Thailandsusu Webboard
กรกฎาคม 18, 2018, 07:20:13 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน Gallery เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ชีวิตลิขิตเอง ของ ศศลักษณ์ ไหประโคน  (อ่าน 4239 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ป๊อกกี้
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1229/-356
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,041


| | |
« เมื่อ: พฤษภาคม 23, 2018, 04:50:47 PM »



ปี 2539 ณ อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์... จากความรักที่สวยงามของสามีภรรยาคู่หนึ่ง
พวกเขาได้ถือกำเนิดเด็กน้อยคนหนึ่ง เด็กน้อยคนนี้ คือ ลูกคนที่สองของพวกเขา
และเป็นลูกชายคนแรกของครอบครัวที่มีนามสกุลบอกแหล่งกำเนิด

ลูกชายคนแรกของพวกเขาชื่อว่า “ศศลักษณ์ ไหประโคน”

เด็กชายศศลักษณ์ หรือ “น้องพี” เติบโตในครอบครัวที่ไม่ได้สบายนัก
ครอบครัวฝั่งคุณแม่ มีอาชีพเป็นคณะลิเก โดยเขาเคยไปชมคุณแม่เล่นลิเกอยู่บ่อยครั้งเมื่อตอนเด็ก
ส่วนครอบครัวฝั่งพ่อ มีอาชีพทำงานก่อสร้าง โดยคุณพ่อเป็นหัวหน้าคนงาน ทั้งคุมลูกน้อง
ที่ส่วนใหญ่จะเป็นญาติๆ และลงแรงด้วยตัวเองด้วย

คุณพ่อกับคุณแม่ของน้องพี พบกันครั้งแรก เมื่อครั้งคุณตาไปรับจ้างทำงานก่อสร้าง และพาลูกสาวไปด้วย
นั่นคือจุดเริ่มต้นของความรัก ที่ได้รับการสนับสนุนจากคุณตา
ซึ่งมองว่า คุณพ่อของน้องพี มีความเป็นผู้นำ และขยันทำมาหากิน

ความรักของคุณพ่อ และคุณแม่ของน้องพี เติบโตจนกระทั่งมีที่พักพิงอิงหัวใจ
ลูกสาวคนแรกถือกำเนิดขึ้นในปี 2535
ลูกชายคนที่สองถือกำเนิดขึ้นในปี 2539
ลูกสาวคนเล็ก ถือกำเนิดหลังจากนั้นอีก 5 ปี

“โลกของคนสองคน ไม่ได้หมุนรอบตัวเองด้วยความรักที่มอบให้แค่กันและกันเช่นเคย
ทั้งคู่ทราบดีว่า พวกเขามีภาระมากขึ้น
วันวาน เขาอาจเดินแค่เพียงระยะสั้น เพื่อให้ตัวเองกับภรรยาอิ่มท้อง และนอนหลับ
แต่วันนี้ เขาต้องเดินทางให้ไกลกว่าเดิม ทำงานหนักให้มากกว่าเก่า
เพื่อให้คนข้างหลังอีก 3 ชีวิต ได้อิ่มท้อง และหลับสนิท”


คุณพ่อ และคุณแม่ของน้องพี เข้ามาทำงานก่อสร้างในเมืองหลวงแดนศิวิไลซ์
หลังจากที่น้องพีเริ่มเข้าเรียนชั้นประถมศึกษา โดยการเลี้ยงดูนั้น เป็นหน้าที่ของคุณตา กับ คุณยาย
ที่ดูแลคณะลิเก และต้องการปั้นให้น้องพี เล่นดนตรีในวงปี่พาทย์
แต่เจ้าเด็กน้อยคนนี้ กลับไม่ได้ชอบเสียงดนตรีเท่าไรนัก

เขาชื่นชอบลูกฟุตบอล หลงใหลในกลิ่นสาป และความงามของเกมลูกหนัง

“ตอนประถม ผมเรียนที่โรงเรียนวัดแจ้ง ใน อ.ประโคนชัย ผมชอบเตะบอลตั้งแต่เด็ก
ก็ไม่รู้ว่าจะเตะไปทำไมหรอก ตกเย็นก็ไปเล่นบอลกับรุ่นพี่ ที่ท้ายหมู่บ้าน ตาก็จะดุ
เพราะผมกลับดึก และก็กลัวว่าจะไปมั่วสุมกัน แต่จริงๆ ผมก็แค่เตะบอลเล่นกัน”

ชีวิตของเขา ผ่านไปวันๆ โดยไม่รู้ว่าอยากทำงานอะไรในอนาคต
แค่ได้ไปโรงเรียน ทำการบ้าน ได้เตะบอล และรอดจากโดนคุณตาดุ ก็พอแล้ว
บ่อยครั้งในวัยเด็กที่พ่อกับแม่ถามน้องพีว่า โตขึ้นอยากเป็นอะไรลูก เขาก็มักจะตอบกลับแบบเล่นๆ ว่า
“ก็อยากเป็นลูกของพ่อกับแม่หน่ะสิจ๊ะ”

กระทั่ง ป.6 น้องพีเริ่มลองไปคัดฟุตบอลครั้งแรก เพื่อเรียนต่อในระดับชั้นมัธยม
กับโรงเรียนประโคนชัยพิทยาคม โรงเรียนระดับอำเภอ ในฐานะนักฟุตบอลของโรงเรียน
แต่ผลก็คือ “ไม่ติด”

แน่นอนแหละ เขาไม่มีเบสิค ไม่มีพื้นฐาน ไม่เคยลงทีม ไม่เคยผ่านการแข่งขันใดๆ
ในช่วงประถมศึกษาเลย ฉะนั้น ไม่ใช่เรื่องแปลกที่เขาจะผิดหวังในการคัดตัวครั้งแรก

บางครั้ง การถูกปฏิเสธในความพยายามครั้งแรก  อาจจะเป็นแค่การลองใจจากพระเจ้า
ว่าคุณมีพยายามจริงๆ มากพอแล้วหรือยัง…


ช่วงเวลาเดียวกันกับที่ น้องพี ถูกปฏิเสธ โลกก็ได้ส่ง รณรงค์ หงษ์อินทร์ อดีตนักเตะธนาคารกรุงไทย
ที่แขวนสตั๊ดหลังคว้าแชมป์ไทยลีก ปี 2003/04 ให้เดินทางกลับมาที่บ้านเกิด
และมาพบกับ ศศลักษณ์ ไหประโคน ในวัย ป.6

รณรงค์ เห็นแววของน้องพี เค้าจึงยื่นข้อเสนอกับเด็กที่ไร้ค่าตอบแทนอะไรให้เขา
เขาถามพีว่า พีชอบเล่นฟุตบอลใช่ไหม ถ้าชอบ เดี๋ยวพี่จะสอนให้ จากนั้น ทุกเย็น
อดีตนักเตะแชมป์ไทยลีก กลายเป็นคนสำคัญในชีวิตของเจ้าพี เขาเริ่มสอนทักษะฟุตบอลพื้นฐาน
กับ ศศลักษณ์ ไหประโคน ที่ได้เรียน ณ โรงเรียนประโคนชัยพิทยาคม
ในท้ายที่สุด ด้วยการสอบเข้า ไม่ได้เป็นโควตานักกีฬา

“ผมซ้อมไปเรื่อยๆ โดยที่ผมก็ไม่รู้ว่า จะได้อะไร พอพี่ป๋อง (รณรงค์ หงษ์อินทร์) สอน
ผมก็เรียน แกบอกให้ผมไปแข่งทีมเดินสายกับแก ผมก็ไป ผมไม่รู้ว่าเล่นไปแล้วจะได้อะไรกลับมา
ผมแค่ชอบเล่นฟุตบอล ผมแค่ชอบเล่นมันจริงๆ”

เวลาผ่านไป 2 ปี ศศลักษณ์ ในวัยกำลังขึ้น ม.3 เขาลองพยายามอีกครั้ง
ครั้งนี้ เขาเดินทางไปจังหวัดสุรินทร์ เพื่อคัดตัวกับโรงเรียนอัสสัมชัญ ศรีราชา
น้องพีคาดหวังมากกว่าเดิม แต่ผลที่ได้ มันไม่ต่างจากเดิม….


“ตอนไปคัดที่สุรินทร์ ผมหลุดครับ พอกลับบ้านมา ผมก็ร้องไห้บอกให้พี่เค้าพาไปคัดอีก
สุดท้ายผมก็ได้ไปคัดอีกที่ชลบุรี จนมีรายชื่อสำรอง แต่สุดท้ายก็ไม่ติดอยู่ดี เพราะไม่มีคนถอนตัว
แล้วพอเวลาจะกลับบ้านจริงๆ พี่ป๋องก็บอกว่า ไหนๆ มาขนาดนี้แล้ว
พี่ไม่อยากให้พีกลับบ้านแล้ว ไปลองคัดฟุตซอลไหม”

คืนวันนั้น พี, เพื่อนของพี และ พี่ป๋อง นอนด้วยกันที่ชลบุรี ก่อนจะตีรถมาที่กรุงเทพฯ
เพื่อมาคัดตัวเป็นนักฟุตซอลของโรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี ที่มี อาจารย์สกล เกลี้ยงประเสริฐ ดูแลอยู่

“ตอนมาถึงสุรศักดิ์มนตรี มันค่ำแล้วครับ เลยยังไม่ได้คัด อ.สกล บอกให้ผมนอนก่อน
ค่อยตื่นมาคัดพรุ่งนี้ ภาพแรกที่ผมเห็น คือ สนามฟุตบอล มันมืด และน่ากลัวมาก
แล้วก็เห็นนักกีฬาของโรงเรียน กำลังรดน้ำสนาม ด้วยความเป็นเด็ก ผมก็ถามอาจารย์ว่า
ทำไมเด็กนักบอลต้องมารดน้ำดูแลสนามเองอะครับ (ฮ่า)”

“จากนั้น ผมก็ขึ้นไปบนหอที่เค้าให้นอน ผมเห็นปุ๊ปก็บอกเค้าเลยว่า ผมไม่อยากอยู่ที่นี่
มันดูน่ากลัว มันรก และไม่สบาย แต่สุดท้าย หลังจากที่คุยกับพี่ป๋อง ผมก็เลือกที่จะสู้ต่อ…”

อันที่จริง ศศลักษณ์ เคยผ่านการใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ มาแล้ว เท่าที่เขาจำได้
มีทั้งแถวบางนา, บางพลี และ เตาปูน
ครั้งนั้น เขาไม่ได้กลัวเมืองใหญ่ ที่มีตึกระฟ้ารายล้อมเต็มไปหมด เพราะเขามีคุณพ่อกับคุณแม่

บ่อยครั้งในช่วงปิดเทอม ที่เขาลงจากอีสาน มาอยู่กับพ่อและแม่ นอนในแคมป์ก่อสร้าง
ที่ตีห้องด้วยสังกะสี ทั้งนอน ทั้งกิน ทั้งเล่น และช่วยพ่อแม่ทำงาน มันมีความสุข และรู้สึกปลอดภัย


แต่ครั้งนี้ ไม่เหมือนเดิม เขาต้องอยู่ในโรงเรียน โดยไม่มีพ่อกับแม่คอยดูแล
น้องพี ผ่านการซ้อมไป 2-3 วัน ทางทีมงานของโรงเรียนก็มาพูดกับพวกเขาตรงๆ ว่า
ไม่อยากได้เด็กจากจังหวัดบุรีรัมย์ เพราะเคยมีปัญหา มีการมั่วสุมของนักเรียนจากจังหวัดบุรีรัมย์
ทางอาจารย์สกลจึงไม่อยากเสี่ยงอีก

“ตอนนั้น ผมกับเพื่อนแอบดีใจแล้วนะพี่ ที่เค้าบอกไม่เอา แต่พี่ป๋องก็ไปคุยกับอาจารย์สกล
แกไปขอแล้วบอกว่า เอาสองคนนี้เถอะ มันเป็นเด็กดี ใฝ่เรียนใฝ่รู้ รับรองไม่ผิดหวังหรอกครับ”

คำพูดของพี่ป๋อง ทำให้อาจารย์สกลใจอ่อน
ยอมรับน้องพี และ เพื่อนอีกคน เข้าเรียนที่โรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี
แต่ชีวิตของเด็กจากอีสาน ที่รอนแรมมาผจญเมืองหลวง แน่นอน มันไม่ได้ง่าย

พี และเพื่อน ยังปรับตัวไม่ได้ ทั้งคู่ไม่มีเพื่อนอยู่นานนับเดือน ทั้งคู่นั่งร้องไห้ คิดถึงบ้าน
คิดถึงอ้อมกอดของพ่อแม่ ที่หน้าเซเว่นแทบทุกวัน นอกจากเซเว่นแล้ว หอพักก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่
ที่เคยบรรจุน้ำตาของน้องพี ในช่วงเวลาก่อนนอน

กระทั่ง เมื่อเปิดเทอมไปสักพัก น้องพีเริ่มแข่งฟุตบอลรายการต่างๆ เขาเริ่มมีเพื่อน
ผู้คนเริ่มรู้จักเขา เขาเริ่มมีผลงาน เขาเริ่มไม่เหงา และรู้ว่าฟุตบอลกำลังมอบอะไรบางอย่างให้กับชีวิต


ศศลักษณ์ โดดเด่นในวงการฟุตบอลนักเรียนอย่างมาก โดยเฉพาะฟุตซอล
และในที่สุด โอกาสที่ใหญ่ขึ้นก็วิ่งเข้ามาหาเขา

“ตอน ม.6 ผมได้ไปซ้อมกับ ชลบุรี บลูเวฟ (ทีมฟุตซอล) ตอนนั้น ผมแอบอาจารย์สกลไป
นั่งรถเมล์ไปซ้อมที่ กกท. ทุกวัน ช่วงใกล้จบ ม.6 แล้ว ใจตอนนั้น ผมเลือก บลูเวฟ แล้วแหละ
เพราะคิดว่าคงเอาดีด้านฟุตซอล แต่ช่วงนั้น ดันมีแข่งฟุตบอลสนามใหญ่รายการ โค้กคัพ พอดี
แล้วแบงค็อก ก็มาเซ็นสัญญากับโรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี ผมเลยได้เล่นให้ ผลคือ เราตกรอบ
ไม่ได้แข่งรอบประเทศ แต่ พี่วัง (ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล) เขาชอบผม
เลยมาถามว่าอยากเซ็นสัญญากับทีมแบงค็อกไหม”

“ตอนนั้น ผมอยากเล่นฟุตซอลมากกว่า แต่ทาง ชลบุรี บลูเวฟ ก็บอกผมตรงๆ ว่า
ทางฟุตบอลมันจะมั่นคงกว่านะ และอนาคตมันจะรุ่งกว่า ผมเลยเลือกเซ็นสัญญากับ แบงค็อก”

นั่นคือสัญญาอาชีพฉบับแรกของ ศศลักษณ์ ซึ่งเขาเซ็นพร้อมกับเพื่อนอีก 3 คน
จากโรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี อย่าง จักรกฤษณ์ เวชภิรมย์, ตะวัน หันทำเล และ ชาญยุทธ์ กุลลา

ศศลักษณ์ เซ็นสัญญา 3 ปี กับ แบงค็อก ในยุคของ “โค้งวัง” เมื่อปี 2014 จากนั้นไม่นาน
แบงค็อกก็เปลี่ยนเฮ้ดโค้ชจาก “โค้ชวัง” สู่ มาโน่ โพลกิ้ง ซึ่งทำให้เขาได้โอกาสลงสนามที่น้อยมาก

3 ปี กับ แบงค็อก ยูไนเต็ด (2014-2016) เขาได้ลงเพียง 13 เกม เป็นตัวจริงแค่ 4 นัด
และยิงได้ 1 ประตู รวมเวลาที่อยู่ในสนามตลอดสามปี แค่ 368 นาที เท่านั้น
ซึ่งทำให้เขารู้สึกว่า อนาคตเริ่มสั่นคลอน ไม่สวยหรูอย่างที่เคยคิด

“จริงๆ นะพี่ ผมคุยกับตัวเองตั้งแต่อยู่สุรศักดิ์มนตรีแล้วว่า เราจะมาคัดตัวที่กรุงเทพฯ ทำไมเนี่ย
เพราะตอนที่ย้ายมาเรียนที่สุรศักดิ์ฯ ตอนนั้น บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เริ่มทำทีมพอดี (ปี 2010 ยังใช้ชื่อ บุรีรัมย์ พีอีเอ)
ผมบอกกับตัวเองตลอดว่า ถ้าตอนนั้นเราไม่มาคัดตัวที่กรุงเทพฯ เราคงได้คัดตัวกับทีมบ้านเกิดไปแล้ว
และสักวันนะ ผมจะขอกลับไปเล่นให้ทีมบ้านเกิดสักครั้ง”

แต่เชื่อหรือไม่ หลังจากที่เขาหมดสัญญากับแบงค็อก ยูไนเต็ด เมื่อปี 2016 สิ่งที่เขาไม่คาดคิดที่สุดก็เกิดขึ้น
เมื่อ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด สโมสรบ้านเกิดยื่นข้อเสนอให้กับเขา
พร้อมๆ กับที่ แบงค็อก ยูไนเต็ด ยื่นสัญญาฉบับใหม่ให้ จำนวน 4 ปี


เขาแทบไม่เชื่อตัวเองว่า ทีมใหญ่จากบ้านเกิดจะมาสนใจตัวเขา แต่สิ่งที่น้องพีทำ มันน่าเหลือเชื่อกว่า
เมื่อน้องพี ปฏิเสธบุรีรัมย์เมื่อปลายปี 2016 ทั้งที่ไม่รู้ว่า โอกาสแบบนี้จะมีมาอีกไหม
เพราะเขาอยากเรียนให้จบมหาวิทยาลัย อย่างที่ใจตั้งเป้าไว้

“ตอนที่ย้ายมาอยู่แบงค็อก ผมเข้ามหาวิทยาลัยพอดี ซึ่งทางสโมสรก็ช่วยเหลือให้ผมเล่นฟุตบอลไปด้วย
และเรียนไปด้วยที่ ม.กรุงเทพ ตอนที่ผมหมดสัญญาฉบับแรก ผมเรียนจบปีสามแล้ว มันเหลืออีกปีเดียว
ผมก็เรียนจบแล้ว ตอนนั้นผมเลยขอเลือกเรียนไว้ก่อน ผมเลยเลือกเซ็นสัญญาฉบับใหม่กับ แบงค็อก”

ปี 2017 ศศลักษณ์ ไหประโคน หักดิบกับโชคชะตาตัวเอง
เขาเลือกที่จะไม่กลับไปเล่นฟุตบอลที่สโมสรบ้านเกิด ทั้งที่เคยเป็นความต้องการสูงสุด
เขาเลือกการเรียน เขาอยากเรียนให้จบปริญญาตรีอย่างที่ใจเคยหวัง เขาจรดปากกาเซ็นสัญญา
กับทีม “แข้งเทพ” โดยไม่รู้ว่าชีวิตจะเป็นเช่นไรต่อ

“มันมีช่วงนึงที่ผมเหนื่อยมาก ตอนอยู่แบงค็อก เช้าตื่นไปเรียน ตกเย็นซ้อมบอล
เสาร์อาทิตย์ก็ไม่ได้ลงสนาม ทางเรียนก็ยังไม่จบ ทางฟุตบอลก็ไม่รู้จะเป็นยังไง
วันที่เราเริ่มเหนื่อย ผมก็โทรหาแม่ ผมร้องไห้ ผมบอกเขาว่า แม่ครับ พีขอเล่นบอลอย่างเดียวได้ไหม
แม่ผมก็ร้องไห้เลยนะ เขาถามผมว่า เหนื่อยเหรอลูก ให้แม่ไปอยู่ด้วยไหม
ผมได้ยินแบบนั้น ผมฟังเสียงแม่ร้องไห้ ในใจผมก็คิดที่จะเลือกสู้ต่อ ทั้งเรียน และเล่นฟุตบอลไปด้วย”

“สมัยที่ผมเรียนสุรศักดิ์มนตรี ช่วงนั้นพ่อกับแม่ของผม เหนื่อยมาก
เพราะต้องส่งพี่สาวเรียนวิทยาศาสตร์การกีฬาที่ ม.บูรพา และส่งผมเรียนที่กรุงเทพฯ
แม้จะเรียนฟรีอยู่ฟรี แต่ก็ต้องขอทุกสัปดาห์ อาทิตย์ละ 500 บ้าง 1000 นึงบ้าง เพราะมันต้องใช้จ่ายอื่นๆ
แล้วยังมีน้องสาวอีกคนด้วยที่เรียนอยู่บุรีรัมย์”

“มีเรื่องนึงนะพี่ ที่ผมแบบคิดว่า ชีวิตต้องสู้ ต้องเดินต่อไปข้างหน้า เพื่อครอบครัวของผมให้ได้
คือแม่เคยเล่าให้ผมฟังว่า พ่อที่เพิ่งทำงานก่อสร้างมาเหนื่อยๆ เค้าเดินมาขอเงินจากแม่ผม 10 บาท
เพื่อไปซื้อเอ็มร้อย (เครื่องดื่มชูกำลัง) แม่ผมก็ให้เงินไป พ่อก็กำเงินสิบบาทไปที่ร้านค้า
แล้วก็ยืนมองที่หน้าตู้แช่เครื่องดื่มแปปนึง สักพัก พ่อเค้าก็เดินกลับมา เอาเงินคืนแม่
แม่ก็ถามว่า อ่าว แล้วไหนหละ เอ็มร้อย พ่อบอกว่า ไม่เอาแล้ว ไม่กล้าซื้อ กลัวลูกไม่มีเงินกินข้าว..”

“พ่อแม่ของผม ไม่เคยท้อแท้ ไม่เคยคิดยอมแพ้เลย แล้วผมจะยอมแพ้ได้ยังไง”

หลังจากที่ได้ยินเรื่องที่แม่เล่า
เขาสัญญากับตัวเองว่า แม้ว่าพรุ่งนี้จะต้องร้องไห้แค่ไหน
เขาก็จะต้องเดินต่อ เขาจะต้องเอาชนะอุปสรรคให้ได้

ปี 2017 เลกแรก เขาตั้งมั่นทั้งเรื่องเรียน และฟุตบอล
เขาได้เรียนต่อในระดับชั้น มหาวิทยาลัย ปี 4 ก็จริง  แต่เรื่องของฟุตบอลนั้น
เขาดับสูญไปเลย เพราะไม่ได้รับโอกาสลงสนามแม้แต่นาทีเดียว
สถิติในสนาม 0 นาที มันเริ่มมีผลด้านจิตใจกับเขา
เขาอยากเรียนให้จบก็จริง แต่ฟุตบอล เขาก็อยากเล่นอยู่ และก็อยากติดทีมชาติไทย

ปี 2017 ศศลักษณ์ เป็นหนึ่งในแคนดิเดตติดทีมชาติไทย ทั้ง ชุดซีเกมส์ ที่ประเทศมาเลเซีย
และรอบคัดเลือก ฟุตบอล ยู-23 ชิงแชมป์เอเชีย 2018 ซึ่งหากเขาไม่มีเกมเล่น
เขาอาจจะต้องพลาดการติดทีมชาติไทยอย่างแน่นอน

ในที่สุด ความต้องการเรื่องฟุตบอลก็อยู่เหนือทุกสิ่งในชีวิตของเขา น้องพี ให้ฟุตบอลนำทางชีวิต
เขาเลือกกลับบ้านเกิด พร้อมความเสี่ยงที่จะไม่ได้ลงสนามอีก แถมจะเรียนไม่จบ
เลกสองของปี 2017 บุรีรัมย์ ยื่นข้อเสนอกับทางเขา และแบงค็อก อีกครั้ง
ซึ่งคราวนี้ เขาไม่ได้ปฏิเสธเหมือนที่เคยทำมา…


“ตอนที่ตัดสินใจย้ายไปบุรีรัมย์ ผมลองถามพ่อแม่ว่า ถ้าผมกลับมาอยู่บ้านเกิด เล่นให้บุรีรัมย์
จะดีใจไหม แกก็บอกว่า เออ แล้วแต่พีเลือกเลยนะ พ่อกับแม่ไม่บังคับหรอก แต่เค้าก็ไม่เชื่อหรอกนะ
เพราะเค้าจะติดภาพว่า บุรีรัมย์เป็นทีมใหญ่ มาแล้วลูกจะได้เล่นเหรอ เค้าจะอยากได้ลูกจริงๆ เหรอ
แล้วถ้าย้ายมาแล้วไม่ได้เล่น เรียนก็ไม่จบจะเป็นยังไง”

การร้องไห้ หยดน้ำตา ความอดทน ความพยายาม การมุมานะ และความตั้งใจของ ศศลักษณ์ ไหประโคน
มันไม่เคยสูญเปล่า เพราะเลกสองของปี 2017 เขาได้ลงสนามให้ บุรีรัมย์ ถึง 9 นัด
รวมเวลาอยู่ในสนามทั้งสิ้น 736 นาที ในลีก

ศศลักษณ์ กลายเป็นหนึ่งในนักเตะบุรีรัมย์ ชุดแชมป์ ไทยลีก 2017
และเป็นหนึ่งในทีมชาติไทย ชุดแชมป์ ซีเกมส์ 2017 ที่ประเทศมาเลเซีย
โดยเจ้าพี เป็นคนเตะมุม กดดันจนผู้รักษาประตูของเจ้าภาพรับบอลผิดเหลี่ยมเข้าประตูตัวเอง
และเป็นประตูชัยให้ทีมชาติไทย คว้าแชมป์ซีเกมส์ สมัยที่ 16 ได้สำเร็จ

“พ่อกับแม่ แล้วก็ตากับยายของผม ดีใจมากครับ แถวบ้านผมไม่มีใครที่เป็นนักฟุตบอล
แล้วสามารถก้าวขึ้นมาได้ขนาดนี้เลย พอเรากลับไป เค้าเจอหน้าเรา เค้าก็คิดว่า
เค้าคิดไม่ผิดที่ปล่อยให้ลูกเลือกทางเดินชีวิตเอง เป็นบทพิสูจน์ให้กับคนต่างจังหวัดว่า
บางครั้งการปล่อยให้ลูกหลานตั้งใจทำอะไรสักอย่าง มันก็อาจจะประสบผลสำเร็จก็ได้
เพราะตอนแรกทางคุณตาก็อยากให้ผมเล่นวงปี่พาทย์ในคณะลิเก
ซึ่งถ้าผมเล่นจริงๆ ก็ไม่รู้ว่าจะได้มาถึงขนาดนี้ไหม”

“ที่บ้านของผม จะภูมิใจที่เราได้เหรียญทองซีเกมส์มา คุณตาบอกว่า จะชอบมีคนมาชมกับแกว่า
หลานเก่งนะ ติดทีมชาติไทย แล้วก็มีมาขอดูเหรียญทองว่าเป็นยังไงด้วย (หัวเราะ)”

เมื่อทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง ศศลักษณ์ ก็ดังไม่หยุดฉุดไม่อยู่
เขาได้ลงสนามให้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ไปถึง 13 เกมในไทยลีก 2018 เลกแรก
รวมถึงได้ลงสนามในศึกเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก 2018 จำนวน 8 เกม
แบ่งเป็นตัวจริง 3 นัด และสำรองอีก 5 เกม


ด้วยผลงานที่ยอดเยี่ยมกับต้นสังกัด ประตูแห่งทัพช้างศึก ชุดใหญ่ ก็เปิดกว้างให้เขา
เมื่อ มิโลวาน ราเยวัช เรียกเจ้าพี ติดทีมชาติไทย ในชุดอุ่นเครื่อง พบกับ ทีมชาติจีน
ในวันที่ 2 มิถุนายน 2561 ที่จะถึงนี้ โดยจะได้ร่วมซ้อมกับ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ไอดอลของเขา
ซึ่งสมัยที่เจ้าตัวยังเป็นเด็กน้อย เขาเคยขอถ่ายรูปกับชนาธิป ในร้าน อาริ ฟุตบอล ที่สยามสแควร์
หลังพบกันโดยบังเอิญ เมื่อสมัยยังอยู่กับ แบงค็อก ยูไนเต็ด

“ผมอยากขอบคุณตัวเอง ที่ยอมทำแต่สิ่งดีๆ เพื่อให้ชีวิตของตัวเองดีขึ้นมาได้ขนาดนี้
ผมคิดว่า ผมโชคดีมากเลยนะครับพี่ ที่ได้เจอคนดีๆ เจอรุ่นพี่ดีๆ ที่คอยช่วยเหลือผมตลอดตั้งแต่เด็ก
เวลาที่ผมท้อ ผมก็มักจะคิดถึงเรื่องที่รุ่นพี่แต่ละคนเล่าว่า เค้าก็เคยลำบากมาก่อน
กว่าจะประสบความสำเร็จ พอผมรู้สึกว่า ตัวเองลำบาก หรือท้อ ผมก็จะมองไปที่รุ่นพี่
บางคนเค้าลำบากกว่าผมอีก จนตอนนี้ก็ไม่มีเรื่องยอมแพ้ในหัวแล้ว
มีแต่เรื่องที่อยากทำให้ตัวเองไปให้ไกลมากกว่าเดิม”


ทุกๆ วัน มีผู้คนมากมายจากต่างจังหวัด ทั้งภาคอีสาน ภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคกลาง หรือภาคไหนๆ
ที่พยายามเดินทางเข้ามาหาความมั่นคงในเมืองใหญ่ เมืองศิวิไลซ์ที่ใครๆ ก็คิดว่าดี

แต่ก็มีจำนวนไม่น้อยหรอกครับ ที่ต้องพบความผิดหวัง  ต้องรู้สึกพ่ายแพ้
ต้องนอนร้องไห้ ในยามที่สุริยนย่ำสนธยาในแต่ละวัน

เหนื่อยใช่ไหม ยังต้องอดทนอยู่ใช่หรือเปล่า  อย่ายอมแพ้กันนะ...
ชีวิตมีเพียงครั้งเดียว ทำมันให้ดีที่สุด เหมือนกับที่น้องพีเคยต่อสู้ และผ่านมา

แล้วเวลาที่เราจะจากไป ไม่ว่าจะชนะหรือพ่ายแพ้
แต่เชื่อเถอะ คุณจะรู้สึกว่า มันคุ้มค่ามากๆ ที่ได้ต่อสู้กับชีวิตอย่างเต็มที่แล้ว แม้รสชาติของน้ำตามันจะไม่อร่อยก็ตาม...


เป็นผลงานเขียนเชิงอัตชีวประวัติ ของ จอน
ที่มา แฟนเพจ จอน
บันทึกการเข้า
ป๊อกกี้
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1229/-356
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,041


| | |
« ตอบ #1 เมื่อ: พฤษภาคม 23, 2018, 04:53:24 PM »



"ผมไม่เคยคิดหรอกว่า วันนึง ผมจะได้ซ้อมทีมชาติกับคนที่ผมเคยขอถ่ายรูป หรือเป็นติ่งพี่เค้า ฮ่าๆ"

"ครั้งแรกที่ผมขอถ่ายรูปกับพี่เจ (ชนาธิป สรงกระสินธ์) ตอนนั้นผมยังอยู่แบงค็อก (ยูไนเต็ด)
ผมไปซื้อรองเท้าที่ร้านอาริ สยาม ผมเจอพี่เจโดยบังเอิญ ผมชอบพี่เค้ามาก เลยขอพี่เค้าถ่ายรูปด้วย"

"แล้วตอนนี้ ผมยังตั้งรูปนี้เป็นโปรไฟล์ (มือถือ) อยู่เลยครับ..."

ศศลักษณ์ ไหประโคน กับการติดทีมชาติไทย ชุดใหญ่ครั้งแรก
ในเกมอุ่นเครื่องพบกับ ทีมชาติจีน ในวันที่ 2 มิถุนายน นี้

และเราอาจจะได้เห็นเขาเล่นกองหน้าฝั่งซ้าย
โดยอยู่เคียงข้างสุดยอดเพลย์เมกเกอร์อย่าง ชนาธิป สรงกระสินธ์

"J & P"

ภาพและเรื่องจาก ศศลักษณ์ ไหประโคน ผู้น่ารัก

ที่มา  :  แฟนเพจ จอน
บันทึกการเข้า
beekung2009
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +250/-169
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,208


คอบอล...คอเบียร์


| | |
« ตอบ #2 เมื่อ: พฤษภาคม 23, 2018, 05:17:31 PM »

สุดยอดเลย อยากเกิดรุ่นนี้จังเลย 
บันทึกการเข้า

Raktakan
Full Member
***

คะแนนความรัก: +72/-24
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 773


| | |
« ตอบ #3 เมื่อ: พฤษภาคม 23, 2018, 05:27:20 PM »

เยี่ยมครับ
บันทึกการเข้า
ka-roo
Sr. Member
****

คะแนนความรัก: +144/-138
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,535


| | |
« ตอบ #4 เมื่อ: พฤษภาคม 23, 2018, 05:41:39 PM »

อ่านแล้วมีแรงสู้ +1
บันทึกการเข้า
331807
Sr. Member
****

คะแนนความรัก: +65/-137
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,791


กรูปรีพลัดถิ่น 132


เว็บไซต์
| | |
« ตอบ #5 เมื่อ: พฤษภาคม 23, 2018, 06:14:00 PM »

สุดยอดส์ครับ
บันทึกการเข้า

กรูปรีพลัดถิ่น 132
ice5509876
Sr. Member
****

คะแนนความรัก: +76/-16
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,632



| | |
« ตอบ #6 เมื่อ: พฤษภาคม 23, 2018, 07:02:11 PM »

ขอบคุณครับผม
บันทึกการเข้า
stoyFC
ฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย
Full Member
***

คะแนนความรัก: +108/-124
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 752


stoyFC


| | |
« ตอบ #7 เมื่อ: พฤษภาคม 23, 2018, 07:23:59 PM »

ไอ่เจ ยิ่งใหญ่  มันสร้าง โดยไม่รู้ตัว 
บันทึกการเข้า

ป๋าตอย นักเลงฟุตบอลสยาม ยอดโค้ชคีย์บอร์ด ในตำนาน ผู้ที่จะนำพา ฟุตบอลไทยไปชิงแชมป์โลก
Doctor สลัม
อยากจะรวยจริงๆ
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +2468/-3405
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 48,803


หล่อไม่มาก แต่ท่ายากเฮียมีเยอะ


| | |
« ตอบ #8 เมื่อ: พฤษภาคม 23, 2018, 10:04:14 PM »

ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า

ลมหายใจคือฟุตบอล
bungart
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +402/-244
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,718


| | |
« ตอบ #9 เมื่อ: พฤษภาคม 23, 2018, 11:14:31 PM »

มันได้อารมณ์มากกับเรื่องราว แต่เด็กๆมันจะอ่านมั๊ยเนี่ย..อย่างเราๆอ่านแล้วเราจะทำอะไรได้ มันผ่านวันนั้นมานานแล้ว ตอนนี้นับวันถอยหลังจะขึ้นเมนล่ะ..ไม่ว่า..วันที่เล่นกับชุนบุ๊กที่สนามบุรีรัมย์ ครึ่งแรกเจ้าพีเล่นอยู่ฝั่งผมนั่งพอดี บอกได้เลยว่ามันนิ่งมาก สู้ทุกจังหวะกับบราซิลที่ตัวใหญ่กว่า ชัดเจนมากว่าน้องมันมีของ แมทนี้ทราบว่าราเยวัชอยู่ในสนามด้วย..สุดท้ายสมใจถูกเรียกไปคัดทีมชาติเลย..ขอให้ติดนะน้องพี่เอาใจช่วยว่ะ...
บันทึกการเข้า
Kokkabark
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +165/-378
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 2,524



| | |
« ตอบ #10 เมื่อ: พฤษภาคม 24, 2018, 12:46:55 AM »

สิ่งสำคัญคือแรงผลักดันในหัวใจ  ไม่ว่าจะรุ่นไหน  สถานะไหน  ก็เอาไปใช้ได้หมด

อย่ายอมแพ้   อย่าละทิ้งความพยายาม   พูดง่ายๆแต่ทำยาก  อยู่ที่ความถึก ทนของแต่ละคน
บันทึกการเข้า
Zamorano
Jr. Member
**

คะแนนความรัก: +14/-17
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 256



| | |
« ตอบ #11 เมื่อ: พฤษภาคม 24, 2018, 03:09:41 AM »

สุดยอดครับ

รับรู้ได้เลยความตั้งใจของคนนี้ในเเต่ละครั้งลงสนาม
นักสู้จริงๆครับ
บันทึกการเข้า

Hooligan
Thailandsusu
Sr. Member
**

คะแนนความรัก: +146/-95
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,800


| | |
« ตอบ #12 เมื่อ: พฤษภาคม 24, 2018, 04:26:40 AM »

สรุปแล้วน้องเรียนจบมหาลัยหรือยัง
อยากให้จบจังเลย อาจไม่ได้ใช้ทำอะไรนอกจากติดฝาบ้าน
แต่อย่างน้อยมีใบปริญญาไว้ก่อน ก็ไม่เสียหลาย

เบล็คแฮม จบม.6 ก็ยังประสบความสำเร็จได้
ขอให้เก่งจริงในงานของตัวเอง
บันทึกการเข้า
TON-Mr.PostMan
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +181/-16
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,349


| | |
« ตอบ #13 เมื่อ: พฤษภาคม 24, 2018, 05:49:11 AM »

ขอบคุณครับ

น้องพีเป็นสุดยอดคนสู้ชีวิตคนหนึ่งที่มีความเพียรพยายามจนเป็นนักฟุตบอลอาชีพได้ ขอให้ประสบความสำเร็จในนามทีมชาติและสโมสรต่อไปครับ
บันทึกการเข้า
WPP.North
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +122/-968
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,044


@พันธมิตร_ท่าน ded_ded


| | |
« ตอบ #14 เมื่อ: พฤษภาคม 24, 2018, 06:29:27 AM »

สรุป จบ.  มหาลัย มั้ยยๆๆๆๆ
บันทึกการเข้า
nengza
Jr. Member
**

คะแนนความรัก: +38/-24
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 496



| | |
« ตอบ #15 เมื่อ: พฤษภาคม 24, 2018, 06:47:33 AM »

 ยอมรับหัวใจนักสู้น้องเค้าเลย สรุปแล้วน้องเค้าเรียนจบหรือเปล่าครับ
บันทึกการเข้า
ghanthawong
Jr. Member
**

คะแนนความรัก: +17/-17
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 254



| | |
« ตอบ #16 เมื่อ: พฤษภาคม 24, 2018, 07:07:37 AM »

สิ่งที่น่ากลัวที่สุดของนักบอลไทยที่ก้าวขึ้นมามีชื่อเสียง คือ การหลงตัวเอง...หากคุมได้อนาคตก็สดใสเหมือนรุ่นพี่ที่เป็นแบบอย่าง หากหลงระเริงในชื่อเสียง เงินทอง ที่ได้ ก็จะเป็นอย่างเพื่อนๆที่โดนมา.........
บันทึกการเข้า
KaRaKaSaNG
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +870/-175
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,355


| | |
« ตอบ #17 เมื่อ: พฤษภาคม 24, 2018, 08:46:31 AM »

นอกจากความมุ่งมั่นและตั้งใจจริงของเจ้าพีเองแล้ว ต้องขอบคุณโค้ชคนแรกของเจ้าพี รณรงค์ หงษ์อินทร์
บันทึกการเข้า
roengrakroengritt998908
ตถตา...ทุกอย่างเป็นอย่างทีมันเป็น
Sr. Member
****

คะแนนความรัก: +72/-50
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,282



| | |
« ตอบ #18 เมื่อ: พฤษภาคม 24, 2018, 09:55:15 AM »

+1 ขอบคุณครับ  จิตใจสำคัญมาก
อดทน มุ่งมั่น พยายาม ตั้งใจ เด็ดเดี่ยว  สักวัน ความฝันจะเป็นจริง
บันทึกการเข้า

Good man goes to the heaven batman goes to everywhere.
bombomMHzz
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +577/-843
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,092



| | |
« ตอบ #19 เมื่อ: พฤษภาคม 24, 2018, 09:57:58 AM »

สรุปแล้วน้องเรียนจบมหาลัยหรือยัง
อยากให้จบจังเลย อาจไม่ได้ใช้ทำอะไรนอกจากติดฝาบ้าน
แต่อย่างน้อยมีใบปริญญาไว้ก่อน ก็ไม่เสียหลาย

เบล็คแฮม จบม.6 ก็ยังประสบความสำเร็จได้
ขอให้เก่งจริงในงานของตัวเอง

บันทึกการเข้า
Oak Pladtin
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +329/-122
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,073


สู้ สู้ สู้ อย่ายอมเขา เราคือ กูปรีอันตราย..


| | |
« ตอบ #20 เมื่อ: พฤษภาคม 24, 2018, 02:18:55 PM »

+1 ขอบคุณครับผม
บันทึกการเข้า


เธอกับฉัน นั้นมีฝันยิ่งใหญ่ ประตูชัย นั้นคือจุดหมาย ชัยชนะของพวกเรา อยู่ไม่ไกล หากว่าเรามีกำลังใจให้กัน[/b]
supakiat88
Sr. Member
****

คะแนนความรัก: +49/-20
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,430



เว็บไซต์
| | |
« ตอบ #21 เมื่อ: พฤษภาคม 24, 2018, 02:25:08 PM »

ใจมันสู้ซะอย่าง เยี่ยมไปเลยน้อง ^ ^

ขอเป็นกำลังใจให้ประสบความสำเร็จยิ่งๆขึ้นไปครับน้องพี
บันทึกการเข้า

นักปราชญ์ควรรู้ว่าเมื่อไหร่ควรหยุด
BBLOVETT
Full Member
***

คะแนนความรัก: +60/-43
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 714


| | |
« ตอบ #22 เมื่อ: พฤษภาคม 24, 2018, 02:35:42 PM »

อยากให้เด็กสมัยนี้ได้อ่าน จิงๆครับ
บันทึกการเข้า
Scop
Sr. Member
****

คะแนนความรัก: +137/-139
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,225



| | |
« ตอบ #23 เมื่อ: พฤษภาคม 25, 2018, 11:43:16 AM »

เยี่ยมครับ ปกติเห็นน้องพีเล่นผมก็ชอบอยู่แล้ว ยิ่งได้อ่านประวัติยิ่งชอบเด็กคนนี้ขึ้นไปอีกเลย ขอให้พัฒนาเก่งขึ้นไปได้เรื่อยๆนะครับ

เอาใจช่วยครับ
บันทึกการเข้า
Silp Foto
Sr. Member
****

คะแนนความรัก: +59/-108
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,702



| | |
« ตอบ #24 เมื่อ: พฤษภาคม 25, 2018, 01:21:07 PM »

สู้ชีวิต 
บันทึกการเข้า

Took คุคุคุ
Thailandsusu
Jr. Member
**

คะแนนความรัก: +40/-2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 321



| | |
« ตอบ #25 เมื่อ: พฤษภาคม 25, 2018, 09:20:14 PM »

สุดยอดไปเลยครับ
บันทึกการเข้า

chaiyaphum city
Thailandsusu
Jr. Member
**

คะแนนความรัก: +26/-16
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 229


อัดให้เละ


| | |
« ตอบ #26 เมื่อ: พฤษภาคม 26, 2018, 09:12:48 AM »

สร้างเป็นหนังได่เลยนะเนี้ยะ
บันทึกการเข้า

พลิกแพลงได้ อะไรดีก็ทำไป ใช้ชีวิตให้คุ้ม
ป๊อกกี้
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1229/-356
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,041


| | |
« ตอบ #27 เมื่อ: พฤษภาคม 28, 2018, 09:28:38 PM »

เรื่องราวความประทับใจของครอบครัว ''ไหประโคน'' ยังมีต่อ

ตื้นตันใจ!พ่อ-แม่ บุกเซอร์ไพรส์ ศศลักษณ์ ก่อนประเดิมซ้อมช้างศึกชุดใหญ่




คุณพ่อและแม่ ศศลักษณ์ บุกเซอร์ไพรส์ลูกชาย ก่อนประเดิมซ้อมช้างศึกชุดใหญ่
พร้อมถือโอกาสอยู่ชมการฝึกซ้อมครั้งแรกด้วย

ประพจน์ ไหประโคน และ ทิพวรรณ ไหประโคน ในฐานะคุณพ่อและคุณแม่ของ ศศลักษณ์ ไหประโคน
ทำเอาลูกชายตื่นตันใจสุดๆ เมื่อบุกมาเซอร์ไพรส์ ก่อนประเดิมฝึกซ้อมร่วมกับ ทีมชาติไทยชุดใหญ่
ที่สนามฟุตบอลโรงแรม เลอ เมอดิเรียน สุวรรณภูมิ เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา ก่อนพบกับ ทีมชาติจีน ในเกมอุ่นเครื่อง

ดาวรุ่งวัย 22 ปี ทำผลงานได้ดีกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จนถูกเรียกติดทีมชาติไทยชุดใหญ่ครั้งแรก
โดยล่าสุด ก่อนการฝึกซ้อมทีมงาน ได้จัดเซอร์ไพรส์เล็กๆ เมื่อเชิญทั้งคุณพ่อและคุณแม่
รวมถึงยังมีหลานสาวอีกหนึ่งคน เข้ามาห้องแต่งตัว พร้อมส่งมอบเสื้อซ้อม ให้เจ้าตัวเองกับมือ
อีกทั้งยังถือโอกาส อยู่ชมการฝึกซ้อม ให้กำลังใจอย่างใกล้ชิดด้วย


ที่มา : http://www.goal.com/th/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7/%E0%B8%95%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%AD-%E0%B9%81%E0%B8%A1-%E0%B8%9A%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%84%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%AA-%E0%B8%A8%E0%B8%A8%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%93-%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%A1%E0%B8%8B%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%A8%E0%B8%81%E0%B8%8A%E0%B8%94%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%8D/1sqwarv6763r81y1crpfne84qp?utm_0source=fac8ebook.com&utm_medium=referral&utm_campaign=thfb
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  




Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!