Thailandsusu Webboard
กันยายน 24, 2018, 02:32:16 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน Gallery เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เรียนรู้จากบอลโลก:จุดอ่อนของระบบ 3-3-2-2 ของทีมชาติอังกฤษ  (อ่าน 656 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
NTT
ชีวิตเดินหน้าต่อไป ในใจนึกถึงแนวทางพระองค์
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +5910/-249
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,386



| | |
« เมื่อ: มิถุนายน 25, 2018, 10:40:52 AM »

คงเป็นที่ทราบกันนะครับว่าทีมชาติอังกฤษในบอลโลก 2018 นี้ ทาง กาเร็ธ เซาธ์เกท ได้ใช้ formation 3-3-2-2 มา ทางสื่ออังกฤษอย่าง The Guardian เองก็ลงบทความถึงที่มาของ formation นี้เมื่อไม่กี่วันก่อน แต่วันนี้ผมเอาบทความจาก thefalse9.com มาแปลให้อ่านกัน Patrick Dempsey ผู้เขียนบทความนี้เขียนไว้ตั้งแต่หลังเกมอังกฤษ ชนะ ตูนีเซีย 2-1 ครับ เราลองมาดูกันว่าถ้าอังกฤษเจอคู่แข่งที่แข็งมากขึ้น เซาธ์เกท จะปรับเปลี่ยนหรือไม่อย่างไร?
------------------------
------------------------
Southgate’s 3-3-2-2 formation has some obvious flaws which can’t be ignored
formation 3-3-2-2 ของเซาธ์เกทมีจุดอ่อนชัดเจนที่มองข้ามไม่ได้เลย

Although Harry Kane’s last-gasp winner ensured that England walked away with a win in their first game of the tournament, England’s system needs to be examined further and perhaps tweaked for when they come up against stronger sides. Although they looked brilliant in patches and got the result they needed, question marks still hang over the midfield.
แม้ประตูชัยท้ายเกมของ แฮรี่ เคน จะปิดกล่องให้อังกฤษมั่นใจเก็บ 3 แต้มจากเกมแรกในบอลโลกรอบสุดท้ายหนนี้ได้ แต่ formation การเล่นของอังกฤษจำเป็นจะต้องถูกตรวจสอบมากขึ้นไปอีกและบางทีอาจจะต้องปรับแต่งต่อเมื่อเจอคู่แข่งที่หินกว่านี้ แม้อังกฤษจะเล่นได้ดีเยี่ยมเป็นพักๆและเอาชนะได้อย่างที่ต้องการ แต่ยังคงมีเครื่องหมายคำถามอยู่ในแผงแดนกลาง

Gareth Southgate’s chosen system is very inventive and must be credited for what it is – a clever way of packing loads of super quick and exciting players into the starting XI. However, the area of the field that seems to sacrificed in order to get these players in is the midfield. As we’ve seen time and time again, the most dominant teams, dominate the midfield, and the most dominant teams tend to prevail. In a way, England’s top-heavy/back-heavy system seems to overlook, or merely under-staff, the most critical section of the field leaving what looks to be a slightly soft centre.
ระบบที่ กาเร็ธ เซาธ์เกท เลือกนี้ถือว่าช่างสร้างสรรค์และน่าชื่นชมในมุมมที่สามารถนำเอานักเตะที่มีคุณสมบัติมีความเร็วจัดและเล่นวูบวาบเข้ามารวมกันใน 11 ตัวจริงได้ แต่แผนนี้ดูเหมือนแลกมาด้วยการลดความสำคัญในแผงมิดฟิลด์ ก็อย่างที่เห็นกันมาซ้ำๆหลายครั้งว่าทีมใหญ่ๆมักให้ความสำคัญในการช่วงชิงการคุมแดนกลางและทีมที่คุมแดนกลางได้มักจะเป็นผู้ชนะ ในมุมนี้ถือว่าทีมชาติอังกฤษที่เน้นหน้าและเน้นหลังจะมองข้ามหรือใส่จำนวนนักเตะในการคุมแดนกลางน้อยไป

The 3-3-2-2 or 5-1-2-2 (depending on how you choose to define the wing-backs) looked great at times on Monday when the team was moving the ball at speed in the first half. However, later on, it seemed somewhat stodgy when Tunisia sat deep and the pace of the game had fallen away.
ระบบ 3-3-2-2 หรือเรียกได้อีกอย่างว่า 5-1-2-2 (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการยนิยามตำแหน่งวิงแบ้ก) นั้นดูยอดเยี่ยมในหลายๆโอกาสในเกมเจอตูนีเซียซึ้่งอังกฤษเคลื่อนบอลด้วยความเร็วในครึ่งเวลาแรก แต่ในเวลาต่อมาดูเหมือนว่าเกมของอังกฤษจะตื้อไปเมื่อตูนีเซียหนว่ารับลึกและสปีดของเกมเริ่มตกลง

At first glance, England’s system seems to contain some species of a classic midfield triumvirate however, it is somewhat unconventional (read: very attacking) and perhaps not as midfieldy as it might appear. Neither Alli nor Lingard (the two behind the front two) are natural central midfielders. Neither are box-to-box players and neither are classic number 10s. It is hard to define their roles exactly but, at club level, Alli plays probably closest to a 9-and-a-half/second striker and Lingard usually as an inverted winger or, more recently, as a sort of false 10. Both are fundamentally attacking weapons and neither play as the deepest or even second deepest midfielder for their club team. Classifications aside, let’s call them: quite attacking midfielders. Crucially, in Southgate’s system, both of the them are encouraged to push very high up – as are their natural tendencies – and get very close to the front two of Kane and Sterling. As they push up in possession the result for the team is the formation of a frightening front four. It is very appetising for the viewer but it has its negative implications on the overall team shape and ultimately exposes what lies behind its speedy trail: the midfield.
เมื่อดูแวบแรก ระบบการเล่นของอังกฤษดูเหมือนว่าจะเป็นในแบบยืนกลาง 3 คนแบบดั้งเดิม แต่มันกลับเป็นระบบที่เน้นรุกแบบใหม่และไม่เน้นแผงกลางอย่างที่ดูเหมือนจะเป็น จะเห็นว่าทั้ง เดลี่ อัลลี่ และ เจสซี่ ลิงการ์ด (สองผู้เล่นที่ยืนหลังหัวหอก)ต่างก็ไม่ใช่กองกลางตัวกลางแบบธรรมชาติ แถมทั้งสองก็ไม่ใช่กองกลางแบบ box to box หรือ ตัวเพลเมกเกอร์ (บทบาทของหมายเลข 10) แบบธรรมชาติอีกต่างหาก มันดูยากที่จะนินามบทบาทของทั้ง อัลลี่ และ ลิงการ์ด ให้แน่ชัดได้ แต่ในระดับสโมสรนั้น อัลลี่ เล่นให้สเปอร์สในตำแหน่งที่ใกล้เคียงกับกองหน้าตัวต่ำที่ยืนสูง (บทบาทของหมายเลข 9.5 น่าจะให้ความหมายว่าเป็นหน้าต่ำที่ยืนสูงใกล้ๆเคียงหัวหอก) และลิงการ์ดก็มักเล่นเป็นปีกที่ลากตัดเข้าใน (inverted winger คือการเอาคนถนัดซ้ายเล่นปีกขวาหรือถนัดขวาเล่นปีกซ้ายเพื่อประโยชน์ในการลากตัดเข้าใน) ทั้งอัลลี่และลิงการ์ดจึงเป็นตัวรุกและไม่ใช่กองกลางธรรมชาติในเกมระดับสโมสร เอาล่ะเป็นอันว่าถ้าละเรื่องการจัดประเภทไป ถือซะว่าทั้งอัลลี่และลิงการ์ด เป็นกองกลางที่เรียกว่า ค่อนข้างรุก ซึ่งในระบบของเซาธ์เกทนั้นเน้นให้อัลลี่และลิงการ์ดดันขึ้นสูงตามธรรมชาติการเล่นของทั้งคู่ซึ่งจะดันขึ้นไปยืนในระดับที่ใกล้กับ เคน และ สเตอร์ลิง เมื่อทั้งสองดันขึ้นสูงจึงกลายเป็นว่า formation ดูเป็นยืนหน้า 4 ตัวแบบน่ากลัวๆซึ่งน่าตื่นเต้นสำหรับคนดูบอลเกมรุกแต่มันมีข้อเสียในภาพรวมคือเปิดช่องว่างในแดนกลาง

As the front four gathers, Jordan Henderson becomes more and more isolated as the sole midfielder which has two key negative implications. Firstly, he (and the defence at large) are exposed on the counter attack and secondly, he lacks options in build up play when the game slows down. To the first point, it is simply a numbers game – most teams will have more men in the space Henderson is asked to patrol and he could thus easily be outnumbered on the break. Against a top team like Belgium, who will likely have two men behind the striker, floating between the lines, he could be dangerously outnumbered and dominated for large periods of a game. To the second point, as we saw in the second half against Tunisia, if the game slows down and England cease to move the ball with pace, the forward drift of the front four players, further and further away from Henderson, can leave him isolated for options in build up. The result of this drift is that the team gradually schisms into two chunks: one of six and then the front four. Without men dropping deep to pick up the ball or a man who stays deeper to support Henderson (in a classic number 8 role) he becomes restricted to playing backwards or sideways to the wing-backs. We saw this happen in patches against Tunisia in the second half and, as we saw, this can result in laboured and predictable play and thus be easy to defend against for teams for are happy to sit deep.
พอแดนหน้ากลายเป็น 4 ตัว ก็กลายเป็นว่ากลางธรรมชาติอย่าง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ถูกโดดเดี่ยวมากขึ้นๆเสมือนเป็นมิดฟิลด์ตัวเดียวซึ่งมีข้อเสีย 2 ข้อนั่นคือ ข้อแรก เฮนเดอร์สันและกองหลังจะโดนโต้กลับได้ง่าย และข้อสองคือ เฮนเดอร์สัน มีทางเลือกน้อยลงในการเซ็ตบอลเมื่อเกมช้าลง จากข้อแรกนั้นเหตุผลก็ง่ายๆเลยว่าจำนวนผู้เล่นน้อยกว่าคู่แข่งในแดนกลางซึ่งทีมส่วนใหญ่มีกองกลางในพื้นที่แดนกลางมากกว่าอยู่แล้วดังนั้นถ้าโดนโต้กลับ เฮนเดอร์สัน จะถูกกองกลางฝั่งตรงข้ามโจมตีด้วยจำนวนผู้เล่นที่มากกว่า ในเกมที่จะเจอเบลเยี่ยมซึ่งมีแนวโน้มว่าเบลเยี่ยมจะมีหน้าต่ำสองคนยืนหลังหัวหอกโดยยืนส่ายไปมาระหว่างสองด้าน ในลักษณธนี้ เฮนเดอร์สัน จะถูกกลืนด้วยกองกลางคู่แข่งจำนวนมากกว่าเป้นเวลาส่วนใหญ่ของเกมเลยทีเดียว สำหรับข้อที่สองนั้นจะเห็นว่าในเกมครึ่งหลังกับตูนีเซีย ถ้าเกมช้าลงและอังกฤษหยุดเคลื่อนบอลด้วยความเร็ว จะทำให้ช่องว่างระหว่าง 4 กองหน้ากับเฮนเดอร์สันมากขึ้นๆ ทำให้เฮนเดอร์สันหาคนต่อบอลด้วยไม่ได้ ผลของการที่มีหน้า 4 คนดังกล่าวก็คือ formation ของอังกฤษกลายเป็นมีนักเตะกลุ่มแรก 6 คนที่ยืนไล่ตั้งแต่หลังถึงกลาง แล้วก็เว้นช่องว่างไปสู่หน้าอีก 4 คน การที่เฮนเดอร์สันถูกโดดเดี่ยวในแดนกลาง (ถ้าไม่มีคนถอยลงมาช่วยจากแดนหน้า) ทำให้เขาต้องผ่านบอลกลับหลังหรือออกด้านกว้างให้วิงแบ็กซึ่งเราได้เห็นแพ็ตเทิร์นแบบนี้เป็นพักๆในเกมกับตูนีเซียในครึ่งหลังและก็อย่างที่เห็นว่าสามารถทำให้เกมนั้นถูกคาดการ์ณได้ง่ายและกลายเป็นง่ายสำหรับคู่แข่งที่รับลึก


จอร์แดน เฮนเดอร์สัน

England were not exposed or overwhelmed in the midfield against Tunisia. Tunisia got close to snatching a point for other reasons – England didn’t take their early chances and Tunisia were awarded a very fortunate penalty. Regardless, from what we saw, the England backroom staff should be aware that the current system has a structural flaw and a very central one at that. The suggestion is that against stronger opponents, Eric Dier will come in to sit alongside Henderson at the expense of one of the four forward-minded players. For England’s sake, I hope he does, otherwise I think we might be seeing England overwhelmed where games tend to be decided: in the middle of the field.
ในเกมกับตูนีเซียนั้น อังกฤษ ไม่มีช่องโหว่หรือถูกครองในแดนกลาง ซึ่งตูนีเซียเองเกือบได้ผลเสมอจากเหตุผลด้านอื่นซึ่งก็คือการที่อังกฤษใช้โอกาสเปลืองในตอนต้นแถมตูนีเซียยังได้จุดโทษแบบโชคดี
อย่างไรก็ตาม ทีมงานทีมชาติอังกฤษควรต้องตระหนักว่าระบบ 3-3-2-2 มีจุดอ่อนในเชิงโครงสร้าง คำแนะนำก็คือในเกมที่เจอคู่แข่งที่แกร่งกว่านี้ ควรเอา เอริค ดายเออร์ มายืนช่วย เฮนเดอร์สัน ในแดนกลาง โดยยอมเสีย 1 ใน 4 กองหน้า ซึ่งผู้เขียนหวังว่าทีมชาติอังกฤษจะทำเช่นนั้น มิฉนั้นเราอาจได้เห็นอังกฤษโดนเล่นลิงชิงบอลในแดนสำคัญชี้เป็นชี้ตายนั่นก็คือ แดนกลาง


Source http://www.thefalse9.com/2018/06/southgates-3-3-2-2-formation-has-some-obvious-flaws-which-cant-be-ignored.html
บันทึกการเข้า
Doctor สลัม
อยากจะรวยจริงๆ
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +2494/-3456
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 49,719


หล่อไม่มาก แต่ท่ายากเฮียมีเยอะ


| | |
« ตอบ #1 เมื่อ: มิถุนายน 25, 2018, 07:09:10 PM »

มีให้หวยด้วย
บันทึกการเข้า

ลมหายใจคือฟุตบอล
hartmann
ฮูย่า!
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +258/-421
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,466



| | |
« ตอบ #2 เมื่อ: มิถุนายน 25, 2018, 07:16:05 PM »

เลขบอลโลกท่าจะดัง
บันทึกการเข้า

เชียร์เข้าไป พวกเรามา cheer Thailand!
sakoncity
เชียร์บอลไทยไปด้วยกัน
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +414/-241
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,764



| | |
« ตอบ #3 เมื่อ: มิถุนายน 26, 2018, 11:27:54 AM »

6-1 ฮรี่ๆ
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  




Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!