Thailandsusu Webboard
กันยายน 20, 2018, 01:11:12 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน Gallery เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เปิดสูตรลับ...วงการฟุตบอลเยอรมัน : การสร้างคน  (อ่าน 1092 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Ken2815
Thailandsusu
Newbie
**

คะแนนความรัก: +10/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10


| | |
« เมื่อ: กันยายน 14, 2018, 01:44:22 PM »

“ระบบการศึกษาของประเทศเยอรมนี ให้ความสำคัญความชำนาญเฉพาะด้าน ซึ่งไม่ปรากฎในระบบการศึกษาอเมริกา” หนึ่งในปรัชญาการศึกษาอันเป็นอัตลักษณ์ของชาวเยอรมัน ที่ถูกจารึกบนกำแพงใน ‘เฮนเนส ไวสวีเลอร์ อคาเดมี’


เคยสงสัยกันไหมครับ ทำไมประเทศเยอรมนี ชาติที่พินาศย่อยยับจากภัยสงครามโลกถึงสองครั้ง สองครา เขาถึงฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว และมั่นคง โดยในปัจจุบัน ดอยช์แลนด์ มีบทบาทเป็นทั้งผู้นำเศรษฐกิจโลก เทคโนโลยี ยนตรกรรม ระบบการศึกษา และแน่นอนในเรื่องของฟุตบอล สิ่งที่ทำให้ชนชาติแห่งนี้พิเศษกว่าชาติอื่นๆ นั่นคือ ‘หลักการสร้างคน’

เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 10 กันยายนที่ผ่านมา สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ออกประกาศเรื่อง การขึ้นทะเบียนศูนย์ฝึกฟุตบอล (อคาเดมี) ภายใต้การดูแลของสมาคมฯ ถือเป็นบันไดขั้นที่ 2 ในการพัฒนาวงการฟุตบอลไทย ต่อจากการฝึกอบรมผู้ฝึกสอน ตามโครงการ AFC Coaching Program ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา



“ผมคิดว่าเยอรมันคือแบบอย่างที่ดีมาก พวกเขาคืออันดับ 1 บนแรงกิ้งฟีฟ่าแต่ยังลงทุนกับการพัฒนาเยาวชนในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา”

“พวกเขาได้พิสูจน์ให้เห็นถึงการลงทุนกับเยาวชน ควบคู่ไปกับการให้การศึกษากับผู้ฝึกสอนและด้านเทคนิค นั่นทำให้พวกเขาสามารถผลิตนักเตะระดับโลกขึ้นมาได้หลายคน”
- เบนจามิน ตัน

เหตุไฉน สมาคมฟุตบอลเยอรมัน ถึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรบุคคลทั้งในระดับผู้ฝึกสอน และโครงสร้างนักเตะเยาวชน?



จากความล้มเหลวในทัวร์นาเมนต์ระดับเมเจอร์ ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2000 ‘ทัพอินทรีเหล็ก’ ตกรอบแรกอย่างน่าประหลาดใจด้วยการเป็นบ๊วยของกลุ่ม ทั้งๆ ที่พวกเขามาแข่งขันในฐานะของทีมแชมป์เก่า

หลังจากการตกรอบอย่างน่าอับอาย แทนที่พวกเขาจะโทษ ดวง โชคชะตา หรือปัจจัยอื่นๆ  ทางสมาคมฟุตบอลเยอรมัน ฝ่ายจัดการแข่งขันฟุตบอลลีก และสโมสรสมาชิก จัดการหารือสำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหานี้ โดยพวกเขาตัดสินใจ มุ่งเน้นการสร้าง-พัฒนานักฟุตบอลเยาวชนท้องถิ่น และมีนโยบายให้ทุกสโมสรฟุตบอลในลีกสูงสุด และลีกา 2 ต้องมีอคาเดมีเป็นของตัวเอง

คำถามต่อมาคือ เมื่อทุกสโมสรฟุตบอลมีอคาเดมีเป็นของตัวเองแล้ว จะหาใครมาเป็นผู้ฝึกสอนให้กับทุกสโมสร?



หากมองย้อนกลับไป รากฐานของการสร้างผู้ฝึกสอนบนแผ่นดินเยอรมัน ถูกวางไว้ตั้งแต่ปี 1947 หรือกว่า 70 ปีที่แล้ว โดย เซปป์ แฮร์เบอร์เกอร์ ตำนานกุนซือชุดแชมป์โลก 1954 ปรมาจารย์ลูกหนังท่านนี้ได้เปิดอบรมหลักสูตร ‘คุณครูลูกหนัง’ (Soccer Teacher Training) ครั้งแรกที่ มหาวิทยาลัยกีฬาเยอรมัน เมืองโคโลญ โดยมีผู้สำเร็จหลักสูตรชุดแรกจำนวน 31 คน รวมไปถึง แฮนเนส ไวสวีเลอร์

การพัฒนาบุคลากรฟุตบอลของประเทศเยอรมนี ยังคงมีมาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งในปี 2005 ถือเป็นการให้เกียรติ แฮนเนส ไวสวีเลอร์ ผู้คิดค้นหลักสูตร ‘การอบรมผู้ฝึกสอน’ (Coaching Practice) ในระหว่างปี 1957-1970 โดยนำชื่อของเขามาตั้งเป็นศูนย์พัฒนาผู้ฝึกสอนของสมาคมฟุตบอลเยอรมัน แฮนเนส ไวสวีเลอร์ อคาเดมี’

โดยเฮดโค้ชผู้มีชื่อเสียงในโลกฟุตบอลยุคปัจจุบันทั้ง เจอร์เก้น คลิ้นส์มันน์, โยอาคิม เลิฟ หรือที่แฟนบอลชาวไทยรู้จักกันดีอย่าง วินฟรีด เชเฟอร์ อดีตหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย อเล็กซานเดอร์ มาโน่ โพลกิ้ง เฮดโค้ช ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด รวมไปถึง วิทยา เลาหกุล (โดยในสองรายหลังสำเร็จหลักสูตรระดับ เอ ไลเซนส์) ล้วนแล้วแต่จบหลักสูตรจากสถาบันแห่งนี้

โดยในฤดูกาล 2018-19 หากนับเฉพาะลีกฟุตบอลยุโรปที่ได้รับความนิยมสูงสุดทั้ง ลาลีกา (สเปน), พรีเมียร์ลีก (อังกฤษ), เซเรีย อา (อิตาลี), บุนเดสลีกา (เยอรมัน) และ ลีกเอิง (ฝรั่งเศส) จะพบได้ว่า ค่าเฉลี่ยอายุเฮดโค้ชของทีมในบุนเดสลีกา น้อยกว่าค่าเฉลี่ยในลีกอื่นๆ ถึง 5 ปี



“ในประเทศเยอรมนี โค้ชฟุตบอลไม่จำเป็นต้องมี โปร ไลเซนส์ เพื่อบริหารจัดการทีมระดับบุนเดสลีกา แต่มันจำเป็นสำหรับการเป็นโค้ชในระดับลีกา 2-3 รวมถึงทีมเยาวชน-อคาเดมี”

หรืออาจจะกล่าวได้ว่า “มาตรฐานผู้ฝึกสอนในประเทศ คือสิ่งสำคัญที่สุดต่อโครงสร้างพัฒนาทีมชาติเยอรมนีในทุกระดับ”



สำหรับการวางรากฐาน เพื่อการพัฒนาฟุตบอลไทยอย่างยั่งยืน คือการเปิดอบรมผู้ฝึกสอนระดับ โปร, เอ, บี, ซี และ ที  ไลเซนส์ โดยมีผู้รับผิดชอบหลักเป็น นายวิทยา เลาหกุล อุปนายกและผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาเทคนิค และ มร. ลิม คิม ชอน รองผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาเทคนิค



นโยบายการสร้างผู้ฝึกสอนระดับ โปร ไลเซนส์ และในทุกระดับ ส่วนหนึ่งก็เพื่อตอบรับแผนพัฒนาของ สมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย ที่กำหนดให้ในปี 2019 ผู้ฝึกสอนทีมชาติชุดใหญ่ และทีมชาติชุด U22 ต้องเป็นโค้ช โปร ไลเซนส์ ที่ผ่านหลักสูตรการรับรองจาก เอเอฟซี เท่านั้น

โดยในปัจจุบันมีผู้ฝึกสอนสำเร็จการศึกษาหลักสูตร ‘เอเอฟซี โปร-ดิโปรม่า โค้ชชิ่ง คอร์ส’ ชุดแรกจำนวน 19 ท่าน นำโดย วิทยา เลาหกุล, เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง, ธชตวัน ศรีปาน, จเด็จ มีลาภ, อเล็กซานเดอร์ มาโน่ โพลกิ้ง รวมไปถึง หนึ่งฤทัย สระทองเวียน กุนซือฟุตบอลหญิง ทีมชาติไทย นอกจากนั้นก็ยังมี สุรชัย จตุรภัทรพงษ์ ผู้ฝึกสอนไทยระดับ เอเอฟซี โปร ไลเซนส์ คนแรกที่จบหลักสูตรจากประเทศสิงคโปร์

สิ่งที่ผมอยากเห็นคือ แนวทางการสร้างผู้ฝึกสอนที่ผ่านมาตรฐานเอเอฟซีให้มีมากขึ้นๆ การบังคับสโมสรในระดับไทยลีก 1 และ 2 ต้องมีผู้ฝึกสอนไทยระดับ เอ-โปร ไลเซนส์ในทุกๆ ทีม อาจจะกำหนดกรอบเวลาที่เหมาะสม และมีเงินทุนสนับสนุนให้สโมสรที่มีแผนพัฒนาในส่วนนี้ เฉกเช่น เงินทุนที่ให้กับสโมสรที่มีแผนพัฒนาสนาม และสาธารณูประโภค หากเราให้ความสำคัญกับเรื่องนี้จริงๆ มันควรจะมีอะไรที่เห็นชัดเป็นรูปธรรม จากนั้นค่อยพัฒนาต่อยอดไปยังลีกรองต่อๆ ไป



และอีกประเด็นหนึ่งผมเชื่อว่า โค้ชฟุตบอลไทยสมัยใหม่ย่อมปรับตัว และเปิดรับนโยบายนี้ได้ไม่ยาก แต่โค้ชฟุตบอลไทยสมัยเก่า ที่มีอายุค่อนข้างมาก พวกเขาเหล่านี้ทั้งเจนจัดในเรื่องประสบการณ์ ความเข้าใจในตัวนักฟุตบอล แต่การจะได้ไลเซนส์ คงเป็นปัญหาใหญ่สำหรับผู้ฝึกสอนกลุ่มนี้ ทั้งในเรื่องของค่าใช้จ่าย ภาษา และอีกหลากหลายอุปสรรค

สมาคมฯ ควรให้ความสำคัญกับโค้ชเหล่านี้ด้วยเช่นกัน อาจจะมีการจัดตั้งกองทุนเพื่อสนับสนุนผู้ฝึกสอนในกลุ่มนี้ เหมือนกองทุนกู้ยืมในสายอาชีพอื่นๆ เมื่อพวกเขาจบหลักสูตร เราก็จะมีบุคลากรรองรับในส่วนอื่นๆ ไม่จำเป็นแค่ระดับสโมสรฟุตบอล แต่สามารถต่อยอดไปยังศูนย์ฝึกที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ขณะที่ปัญหาเรื่องภาษา อาจจะมีการจัดคอร์สภาษาเข้มข้น (Intensive Course) ที่เน้นศัพท์สำหรับการฝึกอบรมโค้ช โดยอาจจะขอความร่วมมือจากเอเอฟซี หรือสถาบันภาษาที่มีมากมายในเมืองไทย และสุดท้ายผลประโยชน์ทั้งหมดจะตกเป็นของทีมชาติไทยอย่างแน่นอน

ถึงแม้ว่าบริบทของฟุตบอลไทย จะแตกต่างกับฟุตบอลเยอรมัน เพราะเรายังตามหลังเขาอยู่หลายสิบปี แต่สมาคมฯ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต้องหาวิธีการที่เหมาะสม มาปรับใช้ให้เข้ากับวงการฟุตบอลในเมืองไทย



แนวคิดการสร้างรากฐานอย่างมั่นคง แบบฉบับฟุตบอลเยอรมัน หลักๆ คงหนีไม่พ้นความคิด และความฝันของชายที่ชื่อว่า วิทยา เลาหกุล ผู้จบการหลักสูตรอบรมโค้ช ยูฟ่า เอ ไลเซนส์ (เยอรมัน) บวกกับการผ่านประสบการณ์ค้าแข้งในบุนเดสลีกามาแล้ว และในเมืองไทยจะมีสักกี่คนที่มีลมหายใจเข้าออกเป็นลูกฟุตบอล พร้อมทั้งทัศนคติ และวิสัยทัศน์ แบบที่ ‘โค้ชเฮง’ เป็นอยู่ตลอดชั่วชีวิตของแก

“จริงๆ แล้วผมเองในตำแหน่งนี้ ผมจะโฟกัสไปที่ โค้ช ลีกเยาวชน และอีกอย่างหนึ่งที่ผมยังไม่ได้ทำก็คือ ศูนย์ฝึก ถ้าผมทำศูนย์ฝึกได้วันนี้ พรุ่งนี้ผมลาออกเลย” - วิทยา เลาหกุล

หากทีมชาติไทย ต้องการความสำเร็จที่ยั่งยืน การพัฒนาบุคลากรฟุตบอล โดยเฉพาะการสร้างโค้ช ที่มีความรู้ ความสามารถ และมีหลักในการถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ผู้เล่นเยาวชนได้อย่างถูกต้อง และแม่นยำ ควบคู่ไปกับการสร้างสถาบันฟุตบอลที่ได้มาตรฐาน สิ่งเหล่านี้จะเป็น ‘กุญแจสู่ความสำเร็จของวงการฟุตบอลไทย’ เฉกเช่นความสำเร็จของ ทีมชาติเยอรมนี เนเธอร์แลนด์ และญี่ปุ่น ที่พิสูจน์ให้โลกได้เห็น

“ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการปลูกต้นไม้คือเมื่อ 20 ปีที่แล้ว และช่วงเวลาที่ดีรองลงมาคือ ทำมันซะตอนนี้”

แล้วคุณเห็นด้วยไหมว่า ‘การสร้างผู้ฝึกสอน’ คือรากฐานแห่งความสำเร็จของวงการฟุตบอลไทย?

แหล่งอ้างอิง :

https://www.dfb.de/en/about-dfb/coaching-courses/

https://www.dfb.de/sportl-strukturen/hennes-weisweiler-akademie/die-akademie/historie/1947-bis-1950/

https://sports.vice.com/en_us/article/aemp55/germany-makes-soccer-coaches-the-same-way-it-makes-cars

https://www.independent.co.uk/sport/football/european/bundesliga-hoffenheim-julian-nagelsmann-schalke-04-domenico-tedesco-a7839166.html

https://www.theguardian.com/football/2013/may/23/germany-bust-boom-talent

https://www.thaileague.co.th/official/index.php?r=News/ScoopRead&id=264

https://www.fourfourtwo.com/th/features/kaalkhranghnuengainyuorp-chiiwitphcchyphaykhngwithyaa-elaahkul?page=0%2C1

https://www.dailynews.co.th/sports/665261

https://www.matichon.co.th/sport-slide/news_813769
บันทึกการเข้า
art27
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +119/-47
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,291



| | |
« ตอบ #1 เมื่อ: กันยายน 14, 2018, 01:57:35 PM »

ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
ทวนทอง
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +248/-263
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,069



| | |
« ตอบ #2 เมื่อ: กันยายน 14, 2018, 02:05:22 PM »

ของเมืองไทย น่าจะมีท่าน พลตรีสำเริง ไชยยงค์ อดีตกรมวังผู้ใหญ่ ที่ได้รับทุนพระราชทานจากในหลวง ร.9 ไปศึกษาวิชาการด้านกีฬาฟุตบอล จนสำเร็จระดับวิชาโค้ช ระดับโปร ไลเซนต์ จากทวีปยุโรป น่าจะเป็นท่านแรกๆในประเทศไทยที่สำเร็จการศึกษาในไลเซนต์ระดับสูงนี้
บันทึกการเข้า
ป๊อกกี้
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1348/-751
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 3,328



| | |
« ตอบ #3 เมื่อ: กันยายน 14, 2018, 02:05:53 PM »

+1 ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
Kokkabark
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +191/-423
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,822



| | |
« ตอบ #4 เมื่อ: กันยายน 14, 2018, 02:32:56 PM »

อีกไม่นานหรอกครับ  ฟุตบอลเอเชียไม่ได้หนีไปไหนไกลอย่างที่คิดหรอกครับ
บันทึกการเข้า
Ken2815
Thailandsusu
Newbie
**

คะแนนความรัก: +10/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10


| | |
« ตอบ #5 เมื่อ: กันยายน 14, 2018, 03:01:03 PM »

ของเมืองไทย น่าจะมีท่าน พลตรีสำเริง ไชยยงค์ อดีตกรมวังผู้ใหญ่ ที่ได้รับทุนพระราชทานจากในหลวง ร.9 ไปศึกษาวิชาการด้านกีฬาฟุตบอล จนสำเร็จระดับวิชาโค้ช ระดับโปร ไลเซนต์ จากทวีปยุโรป น่าจะเป็นท่านแรกๆในประเทศไทยที่สำเร็จการศึกษาในไลเซนต์ระดับสูงนี้

ท่านสำเริง น่าจะเป็นคนไทยคนเดียวที่ถือ ยูฟ่า โปร ไลเซนส์ ส่วน ยูฟ่า เอ ไลเซนส์ น่าจะมีหลายท่าน
บันทึกการเข้า
BBLOVETT
Full Member
***

คะแนนความรัก: +107/-50
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,011


| | |
« ตอบ #6 เมื่อ: กันยายน 14, 2018, 03:28:52 PM »

+1ครับ ขอบคุณคับ
บันทึกการเข้า
deawfico
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +678/-1866
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,746



| | |
« ตอบ #7 เมื่อ: กันยายน 14, 2018, 03:48:02 PM »

ขอบคุณสำหรับสาระความรู้ครับ
บันทึกการเข้า

ชีวิตที่สันโดษย่อมมีความสุขเสมอ
pongonwon
เฮงซัง get out
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +489/-1714
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 5,696



| | |
« ตอบ #8 เมื่อ: กันยายน 14, 2018, 09:00:01 PM »

ขอบคุณครับ+1

แต่เยอรมัน เป็นชาติที่มีวินัยที่สุดในยุโรป(เผลอๆในโลก)
ต่างจากไทยสิ้นเชิง
รถเมล์มาตรงเวลาไม่เลทแม้แต่ นาทีเดียว

เช่น ถ้าท่านนัดคนเยอรมันคุยเรื่องงาน 12.00-13.00
เขาจะมา12.00 เป๊ะ ไม่มาก่อนไม่มาหลัง(เหมือนแอบอยู่แถวนั้น พอถึงเวลาก็มาเลย)
13.00เป๊ะ เขาจะไปเลย

ในห้องประชุมคนเยอรมันเห็นไม่ตรงกัน ด่ากันจนแทบจะต่อยกัน
ออกมาจากห้องประชุมกอดคอ ไปกินเบียร์ด้วยกัน
เขาแบ่งแยกเรื่องส่วนตัว และเรื่องงานได้ชัดเจน

ผมหละทึ่งกับคนเยอรมันจริงๆ


อยากให้คนไทยเป็นแบบนั้นบ้าง



บันทึกการเข้า
Doctor สลัม
อยากจะรวยจริงๆ
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +2493/-3454
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 49,681


หล่อไม่มาก แต่ท่ายากเฮียมีเยอะ


| | |
« ตอบ #9 เมื่อ: กันยายน 14, 2018, 10:38:40 PM »

อ่อๆ
บันทึกการเข้า

ลมหายใจคือฟุตบอล
Ken2815
Thailandsusu
Newbie
**

คะแนนความรัก: +10/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10


| | |
« ตอบ #10 เมื่อ: กันยายน 15, 2018, 12:34:45 AM »

ขอบคุณครับ+1

แต่เยอรมัน เป็นชาติที่มีวินัยที่สุดในยุโรป(เผลอๆในโลก)
ต่างจากไทยสิ้นเชิง
รถเมล์มาตรงเวลาไม่เลทแม้แต่ นาทีเดียว

เช่น ถ้าท่านนัดคนเยอรมันคุยเรื่องงาน 12.00-13.00
เขาจะมา12.00 เป๊ะ ไม่มาก่อนไม่มาหลัง(เหมือนแอบอยู่แถวนั้น พอถึงเวลาก็มาเลย)
13.00เป๊ะ เขาจะไปเลย

ในห้องประชุมคนเยอรมันเห็นไม่ตรงกัน ด่ากันจนแทบจะต่อยกัน
ออกมาจากห้องประชุมกอดคอ ไปกินเบียร์ด้วยกัน
เขาแบ่งแยกเรื่องส่วนตัว และเรื่องงานได้ชัดเจน

ผมหละทึ่งกับคนเยอรมันจริงๆ


อยากให้คนไทยเป็นแบบนั้นบ้าง





บ้านเราชอบมองข้ามพื้นฐานที่สำคัญ และเลือกที่จะชื่นมื่นกับความสำเร็จชั่วครั้งชั่วคราว โดยจุดที่เห็นได้ชัดที่แตกต่างจากชาติที่พัฒนาคือ มาตรฐานการศึกษา นี่แหละครับ
บันทึกการเข้า
KaRaKaSaNG
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +901/-179
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,481



| | |
« ตอบ #11 เมื่อ: กันยายน 18, 2018, 04:15:32 PM »

ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
suebsuan
Full Member
***

คะแนนความรัก: +106/-76
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,141



| | |
« ตอบ #12 เมื่อ: กันยายน 18, 2018, 04:59:30 PM »

ไม่ได้ เพราะอุปนิสัยคนไทยไม่ใช่แบบนี้ พวกที่เข้ากับแบบเยอรมันได้ก็ญี่ปุ่น เกาหลี พวกนี้ แต่คนไทยต้องออกแนว บราซิลนะ โค้ชบราซิลน่าจะเข้าใจนักฟุตบอลไทยได้มากที่สุด เพราะนิสัยพวกแอบเที่ยว โดดซ้อม มันเหมือนพวกนักฟุตบอลบราซิล ในหลายเรื่องเลย
บันทึกการเข้า
Ken2815
Thailandsusu
Newbie
**

คะแนนความรัก: +10/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10


| | |
« ตอบ #13 เมื่อ: กันยายน 18, 2018, 05:07:47 PM »

ไม่ได้ เพราะอุปนิสัยคนไทยไม่ใช่แบบนี้ พวกที่เข้ากับแบบเยอรมันได้ก็ญี่ปุ่น เกาหลี พวกนี้ แต่คนไทยต้องออกแนว บราซิลนะ โค้ชบราซิลน่าจะเข้าใจนักฟุตบอลไทยได้มากที่สุด เพราะนิสัยพวกแอบเที่ยว โดดซ้อม มันเหมือนพวกนักฟุตบอลบราซิล ในหลายเรื่องเลย

อย่างคนไทยอาจต้องเจอไม้แข็งแบบท่านเนวิน น่าจะพอเอาอยู่ได้ครับ แต่ถ้าไม้อ่ออนแบบโค้ชเฮง ก็เป็นห่วงความเป็น "ครู" ของพี่เค้าที่มักจะให้โอกาสเด็กมันมากเกินไป
บันทึกการเข้า
JuDge4
Moderator
Jr. Member
*****

คะแนนความรัก: +375/-26
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 398


เว็บไซต์
| | |
« ตอบ #14 เมื่อ: กันยายน 18, 2018, 05:55:59 PM »

ยินดีต้อนรับครับ ท่าน Ken2815
บันทึกการเข้า

ไทยอยากก้าวข้ามเอเชียเพื่อเป็น1 เริ่มต้นที่คุณภาพของฟุตบอลลีกเยาวชน : เยอรมัน : อ่านต่อที่นี่ http://www.thailandsusu.com/webboard/index.php?topic=393808.0
xinemax
ขอเป็นพระเอกในหัวใจเธอ
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1829/-1666
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 28,069


มาแว๊วๆๆๆ


เว็บไซต์
| | |
« ตอบ #15 เมื่อ: กันยายน 18, 2018, 09:34:50 PM »

เคยมีคนกว่าวใว้
ต่อให้ เอาไฟแดงไป ติดกลางป่า แบบนานๆจะมีรถวิ่งผ่าน  คนเยอรมันก็จะไม่ผ่าไฟแดง
บันทึกการเข้า

เช็ค รายชื่อจัดส่งสินค้า ตามลิ้งเลยจ้า

www.number12shop.com/store/webboard

ข้อมูลผู้ขาย

http://www.thailandsusu.com/webboard/index.php?topic=163099.0
Francesco Titti
Newbie
*

คะแนนความรัก: +4/-1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20


| | |
« ตอบ #16 เมื่อ: กันยายน 19, 2018, 12:35:07 PM »

แบบใหนก็ดี  แต่อย่าเอามาทั้งดุ้น

ไทยแลนด์เวย์  น่าจะสรุปแล้วว่าเหมาะกับคนไทย

เอาง่ายๆ ฟินแลนค์ที่ว่าการศึกษาดีที่สุดในโลก  ยังโดนคนไทยเล่นงาน  เรื่องบิตคอย

จะเห็นได้ว่า  คนไทยมีดีไม่แพ้ที่อื่น  แต่ติดที่คนไทยมีนิสัยอ่อนน้อมถ่อมตน แต่คนภายนอกมองว่าคนไทยดูถูกตัวเอง จึงไม่สามารถดึงศักยภาพตนเองออกมาให้ถึงขีดสุด เลยประสบความสำเร็จน้อย และช้า (อันนี้รู้สึกว่าเคยมีคนทำเป็นสารคดีหรือวิเคราะห์ )  แต่อย่างว่า บางทีเพราะระบบบางอย่างมันกีดกั้นขัดขวาง

เคยมีเพื่อน เปิดสอนพิเศษ กวดวิชา เด็กมาเรียนมาก  เลยถามว่า อยู่โรงเรียนสอนแบบนี้ใหม  มันบอกว่าไม่  กั๊กมาเปิดกวดวิชาเหรอ   มันก็บอกว่าไม่   เราก็งงว่าแล้วทำไม   มันก็บอกว่าจะสอนตามใจไม่ได้ ต้องเขียนแผนการสอนก่อนสอน บางแผนดีแต่ไม่ผ่านก้มี ละไว้ในฐานที่เข้าใจ
บันทึกการเข้า
Ken2815
Thailandsusu
Newbie
**

คะแนนความรัก: +10/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10


| | |
« ตอบ #17 เมื่อ: กันยายน 19, 2018, 02:09:43 PM »

แบบใหนก็ดี  แต่อย่าเอามาทั้งดุ้น

ไทยแลนด์เวย์  น่าจะสรุปแล้วว่าเหมาะกับคนไทย

เอาง่ายๆ ฟินแลนค์ที่ว่าการศึกษาดีที่สุดในโลก  ยังโดนคนไทยเล่นงาน  เรื่องบิตคอย

จะเห็นได้ว่า  คนไทยมีดีไม่แพ้ที่อื่น  แต่ติดที่คนไทยมีนิสัยอ่อนน้อมถ่อมตน แต่คนภายนอกมองว่าคนไทยดูถูกตัวเอง จึงไม่สามารถดึงศักยภาพตนเองออกมาให้ถึงขีดสุด เลยประสบความสำเร็จน้อย และช้า (อันนี้รู้สึกว่าเคยมีคนทำเป็นสารคดีหรือวิเคราะห์ )  แต่อย่างว่า บางทีเพราะระบบบางอย่างมันกีดกั้นขัดขวาง

เคยมีเพื่อน เปิดสอนพิเศษ กวดวิชา เด็กมาเรียนมาก  เลยถามว่า อยู่โรงเรียนสอนแบบนี้ใหม  มันบอกว่าไม่  กั๊กมาเปิดกวดวิชาเหรอ   มันก็บอกว่าไม่   เราก็งงว่าแล้วทำไม   มันก็บอกว่าจะสอนตามใจไม่ได้ ต้องเขียนแผนการสอนก่อนสอน บางแผนดีแต่ไม่ผ่านก้มี ละไว้ในฐานที่เข้าใจ

เราตามหลังเขาหลายสิบปี อีกทั้งบริบทฟุตบอล รวมไปถึงเรื่องสังคม และการศึกษา ฯลฯ มันแตกต่างกับเขาชัดเจน

เราก็อาจจะเอาแนวทางการพัฒนาเค้ามาใช้ได้ แต่วิธีการมันย่อมต้องแตกต่างจากเยอรมันแน่นอนครับ

เห็นด้วยกับท่าน Francesco Titti ครับผม
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  




Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!