Thailandsusu Webboard
พฤศจิกายน 18, 2018, 11:34:05 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน Gallery เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: จริงหรือบอลไทยชนะตอนเด็ก แพ้ตอนโต...ตลอด  (อ่าน 2525 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
tonmania
Thailandsusu
Full Member
**

คะแนนความรัก: +240/-525
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 885



| | |
« เมื่อ: กันยายน 06, 2018, 01:42:41 PM »

เหวี่ยงจากความคาดหวัง


ข้อความสั้นๆที่แพร่หลายบนโลกโซเชี่ยลรวมทั้งในบอร์ดไทยแลนด์สูสู้นี่แหละว่า ประธานเทคนิคบอก "ความสำเร็จของทีมชาติไทยมันก็เหมือนกับการซื้อหวย" จบแค่นั้น...จริงๆแล้วมันมีอะไรต่ออีกไหม? มันน่าสงสัยใครมันจะพูดห้วนอะไรขนาดนั้น....จริงรึ


บ้านเราเน้นผลการแข่งขัน มากกว่าการพัฒนา ความสำเร็จของทีมชาติไทยมันก็เหมือนกับการซื้อหวย บางครั้งก็โผล่มาประเดี๋ยวประด๋าว แต่ไม่เกิดความยั่งยืน” วิทยา เลาหกุล ฝ่ายเทคนิค สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยได้กล่าวเอาไว้อย่างนั้นจริงๆแต่ได้กล่าวต่อไปอีกว่า

ทั้งที่ความจริงสิ่งแรกที่เด็กๆ ควรเรียนรู้คือการ มีทักษะ เบสิค ที่ดีก่อน มีความเข้าใจเกม แล้วจึงค่อยๆสอดแทรกแท็คติก ลงไปตามช่วงวัย เมื่อเด็กอายุ 17-18 ปี มีความพร้อมด้านร่างกายแล้วก็ค่อยอัดเรื่องความแข็งแรง และให้มีเกมเยอะๆ เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์

แต่บ้านเราไม่ได้คิดแบบนั้น สถานศึกษาหรือโรงเรียนก็อยากได้ชื่อเสียง จึงมองแต่ผลการแข่งขัน และกระตุ้น กดดันเด็ก ลงให้มาแข่งขันตั้งแต่อายุยังน้อย แต่ไม่เคยมามองเลยว่า เด็กแต่ละคนควรพัฒนาตรงไหนบ้าง

พอโตจึงกลายเป็นเด็กที่ไม่มีความเข้าใจเกม ไม่เข้าใจแท็คติก ทักษะเทคนิคไม่ดี เพราะตอนเป็นเยาวชน เขาถูกละเลยเรื่องนี้มาตลอด ถามว่ามีเด็กอายุน้อยๆมีเกมเยอะมันดีไหม ก็ต้องมาดูอีกว่า เกมเยอะๆที่เขาเล่นนะ มันมีคุณภาพหรือเปล่า เกมๆหนึ่ง เด็กโดนบอลไม่ถึง 20-30 ครั้ง ถ้าเอาเวลาตรงนี้มาฝึกเรื่องทักษะให้แน่นก่อน ไม่ดีกว่าเหรอ แต่เด็กเราถูกฝึกให้ใช้พละกำลัง มากเกินไป ตอนอายุน้อยๆ

ไม่ใช่บ้านเราเพิ่งเป็นนะ มันเป็นมานานมากแล้ววิธีคิดแบบนี้ ตั้งแต่สมัยผมยังเป็นเด็ก ที่โค้ชหรือผู้ใหญ่ปลูกฝังเรื่องผลการแข่งขันเป็นอันดับแรก ก็เลยเห็นว่า ตอนเด็กเราเอาชนะเขาได้ แต่พอโตมาเราแพ้เขา เพราะชาติเหล่านั้นเขาไม่ได้คิดแบบนี้ไง

*นั่นเป็นมุมมองของคนที่ชื่อวิทยาเลาหกุลเกี่ยวกับวิธีการสร้างเด็กแบบไทยสไตล์บอลเน้นผลอย่างที่รู้กัน คุณเห็นด้วยหรือไม่?***

เอาหละคิดชนะตอนเด็ก แพ้ตอนโตรู้ปัญหาหละแล้วมันควรจะทำยังไงถ้าเล่นไม่เน้นผลการแข่งขัน****


ในฐานะที่คิดว่าตัวเองคร่ำหวอดกับลูกหนังญี่ปุ่นมาพอสมควรวิทยาให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับมุมมองการคิดของคนญี่ปุ่นว่าพวกเขามองเรื่องการพัฒนาตามขั้นตอน ความเข้าใจในระบบการเล่น และการฝึกทักษะ สอนแท็คติกให้กับ เยาวชน ก่อนเรื่องผลการแข่งขัน จะเห็นว่าเวลาเอาเด็กมาแข่งกับเราแล้วแพ้ไทย ผู้ใหญ่ หรือแฟนบอลบ้านเขา ไม่ได้ซีเรียสกับผลตรงนี้ แต่บ้านเราคงทำแบบนั้นยาก เพราะคนส่วนมากยังยึดติดกับผลการแข่งขันเป็นหลัก

ญี่ปุ่นสนใจเรื่องพัฒนาการนักเตะว่าเป็นตามขั้นตอนไหม เมื่อเด็กคนนั้นมีความพร้อม ทางความรู้ ความสามารถ และร่างกาย ถึงเวลานั้น เขาถึงจะค่อยมานึกถึงเรื่องผลการแข่งขัน ก็จะเป็นเหตุผลที่ว่า พอเขาโตก็สามารถสู้กับทุกทีมในเอเชีย หรือไปแข่งขันระดับโลกได้

แต่บ้านเรา ยังคาดหวังเรื่องผลการแข่งขันมาก่อน ส่วนความเอาใจใส่ในการพัฒนาเยาวชนให้ถูกต้อง ยังปล่อยปะละเลย ตราบใดที่เรายังไม่มีความพร้อมในการเป็นทีมชั้นนำของเอเชีย หมายถึง การที่ทีมชาติยังไม่ได้มีแรงกิ้งที่สูง สโมสรยังไม่ผ่านเข้ารอบลึกๆ ใน เอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก สม่ำเสมอ มันก็คงยากที่จะไปตั้งความหวังว่า ทีมชาติ จะต้องชนะอย่างเดียว ในทุกๆรุ่น เพราะระดับเรายังไม่ถึงขั้นนั้น

***เอาหละอยากคิดอยากทำแบบญี่ปุ่นแต่พอทำแล้วผลงานในปัจจุบันสะท้อนอะไรจากกระแสตอบกลับในสังคมบ้านเรา***

เราจะไปชนะชาติอื่นได้อย่างไร ถ้าเรายังไม่มีความพร้อมที่จะไปถึงตรงนั้น โมเดลการพัฒนาเยาวชน เราเพิ่งมีเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมานี่เอง ซึ่งก็ต้องใช้เวลาและความอดทน

โค้ชทีมชาติระดับเยาวชน ที่เข้ามาทำหน้าที่ตรงนี้ รวมถึง เด็กๆที่ลงไปแข่งก็เลยต้องเจอกับแรงกดดันจากความคิด ที่ว่าจะต้องชนะ หรือต้องมีผลการแข่งขันที่ดีเท่านั้น เพราะคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยอดทน ไม่ได้มองเรื่องการพัฒนาเป็นอันดับแรก คาดหวังแต่ความสำเร็จระยะสั้น

บางทีโค้ชทีมชาติรุ่นอายุน้อยๆ ต้องการจะส่งไปแข่งทัวร์นาเมนต์อุ่นเครื่อง เพื่อพัฒนาเด็กๆ ก็ต้องเปลี่ยนแผนมาเล่นเพื่อผลการแข่งขัน เพราะผลงานไม่ดี กลัวแฟนบอลไม่เข้าใจ เด็กๆที่ไปเล่น ก็ต้องเจอแรงกดดันเยอะ ทำให้เด็กๆเล่นฟุตบอลไม่เป็นตัวของตัวเอง เวลาแพ้มา ก็ส่งผลต่อสภาพจิตใจเด็กอีก

***มันข้อแก้ตัวหรือเปล่าว่าต้องใช้เวลาในการพัฒนาการแต่การแข่งขันก็ต้องการชัยชนะถ้าเราต้องเน้นผลเพื่อเอาใจแฟนบอลหละ มันก็ดีและทำได้พร้อมๆกันไม่ใช่หรือ?****

ต่อให้เราเอาชนะเขาได้ตอนเด็ก แต่ด้วยรากฐานที่เราไม่แน่นพอ พอโตขึ้นมา เราก็แพ้เขาเหมือนเดิม ซึ่งมันก็วนเวียนอยู่อย่างนี้ ถ้าเรายังไม่มีรูปแบบโมเดล ในการพัฒนาเยาวชนที่ชัดเจน และเป็นรูปธรรม

***ว่าแล้วเราก็วนมาลูบเดิมอีกครั้งหนึ่ง วนมาจนจะแก่ตายอยู่แล้ว ทั้งๆที่วลีดัง ไม่สิ้นคนดีศรีอยุธยา หรือคนไทยไม่แพ้ชาติใดในโลกมีอยู่จริง ***

DNAของผู้ชนะในคนไทยมีอยู่จริงทุกผู้คนแต่บางทีมุมมองอีกด้านก็สะท้อนให้เห็นอีกหนึ่งแง่มุมที่ว่า บางครั้งความคาดหวังที่อยากจะเอาชนะเพียงเดียว ที่มีมาตลอดหลายยุค หลายสมัย ไม่เพียงพอที่จะเปลี่ยนแปลงผลงานของทีมชาติไทยให้ดีขึ้นในระดับทวีป ตลอดจนระดับโลก เพราะหากมองย้อนกลับไป ด้วยความอยากชนะนี่แหละ ที่กลายมาเป็น รอยด่างบนหน้าประวัติศาสตร์

จริงอยู่...ที่ในประวัติศาสตร์ ทีมชาติไทย เคยมีทีมระดับเยาวชนผ่านเข้าไปเล่น ฟุตบอลโลก U-17 ถึง 2 สมัย แต่หากย้อนไปดูผู้เล่นในรอบคัดเลือกเอเชีย ที่ทำให้ ไทย ได้ตั๋วไปแข่งครั้งนั้น ต้องยอมรับความจริง ว่าเป็นความสำเร็จ ที่มาจากการที่เราใช้ผู้เล่นอายุเกินรุ่น จนเคยล้างไพ่เปลี่ยนนักเตะในการแข่งขันรอบสุดท้าย ศึก U-17 ชิงแชมป์โลกและผลการแข่งขันก็อย่างที่เห็นนั่นแหละครับ

สุดท้ายบทสรุปของเรื่องนี้มันควรเป็นอย่างไรกับความเชื่อนี้


ความอยากเอาชนะ และความคาดหวังสูง บางคราวเป็นแรงกระตุ้นที่ดี แต่บางทีถ้ามากเกินไป มันก็จะเป็นแรงเหวี่ยง ผลักทีมชาติออกจากความสำเร็จมาสู่ความล้มเหลว ความผิดหวัง ก่อให้เกิดความรู้สึกสิ้นหวังกับผลงานที่แพ้ซ้ำแล้วซ้ำอีก

จนได้แต่ตั้งคำถามหาคำตอบว่าใครเป็นคนผิด ในแต่ละความล้มเหลว? มากกว่าจะมาสำรวจดูว่าเกิดความผิดพลาดตรงไหนในกระบวนการผลิตนักฟุตบอลสู่ทีมชาติ

ถ้าปลายยอดปีระมิดของฟุตบอลทีมชาติไทย คือ การชนะเลิศในการแข่งขัน โดยมี ปลายฐานของพีระมิด เป็นเรื่องการพัฒนาตั้งแต่ระดับเยาวชน

คำถามก็คือ ถึงเวลาแล้วหรือยังที่ บ้านเราจะมองฟุตบอล “จากฐานขึ้นไปหายอด” ในการให้ความสำคัญการพัฒนาเยาวชนก่อนผลการแข่งขัน ไม่ใช่มอง “จากยอดลงไปหาฐาน” อันหมายถึง การมุ่งหวังเอาชัยชนะก่อนการพัฒนาเยาวชน

เพื่อก้าวข้ามคำว่า “ชนะตอนเด็ก แพ้ตอนโตเสียที” ที่ยังตามหลอกหลอนฟุตบอลไทยมาตลอดหลายสิบปี


ขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจากบทความBecoming champion ของ : อลงกต เดือนคล้อย
Web page.        : Main Stand


* FB_IMG_1527926582004.jpg (70.36 KB, 1080x720 - ดู 1380 ครั้ง.)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 08, 2018, 05:48:15 PM โดย tonmania » บันทึกการเข้า
Koragap
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +215/-350
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,981


| | |
« ตอบ #1 เมื่อ: กันยายน 06, 2018, 02:02:03 PM »

บอลไทยต้องหาความสมดุลย์ให้ได้ทั้ง 2 ส่วน
บันทึกการเข้า
Kokkabark
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +205/-455
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,063



| | |
« ตอบ #2 เมื่อ: กันยายน 06, 2018, 02:44:10 PM »

ปัญหาใหญ่ของเราคือขาดผู้ฝึกสอนที่มีความสามารถมากกว่า  เมื่อก่อนเด็กฟุตบอลบ้านเรามันก็เริ่มต้นจากครูพละธรรมดาคนนึง

จะไปเรียนไปฝึกกับโคชระดับไลเซนส์มันมีน้อย  ครูมีความรู้เท่านี้โตมาก็ได้เล่นกับคนเก่งแค่ระดับนึง  มันก็จะพัฒนาได้ซักแค่ไหน

เมื่อเรามีไทยลีกมานี่ทำไมนักฟุตบอลเราพัฒนาขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก  ก็เพราะเราได้ครูดีๆมาสอนมาฝึกให้ 

การส่งแข่งแล้วเน้นผลมันก็แค่ปัจจัยส่วนหนึ่ง  แต่การหาครูดีๆมาสอนเด็กๆอันนี้ปัญหาใหญ่มากกว่า
บันทึกการเข้า
ป๊อกกี้
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1444/-1231
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,496



| | |
« ตอบ #3 เมื่อ: กันยายน 06, 2018, 03:02:51 PM »



ที่มา  :  House of Thai Football : Thailand’s Way แท้จริงแล้วเป็นเช่นไร
http://fathailand.org/news/1878
บันทึกการเข้า
pongonwon
เฮงซัง get out
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +518/-1909
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,916



| | |
« ตอบ #4 เมื่อ: กันยายน 06, 2018, 03:05:57 PM »

แพ้ตอนโตชนะตอนเด็ก

มันคือ ชลบุรีโมเดล

ที่  วิทยา เลาหกุลทำไว้เลย

ตอน12-14 เด็กชลบุรีจะเก่งมาก  พอเกิน19 จะเริ่มมีปัญหา


เด็กu14ชลบุรี เคยได้ถึงรองแชมป์ รายการหนึ่ง
ที่มีแต่ทีมชั้นนำของโลกรับรางวัลจากซีดาน และในชุดนั้น เหลือแค่ "สิทธิโชค ภาโส"
และสิทธิโชค ก็มีปัญหาเรื่องวินัย

เด็กชลบุรี u12-u18 เก่งมาก พอเกิน20 หายไปไหนหมด?

โค้ชเฮงเป็นต้นแบบ"ชนะตอนเด็ก แพ้ตอนโต"


อย่างชลบุรีเมื่อวานมีปัญหาเรื่องความฟิตชัดเจน
ขนาดเป็นเยาวชน หลังจากนาที75 บางคน วิ่งน้อยลงไม่ไล่บอลแล้ว
นำเมืองทองก่อน สุดท้ายแพ้ เพราะ หลังๆ เริ่มไม่วิ่ง




บันทึกการเข้า
ป๊อกกี้
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1444/-1231
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,496



| | |
« ตอบ #5 เมื่อ: กันยายน 06, 2018, 03:13:37 PM »

แพ้ตอนโตชนะตอนเด็ก
มันคือ ชลบุรีโมเดล
ที่  วิทยา เลาหกุลทำไว้เลย
ตอน12-14 เด็กชลบุรีจะเก่งมาก  พอเกิน19 จะเริ่มมีปัญหา

เด็กu14ชลบุรี เคยได้ถึงรองแชมป์ รายการหนึ่ง
ที่มีแต่ทีมชั้นนำของโลกรับรางวัลจากซีดาน และในชุดนั้น เหลือแค่ "สิทธิโชค ภาโส"
และสิทธิโชค ก็มีปัญหาเรื่องวินัย

เด็กชลบุรี u12-u18 เก่งมาก พอเกิน20 หายไปไหนหมด?

โค้ชเฮงเป็นต้นแบบ"ชนะตอนเด็ก แพ้ตอนโต"


อย่างชลบุรีเมื่อวานมีปัญหาเรื่องความฟิตชัดเจน
ขนาดเป็นเยาวชน หลังจากนาที75 บางคน วิ่งน้อยลงไม่ไล่บอลแล้ว
นำเมืองทองก่อน สุดท้ายแพ้ เพราะ หลังๆ เริ่มไม่วิ่ง
อย่ามั่วครับ  ชลบุรี ชุดรองแชมป์ ดาน่อนคัพ U12
นักบอลทั้งหมด 13 คน ปัจจุบัน เหลือที่พอมีชื่อเสียง 4 คน
1. สิทธิโชค ภาโส
2. ณัฐวุฒิ ชูติวัตร
3. กิตติธัช ประนิธิ
4. ชัยวัฒน์ วีระกิจพานิช

คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ ก็ 30.7 %
บันทึกการเข้า
chakaka
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +156/-395
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,464


| | |
« ตอบ #6 เมื่อ: กันยายน 07, 2018, 05:23:44 AM »

ก็เปลี่ยนซะซิ แพ้ตอนเด็กแล้วไปชนะตอนโต
บันทึกการเข้า
WPP.North
ถูกแบน-ห้ามเข้าบอร์ดชั่วคราว
Hero Member
*

คะแนนความรัก: +128/-1068
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,186


@พันธมิตร_ท่าน ded_ded


| | |
« ตอบ #7 เมื่อ: กันยายน 07, 2018, 05:49:56 AM »

โตมา โดน ตี หิด กันใหญ่..
บันทึกการเข้า
sanggung
ถูกแบน-ห้ามเข้าบอร์ดชั่วคราว
Sr. Member
*

คะแนนความรัก: +327/-1367
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,879


| | |
« ตอบ #8 เมื่อ: กันยายน 07, 2018, 07:18:11 AM »

บอลเด็กไทย  ที่ผมสังเกตุ    ไม่ลาก  ก็  โยน  ยิงไกล  เน้นที่ทำประตูอย่างเดียว

มันเลยดูเหมือนเก่ง     





ไปสังเกตบอล 8 คน  U12  ญี่ปุ่น    จับบอล   ส่งบอลเปะ    คลึงบอล   จ่ายบอลด้วยฝ่าเท้าข้างนอก    ครบทุกเบสิค   ชัยชนะคือโบนัส
บันทึกการเข้า
hohiho
Jr. Member
**

คะแนนความรัก: +52/-79
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 594


| | |
« ตอบ #9 เมื่อ: กันยายน 07, 2018, 09:33:04 AM »

บาสเก็ตบอลแค่รุ่นเด็ก ยังต้องมีแท็คติก 1-200 อย่าง ฟุตบอลก็คงไม่หนีกัน โค้ชจึงสำคัญมากที่จะฝึกเด็กให้เข้าใจ เวลาเจอต่างชาติเด็กไทยถูกชมว่าความสามารถเฉพาะตัวดี แต่ไม่เคยถูกชมว่าแท็คติกดี ขนาดระดับไทยลีกยังทำได้ไม่กี่ทีมเท่านั้น
บันทึกการเข้า
deawfico
ยกเลิกสมาชิก
Hero Member
*

คะแนนความรัก: +730/-1898
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,778



| | |
« ตอบ #10 เมื่อ: กันยายน 07, 2018, 09:44:18 AM »

เอาตรงๆเราไม่ได้ชนะเค้าตอนเด็กอะไรหรอก สมัยก่อนไทยโกงอายุ ไปเตะยู 16 ทั้งนั้น แล้วเกมอุ่นเครื่องที่เราบอกชนะเค้า ชุดเกรดบีเกรดซีประเทศเค้าทั้งนั้น  พอทัวนาเม้นหลักเค้าส่งชุดจริงก็ตามผลงานครับ  ถึงได้บอกไงว่า บางทีแฟนบอลตื่นตูมเกินไป ไปจริงจังกับเกมอุ่นเครื่องมากไป ซึ่งมันไม่ได้มาตรฐานอยู่แล้ว ของจริงรอดูชิงแชมป์เอเชียยู 16 และ 19   แล้วจะเห็นว่านักเตะไทยชุดลุยศึกชิงแชมป์เอเชียกับชิงแชมป์อาเซียนเปลี่ยนผู้เล่นไปกี่ตำแหน่ง...
บันทึกการเข้า

ชีวิตที่สันโดษย่อมมีความสุขเสมอ
PTTrayong
Thailandsusu-VIP
Hero Member
***

คะแนนความรัก: +1895/-947
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 19,101


| | |
« ตอบ #11 เมื่อ: กันยายน 07, 2018, 10:17:34 AM »

เอาตรงๆเราไม่ได้ชนะเค้าตอนเด็กอะไรหรอก สมัยก่อนไทยโกงอายุ ไปเตะยู 16 ทั้งนั้น แล้วเกมอุ่นเครื่องที่เราบอกชนะเค้า ชุดเกรดบีเกรดซีประเทศเค้าทั้งนั้น  พอทัวนาเม้นหลักเค้าส่งชุดจริงก็ตามผลงานครับ  ถึงได้บอกไงว่า บางทีแฟนบอลตื่นตูมเกินไป ไปจริงจังกับเกมอุ่นเครื่องมากไป ซึ่งมันไม่ได้มาตรฐานอยู่แล้ว ของจริงรอดูชิงแชมป์เอเชียยู 16 และ 19   แล้วจะเห็นว่านักเตะไทยชุดลุยศึกชิงแชมป์เอเชียกับชิงแชมป์อาเซียนเปลี่ยนผู้เล่นไปกี่ตำแหน่ง...

ชุดเกรดบี เกรดซี แต่แพ้ ติมอร์ แพ้ บรูไน ที่เกาหลีใต้เจอปาไข่ ปาลูกอมนะครับ ส่งชุดรองผลงานดร็อปลง แต่ไม่ควรดร็อปขนาดแพ้ทีมท้ายตารางที่ห่างชั้นกันมาก
บันทึกการเข้า

NTT
ชีวิตเดินหน้าต่อไป ในใจนึกถึงแนวทางพระองค์
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +5974/-253
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,451



| | |
« ตอบ #12 เมื่อ: กันยายน 07, 2018, 10:44:29 AM »

ปัญหาใหญ่ของเราคือขาดผู้ฝึกสอนที่มีความสามารถมากกว่า  เมื่อก่อนเด็กฟุตบอลบ้านเรามันก็เริ่มต้นจากครูพละธรรมดาคนนึง

จะไปเรียนไปฝึกกับโคชระดับไลเซนส์มันมีน้อย  ครูมีความรู้เท่านี้โตมาก็ได้เล่นกับคนเก่งแค่ระดับนึง  มันก็จะพัฒนาได้ซักแค่ไหน

เมื่อเรามีไทยลีกมานี่ทำไมนักฟุตบอลเราพัฒนาขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก  ก็เพราะเราได้ครูดีๆมาสอนมาฝึกให้ 

การส่งแข่งแล้วเน้นผลมันก็แค่ปัจจัยส่วนหนึ่ง  แต่การหาครูดีๆมาสอนเด็กๆอันนี้ปัญหาใหญ่มากกว่า
เห็นด้วยครับ
บันทึกการเข้า
nuiikubb
Newbie
*

คะแนนความรัก: +8/-6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 66


| | |
« ตอบ #13 เมื่อ: กันยายน 07, 2018, 10:55:18 AM »

ปัญหาใหญ่ของฟุตบอลไทยคือทัศนคติแฟนบอล แค่นั้นเลย
บันทึกการเข้า
BuBu
Full Member
***

คะแนนความรัก: +165/-98
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 1,027


| | |
« ตอบ #14 เมื่อ: กันยายน 07, 2018, 10:57:23 AM »

บอลไทย ชนะตอนเด็ก  แพ้ตอนโต   อันนี้  เห็นพูดกันมานาน  โดยส่วนตัวผมว่าไม่ใช่หรอกครับ   จริงๆแล้ว ชาติที่ชุดใหญ่เขาเหนือกว่าเรา ชุดเด็กเขาก็เหนือกว่าเรา   ชาติที่ชุดใหญ่อ่อนกว่าเรา ชุดเด็กเขาก็อ่อนกว่าเรา   ซึ่งคำว่าอ่อนกว่าแข็งกว่า จะดูที่ผลการแข่งขันเพียงนัดสองนัดคงไม่ได้ ต้องดูโดยรวมๆ
               แต่ ไม่ว่าใครจะคิดยังไงในเรื่องนี้  เรื่องบอลเด็กไทยในตอนนี้ ผมว่า ไม่เหมือนแต่ก่อน  พวกเด็กๆอายุ13 14 15 16  ทั้งที่เป็นทีมชาติ และไม่ติดทีมชาติ  ถ้าใครได้สนใจติดตามจริงๆ จะพบว่า  เด็กเราตอนนี้  เปลี่ยนไป  ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง สปีดบอล สปีดคน ทัศนะ ความเข้าใจ ฯลฯ ดูดีกว่าเก่ามาก รวมถึงเบสิกฟุตบอลก็แน่นกว่าแต่ก่อน    รูปร่างก็ดูดีกว่าแต่ก่อน      ส่วนพวกที่อายุเกิน 16 ตอนนี้ ก็ดูดีขึ้นเพียงแต่ยังมีกลิ่นอายฟุตบอลไทยแบบเก่าๆผสมอยู่บ้าง คือคิดช้าทำช้าไม่เข้าใจความเป็นไปของเกมที่มันเกิดขึ้นแล้วและคาดว่าจะเกิดในสนาม   แต่ก็ยังดูดีกว่าแต่ก่อนพอสมควร  เพียงแต่ไม่แจ่มเท่าพวกต่ำกว่า16      
               พวกต่ำกว่า 16 ตอนนี้  ไม่ว่า จะอยู่ในโรงเรียน หรือ อะคาเดมี่ หรือ สโมสร ต่างๆ  ผมว่า แจ่มมากๆ          กับเด็กๆใครไม่หวังแต่ผมหวัง เพราะผมชอบเด็กและเริ่มจะเบื่อผู้ใหญ่แล้ว     ในอีก 8 - 12 ปี ข้างหน้า  ฝันของผมที่อยากจะเห็นบอลไทยไปบอลโลกในชาตินี้ สักครั้ง  อาจเป็นจริง ก็ได้
บันทึกการเข้า
kp
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +212/-97
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,689


| | |
« ตอบ #15 เมื่อ: กันยายน 07, 2018, 12:56:42 PM »

บอลกรมพละ ควรเปลี่ยนรูปแบบ เป็นแบบโคชิเอ็นของญี่ปุ่น
จริงๆควรเอาpm cup กับบอลกรมพละรวมกัน แล้วจัดแข่งทั่วประเทศเลย กระจายๆกันไปแต่ละภูมิภาค และโปรแกรมไม่ควรอัดแน่นเป็นช่วงๆ

ส่วนลีกเยาวชน ก็ทำให้เป็นลีกจริงๆ เน้นการพัฒนา ฝึกทักษะ
และก็มีบอลถ้วยสักรายการ ที่เปิดโอเพ่นทั้งทีมโรงเรียน และเยาวชนสโมสร

ที่สำคัญ กกท กรมพละ สมาคมฯ ควรมาคุยกันก่อนออกโปรแกรมแข่ง จะได้ไม่ซ้ำซ้อนกัน

บันทึกการเข้า
PTTrayong
Thailandsusu-VIP
Hero Member
***

คะแนนความรัก: +1895/-947
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 19,101


| | |
« ตอบ #16 เมื่อ: กันยายน 07, 2018, 01:16:36 PM »

บอลกรมพละ ควรเปลี่ยนรูปแบบ เป็นแบบโคชิเอ็นของญี่ปุ่น
จริงๆควรเอาpm cup กับบอลกรมพละรวมกัน แล้วจัดแข่งทั่วประเทศเลย กระจายๆกันไปแต่ละภูมิภาค และโปรแกรมไม่ควรอัดแน่นเป็นช่วงๆ

ส่วนลีกเยาวชน ก็ทำให้เป็นลีกจริงๆ เน้นการพัฒนา ฝึกทักษะ
และก็มีบอลถ้วยสักรายการ ที่เปิดโอเพ่นทั้งทีมโรงเรียน และเยาวชนสโมสร

ที่สำคัญ กกท กรมพละ สมาคมฯ ควรมาคุยกันก่อนออกโปรแกรมแข่ง จะได้ไม่ซ้ำซ้อนกัน




คุยกันเหลือรายการเดียว ตั้งทอนที่ได้ก็น้อยลง จำนวนคนหารเงินก็มากขึ้น คิดหรือว่าจะคุยกัน เลิกฝันเหอะ มีอยู่ทางเดียวคือ จัดตั้งลีกเยาวชนของตัวสักที ไม่ต้องพึ่งรายได้จากหน่วยงานไหน แล้วให้รายการ กกท. กรมพละ เป็นของเวทีสมัครเล่นไป ได้เท่านั้น
บันทึกการเข้า

วสันต์_SR04
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1302/-790
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10,890



| | |
« ตอบ #17 เมื่อ: กันยายน 07, 2018, 01:43:46 PM »

ฟุตบอลเป็นเกมกีฬาที่ผู้เล่นจะต้องเผชิญหน้ากับความกดดันมนระดับต่างๆอยู่ตลอดเวลา การควบคุมหัวใจของตนเองภายใต้ความกดดันและการเคลื่อนไหวที่จำเป็นตวามความเรียกร้องของเกมตลอดจนการตัดสินใจนำเอาเพื่อนร่วมทีมเข้ามาช่วยแก้ปัญหาหรือการเข้าไปช่วยเพื่อนแก้ปัญหาในวาระที่ถูกต้องมีความนิ่งภายใต้ความกดดัน(mental game)เป็นหัวใจ เด็กญี่ปุ่น เด็กสเปน เด็กอังกฤษ เด็กไทย ต่างก็ถูกเลี้ยงมาต่างกันว่าด้วยการหล่อหลอมความนิ่ง ดังนั้นพสกเขาต้องการความช่วยเหลือระหว่างการพัฒนามนระดับทีทแตกต่างกัน ลูกคุณไม่ใช่เด็กญี่ปุ่นหรือสเปนคุณจะหวังผลเดียวกันจากการให้แบบฝึกเดียวกันมนเวลาทีืเท่ากันไม่ได้

ทุกบทเรียนในฟุตบอลผุ้เล่นจะต้องนำไปใช้ในเกมและในเกมสปีดที่จะนำไปใช้กับเกมที่เปชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ระดับสูง ไม่เช่นนั้นคุณก็จะได้เพียงรูปแบบขอวเกมที่คล้ายของจริงแต่เมื่อถูดคู่ต่อสู้เร่งเกมสปีดเด็กของคุณก็จะหลุด

ตัวอย่าง - ในทีมเยาวชนที่ผมโคชมีเด็กจากโปรตุเกส เยอรมัน บราซิล ไอรแลนด์ อาร์เจนตินา และ เม็กซิโก แต่ละคนมีคสามต้องการการกระตุ้นเมนท่อลเกมในระดับทีืแตกต่างกัน

เด็กที่ถูกเลี้ยงให้กลัวจิ้งจกตุ๊กแกแมวทะโมน ต้องได้รับการสร้างหัวใจผ่านเกมทีืเข้มข้นโดยที่ไม่ปล่อยให้เกิดภาสะแก่งความหวั่นไหว
บันทึกการเข้า
โต้หิมะ ณ ปราการ
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1183/-441
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,053


ผมอยากเห็นคนไทยรักครอบครัวแบบผม


| | |
« ตอบ #18 เมื่อ: กันยายน 07, 2018, 02:04:58 PM »

ฟุตบอลเป็นเกมกีฬาที่ผู้เล่นจะต้องเผชิญหน้ากับความกดดันมนระดับต่างๆอยู่ตลอดเวลา การควบคุมหัวใจของตนเองภายใต้ความกดดันและการเคลื่อนไหวที่จำเป็นตวามความเรียกร้องของเกมตลอดจนการตัดสินใจนำเอาเพื่อนร่วมทีมเข้ามาช่วยแก้ปัญหาหรือการเข้าไปช่วยเพื่อนแก้ปัญหาในวาระที่ถูกต้องมีความนิ่งภายใต้ความกดดัน(mental game)เป็นหัวใจ เด็กญี่ปุ่น เด็กสเปน เด็กอังกฤษ เด็กไทย ต่างก็ถูกเลี้ยงมาต่างกันว่าด้วยการหล่อหลอมความนิ่ง ดังนั้นพสกเขาต้องการความช่วยเหลือระหว่างการพัฒนามนระดับทีทแตกต่างกัน ลูกคุณไม่ใช่เด็กญี่ปุ่นหรือสเปนคุณจะหวังผลเดียวกันจากการให้แบบฝึกเดียวกันมนเวลาทีืเท่ากันไม่ได้

ทุกบทเรียนในฟุตบอลผุ้เล่นจะต้องนำไปใช้ในเกมและในเกมสปีดที่จะนำไปใช้กับเกมที่เปชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ระดับสูง ไม่เช่นนั้นคุณก็จะได้เพียงรูปแบบขอวเกมที่คล้ายของจริงแต่เมื่อถูดคู่ต่อสู้เร่งเกมสปีดเด็กของคุณก็จะหลุด

ตัวอย่าง - ในทีมเยาวชนที่ผมโคชมีเด็กจากโปรตุเกส เยอรมัน บราซิล ไอรแลนด์ อาร์เจนตินา และ เม็กซิโก แต่ละคนมีคสามต้องการการกระตุ้นเมนท่อลเกมในระดับทีืแตกต่างกัน

เด็กที่ถูกเลี้ยงให้กลัวจิ้งจกตุ๊กแกแมวทะโมน ต้องได้รับการสร้างหัวใจผ่านเกมทีืเข้มข้นโดยที่ไม่ปล่อยให้เกิดภาสะแก่งความหวั่นไหว

อันนี้ผมก็เห็นด้วยครับอา      ใช้รูปแบบเดียวกับเขาแต่วัฒนธรรม  เชื้อชาติ  นิสัย  สิ่งแวดล้อมมันต่างกัน    เราควรเอารูปแบบเขา(ที่เป็นสไตล์เราสามารถเล่นได้) มาปรับให้เข้ากับเรา
บันทึกการเข้า

Kokkabark
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +205/-455
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,063



| | |
« ตอบ #19 เมื่อ: กันยายน 07, 2018, 02:39:58 PM »

ฟุตบอลเป็นเกมกีฬาที่ผู้เล่นจะต้องเผชิญหน้ากับความกดดันมนระดับต่างๆอยู่ตลอดเวลา การควบคุมหัวใจของตนเองภายใต้ความกดดันและการเคลื่อนไหวที่จำเป็นตวามความเรียกร้องของเกมตลอดจนการตัดสินใจนำเอาเพื่อนร่วมทีมเข้ามาช่วยแก้ปัญหาหรือการเข้าไปช่วยเพื่อนแก้ปัญหาในวาระที่ถูกต้องมีความนิ่งภายใต้ความกดดัน(mental game)เป็นหัวใจ เด็กญี่ปุ่น เด็กสเปน เด็กอังกฤษ เด็กไทย ต่างก็ถูกเลี้ยงมาต่างกันว่าด้วยการหล่อหลอมความนิ่ง ดังนั้นพสกเขาต้องการความช่วยเหลือระหว่างการพัฒนามนระดับทีทแตกต่างกัน ลูกคุณไม่ใช่เด็กญี่ปุ่นหรือสเปนคุณจะหวังผลเดียวกันจากการให้แบบฝึกเดียวกันมนเวลาทีืเท่ากันไม่ได้

ทุกบทเรียนในฟุตบอลผุ้เล่นจะต้องนำไปใช้ในเกมและในเกมสปีดที่จะนำไปใช้กับเกมที่เปชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ระดับสูง ไม่เช่นนั้นคุณก็จะได้เพียงรูปแบบขอวเกมที่คล้ายของจริงแต่เมื่อถูดคู่ต่อสู้เร่งเกมสปีดเด็กของคุณก็จะหลุด

ตัวอย่าง - ในทีมเยาวชนที่ผมโคชมีเด็กจากโปรตุเกส เยอรมัน บราซิล ไอรแลนด์ อาร์เจนตินา และ เม็กซิโก แต่ละคนมีคสามต้องการการกระตุ้นเมนท่อลเกมในระดับทีืแตกต่างกัน

เด็กที่ถูกเลี้ยงให้กลัวจิ้งจกตุ๊กแกแมวทะโมน ต้องได้รับการสร้างหัวใจผ่านเกมทีืเข้มข้นโดยที่ไม่ปล่อยให้เกิดภาสะแก่งความหวั่นไหว

อันนี้ผมก็เห็นด้วยครับอา      ใช้รูปแบบเดียวกับเขาแต่วัฒนธรรม  เชื้อชาติ  นิสัย  สิ่งแวดล้อมมันต่างกัน    เราควรเอารูปแบบเขา(ที่เป็นสไตล์เราสามารถเล่นได้) มาปรับให้เข้ากับเรา

มันก็จริงครับ  อุปนิสัยคนไทย  ไม่คุ้นชินกับความกดดัน  เพราะเราอยู่กันแบบสบายๆพึ่งพาอาศัยกัน

แต่ของพวกนี้มันฝึกให้รับมือกันได้นี่ครับ  อย่างแรกผมว่าทำให้เด็กคุ้นชินกับความกดดัน(คิดว่าโค้ชเฮงคงใช้อยู่)

อีกอย่างคือการฝึกการเตรียมทักษะเด็กให้พร้อม  เมื่อเด็กสามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ด้วยทักษะที่เขามีมันก็เป็นการลดความกดดัน

ทุกวันนี้เด็กไทย  นอกจากเจอความกดดันที่คู่ต่อสู้กองเชียร์กดดันแล้ว  เมื่อทักษะความสามารถไม่พอ ทำพลาดแล้วก็กดดันตัวเองเพิ่มอีก

ทำให้นักกีฬาไทยน้อยคนที่จะไปจนสุดทาง  ขนาดบางคนไปจนสุดทางพอกลับมาเจอความกดดัน  ก็ยังแบกรับไม่ไหว  ดูตัวอย่าง

อย่างสองเมย์สิครับ
บันทึกการเข้า
tonmania
Thailandsusu
Full Member
**

คะแนนความรัก: +240/-525
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 885



| | |
« ตอบ #20 เมื่อ: กันยายน 07, 2018, 03:41:57 PM »

เอาแค่ทัศนการปรึกษานักจิตวิทยาหรือจิตแพทย์บ้านเรากับฝรั่งก็ต่างกันแล้วครับ เขาไปหาเพื่อแก้ปัญหาแต่บ้านเราใครไปหาคนนั้นต้องเป็นคนบ้า...
บันทึกการเข้า
PATRIOT of SIAM
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +220/-188
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 3,863


| | |
« ตอบ #21 เมื่อ: กันยายน 07, 2018, 06:11:49 PM »

จริงครับ ตอนเด็กโครงสร้างร่ายกาย ของแต่ละประเทศจะพอๆกัน วินัย ความเคี่ยว กับแทคติกที่เสริมลงไปไม่ได้เข้มข้นมากเท่าไหร่ เลยทำให้เด็กไทยสร้างผลงานได้ดีกว่า

แต่พอโตขึ้น โครงสร้างร่างกายนักเตะไทย กลับพัฒนาไม่เท่าพวกต่างชาติ พวกต่างชาติบอดี้โครงสร้างจะใหญ่กว่า มีความอึดกว่า อีกทั้งสัญชาตญาณ วินัย วิชชั่น มีมากกว่า เลยทำให้ตอนโต ตามไม่ทัน

ที่จะเสริมให้ได้ทัดเทียม จะต้องเสริม เบสิคที่แน่น ความฟิตร่างกาย วิทยาศาสตร์กีฬา  แทคติค ความนิ่ง วิชชั่น พาสชั่น
บันทึกการเข้า
Mr เยสโนว์โอเคโคคาโคล่า
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +315/-98
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,943


| | |
« ตอบ #22 เมื่อ: กันยายน 08, 2018, 01:15:22 AM »

แต่ก่อนพอไหว เดี่ยวนี้ไม่น่าจะใช่แล้วคับ  แพ้ตั้งแต่เด็ก ไม่รุ้อคาเดมี่ ที่ไหนของจริงหรือของปลอม หรือครูพละ!!!
บันทึกการเข้า

เชียรทีมชาติไทยเป็นอันดับแรก!!!
NR
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +122/-63
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,022



| | |
« ตอบ #23 เมื่อ: กันยายน 08, 2018, 03:56:12 PM »

เอาแค่ทัศนการปรึกษานักจิตวิทยาหรือจิตแพทย์บ้านเรากับฝรั่งก็ต่างกันแล้วครับ เขาไปหาเพื่อแก้ปัญหาแต่บ้านเราใครไปหาคนนั้นต้องเป็นคนบ้า...
บ้านเราใครมีปัญหาด้านสุขภาพจิต ให้ไปปรึกษาหมอดู ร่างทรง ครับ หลักๆ เรื่องการงาน ครอบครัว ความรัก
บันทึกการเข้า

อาจารย์หนุ่ย_SR38
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +645/-196
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,445


สโมสรฟุตบอลอุดรธานี เอฟซี


เว็บไซต์
| | |
« ตอบ #24 เมื่อ: กันยายน 08, 2018, 04:23:27 PM »

มุมมองผม ไม่น่าจะใช่นะครับ ที่เก่งตอนเด็ก มาแพ้ตอนโต ตลอด ผมขอยกตัวอย่างทีมวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย แล้วกัน สมาคมวอลเลย์บอลของไทย ตั้งเป้าหมายว่า จะต้องเป็น 4 เสือในเอเซีย ให้ได้ ซึ่งมีจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน ในยุคนั้น จึงให้โค้ชอ๊อด สร้างทีมวอลเลย์บอลหญิงตั้งแต่ รุ่นปลื้มจิต ยังเป็นเด็กเยาวชน อายุ 16 ปี โดยมีคอนเซฟคือ เลียนแบบ ทีมฟุตบอลชุดดรีมทีมของบิ๊กหอย คือจับนักกีฬามาอยู่ด้วยกัน ซ้อมด้วยกัน แต่วอลเลย์บอลหญิง โชคดี ที่คนไทยยุคนั้น ไม่ได้ให้ความสนใจ โค้ชอ๊อด และทีมงาน จึงทำงานสบาย แม้ว่าผลงาน จะแพ้มากกว่า ชนะ แต่ไม่มีเสียงเรียกร้องให้ปลดโค้ช ซึ่งหากเป็นกีฬาฟุตบอล จะเป็นโค้ชเก่งระดับใหน หากเอาชนะทีมอาเซียน ไม่ได้ โดนปลดยกชุดครับ

การจัดแข่งขันกีฬาวอลเลย์บอล จะแตกต่างจากฟุตบอล  วอลเลย์บอลหญิงจะแข่งขันลีกในประเทศ ไม่เกิน 6 เดือน ช่วงพฤศจิกายน ไปถึง พฤษภาคม ช่วงเดือนที่เหลือ จะเป็นรายการแข่งขันในนามทีมชาติ ซึ่งมีทั้งรายการของ FIVB (เทียบเท่า ฟีฟ่า) หรือรายการ ของ AVC (เทียบเท่า AFC ฟุตบอลเอเซีย) และการแข่งขัน คัพ ของประเทศต่างๆ เหมือนสมัย ปิยพงษ์ ผิวอ่อน ยังเล่นให้กับทีมชาติไทย แต่สมาคมวอลเลย์บอลแห่งประเทสไทย จะส่งทีมหญิง ชุดเดียว คือ ทีมของโค้ชอ๊อด ไปร่วมแข่งขันทุกรายการ ไม่ว่าจะเชิญมา ในนามทีมชาติไทย หรือระดับสโสรวอลเลย์บอลของไทย จะใช้ชื่อสโมสรช้าง จนทำให้ทีมวอลเลย์บอลหญิงของโค้ชอ๊อด ได้แชมป์เอเซีย ได้เล่นรายการเวิด์ล กรังปรี (วอลเลย์บอลลีกอาชีพของทีมชาติ) ทำให้นักวอลเลย์บอลหญิงไทย ได้รับโอกาส ได้ไปเล่นลีกอาชีพในประเทศต่างๆ จนสามารถ เอาชนะ ทีมชาติจีน ทีมชาติญี่ปุ่น และทีมชาติเกาหลีใต้ ได้ในบางครั้ง ขอบอกว่า ชนะบางครั้งนะครับ ยังไม่สามารถเอาชนะเขาได้ทุกครั้ง

สรุปได้ว่า ถ้าโค้ช ได้รับโอกาส ให้ทำทีมแบบพัฒนานักกีฬาเป้นเวลาหลายๆ ปี ตั้งแต่เยาวชน ยอมแพ้ เมื่อเด็ก จะสามารถเก่งได้เมื่อตอนเป้นผู้ใหญ่ เหมือนทุกประเทศที่เป้นมหาอำนาจ ด้านฟุตบอล แต่ไม่เก่งในรุ่นเยาวชน  คนไทย ก็สามารถทำได้ ครับ และทำได้ดี ในกีฬาหลายชนิด ยกเว้น ฟุตบอล ที่ทำไม่ได้ เพราะคนเก่งมีเยอะ จนไม่ยอมให้โอกาสโค้ชแบบ สร้างทีมยาวๆ ไม่สามารถยอมรับความพ่ายแพ้ ได้ ครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 08, 2018, 04:26:16 PM โดย อาจารย์หนุ่ย_SR38 » บันทึกการเข้า

deawfico
ยกเลิกสมาชิก
Hero Member
*

คะแนนความรัก: +730/-1898
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,778



| | |
« ตอบ #25 เมื่อ: กันยายน 08, 2018, 06:26:51 PM »

มุมมองผม ไม่น่าจะใช่นะครับ ที่เก่งตอนเด็ก มาแพ้ตอนโต ตลอด ผมขอยกตัวอย่างทีมวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย แล้วกัน สมาคมวอลเลย์บอลของไทย ตั้งเป้าหมายว่า จะต้องเป็น 4 เสือในเอเซีย ให้ได้ ซึ่งมีจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน ในยุคนั้น จึงให้โค้ชอ๊อด สร้างทีมวอลเลย์บอลหญิงตั้งแต่ รุ่นปลื้มจิต ยังเป็นเด็กเยาวชน อายุ 16 ปี โดยมีคอนเซฟคือ เลียนแบบ ทีมฟุตบอลชุดดรีมทีมของบิ๊กหอย คือจับนักกีฬามาอยู่ด้วยกัน ซ้อมด้วยกัน แต่วอลเลย์บอลหญิง โชคดี ที่คนไทยยุคนั้น ไม่ได้ให้ความสนใจ โค้ชอ๊อด และทีมงาน จึงทำงานสบาย แม้ว่าผลงาน จะแพ้มากกว่า ชนะ แต่ไม่มีเสียงเรียกร้องให้ปลดโค้ช ซึ่งหากเป็นกีฬาฟุตบอล จะเป็นโค้ชเก่งระดับใหน หากเอาชนะทีมอาเซียน ไม่ได้ โดนปลดยกชุดครับ

การจัดแข่งขันกีฬาวอลเลย์บอล จะแตกต่างจากฟุตบอล  วอลเลย์บอลหญิงจะแข่งขันลีกในประเทศ ไม่เกิน 6 เดือน ช่วงพฤศจิกายน ไปถึง พฤษภาคม ช่วงเดือนที่เหลือ จะเป็นรายการแข่งขันในนามทีมชาติ ซึ่งมีทั้งรายการของ FIVB (เทียบเท่า ฟีฟ่า) หรือรายการ ของ AVC (เทียบเท่า AFC ฟุตบอลเอเซีย) และการแข่งขัน คัพ ของประเทศต่างๆ เหมือนสมัย ปิยพงษ์ ผิวอ่อน ยังเล่นให้กับทีมชาติไทย แต่สมาคมวอลเลย์บอลแห่งประเทสไทย จะส่งทีมหญิง ชุดเดียว คือ ทีมของโค้ชอ๊อด ไปร่วมแข่งขันทุกรายการ ไม่ว่าจะเชิญมา ในนามทีมชาติไทย หรือระดับสโสรวอลเลย์บอลของไทย จะใช้ชื่อสโมสรช้าง จนทำให้ทีมวอลเลย์บอลหญิงของโค้ชอ๊อด ได้แชมป์เอเซีย ได้เล่นรายการเวิด์ล กรังปรี (วอลเลย์บอลลีกอาชีพของทีมชาติ) ทำให้นักวอลเลย์บอลหญิงไทย ได้รับโอกาส ได้ไปเล่นลีกอาชีพในประเทศต่างๆ จนสามารถ เอาชนะ ทีมชาติจีน ทีมชาติญี่ปุ่น และทีมชาติเกาหลีใต้ ได้ในบางครั้ง ขอบอกว่า ชนะบางครั้งนะครับ ยังไม่สามารถเอาชนะเขาได้ทุกครั้ง

สรุปได้ว่า ถ้าโค้ช ได้รับโอกาส ให้ทำทีมแบบพัฒนานักกีฬาเป้นเวลาหลายๆ ปี ตั้งแต่เยาวชน ยอมแพ้ เมื่อเด็ก จะสามารถเก่งได้เมื่อตอนเป้นผู้ใหญ่ เหมือนทุกประเทศที่เป้นมหาอำนาจ ด้านฟุตบอล แต่ไม่เก่งในรุ่นเยาวชน  คนไทย ก็สามารถทำได้ ครับ และทำได้ดี ในกีฬาหลายชนิด ยกเว้น ฟุตบอล ที่ทำไม่ได้ เพราะคนเก่งมีเยอะ จนไม่ยอมให้โอกาสโค้ชแบบ สร้างทีมยาวๆ ไม่สามารถยอมรับความพ่ายแพ้ ได้ ครับ
ถูกของอาจารย์หนุ่ยครับ อุปสรรคของการพัฒนาบอลไทยที่มากกว่าบังยีคือแฟนบอลตื่นตูมนั่นเอง เอะอ่ะปลดโค้ช...
บันทึกการเข้า

ชีวิตที่สันโดษย่อมมีความสุขเสมอ
WPP.North
ถูกแบน-ห้ามเข้าบอร์ดชั่วคราว
Hero Member
*

คะแนนความรัก: +128/-1068
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,186


@พันธมิตร_ท่าน ded_ded


| | |
« ตอบ #26 เมื่อ: กันยายน 08, 2018, 06:29:08 PM »

มุมมองผม ไม่น่าจะใช่นะครับ ที่เก่งตอนเด็ก มาแพ้ตอนโต ตลอด ผมขอยกตัวอย่างทีมวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย แล้วกัน สมาคมวอลเลย์บอลของไทย ตั้งเป้าหมายว่า จะต้องเป็น 4 เสือในเอเซีย ให้ได้ ซึ่งมีจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน ในยุคนั้น จึงให้โค้ชอ๊อด สร้างทีมวอลเลย์บอลหญิงตั้งแต่ รุ่นปลื้มจิต ยังเป็นเด็กเยาวชน อายุ 16 ปี โดยมีคอนเซฟคือ เลียนแบบ ทีมฟุตบอลชุดดรีมทีมของบิ๊กหอย คือจับนักกีฬามาอยู่ด้วยกัน ซ้อมด้วยกัน แต่วอลเลย์บอลหญิง โชคดี ที่คนไทยยุคนั้น ไม่ได้ให้ความสนใจ โค้ชอ๊อด และทีมงาน จึงทำงานสบาย แม้ว่าผลงาน จะแพ้มากกว่า ชนะ แต่ไม่มีเสียงเรียกร้องให้ปลดโค้ช ซึ่งหากเป็นกีฬาฟุตบอล จะเป็นโค้ชเก่งระดับใหน หากเอาชนะทีมอาเซียน ไม่ได้ โดนปลดยกชุดครับ

การจัดแข่งขันกีฬาวอลเลย์บอล จะแตกต่างจากฟุตบอล  วอลเลย์บอลหญิงจะแข่งขันลีกในประเทศ ไม่เกิน 6 เดือน ช่วงพฤศจิกายน ไปถึง พฤษภาคม ช่วงเดือนที่เหลือ จะเป็นรายการแข่งขันในนามทีมชาติ ซึ่งมีทั้งรายการของ FIVB (เทียบเท่า ฟีฟ่า) หรือรายการ ของ AVC (เทียบเท่า AFC ฟุตบอลเอเซีย) และการแข่งขัน คัพ ของประเทศต่างๆ เหมือนสมัย ปิยพงษ์ ผิวอ่อน ยังเล่นให้กับทีมชาติไทย แต่สมาคมวอลเลย์บอลแห่งประเทสไทย จะส่งทีมหญิง ชุดเดียว คือ ทีมของโค้ชอ๊อด ไปร่วมแข่งขันทุกรายการ ไม่ว่าจะเชิญมา ในนามทีมชาติไทย หรือระดับสโสรวอลเลย์บอลของไทย จะใช้ชื่อสโมสรช้าง จนทำให้ทีมวอลเลย์บอลหญิงของโค้ชอ๊อด ได้แชมป์เอเซีย ได้เล่นรายการเวิด์ล กรังปรี (วอลเลย์บอลลีกอาชีพของทีมชาติ) ทำให้นักวอลเลย์บอลหญิงไทย ได้รับโอกาส ได้ไปเล่นลีกอาชีพในประเทศต่างๆ จนสามารถ เอาชนะ ทีมชาติจีน ทีมชาติญี่ปุ่น และทีมชาติเกาหลีใต้ ได้ในบางครั้ง ขอบอกว่า ชนะบางครั้งนะครับ ยังไม่สามารถเอาชนะเขาได้ทุกครั้ง

สรุปได้ว่า ถ้าโค้ช ได้รับโอกาส ให้ทำทีมแบบพัฒนานักกีฬาเป้นเวลาหลายๆ ปี ตั้งแต่เยาวชน ยอมแพ้ เมื่อเด็ก จะสามารถเก่งได้เมื่อตอนเป้นผู้ใหญ่ เหมือนทุกประเทศที่เป้นมหาอำนาจ ด้านฟุตบอล แต่ไม่เก่งในรุ่นเยาวชน  คนไทย ก็สามารถทำได้ ครับ และทำได้ดี ในกีฬาหลายชนิด ยกเว้น ฟุตบอล ที่ทำไม่ได้ เพราะคนเก่งมีเยอะ จนไม่ยอมให้โอกาสโค้ชแบบ สร้างทีมยาวๆ ไม่สามารถยอมรับความพ่ายแพ้ ได้ ครับ
ถูกของอาจารย์หนุ่ยครับ อุปสรรคของการพัฒนาบอลไทยที่มากกว่าบังยีคือแฟนบอลตื่นตูมนั่นเอง เอะอ่ะปลดโค้ช...


ตุ้ด ...
บันทึกการเข้า
tonmania
Thailandsusu
Full Member
**

คะแนนความรัก: +240/-525
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 885



| | |
« ตอบ #27 เมื่อ: กันยายน 08, 2018, 09:58:16 PM »

ถ้าแค่ความรู้สึกส่วนตัวยังเก็บไว้ไม่ได้...ชีวิตหลังคีย์บอร์ดก็เป็นทางเลือกที่ไม่เลวร้ายนัก
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 09, 2018, 10:14:56 AM โดย tonmania » บันทึกการเข้า
ป๊อกกี้
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1444/-1231
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,496



| | |
« ตอบ #28 เมื่อ: กันยายน 08, 2018, 11:08:50 PM »

ปล่อยให้ยูสเซอร์นี้ด่าคนอื่นบ่อยๆ
บอกเลยนี่ไม่ใช่ครั้งแรก เห็นมาหลายครั้งแล้ว
บอร์ดนี้มันมีผู้ดูแลรึเปล่า?

บันทึกการเข้า
Faroh-Air
ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย
Jr. Member
**

คะแนนความรัก: +84/-40
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 603


รักบอลไทย


| | |
« ตอบ #29 เมื่อ: กันยายน 09, 2018, 12:24:02 PM »

จะด่ากันหน้าวอลทำไม ทำไมไม่อินบ๊อคให้รู้แล้วรู้รอด #ทักมา พูดเป็นไหมคำนี้
บันทึกการเข้า

ถ้าทุกคนในชาติทุกภาคส่วนมีความสามัคคีกันแล้ว ฝันที่ไทยจะไปบอลโลกมันก็เกิดขึ้นได้
Doctor สลัม
อยากจะรวยจริงๆ
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +2520/-3488
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 50,261


หล่อไม่มาก แต่ท่ายากเฮียมีเยอะ


| | |
« ตอบ #30 เมื่อ: กันยายน 09, 2018, 09:51:24 PM »

ตามนั้น
บันทึกการเข้า

ลมหายใจคือฟุตบอล
BBLOVETT
Sr. Member
****

คะแนนความรัก: +154/-56
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,307


| | |
« ตอบ #31 เมื่อ: กันยายน 10, 2018, 10:33:38 AM »

อาจาร์ยหนุ่ย กับ อาวสันต์ กล่าวได้หน้าสนใจครับ และสอดคล้องกันครับ เหมือน ที่สมาคมวางรากฐานเเบบนี้
ถ้าเราพัฒนาเค้าต่อเนื่อง มีเกมส์เเละทัวนาเม้นท์ให้เล่น เยอะๆ ต่อเนื่องจาก เยาวชนจนขึ้นมา เป็นชุดใหญ่ ขนะบ้าง
แพ้บ้าง นัดนี้ดีนัดนี้ห่วย เเต่โตขึ้นมาเด็กพวกนี้จะเเข็งแกร่งทั้งร่างกายและจิตใจครับ ตอนนี้เราหน้าจะมาถูกทางเเล้วครับ ถ้ามีการพัฒนาไปต่อเนื่อง เเต่ แฟนบอลเราต้องใช้ทัศนคติเเยกให้ออกก่อนครับ
บันทึกการเข้า
Figo Pro Ubon Fc Av
บอลนอกแค่สะใจ บอลไทยไล่สมาคม
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1139/-1856
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 33,296



| | |
« ตอบ #32 เมื่อ: กันยายน 13, 2018, 04:45:37 PM »

https://www.facebook.com/groups/160022864746914/permalink/319277055488160/    แต่ความเป็นจริงที่เห็นชัดมาก คือ เ
ลีกไทยทุกระดับ พัฒนาช้ามาก
บันทึกการเข้า

สาเหตุฟุตบอลไทยล้าหลังนับ10ปี และปัญหาต่างๆนานาในปัจจุบัน
http://www.guideubon.com/web/viewtopic.php?t=23193
Figo Pro Ubon Fc Av
บอลนอกแค่สะใจ บอลไทยไล่สมาคม
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1139/-1856
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 33,296



| | |
« ตอบ #33 เมื่อ: กันยายน 26, 2018, 03:43:34 PM »

ผลงานเด็ก 16 ปีดีไม่เลว แต่จะเข้ารอบไหมกำลังรอดู
บันทึกการเข้า

สาเหตุฟุตบอลไทยล้าหลังนับ10ปี และปัญหาต่างๆนานาในปัจจุบัน
http://www.guideubon.com/web/viewtopic.php?t=23193
เอชาญ
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +142/-54
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,023



| | |
« ตอบ #34 เมื่อ: กันยายน 26, 2018, 03:54:54 PM »

เด็กไทยจะเก่งที่รุ่นอายุ ต่ำกว่า 13 ปีลงมา เพราะพวกเขาเน้นแข่งขันเพื่อเอาใจผู้ปกครองและโค้ช
พ่อแม่ก็จะยินดีที่ลูกๆ เข้าแข่งขันแล้วมีความสามารถเหนือกว่าเด็กรุ่นเดียวกันในวัยนี้ ซึ่งผู้ฝึกสอนเมื่อก่อนก็ไม่ค่อยเน้นทักษะให้เด็กมากเท่าไร
ยิ่งครูตาม โรงเรียนไม่ต้องพูดถึง ลงเกมฝึกซ้อมอย่างเดียว
บันทึกการเข้า
boon song jung
Jr. Member
**

คะแนนความรัก: +25/-39
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 599


| | |
« ตอบ #35 เมื่อ: กันยายน 26, 2018, 08:30:09 PM »

อาจจะไม่จริงก็ได้ครับ ไม่แน่อาจแพ้ตั้งแต่เด็กจนโต รอดูพรุ่งนี้ครับ  ลูกมันกลมไม่เหมือนเหรียญที่มีแค่สองหน้า
บันทึกการเข้า
โต้หิมะ ณ ปราการ
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1183/-441
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,053


ผมอยากเห็นคนไทยรักครอบครัวแบบผม


| | |
« ตอบ #36 เมื่อ: กันยายน 27, 2018, 04:14:41 PM »

อาจจะไม่จริงก็ได้ครับ ไม่แน่อาจแพ้ตั้งแต่เด็กจนโต รอดูพรุ่งนี้ครับ  ลูกมันกลมไม่เหมือนเหรียญที่มีแค่สองหน้า

แม่นมาก
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  




Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!