Thailandsusu Webboard
ธันวาคม 13, 2018, 10:57:17 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน Gallery เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ปรัชญาการปั้น ซอนเฮืองมิน จาก Korea Expose 16/07/61  (อ่าน 1382 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
NTT
ชีวิตเดินหน้าต่อไป ในใจนึกถึงแนวทางพระองค์
Moderator
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +6022/-253
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,479



| | |
« เมื่อ: ตุลาคม 08, 2018, 04:45:21 PM »

Behind South Korean Football Star Son Heung-min, There Is His Father
SOCIETY  Minhye Park  July 16, 2018
On neatly cut green, artificial turf, 25 teenagers were hard at practice. “Faster, faster!” yelled their coach, Son Woong-jung, while forcing his charge to count out loud the number of times they dribbled their balls. The kids, breathing heavy, alternated dribbling with push-ups and lunges throughout the session. Sometimes, Son scolded or praised students by shouting their names. It also had the effect of keeping them focused.
เบื้องหลังความสำเร็จของดาวดัง ซอนเฮืองมิน คือ คุณพ่อ ของเขานั่นเอง
มองไปยังสนามฟุตบอลหญ้าเทียมที่ทำไว้อย่างประณีต มีเด็กจำนวน 25 คนกำลังซ้อมอยู่ โค้ช ซอนวุงจึน ตะโกนบอกเด็กๆว่า “เร็วขึ้น เร็วขึ้นอีก1!” ในขณะที่เขากำลังสั่งให้เด็กๆนับจำนวนรอบของการเลี้ยงบอลด้วยเสียงอันดัง ส่วนเด็กๆนั้นก็หายใจหอบแรงและทั้งเบั้ยงบอบสลับกับการยึดพื้นและสก็อตจั๊มตลอดการซ้อมชุดนั้น บางครั้งโค้ชซอนก็ให้กำลังใจเด็กด้วยการเรียกชื่อ ซึ่งมันทำให้เด็กมีสมาธิอยู่กับการซ้อมมากขึ้น

Son is the father of Tottenham forward Son Heung-min, who also happens to be South Korea’s biggest football star. During the 2018 World Cup, Heung-min lived up to the country’s lofty expectations. Although Team South Korea eventually crashed out of the group stage, Son showed tremendous grit even when he and his teammates were trailing Mexico 2:0, scoring a goal during injury time. He was also one of South Korea’s two scorers during the match against Germany, knocking the defending World Cup champions out of the games.
โค้ช ซอน ผู้นี้คือพ่อของ ซอนเฮือมิน นักเตะชื่อดังของ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ส และของทีมชาติเกาหลีใต้ ในระหว่างบอลโลกที่เพิ่งผ่านมา ซอนเฮืองมิน แบกความหวังของประเทศไว้ แม้เกาหลีใต้จะตกรอบแต่เฮืองมินก็แสดงความเต็มที่ให้เห็นในนัดที่ตามเม็กซิโกอยู่  0-2 แต่เขาก็มุ่งมั่นเอาคืนมาได้ 1ลูกในช่วงทดเจ็บ ในบอลโลกหนนี้ ซอนเฮืองมิน ถือเป็นเพียง 1ใน 2นักเตะเกาหลีใต้ที่ยิงประตูให้ทีมได้ในนัดเขี่ยเยอรมันตกรอบ

But unlike most soccer standouts, Son, now 26, never played a match until he was 14. And he has openly credited his father’s unconventional training method with his own successes, telling Evening Standard in March: “He gave me my attitude, helped me with so many things. He still lives with me and comes to every home game.”
แต่ซอนเฮืองมิน ดาวดังวัย 26ปีต่างจากนักเตะดังอื่นตรงที่เขาไม่เคยได้ลงเล่นแบ่งข้างเลยจนกระทั่งอายุ 14ปี ซึ่งเขายกย่องวิธีการสอนด้วยวิธีแบบฉบับของตัวเองของพ่ออย่าเปิดเผยว่านั่นมีส่วนสร้างความสำเร็จให้เขา โดยเขาบอกกับสื่อเมื่อเดือน มีนาคม ที่ผ่านมาว่า “พ่อสร้างทัศนคติที่ดีให้ผมและช่วยผมหลายอย่าง ตอนนี้พ่อยังใช้ชีวิตอยู่กับผมและเข้ามาชมเกมเหย้าทุกเกม”

Today, Son Woong-jung, 50, runs a popular football academy in the relatively small city of Chuncheon, about 75km east of Seoul. But long before Heung-min’s 41 goals in Bundesliga and 30 goals in the English Premier League, Woong-jung coached a local elementary school team, training his two sons Heung-min and Heung-yun in between. As a former professional footballer in South Korea, Woong-jung blames his own lackluster career on thinking too much about winning and not enough about fundamentals. That problem, he says, is shared by many South Korean players. He retired in 1990 after becoming injured, and he didn’t want his sons to make the same mistakes.
วันนี้ ซอนวุงจึง อายุ 50ปีแล้วและบริหารอคาเดมี่ที่มีชื่อเสียงที่อยู่ในเมืองที่ค่อนข้างจะเล็กที่ชื่อว่า ชุนชอน ที่ห่างจากกรุง โซล ออกไปประมาณ 75 km ทางทิศตะวันออก แต่นานก่อนหน้าที่ซอนเฮืองมินจะสร้างชื่อในบุนเดสลีก้าและพรีเมียร์ชิพ คุณพ่อเขาเป็นครูสอนบอลโรงเรียนประถมและสอนลูกชายทั้ง ซอนเฮืองมิน และ ซอนเฮืองยุน มากับมือ ด้วยความที่คุณพ่อเคยเป็นนักบอลอาชีพในเกาหลีใต้มาก่อน คุณพ่อโทษว่าการที่ตัวเองไม่รุ่งเท่าที่ควรก็เพราะมุ่งเน้นที่ชัยชนะมากไปแต่ใส่ใจเรื่องพื้นฐานการเล่นน้อยไป ซึ่งคุณพ่อบอกว่านักบอลเกาหลีใต้หลายคนก็มีปัญหาแบบนี้ คุณพ่อเลิกเล่รเมื่อปี 1990 หลังจากบาดเจ็บซึ่งท่านไม่อยากให้ลูกชายทั้งสองซ้ำรอยของท่าน

Rather than pushing them to win as many matches as possible, Woong-jung decided to apply a radically different approach to his two sons, whom he drilled relently in basic skills. “Obsession with winning at a young age naturally leads to excessive training [beyond what young players can handle]. This will ruin their careers,” he said. “This is also the reason why famous national players like Park Ji-sung and Ki Sung-yueng suffer from knee problems.”
แทนที่ท่านจะผลักดันให้ลูกเอาชนะให้ได้มากที่สุด ท่านตัดสินใจว่าจะใช้วิธีคิดที่ต่างสุดขึ้วในการสอนบอลลูกทั้งสอง โดยท่านเน้นเรื่องทักษะพื้นฐานอย่างเข้มข้น ท่านบอกว่า “การบ้าเอาชนะตั้งแต่ยังเด็กนำไปสู่การฝึกซ้อมที่มากเกินไปสำหรับอายุเด็ก และนั่นจะทำลายอาชีพนักบอลของพวกเขา และนี่ก็เป็นสาเหตุที่นักบอลดังๆอย่าง ปาร์คจีซุง และ คีซึงยัง ทรมานจากการเจ็บเข่า”

In 2010, when Heung-min was already a celebrity playing for Hamburger SV, South Korean broadcaster SBS aired a segment about his early training. It showed that everything went according to the senior Son’s own timetable. His two sons were not allowed to move on to learning a new skill until they mastered an old one to the extent that their father required. Practice sessions were limited to two hours at a time, to prevent overtraining and injury, but Heung-min also spent three or four hours a day only on ball lifting. He often lost his toenails. When his sons became a little lazy, Woong-jung was not hesitant at all to land blows on them. “I hit my sons a lot because sometimes it’s necessary. I know Europeans don’t understand this though,” Son told me and a Dutch journalist I accompanied to his academy.
ในปี 2010 ตอนที่ซอนเฮืองมิน ดังแล้วและกำลังเล่นให้ เอสเฟา ฮัมบูร์ก ในเยอรมัน สถานีโทรทัศน์ SBS ของเกาหลีใต้ได้ออกรายการเกี่ยวกับช่วงหนึ่งของการฝึกซ้อมของ ซอนเฮืองมิน ซึ่งการซ้อมนั้นเป็นไปตามโปรแกรมขอคุณพ่อทุกอย่าง คุณพ่อจะไม่อนุญาติให้ลูกชายทั้งสองซ้อมขั้นตอนต่อไปได้ถ้าไม่ผ่านมาตรฐานของคุณพ่อในการซ้อมชุดนั้นๆอยู่ การซ้อมนั้นถูกจำกัดไว้ไม่เกินมื้อละ 2 ชั่วโมง ทั้นี้เพื่อเลี่ยงการซ้อมมากเกินไปและการบาดเจ็บ แต่ในขณะเดียวกัน ซอนเฮืองมิน กลับซ้อมการงัดบอลขึ้นด้วยเท้าถึงวันละ 3-4 ชั่วโมงซึ่งทำให้เขาเล็บโป้งเท้าหลุดอยู่บ่อยๆ พอลูกๆเริ่มมีอาการขี้เกียงจคุณพ่อก็ไม่ลังเลที่จะฟาดเข้าให้ ท่านพูดถึงเรื่องนี้กับนักข่าวจากฮอลแลนด์ที่มาสัมภาษณ์ที่อคาเดมี่พร้อมกับผู้เขียนบทความนี้ว่า “ผมหวดลูกชายทั้งสองบ่อยเพราะบางครั้งมันจำเป็นต้องทำ ผมรู้นะว่าคนยุโรปไม่เข้าใจเรื่องการตีแบบนี้หรอก”

But perhaps thanks to this rigorous regimen, Heung-min belongs to a select group of footballers who can truly play with both feet. (Citing research done at the London School of Economics in 2009, The Telegram proclaimed in 2015: “only 18 percent of the players in the top five European leagues are comfortable on either side.”)
แต่บางทีคงต้องขอบคุณแนวคิดแบบนี้เพราะในที่สุด ซอนเฮืองมิน เป็นนักเตะเพียงไม่กี่คนที่เล่นบอลได้สองเท้าอย่างเป็นธรรมชาติ (อ้างอิงรายงานการศึกษาของ LSE เมื่อปี 2009 ที่หนังสือพิมพ์ เทเลกราฟเอามาลงว่า “มีนักเตะในลีกใหญ่ยุโรปทั้งห้าลีกเพียง 18% ที่เล่นได้ทั้งสองเท้าอย่างเป็นธรรมชาติ)

 
The elder Son’s close—some might say borderline abusive—attention to his children is not unusual, at least in the context of South Korean sports. Pak Se Ri, the country’s first and the world’s youngest golfer ever to be inducted into the World Golf Hall of Fame (in 2007), was, in a manner of speaking, also made by her father, Pak Joon-chul. According to his 1998 interview with The New York Times, Joon-chul made Se Ri train “every day that she was not in school … regardless of whether there was a heat wave or freezing cold. … Sometimes, in the cold, icicles would form in her hair while she practiced.” An anecdote about how he left his young daughter alone in a cemetery to develop “her bravery” has become a national legend. (In a recent interview, Joon-chul said that the story had become exaggerated over the years.)
การเลี้ยดูฟูมฟักลูกแบบเข้มข้นของคุณพ่อซอนนี้ไม่ได้เป็นเรื่องแปลกเลยสำหรับอย่างน้อยก็นักกีฬาเกาหลีใต้ ยกตัวอย่างเช่น ปาร์คเซรี นักกอล์ฟหญิงเกาหลีใต้คนแรกและเป็นคนที่อายุน้อยสุดที่เข้า hall of fame ในปี 2007 ก็ถูกคุณพ่อ ปาร์คจุนชุล ฝึกเข้มข้นมาแต่เด็ก นสพ นิวยอร์กไทมส์ เคยลงในปี 1998 ว่า “วันไหนที่ไม่ต้องไปโรงเรียนเธอต้องซ้อมกอล์ฟไม่ว่าจะร้อนตับแลบหรือหนาวสุดๆก็ต้องซ้อม บางครั้งในฤดูหนาวต้องซ้อมในสภาพที่มีเกล็ดน้ำแข็งติดผมเลยทีเดียว” แถมยังมีเรื่องเล่าว่าท่านฝึกความกล้าหาญให้ลูกสาวด้วยการปล่อยให้อยู่ในป่าช้าคนเดียว ซึ่งในเวลาต่อมาท่านแก้ข่าวว่าเรื่องนี้เกินความจริงไป

Another South Korean sports star, figure skater Kim Yuna, is as famous for her talent and success as she is for her mother’s dedication. National daily Donga Ilbo said, “In Kim Yuna’s conquest of the [2006] World Junior Figure Skating Championship, her mother [Park Mee-hee]’s support behind the scene was essential.” (A 2009 New York Times profile noted the influence of such parables: “However extreme that may sound, Ms. Park’s achievement in producing a high-achieving child—and similar accounts of parental devotion behind other Korean athletes and performers—inspires thousands of other Korean mothers.”)
ส่วนนักกีฬาเกาหลีใต้อีกคนอย่าง คิมยูนา นักสเก็ตลีลา ก็ถูกคุณแม่ปั้นมาอย่างเข้มข้น นสพ ดองกา อิลโบ ของเกาหลีใต้เคยลไว้ว่า “ความสำเร็จของ คิมยูนา ในทัวร์าเม้นท์เยาวชนชิงแชมป์โบกปี 2006 มาจากคุณแม่” ซึ่ง นสพ นิวยอร์กไทมส์ เขียนในปี 2009 ว่า “แม้จะฟังดูสุดโต่ง แต่ความสำเร็จของคณแม่ คิมยูนา ในการปั้นลูกสาวและการปั้นในลักษณะเดียวกันนี้ของคุณพ่อคุณแม่หลายคนในเกาหลีใต้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับยอดคุณแม่นับพัน)

Son Woong-jung certainly shares that parental devotion, while emulating the emphasis on basics in a sport South Korea is known for excelling at: archery. After a South Korean archery coach, Lee Ki-sik, agreed to train USA Archery from 2006, Don Rabska, an American coach who worked with Lee, described to Reuters what he found out about the typical South Korean training regimen: “First they spend months learning the proper stance. Then it’s months learning to raise one arm, then both arms for a couple of months.” He marveled, “Those kids have six months intensive training before they shoot their first arrow.”
ซอนวุงจึง เองก็อุทิศตัวฝึกลูกเข้มข้นแบบเดียวกัน ซึ่งแนวการฝึกแบบเกาหลีที่เน้นเรื่องพื้นฐานนั้นเหมือนกันหมด เช่น ในกีฬายิงธนู ซึ่งตอนที่ ลีกีซิก โค้ชชาวเกาหลีใต้ตกลคุมทีมชาติสหรัฐฯเมื่อปี 2006 โดยมี ดอน แร็บสก้า โค้ชอเมริกันทำงานคู่กัน แร็บสก้า เล่าให้สำนักข่าว รอยเตอร์ส ฟังถึงวิธีการฝึกแบบเกาหลีว่า “อย่างแรกเลยคือฝึกเฉพาะการตั้งท่าเป็นเดือนๆ แล้วก็ตามด้วยการฝึกการยกแขนด้านเดียวอีกเป็นเดือน หลังจากนั้นก็ฝึกยกแขนสองข้างอีก 2-3 เดือน รวมแล้วกว่าจะได้ยิงธนูจริงๆก็ผ่านไป 6 เดือนแล้ว”

That said, Son Woong-jung’s curriculum cannot be called entirely South Korean. In designing it, Son says he watched training videos of the famous Ajax Youth Academy for young footballers, based in Amsterdam, Netherlands. “When we see well-developed countries or companies, they invested a lot of time and effort in the basics in every way. Football is the same,” Son said.
แม้กระนั้นหลักสูตรของคุณพ่อซอนก็ไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นเกาหลีร้อยเปอร์เซ็นต์ คุณพ่อเล่าให้ฟังว่าออกแบบการฝึกโดยอิงวีดีโอการฝึกของ อาแย็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ท่านเล่าว่า “ลองดูประเทศหรือบริษัทที่เจริญแล้วดูสิ พวกนี้จะยอมช้เวลากับการปูพื้นฐานในทุกๆเรื่อง ฟุตบอลก็เหมือนกัน”

At the academy he now runs, Son Woong-jung applies the same training regimen he used with his sons, attracting believers like Jung Hee-sook. Moving her family to Chuncheon from another city 63 km away, she enrolled her son, Ryu Dong-wan, 16, in Son’s program and sits in the sun every day with other mothers to watch him and 24 other football hopefuls repeat basic maneuvers. (Except on occasional overseas trips for training, the kids never play a real match.)
ที่อคาเดมี่ของคุณพ่อนั้นสอนเด็กแบบเดียวกับที่ท่านปั้นลูกชายทั้งสอคน ซึ่งวิธีฝึกแบบนี้ดึงดูดให้คุณพ่อคุณแม่อย่าง คุณแม่ จุงฮีซุก ย้ายครอบครัวมา 63 km เพื่อมาอยู่ทีานชอนและส่ ริวดองวาน ลูกชายวัย 16 มากรำแดดฝึกบอลทุกวันพร้อมๆกับเด็กๆอีก 25 คนที่มีคุณแม่มานั่งเฝ้าดูลูกๆฝึกพื้นฐานบอลซ้ำไปซ้ำมา

“At other places in the country, they mainly play matches and there is no time and environment to learn the basic techniques. Here you can get training according to the coach’s philosophy and the children’s age,” said Jung, who “gave up her everything” to see her son train at Son’s academy. “This place aims to cultivate global talent, and some trainees go abroad for testing or get scouted outright. In fact, some who started here are now playing overseas.”
คุณแจุงบอกว่า “ที่อคาเดมี่อื่นๆในเกาหลีใต้นั้นเน้นการลงเกมซึ่งไม่มีเวลาและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการฝึกพื้นฐาน แต่ที่นี่เด็กได้ฝึกตามปรัชญาของโค้ชที่เหมาะสมกับอายุพวกเขา” ซึ่งคุณแม่จุงนี้ยอมเสียสละทุ่มเททุกอย่างให้ลูกชายได้มาฝึกที่อคาเดมี่ของคุณพ่อ ซอนเฮืองมิน เธอบอกว่า “ที่นี่มีความตั้งใจจะปั้นดาวเตะระดับโลกและเด็กบาคนที่นี่บินไปทดสอบฝีเท้าที่ต่างประเทศหรือไม่ก็มีแมวมองมาสนใจ จริงๆแล้วเด็กบางคนที่มาเริ่มต้นที่นี่กลายเป็นนักเตะอาชีพในต่างแดนในตอนนี้เลยนะ”

Son Woong-jung conceded that training is not everything. About his other son Heung-yun, who is now one of the coaches at the academy, he stated coldly, “He just had no talent.” But he is also proud of his ability to discern raw talent so that right people get the right training. “Believe it or not, I have a trained eye with which I can make a snap judgment of a young player’s talent when they first come to see me, and it’s 70-percent accurate.”
คุณพ่อ ซอนวุงจึง ยอมรับว่าการซ้อมไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่าง ท่านพูดถึงลูกชายอีกคนคือ ซอนเฮืองยุน อย่างเย็นชาว่า “ลูกชายคนนี้ไม่มีพรสวรรค์” แต่คุณพ่อก็ภูมิใจกับความสามารถขอตัวเองที่สามารถปั้นคนที่ใช่ให้ไปถึงฝัน “เชื่อผมไหมล่ะ ผมสามารถมองปร๊าดเดียวก็มองออกเลยว่าเด็กคนไหนปั้นขึ้น สายตาผมนี่ถูกต้อง 70% เลยนะ”

He is now starting an entire education system for prospective footballers, complete with a school where older pupils can learn English, reading and other “life skills” that they might need should they not become professional players. It is to be located just a two-minute drive from the elementary school Heung-min attended, in a park that will also contain football fields, futsal grounds, a club house, a gym and a museum dedicated to Heung-min.
คุณพ่อกำลังเริ่มวางระบบการศึกษาแบบครบวงจรด้วยระบบการศึกษาที่พร้อม เคียงไปด้วยการศึกษาในโรงเรียนปกติที่เด็กโตได้เรียนภาษาอังกฤษและทักษะอื่นๆที่จำเป็นในการใช้ชีวิตในกรณีที่ไม่สามารถเป็นนักบอลอาชีพได้ อคาเดมี่นี้อยู่ห่างจากโรงเรียนที่ซอนเฮือมินเคยเรียนไป 2 นาทีด้วยการขับรถ มีทั้งสนามฟุตบอล,สนามฟุตซอล คลับเฮ้าส์ ยิม และ พิพิธภัณฑ์ของ ซอนเฮืองมิน

With Woong-jung’s ambitious plan, Heung-min’s successes as a South Korean football player abroad might not end up being a one-time miracle.
ด้วยแผนของคุณพ่อ ซอนวุงจึง อาจเป็นได้ว่าจะมีนักบอลเกาหลีใต้จากอคาเดมี่นี้ที่ไปประสบความสำเร็จในต่างประเทศเพิ่มเติมนอกเหนือจากลูกชายของท่านอีกก็เป็นได้

 

Source https://www.koreaexpose.com/korea-tottenham-forward-football-star-son-heung-min-credits-his-father-son-woong-jung/
บันทึกการเข้า
NTT
ชีวิตเดินหน้าต่อไป ในใจนึกถึงแนวทางพระองค์
Moderator
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +6022/-253
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,479



| | |
« ตอบ #1 เมื่อ: ตุลาคม 08, 2018, 04:46:22 PM »

เขียนบนรถไฟ ผิดบ้าง ไม่มีรูปบ้าง ตัวหนังสือไม่ใส่สีบ้าง ขออภัย
บันทึกการเข้า
Itaji KOM
Sr. Member
****

คะแนนความรัก: +58/-148
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,468


| | |
« ตอบ #2 เมื่อ: ตุลาคม 08, 2018, 06:03:35 PM »

ใกล้เคียงกับ พ่อ ชนา แหล่ะน่าาาา
บันทึกการเข้า
Faroh-Air
ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย
Full Member
***

คะแนนความรัก: +104/-60
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 891


รักบอลไทย


| | |
« ตอบ #3 เมื่อ: ตุลาคม 08, 2018, 07:52:20 PM »

ไกล้เคียงกับสองพี่น้อง โม-เม
บันทึกการเข้า

ถ้าทุกคนในชาติทุกภาคส่วนมีความสามัคคีกันแล้ว ฝันที่ไทยจะไปบอลโลกมันก็เกิดขึ้นได้
TONS@BallTHAI_ในฝัน
FAIR FOOTBALL THAI
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +795/-279
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,205


ไทยนี้รักสงบ แต่ถึงรบไม่ขลาด


เว็บไซต์
| | |
« ตอบ #4 เมื่อ: ตุลาคม 08, 2018, 09:03:39 PM »

คล้ายพ่อของชนาธิป ที่เน้นฝึกทักษะพื้นฐานเป็นหลัก ทักษะต้องแน่นไว้ก่อน ทักษะดีเล่นที่ไหนก็ได้
บันทึกการเข้า

godNorthstar
Full Member
***

คะแนนความรัก: +184/-131
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 725



| | |
« ตอบ #5 เมื่อ: ตุลาคม 09, 2018, 11:35:29 AM »

+ ครับ
มาเก็บข้อมูลความรู้
บันทึกการเข้า
vorlaksi
Thailandsusu
Jr. Member
**

คะแนนความรัก: +67/-47
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 603



| | |
« ตอบ #6 เมื่อ: ตุลาคม 09, 2018, 12:44:02 PM »

วินัยล้วนๆ
บันทึกการเข้า
sakoncity
เชียร์บอลไทยไปด้วยกัน
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +455/-253
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,315



| | |
« ตอบ #7 เมื่อ: ตุลาคม 09, 2018, 03:47:54 PM »

+1 เดี๋ยวมาอ่านครับ
บันทึกการเข้า

Doctor สลัม
อยากจะรวยจริงๆ
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +2538/-3545
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 50,711


หล่อไม่มาก แต่ท่ายากเฮียมีเยอะ


| | |
« ตอบ #8 เมื่อ: ตุลาคม 12, 2018, 10:49:48 PM »

อืมๆ
บันทึกการเข้า

ลมหายใจคือฟุตบอล
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  




Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!