Thailandsusu Webboard
ตุลาคม 23, 2018, 07:32:18 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน Gallery เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ถ้าอินเดียจะไปได้ไกลในเอเชี่ยนคัพ การเตรียมตัวต้องไม่ใช่แบบขอไปที Sportskeeda  (อ่าน 1190 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
akinson149
Moderator
Jr. Member
*****

คะแนนความรัก: +694/-91
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 484


| | |
« เมื่อ: ตุลาคม 11, 2018, 09:17:10 AM »

เรื่องโดย Aaditya Narayan
เผยแพร่ Sportskeeda
แปล akinson149

China friendly a case of too little too late for India
เกมอุ่นเครื่องกับจีนคือเคสของความน้อยเกินไปเเละสายไปเสียเเล้วสำหรับอินเดีย



"Of course, it is a problem (of not having enough time). We don't have much time to do what we need to do, we needed a few more days. Going forward, we need to have more time for preparation in future," said Indian National Football Team coach Stephen Constantine, as his team prepared to depart from Suzhou to take on China in an international friendly.
"แน่นอน, มันคือปัญหา (ที่เรามีเวลาไม่พอ) เราไม่มีเวลามากพอที่จะทำในสิ่งที่เราควรต้องทำ ,เราต้องการวันเพิ่ม เเละการจะก้าวไปข้างหน้า พวกเราต้องการเวลาที่เพียงพอสำหรับมัน" นายใหญ่ทีมชาติอินเดียกล่าวเริ่ม ก่อนเกมอุ่นเครื่องกับจีนที่ซูโจว

That brings us to a larger question about the team. Is it just preparation time for this one friendly that is an issue? Or is it preparation as a whole for the showpiece AFC Asian Cup? Before heading to the UAE in January, India are slated to play only three friendlies, with matches against Jordan and Oman to follow in the next couple of months.
มีคำถามใหญ่เกิดขึ้นให้เราได้ถกกันว่า การอุ่นเครื่องเพียงนัดเดียว (กับจีนหนนี้) คือการเตรียมตัวที่ถูกอย่างนั้นหรือ? หรือ นี่คือทั้งหมด (ที่ทำได้) สำหรับการเตรียมทีมสู้ศึกเอเชี่ยนคัพปีหน้า? ก่อนที่เราจะมุ่งไปที่ยูเออีปีหน้า ดูเหมือนว่าทีมชาติอินเดียจะเตรียมเเมตช์อุ่นเครื่องไว้เเค่3นัดเท่านั้น คือกับจีน, จอร์แดน เเละโอมาน (ซึ่งนับว่าน้อยมาก)

India's qualification campaign for the Asian Cup ended in March, and since then there have been two windows for international friendlies. In June, the Blue Tigers played in the Intercontinental Cup - which was memorable for skipper Sunil Chhetri's 100th senior cap - featuring New Zealand, Kenya and Chinese Taipei. However, it was a second-string New Zealand side, Chinese Taipei's Under-23 side and a Kenyan side that was called up at short notice.
อินเดียผ่านเข้ารอบสุดท้ายของเอเชี่ยนคัพเเน่นอนเเล้ว เเละเรื่องนี้สมค.รู้ตั้งเเต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา เเละในปฎิทินฟีฟ่า เรามีโอกาสหาทีมมาลับเเข้งได้2ครั้งก่อนหน้านี้ คือ เดือนมิ.ย. สมค.จัดให้มีรายการ อินเตอร์คอนติเเนลทัลคัพ ซึ่งเป็นการฉลองครบรอบการรับใช้ชาติครบ 100 นัดของชาตรี โดยมีเเคนย่า, นิวซีเเลนด์ เเละไต้หวันร่วมกลุ่ม อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่ารายการดังกล่าวจะไม่ได้มาตราฐานเท่าที่ควรเนื่องจากมันคือ นิวซีเเลนด์ชุดบี, ไต้หวันชุดยู23 เเละ เเคนย่าเฉพาะกิจ (ที่มีเเต่นักเตะที่ค้าเเข้งในประเทศอย่างเดียว)



Although India did win that tournament, a question would have to be asked about the levels of the oppositions and how helpful that would be for Constantine as he builds the team up for the Asian Cup.
ถึงเเม้ว่าอินเดียจะคว้าเเชมป์รายการที่ว่า คำถามมีอยู่ว่าระดับคู่เเข่งที่เราเจอช่วยให้โค้ชเเละทีมงานของเขาได้เตรียมตัวสำหรับรายการใหญ่อย่างเอเชี่ยนคัพเเล้วจริงหรือ

There were positives to emerge even from the Intercontinental Cup though, as several young players were given the opportunity, and some of them, particularly Subhasish Bose and Anirudh Thapa grabbed it with both hands. Thapa struck up a neat combination with Pronay Halder in midfield and seemed to develop an understanding with Chhetri as well.
มีข้อดีในรายการที่ว่าคือ เขาได้ลองตัวผู้เล่นใหม่ๆ เเละเยาวชนของเรามีโอกาสได้ลงเล่นมากขึ้น ทั้ง ซับฮาซิส บอส, อานิรูฟ ธาพา เเละ โปเน เฮลเดอร์ ได้รับการยอมรับว่าพัฒนาการทางการเล่นดูดีขึ้นเเละเล่นคู่กับชาตรีได้ดี

That there were some important learnings from the Intercontinental Cup makes it even more bizarre that the All India Football Federation (AIFF) has not taken the following international window seriously.
เเต่มีบางอย่างที่เราได้เรียนรู้จากการจัดการเเข่งขันรายการที่ว่าคือ สมค.ไม่ได้สนใจปฎิทินฟีฟ่าเเละไม่ได้จริงจังกับมันเท่าไหร่

In September, while India's U-23 team was busy with SAFF Cup commitments, the senior team players were busy in pre-season with their respective clubs. This, when all of India's group opponents in the Asian Cup were tightening up their preparation.
ในเดือนก.ย. อินเดียชุดยู23 ลงเล่นรายการ SAFF CUP ในขณะที่ชุดใหญ่ไร้ซึ่งโปรแกรมอุ่นเครื่องเนื่องจากหลายสดมสรกำลังวุ่นอยู่กับการเตรียมทีมเพื่อเปิดซีซั่น เเละเมื่อเวลาผ่านไปเรื่อยๆเเละระหว่างที่เอเชี่ยนคัพกำลังจะมาถึง เห็นได้ว่าทุกๆทีมที่เป็นคู่เเข่งในกลุ่มเดียวกันกับเราต่างกำลังเตรียมความพร้อมกันเป็นอย่างดี (ดีกว่าเราเสียอีกด้วย)


UAE played Trinidad & Tobago and Laos last month. Bahrain played against China and the Phillippines, both teams which had qualified for the Asian Cup. Thailand didn't use the September window for friendlies, but now, they play Hong Kong and Trinidad & Tobago in the next week, before heading on to compete in the ASEAN Football Championship.
ยูเออีได้เล่นกับตรินิแดด เเละลาวเดือนก่อน, บาห์เรนได้เล่นกับจีนเเละฟิลิปปินส์ ซึ่งทั้งสองทีมเป็นทีมที่อยู่รอบสุดท้ายเอเชี่ยนคัพทั้งนั้น ในขณะที่เเม้ว่าไทยจะไม่ได้มีเกมอุ่นเครื่องในเดือนที่ผ่านมาเเต่พวกเขากำลังจะเล่นกับฮ่องกงเเละตรินิแดดในสัปดาห์ที่จะถึงนี้ ก่อนที่จะมีคิวยาวหวดรายการชิงเเชมป์ภูมิภาคช่วงปลายปี



By the end of November, Thailand would have played seven more games than now. India would have played two.
ปลายเดือนพ.ย. ทีมไทยจะได้เล่นมากถึง7เกม ในขณะที่อินเดียเล่นเเค่2

"There will be a big stadium, big crowd but we have to play under pressure. These are the matches we need to play, to find out where we are, how good we are and how far we have to go." - Stephen Constantine
"นี่คือการเเข่งขันที่ใหญ่มากเเละเป็นถ้วยที่ใหญ่ที่สุดเเต่เราต้องเล่นแบบกดดัน มันคือเกมที่เราต้องเล่นเเละต้องหาว่าเราอยู่ตรงจุดไหนในตอนนี้" โค้ชคอนสเเตนไตน์กล่าว

Constantine knows that India need to play these tough matches for their own progress. A friendly against China is definitely a step up from the constant clashes against Nepal, which never really gave India a sense of where they needed improvements and by how much.
โค้ชคอนสเเตนไตน์รู้ดีว่าลูกทีมของเขาต้องเจอกับงานหนักในเอเชี่ยนคัพ เเน่นอนว่าการเจอกับจีน(ในเเมตช์อุ่นเครื่อง) ย่อมดีกว่าเตะกับเนปาล เหมือนครั้งที่ผ่านๆมา

The match against Jordan in November will be similar as well, so too the pre-Asian Cup friendly against Oman. But the big question that is begging to be asked is why more games haven't been scheduled. Why haven't India faced enough quality opposition in the last few years?
เช่นกันกับเเมตช์กับจอร์แดนเเละโอมาน ซึ่งคุณภาพของเกมย่อมดีแน่เเต่คำถามคือ ทำไมสมค.พึ่งมาตื่นตัวเอาตอนนี้? (เเทนที่จะกำหนดเเมตช์ลับเเข้งคู่เเข่งที่เเข็งแกร่ง(เเบบนี้)ล่วงหน้าไว้ก่อนเนิ่นๆ) ทำไมอินเดียจึงเลือกเอาเเต่ลับเเข้งกับคู่เเข่งที่เบาเเละเอาชนะได้ง่ายในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา?

Getting through the qualification group is celebrated as a big achievement, but that is not the only need of the hour for Indian football. The team, as such, relies on individual quality more than they do on their ability as a unit.
การเข้ารอบสุดท้ายได้สำเร็จคืองานใหญ่ เเละเราไม่อาจเตรียมการเเบบลวกๆ เเเละยิ่งไม่อาจทำตามมติของใครคนใดคนหนึ่งได้ นอกจากเราจะทำมันร่วมกันเป็นทีม

Chhetri and Jeje Lalpekhlua have pumped in the goals, but India have had little else in terms of an attacking threat. There are other holes in the squad that need to be filled as well, with a variety of places being up for grabs.
ชาตรีเเละจีจี้ เลาพิกรัว ทำประตูได้อย่างมาก เเต่อินเดียทีมนี้ยังมีจุดบอดอีกมากมายให้คู่เเข่งได้โจมตี นี่คือสิ่งที่เราต้องกำจัดจุดอ่อนให้ทัน



In such a scenario, it would not at all have hurt Constantine or the team to have more friendlies. Ultimately, friendlies are the stage where you can try new things. The result shouldn't matter, as long as processes are being set in place through the friendlies.
ในสถานการ์ณที่เป็นอยู่ เราอาจไม่สามารถหามาให้ได้ทั้งหมด(ของรายชื่อทีมชาติ)ที่โค้ชคอนสเเตนตินต้องการจะอุ่นเครื่องด้วยเเต่ต้องพยายามหาเกมอุ่นเครื่องเข้ามาให้ได้มากเท่าไรก็ยิ่งดี อย่าลืมว่าการอุ่นเครื่องคือการยกระดับทีมเเละบางทีผลการเเข่งขันอาจไม่ใช่สิ่งที่เรากำลังตามหากันอยู่ เพราะความสำคัญมันอยู่ที่ผลงานในรายการใหญ่มากไปกว่าเกมอุ่นเครื่องต่างหากล่ะ

Only the powers that be know why the Blue Tigers are not playing as many games as they ought to be. An often-cited excuse is that there aren't enough quality opposition willing to play against India, but that is disillusioning considering that teams like Bahrain and Thailand have been able to convince such teams to play against them.
ยิ่งอินเดียไม่ได้เล่นกับทีมเเกร่งที่มากพอ ด้วยเหตุผลเดิมๆที่สมาคมมักตอบเราว่า ไม่มีทีมแกร่งสนใจที่จะอุ่นเครื่องกับเรา เราเลยต้องไปเล่นกับทีมที่อ่อนกว่าทุกครั้งไป เเต่ไฉนทีมอย่างบาห์เรนเเละไทย (ซึ่งมีอันดับฟีฟ่าเเย่กว่าเรา) กลับหาทีมดีๆมาอุ่นเครื่องกับพวกเขาได้ล่ะ



Whether or not it is against quality opposition, even teams that didn't make the Asian Cup such as Singapore and Malaysia have played their fair share of friendlies.
และไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นทีมที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายเอเชี่ยนคัพหนนี้ก็ได้ ดูอย่างสิงคโปร์และมาเลเซียสิ พวกเขายังหาทีมดีๆมาอุ่นเครื่องได้เลย(ทั้งๆที่พวกเขาอันดับโลกห่วยกว่าเราอีก)

The Indian football faithful can only hope that this friendly against China is the start of the national team's fortunes actually being taken seriously by the AIFF, but there have been several false dawns already.
สมาคมฟุตบอลอินเดียกำลังคิดว่าการได้อุ่นเครื่องกับจีนกำลังพาเราไปในทิศทางที่ถูกเเต่พวกเขากำลังทำผิดไปแล้วต่างหาก


India are already well behind in their preparations for the Asian Cup, and although not much can be done now, it could serve as a lesson for future Indian teams and coaches. The importance of friendlies for a team like the Blue Tigers cannot be understated, and in this case, those running Indian Football will have to take the blame.
อินเดียกำลังเผชิญหน้ากับการเตรียมทีมที่เอเชี่ยนคัพที่ยากลำบาก เเละถึงเเม้ว่าอาจทำไม่ได้มากเท่าที่ควร เเต่นี่จะเป็นบทเรียนที่ดีสำหรับโค้ชเเละทีมงาน การอุ่นเครื่องยังสำคัญสำหรับเราเเละมันไม่อาจทำเเบบลวกๆ (อย่างที่เกิดขึ้นในตอนนี้) ซึ่งสิ่งที่เรากำลังทำอยู่นี้จะนำมาซึ่งคำตำหนิกลับมาสู๋ฟุตบอลอินเดียนั่นเอง

ที่มา:https://www.sportskeeda.com/football/china-friendly-a-case-of-too-little-too-late-for-india
บันทึกการเข้า
paisamao
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +162/-678
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,038


| | |
« ตอบ #1 เมื่อ: ตุลาคม 11, 2018, 02:34:46 PM »

สนใจไทยแลนด์เวย์ไหมล่ะ
บันทึกการเข้า
Faroh-Air
ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย
Jr. Member
**

คะแนนความรัก: +59/-25
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 433


รักบอลไทย


| | |
« ตอบ #2 เมื่อ: ตุลาคม 11, 2018, 03:03:39 PM »

อุ่นกับทีมรวมดาราในอินเดียนลีคก็ได้ ไม่มีใครว่าหรอก
บันทึกการเข้า

ถ้าทุกคนในชาติทุกภาคส่วนมีความสามัคคีกันแล้ว ฝันที่ไทยจะไปบอลโลกมันก็เกิดขึ้นได้
etai
Full Member
***

คะแนนความรัก: +87/-106
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 1,063



| | |
« ตอบ #3 เมื่อ: ตุลาคม 11, 2018, 03:40:34 PM »

ถ้าไม่ได้อยู่กลุ่มเดียวกัน อาจจะจัดกันไปสัก เกมส์2เกมส์
ไม่เป้นไร เจอเกมส์เป็นทางการเลยดีกว่า อยากชมเกมส์นี้มาก
บันทึกการเข้า
sakoncity
เชียร์บอลไทยไปด้วยกัน
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +425/-250
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,952



| | |
« ตอบ #4 เมื่อ: ตุลาคม 11, 2018, 03:55:56 PM »

สิงค์โปร์นิเงินหนาจริงๆ อิจฉาอ่ะ ถ้าแมสซี่มาไทยคนดูคงจะตรึม
บันทึกการเข้า

Raktakan
Full Member
***

คะแนนความรัก: +78/-25
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 834


| | |
« ตอบ #5 เมื่อ: ตุลาคม 11, 2018, 04:17:48 PM »

เจออาบังครานี้ จะเป็นไงน๊อ อยากชมเร็ว ๆ แล้วสิ
บันทึกการเข้า
Doctor สลัม
อยากจะรวยจริงๆ
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +2503/-3469
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 50,058


หล่อไม่มาก แต่ท่ายากเฮียมีเยอะ


| | |
« ตอบ #6 เมื่อ: ตุลาคม 12, 2018, 10:37:36 PM »

อืมๆ
บันทึกการเข้า

ลมหายใจคือฟุตบอล
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  




Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!