Thailandsusu Webboard
สิงหาคม 19, 2018, 03:43:11 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน Gallery เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: อาลีเรซ่า เบรานวาน จากเด็กเผ่าเรร่อนสู่นายทวารมือ1 ทีมชาติอิหร่านชุดบอลโลก2018  (อ่าน 836 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
NTT
ชีวิตเดินหน้าต่อไป ในใจนึกถึงแนวทางพระองค์
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +5864/-246
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,352



| | |
« เมื่อ: มิถุนายน 26, 2018, 07:49:58 PM »

อิหร่านเพิ่งตกรอบแรกบอลโลกหนนี้ก็จริง แต่ฟอร์มการเล่นทั้ง 3 นัดในการเจอ โมร็อกโก,สเปน และ โปรตุเกส ถือได้ว่าสร้างความภูมิใจให้คนเอเซีย แถมการเก็บ 4 แต้มได้จากการชนะ 1 เสมอ 1 แพ้ 1 ก็ถือว่าสุดยอด อิหร่านเก็บ cleansheet ได้หลายนัดในรอบคัดเลือกและเสียประตูน้อยในรอบสุดท้ายคงต้องยกความดีความชอบให้โค้ช,กองหลัง,ทีม และ นายทวาร ลองมารู้จักวิถีคนสู้ของ อาลีเรซ่า เบรานวาน นายทวารวัย 24 ปีที่เป็นชาวเผ่าเรร่อนและผ่านอาชีพการเป็นเด็กล้างรถมาก่อนกว่าจะมาเป็นนายทวารทีมชาติอิหร่านในวันนี้
--------------------
--------------------

อาลีเรซ่า เบรานวาน โชว์หล่อเซฟจุดโทษจากการยิงของ โรนัลโด้ สดๆร้อนๆ

After Iran’s first match at the 2014 World Cup against Nigeria the goalkeeper, Alireza Haghighi, took the headlines for his good looks. He suddenly became a sweetheart for thousands around the world.
ย้อนไปเมื่อฟุตบอลโลก 2014 หลังจบเกมรอบแรกนัดแรกระหว่าง อิหร่าน กัย ไนจีเรีย นายทวาร อาลีเรซ่า ฮากีกี้ ขึ้นพาดหัวหนังสือพิมพ์ในเรื่องความหล่อเหลาเอาการ ซึ่งทำให้เขากลายเป็นขวัญใจคนนับพันทั่วโลก

Iran’s first-choice keeper for Russia 2018, Alireza Beiranvand, is not as handsome as Haghighi but his epic life story could be an inspiration for millions around the globe.
Beiranvand was born in Sarabias, Lorestan, to a nomad family always on the move around the countryside to find grassland for their sheep. Alireza was the eldest child so it was normal that he worked from an early age to help them. His first job was shepherding and whenever he found free time he played football and Dal Paran, a local game, with his friends. Dal Paran involves throwing stones long distances; you would not think that has much to do with football but years later it helped Beiranvand.
เมื่อเทียบกับนายทวารชื่อเดียวกันของทีมชาติอิหร่านในบอลโลกหนนี้อย่าง อาลีเรซ่า เบรานวาน ถือว่าเบรานวาน หล่อน้อยกว่า ฮากีกี้ แต่เรื่องราวชีวิตอันเข้มข้นของเบรานวานที่จะเล่าต่อไปนี้สามารถเป็นแรงบันดาลใจให้คนนับล้านทั่วโลกได้เลยทีเดียว
อาลีเรซ่า เบรานวาน เกิดที่ ซาราไบอาส ใน โลเรสตาน ในครอบครัวชาวเผ่าเร่ร่อนที่เดินทางไปทั่วชนบทเพื่อหาทุ่งหญ้าเล้ยงฝูงแกะ อาลีเรซ่า เป็นบุตรชายคนโตของครอบครัวดังนั้นจึงเป็นเรื่องธรรมดาที่เขาต้องทำงานตั้งแต่เด็กเพื่อช่วยจุนเจือครอบครัว งานแรกของเขาก็คือการเลี้ยงแกะโดยมีฟุตบอลและ ดัลปาราน (เกมการเล่นของท้องถิ่น) เป็นงานอดิเรกยามว่างกับเพื่อนๆ การเล่น ดัลปาราน นั้นคือการโยนหินเป็นระยะไกลๆ ซึ่งดูแล้วไม่น่าจะเกี่ยวกับฟุตบอลแต่ในอีกไม่กี่ปีต่อมาสิ่งนี้แหละที่กลับมาช่วย เบรานวาน


When Beiranvand turned 12 his family settled in Sarabias and he trained with a local side. He started as a striker but when the goalkeeper got injured he stood between the sticks and a brilliant save was enough to keep him there. Beiranvand decided he would be a goalkeeper but his father strongly objected.
Morteza Beiranvand thought, like many Iranian fathers, that football could not be a job and preferred Alireza to be a simple worker. “My father didn’t like football at all and he asked me to work,” Alireza told the Guardian. “He even tore my clothes and gloves and I played with bare hands several times.”
พอเบรานวานอายุ 12 ปี ครอบครัวของเขาก็ลงหลักปักฐานที่ ซาราไบอาส และเขาก็ซ้อมบอลกับทีมท้องถิ่นที่นั่น เขาเริ่มจากการเป็นศูนย์หน้าแต่พอโกล์บาดเจ็บเขาก็เลยมาเล่นแทนและเซฟได้เจ๋งพอที่จะเล่นตำแหน่งนายทวารต่อมา เบรานวานตัดสินใจจะเอาดีในการเป็นโกล์แต่พ่อไม่เห็นด้วยอย่างแรง
คุณพ่อ มอร์เตซ่า เบรานวาน คิดแบบคุณพ่อชาวอิหร่านทั่วๆไปว่าฟุตบอลไม่น่าเป็นอาชีพได้และอยากให้อาลีเรซ่าทำงานเป็นคนงานธรรมดาเท่านั้น อาลีเรซ่า เล่าว่า "พ่อผมไม่ชอบบอลเอาซะเลยและพ่อก็ขอให้ผมทำงาน" "พ่อถึงกับฉีกเสื้อบอลและถุงมือโกล์ของผมทำให้ผมต้องเล่นด้วยมือเปล่าอยู่ 2-3 ครั้ง"


The young goalkeeper decided to run away and went to Tehran in search of a chance at one the bigger clubs in the capital.
He borrowed money from a relative and travelled to Tehran by bus. The “angel of success” was very quick to be kind to him – it was on the bus that he met a football coach, Hossein Feiz, who managed a local team. Feiz told Beiranvand that he would let him train in return for 200,000 Toman (£30). But the young keeper had neither money nor a place to sleep.
He spent nights around Azadi Tower, where many poor migrants gathered. One night a young salesman offered Beiranvand a room at his home and the goalkeeper accepted, only to change his mind on his way there and walk back to the club where he trained on trial every day.
“I slept by the club’s door and when I got up in the morning I noticed the coins that people had dropped for me,” he said. “They had thought I was a beggar! Well, I had a delicious breakfast for the first time in a long while.”
Finally Feiz agreed to give Beiranvand an opportunity without him having to pay and asked the captain to support him. Beiranvand stayed at his colleague’s house for two weeks and then started working in a dressmaking factory owned by a father of another team-mate so he could sleep there at night.
ไอ้หนุ่ม อาลีเรซ่า ตัดสินใจหนีออกจากบ้านเดินทางสู่เมืองหลวง เตหะราน เพื่อไขว้คว้าโอกาสเล่นให้ทีมใหญ่
เขายืมเงินจากญาติเพื่อเป็นค่ารถบัสไปเตหะราน และราชินีแห่งโชคก็เข้าข้างเขาอย่างรวดเร็วเพราะบนรถบัสนั่นเองที่เขาได้พบโค้ช ฮอสเซน เฟอิซ ที่ทำทีมท้องถิ่นอยู่ เฟอิซบอกกับเบรานวานว่าจะให้เขามาซ้อมด้วยโดยมีข้อแม้ว่าต้องจ่ายค่าซ้อม 30 ปอนด์ ประเด็นก็คือ เบรานวานไม่มีเงินหรือแม้แต่ที่ซุกหัวนอนในตอนนั้น
เขาอาศัยนอนในค่ำคืนแรกๆที่เตหะรานที่บริเวณแถวๆอาคาร อาซาดี้ ที่ซึ่งมีคนจนมาอยู่แถวๆนั้นอยู่มากมาย มีอยู่คืนหนึ่งที่มีเซลส์แมนมาเสนอให้เขาว่าสามารถไปนอนที่บ้านได้ซึ่งเบรานวานก็ตอบรับข้อเสนอแต่ก็มาเปลี่ยนใจกลางคันและเดินกลับไปที่สโมสรที่เขาซ้อมอยู่ทุกๆวัน
เขากล่าวว่า "ผมอาศัยนอนตรงประตูสโมสรและในเช้าวันหนึ่งพอผมตื่นมาก็เห็นมีเหรียญที่เข้าใจว่ามีคนมาหย่อนไว้ให้ผม" "เขาคงนึกว่าผมเป็นขอทาน! แต่ก็นั่นแหละด้วยเงินจำนวนนั้นผมเลยได้ฟาดอาหารเช้าแสนอร่อยเป็นครั้งแรกหลังอดๆอยากๆมาพักใหญ่"
ในที่สุดโค้ช เฟอิซ ก็ตกลงที่จะให้โอกาสเบรานวานโดยที่ไม่ต้องเสียเงินเข้าซ้อมและยังขอให้กัปตันทีมช่วยเหลือเบรานวานด้วย เบรานวานอาศัยนอนที่บ้านเพื่อนร่วมทีมอยู่สองสัปดาห์ก่อนจะเริ่มทำงานในโรงงานเย็บเสื้อที่พ่อของเพื่อนร่วมทีมคนหนึ่งเป็นเจ้าของและนั่นหมายความว่าเขาก็สามารถอาศัยนอนในโรงงานได้ด้วย



มาดอย่างภูธรสุดๆ กับชีวิตเปื้อนฝุ่น

His next job was working in a car wash and, because of his height, he became a specialist at washing SUVs. One day, though, he found himself in a difficult situation. The Iran legend Ali Daei turned up to get his car cleaned and Beiranvand’s colleagues encouraged him to speak to the former Bayern Munich striker to see whether he would help him to progress his football career. Alireza didn’t take their advice. He preferred to find his way by himself. “I knew if I had talked to Mr Daei he would have surely helped me but I was ashamed to speak with him and tell him about my situation.”
งานต่อมาของเขาคือทำงานล้างรถและด้วยความเป็นคนตัวสูงเขาจึงกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญในการล้างรถ SUV แต่มีอยู่วันหนึ่งที่เขาพบสถานการณ์ยากลำบาก นั่นคือ อาลี ดาอี ตำนานนักเตะอิหร่านเอารถมาล้างซึ่งเพื่อนร่วมงานของ เบรานวาน ก็เชียร์ให้เขาไปคุยขอให้อาลี ดาอี ช่วย แต่ เบรานวานไม่ทำเช่นนั้น เขาเลือกที่จะพึ่งตัวเองมากกว่า เขากล่าวถึงเรื่องนี้ว่า "ผมรู้ว่าถ้าไปขอ อาลี ดาอี เขาก็คงจะช่วยผมแน่ แต่ผมละอายใจที่จะไปขอและไปเล่าเรื่องของผมให้เขาฟัง"

Soon after he met a Naft-e-Tehran coach and moved there. At first the club let him live in a prayer room but, after a while, they told him that he couldn’t sleep there any more. So he found a job in a pizza shop to have somewhere to stay at night. There, another challenging moment arose. His coach, who knew nothing about Beiranvand’s job, came to buy pizza. The goalkeeper did not want to see him but the shop owner forced him to serve and he left the shop a few days later.
Finding another job to have a place to stay for the night was difficult and finally he accepted to work as a street cleaner. Sometimes he had to sweep a grand park alone and it was tough to stay fit for matches. Sacked by Naft because he trained with another team and got injured, he left for Homa but the manager there was reluctant to give him a contract. Beiranvand felt his dream was dying.
ไม่นานหลังจากนั้นเขาก็ได้พบกับโค้ชของทีม นาฟต์อีเตหะราน และได้ย้ายมาสังกัดทีมนี้ ตอนแรกสโมสรอนุญาติให้เขาอาศัยนอนในห้องละหมาดแต่พอสักพักทางสโมสรก็บอกว่าคงให้นอนต่อไปไม่ได้แล้ว ดังนั้น เบรานวานจึงออกหางานในร้านพิซซ่าเพื่อเป็นงานหาที่ซุกหัวนอนไปในตัว และที่นั่นเองก็มีความท้าทายอีกอย่างขึ้นมาอีกเพราะโค้ชซึ่งไม่รู้มาก่อนว่าเขาทำงานที่ร้านพิซซ่าดันมาซื้อพิซซ่าที่ร้าน เบรานวานไม่อยากเจอโค้ชแต่เจ้เาของร้า่นบังคับให้เขาออกไปเสิร์ฟและเเล้วเขาจึงลาออกในอีกไม่กี่วันถัดมา
การที่ต้องหางานใหม่ที่ให้สถานที่ซุกหัวนอนได้ด้วยนั้นเป็นไปด้วยความยากลำบากและในที่สุดเขาก็รับทำงานกวาดถนน บางครั้งเขาต้องกวาดในสวนสาธารณะเพียงคนเดียวแถมยังต้องรัะกษาความฟิตร่างกายให้พร้อมกับเกมการแข่งขันไปด้วย เขาโดนทีม นาฟต์ ไฃ่ออกเพราะไปซ้อมกับทีมอื่นแล้วดันเจ็บ เขาจึงย้ายมาอยู่ทีม โฮม่าแต่ ผจกใ ทีมก็ลังเลที่จะเซ็นต์เขา ถึงตอนนี้เบรานวานรู้สึกว่าฝันจะสลายเสียแล้ว


Then the Naft under-23 manager called and told him that if he had not signed for another club, he could return. “Maybe it was fate that the Homa manager didn’t want to sign me,” Beiranvand said. “If I had remained in that team, maybe I would never have reached the level that I’m at today.”
Beiranvand began to shine. He was selected for Iran’s under-23s and then became Naft’s first-team goalkeeper. But it was his childhood game Dal Paran that made him famous abroad in 2014. Throwing stones for several years enabled him to throw the ball much further than many other goalkeepers and his 70-metre assist against Tractor Sazi caught the eye of foreign media.
จากนั้นโค้ชทีม U23 ของ นาฟต์โทรมาและบอกว่าถ้ายังไม่ได้เซ็นต์กับทีมอื่นก็สามารถกลับมาได้
เขากล่าวว่า "บางทีการที่ ผจก ทีม โฮม่า ไม่เซ็นต์ผมมันอาจจะเป็นโชคชะตาก็ได้ เพราะถ้าผมได้เซ็นต์ผมอาจไม่มีวันนี้"
เบรานวานตอนนี้เริ่มจะฉายแววแล้ว เขาติดทีม U23 อิหร่านแล้วหลังจากนั้นก็ขึ้นเป็นนายประตูของทีมชุดใหญ่
แจ่มันเป็นเกมที่เรียกว่า "ดัลปาราน"ที่เขาเล่นในวัยเด็กที่ทำให้เขามีชื่อขึ้นมาในปี 2014 การที่โยนหินอยู่เป็นปีๆทำให้เขาขว้างบอลได้ไกลกว่านายทวารคนอื่นและเขาถึงกับทำ assist ด้วยการข้างบอลยาว 70 เมตรให้เพื่อนยิงในเกมเจอกับ แท็กเตอร์ ซาซี่ และเป็นที่สนใจของสื่อต่างชาติ



assist ด้วยการขว้าง 70 เมตร

In 2015 Alireza finally became Iran’s first-choice goalkeeper and, with 12 clean sheets in qualifying, he helped Team Melli cruise to Russia 2018. “I suffered many difficulties to make my dreams come true but I have no intention of forgetting them because they made me the person I am now,” he said.
Now he has the chance to realise another dream: playing at a World Cup and perhaps moving to a European club. After all, for the nomad people, the journey never ends.
ในปี 2015 เขาได้เป็นนายทวารมือหนึ่งของทีมชาติอิหร่้านและเก็บ cleansheet ได้ 12 เกมในรอบคัดเลือกบอลโลกโซนเอเซียและทำให้ทีมได้มาบอลโลกรอบสุดท้ายหนนี้ เขากล่าวว่า "ผมฝ่าฟันมาเยอะกว่าฝันจะเป็๋นจริงแต่ผมไม่มีทางลืมอุปสรรคที่ผ่านมาเพราะมันหล่อหลอมให้ผมมีวันนี้"
ถึงตอนนี้เขามีโอกาสจะทำฝันอีกฝันให้เป็นจริงในการเล่นบอลโลกรอบสุดท้ายและบางทีอาจได้ย้ายไปเล่นในยุโรป แต่ทั้งหมดทั้งมวลแล้วสำหรับชา่วเผ่าเร่ร่อนอย่างเขา...การเดินทางนั้นเป็นนิรันดร์"


Source https://www.theguardian.com/football/2018/jun/01/alireza-beiranvand-sleeping-rough-world-cup-iran-goalkeeper
บันทึกการเข้า
sakoncity
เชียร์บอลไทยไปด้วยกัน
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +401/-232
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,532



| | |
« ตอบ #1 เมื่อ: มิถุนายน 27, 2018, 09:09:10 AM »

จมูกโ่ด่งมากกกกก
บันทึกการเข้า

Doctor สลัม
อยากจะรวยจริงๆ
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +2487/-3433
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 49,235


หล่อไม่มาก แต่ท่ายากเฮียมีเยอะ


| | |
« ตอบ #2 เมื่อ: มิถุนายน 27, 2018, 09:04:04 PM »

ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า

ลมหายใจคือฟุตบอล
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  




Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!