Thailandsusu Webboard
มิถุนายน 24, 2018, 09:38:01 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน Gallery เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ทำความรู้จัก โค้ชประวัติศาสตร์ ที่พาทีมชาติไทย ร่วมศึกฟุตบอลโลกถึง 2 สมัย  (อ่าน 1255 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ป๊อกกี้
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1200/-260
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,860



| | |
« เมื่อ: พฤษภาคม 12, 2018, 04:54:59 AM »

หนึ่งฤทัย สระทองเวียน สุดยอดบรมครูของฟุตบอลหญิงเมืองไทย
เธอ คือ โค้ชหนึ่งของแฟนบอลชาวไทย ผู้นำพาทัพ “ชบาแก้ว”
สัมผัสฟุตบอลโลกหญิง 2 สมัยติดต่อกัน

เธอ คือ อาจารย์หนึ่ง ผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาลูกหนัง
และกีฬาอีกหลายชนิดให้กับเด็กผู้หญิงมากมายให้เติบโตขึ้นมาเป็นนักกีฬา
ดีกรีทีมชาติไทย ทั้งฟุตบอล, ฟุตซอล และ กรีฑา

เธอ คือ ด็อกเตอร์หนึ่ง ผู้ไม่เคยหยุดที่จะคิดพัฒนาตัวเองจากการเรียนรู้
จนมีดีกรีจบปริญญาเอก พร้อมกับกำลังกลายเป็นผู้หญิงคนแรกของเมืองไทย
ที่มีดีกรีโค้ชระดับ โปร ไลเซนส์

และนี่คือเรื่องราวของเธอ “โค้ชหนึ่ง - อาจารย์หนึ่ง - ด็อกเตอร์หนึ่ง” หนึ่งฤทัย สระทองเวียน…..





“พี่เริ่มเล่นฟุตบอลตั้งแต่เด็ก ตั้งแต่จำความได้เลย อยู่แถวบ้านที่จังหวัดนครปฐมเนี่ยแหละ
แถวนั้นเค้ามีแต่ลูกผู้ชายกัน พี่เลยอยู่ในกลุ่มผู้ชาย เค้าเล่นอะไร เราก็ขอเล่นด้วย
เขาเตะบอล เราก็เตะ เขาเล่นตะกร้อ เราก็เล่น”

“แต่ถ้าถามว่าได้แข่งไหม ก็ไม่มีแข่งหรอก เมื่อก่อนไม่ค่อยมีแข่งฟุตบอลหญิง
เต็มที่ก็กีฬาสี นานๆ ทีจะมีแข่งตามอำเภอ หรือตัวแทนจังหวัดบ้าง
ทำให้ไม่ได้เล่นบอลแบบต่อเนื่อง ตอนนั้นเลยไปเอาดีด้านกรีฑามากกว่า”


สมัยมัธยมต้น เด็กหญิงหนึ่งฤทัย เริ่มแข่งขันกรีฑา แต่ก็ไม่ได้ทิ้งกีฬาฟุตบอล
ก็ยังคงเล่น และลงแข่งอยู่เสมอเมื่อมีโอกาส จนกระทั่งเธอได้เข้ามาเป็นนักกีฬาที่กรุงเทพฯ ครั้งแรก


“ตอน ม.ปลาย มีรุ่นพี่ที่เราเคยเตะบอลกับเค้า ไปเล่นให้ทีมหญิงของ ม.เกษตรศาสตร์
เค้าเห็นแววของเรา เลยชวนเราไปเล่นด้วย ตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ
แล้วพอเรียนจบ เราก็เข้า ม.เกษตรศาสตร์ เนี่ยแหละ แต่ในโควตาของนักกรีฑานะ
เพราะช่วงนั้น ฟุตบอลหญิง ยังไม่บูม ไม่มีทัวร์นาเมนต์จัดแข่งขันอะไรมากมาย
เรามองว่า ถ้าเป็นนักกรีฑามันจะรุ่งกว่า”


จนแล้วจนรอด ผู้หญิงที่บ้ากีฬาคนนี้ ก็ได้ติดทีมชาติไทยครั้งแรก
แต่มันไม่ใช่กีฬาฟุตบอลหน่ะสิ


“ตอนที่เริ่มห่างหายจากฟุตบอล พี่ก็ไปเริ่มเล่นกีฬาฮ็อกกี้ เล่นไปเล่นมาก็ติดทีมชาติไทย
และอยู่ในสังกัดของสโมสรตำรวจ ได้เล่นหลายทัวร์นาเมนต์ ทั้งซีเกมส์
หรือทัวร์นาเมนต์ที่ประเทศมาเลเซีย, สิงคโปร์ ซึ่งเค้าจะมีการจัดแข่งฮ็อกกี้อยู่บ่อยๆ
ใจของพี่ก็อยากเล่นฟุตบอลแหล่ะ แต่ช่วงนั้น มันมีทัวร์นาเมนต์น้อยนะ
ซีเกมส์ก็ไม่ได้จัดทุกครั้งนะฟุตบอลหญิงเนี่ย มันไม่ชัวร์ว่า เราเล่นแล้วจะมั่นคงไหม
แล้วตอนนั้น เราอยู่ในสังกัดทีมฮ็อกกี้ของ สโมสรตำรวจด้วย เหมือนกับได้รับราชการไปในตัว
มันมีความมั่นคงในชีวิต ตอนนั้นพี่คิดแบบนั้น”


หนึ่งฤทัย ในสมัยนั้น เป็นนักกีฬาฮ็อกกี้ที่มีชื่อเสียงในระดับหนึ่ง
เธอเป็นหนึ่งในขุนพลชุดคว้าเหรียญทองซีเกมส์ ที่ประเทศไทย เมื่อปี 2538
แต่ถึงกระนั้น กีฬาที่เธอชอบที่สุด ก็ยังคงเป็นฟุตบอล ที่เธอจะเดินจากหมู่บ้านนักกีฬา
ไปสนามสมโภช 700 ปี จังหวัดเชียงใหม่ อยู่เสมอ
เมื่อทีมฟุตบอลหญิง ทีมชาติไทย ลงสนามแข่งขัน


จนกระทั่งมีจุดเปลี่ยนในชีวิตเกิดขึ้น เมื่อ หนึ่งฤทัย ตัดสินใจสอบบรรจุ
ย้ายอาชีพจากตำรวจไปเป็นข้าราชการครู ที่จังหวัดขอนแก่น
โดยเริ่มต้นเป็นโค้ชกรีฑาให้กับโรงเรียนกีฬาขอนแก่น
โดยสมัยนั้น เธอจบการศึกษาระดับ ปริญญาตรี พลศึกษา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
และกำลังเรียน ป.โท ด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา ที่ ม.เกษตรศาสตร์ เช่นเดียวกัน


“ตอนนั้น พี่เรียน ป.โท ที่ ม.เกษตรศาสตร์ไปด้วย เลยเลิกเล่นฮ็อกกี้
เพราะมันต้องมีไปเก็บตัวที่ต่างประเทศเป็นเดือนๆ เลย
ซึ่งก็เลยได้จังหวะ มาเล่นฟุตบอล จนติดทีมชาติไทย ครั้งฟุตบอลเอเชี่ยนเกมส์ 1998
เป็นครั้งแรกเลยนะที่ได้ติดทีมชาติฟุตบอลหญิง”

“จากนั้น พี่ก็กลับมาทำงานที่ขอนแก่น ปั้นนักกีฬากรีฑา ติดทีมชาติเยาวชนพอสมควร
ต่อมามันมีให้โรงเรียนกีฬาแต่ละแห่ง ส่งแข่งกีฬาผู้หญิง ทั้ง ฟุตบอล, ตะกร้อ
ในกิจกรรม “สามห่วงสาวจ้าวกีฬา” ของกรมพลศึกษา ทำให้พี่ต้องเริ่มทำทีมฟุตบอลส่งแข่ง
พาน้องๆ มาแข่งที่กรุงเทพฯ ซึ่งนั่นแหละที่ทำให้พี่ได้เริ่มทำทีมฟุตบอลหญิงครั้งแรก”


แม้ว่า หนึ่งฤทัย สระทองเวียน จะเริ่มเป็นครูลูกหนังเต็มตัว แต่เธอก็ยังเลือกรับใช้ชาติอยู่เสมอ
แม้รู้ว่าจะต้องเหนื่อยทั้งการขับรถไปกลับ กรุงเทพฯ-ขอนแก่น เพื่อซ้อมกับทีมชาติไทย และสอนเด็กๆ


“พี่ยังติดทีมชาติชุด ซีเกมส์, ชิงแชมป์เอเชีย และ ปรีโอลิมปิก อยู่นะ แม้ว่าจะเป็นโค้ชแล้ว
เพราะตอนนั้นพี่อายุแค่ประมาณ 26-27 ปีเอง ที่เริ่มเป็นครู ก็ทันเล่นกับพวก "นัน" สุภาพร แก้วแบน นะ
แต่สุดท้าย มีอาการบาดเจ็บ เอ็นไขว้หน้าขาด เลยต้องหยุดไปพักใหญ่
ก่อนจะกลับมาเล่นได้อีกแปปนึงก็ต้องเลิก ตอนอายุ 32 ปี”

“ตอนนั้น พี่คิดว่า จะมาทำงานเป็นโค้ชเต็มตัว เพราะเราทำทีมขอนแก่น เด็กๆ ก็ทำผลงานได้ดี
ได้แชมป์ตลอด มันเริ่มเห็นว่า สิ่งที่เราสร้าง มันเริ่มมีผลลัพท์ที่ดี เด็กๆ ได้ซึมซับอะไรต่างๆ แล้ว”


และด้วยผลงานที่จับต้องได้ มีความตั้งใจเต็มเปี่ยม หนึ่งฤทัย สระทองเวียน
ก็ได้สัมผัสการเป็นโค้ชทีมชาติครั้งแรกในชุดเยาวชน อายุไม่เกิน 14 ปี
ในยุคที่ “มาดามมล” นฤมล ศิริวัฒน์ เป็นผู้จัดการทีม


“โค้ชหนึ่ง” ทำเยาวชนให้กับทีมชาติอยู่หลายปี จนนักเตะในระดับเยาวชน
ที่ผ่านการฝึกปรือลูกหนังจากโค้ชหนึ่ง ก็ขึ้นสู่ทำเนียบทีมชาติไทย ชุดใหญ่กันแทบทั้งหมด
และในช่วงเวลาเดียวกันนั้นเอง เธอก็ได้ขึ้นคุมทีมชาติชุดใหญ่ครั้งแรก
ซึ่งทัวร์นาเมนต์แรกของเธอก็คือการพาทีมชาติไทย ไปเล่นฟุตบอลโลกได้ทันที

“ปี 2013 พี่ทำฟุตบอลหญิง ยู-16 เป็นหลัก แล้วผลงานดี ทำให้ผู้ใหญ่ลองดัน
เป็นผู้ช่วยทีมชุดใหญ่ ตอนปี 2014 ซึ่งกำลังเป็นชุดที่คัดเลือกไปฟุตบอลโลกหญิง ปี 2015
แต่ต่อมา ก็มีปัญหากัน เพราะไม่มีคนว่างทำทีมชุดใหญ่ ทางผู้ใหญ่ก็เลยให้พี่ลองขึ้นไปทำชุดใหญ่เลย
ตอนนั้นก็ตกใจมาก เราก็บอกว่า หนึ่งไม่มีประสบการณ์คุมชุดใหญ่เลยนะ
แม้ว่าเด็กพวกนี้เราจะปั้นมาเองเกือบทั้งหมด จากชุดเยาวชนที่เราดูมา 8-9 ปี”

แม้จะไร้ซึ่งประสบการณ์ในการทำทีมชุดใหญ่ แต่ด้วยความผูกพัน
และมองเห็นเด็กๆ มาระยะยาวนาน ทำให้ “โค้ชหนึ่ง” เลือกใช้วัตถุดิบที่เหมาะสมกับงาน
ปรุงแต่งออกมาได้อย่างออกรสออกชาติ จนกระทั่งสามารถพาทีมชาติไทย
เข้าสู่รอบสุดท้าย ฟุตบอลโลก หญิง ปี 2015 ได้สำเร็จ ที่ประเทศแคนาดา
หลังคว้าอันดับที่ 5 ของศึกฟุตบอลหญิงชิงแชมป์เอเชีย 2014
โดยชนะเวียดนามได้ถึงถิ่น 2-1 ในรอบตัดสินอันดับที่ 5

นั่นคือความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ของ “หนึ่งฤทัย สระทองเวียน”


ทว่าสุดท้าย เพราะ “การเรียนปริญญาเอก” อีกหนึ่งความฝันของโค้ชหนึ่ง
ก็ได้ทำให้เธอต้องเลือกเดินขนานกับน้องๆ นักเตะทีมหญิง ไปช่วงหนึ่ง หลังจบเวิลด์คัพ 2015


“พอกลับมาจากฟุตบอลโลก 2015 เราก็ไปแข่งขันปรีโอลิมปิก แล้วก็ตกรอบคัดเลือก
พี่ก็ไปบอกกับคุณแป้ง (นวลพรรณ ล่ำซำ) ว่าขอหยุดก่อนนะ
ที่หยุดนี่ไม่ใช่เพราะตกรอบหรือบอลแพ้นะ แต่ตอนนั้น พี่เรียน ปริญญาเอกอยู่
และเวลาเรียนจะไม่พอ ทำให้เรียนไม่จบ จึงขอกลับไปเรียนก่อน ซึ่งเป็นช่วงที่สมาคมฟุตบอลฯ
มีการเปลี่ยนแปลงพอดี และมีการดึง สเปนเซอร์ ไพรเออร์ เฮ้ดโค้ชต่างชาติเข้ามาทำทีม
พี่เลยได้ไปเรียน ป.เอก อย่างเต็มตัว แต่ก็ยังเป็นที่ปรึกษาให้กับทีมชุดใหญ่ และดูแล ชุด ยู-19 อยู่”


“แต่สุดท้าย โลกก็มักจะหมุนคนที่เหมาะสมที่สุด
เข้ามาอยู่ในพื้นที่ที่เหมาะสมที่สุดเสมอ”


หลังจบการศึกษา ปริญญาเอก เป็นด็อกเตอร์ด้านการบริหารการจัดการกีฬา
จากมหาวิทยาลัยราชภัฎจันทรเกษม “โค้ชหนึ่ง” ก็ได้กลับมาทำงานอีกครั้ง
ในฐานะกุนซือทีมชาติไทย ทีมหญิง ชุดใหญ่ มันเป็นความประจวบเหมาะจริงๆ
เมื่อ สเปนเซอร์ ตัดสินใจลาออก หลังจบซีเกมส์ 2017 ที่ได้แค่รองแชมป์
และ “มาสเตอร์เด็จ” จเด็จ มีลาภ ที่ถูกทาบทาม ก็ต้องไปคุมทีมการท่าเรือ เอฟซี
อีกคำรบ ในฟุตบอลไทยลีก

และรายการแรกหลังจากกลับมาคราวนี้ ก็ดันเป็น การแข่งขันชิงแชมป์เอเชีย 2018
ที่มีตั๋วฟุตบอลโลก หญิง 2019 ที่ประเทศฝรั่งเศส ให้ไขว่คว้าอีก เช่นเดียวกับ 4 ปีที่แล้ว
ที่เธอได้โอกาสคุมชุดใหญ่ครั้งแรก

และอย่างที่เราทราบกันดี บทสรุปสุดท้าย ทีมชาติไทย คว้าอันดับที่ 4 มาครองได้
พร้อมกับคว้าตั๋วลุยเวิลด์คัพหญิง ปีหน้า ชนิดที่ประทับใจแฟนบอลชาวไทยอย่างมากมาย
โดยเฉพาะเกมในรอบรองชนะเลิศ ที่สามารถเสมอแบบน่าชนะกับทีมเบอร์ 1 ของทวีป
อย่าง ออสเตรเลีย ได้ นับเป็นความภาคภูมิใจสุดๆ ของนักเตะทุกคน รวมถึงเฮ้ดโค้ชคนนี้เลยทีเดียว


นอกจากดีกรีด็อกเตอร์ด้านการจัดการกีฬาแล้ว “โค้ชหนึ่ง” ยังเป็นผู้หญิงคนเดียว
ที่ผ่านเข้ารับการอบรมโค้ช ดีกรี โปร ไลเซนส์ ซึ่งเธอมองว่า การผลิตบุคลากรลูกหนังฝั่งหญิงนั้น
ยังคงเป็นเรื่องที่ต้องพัฒนา เพื่อให้วงการฟุตบอลหญิง ยืนได้ด้วยตัวเอง อย่างมั่นคง และยั่งยืน

“พี่ว่านะ ฟุตบอลหญิง มันเริ่มพัฒนาก็ตอนที่ผู้หญิงเข้ามามีบทบาทมากขึ้น
เริ่มจากยุคที่ “พี่มล” (นฤมล ศิริวัฒน์) แล้วก็ “พี่แป้ง” (นวลพรรณ ล่ำซำ)
เพราะพวกเขาเป็นผู้หญิงด้วยกัน มีความเข้าใจ เห็นอกเห็นใจ และเอาใจใส่กัน”

“เราต้องเริ่มสร้างบุคลากรหญิงในวงการ เพื่อให้น้องๆ นักกีฬามองเห็นว่า
พวกเขามีอนาคต เล่นฟุตบอลไปแล้ว เลิกเล่นแล้ว จะสามารถทำอะไรได้ต่อ
สำหรับนักกีฬา ก็ต้องมีการสร้างลีกฟุตบอลหญิง ลีกเยาวชน เพื่อให้มีทรัพยากร
นักฟุตบอลหญิงมากกว่านี้ ต้องทำฐานให้กว้าง เพื่อให้มีปริมาณนักกีฬาเข้าสู่ระบบให้เยอะก่อน”

“สำหรับบุคลากรอื่นๆ อย่างระเบียบของ ฟีฟ่า และ เอเอฟซี อนาคตเค้าก็จะมีกำหนด
ไลเซนส์ของผู้ฝึกสอนหญิงแล้ว คือ ไม่ต้องเป็นเฮ้ดโค้ชก็ได้ แต่ต้องมีโค้ชหญิงในทีมหญิง
ที่ไลเซนส์ต่ำกว่า สำหรับไว้ดูแลนักกีฬาหญิง อย่างพี่นี่ถือว่าเป็นผู้หญิง ที่มีไลเซนส์สูง
ทำให้โค้ชผู้ชาย ไม่ต้องมีไลเซนส์สูงก็ได้”

“พอเรามีการพัฒนาบุคลากรหญิง มันก็ทำให้ เด็กๆ อยากเล่นฟุตบอลมากขึ้น
เพราะมันเห็นอนาคต พ่อแม่ก็จะกล้าส่งเสริม ไม่ใช่เล่นไปแล้วจะเป็นอะไรต่อ ก็ไม่รู้ ไม่มีอนาคตให้เค้า”

“อีกอย่าง ต้องยอมรับว่า ผู้หญิงมีเงื่อนไขบางอย่างมากกว่าผู้ชาย
เช่นเรื่องความมั่นใจของครอบครัว อย่างครอบครัวที่มีลูกผู้หญิงคนเดียว
เค้าจะซีเรียสมากนะ ตอนที่พี่อยู่ขอนแก่น ส่วนใหญ่เด็กจะมาหาพี่ก่อน
เพราะเค้ายังกลัวๆ ที่จะไปอยู่กับโค้ชผู้ชาย ผู้ปกครองจะมั่นใจในตัวเรามากกว่า
เค้าเชื่อว่า ลูกเค้าจะปลอดภัย ถ้าอยู่กับเรา เพราะเราเป็นโค้ชผู้หญิง
เค้าไม่ได้มองเรื่องความสามารถเป็นอย่างแรก
ผู้ปกครองต้องมองเรื่องความปลอดภัยของลูกหลานก่อนอยู่แล้ว
จึงจำเป็นต้องมีบุคลากรหญิงไว้ในส่วนนี้”

“อย่าง นักกายภาพ หรือ แพทย์ประจำทีม ที่ต้องมีการสัมผัสตัวกับนักกีฬา
ตามระเบียบ เค้าจะต้องให้มีผู้หญิงอย่างน้อย 1 คนแล้วนะ
ซึ่งตรงนี้ ก็อยากให้สนับสนุนการสร้างบุคลากรให้เกิดขึ้นเยอะๆ ในวงการฟุตบอลหญิง
เพื่อให้มีการต่อยอดพัฒนาวงการอย่างเป็นระบบต่อไป”


นี่คือความในใจ และชีวิตของ “โค้ชหนึ่ง” หรือ “อาจารย์หนึ่ง” หนึ่งฤทัย สระทองเวียน
ที่ผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านทุกช่วงเวลาตั้งแต่บูมสุดขีดจนตกต่ำสุดขีดของวงการ “ชบาแก้ว”
และสร้างนักเตะชั้นนำประดับวงการมากมาย จนถูกยกให้เป็นแม่พิมพ์ลูกหนังที่ดีที่สุดคนหนึ่ง
ของเมืองไทย ผู้ทำให้โลกได้รู้ว่า “ผู้หญิงไทย ก็มีดีในเชิงลูกหนัง ไม่แพ้ใครในโลกเหมือนกันนะ”


ที่มา  :  แฟนเพจช้างศึก
https://facebook.com/story.php?story_fbid=1887324661332231&id=1201280413269996
บันทึกการเข้า
KAMOLinNK
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +585/-120
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,377



| | |
« ตอบ #1 เมื่อ: พฤษภาคม 12, 2018, 07:49:57 AM »

+ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
WPP.North
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +122/-963
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,037


@พันธมิตร_ท่าน ded_ded


| | |
« ตอบ #2 เมื่อ: พฤษภาคม 12, 2018, 07:54:29 AM »

ผมอยากเธอให้เป็น ปธ.เทคนิค แทนเฮง ซ.
เพราะว่าเฮงทำทีมไทยตกรอบบอลโลกตลอด แต่เธอ เริ่มจาก 0 พาทีมไทย ญ.ไปบอลโลก ใสๆ 2 รอบ

แค่นี้ก้อรู้ละ กึ๋น ต่างกัน 55
บันทึกการเข้า
sakoncity
เชียร์บอลไทยไปด้วยกัน
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +375/-222
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,040



| | |
« ตอบ #3 เมื่อ: พฤษภาคม 12, 2018, 09:02:50 AM »

หวังว่าเราจะสร้างเซอร์ไฟรส์ในบอลโดลกได้อีกครั้ง
บันทึกการเข้า

hartmann
ฮูย่า!
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +204/-391
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,171



| | |
« ตอบ #4 เมื่อ: พฤษภาคม 12, 2018, 09:24:13 AM »

ผมอยากเธอให้เป็น ปธ.เทคนิค แทนเฮง ซ.
เพราะว่าเฮงทำทีมไทยตกรอบบอลโลกตลอด แต่เธอ เริ่มจาก 0 พาทีมไทย ญ.ไปบอลโลก ใสๆ 2 รอบ

แค่นี้ก้อรู้ละ กึ๋น ต่างกัน 55

เม้นควายๆแบบนี้ ทำไมไม่เอาข้อมูลมาลงด้วยว่าโค้ชเฮง คุมทีมชาติไทยคัดบอลโลกกี่ครั้ง ที่ตกรอบ อย่าง้างมาเดี๋ยวบั๊กบันนี่ไม่รุ้เรื่อง ฮรี่ๆ
บันทึกการเข้า

เชียร์เข้าไป พวกเรามา cheer Thailand!
WPP.North
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +122/-963
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,037


@พันธมิตร_ท่าน ded_ded


| | |
« ตอบ #5 เมื่อ: พฤษภาคม 12, 2018, 04:30:16 PM »

ผมอยากเธอให้เป็น ปธ.เทคนิค แทนเฮง ซ.
เพราะว่าเฮงทำทีมไทยตกรอบบอลโลกตลอด แต่เธอ เริ่มจาก 0 พาทีมไทย ญ.ไปบอลโลก ใสๆ 2 รอบ

แค่นี้ก้อรู้ละ กึ๋น ต่างกัน 55

เม้นควายๆแบบนี้ ทำไมไม่เอาข้อมูลมาลงด้วยว่าโค้ชเฮง คุมทีมชาติไทยคัดบอลโลกกี่ครั้ง ที่ตกรอบ อย่าง้างมาเดี๋ยวบั๊กบันนี่ไม่รุ้เรื่อง ฮรี่ๆ

ข้อมูลมีใน google หากมีมือ และครบ 10 นิ้ว จงพิมพ์เอา อย่าเอาแต่กินหญ้า 55
บันทึกการเข้า
chaiyaphum city
Thailandsusu
Jr. Member
**

คะแนนความรัก: +26/-15
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 220


อัดให้เละ


| | |
« ตอบ #6 เมื่อ: พฤษภาคม 12, 2018, 04:36:14 PM »

ผมอยากเธอให้เป็น ปธ.เทคนิค แทนเฮง ซ.
เพราะว่าเฮงทำทีมไทยตกรอบบอลโลกตลอด แต่เธอ เริ่มจาก 0 พาทีมไทย ญ.ไปบอลโลก ใสๆ 2 รอบ

แค่นี้ก้อรู้ละ กึ๋น ต่างกัน 55

เม้นควายๆแบบนี้ ทำไมไม่เอาข้อมูลมาลงด้วยว่าโค้ชเฮง คุมทีมชาติไทยคัดบอลโลกกี่ครั้ง ที่ตกรอบ อย่าง้างมาเดี๋ยวบั๊กบันนี่ไม่รุ้เรื่อง ฮรี่ๆ

ข้อมูลมีใน google หากมีมือ และครบ 10 นิ้ว จงพิมพ์เอา อย่าเอาแต่กินหญ้า 55
ลามมาถึงกระทู้นี้เลย เม้นควายๆเนี้ย
บันทึกการเข้า

พลิกแพลงได้ อะไรดีก็ทำไป ใช้ชีวิตให้คุ้ม
Doctor สลัม
อยากจะรวยจริงๆ
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +2464/-3385
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 48,505


หล่อไม่มาก แต่ท่ายากเฮียมีเยอะ


| | |
« ตอบ #7 เมื่อ: พฤษภาคม 12, 2018, 05:37:12 PM »

ขอบคุณครับ
ผมอยากเธอให้เป็น ปธ.เทคนิค แทนเฮง ซ.
เพราะว่าเฮงทำทีมไทยตกรอบบอลโลกตลอด แต่เธอ เริ่มจาก 0 พาทีมไทย ญ.ไปบอลโลก ใสๆ 2 รอบ

แค่นี้ก้อรู้ละ กึ๋น ต่างกัน 55

เม้นควายๆแบบนี้ ทำไมไม่เอาข้อมูลมาลงด้วยว่าโค้ชเฮง คุมทีมชาติไทยคัดบอลโลกกี่ครั้ง ที่ตกรอบ อย่าง้างมาเดี๋ยวบั๊กบันนี่ไม่รุ้เรื่อง ฮรี่ๆ

ข้อมูลมีใน google หากมีมือ และครบ 10 นิ้ว จงพิมพ์เอา อย่าเอาแต่กินหญ้า 55
ลามมาถึงกระทู้นี้เลย เม้นควายๆเนี้ย

พูดไม่เพราะกันเลย 
โตๆกันแล้ว หัดสำเนียกกันด้วยครับ
55+
บันทึกการเข้า

ลมหายใจคือฟุตบอล
Kokkabark
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +162/-372
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,478



| | |
« ตอบ #8 เมื่อ: พฤษภาคม 12, 2018, 06:25:44 PM »

ให้เกียรติโค้ชพาทีมชาติไทยไปบอลโลกด้วยครับ  อย่าให้มันออกทะเลเลยครับ

กระทู้ไหนๆก็ไปจับปลากับท่านประธานเทคนิคหมด
บันทึกการเข้า
Hnoo_SR102+AV161
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +715/-506
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,200



| | |
« ตอบ #9 เมื่อ: พฤษภาคม 12, 2018, 09:27:01 PM »

ที่ทีมชาติไปบอลโลกนี่คงไม่ใช่เฮ็งหลอกมั้งที่นั่งประธานเทคนิค 
บันทึกการเข้า

ลายเซ็นต์ใหญ่เกินไป
hartmann
ฮูย่า!
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +204/-391
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,171



| | |
« ตอบ #10 เมื่อ: พฤษภาคม 12, 2018, 09:30:14 PM »

ผมอยากเธอให้เป็น ปธ.เทคนิค แทนเฮง ซ.
เพราะว่าเฮงทำทีมไทยตกรอบบอลโลกตลอด แต่เธอ เริ่มจาก 0 พาทีมไทย ญ.ไปบอลโลก ใสๆ 2 รอบ

แค่นี้ก้อรู้ละ กึ๋น ต่างกัน 55

เม้นควายๆแบบนี้ ทำไมไม่เอาข้อมูลมาลงด้วยว่าโค้ชเฮง คุมทีมชาติไทยคัดบอลโลกกี่ครั้ง ที่ตกรอบ อย่าง้างมาเดี๋ยวบั๊กบันนี่ไม่รุ้เรื่อง ฮรี่ๆ

ข้อมูลมีใน google หากมีมือ และครบ 10 นิ้ว จงพิมพ์เอา อย่าเอาแต่กินหญ้า 55

๕๕๕ ไม่แน่จริง เขาให้เอาหลักฐานมายืนยัน ดำน้ำ ฮรี่ๆ ฝนตกหญ้าสูงนะ
บันทึกการเข้า

เชียร์เข้าไป พวกเรามา cheer Thailand!
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  




Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!