งมากมาย

ทว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้น กลับทำให้ทีมโตโรรอสโซ่ประสบปัญหาอยู่ไม่น้อย เมื่อนักแข่งเบอร์ 1 ในทีมอย่าง ปิแอร์ แกสลี่ ถูกทีมแม่อย่าง เร้ดบูล เรซซิ่ง เรียกตัวไปขับให้ทีมแทน แดเนี่ยล ริคคิอาร์โด้ ซึ่งออกไปอยู่ทีมเรโนลต์ ขณะเดียวกัน แบรนดอน ฮาร์ทลี่ย์ นักแข่งอีกคนกลับไม่สามารถโชว์ผลงานได้ประทับใจกรรมการ แม้ในอดีตเขาจะเคยเก่งถึงขนาดเป็นแชมป์รายการแข่งขันที่วัดความอึดมากที่สุดในวงการความเร็วอย่าง เลอมังส์ 24 ชั่วโมงก็ตาม

ด้วยเรื่องราวข้างต้น ทำให้โตโรรอสโซ่ต้องมีการเปลี่ยนนักแข่งใหม่ โดยตำแหน่งของแกสลี่ พวกเขาตัดสินใจเรียกตัว แดเนี่ยล คิวิยาต นักแข่งชาวรัสเซียที่เคยเป็นเด็กปั้นของเร้ดบูล แต่โดนปลดจากสไตล์การขับสุดเสี่ยงกลับมาพิสูจน์ฝีมืออีกครั้ง ส่วนอีกตำแหน่ง ด้วยตัวเลือกที่มีจำกัด ที่สุดแล้ว พวกเขาก็ต้องหันกลับมาหาอดีตเด็กปั้นอย่างอัลบอนจนได้ และแม้จะต้องมีการเจรจาเพื่อฉีกสัญญากับทีมนิสสันใน FE แต่ทุกฝ่ายต่างก็เข้าใจว่า การได้แข่ง F1 ถือเป็นโอกาสครั้งหนึ่งในชีวิตที่ไม่ว่าใครต่างก็ต้องการสักครั้ง

ที่สุดแล้ว เรื่องราวก็จบอย่างแฮปปี้เอนดิ้ง โตโรรอสโซ่ ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า อเล็กซ์ อัลบอน นักแข่งลูกครึ่งไทย-อังกฤษ จะมาขับให้กับทีมในฤดูกาล 2019 สมอย่างที่แฟนกีฬาความเร็วชาวไทยรอคอยมานานเสียที

"มันเป็นความรู้สึกที่สุดยอดมากๆ ครับกับการได้แข่งรถสูตรหนึ่ง แต่เส้นทางกว่าจะมาถึงตรงนี้มันไม่ง่ายเลย การถูกทีมเร้ดบูลปล่อยตัวออกมาเมื่อปี 2012 ทำให้ผมรู้ดีว่า เส้นทางสู่ F1 มันจะยากยิ่งกว่าเดิมมากๆ มันทำให้ผมต้องทำงานหนักกว่าเดิมและพิสูจน์ตัวเองให้ได้ ที่สุดแล้ว ผมต้องขอบคุณทุกคนที่เร้ดบูลซึ่งมอบโอกาสครั้งที่สองนี้ให้กับผม" นี่คือสิ่งที่เจ้าตัวเปิดใจผ่านเว็บไซต์ของต้นสังกัดใหม่หลังการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ

ด้วยเป้าหมายที่เด่นชัดตั้งแต่แรกของอัลบอน นั่นคือการเป็นนักแข่งรถสูตรหนึ่ง ถึงวันนี้หากจะบอกว่า ฝันของเจ้าตัวเป็นจริงแล้วก็คงไม่ผิดอะไร เมื่อเส้นทางที่ผ่านมาถือเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า เขาคือของจริง กับการพาตัวเองผ่านพ้นความผิดหวัง สร้างผลงานที่ดี จนได้รับโอกาสครั้งที่สองจากผู้ที่เคยมอบโอกาสให้

ถึงกระนั้นก็ต้องไม่ลืมว่า นี่คือเวทีที่ไม่มีช่องว่างให้กับความผิดพลาด หากไม่สามารถสร้างผลงานได้ ที่สุดแล้วก็จะไม่มีใครให้โอกาสอีก แต่เรื่องดังกล่าวน่าจะเป็นสิ่งที่เจ้าตัวทราบดีอยู่แล้ว ซึ่งความผิดหวังที่เขาเคยประสบ จะช่วยให้เขาแข็งแกร่งขึ้นในเวทีการแข่งขันที่ดุเดือดที่สุดในโลก

และหลังจากที่พระองค์เจ้าพีระฯ เคยสร้างชื่อให้กับประเทศไทยเมื่อกว่า 50 ปีก่อน ในที่สุด เราก็จะได้เห็นธงไตรรงค์โบกสะบัดในสนาม F1 อีกครั้ง จากหนุ่มวัย 22 ที่ชื่อ อเล็กซ์ อัลบอน … จำชื่อเขาไว้ให้ดีๆ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 27, 2018, 04:24:13 PM โดย PeepoClub » บันทึกการเข้า
PeepoClub
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +317/-74
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,494



| | |
« ตอบ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 27, 2018, 04:23:23 PM »

ตั้งแต่ Mark Webber เลิกไป ก็มีคนนี้แหละที่จะทำให้กลับมาดู F1 อีกครั้ง
บันทึกการเข้า
เซลล์โรงพิมพ์
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1147/-1891
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 11,227



| | |
« ตอบ #2 เมื่อ: พฤศจิกายน 27, 2018, 04:38:06 PM »

จากที่อ่านดูแล้วถ้าไม่ติดว่าเป็นลูกครึ่งก็แทบไม่มีอะไรที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทยที่เป็นผู้ผลักดันไปสู่ระดับโลกเลย ถึงแม้พยายามดึงเรื่องเรดบูลส์เป็นของคนไทยก็เถอะนะ เพราะคนที่ทำทีมแข่งรถนั้นเป็นออสเตรีย แถมรายการที่แข่งต่างๆก็มาจากยุโรปทั้งนั้น ไม่รู้อันนี้จะเข้าข่ายแบบไทเกอร์ วูดส์อีกมั้ย

พอเค้าไปสู่ระดับโลกก็เคลมทันทีว่าเป็นคนไทย ถามว่าก่อนหน้านั้นเคยช่วยอะไรเค้าบ้างมั้ยกว่าที่เค้าจะมีวันนี้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 27, 2018, 04:40:18 PM โดย เซลล์โรงพิมพ์ » บันทึกการเข้า
PeepoClub
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +317/-74
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,494



| | |
« ตอบ #3 เมื่อ: พฤศจิกายน 27, 2018, 05:02:00 PM »

จากที่อ่านดูแล้วถ้าไม่ติดว่าเป็นลูกครึ่งก็แทบไม่มีอะไรที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทยที่เป็นผู้ผลักดันไปสู่ระดับโลกเลย ถึงแม้พยายามดึงเรื่องเรดบูลส์เป็นของคนไทยก็เถอะนะ เพราะคนที่ทำทีมแข่งรถนั้นเป็นออสเตรีย แถมรายการที่แข่งต่างๆก็มาจากยุโรปทั้งนั้น ไม่รู้อันนี้จะเข้าข่ายแบบไทเกอร์ วูดส์อีกมั้ย

พอเค้าไปสู่ระดับโลกก็เคลมทันทีว่าเป็นคนไทย ถามว่าก่อนหน้านั้นเคยช่วยอะไรเค้าบ้างมั้ยกว่าที่เค้าจะมีวันนี้
เขาใช้สัญชาติไทยลงแข่งนะครับ ชนะก็เปิดเพลงชาติไทยครับ
http://youtu.be/OP9I_f980oE
บันทึกการเข้า
PeepoClub
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +317/-74
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,494



| | |
« ตอบ #4 เมื่อ: พฤศจิกายน 27, 2018, 05:09:35 PM »

ตอนขับ F2 ก็มีสปอนเซอร์เป็น True กับ Est นะครับ
บันทึกการเข้า
พ่อน้องเอแคร์ PMT10
Full Member
***

คะแนนความรัก: +92/-102
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,178


| | |
« ตอบ #5 เมื่อ: พฤศจิกายน 27, 2018, 05:20:40 PM »

สัญชาติไทย กับเพลงชาติไทย ผมว่าเป็นการตลาดกับสปอนเซอร์  หาเงินเป็นร้อยล้านสนับสนุนทีมไม่ได้หากันง่ายๆ
บันทึกการเข้า
teerarod_AV111
Rock 'n Roll Never dies
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +677/-239
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10,650


Impossible is nothing


| | |
« ตอบ #6 เมื่อ: พฤศจิกายน 27, 2018, 05:22:30 PM »

จากที่อ่านดูแล้วถ้าไม่ติดว่าเป็นลูกครึ่งก็แทบไม่มีอะไรที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทยที่เป็นผู้ผลักดันไปสู่ระดับโลกเลย ถึงแม้พยายามดึงเรื่องเรดบูลส์เป็นของคนไทยก็เถอะนะ เพราะคนที่ทำทีมแข่งรถนั้นเป็นออสเตรีย แถมรายการที่แข่งต่างๆก็มาจากยุโรปทั้งนั้น ไม่รู้อันนี้จะเข้าข่ายแบบไทเกอร์ วูดส์อีกมั้ย

พอเค้าไปสู่ระดับโลกก็เคลมทันทีว่าเป็นคนไทย ถามว่าก่อนหน้านั้นเคยช่วยอะไรเค้าบ้างมั้ยกว่าที่เค้าจะมีวันนี้
เขาใช้สัญชาติไทยลงแข่งนะครับ ชนะก็เปิดเพลงชาติไทยครับ
http://youtu.be/OP9I_f980oE


ไทยกว่าที่คิดแฮะ หน้าไทย

สปอนเซอร์ไทยเพียบ ฮ่าๆ
บันทึกการเข้า
KangKaree
Newbie
*

คะแนนความรัก: +8/-3
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 94



| | |
« ตอบ #7 เมื่อ: พฤศจิกายน 27, 2018, 05:45:14 PM »

นับว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีมากครับ
บันทึกการเข้า

แกงกะหรี่ไก่กินกับไข่ดาวอร่อย
EakEE05
Newbie
*

คะแนนความรัก: +21/-6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 122



| | |
« ตอบ #8 เมื่อ: พฤศจิกายน 27, 2018, 08:11:53 PM »

ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
Doctor สลัม
อยากจะรวยจริงๆ
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +2566/-3780
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 51,823


หล่อไม่มาก แต่ท่ายากเฮียมีเยอะ


| | |
« ตอบ #9 เมื่อ: พฤศจิกายน 27, 2018, 10:09:21 PM »

ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า

ลมหายใจคือฟุตบอล
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  




Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!