Thailandsusu Webboard
ธันวาคม 15, 2018, 04:01:16 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน Gallery เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ผมเพิ่งเริ่มมองเกมส์ฟุตบอลออกก็ตอน U16 นี่แหละ  (อ่าน 1727 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
sabaidee
ย้ายมาอยู่เชียงใหม่แล้ว !!! ติดตามได้ที่ FB "ย้ายมาอยู่เฃียงใหม่"
Newbie
*

คะแนนความรัก: +78/-49
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 136


| | |
« เมื่อ: กันยายน 28, 2018, 12:14:59 PM »

วันนี้ขอบ่นยาว ๆ ตามกระแส บอลแพ้แล้วขอด่า

บอกตามตรง ชอบบอลไทย แต่ดูไม่เข้าใจหรอกว่า การวางแทคติค การแก้เกมส์ มันคืออย่างไร ต้องทำอย่างไร บางทีก็งงว่า ทำไมอีกฝ่ายหนึ่งโดนบุกอยู่ข้างเดียว อีกฝ่ายขึ้นบอลไปข้างหน้าไม่ได้เลย ทำไมมันขึ้นไม่ได้ ฯลฯ อ่านเพื่อน ๆ คอมเมนต์ก็คิดตาม แต่ถามว่าถ้าตัวเองเป็นโค้ช จะแก้ยังงัย "มึนตึ๊บ" ครับ แก้ไม่เป็นจริง ๆ ไม่ใช่ทางที่ถนัดจริง ๆ แต่ใจเต้นตุ๊บๆๆ ตอนเชียร์ทีมชาติไทย

แต่พอมาดู U16 กับ ทาจิฯ ผมเริ่มเข้าใจละว่าที่พูด ๆ กันมานั้้น มันเป็นอย่างนี้นี่เอง แต่ก็ไม่หมดน่ะ อย่างน้อยก็ได้เข้าใจบ้าง

1. เซ้นต์ฟุตบอล หรือ ความเข้าใจเกมส์ ผมไม่เคยรู้มาว่ามันคืออย่างไร แต่นัดเมื่อสองวันก่อนผมเห็นละ พอทาจิได้บอลปุ๊ป เขามีวิธีที่จัดการต่อ (ตามสถาณการณ์นั้น ๆ ) ว่าจะลากไปเอง ลากไปทางไหนที่จะได้เปรียบ หรือส่งให้ใคร ที่จะได้เปรียบ มันดูมีทางออกอยู่เสมอ ต่อให้มีกองหลังอยู่หลาย ๆ คนเขาก็มีวิธีจัดการได้ ไม่ใช่ก็ใกล้เคียง อย่างน้อยก็เห็นน่าจะได้เพิ่ม 2-3 ลูก

ไทยได้บอลปุ๊ป มึนเลยว่าจะส่งให้ใครต่อหรือลาก คือไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อ มีสองวิธีคือ แปะคืนหลัง หรือ ส่งให้เพื่อนที่โดนคุมอยู่ หรือลากไปเอง แต่ไม่เกิน 2 ก้าวโดนฉก...ผมเข้าใจละว่าความเข้าใจเกมส์ เซ้นต์ฟุตบอลมันเป็นเรื่องของ IQ และการฝึกฝนจนเกิดเป็นความเคยชิน

2. การส่งบอล ไทยส่งกันแบบ slow มาก ๆ ไม่คม ลูกบอลค่อย ๆ กลิ้งไป จนโดนตัดไปบ่อย ๆ ทั้ง ๆ ที่คู่ต่อสู้ก็อายุเท่ากัน แต่เขาแม่นกว่า แรงกว่า ของเราบอลยังค่อย ๆ กลิ่งไปอย่างใจเย็น อันนี้ไม่ต้องถึงญี่ปุ่นน่ะครับ แค่อินโด เวียดนามก็พอ

3. อันนี้ไม่เกี่ยวกับความเข้าใจ ผมดูไทย หรือ อาเซี่ยนชาติอื่น ๆ ความกระตือรือร้น ผมว่าไทยสู้ใครไม่ได้เลย ไม่ว่าจะ 0-0 หรือ ตาม 0-1 ผมเดินเล่นกันแบบเฉื่อย ๆ เนือย ๆ สเตปเท้าเท่ากันหมด ผมเห็นชาติอื่น วิ่งไปเอาบอล รีบทุ่ม รีบเตะ วิ่งกันกระจาย แต่ไทยชิล  ๆ จะวิ่งกันก็ต่อเมื่อบอลถูกโยนเข้ามา

ผมไม่รู้หรอกว่าข้อ 3. นี่มันมาจากโค้ช หรือ จาก DNA ของนักบอลแบบไทย ๆ ถ้าเป็นแบบนี้อย่างไรมันก็สู้ใครไม่ได้นะผมว่า การแก้ไข มันจะต้องปลูกฝังจากตอนไหนน อย่างไร...

ผมเริ่มเข้าใจละ ต่อไปเวลาดูบอลไทย ต้องดูเพื่อความบันเทิงจริง ๆ อย่า "อิน" เด็ดขาด เพราะสมาคมฟุตบอลฯ เรายังให้ชาวมาเลเซีย มาเป็นคนช่วยอบรมโค้ชไทยกันอยู่เลย ทั้ง ๆ ที่มาเลฯ มีฟุตบอลอาชีพก่อนเมืองไทยเป็นสิบ ๆ ปี ก็ยังไม่พ้นอาเซี่ยน...

โค้ชไทยที่ผ่านโปรไลเซนต์ทั้งหลาย ปรากฏว่าผู้สอนและผู้สอบคือคนมาเลเซีย 5555 !!! เรียนจบออกมา ทำทีมแพ้ทุกคน 555 บางคนก็ถืงขั้นโดนปลด หรือ ลาออกเองอย่างเงียบ ๆ แล้วนี่เขาไปเรียนเพื่อเพิ่มความรู้ใหม่ไม่ใช่หรอ หรือว่าไปเรียนเอาองค์ความรู้เมื่อ 15 ปีก่อน ในช่วงที่ฟุตบอลมาเลฯ ตกต่ำมาเป็นองค์ความรู้ใหม่ของไทยในวันนี้ 5555

ผมละยอมกับวิสัยทัศน์ในการเลือกตรงนี้จริง ๆ จะวางพื้นฐานฟุตบอลไปข้างหน้า เหมือนเช่นเราจะฝึกนักมวยสักคนเพื่อเอาไปชิงแช้มป์โลกระดับปาเกียว แต่เรากลับหาโค้ชที่ไม่เคยพานักมวยคนไหนไปชนะนอกประเทศเลย มาช่วยปูพื้นฐานนักมวยทั้งประเทศ เพื่อว่าวันหนึ่งจะได้ไปชิงแชมป์โลก...มันผิดที่ผิดทางไปเสียหมด

ยังงัยผมก็หยุดเชียร์ไม่ได้น่ะ มันอยู่ในสายเลือด บอลนอกผมไม่รู้ บอลโลกผมแทบไม่ดู ดูแต่บอลไทย จะแพ้จะชนะก็เชียร์ครับ


บันทึกการเข้า
เชียร์ไทยสุดใจขาดดิ้น
Thailandsusu
Jr. Member
**

คะแนนความรัก: +126/-20
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 545


I'm Reporter !!


| | |
« ตอบ #1 เมื่อ: กันยายน 28, 2018, 12:42:56 PM »

ผมว่าเกมกับทาจิส่วนหนึ่งคือเด็กเราแบกความกดดันลงสนามเยอะมาก ทำให้เกมในสนามหลายอย่างไม่เป็นธรรมชาติ ดูได้จากแววตาของน้องๆแต่ละคน จะเห็นว่าต่างจาก 2 เกมอย่างเห็นได้ชัด

สิ่งที่เคยทำได้ดีใน 2 เกม เช่นการส่งบอล การชิ่งบอลในพื้นที่แคบๆ การโจมตีจากทางปีก สปีดบอล ทำได้ไม่ดี การตัดสินใจหลายครั้งไม่เด็ดขาด

แล้วยิ่งพอโดนนำ ก็ยิ่งกดดัน จนตีเสมอได้จะเห็นว่าน้องร้องไห้ ซึ่งมีให้เห็นไม่บ่อยที่จะเกิดขึ้นในสนาม

ซึ่งถ้าเด็กอยู่ในสภาพแบบนั้น ต่อให้โค้ชแก้เกมดี แต่เด็กอาจไม่ตอบสนองตาม

ซึ่งนอกจากสภาพร่างกายที่ดูแลเต็มที่แล้ว สภาพจิตใจก่อนแข่งก็สำคัญไม่ต่าง สมาคมฯ น่าจะมีนักจิตวิทยา หรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลเรื่องนี้ โดยเฉพาะกับทีมระดับเยาวชน

บันทึกการเข้า

jeed @leo
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +285/-111
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,754

ปานหว่าคนป่ามีปืน...ซำกับขี้ทูตหป่งเล็บ


| | |
« ตอบ #2 เมื่อ: กันยายน 28, 2018, 01:58:42 PM »

เกือบทุกชุดไทยแก้โจทย์นี้ไม่ได้
เมื่อคู่ต่อสู้ได้บอล1-2-3-ทแยง 1-2-3 ข้ามทีไรหลุดทุกที
บันทึกการเข้า
siamesecat
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +498/-416
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,521



| | |
« ตอบ #3 เมื่อ: กันยายน 28, 2018, 02:14:16 PM »

ผมว่าเกมกับทาจิส่วนหนึ่งคือเด็กเราแบกความกดดันลงสนามเยอะมาก ทำให้เกมในสนามหลายอย่างไม่เป็นธรรมชาติ ดูได้จากแววตาของน้องๆแต่ละคน จะเห็นว่าต่างจาก 2 เกมอย่างเห็นได้ชัด

สิ่งที่เคยทำได้ดีใน 2 เกม เช่นการส่งบอล การชิ่งบอลในพื้นที่แคบๆ การโจมตีจากทางปีก สปีดบอล ทำได้ไม่ดี การตัดสินใจหลายครั้งไม่เด็ดขาด

แล้วยิ่งพอโดนนำ ก็ยิ่งกดดัน จนตีเสมอได้จะเห็นว่าน้องร้องไห้ ซึ่งมีให้เห็นไม่บ่อยที่จะเกิดขึ้นในสนาม

ซึ่งถ้าเด็กอยู่ในสภาพแบบนั้น ต่อให้โค้ชแก้เกมดี แต่เด็กอาจไม่ตอบสนองตาม

ซึ่งนอกจากสภาพร่างกายที่ดูแลเต็มที่แล้ว สภาพจิตใจก่อนแข่งก็สำคัญไม่ต่าง สมาคมฯ น่าจะมีนักจิตวิทยา หรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลเรื่องนี้ โดยเฉพาะกับทีมระดับเยาวชน


[/quote



จิตวิทยาไงครับ ผมมมม มันมากว่าวิชาโคช
บันทึกการเข้า

What doesn't kill you makes you stronger, stronger
อาจารย์หนุ่ย_SR38
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +648/-196
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,450


สโมสรฟุตบอลอุดรธานี เอฟซี


เว็บไซต์
| | |
« ตอบ #4 เมื่อ: กันยายน 28, 2018, 02:26:40 PM »

ผมเริ่มเข้าใจละ ต่อไปเวลาดูบอลไทย ต้องดูเพื่อความบันเทิงจริง ๆ อย่า "อิน" เด็ดขาด เพราะสมาคมฟุตบอลฯ เรายังให้ชาวมาเลเซีย มาเป็นคนช่วยอบรมโค้ชไทยกันอยู่เลย ทั้ง ๆ ที่มาเลฯ มีฟุตบอลอาชีพก่อนเมืองไทยเป็นสิบ ๆ ปี ก็ยังไม่พ้นอาเซี่ยน...

โค้ชไทยที่ผ่านโปรไลเซนต์ทั้งหลาย ปรากฏว่าผู้สอนและผู้สอบคือคนมาเลเซีย 5555 !!! เรียนจบออกมา ทำทีมแพ้ทุกคน 555 บางคนก็ถืงขั้นโดนปลด หรือ ลาออกเองอย่างเงียบ ๆ แล้วนี่เขาไปเรียนเพื่อเพิ่มความรู้ใหม่ไม่ใช่หรอ หรือว่าไปเรียนเอาองค์ความรู้เมื่อ 15 ปีก่อน ในช่วงที่ฟุตบอลมาเลฯ ตกต่ำมาเป็นองค์ความรู้ใหม่ของไทยในวันนี้ 5555

ผมละยอมกับวิสัยทัศน์ในการเลือกตรงนี้จริง ๆ จะวางพื้นฐานฟุตบอลไปข้างหน้า เหมือนเช่นเราจะฝึกนักมวยสักคนเพื่อเอาไปชิงแช้มป์โลกระดับปาเกียว แต่เรากลับหาโค้ชที่ไม่เคยพานักมวยคนไหนไปชนะนอกประเทศเลย มาช่วยปูพื้นฐานนักมวยทั้งประเทศ เพื่อว่าวันหนึ่งจะได้ไปชิงแชมป์โลก...มันผิดที่ผิดทางไปเสียหมด

ยังงัยผมก็หยุดเชียร์ไม่ได้น่ะ มันอยู่ในสายเลือด บอลนอกผมไม่รู้ บอลโลกผมแทบไม่ดู ดูแต่บอลไทย จะแพ้จะชนะก็เชียร์ครับ

..............................................................................
ผมอยากจะอธิบาย ข้อความนี้ นะครับ ที่บอกว่า ทำไมโค้ชไทย ต้องไปเรียนวิชาโค้ชฟุตบอล จากมาเลย์เซีย เพราะโค้ชมาเลย์เซีย เขาจบหลักสูตร ที่ฟีฟ่ารับรองว่า เป็นวิทยากรได้ เมื่อได้เรียนกับโค้ชคนนี้ ฟีฟ่า ถึงจะออกใบรับรองของฟีฟ่า ของ เอเอฟซี ว่าจบ วิชาโค้ชระดับ ไลเซ่นต์ใหน ครับ  ไม่ใช่ โค้ชไทย ไปเรียน วิชาโค้ช กับ โค้ชทีมชาติ มาเลเซีย ครับ หลักสูตร ในระดับ A ไลเซ่นต์ เขาไม่ได้มาสอนการ เลี้ยง โหม่ง ส่ง ยิง ครับ แต่เป็นการเรียน แบบใช้จินตนาการ ของโค้ชผู้เรียน ว่า เมื่อเจอปัญหาในสนาม แบบ นี้ จะแก้ไข อย่างไร เช่น 20 นาทีแรก เสียประตูให้คู่แข่ง ต้องทำอย่างไร  ทำให้โค้ช ชาวไทย ไม่ค่อยยอมไปเรียน วิชาโค้ช ระดับสูงๆ อย่าง เอ ไลเว่นต์ หรือ โปรไลเช่นต์ เพราะต้องใช้ ภาษาอังกฤษในการอธิบาย ให้เข้าใจ และนักฟุตบอลไทย ที่ไปเรียน โค้ช ส่วนมากจะไม่เก่ง อังกฤษ เหมือนประเทศอื่น ๆ อย่าง มาเลย์เซีย  สิงคโปร์ เลยทำให้มีโค้ชที่จบหลักสูตร ฟีฟ่า มากกว่า ประเทศไทย ครับ

ยกตัวอย่าง ให้เข้าใจง่ายๆ คนไทย ต้องการจะไปเรียน ปริญญาเอก ด้าน วิชาภาษาไทย ทำไมต้องไปเรียนที่มหาวิทยาลัยในอังกฤษ หรือ อเมริกา เพราะ ไม่มีอาจารย์คนไทย สอนปริญญาเอก ด้านนี้ไง ครับ
บันทึกการเข้า

cikada
โดนแบนเพราะหน้าตาดี
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +555/-1315
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 5,391


ที่ไหนมีป่า ที่นั้นมีน้ำ


| | |
« ตอบ #5 เมื่อ: กันยายน 28, 2018, 04:18:45 PM »

ผมเริ่มเข้าใจละ ต่อไปเวลาดูบอลไทย ต้องดูเพื่อความบันเทิงจริง ๆ อย่า "อิน" เด็ดขาด เพราะสมาคมฟุตบอลฯ เรายังให้ชาวมาเลเซีย มาเป็นคนช่วยอบรมโค้ชไทยกันอยู่เลย ทั้ง ๆ ที่มาเลฯ มีฟุตบอลอาชีพก่อนเมืองไทยเป็นสิบ ๆ ปี ก็ยังไม่พ้นอาเซี่ยน...

โค้ชไทยที่ผ่านโปรไลเซนต์ทั้งหลาย ปรากฏว่าผู้สอนและผู้สอบคือคนมาเลเซีย 5555 !!! เรียนจบออกมา ทำทีมแพ้ทุกคน 555 บางคนก็ถืงขั้นโดนปลด หรือ ลาออกเองอย่างเงียบ ๆ แล้วนี่เขาไปเรียนเพื่อเพิ่มความรู้ใหม่ไม่ใช่หรอ หรือว่าไปเรียนเอาองค์ความรู้เมื่อ 15 ปีก่อน ในช่วงที่ฟุตบอลมาเลฯ ตกต่ำมาเป็นองค์ความรู้ใหม่ของไทยในวันนี้ 5555

ผมละยอมกับวิสัยทัศน์ในการเลือกตรงนี้จริง ๆ จะวางพื้นฐานฟุตบอลไปข้างหน้า เหมือนเช่นเราจะฝึกนักมวยสักคนเพื่อเอาไปชิงแช้มป์โลกระดับปาเกียว แต่เรากลับหาโค้ชที่ไม่เคยพานักมวยคนไหนไปชนะนอกประเทศเลย มาช่วยปูพื้นฐานนักมวยทั้งประเทศ เพื่อว่าวันหนึ่งจะได้ไปชิงแชมป์โลก...มันผิดที่ผิดทางไปเสียหมด

ยังงัยผมก็หยุดเชียร์ไม่ได้น่ะ มันอยู่ในสายเลือด บอลนอกผมไม่รู้ บอลโลกผมแทบไม่ดู ดูแต่บอลไทย จะแพ้จะชนะก็เชียร์ครับ

..............................................................................
ผมอยากจะอธิบาย ข้อความนี้ นะครับ ที่บอกว่า ทำไมโค้ชไทย ต้องไปเรียนวิชาโค้ชฟุตบอล จากมาเลย์เซีย เพราะโค้ชมาเลย์เซีย เขาจบหลักสูตร ที่ฟีฟ่ารับรองว่า เป็นวิทยากรได้ เมื่อได้เรียนกับโค้ชคนนี้ ฟีฟ่า ถึงจะออกใบรับรองของฟีฟ่า ของ เอเอฟซี ว่าจบ วิชาโค้ชระดับ ไลเซ่นต์ใหน ครับ  ไม่ใช่ โค้ชไทย ไปเรียน วิชาโค้ช กับ โค้ชทีมชาติ มาเลเซีย ครับ หลักสูตร ในระดับ A ไลเซ่นต์ เขาไม่ได้มาสอนการ เลี้ยง โหม่ง ส่ง ยิง ครับ แต่เป็นการเรียน แบบใช้จินตนาการ ของโค้ชผู้เรียน ว่า เมื่อเจอปัญหาในสนาม แบบ นี้ จะแก้ไข อย่างไร เช่น 20 นาทีแรก เสียประตูให้คู่แข่ง ต้องทำอย่างไร  ทำให้โค้ช ชาวไทย ไม่ค่อยยอมไปเรียน วิชาโค้ช ระดับสูงๆ อย่าง เอ ไลเว่นต์ หรือ โปรไลเช่นต์ เพราะต้องใช้ ภาษาอังกฤษในการอธิบาย ให้เข้าใจ และนักฟุตบอลไทย ที่ไปเรียน โค้ช ส่วนมากจะไม่เก่ง อังกฤษ เหมือนประเทศอื่น ๆ อย่าง มาเลย์เซีย  สิงคโปร์ เลยทำให้มีโค้ชที่จบหลักสูตร ฟีฟ่า มากกว่า ประเทศไทย ครับ

ยกตัวอย่าง ให้เข้าใจง่ายๆ คนไทย ต้องการจะไปเรียน ปริญญาเอก ด้าน วิชาภาษาไทย ทำไมต้องไปเรียนที่มหาวิทยาลัยในอังกฤษ หรือ อเมริกา เพราะ ไม่มีอาจารย์คนไทย สอนปริญญาเอก ด้านนี้ไง ครับ

+1 ชัดเจนครับ
บันทึกการเข้า

เฮงซัง GetOut !!
Doctor สลัม
อยากจะรวยจริงๆ
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +2538/-3552
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 50,756


หล่อไม่มาก แต่ท่ายากเฮียมีเยอะ


| | |
« ตอบ #6 เมื่อ: กันยายน 28, 2018, 10:27:00 PM »

จ้าๆ
บันทึกการเข้า

ลมหายใจคือฟุตบอล
sabaidee
ย้ายมาอยู่เชียงใหม่แล้ว !!! ติดตามได้ที่ FB "ย้ายมาอยู่เฃียงใหม่"
Newbie
*

คะแนนความรัก: +78/-49
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 136


| | |
« ตอบ #7 เมื่อ: กันยายน 29, 2018, 10:19:14 AM »

ผมเริ่มเข้าใจละ ต่อไปเวลาดูบอลไทย ต้องดูเพื่อความบันเทิงจริง ๆ อย่า "อิน" เด็ดขาด เพราะสมาคมฟุตบอลฯ เรายังให้ชาวมาเลเซีย มาเป็นคนช่วยอบรมโค้ชไทยกันอยู่เลย ทั้ง ๆ ที่มาเลฯ มีฟุตบอลอาชีพก่อนเมืองไทยเป็นสิบ ๆ ปี ก็ยังไม่พ้นอาเซี่ยน...

โค้ชไทยที่ผ่านโปรไลเซนต์ทั้งหลาย ปรากฏว่าผู้สอนและผู้สอบคือคนมาเลเซีย 5555 !!! เรียนจบออกมา ทำทีมแพ้ทุกคน 555 บางคนก็ถืงขั้นโดนปลด หรือ ลาออกเองอย่างเงียบ ๆ แล้วนี่เขาไปเรียนเพื่อเพิ่มความรู้ใหม่ไม่ใช่หรอ หรือว่าไปเรียนเอาองค์ความรู้เมื่อ 15 ปีก่อน ในช่วงที่ฟุตบอลมาเลฯ ตกต่ำมาเป็นองค์ความรู้ใหม่ของไทยในวันนี้ 5555

ผมละยอมกับวิสัยทัศน์ในการเลือกตรงนี้จริง ๆ จะวางพื้นฐานฟุตบอลไปข้างหน้า เหมือนเช่นเราจะฝึกนักมวยสักคนเพื่อเอาไปชิงแช้มป์โลกระดับปาเกียว แต่เรากลับหาโค้ชที่ไม่เคยพานักมวยคนไหนไปชนะนอกประเทศเลย มาช่วยปูพื้นฐานนักมวยทั้งประเทศ เพื่อว่าวันหนึ่งจะได้ไปชิงแชมป์โลก...มันผิดที่ผิดทางไปเสียหมด

ยังงัยผมก็หยุดเชียร์ไม่ได้น่ะ มันอยู่ในสายเลือด บอลนอกผมไม่รู้ บอลโลกผมแทบไม่ดู ดูแต่บอลไทย จะแพ้จะชนะก็เชียร์ครับ

..............................................................................
ผมอยากจะอธิบาย ข้อความนี้ นะครับ ที่บอกว่า ทำไมโค้ชไทย ต้องไปเรียนวิชาโค้ชฟุตบอล จากมาเลย์เซีย เพราะโค้ชมาเลย์เซีย เขาจบหลักสูตร ที่ฟีฟ่ารับรองว่า เป็นวิทยากรได้ เมื่อได้เรียนกับโค้ชคนนี้ ฟีฟ่า ถึงจะออกใบรับรองของฟีฟ่า ของ เอเอฟซี ว่าจบ วิชาโค้ชระดับ ไลเซ่นต์ใหน ครับ  ไม่ใช่ โค้ชไทย ไปเรียน วิชาโค้ช กับ โค้ชทีมชาติ มาเลเซีย ครับ หลักสูตร ในระดับ A ไลเซ่นต์ เขาไม่ได้มาสอนการ เลี้ยง โหม่ง ส่ง ยิง ครับ แต่เป็นการเรียน แบบใช้จินตนาการ ของโค้ชผู้เรียน ว่า เมื่อเจอปัญหาในสนาม แบบ นี้ จะแก้ไข อย่างไร เช่น 20 นาทีแรก เสียประตูให้คู่แข่ง ต้องทำอย่างไร  ทำให้โค้ช ชาวไทย ไม่ค่อยยอมไปเรียน วิชาโค้ช ระดับสูงๆ อย่าง เอ ไลเว่นต์ หรือ โปรไลเช่นต์ เพราะต้องใช้ ภาษาอังกฤษในการอธิบาย ให้เข้าใจ และนักฟุตบอลไทย ที่ไปเรียน โค้ช ส่วนมากจะไม่เก่ง อังกฤษ เหมือนประเทศอื่น ๆ อย่าง มาเลย์เซีย  สิงคโปร์ เลยทำให้มีโค้ชที่จบหลักสูตร ฟีฟ่า มากกว่า ประเทศไทย ครับ

ยกตัวอย่าง ให้เข้าใจง่ายๆ คนไทย ต้องการจะไปเรียน ปริญญาเอก ด้าน วิชาภาษาไทย ทำไมต้องไปเรียนที่มหาวิทยาลัยในอังกฤษ หรือ อเมริกา เพราะ ไม่มีอาจารย์คนไทย สอนปริญญาเอก ด้านนี้ไง ครับ

ขอบคุณ อาจารย์หนุ่ย ที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นครับ  ซึ่งอธิบายตรงนี้มาก็ชัดเจนดี อย่างไรก็ดีผมซึ่งพอมีประสบการณ์ในการบริหาร (เชิงธุรกิจ) ทำงานกับต่างชาติมาตลอด เป็นลูกจ้างเขา พอเข้าใจวิธีคิดของการจัดการของต่างชาติที่ก้าวหน้าแล้ว  ซึ่งถ้าเห็นผลเป็นอย่างที่ อาจารย์หนุ่ยพูดนี่่ ผมมองว่ายิ่งหนักเลยครับ และ ผมก็เชื่อ 100% ว่าเป็นความจริง โค้ชไทยน่าจะ 99% ไม่ได้สันทัดเรื่องภาษาอังกฤษ เพราะส่วนใหญ่ก็มาจากนักฟุตบอล พอไม่สันทันก็เลยต้องเอาจากชาติที่เขาได้ไลเซนต์จาก Fifa ซึ่งเป็นชาวมาเลย์ฯ ผมไม่รู้หรอกว่า คนมาเลย์คนนี้เขาสอนโค้ชไทย เป็นภาษาไทย หรือใช้ล่าม??

แน่นั่นไม่ใช่ประเด็นครับ ผมคิดว่าประเด็นที่หนักเลยครับว่า การบริหารจัดการ (ในเรื่องนี้ - เรื่องอื่นทำได้ดี) คือถ้ารู้แล้วว่าโค้ชไทยไม่อยากไปเรียน เป็นเพราะปัญหาเรื่องภาษา ทำไมสมาคมไม่ไปเอาคนสอนที่เก่ง ๆ ระดับโลกมาเปิดอบรมที่เมืองไทย? จ้างล่ามเก่ง ๆ  ถ้าเอาให้เจ๋งกว่านั้น  จ้างระดับโลกหลาย ๆ คนมาอบรบในช่วงเวลาที่ต่างกัน เอาคนที่มีบารมี และเป็นที่ยอมรับ เอามาทั้งหมดทั้งนักวิทยาศาสตร์การแพทย์ นักโภชนาการฯลฯ  และเปิดอบรมฟรีไม่ต้องเสียตังค์ และ มีการอบรมทุก ๆ ปี ต่อเนื่องไปสัก 10 ปี เพื่อตอกย้ำ และ เพิ่มความรู้ใหม่เข้าไป (แน่นอนต้องมีเกณฑ์ในการคัดเลือก) แต่มีเงื่อนไขว่าคนที่ผ่านการอบรมนี้จะต้องใช้ทุนนั่นคือ เปิดอบรมให้แก่โค้ชระดับล่างลงไป ที่ครั้ง กี่รอบก็ว่ากันไป  ถ้างบไม่พอ ของบเอกชนมาเป็นค่าจ้าง ผมว่าหลาย ๆ บริษัทฯ แย่งกันจ่าย ผมคิดว่าไม่ได้อยู่ที่งบประมาณ

ในมุมมองของผม ผมมองว่า AFC นี่เรียกได้ว่ากระจอก ผู้บริหารก็วนไปวนมาอยู่แถวนี้ Fifa โดยเฉพาะยุโรป เขาไปถึงไหนแล้ว? เผลอ ๆ ความก้าวหน้าในเรื่องการพัฒนาฟุตบอลของยุโรป ไปไกลกว่าบุคลากรที่ Fifa มีอยู่ด้วยซ้ำ ตอนนี้เรียกว่ายุโรปเหนือขึ้นไปอีกชั้น เหนือกว่า อเมริกาใต้แล้ว แต่เรายังส่งจดหมายไปขอคำแนะนำจาก AFC ผมว่าตรงนี้ล้มเหลวตั้งแต่วิธีการแล้ว วิธีคิดนะถูกคือ ต้องมี Football Director และหลาย ๆ เรื่องผมเห็นด้วยน่ะ เช่น เอ็คโคโน่ มาปลูกฝังเยาวชน และ มันจะอย่างไรละ ถ้า เอ็คโคโน่ปลูกฝังเยาวชนเสร็จแล้ว โตไปอยู่ในมือของโค้ชไทยที่ได้รับการสอนจากบุคลากรของ AFC ซึ่งผมเชื่อว่ามันเป็นการถอยหลังลงคลอง และวนอยู่ตรงนี้

จากคำโบราณที่ว่า "อยากได้ลูกเสือ ต้องเข้าถ้ำเสือ" อาจจะใช้ไม่ได้ในกรณีนี้ แต่กรณีนี้อาจจะต้อง "อยากจับเสือ จะต้องไปหานายพรานเก่ง ๆ ที่เคยล้มเสือมานับไม่ถ้วนมาสอนวิธีการจับ" ไม่ใช่ไปเอาคนที่ไปฟังนายพรานเล่ามาว่า เขาจับเสือกันอย่างไร แล้วมาบอกต่ออีกที

ทั้งหมดที่ผมเขียนขึ้นมาคือ พุ่งไปที่สมาคมฯ โดยตรงครับ ผมสนับสนุนทีมนี้ครับ ดีกว่ายุค vv ฟ้ากะเหว แต่ก็ต้องติงบ้าง อะไรที่ไช่หรือไม่
ส่วนตัวติดตามกระทู้และความเห็นของ อาจารย์หนุ่ยมาตลอด นับถือในความรู้ และ วุฒิภาวะครับ
บันทึกการเข้า
อาจารย์หนุ่ย_SR38
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +648/-196
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,450


สโมสรฟุตบอลอุดรธานี เอฟซี


เว็บไซต์
| | |
« ตอบ #8 เมื่อ: กันยายน 30, 2018, 05:22:20 PM »

ผมเริ่มเข้าใจละ ต่อไปเวลาดูบอลไทย ต้องดูเพื่อความบันเทิงจริง ๆ อย่า "อิน" เด็ดขาด เพราะสมาคมฟุตบอลฯ เรายังให้ชาวมาเลเซีย มาเป็นคนช่วยอบรมโค้ชไทยกันอยู่เลย ทั้ง ๆ ที่มาเลฯ มีฟุตบอลอาชีพก่อนเมืองไทยเป็นสิบ ๆ ปี ก็ยังไม่พ้นอาเซี่ยน...

โค้ชไทยที่ผ่านโปรไลเซนต์ทั้งหลาย ปรากฏว่าผู้สอนและผู้สอบคือคนมาเลเซีย 5555 !!! เรียนจบออกมา ทำทีมแพ้ทุกคน 555 บางคนก็ถืงขั้นโดนปลด หรือ ลาออกเองอย่างเงียบ ๆ แล้วนี่เขาไปเรียนเพื่อเพิ่มความรู้ใหม่ไม่ใช่หรอ หรือว่าไปเรียนเอาองค์ความรู้เมื่อ 15 ปีก่อน ในช่วงที่ฟุตบอลมาเลฯ ตกต่ำมาเป็นองค์ความรู้ใหม่ของไทยในวันนี้ 5555

ผมละยอมกับวิสัยทัศน์ในการเลือกตรงนี้จริง ๆ จะวางพื้นฐานฟุตบอลไปข้างหน้า เหมือนเช่นเราจะฝึกนักมวยสักคนเพื่อเอาไปชิงแช้มป์โลกระดับปาเกียว แต่เรากลับหาโค้ชที่ไม่เคยพานักมวยคนไหนไปชนะนอกประเทศเลย มาช่วยปูพื้นฐานนักมวยทั้งประเทศ เพื่อว่าวันหนึ่งจะได้ไปชิงแชมป์โลก...มันผิดที่ผิดทางไปเสียหมด

ยังงัยผมก็หยุดเชียร์ไม่ได้น่ะ มันอยู่ในสายเลือด บอลนอกผมไม่รู้ บอลโลกผมแทบไม่ดู ดูแต่บอลไทย จะแพ้จะชนะก็เชียร์ครับ

..............................................................................
ผมอยากจะอธิบาย ข้อความนี้ นะครับ ที่บอกว่า ทำไมโค้ชไทย ต้องไปเรียนวิชาโค้ชฟุตบอล จากมาเลย์เซีย เพราะโค้ชมาเลย์เซีย เขาจบหลักสูตร ที่ฟีฟ่ารับรองว่า เป็นวิทยากรได้ เมื่อได้เรียนกับโค้ชคนนี้ ฟีฟ่า ถึงจะออกใบรับรองของฟีฟ่า ของ เอเอฟซี ว่าจบ วิชาโค้ชระดับ ไลเซ่นต์ใหน ครับ  ไม่ใช่ โค้ชไทย ไปเรียน วิชาโค้ช กับ โค้ชทีมชาติ มาเลเซีย ครับ หลักสูตร ในระดับ A ไลเซ่นต์ เขาไม่ได้มาสอนการ เลี้ยง โหม่ง ส่ง ยิง ครับ แต่เป็นการเรียน แบบใช้จินตนาการ ของโค้ชผู้เรียน ว่า เมื่อเจอปัญหาในสนาม แบบ นี้ จะแก้ไข อย่างไร เช่น 20 นาทีแรก เสียประตูให้คู่แข่ง ต้องทำอย่างไร  ทำให้โค้ช ชาวไทย ไม่ค่อยยอมไปเรียน วิชาโค้ช ระดับสูงๆ อย่าง เอ ไลเว่นต์ หรือ โปรไลเช่นต์ เพราะต้องใช้ ภาษาอังกฤษในการอธิบาย ให้เข้าใจ และนักฟุตบอลไทย ที่ไปเรียน โค้ช ส่วนมากจะไม่เก่ง อังกฤษ เหมือนประเทศอื่น ๆ อย่าง มาเลย์เซีย  สิงคโปร์ เลยทำให้มีโค้ชที่จบหลักสูตร ฟีฟ่า มากกว่า ประเทศไทย ครับ

ยกตัวอย่าง ให้เข้าใจง่ายๆ คนไทย ต้องการจะไปเรียน ปริญญาเอก ด้าน วิชาภาษาไทย ทำไมต้องไปเรียนที่มหาวิทยาลัยในอังกฤษ หรือ อเมริกา เพราะ ไม่มีอาจารย์คนไทย สอนปริญญาเอก ด้านนี้ไง ครับ

ขอบคุณ อาจารย์หนุ่ย ที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นครับ  ซึ่งอธิบายตรงนี้มาก็ชัดเจนดี อย่างไรก็ดีผมซึ่งพอมีประสบการณ์ในการบริหาร (เชิงธุรกิจ) ทำงานกับต่างชาติมาตลอด เป็นลูกจ้างเขา พอเข้าใจวิธีคิดของการจัดการของต่างชาติที่ก้าวหน้าแล้ว  ซึ่งถ้าเห็นผลเป็นอย่างที่ อาจารย์หนุ่ยพูดนี่่ ผมมองว่ายิ่งหนักเลยครับ และ ผมก็เชื่อ 100% ว่าเป็นความจริง โค้ชไทยน่าจะ 99% ไม่ได้สันทัดเรื่องภาษาอังกฤษ เพราะส่วนใหญ่ก็มาจากนักฟุตบอล พอไม่สันทันก็เลยต้องเอาจากชาติที่เขาได้ไลเซนต์จาก Fifa ซึ่งเป็นชาวมาเลย์ฯ ผมไม่รู้หรอกว่า คนมาเลย์คนนี้เขาสอนโค้ชไทย เป็นภาษาไทย หรือใช้ล่าม??

แน่นั่นไม่ใช่ประเด็นครับ ผมคิดว่าประเด็นที่หนักเลยครับว่า การบริหารจัดการ (ในเรื่องนี้ - เรื่องอื่นทำได้ดี) คือถ้ารู้แล้วว่าโค้ชไทยไม่อยากไปเรียน เป็นเพราะปัญหาเรื่องภาษา ทำไมสมาคมไม่ไปเอาคนสอนที่เก่ง ๆ ระดับโลกมาเปิดอบรมที่เมืองไทย? จ้างล่ามเก่ง ๆ  ถ้าเอาให้เจ๋งกว่านั้น  จ้างระดับโลกหลาย ๆ คนมาอบรบในช่วงเวลาที่ต่างกัน เอาคนที่มีบารมี และเป็นที่ยอมรับ เอามาทั้งหมดทั้งนักวิทยาศาสตร์การแพทย์ นักโภชนาการฯลฯ  และเปิดอบรมฟรีไม่ต้องเสียตังค์ และ มีการอบรมทุก ๆ ปี ต่อเนื่องไปสัก 10 ปี เพื่อตอกย้ำ และ เพิ่มความรู้ใหม่เข้าไป (แน่นอนต้องมีเกณฑ์ในการคัดเลือก) แต่มีเงื่อนไขว่าคนที่ผ่านการอบรมนี้จะต้องใช้ทุนนั่นคือ เปิดอบรมให้แก่โค้ชระดับล่างลงไป ที่ครั้ง กี่รอบก็ว่ากันไป  ถ้างบไม่พอ ของบเอกชนมาเป็นค่าจ้าง ผมว่าหลาย ๆ บริษัทฯ แย่งกันจ่าย ผมคิดว่าไม่ได้อยู่ที่งบประมาณ

ในมุมมองของผม ผมมองว่า AFC นี่เรียกได้ว่ากระจอก ผู้บริหารก็วนไปวนมาอยู่แถวนี้ Fifa โดยเฉพาะยุโรป เขาไปถึงไหนแล้ว? เผลอ ๆ ความก้าวหน้าในเรื่องการพัฒนาฟุตบอลของยุโรป ไปไกลกว่าบุคลากรที่ Fifa มีอยู่ด้วยซ้ำ ตอนนี้เรียกว่ายุโรปเหนือขึ้นไปอีกชั้น เหนือกว่า อเมริกาใต้แล้ว แต่เรายังส่งจดหมายไปขอคำแนะนำจาก AFC ผมว่าตรงนี้ล้มเหลวตั้งแต่วิธีการแล้ว วิธีคิดนะถูกคือ ต้องมี Football Director และหลาย ๆ เรื่องผมเห็นด้วยน่ะ เช่น เอ็คโคโน่ มาปลูกฝังเยาวชน และ มันจะอย่างไรละ ถ้า เอ็คโคโน่ปลูกฝังเยาวชนเสร็จแล้ว โตไปอยู่ในมือของโค้ชไทยที่ได้รับการสอนจากบุคลากรของ AFC ซึ่งผมเชื่อว่ามันเป็นการถอยหลังลงคลอง และวนอยู่ตรงนี้

จากคำโบราณที่ว่า "อยากได้ลูกเสือ ต้องเข้าถ้ำเสือ" อาจจะใช้ไม่ได้ในกรณีนี้ แต่กรณีนี้อาจจะต้อง "อยากจับเสือ จะต้องไปหานายพรานเก่ง ๆ ที่เคยล้มเสือมานับไม่ถ้วนมาสอนวิธีการจับ" ไม่ใช่ไปเอาคนที่ไปฟังนายพรานเล่ามาว่า เขาจับเสือกันอย่างไร แล้วมาบอกต่ออีกที

ทั้งหมดที่ผมเขียนขึ้นมาคือ พุ่งไปที่สมาคมฯ โดยตรงครับ ผมสนับสนุนทีมนี้ครับ ดีกว่ายุค vv ฟ้ากะเหว แต่ก็ต้องติงบ้าง อะไรที่ไช่หรือไม่
ส่วนตัวติดตามกระทู้และความเห็นของ อาจารย์หนุ่ยมาตลอด นับถือในความรู้ และ วุฒิภาวะครับ


ง่ายๆ นะครับ สิ่งที่พูดมา ทั้งหมดคือระบบ ของประเทศญี่ปุ่น ที่เขากล้าลงทุน เพื่อเดินไปถึงเป้าหมาย ครับ  แต่ระบบประเทศไทยของเรา ที่ต้องทำเพราะ ถูก AFC บังคับด้วย กติกา คลับไลเซ่นต์ซิ่ง ครับ ระบบสากลที่พัฒนาได้ เป็นอย่างไร ทุกคนทราบ แต่ประเทศไทยชอบแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปเรื่อยๆ ในยุคก่อนๆ มีการอบรม โค้ชภายในประเทศกันเอง แล้ว มอบใบประกาศไลเซ่นต์ ต่างๆ เพื่อ อดีตนักกีฬาทีมชาติ จะได้เป็นโค้ชฟุตบอลลีกได้  ต่อมา ในยุคปัจจุบัน  AFC บังคับว่า ต้องเป็น โค้ชที่จบ ไลเซ่นต์ จากโค้ชของ AFC เท่านั้น จึงจะทำทีมฟุตบอลให้สโมสรได้ โค้ชไทย จึงได้ไปเรียน กับโค้ชต่างประเทศ มิฉะนั้น จะทำงานให้กับสโมสรฟุตบอลไม่ได้ พูดให้เข้าใจง่ายๆ คือ ขอมีไลเซ่นต์ เพื่อทำงานก่อน แล้วกัน เมื่ออบรมมาแล้ว ได้ความรู้ระดับใหน ผลงานในสนาม เป็นบทพิสูจน์ เอง ครับ เพราะ โค้ชที่จบ A ไลเซ่นต์ ขึ้นอยู่กับเซ้นต์ฟุตบอลของคนเรียน ครับ ไม่ใช่คนสอน ครับ
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  




Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!