Thailandsusu Webboard
มิถุนายน 23, 2018, 01:29:04 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน Gallery เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เส้นทางนักสู้ของ นีล เอ็ธเธอริดจ์ นายทวารทีมชาติตากาล็อกสู่พรีเมียร์ลีกอังกฤษ  (อ่าน 799 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
NTT
ชีวิตเดินหน้าต่อไป ในใจนึกถึงแนวทางพระองค์
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +5804/-246
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,308



| | |
« เมื่อ: พฤษภาคม 08, 2018, 11:22:27 AM »

บทความจาก The Guardian 07/05/61
----------------------
----------------------

ว่า กวิน รูปร่างดีๆแล้ว เจอ เอ๊ธเธอริดจ์ ไปกินไม่ลงเหมือนกัน ขอบคุณภาพ wikipedia


Interview
Neil Etheridge: ‘I was about a week away from going back to the Philippines’
By Stuart James
Cardiff‘s goalkeeper tells of his pride in his club’s return to the Premier League and how close he was to giving up playing here
บทสัมภาษณ์
นีล เอ็ธเธอริดจ์: "ตอนนั้น(ก่อนจะเซ็นต์กับ คาร์ดิฟ ทีมน้องใหม่พรีเมียร์อังกฤษ)เหลืออีกสัปดาห์เดียวผมก็จะกลับไปฟิลิปปินส์แล้ว"
โดย สจ๊วต เจมส์
นีล เอ๊ธเธอริดจ์ นายทวารคาร์ดิฟ พูดถึงความภูมิใจที่คาร์ดิฟต้นสังกัดกลับสู่ลีกสูงสุดอังกฤษและพูดถึงอดีตที่เขาเกือบล้มเลิกความพยายามในการเล่นในอังกฤษซะแล้ว

From turning out for non-league Leatherhead to being released by Fulham, sleeping on a friend’s couch at Oldham and dipping into his own pocket to train at Charlton Neil Etheridge’s journey to the Premier League has taken him on a roundabout route that also includes racking up thousands of air miles travelling back and forth to the Philippines, where his status as the country’s most famous footballer has just been rubber-stamped.
นีล เอ็ธเธอริดจ์ นั้นผ่านร้อนผ่านหนาวมา ทั้งเคยเล่นให้ทีมนอกลีกอย่าง เลเธอร์เฮด จนมาถึงโดน ฟุลแล่ม ปล่อยตัว ยาวไปจนถึงมาสังกัด โอลแด่ม โดยอาศัยโซฟาบ้านเพื่อนเป็นที่พักพิง และเคยไร้สังกัดจนต้องออกเงินไปซ้อมเองที่ ชาร์ลตัน แต่ชีวิตของ นีล ก็มาถึงทางแยกสำคัญคือได้ร่วมทีม คาร์ดิฟ กลับสู่พรีเมียร์ลีก และบินไกลไปกลับ อังกฤษ ฟิลิปปินสื เป็นว่าเล่นในฐานะนักเตะที่มีชื่อที่สุดของทีมชาติฟิลิปปินส์

It is an inspirational story that Etheridge tells as he sits on a stage in Cardiff’s press room, still wearing his green goalkeeper’s shirt, basking in the glow of their promotion from the Championship while also reflecting on the day when he was ready to give up on the dream of carving out a career in the Football League. “I sold my house and I sold my cars and I was about a week away from going back to the Philippines,” says Etheridge, who was born in Enfield to an English father and a Filipino mother.
นีล นั่งเล่าถึงเรื่องราวชวนบันดาลกำลังใจในห้องแถลงข่าวของทีมคาร์ดิฟให้ผู้เขียนฟัง โดยที่เขายังใส่เสื้อนายประตูสีเขียวของน้องใหม่พรีเมียร์ชิพหมาดๆอย่างคาร์ดิฟ โดยเขาเล่าสะท้อนไปถึงอดีตที่เคยเกือบล้มเลิกความตั้งใจเล่นในลีกของอังกฤษเสียแล้ว เขาบอกว่า "ตอนนั้นผมขายบ้าน,ขายรถและมันก็เหลือเพียงอาทิตย์เดียวก่อนจะบินกลับฟิลิปปินส์แล้ว" เอ็ธเธอริดจ์ ที่เกิดที่ เอ็นฟิลด์ โดยมีคุณพ่อเป็น อังกฤษ และคุณแม่เป็นฟิลิปปินส์ กล่าว

The year was 2014 and Etheridge had been out of work for five months after being released by Fulham, where he made only one appearance, in a Europa League game under Martin Jol, after joining the club as a teenager from Chelsea. Asked what he did during that time without a club, Etheridge replies: “Paid for myself to train at Charlton Athletic. I was close to the goalkeeping coach there, so I just trained as hard as I could and waited. That time is all in the past now but it will never leave me because it’s made me who I am today.”
อดีตที่เอ็ธเธอริดจ์เล่าถึงว่าเกือบกลับมาตั้งรกรากที่ฟิลิปปินส์แล้วก็คือในปี 2014 ที่เขาไร้ต้นสังกัดอยู่ 5 เดือนหลังโดน ฟุลแล่ม ปล่อยตัวหลังลงสนามให้ทีมเพียงครั้งเดียว ซึ่งเกมนั้นเป้นเกมยุโรป้าลีก ภายใต้ ผจกใ ทีม มาร์ติน โยล ซึ่งเขาย้ายมาจากเชลซีมาอยู่ที่ฟุลแล่มตั้งแต่เป้นวัยรุ่น ถามว่าเขาทำอะไีในช่วงที่ไร้สังกัด นีลตอบว่า "ก็ไปซ้อมกับชาร์ลตันโดยออกเงินเอง เพราะว่าสนิทกับโค้ชประตูที่นั่นจึงได้ซ้อมและซ้อมให้หนักที่สุดแล้วก็รอคอยโอกาส มองย้อนไปนั้นตอนนี้มันเป็นอดีตไปแล้วแต่ผมจะไม่มีวันลืมอดีตที่หล่อหลอมปัจจุบันของผมเลย"

In October of that year, with patience running out and his bags packed, Etheridge received a call from out of the blue that put his flight to the Philippines on hold. “I got offered a short-term contract at Oldham, to sit on the bench,” says Etheridge, whose only game for the club was in the Johnstone’s Paint Trophy against Preston North End. “I was living on my mate’s sofa while I was there. But that’s what you’ve got to do to get by.”
ในเดือน ตุลาคม 2014 เขาก็หมดความอดทนและแพ็กกระเป๋าเตรียมโยกย้าย แต่จู่ๆเขาก็ได้รับข้อเสนอที่ทำเอาตัวเลื่อนไฟลทืบินกลับฟิลิปปินส์ "ผมได้รับข้อเสนอให้ร่วมทีมโอลแด่มในระยะสั้น เพื่อไปสำรองประตูที่นั่น" นีลซึ่งได้เล่นเพียงนัดเดียวให้โอลแด่มในเกมพบ เปรสตัน นอร์ธเอนด์ ในบอลถ้วยที่ชื่อว่า จอห์นสตัน เพนท์ "ในระหว่างที่เล่นในสัญยาระยะสั้นกับโอลแด่มนั้น ผมอาศัยนอนโซฟาบ้านเพื่อน แต่มันก็ต้องทำอย่างนั้นแหละสำหรับการอยู่ระยะสั้น"

A few days after the Preston match, Charlton asked to take Etheridge on loan and he was back at the Valley, where he broke into the first-team in December but was unable to hold down the No 1 spot and was let go at the end of the season in what was starting to sound like a familiar tale. Etheridge was 25 and, when he signed for Walsall in the summer of 2015, he had far more international caps to his name than league appearances.
ไม่กี่วันหลังเกมที่เขาลงสนามดังกล่าว ชาร์ลตันก็ขอยืมตัวเขาจึงทำให้เขาได้กลับไปที่นั่นอีกแต่ในฐานะนักเตะยืมตัวไม่ใช่ออกเงินขอซ้อมเอง และเขาก็ได้เข้าสู่ทีมตัวจริงในเดือนธันวาคมปีเดียวกันนั้นแต่ไม่สามารถยึดมือ 1 ไว้ได้จนทีมปล่อยตัวตอนจบฤดูกาลซึ่งเรื่องราวก็กลับสู่วังวนเดิมๆ ในฤดูร้อนปี 2015 เอ๊ธเธอริดจ์ในวัยเบญจเพศสังกัดทีม วอลซอล และได้ลงสนามในนามทีมชาติฟิลิปปินส์มากกว่าในนามสโมสรเป็นไหนๆ

Yet that move to Walsall proved to be the making of him as he got to play regular first-team football, clocking up close to 100 games over the next two years and prompting Neil Warnock to sign him on a free transfer in the summer in what turned out to be another piece of astute business from the Cardiff manager.
แต่การได้ย้ายมาวอลซอลทำให้เขาได้ลงเล่นเป้นประจำในทีมชุดใหญ่โดยลงไปเกือบ 100 เกมในช่วงอีก 2 ปีต่อมาและทำให้ นีล วอร์น็อค ผจก ทีมคาร์ดิฟ เซ็นต์เขามาร่วมทีมในแบบ free transfer ในฤดูร้อนปี 2017 ซึ่งถือว่าดีลนี้เป้นการสร้างมูลค่าชั้นงามของ วอร์น็อค เลยทีเดียว

“The manager brought in players that were hungry and had a point to prove,” Etheridge says. “And they are players who believe in his philosophy, which is a winning way. I think he’ll admit himself that we don’t always play the prettiest but we come out with results.”
"นีล วอร์น็อค เซ็นต์เหล่านักเตะที่มีความกระหายและต้องการพิสูจน์ตัวเองเข้ามา" นีลกล่าว "และก็ต้องเป้นเหล่านักเตะที่เชื่อในปรัชญาของวอร์น็อคด้วย ผมคิดว่าวอร์น็อคเชื่อในแนวทางที่เล่นเน้นผลการแข่งขันแม้จะสไตลืไม่สวยก็ตาม"

With 19 clean sheets Etheridge has enjoyed an excellent season and won over those Cardiff supporters who wondered whether he was up to the job. “It wouldn’t be football unless you had critics. There are always going to be doubters and people that will question you as a player but you’ve just got to get through it. It’s been a fantastic season for me. I’m still learning and I’m definitely not the finished article yet.”
ผลงาน 19 cleansheets ทำให้เอ๊ธเธอริดจ์มีความสุขกับการเล่นฤดูกาลที่ผ่านมาและเอาชนะใจแฟนบอลคาร์ดิฟที่เคยกังขาว่าเขามือถึงหรือไม่ "ถ้าไม่มีคนวิจารร์ก็ไม่ใช่ฟุตบอลสิ มันต้องมีทั้งคนที่กังขาและไม่เชื่อมือแต่ในฐานะนักบอลเราก็ต้องผ่านให้ได้ ฤดูกาลที่ผ่านมาถือว่าสุดยอดสำหรับผม ตอนนี้ผมก็กำลังเรียนรู้และยังสร้างผลงานต่อไป"

Etheridge makes a point of saying he feels a debt of gratitude to Warnock not only for signing him but also for “sticking by me throughout the season”, and he goes on to talk about how the manager “has got every player in the dressing room believing in him”. Even when Cardiff had a wobble over the festive period, losing four consecutive games, Etheridge says Warnock remained positive.
เอ๊ธเธอริดจ์ถึงกับบอกว่าเขาเป็นหนี้บุญคุณ นีล วอร์น็อค ไม่ใช่แค่ที่เซ็นต์เขามาแต่ยัง "เชื่อใจเขาตลอดทั้งฤดูกาลไ อีกด้วย และเอ๊ธเธอริดจ์ก็ร่ายยาวถึงวิธีการที่วอร์น็อคสร้างให้นักเตะเชื่อมั่นในตัว ผจก ทีมว่า "แม้ในช่วงที่ทีมผลงานแกว่ง แพ้ 4 เกมติด แต่เอ๊ธเธอริดจ์ก็บอกว่าวอร์น็อคยังคงมีทัศนคติที่เป้นบวกอยู่

Warnock has already predicted, with a smile, that Cardiff will be favourites to be relegated once the fixtures come out, and it is a measure of how their prospects are viewed that the first question Etheridge was asked when he pulled up a chair after winning promotion was whether he is going to be the busiest goalkeeper in the Premier League next season. Not that Etheridge is bothered about any negative vibes on the back of what has been a landmark season for club and country, with Cardiff’s promotion following hot on the heels of the Philippines qualifying for the Asian Cup in March.
วอร์น๊อคถึงขั้นได้คาดการณ์ว่าคาร์ดิฟเป็นเต็งตกชั้นจากพรีเมียร์ต่อเมื่อได้เห็นคิวการแข่ง และสิ่งที่เป้นตัววัดเรื่องนี้ก็คือคำถามแรกที่เ็ธเธอริดจ์ถูกถามหลังทีมได้ขึ้นชั้นก็คือ เขาจะเป็นนายทวารที่งานชุกที่สุดในพรีเมียร์หรือไม่ แต่เอ๊ธเธอริดจ์ก็ไม่ได้หัวเสียอะไรกับมุมมองลบๆหลังทีมได้รับการเลื่อนชั้นแถมทีมชาติฟิลิปปินส์ยังได้เข้ารอบสุดท้ายเอเชียนคัพอีก

Asked whether he is now the most renowned footballer from the Philippines, which is a country that pays far greater attention to sports such as boxing, basketball and billiards than football, Etheridge laughs and says: “I’d like to think so, yeah. It’s creating history... I’m very proud of my national team, we’ve got to the Asian Cup for the first time and I’m the first south-east Asian player to get promoted and, hopefully, to play in the Premier League next season.”
ต่อคำถามที่ว่าเขาคือนักบอลฟิลิปปินส์ที่ดังที่สุดใช่หรือไม่ ซึ่งฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่บ้ามวย,บาสเก็ตบอลและบิลเลียร์ดมากกว่า เอ๊ธเธอริดจืหัวเราะแล้วตอบว่า "ใช่ ผมว่างั้นมั้ง มันเป้นประวัติศาสตร์ ผมภูมิใจที่เล่นให้ฟิลิปปินส์ เราได้ไปเอเชียนคัพรอบสุดท้ายเป้นครั้งแรกและผมเป้นคนอาเซียนคนแรกที่ได้ขึ้นชั้นและหวังว่าคงจะได้เล่นพรีเมียร์ฤดูกาลหน้าครับ"

Source https://www.theguardian.com/football/2018/may/07/neil-etheridge-cardiff-city-goalkeeper-week-away-from-going-back-to-philippines
บันทึกการเข้า
โค้ช คาร์ลอส_xi (ซุ้มท่าน้ำนนท์)
งดเข้าห้องซื้อ-ขาย
Hero Member
*

คะแนนความรัก: +391/-359
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,194


FC-012 คิดถึงพ่อยี


เว็บไซต์
| | |
« ตอบ #1 เมื่อ: พฤษภาคม 08, 2018, 11:30:05 AM »

อันดับฟีฟ่าไม่มีผลหรือครับหรือว่าได้ไปชุบตัวลีกอื่นๆในยุโรปมาแล้ว
บันทึกการเข้า
Kokkabark
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +162/-372
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,476



| | |
« ตอบ #2 เมื่อ: พฤษภาคม 08, 2018, 11:38:19 AM »

อันดับฟีฟ่าไม่มีผลหรือครับหรือว่าได้ไปชุบตัวลีกอื่นๆในยุโรปมาแล้ว

เกิดที่อังกฤษนี่ครับ
บันทึกการเข้า
Kokkabark
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +162/-372
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,476



| | |
« ตอบ #3 เมื่อ: พฤษภาคม 08, 2018, 11:39:55 AM »

อันดับฟีฟ่าไม่มีผลหรือครับหรือว่าได้ไปชุบตัวลีกอื่นๆในยุโรปมาแล้ว

เกิดที่อังกฤษนี่ครับ

แถมเคยติด england u16  1 นัด
บันทึกการเข้า
บ้านผม....
Sr. Member
****

คะแนนความรัก: +131/-76
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,203



| | |
« ตอบ #4 เมื่อ: พฤษภาคม 08, 2018, 11:40:23 AM »

อันดับฟีฟ่าไม่มีผลหรือครับหรือว่าได้ไปชุบตัวลีกอื่นๆในยุโรปมาแล้ว

เกิดที่อังกฤษนี่ครับ
ลูกครึ่งอังกฤษด้วย
บันทึกการเข้า
ayeweb
Jr. Member
**

คะแนนความรัก: +13/-19
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 575


เว็บไซต์
| | |
« ตอบ #5 เมื่อ: พฤษภาคม 08, 2018, 11:49:31 AM »

รูปร่างใช้ได้เลย แจ่มๆ
บันทึกการเข้า

Doctor สลัม
อยากจะรวยจริงๆ
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +2463/-3384
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 48,461


หล่อไม่มาก แต่ท่ายากเฮียมีเยอะ


| | |
« ตอบ #6 เมื่อ: มิถุนายน 11, 2018, 09:44:25 PM »

ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า

ลมหายใจคือฟุตบอล
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  




Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!