Thailandsusu Webboard
มิถุนายน 24, 2018, 05:33:42 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน Gallery เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: มาทำความเข้าใจ ''Thailand's Way'' จาก FA Thailand (ซ้ำขออภัย)  (อ่าน 775 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
PeepoClub
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +156/-41
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,371



| | |
« เมื่อ: มีนาคม 11, 2018, 09:53:03 PM »

Credit : FA Thailand
http://www.fathailand.org/news/1878

เข้าไปอ่าน Website ของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย เห็นว่าน่าสนใจเลยเอามาให้อ่านกันครับ


House of Thai Football : Thailand’s Way แท้จริงแล้วเป็นเช่นไร
20 ก.พ. 2018 15:19:00

House of Thai Football จะพาไปรู้จักกับนิยามของคำว่า Thailand’s Way ที่กำลังจะเกิดขึ้นเป็นรูปธรรม
ประเด็นสำคัญ

แนวทางการเล่นพื้นฐานของ Thailand’s Way มีด้วยกัน 11 ข้อ ซึ่งเรียกว่า Elefant Elf มาจากภาษาเยอรมัน มีความหมายถึง ช้าง 11 ตัว
ซึ่ง Elefant Elf จะถูกนำไปต่อยอดสู่แนวทางการเล่นเป็นทีม เรียกว่า Thailand Structure Model อันเป็นแนวทางการเล่นของแต่ละตำแหน่ง และทรงบอลของแต่ละสถานการณ์
นอกจากนี้ในแต่ละตำแหน่งยังมีเกณฑ์ในเรื่องของความฟิตแบบเฉพาะเจาะจงที่จะนำมาใช้ในการคัดเลือกนักเตะทีมชาติด้วย
คำว่า Thailand’s Way ถูกค้นพบเป็นครั้งแรกในหนังสือ “Manual of Best Practices by Coach Heng”

โดยแนวทางการเล่นดังกล่าวได้ถูกจำกัดความไว้ว่า“เป็นการนำรูปแบบการเล่นของที่ต่างๆ อาทิเช่น เยอรมนี, ญี่ปุ่น, เบลเยี่ยม มาผสมผสานเพื่อให้เหมาะสมกับคนไทย มีหัวใจสำคัญคือความแข็งแกร่งทั้งร่างกายและจิตใจ รวมถึงการเล่นที่คิดเร็ว ทำเร็ว มีความดุดัน”

“Thailand’s Way มี 11 ข้อ ซึ่งผมเรียกว่า Elefant Elf เป็นภาษาเยอรมัน แปลว่า ช้าง 11 ตัว ซึ่งเอคโคโนจะเป็นฝ่ายทำหน้าที่ดูแลในการสร้างพื้นฐานให้กับเด็ก ส่วนในระดับ U-15, U-17, U-19, U-21 ก็จะเริ่มมีการนำแนวทางการเล่นแบบ Thailand’s Way มาใช้ให้เกิดรูปธรรมมากขึ้น หลังจากมีการปรับแต่งกันในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งทีมเยาวชนทุกชุดจะมีแนวทางการเล่นเหมือนกันหมด” โค้ชเฮงกล่าว

ซึ่งแนวทาง Thailand’s Way ได้ถูกปลูกฝังในการอบรมผู้ฝึกสอนทุกระดับ และจากการที่สมาคมฯ เปิดอบรมโค้ชระดับ เอ ไลเซนส์ และ โปร ไลเซนส์ เมื่อปีที่ผ่านมา ทำให้ได้โค้ชที่มีทั้งชั่วโมงบินในการคุมทีม และคุณวุฒิตามที่เอเอฟซีกำหนดสำหรับเกณฑ์ผู้ฝึกสอนทีมชาติชุดเยาวชนมากกว่า 20 คนด้วยกัน

สำหรับเกณฑ์ในการคัดเลือกโค้ชคนใหม่ ได้มีการใช้โค้ชระดับ โปร ไลเซนส์ ซึ่งเป็นระดับไลเซนส์สูงสุด เพื่อรองรับนโยบายสำหรับปี 2019

โดยในส่วนของพื้นฐาน (Basic) การเล่นของแต่ละคนจะต้องประกอบไปด้วยคุณสมบัติดังต่อไปนี้

1. Speed and Technique

มีทักษะขณะเคลื่อนไหว เคลื่อนบอลไปข้างหน้าด้วยความเร็ว ไม่มีการหยุดยืนดู

2. Toward Goal

มีการเล่นที่มุ่งหน้าเข้าหาประตูคู่ต่อสู้

3. Collective Play

มีทีมเวิร์ค รู้จักการเล่นรวมกันเป็นทีม เวลาขึ้นเกมขึ้นไปพร้อมๆกัน

4. Keep Moving

เคลื่อนที่ไปกับบอลตลอดเวลาไม่ว่าจะอยู่ใกล้บอลหรือห่างออกมา เพื่อความกระชับของรูปทรง (Shape Compact) และสมดุล (Balance) ของทีม

5. Physical Contact

มีความแข็งแกร่งทางด้านร่างกาย เพื่อไม่ให้เกิดการเสียเปรียบในการเบียดแย่งหรือครอบครองบอล

6. Dual 1 v 1

มีความสามารถในการเอาชนะในสถานการณ์ 1 ต่อ 1 ไม่ว่าเกมรุกหรือเกมรับ

7. Tactical Flexibility

มีความยืดหยุ่นทางแทคติกที่เปลี่ยนไปเพื่อรับมือกับเหตุการณ์ต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นในสนามหลากหลายรูปแบบ

8. Regain the Ball Quickly

แย่งบอลได้รวดเร็ว เวลาบอลเสียต้องแย่งคืนกลับมา ไม่ใช่ยืนดู

9. Hungry for Goal

มีความกระหายที่จะทำประตูคู่ต่อสู้ตลอดเวลา

10. Competitive Mentality

มีหัวจิตหัวใจที่ไม่ยอมแพ้ แม้จะตกอยู่ในสถานการณ์ที่ตามหลัง

11. Winning Mentality

มีความเป็นผู้ชนะทั้งในและนอกสนาม ใส่ใจรายละเอียดในการซ้อม เพื่อให้ตนเองสามารถเอาชนะในทุกๆ นาทีที่ลงแข่งขัน




จากพื้นฐานส่วนบุคคลสู่การเล่นเป็นทีม

เมื่อเด็กแต่ละคนได้รับการปูพื้นฐานครบทั้ง 11 ข้อ ก็จะเข้าสู่การเล่นโครงสร้างการเล่นเป็นทีม (Thailand Structure Model) ซึ่งมีการกำหนดโครงสร้างถึงแนวทางการเล่นในแต่ละตำแหน่ง รวมถึงทรงบอลในแต่ละสถานการณ์ อาทิเช่น

Elephant Build-up - การตั้งเกม

Elephant Deep Defense - การถอยลงมารับต่ำ

Elephant High Defense - การกดดันจากแดนบน

Elephant Defense - การเล่นเกมรับในแดนกลาง

Elephant Defensive Transition - การเล่นเกมรับขณะเสียบอล

Elephant Offensive Transition - การเปลี่ยนจากรับเป็นรุก

ซึ่งทุกๆ จังหวะการเล่นไม่ว่าจะเป็น การผ่านบอลกันอย่างรวดเร็วและมีเป้าหมาย, การเล่นบอลระหว่างแดนกลางกับแดนหลังของคู่ต่อสู้, การเปลี่ยนแกน, การเปลี่ยนจากรับไปรุกในแดนคู่ต่อสู้, การเล่นอยู่ข้างหลังแนวรับคู่ต่อสู้, การขึ้นเกมทางปีก, การตั้งเกมจากข้างหลัง, การวิ่งทะลุจากด้านหลัง, จ่ายทะลุช่อง ทั้งหมดนี้จะถูกผสมผสานเข้าด้วยกันเป็น Thailand Set

โดยรูปแบบการเล่นทั้งส่วนบุคคลและส่วนของทีมจะเป็นพิมพ์เขียวเหมือนกันหมด เหมือนกับเยอรมนีและญี่ปุ่น ที่ตั้งแต่ระดับรากหญ้า, โรงเรียน, สโมสร รวมถึงทีมชาติ ใช้แนวทางอย่างเดียวกัน

“มันคือพื้นฐานสากล ที่เมื่อคุณได้ซึมซับปรัชญาเข้าไปแล้ว คุณจะสามารถเล่นในระบบใดก็ได้หมด ไม่ว่าจะเป็น 4-3-3, 3-5-2, 4-5-1 หรือ 4-4-2 และเวลาที่นักฟุตบอลไปเล่นทีมชาติก็จะไม่มีปัญหาในการปรับตัว เป็นการพัฒนามาตรฐานฟุตบอลไทยทั้งระบบด้วย” วิทยา เลาหกุล กล่าวเสริม



การพัฒนาในแต่ละช่วงอายุ

ตามมาตรฐานสากลแล้ว การเริ่มต้นฝึกฟุตบอลในแต่ละช่วงอายุมีผลแตกต่างกัน หากเริ่มตั้งแต่ 5 ขวบ ก็จะมีโอกาสพัฒนาไปสู่ระดับโลก 7 ขวบก็มีโอกาสพัฒนาไปสู่ระดับนานาชาติ ถ้าเกินไปกว่านั้น โอกาสที่จะฝึกฝนและพัฒนาตัวเองสู่ระดับสากลก็จะมีน้อยลงไป

โดยช่วงอายุระหว่าง 5-8 ขวบเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้ฝึกทักษะความสามารถเฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็นการเดาะบอล, รับ-ส่งบอล, เลี้ยงบอล, การยิงประตู

ขณะที่ช่วงอายุระหว่าง 9-12 ขวบ ก็จะถูกสอนในเรื่องของความเข้าใจในเกม ซึ่งตรงนี้จะถูกเติมด้วยการเคลื่อนที่, การขึ้นเกม และการเข้าทำ เพื่อช่วยเรื่องการตัดสินใจ

ส่วนในช่วงอายุ 13-14 ปี ช่วงอายุนี้จะลงรายละเอียดในวิธีการเล่นเกมรุกและรับมากขึ้น รวมถึงแทคติกที่เริ่มซับซ้อน นอกจากนี้ยังรวมไปถึงสมรรถภาพทางร่ายกายทั้งความเร็ว ความคล่องตัว และสรีระ เพราะจะเป็นช่วงที่กระดูกยืด

ขยับขึ้นมาจะเป็นช่วงอายุระหว่าง 15-18 ปี ที่จะเริ่มเข้าโปรแกรมฝึกซ้อมแบบทีมชุดใหญ่ นอกจากนี้ยังมีโปรแกรมฝึกซ้อมพิเศษเพื่อพัฒนาในด้านร่างกายหลังซ้อม เช่น การวิ่ง สปีด และการยกน้ำหนัก เป็นต้น และถ้าหากผ่านจุดนี้ไปแล้วก็จะได้นักฟุตบอลที่มีความพร้อมทั้งร่างกาย, ทักษะ และจิตใจเมื่ออายุ 19 ปี



“ความฟิต” คือกุญแจสำคัญ

การที่จะสามารถเล่นได้ตามแนวทางของ Thailand’s Way จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอาศัยความฟิตของนักกีฬา เนื่องจากการเล่นอันดุดัน น่าเกรงขาม จะต้องมีแรงกำลังในการบดคู่แข่งตลอดทั้ง 90 นาที

“ในอนาคต นักฟุตบอลที่จะติดทีมชาติ ต้องมีค่า VO2 Max ไม่น้อยกว่า 60 Ml/Kg/Min. เพราะทักษะที่ใช้ใน Thailand’s Way นั้นเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กับความฟิตเกือบทุกอย่าง” โค้ชเฮงอธิบาย

โดยในตำแหน่งฟูลแบ็ค จะต้องวิ่งได้ระยะทางไม่น้อยกว่า 11.22 กม. สปรินท์ได้ระยะทางไม่น้อยกว่า 350 เมตร และไม่น้อยกว่า 54 ครั้ง ส่วนเซ็นเตอร์ฮาล์ฟจะต้องวิ่งได้ไม่น้อยกว่า 10.32 กม. สปรินท์ ได้ 211 เมตร ไม่น้อยกว่า 33 ครั้ง

ขยับมาที่กองกลางกันบ้าง คนเป็นมิดฟิลด์ตัวกลางจะต้องวิ่งได้ไม่น้อยกว่า 11.73 กม. สปรินท์ได้ไม่น้อยกว่า 302 เมตร ไม่น้อยกว่า 49 ครั้ง ส่วนคนที่เป็นปีกจะต้องวิ่งได้ไม่น้อยกว่า 11.70 กม. สปรินท์ได้ไม่น้อยกว่า 430 เมตร ไม่น้อยกว่า 63 ครั้ง

ขณะที่กองหน้าจะวิ่งได้ไม่น้อยกว่า 10.72 กม. สปรินท์ได้ไม่น้อยกว่า 351 เมตร และทำได้ไม่น้อยกว่า 51 ครั้ง

เรียกได้ว่าทุกรายละเอียดที่ Thailand's Way พยายามจะระบุลงไป ก็เพื่อจะสามารถนำไปใช้ได้จริงในสนามให้มากที่สุดนั่นเอง

 

เขียน/เรียบเรียง : ศุภโชค อ่วมกลัด

ที่ปรึกษา : พาทิศ ศุภะพงษ์

ส่วนตัวมองว่าก็เป็นการเริ่มต้นที่ดี มาช้าหน่อยแต่ก็มา คงต้องให้เวลากันสักพัก เมื่อระบบต่างๆถูกวางอย่างเป็นระบบทีละน้อยๆ เช่นการอบรมโค้ชทุกระดับที่มีมากขึ้นทุกปี และการประกาศ Training calendar สำหรับปี 2018 ที่ถูกวางไว้ตั้งแต่ต้นปียันปลายปี ตามลิ้งค์นี้

http://www.fathailand.org/training-course

มีส่วนติติงนิดหนึ่งคือ.....

สำหรับคุณสมบัติของผู้ที่ต้องการเข้าร่วมอบรมในหลักสูตร AFC Coaching Course มีดังนี้;
1.1 คุณสมบัติผู้เข้าอบรม AFC ‘C’ Certificate Coaching Course
- ใบประกาศนียบัตร T – License (ก่อนปี 2016) หรือ FA Thailand Introductory Course
- ประวัติการเล่นฟุตบอลส่วนตัว (CV)
- มีสภาพร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง และไม่มีโรคประจำตัวที่เป็นอุปสรรคต่อการเข้าอบรม
- เข้าอบรมได้ครบถ้วนตามระยะเวลาที่กำหนด
- มีพฤติกรรมการมีส่วนร่วมในการอบรมที่ดี
- มีความมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้ฝึกสอนฟุตบอล
- มีความสามารถในการสอนฟุตบอล ระดับรากหญ้า, เยาวชน และอื่นๆ
- มีความสามารถในการอ่านและเขียนได้

การที่จะสามารถสมัครอบรม AFC ‘C’ Certificate Coaching Course เข้าใจว่าต้องได้ FA Thailand Introductory Course แต่ไม่มีระบุในปฏิทินการฝึกอบรมของสมาคม เลยอาจทำให้ผู้สนใจที่จะเข้ารับการอบรมอย่างเช่นผม ไม่ทราบว่าจะต้องไปสมัครที่ไหนอย่างไร (อาจต้องโทรไปถามเอง) หากมีสมาชิกท่านใดทราบรบกวนแจ้งด้วยนะครับ






บันทึกการเข้า
Silicon S.KW. One
ไม่ถูกควบคุมความประพฤติตลอดชีพ
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +627/-280
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,722


พอใจเท่าที่มี...ยินดีเท่าที่ได้


เว็บไซต์
| | |
« ตอบ #1 เมื่อ: มีนาคม 11, 2018, 10:01:50 PM »

Thailand's way ที่บอกมาเนี่ย มันคุณสมบัติของทีมชั้นนำของโลกเขาฝึก เขาเล่นกันมานานแล้ว
เราก็เริ่มกันซะทีก็ดี ยิ่งความฟิตเนี่ย เราเล่นเมืองร้อน ถ้าเราฟิตได้นะ ที่ไหนในโลกก็สบายครับ
บันทึกการเข้า
paradize_9 level
Jr. Member
**

คะแนนความรัก: +43/-18
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 560


| | |
« ตอบ #2 เมื่อ: มีนาคม 11, 2018, 10:21:02 PM »

11 ข้อถ้าทำได้จริง จะเป็นอะไรที่ฟินสุดๆ เลย ....โดยเฉพาะข้อ 10 และข้อ 11
คนเชียร์ ได้เชียร์บอลสนุก แน่ๆ ครับ  ...หรือถ้าแพ้  ก็ไม่เสียใจ เพราะได้สู้เต็มที่แล้ว
บันทึกการเข้า
hartmann
ฮูย่า!
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +204/-391
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,171



| | |
« ตอบ #3 เมื่อ: มีนาคม 11, 2018, 11:03:09 PM »

ผมได้ไปรับฟังในรายการ FA Thailand youth festival 2018 ที่ ม.กรุงเทพธนบุรี มานะ

มันเป็นสิ่งที่ควรจะถูกบรรทึกลงหนังสือพร้อมวิธีการแล้วพิมพ์แจก ไม่ใช่มากั๊กไว้
ถามว่าเอกสาร หนังสือ คัมภีร์เก้าอิม มันไปอยู่ที่ใครบ้าง หรือเป็นแค่กระแสสร้างผลงาน
ของดี ควรจะออกมาสู่ภายนอกบ้างนะครับ จะได้เลิกมโนหรือสื่อเอาไปตีเล่น ทำสงครามไม่ได้เนื้อ

อนาคตมี พรบ. ผู้ฝึกสอนก็จริง แต่ถ้ายังหาคนรับอบรมผู้ฝึกสอนกันไม่ทัน ก็ควรจะให้ตำราเขาไปเตรียมตัวกันนะครับ
พอมีเวลา สถานที่มาอบรม มันจะได้ไปกับหลักสูตรได้ราบรื่น ตั้ง 6 วันแนะ Into course หรือ T-License
บันทึกการเข้า

เชียร์เข้าไป พวกเรามา cheer Thailand!
tui
Sr. Member
****

คะแนนความรัก: +96/-633
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,597


Tui


| | |
« ตอบ #4 เมื่อ: มีนาคม 11, 2018, 11:41:24 PM »

พอเถอะเอาผลงานมาว่ากัน...ส่วนไอ้แผนการนโยบายใครๆผมว่าก็เขียนได้
บันทึกการเข้า

บอลไทยน่ะติดตาม...แต่บอลนอกโปรดอย่าถาม...เพราะไม่รู้เรื่องจริงๆ..
FlyingDutchManZ
"...ฟุตบอล ชีวิต และมิตรภาพ..."
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1761/-997
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 36,469



เว็บไซต์
| | |
« ตอบ #5 เมื่อ: มีนาคม 12, 2018, 08:53:33 AM »

ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
KaRaKaSaNG
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +865/-175
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,311


| | |
« ตอบ #6 เมื่อ: มีนาคม 12, 2018, 09:14:00 AM »

ดีครับ ถ้าจะพูด(เขียน)ให้เป็นภาษาไทยทั้งหมดจะดีกว่านี้
บันทึกการเข้า
tonmania
Thailandsusu
Jr. Member
**

คะแนนความรัก: +138/-49
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 551



| | |
« ตอบ #7 เมื่อ: มีนาคม 12, 2018, 10:02:44 AM »

ไม่มีแนวทางแล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าต้องเดินไปทางไหน ไปถูกหรือไปผิด อย่างน้อยมันก็ต้องมีป้ายบอกทางว่าไทยแลนด์เวย์ต้องไปทางนี้  อย่างน้อยก็ขอให้เริ่มออกเดินทางกัน ซักวันมันต้องไปถึงจุดหมายที่ตั้งไว้
บันทึกการเข้า
godNorthstar
Jr. Member
**

คะแนนความรัก: +126/-107
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 639



| | |
« ตอบ #8 เมื่อ: มีนาคม 12, 2018, 10:05:27 AM »

พอเถอะเอาผลงานมาว่ากัน...ส่วนไอ้แผนการนโยบายใครๆผมว่าก็เขียนได้

ลองเขียนให้ดูหน่อย ที่ว่าใครๆก็เขียนได้
บันทึกการเข้า
โต้หิมะ ณ ปราการ
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1176/-428
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,872


ผมอยากเห็นคนไทยรักครอบครัวแบบผม


| | |
« ตอบ #9 เมื่อ: มีนาคม 19, 2018, 04:41:45 PM »

น่าจะลองเอาการฝึกความฟิตของมวยไทยมาประยุกต์นะ   ฟิตตั้งแต่เยาวชนเลย
บันทึกการเข้า

MRWITCH
Jr. Member
**

คะแนนความรัก: +35/-19
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 561



| | |
« ตอบ #10 เมื่อ: มีนาคม 19, 2018, 06:35:07 PM »

ในเรื่องความฟิต  ในความเป็นนักกีฬามันต้องฟิตมาตั้งนานแล้วนะครับ  แต่ทั้งนี้มันก็ขึ้นอยู่กับนักเตะด้วยครับว่ามีระเบียบวินัยแค่ไหน   สุดท้ายก็อยู่ที่โค้ชแหล่ะครับว่าเลือกที่จะเอาใครลง  เห็นบางคนไม่ฟิตก็ยังชอบให้ลงจัง
บันทึกการเข้า

เข้ามาเสพข่าว
PATRIOT of SIAM
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +192/-143
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 3,426


| | |
« ตอบ #11 เมื่อ: มีนาคม 19, 2018, 06:47:21 PM »

ดูดีเลยครับ ชอบตรงที่กำหนดความฟิตนี่แหละ

ต่อไปคงจะไม่มีเด็กเส้น

อยากให้เอามาใช้กับสโมสรด้วย

บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  




Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!