Thailandsusu Webboard
สิงหาคม 19, 2018, 06:33:50 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน Gallery เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: คะแนน AFC MA Ranking ล่าสุด ไทยขึ้นมาสูสีกับออสแล้ว  (อ่าน 28692 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
-3-
why so serious?
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +135/-1038
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,215


เถียงไม่ได้ ให้กดลบนะครับ ฮี่ๆๆ


| | |
« เมื่อ: มกราคม 29, 2018, 02:29:22 PM »

คะแนน AFC MA Ranking ล่าสุด 23 ม.ค. หลังจากแข่ง ACL รอบคัดเลือกรอบ 2 เสร็จ

https://footyrankings.com/afc-ranking/crank2018/

จากเดิมที่เคยอยู่ห่าง 20 กว่าแต้ม ตอนนี้เบียดขึ้นมาตามหลังออสแค่ 7 แต้มละ เพราะคะแนนจะคิดแค่ของ 4 ปีล่าสุด ทำให้คะแนนมหาศาลของออสจากปี 2014 ที่ Western Sydney ได้แชมป์ก็จะหายไปแล้ว

ถ้ารอบแบ่งปีนี้กลุ่มทีมจากไทยเก็บคะแนนได้เยอะๆ และออสพลาดอีกแบบปีที่แล้ว มีโอกาสแซงได้เลยนะ (นี่ถ้าไม่เอาคะแนนทีมชาติมาคิด จะยิ่งสูสีกว่านี้อีก)

cr: https://pantip.com/topic/37325363

--------------------------------------

ปีนี้ถ้าออสหลุดออกทะเลอีก เรามีลุ้นแซงแน่นอน เพราะถ้าไม่คิดคะแนนทีมชาติ เราจะห่างจากออสแค่ 0.5 คะแนนเท่านั้น
บันทึกการเข้า

ฮี่ๆๆ
PTTrayong
Thailandsusu-VIP
Hero Member
***

คะแนนความรัก: +1786/-806
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 17,810


| | |
« ตอบ #1 เมื่อ: มกราคม 29, 2018, 02:43:15 PM »

ออส ต้องหวังพึ่ง ซิดนี่ย์ เอฟซี ซึ่งเป็นทีมฟอร์มดีในลีก และสายง่ายกว่า เมลเบิร์น วิกตอรี่ ส่วนเรา บุรีรัมย์ ยู อย่างเดียว อาจมีเมืองทอง มาช่วย ถ้าผ่านรอบคัดเลือก มาได้
บันทึกการเข้า

GuM
Jr. Member
**

คะแนนความรัก: +35/-13
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 261



| | |
« ตอบ #2 เมื่อ: มกราคม 29, 2018, 02:44:05 PM »

+1 ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
godNorthstar
Jr. Member
**

คะแนนความรัก: +127/-109
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 640



| | |
« ตอบ #3 เมื่อ: มกราคม 29, 2018, 02:58:36 PM »

ออส ต้องหวังพึ่ง ซิดนี่ย์ เอฟซี ซึ่งเป็นทีมฟอร์มดีในลีก และสายง่ายกว่า เมลเบิร์น วิกตอรี่ ส่วนเรา บุรีรัมย์ ยู อย่างเดียว อาจมีเมืองทอง มาช่วย ถ้าผ่านรอบคัดเลือก มาได้
เมืองทองมีโอกาสสูงน่าจะผ่านนะครับ เตรียมตัวดี
ส่วนใหญ่ทีมจากญี่ปุ่นอยู่ช่วงปรีซีซั่น และมักเล่นได้ไม่ดีหรือออกทะเลไปเลย ในช่วงนี้ในรายการ ACL สังเกตมา 3-4 ปีหลัง
บันทึกการเข้า
Anamai
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +309/-147
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,202



| | |
« ตอบ #4 เมื่อ: มกราคม 29, 2018, 03:02:59 PM »

เมืองทองถ้าเข้ารอบแบ่งกลุ่มได้ เหมือนจะงานเบากว่าบุรีรัมย์นะ
บันทึกการเข้า
etai
Full Member
***

คะแนนความรัก: +64/-55
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 721



| | |
« ตอบ #5 เมื่อ: มกราคม 29, 2018, 03:05:23 PM »

มท.-ชร. สู้เลยพวก หลุดเข้าไปให้ได้ อีกนิดเดียว ส่วน บรร.ทำให้ได้ 10แต้มตามที่ท่านประธานกล่าวไว้เลย
บันทึกการเข้า
Jommann_Buu
╭∩╮(︶︿︶)╭∩╮
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +298/-585
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,897


คนเรามีทั้งดีและเลว..ก็เหมือนจอมมารบูที่มีทั้งร่างดีและร่างเลว


เว็บไซต์
| | |
« ตอบ #6 เมื่อ: มกราคม 29, 2018, 03:12:42 PM »

เะมืองทองถ้าหลุดเข้าแบ่งกลุ่มได้  มีโอกาสโกยแต้มให้ประเทศเราเยอะเลย กลุ่มที่จะอยู่ไม่หนักหนาเท่าไร
บันทึกการเข้า
331807
Sr. Member
****

คะแนนความรัก: +69/-149
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,835


กรูปรีพลัดถิ่น 132


เว็บไซต์
| | |
« ตอบ #7 เมื่อ: มกราคม 29, 2018, 03:20:16 PM »

+1
บันทึกการเข้า

กรูปรีพลัดถิ่น 132
Anon25_Inburi Sr
Skyrocket car
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +368/-355
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10,511



| | |
« ตอบ #8 เมื่อ: มกราคม 29, 2018, 03:38:06 PM »

อยากได้โควต้า2+1 หรือ2+2
บันทึกการเข้า

T_Bunny@BEC.TERO
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +859/-732
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,295


รถไฟวิ่งบนราง เฌอปราง วิ่งอยู่ในใจ


| | |
« ตอบ #9 เมื่อ: มกราคม 29, 2018, 03:41:15 PM »

ออสฯ จะยิ่งคะแนนฮวบไปอีก เพราะบริสเบน รอว์ ดันไปแพ้ฟิลิปปินส์รอบคัดเลือกรอบ 2 อีกต่างหาก

ถ้า มท ผ่านเข้ารอบแบ่งกลุ่ม แล้วช่วยกันทำคะแนนกับ บรร ปีหน้าออสฯ มีสิทธิ์โดนแซง
บันทึกการเข้า

กิจกรรมวันหยุด ขอดูบอลไทยก็พอแล้วว/Users/KURON/Desktop/mourn.png
siamesecat
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +483/-374
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,101



| | |
« ตอบ #10 เมื่อ: มกราคม 29, 2018, 03:58:47 PM »

ลุ้นๆๆๆๆๆ เอา 2+2
ในลีกจะได้เข้มข้น ทะลักจุดเดือด ฮี่ๆ
บันทึกการเข้า

What doesn't kill you makes you stronger, stronger
sakoncity
เชียร์บอลไทยไปด้วยกัน
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +401/-232
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,532



| | |
« ตอบ #11 เมื่อ: มกราคม 29, 2018, 04:10:24 PM »

ลุ้นๆ ขอให้ มท. และ ชร. ทำผลงานดีๆผ่านเข้ารอบแบ่งกลุ่มให้ได้นะครับ
บันทึกการเข้า

kidz กลุ่มเสื้อบอลไทย168
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +549/-153
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,234



| | |
« ตอบ #12 เมื่อ: มกราคม 29, 2018, 05:31:45 PM »

ผมเอาใจช่วยเมืองทอง-เชียงรายเต็มที่
บันทึกการเข้า

-3-
why so serious?
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +135/-1038
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,215


เถียงไม่ได้ ให้กดลบนะครับ ฮี่ๆๆ


| | |
« ตอบ #13 เมื่อ: มกราคม 29, 2018, 06:22:45 PM »

อยากได้โควต้า2+1 หรือ2+2

แซงออสได้นี่คือ 2+2 เลยนะครับ

เพราะจริงๆ แล้วออสก็ได้ 2+2 แต่ทีมในลีกไม่พอ (3 ทีมต่อ 1 โควต้า) เลยได้แค่ 2+1

บรร ขอให้ได้ 10 แต้มตามที่คาดครับ ถ้าเมืองทองหรือเชียงรายไม่ผ่าน บรร ก็จะยิ่งเก็บแต้มเต็มไม่ต้องหารอีก คราวนี้น่าจะชดเชยคะแนนในปี 2016 ได้

แล้วก็รอปี 2020 จะไม่เอาคะแนนปี 2016 มาคำนวณ ถึงตอนนั้นก็ไม่คิดคะแนนทีมชาติแล้วด้วย มีลุ้นครับ
บันทึกการเข้า

ฮี่ๆๆ
PTTrayong
Thailandsusu-VIP
Hero Member
***

คะแนนความรัก: +1786/-806
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 17,810


| | |
« ตอบ #14 เมื่อ: มกราคม 29, 2018, 06:38:33 PM »

อยากได้โควต้า2+1 หรือ2+2

แซงออสได้นี่คือ 2+2 เลยนะครับ

เพราะจริงๆ แล้วออสก็ได้ 2+2 แต่ทีมในลีกไม่พอ (3 ทีมต่อ 1 โควต้า) เลยได้แค่ 2+1

บรร ขอให้ได้ 10 แต้มตามที่คาดครับ ถ้าเมืองทองหรือเชียงรายไม่ผ่าน บรร ก็จะยิ่งเก็บแต้มเต็มไม่ต้องหารอีก คราวนี้น่าจะชดเชยคะแนนในปี 2016 ได้

แล้วก็รอปี 2020 จะไม่เอาคะแนนปี 2016 มาคำนวณ ถึงตอนนั้นก็ไม่คิดคะแนนทีมชาติแล้วด้วย มีลุ้นครับ

จริงๆ เหมือน 3+1 เลยมากกว่า เพราะ เราจะได้สิทธิ เป็นเจ้าบ้านในรอบคัดเลือก ครั้งสุดท้าย 1 ทีม ซึ่งโอกาสผ่านเยอะมาก เจอทีมเวียดนาม ฮ่องกง มาเลเซีย อินโด เราเชื่อว่ามีโอกาสผ่านมากกว่าไม่ผ่าน อย่าซวยแค่เจอ ออสซี่ เป็นพอ (แต่เจอออสซี่ก็ไม่แย่ ได้เล่นในบ้านมีโอกาสชนะได้)
บันทึกการเข้า

racz
Sr. Member
****

คะแนนความรัก: +201/-171
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,344



| | |
« ตอบ #15 เมื่อ: มกราคม 29, 2018, 07:26:38 PM »

อยากได้โควต้า2+1 หรือ2+2

แซงออสได้นี่คือ 2+2 เลยนะครับ

เพราะจริงๆ แล้วออสก็ได้ 2+2 แต่ทีมในลีกไม่พอ (3 ทีมต่อ 1 โควต้า) เลยได้แค่ 2+1

บรร ขอให้ได้ 10 แต้มตามที่คาดครับ ถ้าเมืองทองหรือเชียงรายไม่ผ่าน บรร ก็จะยิ่งเก็บแต้มเต็มไม่ต้องหารอีก คราวนี้น่าจะชดเชยคะแนนในปี 2016 ได้

แล้วก็รอปี 2020 จะไม่เอาคะแนนปี 2016 มาคำนวณ ถึงตอนนั้นก็ไม่คิดคะแนนทีมชาติแล้วด้วย มีลุ้นครับ

จริงๆ เหมือน 3+1 เลยมากกว่า เพราะ เราจะได้สิทธิ เป็นเจ้าบ้านในรอบคัดเลือก ครั้งสุดท้าย 1 ทีม ซึ่งโอกาสผ่านเยอะมาก เจอทีมเวียดนาม ฮ่องกง มาเลเซีย อินโด เราเชื่อว่ามีโอกาสผ่านมากกว่าไม่ผ่าน อย่าซวยแค่เจอ ออสซี่ เป็นพอ (แต่เจอออสซี่ก็ไม่แย่ ได้เล่นในบ้านมีโอกาสชนะได้)
ไม่ใช่นะครับ เจ้าบ้านนัดท้ายมีสี่นัด มีสี่ทีมดังนี้ครับ
1.ทีมที่สี่ของชาติที่ 1 ปัจจุบันคือเกาหลี
2.ทีมที่สี่ของชาติที่ 2 ปัจจุบันคือญี่ปุ่น
3.ทีมที่สามของชาติที่ 3 ปัจจุบันคือจีน
4.ทีมที่สี่ของชาติที่ 3 ปัจจุบันคือจีน
สรุปเราแซงออสได้จะเป็นชาติที่สี่แทนออสครับ
แต่คัดเลือกรอบสุดท้ายต้องไปเยือนอยู่ดี ต้องเป็นชาติที่สามครับถึงได้เล่นในบ้าน
ถ้าตามระบบปัจจุบันนะครับ
บันทึกการเข้า

เจ้าจอม
PTTrayong
Thailandsusu-VIP
Hero Member
***

คะแนนความรัก: +1786/-806
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 17,810


| | |
« ตอบ #16 เมื่อ: มกราคม 29, 2018, 07:37:07 PM »

อยากได้โควต้า2+1 หรือ2+2

แซงออสได้นี่คือ 2+2 เลยนะครับ

เพราะจริงๆ แล้วออสก็ได้ 2+2 แต่ทีมในลีกไม่พอ (3 ทีมต่อ 1 โควต้า) เลยได้แค่ 2+1

บรร ขอให้ได้ 10 แต้มตามที่คาดครับ ถ้าเมืองทองหรือเชียงรายไม่ผ่าน บรร ก็จะยิ่งเก็บแต้มเต็มไม่ต้องหารอีก คราวนี้น่าจะชดเชยคะแนนในปี 2016 ได้

แล้วก็รอปี 2020 จะไม่เอาคะแนนปี 2016 มาคำนวณ ถึงตอนนั้นก็ไม่คิดคะแนนทีมชาติแล้วด้วย มีลุ้นครับ

จริงๆ เหมือน 3+1 เลยมากกว่า เพราะ เราจะได้สิทธิ เป็นเจ้าบ้านในรอบคัดเลือก ครั้งสุดท้าย 1 ทีม ซึ่งโอกาสผ่านเยอะมาก เจอทีมเวียดนาม ฮ่องกง มาเลเซีย อินโด เราเชื่อว่ามีโอกาสผ่านมากกว่าไม่ผ่าน อย่าซวยแค่เจอ ออสซี่ เป็นพอ (แต่เจอออสซี่ก็ไม่แย่ ได้เล่นในบ้านมีโอกาสชนะได้)
ไม่ใช่นะครับ เจ้าบ้านนัดท้ายมีสี่นัด มีสี่ทีมดังนี้ครับ
1.ทีมที่สี่ของชาติที่ 1 ปัจจุบันคือเกาหลี
2.ทีมที่สี่ของชาติที่ 2 ปัจจุบันคือญี่ปุ่น
3.ทีมที่สามของชาติที่ 3 ปัจจุบันคือจีน
4.ทีมที่สี่ของชาติที่ 3 ปัจจุบันคือจีน
สรุปเราแซงออสได้จะเป็นชาติที่สี่แทนออสครับ
แต่คัดเลือกรอบสุดท้ายต้องไปเยือนอยู่ดี ต้องเป็นชาติที่สามครับถึงได้เล่นในบ้าน
ถ้าตามระบบปัจจุบันนะครับ

ที่จริง ออสเตรเลีย ต้องได้โควต้า 2+2 คือ มี 1 ทีมเล่นในบ้านในรอบคัดเลือก ครั้งที่สาม เป็นของรองแชมป์ในลีก และ 1 ทีมเล่นในรอบคัดเลือก ครั้งที่สอง เป็นอันดับที่ 3 ในลีก แต่อนิจาในลีกออสเตรเลียมีแค่ 10 ทีม ซึ่งเอเอฟซีจำกัดไว้แล้วว่า ต้องมีทีมตัวแทนประเทศแค่ 25 % ในลีก โควต้าออสเตรเลียเลยโดนตัดเอา รอบคัดเลือก ครั้งที่สาม ออกไป จึงเหลือ 2+1 แล้วเอา +1 ทีเหลือยกให้จีนที่ได้ที่ 4 ไป และโควต้าปีนี้ยังใช้ของรอบประเมินปี 2016 อยู่ครับ ทีมในลีกจีนตอนนั้นยังได้อันดับ 4 ครับผม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 29, 2018, 07:40:26 PM โดย PTTrayong » บันทึกการเข้า

โกโบริ
Veitnamsusu
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +197/-411
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,402



| | |
« ตอบ #17 เมื่อ: มกราคม 29, 2018, 09:14:05 PM »

ถ้าเราได้ 2+2 นี่ ไอ้ +2 คือรอเปิดบ้านเตะนัดเดียวรึป่าว
บันทึกการเข้า

THAI IS THAI WE ARE NOT ASEAN
PTTrayong
Thailandsusu-VIP
Hero Member
***

คะแนนความรัก: +1786/-806
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 17,810


| | |
« ตอบ #18 เมื่อ: มกราคม 29, 2018, 09:25:05 PM »

ถ้าเราได้ 2+2 นี่ ไอ้ +2 คือรอเปิดบ้านเตะนัดเดียวรึป่าว

ที่จริงต้องเรียก 2+1+1+0 ถึงจะถูกที่สุด คือ +1 อันแรกได้เตะในบ้านนัดเดียวใน รอบคัดเลือก ครั้งสุดท้าย, +1 อันถัดมา อันนี้ต้องเตะ 2 นัด คือ รอบคัดเลือก ครั้งที่สอง เตะในบ้าน และไปเยือนใน รอบคัดเลือก ครั้งสุดท้าย อย่างที่เราคุ้นเคย และ +0 ซึ่งเราไม่มีโควต้าเตะรอบคัดเลือก ครั้งแรก
บันทึกการเข้า

racz
Sr. Member
****

คะแนนความรัก: +201/-171
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,344



| | |
« ตอบ #19 เมื่อ: มกราคม 29, 2018, 09:44:18 PM »

อยากได้โควต้า2+1 หรือ2+2

แซงออสได้นี่คือ 2+2 เลยนะครับ

เพราะจริงๆ แล้วออสก็ได้ 2+2 แต่ทีมในลีกไม่พอ (3 ทีมต่อ 1 โควต้า) เลยได้แค่ 2+1

บรร ขอให้ได้ 10 แต้มตามที่คาดครับ ถ้าเมืองทองหรือเชียงรายไม่ผ่าน บรร ก็จะยิ่งเก็บแต้มเต็มไม่ต้องหารอีก คราวนี้น่าจะชดเชยคะแนนในปี 2016 ได้

แล้วก็รอปี 2020 จะไม่เอาคะแนนปี 2016 มาคำนวณ ถึงตอนนั้นก็ไม่คิดคะแนนทีมชาติแล้วด้วย มีลุ้นครับ

จริงๆ เหมือน 3+1 เลยมากกว่า เพราะ เราจะได้สิทธิ เป็นเจ้าบ้านในรอบคัดเลือก ครั้งสุดท้าย 1 ทีม ซึ่งโอกาสผ่านเยอะมาก เจอทีมเวียดนาม ฮ่องกง มาเลเซีย อินโด เราเชื่อว่ามีโอกาสผ่านมากกว่าไม่ผ่าน อย่าซวยแค่เจอ ออสซี่ เป็นพอ (แต่เจอออสซี่ก็ไม่แย่ ได้เล่นในบ้านมีโอกาสชนะได้)
ไม่ใช่นะครับ เจ้าบ้านนัดท้ายมีสี่นัด มีสี่ทีมดังนี้ครับ
1.ทีมที่สี่ของชาติที่ 1 ปัจจุบันคือเกาหลี
2.ทีมที่สี่ของชาติที่ 2 ปัจจุบันคือญี่ปุ่น
3.ทีมที่สามของชาติที่ 3 ปัจจุบันคือจีน
4.ทีมที่สี่ของชาติที่ 3 ปัจจุบันคือจีน
สรุปเราแซงออสได้จะเป็นชาติที่สี่แทนออสครับ
แต่คัดเลือกรอบสุดท้ายต้องไปเยือนอยู่ดี ต้องเป็นชาติที่สามครับถึงได้เล่นในบ้าน
ถ้าตามระบบปัจจุบันนะครับ

ที่จริง ออสเตรเลีย ต้องได้โควต้า 2+2 คือ มี 1 ทีมเล่นในบ้านในรอบคัดเลือก ครั้งที่สาม เป็นของรองแชมป์2ในลีก และ 1 ทีมเล่นในรอบคัดเลือก ครั้งที่สอง เป็นอันดับที่ 3 ในลีก แต่อนิจาในลีกออสเตรเลียมีแค่ 10 ทีม ซึ่งเอเอฟซีจำกัดไว้แล้วว่า ต้องมีทีมตัวแทนประเทศแค่ 25 % ในลีก โควต้าออสเตรเลียเลยโดนตัดเอา รอบคัดเลือก ครั้งที่สาม ออกไป จึงเหลือ 2+1 แล้วเอา +1 ทีเหลือยกให้จีนที่ได้ที่ 4 ไป และโควต้าปีนี้ยังใช้ของรอบประเมินปี 2016 อยู่ครับ ทีมในลีกจีนตอนนั้นยังได้อันดับ 4 ครับผม
ผิดละครับไปหาข้อมูลดีๆครับ จีนเขาได้ 2+2 เพราะอยู่ที่สามในแรงกิ้งปี 2016 ครับ
จีนได้ 2+2 เพราะได้ที่สาม ไม่เกี่ยวโควต้าออสเตรเลียครับ ออสเตรเลียได้ที่สี่ครับ
ส่วนการเป็นเจ้าบ้านเขานับศักดิ์ตามที่ผมบอกครับ
ทีมที่มาจากชาติที่อันดับดีกว่าจะเป็นทีมวางครับ
เพราะฉะนั้นทีมวางในรอบสาม ก็มีสี่ทีมจากสามอันดับชาติที่ดีสุดก็ครบละครับ
คือเกาหลี ญี่ปุ่น จีน
ถ้าตามที่ท่านเข้าใจบริสเบนจากออสเตรเลียทำไมต้องมาเล่นรอบเดียวกับเราละครับ
แล้วจีนทั้งสองทีมเป็นทีมวาง ลองไปทำความเข้าใจใหม่ครับ
เอเอฟซีเขาจัดง่ายๆตามที่บอกครับ นับศักดิ์ตามอันดับชาติ
จากนั้นก็เอามาเข้าสูตร (หมายถึงการวางทีมในรอบคัดเลือก)
ซึ่งปัจจุบันมันมีสี่ทีมวางในรอบสุดท้าย ซึ่งก็ตามที่ผมบอกครับ
บันทึกการเข้า

เจ้าจอม
racz
Sr. Member
****

คะแนนความรัก: +201/-171
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,344



| | |
« ตอบ #20 เมื่อ: มกราคม 29, 2018, 10:11:46 PM »

อยากได้โควต้า2+1 หรือ2+2

แซงออสได้นี่คือ 2+2 เลยนะครับ

เพราะจริงๆ แล้วออสก็ได้ 2+2 แต่ทีมในลีกไม่พอ (3 ทีมต่อ 1 โควต้า) เลยได้แค่ 2+1

บรร ขอให้ได้ 10 แต้มตามที่คาดครับ ถ้าเมืองทองหรือเชียงรายไม่ผ่าน บรร ก็จะยิ่งเก็บแต้มเต็มไม่ต้องหารอีก คราวนี้น่าจะชดเชยคะแนนในปี 2016 ได้

แล้วก็รอปี 2020 จะไม่เอาคะแนนปี 2016 มาคำนวณ ถึงตอนนั้นก็ไม่คิดคะแนนทีมชาติแล้วด้วย มีลุ้นครับ

จริงๆ เหมือน 3+1 เลยมากกว่า เพราะ เราจะได้สิทธิ เป็นเจ้าบ้านในรอบคัดเลือก ครั้งสุดท้าย 1 ทีม ซึ่งโอกาสผ่านเยอะมาก เจอทีมเวียดนาม ฮ่องกง มาเลเซีย อินโด เราเชื่อว่ามีโอกาสผ่านมากกว่าไม่ผ่าน อย่าซวยแค่เจอ ออสซี่ เป็นพอ (แต่เจอออสซี่ก็ไม่แย่ ได้เล่นในบ้านมีโอกาสชนะได้)
ไม่ใช่นะครับ เจ้าบ้านนัดท้ายมีสี่นัด มีสี่ทีมดังนี้ครับ
1.ทีมที่สี่ของชาติที่ 1 ปัจจุบันคือเกาหลี
2.ทีมที่สี่ของชาติที่ 2 ปัจจุบันคือญี่ปุ่น
3.ทีมที่สามของชาติที่ 3 ปัจจุบันคือจีน
4.ทีมที่สี่ของชาติที่ 3 ปัจจุบันคือจีน
สรุปเราแซงออสได้จะเป็นชาติที่สี่แทนออสครับ
แต่คัดเลือกรอบสุดท้ายต้องไปเยือนอยู่ดี ต้องเป็นชาติที่สามครับถึงได้เล่นในบ้าน
ถ้าตามระบบปัจจุบันนะครับ

ที่จริง ออสเตรเลีย ต้องได้โควต้า 2+2 คือ มี 1 ทีมเล่นในบ้านในรอบคัดเลือก ครั้งที่สาม เป็นของรองแชมป์2ในลีก และ 1 ทีมเล่นในรอบคัดเลือก ครั้งที่สอง เป็นอันดับที่ 3 ในลีก แต่อนิจาในลีกออสเตรเลียมีแค่ 10 ทีม ซึ่งเอเอฟซีจำกัดไว้แล้วว่า ต้องมีทีมตัวแทนประเทศแค่ 25 % ในลีก โควต้าออสเตรเลียเลยโดนตัดเอา รอบคัดเลือก ครั้งที่สาม ออกไป จึงเหลือ 2+1 แล้วเอา +1 ทีเหลือยกให้จีนที่ได้ที่ 4 ไป และโควต้าปีนี้ยังใช้ของรอบประเมินปี 2016 อยู่ครับ ทีมในลีกจีนตอนนั้นยังได้อันดับ 4 ครับผม
ผิดละครับไปหาข้อมูลดีๆครับ จีนเขาได้ 2+2 เพราะอยู่ที่สามในแรงกิ้งปี 2016 ครับ
จีนได้ 2+2 เพราะได้ที่สาม ไม่เกี่ยวโควต้าออสเตรเลียครับ ออสเตรเลียได้ที่สี่ครับ
ส่วนการเป็นเจ้าบ้านเขานับศักดิ์ตามที่ผมบอกครับ
ทีมที่มาจากชาติที่อันดับดีกว่าจะเป็นทีมวางครับ
เพราะฉะนั้นทีมวางในรอบสาม ก็มีสี่ทีมจากสามอันดับชาติที่ดีสุดก็ครบละครับ
คือเกาหลี ญี่ปุ่น จีน
ถ้าตามที่ท่านเข้าใจบริสเบนจากออสเตรเลียทำไมต้องมาเล่นรอบเดียวกับเราละครับ
แล้วจีนทั้งสองทีมเป็นทีมวาง ลองไปทำความเข้าใจใหม่ครับ
เอเอฟซีเขาจัดง่ายๆตามที่บอกครับ นับศักดิ์ตามอันดับชาติ
จากนั้นก็เอามาเข้าสูตร (หมายถึงการวางทีมในรอบคัดเลือก)
ซึ่งปัจจุบันมันมีสี่ทีมวางในรอบสุดท้าย ซึ่งก็ตามที่ผมบอกครับ

เพิ่มเติมครับ
กรณีการสละสิทธิ์ของแต่ละชาติ
ถ้าเป็นสิทธิ์รอบแบ่งกลุ่มจะถูกเอาไปให้ชาติอื่นที่อันดับดีสุดที่จะได้สิทธิ์เพิ่ม
โดยสิทธิ์รอบแบ่งกลุ่มจะได้ไม่เกินสามทีมต่อชาติครับ
ถ้าเป็นสิทธิ์รอบคัดเลือกจะไม่มีเอาไปเพิ่มให้ชาติอื่นครับ
ยกตัวอย่างฤดูกาลนี้
ฝั่งตะวันตกก่อนจริงๆซาอุได้โควต้า 3+1 แต่ทีมที่ได้สิทธิ์ดันไม่ผ่านไลเซนต์ 2 ทีมครับ
ทีมที่ผ่านดันไปอยู่โซนล่างของตารางซึ่งไม่สามารถเอาสิทธิ์แทนได้ อันนี้ก็อีกกฎนึงนะครับ
ทำให้ซาอุเหลือแค่ 2 ทีม โดยต้องสละสิทธิ์รอบแบ่งกลุ่ม 1 ทีม รอบคัดเลือก 1 ทีม
สิทธิ์รอบแบ่งกลุ่มนั้นจึงเอาไปให้อิหร่านครับชาติอันดับสามครับ
เดิมอิหร่านได้ 2+2 กลายเป็น 3+1 ครับ
และอิรักชาติอันดับหก ได้สิทธิ์ 1+1 ก็ไม่ผ่านไลเซนต์ของเอซีแอล
ทำให้สิทธิ์ 1 ทีมรอบแบ่งกลุ่มเอาไปให้กาตาร์ชาติอันดับสี่จากเดิม 2+2 เป็น 3+1 ครับ
ส่วนฝั่งตะวันออกเรา ออสเตรเลียอันดับสี่ต้องได้ 2+2 แต่ทีมในลีกมีแค่ 9 ทีม(นับเฉพาะทีมออสนะครับอีกทีมมันอยู่นิวซีแลนด์ ไม่นับ) มันได้สิทธิ์แค่ 3 ทีม (1 ใน 3 ของลีก)
เพราะฉะนั้นออสเตรเลียเหลือแค่ 2+1 แต่สิทธิ์ที่เสียไปไม่ได้เอาไปให้ใครครับ
เพราะเป็นสิทธิ์ในรอบคัดเลือกตามที่บอกข้างต้นครับ
บันทึกการเข้า

เจ้าจอม
PTTrayong
Thailandsusu-VIP
Hero Member
***

คะแนนความรัก: +1786/-806
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 17,810


| | |
« ตอบ #21 เมื่อ: มกราคม 29, 2018, 10:23:22 PM »

อยากได้โควต้า2+1 หรือ2+2

แซงออสได้นี่คือ 2+2 เลยนะครับ

เพราะจริงๆ แล้วออสก็ได้ 2+2 แต่ทีมในลีกไม่พอ (3 ทีมต่อ 1 โควต้า) เลยได้แค่ 2+1

บรร ขอให้ได้ 10 แต้มตามที่คาดครับ ถ้าเมืองทองหรือเชียงรายไม่ผ่าน บรร ก็จะยิ่งเก็บแต้มเต็มไม่ต้องหารอีก คราวนี้น่าจะชดเชยคะแนนในปี 2016 ได้

แล้วก็รอปี 2020 จะไม่เอาคะแนนปี 2016 มาคำนวณ ถึงตอนนั้นก็ไม่คิดคะแนนทีมชาติแล้วด้วย มีลุ้นครับ

จริงๆ เหมือน 3+1 เลยมากกว่า เพราะ เราจะได้สิทธิ เป็นเจ้าบ้านในรอบคัดเลือก ครั้งสุดท้าย 1 ทีม ซึ่งโอกาสผ่านเยอะมาก เจอทีมเวียดนาม ฮ่องกง มาเลเซีย อินโด เราเชื่อว่ามีโอกาสผ่านมากกว่าไม่ผ่าน อย่าซวยแค่เจอ ออสซี่ เป็นพอ (แต่เจอออสซี่ก็ไม่แย่ ได้เล่นในบ้านมีโอกาสชนะได้)
ไม่ใช่นะครับ เจ้าบ้านนัดท้ายมีสี่นัด มีสี่ทีมดังนี้ครับ
1.ทีมที่สี่ของชาติที่ 1 ปัจจุบันคือเกาหลี
2.ทีมที่สี่ของชาติที่ 2 ปัจจุบันคือญี่ปุ่น
3.ทีมที่สามของชาติที่ 3 ปัจจุบันคือจีน
4.ทีมที่สี่ของชาติที่ 3 ปัจจุบันคือจีน
สรุปเราแซงออสได้จะเป็นชาติที่สี่แทนออสครับ
แต่คัดเลือกรอบสุดท้ายต้องไปเยือนอยู่ดี ต้องเป็นชาติที่สามครับถึงได้เล่นในบ้าน
ถ้าตามระบบปัจจุบันนะครับ

ที่จริง ออสเตรเลีย ต้องได้โควต้า 2+2 คือ มี 1 ทีมเล่นในบ้านในรอบคัดเลือก ครั้งที่สาม เป็นของรองแชมป์2ในลีก และ 1 ทีมเล่นในรอบคัดเลือก ครั้งที่สอง เป็นอันดับที่ 3 ในลีก แต่อนิจาในลีกออสเตรเลียมีแค่ 10 ทีม ซึ่งเอเอฟซีจำกัดไว้แล้วว่า ต้องมีทีมตัวแทนประเทศแค่ 25 % ในลีก โควต้าออสเตรเลียเลยโดนตัดเอา รอบคัดเลือก ครั้งที่สาม ออกไป จึงเหลือ 2+1 แล้วเอา +1 ทีเหลือยกให้จีนที่ได้ที่ 4 ไป และโควต้าปีนี้ยังใช้ของรอบประเมินปี 2016 อยู่ครับ ทีมในลีกจีนตอนนั้นยังได้อันดับ 4 ครับผม
ผิดละครับไปหาข้อมูลดีๆครับ จีนเขาได้ 2+2 เพราะอยู่ที่สามในแรงกิ้งปี 2016 ครับ
จีนได้ 2+2 เพราะได้ที่สาม ไม่เกี่ยวโควต้าออสเตรเลียครับ ออสเตรเลียได้ที่สี่ครับ
ส่วนการเป็นเจ้าบ้านเขานับศักดิ์ตามที่ผมบอกครับ
ทีมที่มาจากชาติที่อันดับดีกว่าจะเป็นทีมวางครับ
เพราะฉะนั้นทีมวางในรอบสาม ก็มีสี่ทีมจากสามอันดับชาติที่ดีสุดก็ครบละครับ
คือเกาหลี ญี่ปุ่น จีน
ถ้าตามที่ท่านเข้าใจบริสเบนจากออสเตรเลียทำไมต้องมาเล่นรอบเดียวกับเราละครับ
แล้วจีนทั้งสองทีมเป็นทีมวาง ลองไปทำความเข้าใจใหม่ครับ
เอเอฟซีเขาจัดง่ายๆตามที่บอกครับ นับศักดิ์ตามอันดับชาติ
จากนั้นก็เอามาเข้าสูตร (หมายถึงการวางทีมในรอบคัดเลือก)
ซึ่งปัจจุบันมันมีสี่ทีมวางในรอบสุดท้าย ซึ่งก็ตามที่ผมบอกครับ

ผมว่าท่านเข้าใจผิดเรื่องโควต้าที่ได้ในแต่ละอันดับนี้ครับ

ที่ควรเข้าใจถูกต้องคือ

อันดับ 1 ใช้ 3+1+0+0 โดย +1 เป็นทีมวางในรอบคัดเลือก ครั้งสุดท้ายเป็นเจ้าบ้าน
อันดับ 2 ใช้ 3+1+0+0 โดย +1 เป็นทีมวางในรอบคัดเลือก ครั้งสุดท้ายเป็นเจ้าบ้าน
อันดับ 3 ใช้ 2+1+1+0 โดย +1 เป็นทีมวางในรอบคัดเลือก ครั้งสุดท้ายเป็นเจ้าบ้าน และอีก +1 เป็นทีมวางในรอบคัดเลือก ครั้งที่สองเป็นเจ้าบ้าน และไปเยือนในรอบคัดเลือก ครั้งที่สาม
อันดับ 4 ใช้ 2+1+1+0 โดย +1 เป็นทีมวางในรอบคัดเลือก ครั้งสุดท้ายเป็นเจ้าบ้าน และอีก +1 เป็นทีมวางในรอบคัดเลือก ครั้งที่สองเป็นเจ้าบ้าน และไปเยือนในรอบคัดเลือก ครั้งที่สาม
อันดับ 5 ใช้ 1+0+2+0 โดย +2 เป็นทีมวางในรอบคัดเลือก ครั้งที่สองเป็นเจ้าบ้าน และไปเยือนในรอบคัดเลือก ครั้งที่สาม ทั้งหมด
อันดับ 6 ใช้ 1+0+1+0 โดย +1 เป็นทีมวางในรอบคัดเลือก ครั้งที่สองเป็นเจ้าบ้าน และไปเยือนในรอบคัดเลือก ครั้งที่สาม ทั้งหมด

มันเป็นแบบนี้ครับ และท่านไปศึกษากฏด้วย เอเอฟซี กำหนดทีมในแต่ละชาติที่เข้ามาแข่งต้องไม่เกิน 25% ของประเทศตัวเอง

ดังนั้น ออสเตรเลีย มันมีแค่ 10 ทีมในลีก มันเลยปัด 2+1+1+0 ให้เหลือ 2+0+1+0 แล้วเอา +1 ไปรวมกับอันดับ 3 พร้อมตัด +1 ในรอบคัดเลือก ครั้งที่สอง ของอันดับ 3 ทิ้ง กลายเป็น 2+2+0+0

ส่วนโควต้า ACL จะประกาศก่อน 1 ปี แล้วใช้ 2 ปี เช่น ของปี 2016 ใช้ผลงานของ 2016 รวม 2015 เพื่อประกาศโควต้าปี 2017 และ 2018 ไม่ใช่ประกาศเอาผลงานปีที่แล้ว และปรากาศของปีหน้า

โอเค ผมอาจเข้าใจผิดเรื่องอันดับ ลีกจีน กับ ลีกออสเตรเลีย หลังปี 2016 จีนได้อันดับ 3 แต่ก็อานิสงค์การที่ลีกออสเตรเลียมีแค่ 10 ทีม มันถึงปัดเศษตามที่ผมกล่าวมา

ข้อสังเกตุอีกอย่างคือ มาเลเซีย ที่มีข่าวว่าได้โควต้าอัตโนมัติ ACL ก็มาได้จริงในปี 2019 แสดงว่าคิดผลงาน 2017 รวมกับ 2018
บันทึกการเข้า

-3-
why so serious?
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +135/-1038
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,215


เถียงไม่ได้ ให้กดลบนะครับ ฮี่ๆๆ


| | |
« ตอบ #22 เมื่อ: มกราคม 29, 2018, 10:36:21 PM »

http://res.cloudinary.com/deltatreafcprod/image/upload/gvwuaoq7r4jwg7bobcdp.pdf

ของใครข้อไหนกันบ้างครับ ผมเริ่มงงแล้วว่าข้อมูลใครถูกต้องกันแน่
บันทึกการเข้า

ฮี่ๆๆ
racz
Sr. Member
****

คะแนนความรัก: +201/-171
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,344



| | |
« ตอบ #23 เมื่อ: มกราคม 29, 2018, 11:02:56 PM »

อยากได้โควต้า2+1 หรือ2+2

แซงออสได้นี่คือ 2+2 เลยนะครับ

เพราะจริงๆ แล้วออสก็ได้ 2+2 แต่ทีมในลีกไม่พอ (3 ทีมต่อ 1 โควต้า) เลยได้แค่ 2+1

บรร ขอให้ได้ 10 แต้มตามที่คาดครับ ถ้าเมืองทองหรือเชียงรายไม่ผ่าน บรร ก็จะยิ่งเก็บแต้มเต็มไม่ต้องหารอีก คราวนี้น่าจะชดเชยคะแนนในปี 2016 ได้

แล้วก็รอปี 2020 จะไม่เอาคะแนนปี 2016 มาคำนวณ ถึงตอนนั้นก็ไม่คิดคะแนนทีมชาติแล้วด้วย มีลุ้นครับ

จริงๆ เหมือน 3+1 เลยมากกว่า เพราะ เราจะได้สิทธิ เป็นเจ้าบ้านในรอบคัดเลือก ครั้งสุดท้าย 1 ทีม ซึ่งโอกาสผ่านเยอะมาก เจอทีมเวียดนาม ฮ่องกง มาเลเซีย อินโด เราเชื่อว่ามีโอกาสผ่านมากกว่าไม่ผ่าน อย่าซวยแค่เจอ ออสซี่ เป็นพอ (แต่เจอออสซี่ก็ไม่แย่ ได้เล่นในบ้านมีโอกาสชนะได้)
ไม่ใช่นะครับ เจ้าบ้านนัดท้ายมีสี่นัด มีสี่ทีมดังนี้ครับ
1.ทีมที่สี่ของชาติที่ 1 ปัจจุบันคือเกาหลี
2.ทีมที่สี่ของชาติที่ 2 ปัจจุบันคือญี่ปุ่น
3.ทีมที่สามของชาติที่ 3 ปัจจุบันคือจีน
4.ทีมที่สี่ของชาติที่ 3 ปัจจุบันคือจีน
สรุปเราแซงออสได้จะเป็นชาติที่สี่แทนออสครับ
แต่คัดเลือกรอบสุดท้ายต้องไปเยือนอยู่ดี ต้องเป็นชาติที่สามครับถึงได้เล่นในบ้าน
ถ้าตามระบบปัจจุบันนะครับ

ที่จริง ออสเตรเลีย ต้องได้โควต้า 2+2 คือ มี 1 ทีมเล่นในบ้านในรอบคัดเลือก ครั้งที่สาม เป็นของรองแชมป์2ในลีก และ 1 ทีมเล่นในรอบคัดเลือก ครั้งที่สอง เป็นอันดับที่ 3 ในลีก แต่อนิจาในลีกออสเตรเลียมีแค่ 10 ทีม ซึ่งเอเอฟซีจำกัดไว้แล้วว่า ต้องมีทีมตัวแทนประเทศแค่ 25 % ในลีก โควต้าออสเตรเลียเลยโดนตัดเอา รอบคัดเลือก ครั้งที่สาม ออกไป จึงเหลือ 2+1 แล้วเอา +1 ทีเหลือยกให้จีนที่ได้ที่ 4 ไป และโควต้าปีนี้ยังใช้ของรอบประเมินปี 2016 อยู่ครับ ทีมในลีกจีนตอนนั้นยังได้อันดับ 4 ครับผม
ผิดละครับไปหาข้อมูลดีๆครับ จีนเขาได้ 2+2 เพราะอยู่ที่สามในแรงกิ้งปี 2016 ครับ
จีนได้ 2+2 เพราะได้ที่สาม ไม่เกี่ยวโควต้าออสเตรเลียครับ ออสเตรเลียได้ที่สี่ครับ
ส่วนการเป็นเจ้าบ้านเขานับศักดิ์ตามที่ผมบอกครับ
ทีมที่มาจากชาติที่อันดับดีกว่าจะเป็นทีมวางครับ
เพราะฉะนั้นทีมวางในรอบสาม ก็มีสี่ทีมจากสามอันดับชาติที่ดีสุดก็ครบละครับ
คือเกาหลี ญี่ปุ่น จีน
ถ้าตามที่ท่านเข้าใจบริสเบนจากออสเตรเลียทำไมต้องมาเล่นรอบเดียวกับเราละครับ
แล้วจีนทั้งสองทีมเป็นทีมวาง ลองไปทำความเข้าใจใหม่ครับ
เอเอฟซีเขาจัดง่ายๆตามที่บอกครับ นับศักดิ์ตามอันดับชาติ
จากนั้นก็เอามาเข้าสูตร (หมายถึงการวางทีมในรอบคัดเลือก)
ซึ่งปัจจุบันมันมีสี่ทีมวางในรอบสุดท้าย ซึ่งก็ตามที่ผมบอกครับ

ผมว่าท่านเข้าใจผิดเรื่องโควต้าที่ได้ในแต่ละอันดับนี้ครับ

ที่ควรเข้าใจถูกต้องคือ

อันดับ 1 ใช้ 3+1+0+0 โดย +1 เป็นทีมวางในรอบคัดเลือก ครั้งสุดท้ายเป็นเจ้าบ้าน
อันดับ 2 ใช้ 3+1+0+0 โดย +1 เป็นทีมวางในรอบคัดเลือก ครั้งสุดท้ายเป็นเจ้าบ้าน
อันดับ 3 ใช้ 2+1+1+0 โดย +1 เป็นทีมวางในรอบคัดเลือก ครั้งสุดท้ายเป็นเจ้าบ้าน และอีก +1 เป็นทีมวางในรอบคัดเลือก ครั้งที่สองเป็นเจ้าบ้าน และไปเยือนในรอบคัดเลือก ครั้งที่สาม
อันดับ 4 ใช้ 2+1+1+0 โดย +1 เป็นทีมวางในรอบคัดเลือก ครั้งสุดท้ายเป็นเจ้าบ้าน และอีก +1 เป็นทีมวางในรอบคัดเลือก ครั้งที่สองเป็นเจ้าบ้าน และไปเยือนในรอบคัดเลือก ครั้งที่สาม
อันดับ 5 ใช้ 1+0+2+0 โดย +2 เป็นทีมวางในรอบคัดเลือก ครั้งที่สองเป็นเจ้าบ้าน และไปเยือนในรอบคัดเลือก ครั้งที่สาม ทั้งหมด
อันดับ 6 ใช้ 1+0+1+0 โดย +1 เป็นทีมวางในรอบคัดเลือก ครั้งที่สองเป็นเจ้าบ้าน และไปเยือนในรอบคัดเลือก ครั้งที่สาม ทั้งหมด

มันเป็นแบบนี้ครับ และท่านไปศึกษากฏด้วย เอเอฟซี กำหนดทีมในแต่ละชาติที่เข้ามาแข่งต้องไม่เกิน 25% ของประเทศตัวเอง

ดังนั้น ออสเตรเลีย มันมีแค่ 10 ทีมในลีก มันเลยปัด 2+1+1+0 ให้เหลือ 2+0+1+0 แล้วเอา +1 ไปรวมกับอันดับ 3 พร้อมตัด +1 ในรอบคัดเลือก ครั้งที่สอง ของอันดับ 3 ทิ้ง กลายเป็น 2+2+0+0

ส่วนโควต้า ACL จะประกาศก่อน 1 ปี แล้วใช้ 2 ปี เช่น ของปี 2016 ใช้ผลงานของ 2016 รวม 2015 เพื่อประกาศโควต้าปี 2017 และ 2018 ไม่ใช่ประกาศเอาผลงานปีที่แล้ว และปรากาศของปีหน้า

โอเค ผมอาจเข้าใจผิดเรื่องอันดับ ลีกจีน กับ ลีกออสเตรเลีย หลังปี 2016 จีนได้อันดับ 3 แต่ก็อานิสงค์การที่ลีกออสเตรเลียมีแค่ 10 ทีม มันถึงปัดเศษตามที่ผมกล่าวมา

ข้อสังเกตุอีกอย่างคือ มาเลเซีย ที่มีข่าวว่าได้โควต้าอัตโนมัติ ACL ก็มาได้จริงในปี 2019 แสดงว่าคิดผลงาน 2017 รวมกับ 2018
ยังจะเถียงอีกนะครับ ง่ายๆทำไมไม่เข้าใจ
ผมบอกเขานับศักดิ์ทีมจากชาติอันดับดีกว่าได้สิทธิ์ที่ดีกว่าครับ
เพราะฉะนั้น ทีมจากจีนทั้งสองทีมในรอบคัดเลือกจะได้สิทธิ์ดีกว่าออสเตรเลียครับ
ลองคิดตามผมครับทีมที่สามจากออสเตรเลียจะได้สิทธิ์น้อยกว่าจีนทั้งสองทีมครับ
เปรียบเทียบกับของจริง บริสเบนต้องไปเล่นรอบสองพร้อมทีมจากไทย
แต่จีนทั้งสองทีมได้เล่นรอบสามครับ
ถ้าตามที่ท่านเข้าใจ
2+1+1 อะไรของท่านนั้น ทีมจากจีน 1 ทีมต้องมารอบสอง
แล้วออสต้องมารอบสาม ซึ่งผิดครับ
ผมบอกว่าเอเอฟซีเขาจัดศักดิ์ทีมตามอันดับของชาติครับ
ไปอ่านที่ผมเพิ่มเติมครับสิทธิ์ออสเตรเลียที่เสียไปไม่ได้ไปเพิ่มให้ใครครับ
เพราะฉะนั้นไม่ต้องไปคิดครับไม่เกี่ยว
ส่วนการแจงสิทธิ์อะไรของท่าน แบบ 2+1+1+0 บวกอะไรหลายชั้นแบบนี้มันไม่มีครับ ท่านคิดมาเอง
เอเอฟซีเขาคิดแค่ สองชั้นครับ คือ 2+2 หรือ 3+1
ส่วนในรอบคัดเลือกเขาจะมาจัดระบบทีมวางตามศักดิ์ที่ผมบอกครับ
จะอธิบายให้ละเอียดนะครับ เดี๋ยวท่านก็คิดเองเออเองอีกไม่จบไม่สิ้น อันดับตามปี 2016 นะครับ
1.ทีมที่ 4 ของชาติที่ 1 (เกาหลี)
2.ทีมที่ 4 ของชาติที่ 2 (ญี่ปุ่น)
3.ทีมที่ 3 ของชาติที่ 3 (จีน)
4.ทีมที่ 4 ของชาติที่ 3 (จีน)
5.ทีมที่ 3 ของชาติที่ 4 (ออสเตรเลีย)
6.ทีมที่ 4 ของชาติที่ 4 (ออสเตรเลีย) อันนี้ไม่มีเพราะสิทธิ์ถูกตัด
7.ทีมที่ 2 ของชาติที่ 5 (ไทย) อันนี้แชมป์เอฟเอคัพ เชียงราย
8.ทีมที่ 3 ของชาติที่ 5 (ไทย) อันนี้อันดับ2ในลีก เมืองทอง
9.ทีมที่ 2 ของชาติที่ 6 (ฮ่องกง)
10.ทีมที่ 1 ของชาติที่ 7 (เวียดนาม)
11.ทีมที่ 1 ของชาติที่ 8 (มาเลเซีย)
แล้วก็ไล่ไปครับ
การประกบคู่ทีมวางก็ตามลำดับครับ 1-4 ก็จะได้เป็นทีมวางในรอบสามโดยอัตโนมัติ
เพราะรอบสามคือรอบสุดท้ายมีสี่คู่พอดี
เห็นไหมครับว่ายังไงก็ไม่ถึงออสเตรเลียชาติอันดับสี่ ถ้า 3 ชาติแรกไม่ถูกตัดสิทธิ์ออก
แล้วอันดับที่ดีกว่าจะได้เจออันดับที่อ่อนกว่าครับ
ยกตัวอย่างเมืองทองได้เจอยะโฮร์เพราะอันดับเมืองทองมันอ่อนกว่าเชียงรายครับ
จึงต้องเจออันดับที่ดีกว่าเชียงราย เชียงรายเจอทีมจากอินโดซึ่งอันดับอ่อนกว่ามาเล
ฮ่องกงเจอทีมจากเวียดนาม ฮ่องกงจะเจอคู่ต่อสู้ที่แข็งกว่าคู่ต่อสู้เมืองทองและเชียงราย
เพราะอันดับฮ่องกงมันอ่อนกว่าเมืองทองและเชียงรายไงครับ
ส่วนออสเจออ่อนเลยคือฟิลิปปินส์เพราะอันดับดีสุดในรอบคัดเลือกรอบสอง
ประมาณว่า 1v4 , 2v3 นั้นละครับ
อย่างรอบสามเมืองทองต้องเจอญี่ปุ่นเพราะ ญี่ปุ่นเป็นอันดับ 2 เมืองทองเป็น 7 ครับ
เชียงรายเจอเซี่ยงไฮ้ เพราะ เซี่ยงไฮ้ เป็น 3 ครับ เชียงรายเป็น 6 ครับ
เกาหลีเจอเวียดนาม เพราะ เกาหลี 1 เวียดนามชนะฮ่องกงมา กลายเป็น 8 ครับ
ส่วนฟิลิปปินส์เจอจีนอีกทีม เพราะฟิลิปปินส์ผ่านออสมาแล้ว กลายเป็น 5 แทน จีนอีกทีมมันคือ 4 ครับ
แบบ 1v8, 2v7,3v6,4v5 ครับ
แต่เขาวางสายมาก่อนแล้ว เพราะฉะนั้นฟิลิปปินส์ กับเวียดนาม ชนะทีมที่เหนือกว่ามาก่อน
เลยได้ตำแหน่งนั้นแทน คือฟิลิปปินส์ได้กลายเป็นทีมที่ 5 มาเจอทีมที่ 4 ของจีน ซึ่งอันดับศักดิ์น้อยกว่าที่เมืองทองและเชียงรายเจอ
ทั้งๆที่ฟิลิปปินส์มันอันดับอ่อนกว่าเพราะ สายเขาวางมาแล้วครับซึ่งจริงๆควรเป็นทีมจากออสเข้ามา
ลองจินตนาการตามที่ผมบอกดูครับ ไม่ต้องค้าน จินตนาการตามจะเข้าใจ ง่ายๆ

บันทึกการเข้า

เจ้าจอม
Adchariya
Full Member
***

คะแนนความรัก: +115/-145
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 718


มุ้ย...กรูรักมรึงหว่ะ


| | |
« ตอบ #24 เมื่อ: มกราคม 29, 2018, 11:05:30 PM »

ที่แน่ๆ ปีนี้เฆเรสของปินส์คว่ำบริสเบนตกรอบไปแล้วเรียบร้อย
บันทึกการเข้า
PTTrayong
Thailandsusu-VIP
Hero Member
***

คะแนนความรัก: +1786/-806
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 17,810


| | |
« ตอบ #25 เมื่อ: มกราคม 30, 2018, 08:33:31 AM »

อยากได้โควต้า2+1 หรือ2+2

แซงออสได้นี่คือ 2+2 เลยนะครับ

เพราะจริงๆ แล้วออสก็ได้ 2+2 แต่ทีมในลีกไม่พอ (3 ทีมต่อ 1 โควต้า) เลยได้แค่ 2+1

บรร ขอให้ได้ 10 แต้มตามที่คาดครับ ถ้าเมืองทองหรือเชียงรายไม่ผ่าน บรร ก็จะยิ่งเก็บแต้มเต็มไม่ต้องหารอีก คราวนี้น่าจะชดเชยคะแนนในปี 2016 ได้

แล้วก็รอปี 2020 จะไม่เอาคะแนนปี 2016 มาคำนวณ ถึงตอนนั้นก็ไม่คิดคะแนนทีมชาติแล้วด้วย มีลุ้นครับ

จริงๆ เหมือน 3+1 เลยมากกว่า เพราะ เราจะได้สิทธิ เป็นเจ้าบ้านในรอบคัดเลือก ครั้งสุดท้าย 1 ทีม ซึ่งโอกาสผ่านเยอะมาก เจอทีมเวียดนาม ฮ่องกง มาเลเซีย อินโด เราเชื่อว่ามีโอกาสผ่านมากกว่าไม่ผ่าน อย่าซวยแค่เจอ ออสซี่ เป็นพอ (แต่เจอออสซี่ก็ไม่แย่ ได้เล่นในบ้านมีโอกาสชนะได้)
ไม่ใช่นะครับ เจ้าบ้านนัดท้ายมีสี่นัด มีสี่ทีมดังนี้ครับ
1.ทีมที่สี่ของชาติที่ 1 ปัจจุบันคือเกาหลี
2.ทีมที่สี่ของชาติที่ 2 ปัจจุบันคือญี่ปุ่น
3.ทีมที่สามของชาติที่ 3 ปัจจุบันคือจีน
4.ทีมที่สี่ของชาติที่ 3 ปัจจุบันคือจีน
สรุปเราแซงออสได้จะเป็นชาติที่สี่แทนออสครับ
แต่คัดเลือกรอบสุดท้ายต้องไปเยือนอยู่ดี ต้องเป็นชาติที่สามครับถึงได้เล่นในบ้าน
ถ้าตามระบบปัจจุบันนะครับ

ที่จริง ออสเตรเลีย ต้องได้โควต้า 2+2 คือ มี 1 ทีมเล่นในบ้านในรอบคัดเลือก ครั้งที่สาม เป็นของรองแชมป์2ในลีก และ 1 ทีมเล่นในรอบคัดเลือก ครั้งที่สอง เป็นอันดับที่ 3 ในลีก แต่อนิจาในลีกออสเตรเลียมีแค่ 10 ทีม ซึ่งเอเอฟซีจำกัดไว้แล้วว่า ต้องมีทีมตัวแทนประเทศแค่ 25 % ในลีก โควต้าออสเตรเลียเลยโดนตัดเอา รอบคัดเลือก ครั้งที่สาม ออกไป จึงเหลือ 2+1 แล้วเอา +1 ทีเหลือยกให้จีนที่ได้ที่ 4 ไป และโควต้าปีนี้ยังใช้ของรอบประเมินปี 2016 อยู่ครับ ทีมในลีกจีนตอนนั้นยังได้อันดับ 4 ครับผม
ผิดละครับไปหาข้อมูลดีๆครับ จีนเขาได้ 2+2 เพราะอยู่ที่สามในแรงกิ้งปี 2016 ครับ
จีนได้ 2+2 เพราะได้ที่สาม ไม่เกี่ยวโควต้าออสเตรเลียครับ ออสเตรเลียได้ที่สี่ครับ
ส่วนการเป็นเจ้าบ้านเขานับศักดิ์ตามที่ผมบอกครับ
ทีมที่มาจากชาติที่อันดับดีกว่าจะเป็นทีมวางครับ
เพราะฉะนั้นทีมวางในรอบสาม ก็มีสี่ทีมจากสามอันดับชาติที่ดีสุดก็ครบละครับ
คือเกาหลี ญี่ปุ่น จีน
ถ้าตามที่ท่านเข้าใจบริสเบนจากออสเตรเลียทำไมต้องมาเล่นรอบเดียวกับเราละครับ
แล้วจีนทั้งสองทีมเป็นทีมวาง ลองไปทำความเข้าใจใหม่ครับ
เอเอฟซีเขาจัดง่ายๆตามที่บอกครับ นับศักดิ์ตามอันดับชาติ
จากนั้นก็เอามาเข้าสูตร (หมายถึงการวางทีมในรอบคัดเลือก)
ซึ่งปัจจุบันมันมีสี่ทีมวางในรอบสุดท้าย ซึ่งก็ตามที่ผมบอกครับ

ผมว่าท่านเข้าใจผิดเรื่องโควต้าที่ได้ในแต่ละอันดับนี้ครับ

ที่ควรเข้าใจถูกต้องคือ

อันดับ 1 ใช้ 3+1+0+0 โดย +1 เป็นทีมวางในรอบคัดเลือก ครั้งสุดท้ายเป็นเจ้าบ้าน
อันดับ 2 ใช้ 3+1+0+0 โดย +1 เป็นทีมวางในรอบคัดเลือก ครั้งสุดท้ายเป็นเจ้าบ้าน
อันดับ 3 ใช้ 2+1+1+0 โดย +1 เป็นทีมวางในรอบคัดเลือก ครั้งสุดท้ายเป็นเจ้าบ้าน และอีก +1 เป็นทีมวางในรอบคัดเลือก ครั้งที่สองเป็นเจ้าบ้าน และไปเยือนในรอบคัดเลือก ครั้งที่สาม
อันดับ 4 ใช้ 2+1+1+0 โดย +1 เป็นทีมวางในรอบคัดเลือก ครั้งสุดท้ายเป็นเจ้าบ้าน และอีก +1 เป็นทีมวางในรอบคัดเลือก ครั้งที่สองเป็นเจ้าบ้าน และไปเยือนในรอบคัดเลือก ครั้งที่สาม
อันดับ 5 ใช้ 1+0+2+0 โดย +2 เป็นทีมวางในรอบคัดเลือก ครั้งที่สองเป็นเจ้าบ้าน และไปเยือนในรอบคัดเลือก ครั้งที่สาม ทั้งหมด
อันดับ 6 ใช้ 1+0+1+0 โดย +1 เป็นทีมวางในรอบคัดเลือก ครั้งที่สองเป็นเจ้าบ้าน และไปเยือนในรอบคัดเลือก ครั้งที่สาม ทั้งหมด

มันเป็นแบบนี้ครับ และท่านไปศึกษากฏด้วย เอเอฟซี กำหนดทีมในแต่ละชาติที่เข้ามาแข่งต้องไม่เกิน 25% ของประเทศตัวเอง

ดังนั้น ออสเตรเลีย มันมีแค่ 10 ทีมในลีก มันเลยปัด 2+1+1+0 ให้เหลือ 2+0+1+0 แล้วเอา +1 ไปรวมกับอันดับ 3 พร้อมตัด +1 ในรอบคัดเลือก ครั้งที่สอง ของอันดับ 3 ทิ้ง กลายเป็น 2+2+0+0

ส่วนโควต้า ACL จะประกาศก่อน 1 ปี แล้วใช้ 2 ปี เช่น ของปี 2016 ใช้ผลงานของ 2016 รวม 2015 เพื่อประกาศโควต้าปี 2017 และ 2018 ไม่ใช่ประกาศเอาผลงานปีที่แล้ว และปรากาศของปีหน้า

โอเค ผมอาจเข้าใจผิดเรื่องอันดับ ลีกจีน กับ ลีกออสเตรเลีย หลังปี 2016 จีนได้อันดับ 3 แต่ก็อานิสงค์การที่ลีกออสเตรเลียมีแค่ 10 ทีม มันถึงปัดเศษตามที่ผมกล่าวมา

ข้อสังเกตุอีกอย่างคือ มาเลเซีย ที่มีข่าวว่าได้โควต้าอัตโนมัติ ACL ก็มาได้จริงในปี 2019 แสดงว่าคิดผลงาน 2017 รวมกับ 2018
ยังจะเถียงอีกนะครับ ง่ายๆทำไมไม่เข้าใจ
ผมบอกเขานับศักดิ์ทีมจากชาติอันดับดีกว่าได้สิทธิ์ที่ดีกว่าครับ
เพราะฉะนั้น ทีมจากจีนทั้งสองทีมในรอบคัดเลือกจะได้สิทธิ์ดีกว่าออสเตรเลียครับ
ลองคิดตามผมครับทีมที่สามจากออสเตรเลียจะได้สิทธิ์น้อยกว่าจีนทั้งสองทีมครับ
เปรียบเทียบกับของจริง บริสเบนต้องไปเล่นรอบสองพร้อมทีมจากไทย
แต่จีนทั้งสองทีมได้เล่นรอบสามครับ
ถ้าตามที่ท่านเข้าใจ
2+1+1 อะไรของท่านนั้น ทีมจากจีน 1 ทีมต้องมารอบสอง
แล้วออสต้องมารอบสาม ซึ่งผิดครับ
ผมบอกว่าเอเอฟซีเขาจัดศักดิ์ทีมตามอันดับของชาติครับ
ไปอ่านที่ผมเพิ่มเติมครับสิทธิ์ออสเตรเลียที่เสียไปไม่ได้ไปเพิ่มให้ใครครับ
เพราะฉะนั้นไม่ต้องไปคิดครับไม่เกี่ยว
ส่วนการแจงสิทธิ์อะไรของท่าน แบบ 2+1+1+0 บวกอะไรหลายชั้นแบบนี้มันไม่มีครับ ท่านคิดมาเอง
เอเอฟซีเขาคิดแค่ สองชั้นครับ คือ 2+2 หรือ 3+1
ส่วนในรอบคัดเลือกเขาจะมาจัดระบบทีมวางตามศักดิ์ที่ผมบอกครับ
จะอธิบายให้ละเอียดนะครับ เดี๋ยวท่านก็คิดเองเออเองอีกไม่จบไม่สิ้น อันดับตามปี 2016 นะครับ
1.ทีมที่ 4 ของชาติที่ 1 (เกาหลี)
2.ทีมที่ 4 ของชาติที่ 2 (ญี่ปุ่น)
3.ทีมที่ 3 ของชาติที่ 3 (จีน)
4.ทีมที่ 4 ของชาติที่ 3 (จีน)
5.ทีมที่ 3 ของชาติที่ 4 (ออสเตรเลีย)
6.ทีมที่ 4 ของชาติที่ 4 (ออสเตรเลีย) อันนี้ไม่มีเพราะสิทธิ์ถูกตัด
7.ทีมที่ 2 ของชาติที่ 5 (ไทย) อันนี้แชมป์เอฟเอคัพ เชียงราย
8.ทีมที่ 3 ของชาติที่ 5 (ไทย) อันนี้อันดับ2ในลีก เมืองทอง
9.ทีมที่ 2 ของชาติที่ 6 (ฮ่องกง)
10.ทีมที่ 1 ของชาติที่ 7 (เวียดนาม)
11.ทีมที่ 1 ของชาติที่ 8 (มาเลเซีย)
แล้วก็ไล่ไปครับ
การประกบคู่ทีมวางก็ตามลำดับครับ 1-4 ก็จะได้เป็นทีมวางในรอบสามโดยอัตโนมัติ
เพราะรอบสามคือรอบสุดท้ายมีสี่คู่พอดี
เห็นไหมครับว่ายังไงก็ไม่ถึงออสเตรเลียชาติอันดับสี่ ถ้า 3 ชาติแรกไม่ถูกตัดสิทธิ์ออก
แล้วอันดับที่ดีกว่าจะได้เจออันดับที่อ่อนกว่าครับ
ยกตัวอย่างเมืองทองได้เจอยะโฮร์เพราะอันดับเมืองทองมันอ่อนกว่าเชียงรายครับ
จึงต้องเจออันดับที่ดีกว่าเชียงราย เชียงรายเจอทีมจากอินโดซึ่งอันดับอ่อนกว่ามาเล
ฮ่องกงเจอทีมจากเวียดนาม ฮ่องกงจะเจอคู่ต่อสู้ที่แข็งกว่าคู่ต่อสู้เมืองทองและเชียงราย
เพราะอันดับฮ่องกงมันอ่อนกว่าเมืองทองและเชียงรายไงครับ
ส่วนออสเจออ่อนเลยคือฟิลิปปินส์เพราะอันดับดีสุดในรอบคัดเลือกรอบสอง
ประมาณว่า 1v4 , 2v3 นั้นละครับ
อย่างรอบสามเมืองทองต้องเจอญี่ปุ่นเพราะ ญี่ปุ่นเป็นอันดับ 2 เมืองทองเป็น 7 ครับ
เชียงรายเจอเซี่ยงไฮ้ เพราะ เซี่ยงไฮ้ เป็น 3 ครับ เชียงรายเป็น 6 ครับ
เกาหลีเจอเวียดนาม เพราะ เกาหลี 1 เวียดนามชนะฮ่องกงมา กลายเป็น 8 ครับ
ส่วนฟิลิปปินส์เจอจีนอีกทีม เพราะฟิลิปปินส์ผ่านออสมาแล้ว กลายเป็น 5 แทน จีนอีกทีมมันคือ 4 ครับ
แบบ 1v8, 2v7,3v6,4v5 ครับ
แต่เขาวางสายมาก่อนแล้ว เพราะฉะนั้นฟิลิปปินส์ กับเวียดนาม ชนะทีมที่เหนือกว่ามาก่อน
เลยได้ตำแหน่งนั้นแทน คือฟิลิปปินส์ได้กลายเป็นทีมที่ 5 มาเจอทีมที่ 4 ของจีน ซึ่งอันดับศักดิ์น้อยกว่าที่เมืองทองและเชียงรายเจอ
ทั้งๆที่ฟิลิปปินส์มันอันดับอ่อนกว่าเพราะ สายเขาวางมาแล้วครับซึ่งจริงๆควรเป็นทีมจากออสเข้ามา
ลองจินตนาการตามที่ผมบอกดูครับ ไม่ต้องค้าน จินตนาการตามจะเข้าใจ ง่ายๆ

https://en.wikipedia.org/wiki/2015_AFC_Champions_League คุณ racz จะอธิบายแบบไหน ผมอ้างอิงตอนลีกจีนได้อันดับ 4 ของเอเชีย มันเป็น 2+1+1+0 ครับ ถ้าเป็นแบบที่คุณคิดคือ 2+0+2+0 ในขณะที่ออสเตรเลียที่หล่นไปอันดับ 5 ได้ 1+0+2+0 รวมกับชาติอื่นที่โควต้ารอบนี้ กลายเป็นรอบคัดเลือก ครั้งที่สอง มี 9 ทีม ถ้าเตะทีมใดทีมหนึ่งลง รอบคัดเลือก ครั้งแรก รอบคัดเลือก ครั้งแรก จะมีถึง 5 ทีม ไหนพี่ลองอธิบายสิจะหาทางออกอย่างไร

สำหรับผมถ้างั้นรอให้ ไทย ได้อย่างเป็นทางการก่อน แล้วรอ เอเอฟซี ประกาศ เพราะ เอเอฟซี ยังไม่เจอกรณีทีมอันดับ 3 และ อันดับ 4 มีทีมที่สามารถเล่น ACL เกิน 3 ทีมทั้ง 2 อันดับ
บันทึกการเข้า

racz
Sr. Member
****

คะแนนความรัก: +201/-171
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,344



| | |
« ตอบ #26 เมื่อ: มกราคม 30, 2018, 09:42:01 AM »

อยากได้โควต้า2+1 หรือ2+2

แซงออสได้นี่คือ 2+2 เลยนะครับ

เพราะจริงๆ แล้วออสก็ได้ 2+2 แต่ทีมในลีกไม่พอ (3 ทีมต่อ 1 โควต้า) เลยได้แค่ 2+1

บรร ขอให้ได้ 10 แต้มตามที่คาดครับ ถ้าเมืองทองหรือเชียงรายไม่ผ่าน บรร ก็จะยิ่งเก็บแต้มเต็มไม่ต้องหารอีก คราวนี้น่าจะชดเชยคะแนนในปี 2016 ได้

แล้วก็รอปี 2020 จะไม่เอาคะแนนปี 2016 มาคำนวณ ถึงตอนนั้นก็ไม่คิดคะแนนทีมชาติแล้วด้วย มีลุ้นครับ

จริงๆ เหมือน 3+1 เลยมากกว่า เพราะ เราจะได้สิทธิ เป็นเจ้าบ้านในรอบคัดเลือก ครั้งสุดท้าย 1 ทีม ซึ่งโอกาสผ่านเยอะมาก เจอทีมเวียดนาม ฮ่องกง มาเลเซีย อินโด เราเชื่อว่ามีโอกาสผ่านมากกว่าไม่ผ่าน อย่าซวยแค่เจอ ออสซี่ เป็นพอ (แต่เจอออสซี่ก็ไม่แย่ ได้เล่นในบ้านมีโอกาสชนะได้)
ไม่ใช่นะครับ เจ้าบ้านนัดท้ายมีสี่นัด มีสี่ทีมดังนี้ครับ
1.ทีมที่สี่ของชาติที่ 1 ปัจจุบันคือเกาหลี
2.ทีมที่สี่ของชาติที่ 2 ปัจจุบันคือญี่ปุ่น
3.ทีมที่สามของชาติที่ 3 ปัจจุบันคือจีน
4.ทีมที่สี่ของชาติที่ 3 ปัจจุบันคือจีน
สรุปเราแซงออสได้จะเป็นชาติที่สี่แทนออสครับ
แต่คัดเลือกรอบสุดท้ายต้องไปเยือนอยู่ดี ต้องเป็นชาติที่สามครับถึงได้เล่นในบ้าน
ถ้าตามระบบปัจจุบันนะครับ

ที่จริง ออสเตรเลีย ต้องได้โควต้า 2+2 คือ มี 1 ทีมเล่นในบ้านในรอบคัดเลือก ครั้งที่สาม เป็นของรองแชมป์2ในลีก และ 1 ทีมเล่นในรอบคัดเลือก ครั้งที่สอง เป็นอันดับที่ 3 ในลีก แต่อนิจาในลีกออสเตรเลียมีแค่ 10 ทีม ซึ่งเอเอฟซีจำกัดไว้แล้วว่า ต้องมีทีมตัวแทนประเทศแค่ 25 % ในลีก โควต้าออสเตรเลียเลยโดนตัดเอา รอบคัดเลือก ครั้งที่สาม ออกไป จึงเหลือ 2+1 แล้วเอา +1 ทีเหลือยกให้จีนที่ได้ที่ 4 ไป และโควต้าปีนี้ยังใช้ของรอบประเมินปี 2016 อยู่ครับ ทีมในลีกจีนตอนนั้นยังได้อันดับ 4 ครับผม
ผิดละครับไปหาข้อมูลดีๆครับ จีนเขาได้ 2+2 เพราะอยู่ที่สามในแรงกิ้งปี 2016 ครับ
จีนได้ 2+2 เพราะได้ที่สาม ไม่เกี่ยวโควต้าออสเตรเลียครับ ออสเตรเลียได้ที่สี่ครับ
ส่วนการเป็นเจ้าบ้านเขานับศักดิ์ตามที่ผมบอกครับ
ทีมที่มาจากชาติที่อันดับดีกว่าจะเป็นทีมวางครับ
เพราะฉะนั้นทีมวางในรอบสาม ก็มีสี่ทีมจากสามอันดับชาติที่ดีสุดก็ครบละครับ
คือเกาหลี ญี่ปุ่น จีน
ถ้าตามที่ท่านเข้าใจบริสเบนจากออสเตรเลียทำไมต้องมาเล่นรอบเดียวกับเราละครับ
แล้วจีนทั้งสองทีมเป็นทีมวาง ลองไปทำความเข้าใจใหม่ครับ
เอเอฟซีเขาจัดง่ายๆตามที่บอกครับ นับศักดิ์ตามอันดับชาติ
จากนั้นก็เอามาเข้าสูตร (หมายถึงการวางทีมในรอบคัดเลือก)
ซึ่งปัจจุบันมันมีสี่ทีมวางในรอบสุดท้าย ซึ่งก็ตามที่ผมบอกครับ

ผมว่าท่านเข้าใจผิดเรื่องโควต้าที่ได้ในแต่ละอันดับนี้ครับ

ที่ควรเข้าใจถูกต้องคือ

อันดับ 1 ใช้ 3+1+0+0 โดย +1 เป็นทีมวางในรอบคัดเลือก ครั้งสุดท้ายเป็นเจ้าบ้าน
อันดับ 2 ใช้ 3+1+0+0 โดย +1 เป็นทีมวางในรอบคัดเลือก ครั้งสุดท้ายเป็นเจ้าบ้าน
อันดับ 3 ใช้ 2+1+1+0 โดย +1 เป็นทีมวางในรอบคัดเลือก ครั้งสุดท้ายเป็นเจ้าบ้าน และอีก +1 เป็นทีมวางในรอบคัดเลือก ครั้งที่สองเป็นเจ้าบ้าน และไปเยือนในรอบคัดเลือก ครั้งที่สาม
อันดับ 4 ใช้ 2+1+1+0 โดย +1 เป็นทีมวางในรอบคัดเลือก ครั้งสุดท้ายเป็นเจ้าบ้าน และอีก +1 เป็นทีมวางในรอบคัดเลือก ครั้งที่สองเป็นเจ้าบ้าน และไปเยือนในรอบคัดเลือก ครั้งที่สาม
อันดับ 5 ใช้ 1+0+2+0 โดย +2 เป็นทีมวางในรอบคัดเลือก ครั้งที่สองเป็นเจ้าบ้าน และไปเยือนในรอบคัดเลือก ครั้งที่สาม ทั้งหมด
อันดับ 6 ใช้ 1+0+1+0 โดย +1 เป็นทีมวางในรอบคัดเลือก ครั้งที่สองเป็นเจ้าบ้าน และไปเยือนในรอบคัดเลือก ครั้งที่สาม ทั้งหมด

มันเป็นแบบนี้ครับ และท่านไปศึกษากฏด้วย เอเอฟซี กำหนดทีมในแต่ละชาติที่เข้ามาแข่งต้องไม่เกิน 25% ของประเทศตัวเอง

ดังนั้น ออสเตรเลีย มันมีแค่ 10 ทีมในลีก มันเลยปัด 2+1+1+0 ให้เหลือ 2+0+1+0 แล้วเอา +1 ไปรวมกับอันดับ 3 พร้อมตัด +1 ในรอบคัดเลือก ครั้งที่สอง ของอันดับ 3 ทิ้ง กลายเป็น 2+2+0+0

ส่วนโควต้า ACL จะประกาศก่อน 1 ปี แล้วใช้ 2 ปี เช่น ของปี 2016 ใช้ผลงานของ 2016 รวม 2015 เพื่อประกาศโควต้าปี 2017 และ 2018 ไม่ใช่ประกาศเอาผลงานปีที่แล้ว และปรากาศของปีหน้า

โอเค ผมอาจเข้าใจผิดเรื่องอันดับ ลีกจีน กับ ลีกออสเตรเลีย หลังปี 2016 จีนได้อันดับ 3 แต่ก็อานิสงค์การที่ลีกออสเตรเลียมีแค่ 10 ทีม มันถึงปัดเศษตามที่ผมกล่าวมา

ข้อสังเกตุอีกอย่างคือ มาเลเซีย ที่มีข่าวว่าได้โควต้าอัตโนมัติ ACL ก็มาได้จริงในปี 2019 แสดงว่าคิดผลงาน 2017 รวมกับ 2018
ยังจะเถียงอีกนะครับ ง่ายๆทำไมไม่เข้าใจ
ผมบอกเขานับศักดิ์ทีมจากชาติอันดับดีกว่าได้สิทธิ์ที่ดีกว่าครับ
เพราะฉะนั้น ทีมจากจีนทั้งสองทีมในรอบคัดเลือกจะได้สิทธิ์ดีกว่าออสเตรเลียครับ
ลองคิดตามผมครับทีมที่สามจากออสเตรเลียจะได้สิทธิ์น้อยกว่าจีนทั้งสองทีมครับ
เปรียบเทียบกับของจริง บริสเบนต้องไปเล่นรอบสองพร้อมทีมจากไทย
แต่จีนทั้งสองทีมได้เล่นรอบสามครับ
ถ้าตามที่ท่านเข้าใจ
2+1+1 อะไรของท่านนั้น ทีมจากจีน 1 ทีมต้องมารอบสอง
แล้วออสต้องมารอบสาม ซึ่งผิดครับ
ผมบอกว่าเอเอฟซีเขาจัดศักดิ์ทีมตามอันดับของชาติครับ
ไปอ่านที่ผมเพิ่มเติมครับสิทธิ์ออสเตรเลียที่เสียไปไม่ได้ไปเพิ่มให้ใครครับ
เพราะฉะนั้นไม่ต้องไปคิดครับไม่เกี่ยว
ส่วนการแจงสิทธิ์อะไรของท่าน แบบ 2+1+1+0 บวกอะไรหลายชั้นแบบนี้มันไม่มีครับ ท่านคิดมาเอง
เอเอฟซีเขาคิดแค่ สองชั้นครับ คือ 2+2 หรือ 3+1
ส่วนในรอบคัดเลือกเขาจะมาจัดระบบทีมวางตามศักดิ์ที่ผมบอกครับ
จะอธิบายให้ละเอียดนะครับ เดี๋ยวท่านก็คิดเองเออเองอีกไม่จบไม่สิ้น อันดับตามปี 2016 นะครับ
1.ทีมที่ 4 ของชาติที่ 1 (เกาหลี)
2.ทีมที่ 4 ของชาติที่ 2 (ญี่ปุ่น)
3.ทีมที่ 3 ของชาติที่ 3 (จีน)
4.ทีมที่ 4 ของชาติที่ 3 (จีน)
5.ทีมที่ 3 ของชาติที่ 4 (ออสเตรเลีย)
6.ทีมที่ 4 ของชาติที่ 4 (ออสเตรเลีย) อันนี้ไม่มีเพราะสิทธิ์ถูกตัด
7.ทีมที่ 2 ของชาติที่ 5 (ไทย) อันนี้แชมป์เอฟเอคัพ เชียงราย
8.ทีมที่ 3 ของชาติที่ 5 (ไทย) อันนี้อันดับ2ในลีก เมืองทอง
9.ทีมที่ 2 ของชาติที่ 6 (ฮ่องกง)
10.ทีมที่ 1 ของชาติที่ 7 (เวียดนาม)
11.ทีมที่ 1 ของชาติที่ 8 (มาเลเซีย)
แล้วก็ไล่ไปครับ
การประกบคู่ทีมวางก็ตามลำดับครับ 1-4 ก็จะได้เป็นทีมวางในรอบสามโดยอัตโนมัติ
เพราะรอบสามคือรอบสุดท้ายมีสี่คู่พอดี
เห็นไหมครับว่ายังไงก็ไม่ถึงออสเตรเลียชาติอันดับสี่ ถ้า 3 ชาติแรกไม่ถูกตัดสิทธิ์ออก
แล้วอันดับที่ดีกว่าจะได้เจออันดับที่อ่อนกว่าครับ
ยกตัวอย่างเมืองทองได้เจอยะโฮร์เพราะอันดับเมืองทองมันอ่อนกว่าเชียงรายครับ
จึงต้องเจออันดับที่ดีกว่าเชียงราย เชียงรายเจอทีมจากอินโดซึ่งอันดับอ่อนกว่ามาเล
ฮ่องกงเจอทีมจากเวียดนาม ฮ่องกงจะเจอคู่ต่อสู้ที่แข็งกว่าคู่ต่อสู้เมืองทองและเชียงราย
เพราะอันดับฮ่องกงมันอ่อนกว่าเมืองทองและเชียงรายไงครับ
ส่วนออสเจออ่อนเลยคือฟิลิปปินส์เพราะอันดับดีสุดในรอบคัดเลือกรอบสอง
ประมาณว่า 1v4 , 2v3 นั้นละครับ
อย่างรอบสามเมืองทองต้องเจอญี่ปุ่นเพราะ ญี่ปุ่นเป็นอันดับ 2 เมืองทองเป็น 7 ครับ
เชียงรายเจอเซี่ยงไฮ้ เพราะ เซี่ยงไฮ้ เป็น 3 ครับ เชียงรายเป็น 6 ครับ
เกาหลีเจอเวียดนาม เพราะ เกาหลี 1 เวียดนามชนะฮ่องกงมา กลายเป็น 8 ครับ
ส่วนฟิลิปปินส์เจอจีนอีกทีม เพราะฟิลิปปินส์ผ่านออสมาแล้ว กลายเป็น 5 แทน จีนอีกทีมมันคือ 4 ครับ
แบบ 1v8, 2v7,3v6,4v5 ครับ
แต่เขาวางสายมาก่อนแล้ว เพราะฉะนั้นฟิลิปปินส์ กับเวียดนาม ชนะทีมที่เหนือกว่ามาก่อน
เลยได้ตำแหน่งนั้นแทน คือฟิลิปปินส์ได้กลายเป็นทีมที่ 5 มาเจอทีมที่ 4 ของจีน ซึ่งอันดับศักดิ์น้อยกว่าที่เมืองทองและเชียงรายเจอ
ทั้งๆที่ฟิลิปปินส์มันอันดับอ่อนกว่าเพราะ สายเขาวางมาแล้วครับซึ่งจริงๆควรเป็นทีมจากออสเข้ามา
ลองจินตนาการตามที่ผมบอกดูครับ ไม่ต้องค้าน จินตนาการตามจะเข้าใจ ง่ายๆ

https://en.wikipedia.org/wiki/2015_AFC_Champions_League คุณ racz จะอธิบายแบบไหน ผมอ้างอิงตอนลีกจีนได้อันดับ 4 ของเอเชีย มันเป็น 2+1+1+0 ครับ ถ้าเป็นแบบที่คุณคิดคือ 2+0+2+0 ในขณะที่ออสเตรเลียที่หล่นไปอันดับ 5 ได้ 1+0+2+0 รวมกับชาติอื่นที่โควต้ารอบนี้ กลายเป็นรอบคัดเลือก ครั้งที่สอง มี 9 ทีม ถ้าเตะทีมใดทีมหนึ่งลง รอบคัดเลือก ครั้งแรก รอบคัดเลือก ครั้งแรก จะมีถึง 5 ทีม ไหนพี่ลองอธิบายสิจะหาทางออกอย่างไร

สำหรับผมถ้างั้นรอให้ ไทย ได้อย่างเป็นทางการก่อน แล้วรอ เอเอฟซี ประกาศ เพราะ เอเอฟซี ยังไม่เจอกรณีทีมอันดับ 3 และ อันดับ 4 มีทีมที่สามารถเล่น ACL เกิน 3 ทีมทั้ง 2 อันดับ
ยังจะเถียงอีก เดี๋ยวอธิบายให้ดูครับ จากปี 2015 ที่วิกืที่ท่านมาแชร์
ละเอียดเลยนะเดี๋ยวเถียงอีก ตามสูตรผมอธิบายได้ทุกฤดูกาลครับ
รอบคัดเลือกปีนั้นมีเข้ามาทั้งหมด 12 ชาติ จำนวน 14 ทีมดังนี้
1.ที่ 4 ของชาติ 1 เกาหลี
2.ที่ 4 ของชาติ 2 ญี่ปุ่น
3.ที่ 3 ของชาติ 3 ออสเตรเลีย
4.ที่ 4 ของชาติ 3 ออสเตรเลีย(อันนี้ไม่มีโดนตัดเพราะออสจะได้แค่ 2+1)
4.ที่ 3 ของชาติ 4 จีน (ได้มาเป็นอันดับ 4 แทนออสเตรเลีย)ปีนั้นคือปักกิ่ง กัวอัน
5.ที่ 4 ของชาติ 4 จีน (กวางโจว r&f)
6.ที่ 2 ของชาติ 5 ไทย บางกอกกลาส แชมป์เอฟเอคัพ
7.ที่ 3 ชองชาติ 5 ไทย ชลบุรี รองแชมป์ไทยลีก
8.ที่ 2 ของชาติ 6 เวียดนาม
9.ที่ 1. ของชาติ 7 อินโด
10.ที่ 1 ของชาติ 8 ฮ่องกง
11.ที่ 1 ของชาติ 9 พม่า
12.ที่ 1 ของชาติ 10 มาเลเซีย
13.ที่ 1 ของชาติ 11 อินเดีย
14.ที่ 1 ของชาติ 12 สิงคโปร์
โดยหลักทีมที่ได้สิทธิ์เล่นจะมีแค่ 12 ชาติครับ โดย 1-6 จะมีโควต้า รอบแบ่งกลุ่มด้วย
7-12 จะได้เล่นรอบคัดเลือกอย่างเดียว โดย 7-12 ถ้าตกรอบคัดเลือกจะได้ไปเอเอฟซีคัพ
1-6 ไม่ได้ไปเอเอฟซีคัพนะครับ เพราะได้โควต้ารอบแบ่งกลุ่มแล้ว โอเคมาดูต่อจากด้านบนนะครับ
มันมีทั้งหมด 14 ทีม ต้องแบ่งสามรอบ โดยรอบที่สามจะมี 4 คู่ จึงแบ่งแบบนี้ครับ
11-14 จะเล่นรอบแรก 4 ทีม โดย
11v14, 12v13 เหลือมาสองทีม
รอบสอง จะมีทีมรอ 6 ทีมคือ
5-10 บวกกับผู้ชนะรอบแรกสองทีมรวมเป็น 8 ทีม 4 คู่ จับคู่ตามอันดับดังนี้ครับ
5v(11v14) กวางโจว rf เจอ สิงคโปร์ที่ผ่านรอบแรกมา
6v(12v13) บางกอกกลาส เจอ ยะโฮร์ มาเลเซียที่ผ่านรอบแรกมา
7v10 ชลบุรี เจอ คิตฉี ฮ่องกง
8v9 เวียดนามเจออินโด
สังเกตรอบนี้มีทีมจากจีนมาเล่นแค่ 1 ทีม แม้ตนเองเป็นชาติที่สี่ แต่เพราะอีกทีมถูกดันขึ้นไปรอรอบที่สามเพราะทีมที่ 4 จากชาติที่สามคือออสเตรเลียมันไม่มี ทีมที่ 3 ของจีนคือปักกิ่งจึงไปเล่นรอบสาม
ประเด็นนี้ละที่ท่านอาจเข้าใจผิดว่าชาติที่สี่ต้องได้มาเล่นรอบสามอัตโนมัติ จริงๆไม่ใช่ครับ
มันเรียงตามศักดิ์ที่ผมอธิบาย ต่อมามาดูรอบสามนะครับ
รอบสามมีสี่ทีมมารอ คือทีมที่ 1-4 จับคู่ แบบ 1v8,2v7,3v6,4v5ดังนี้
1v(8v9) เกาหลีเจอเวียดนาม
2v(7v10) คาชิว่าเจอชลบุรี
3v[5v(11v14)] อันนี้พิเศษครับเพราะจีนจะเจอกันเองไม่ได้ ไปดูอันดับนะครับ 4,5 มันจีนทั้งคู่
ทำให้ต้องโยก 3มาเจอ 5 แทน แล้ว 4เจอ6 เพื่อไม่ให้ 4เจอ5 จีนเจอจีนไม่ได้
ทำให้คู่นี้เป็นออสเตรเลียเจอจีนกวางโจวrf
4v[6v(12v14)] ทำให้ปักกิ่งเจอบางกอกกลาส
เห็นไหมครับอ่านจากที่ผมเรียงให้ดูไปดูในวิกิที่ท่านมาโพสประกอบ
อธิบายแบบผมมันอธิบายได้ทุกฤดูกาลครับ เพราะรอบคัดเลือกมันไม่มีจับสลากครับ
มันจัดตามอันดับศักดิ์ที่ผมอธิบายครับ
ท่านอาจจะดูปี 2015 แล้วเข้าใจว่าทีมที่สามจากชาติที่ 4 คือจีนจะได้เล่นรอบสาม1 ทีม
เลยเข้าใจว่าจะได้โควต้าเล่นตลอด ซึ่งมันไม่ใช่ครับ
มันคือการดันอันดับขึ้นไปเพราะชาติที่สามคือออสเตรเลียเขาไม่มีทีมที่ 4 ครับ
พอมาฤดูกาลนี้ที่จีนมาเป็นชาติที่สามแทน เห็นไหมครับว่าจีนสองทีมอยู่รอบที่สามหมดเลย
ออสเตรเลีย1ทีมอยู่รอบสอง เพราะอันดับไม่ถึง เพราะจีนไม่มีสละสิทธิ์เลย
เขาเรียงตามศักดิ์ที่ผมบอกอะครับ แล้วว่าจัดสายจัดทีมวางวางเลย ไม่มีจับสลาก ทีมศักดิ์เก่งสุดจะเจออ่อนสุด แล้วก็ไล่ไป คล้ายๆเพลย์ออฟของพวกอเมริกันเกมส์ พวกเอ็นเอฟแอลอะครับ ง่ายๆ
เอาตามที่ผมบอกไปไล่ดูได้เลยครับอธิบายได้ทุกฤดูกาลไม่ได้คิดเองเออเองครับ



บันทึกการเข้า

เจ้าจอม
PTTrayong
Thailandsusu-VIP
Hero Member
***

คะแนนความรัก: +1786/-806
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 17,810


| | |
« ตอบ #27 เมื่อ: มกราคม 30, 2018, 09:51:47 AM »

อยากได้โควต้า2+1 หรือ2+2

แซงออสได้นี่คือ 2+2 เลยนะครับ

เพราะจริงๆ แล้วออสก็ได้ 2+2 แต่ทีมในลีกไม่พอ (3 ทีมต่อ 1 โควต้า) เลยได้แค่ 2+1

บรร ขอให้ได้ 10 แต้มตามที่คาดครับ ถ้าเมืองทองหรือเชียงรายไม่ผ่าน บรร ก็จะยิ่งเก็บแต้มเต็มไม่ต้องหารอีก คราวนี้น่าจะชดเชยคะแนนในปี 2016 ได้

แล้วก็รอปี 2020 จะไม่เอาคะแนนปี 2016 มาคำนวณ ถึงตอนนั้นก็ไม่คิดคะแนนทีมชาติแล้วด้วย มีลุ้นครับ

จริงๆ เหมือน 3+1 เลยมากกว่า เพราะ เราจะได้สิทธิ เป็นเจ้าบ้านในรอบคัดเลือก ครั้งสุดท้าย 1 ทีม ซึ่งโอกาสผ่านเยอะมาก เจอทีมเวียดนาม ฮ่องกง มาเลเซีย อินโด เราเชื่อว่ามีโอกาสผ่านมากกว่าไม่ผ่าน อย่าซวยแค่เจอ ออสซี่ เป็นพอ (แต่เจอออสซี่ก็ไม่แย่ ได้เล่นในบ้านมีโอกาสชนะได้)
ไม่ใช่นะครับ เจ้าบ้านนัดท้ายมีสี่นัด มีสี่ทีมดังนี้ครับ
1.ทีมที่สี่ของชาติที่ 1 ปัจจุบันคือเกาหลี
2.ทีมที่สี่ของชาติที่ 2 ปัจจุบันคือญี่ปุ่น
3.ทีมที่สามของชาติที่ 3 ปัจจุบันคือจีน
4.ทีมที่สี่ของชาติที่ 3 ปัจจุบันคือจีน
สรุปเราแซงออสได้จะเป็นชาติที่สี่แทนออสครับ
แต่คัดเลือกรอบสุดท้ายต้องไปเยือนอยู่ดี ต้องเป็นชาติที่สามครับถึงได้เล่นในบ้าน
ถ้าตามระบบปัจจุบันนะครับ

ที่จริง ออสเตรเลีย ต้องได้โควต้า 2+2 คือ มี 1 ทีมเล่นในบ้านในรอบคัดเลือก ครั้งที่สาม เป็นของรองแชมป์2ในลีก และ 1 ทีมเล่นในรอบคัดเลือก ครั้งที่สอง เป็นอันดับที่ 3 ในลีก แต่อนิจาในลีกออสเตรเลียมีแค่ 10 ทีม ซึ่งเอเอฟซีจำกัดไว้แล้วว่า ต้องมีทีมตัวแทนประเทศแค่ 25 % ในลีก โควต้าออสเตรเลียเลยโดนตัดเอา รอบคัดเลือก ครั้งที่สาม ออกไป จึงเหลือ 2+1 แล้วเอา +1 ทีเหลือยกให้จีนที่ได้ที่ 4 ไป และโควต้าปีนี้ยังใช้ของรอบประเมินปี 2016 อยู่ครับ ทีมในลีกจีนตอนนั้นยังได้อันดับ 4 ครับผม
ผิดละครับไปหาข้อมูลดีๆครับ จีนเขาได้ 2+2 เพราะอยู่ที่สามในแรงกิ้งปี 2016 ครับ
จีนได้ 2+2 เพราะได้ที่สาม ไม่เกี่ยวโควต้าออสเตรเลียครับ ออสเตรเลียได้ที่สี่ครับ
ส่วนการเป็นเจ้าบ้านเขานับศักดิ์ตามที่ผมบอกครับ
ทีมที่มาจากชาติที่อันดับดีกว่าจะเป็นทีมวางครับ
เพราะฉะนั้นทีมวางในรอบสาม ก็มีสี่ทีมจากสามอันดับชาติที่ดีสุดก็ครบละครับ
คือเกาหลี ญี่ปุ่น จีน
ถ้าตามที่ท่านเข้าใจบริสเบนจากออสเตรเลียทำไมต้องมาเล่นรอบเดียวกับเราละครับ
แล้วจีนทั้งสองทีมเป็นทีมวาง ลองไปทำความเข้าใจใหม่ครับ
เอเอฟซีเขาจัดง่ายๆตามที่บอกครับ นับศักดิ์ตามอันดับชาติ
จากนั้นก็เอามาเข้าสูตร (หมายถึงการวางทีมในรอบคัดเลือก)
ซึ่งปัจจุบันมันมีสี่ทีมวางในรอบสุดท้าย ซึ่งก็ตามที่ผมบอกครับ

ผมว่าท่านเข้าใจผิดเรื่องโควต้าที่ได้ในแต่ละอันดับนี้ครับ

ที่ควรเข้าใจถูกต้องคือ

อันดับ 1 ใช้ 3+1+0+0 โดย +1 เป็นทีมวางในรอบคัดเลือก ครั้งสุดท้ายเป็นเจ้าบ้าน
อันดับ 2 ใช้ 3+1+0+0 โดย +1 เป็นทีมวางในรอบคัดเลือก ครั้งสุดท้ายเป็นเจ้าบ้าน
อันดับ 3 ใช้ 2+1+1+0 โดย +1 เป็นทีมวางในรอบคัดเลือก ครั้งสุดท้ายเป็นเจ้าบ้าน และอีก +1 เป็นทีมวางในรอบคัดเลือก ครั้งที่สองเป็นเจ้าบ้าน และไปเยือนในรอบคัดเลือก ครั้งที่สาม
อันดับ 4 ใช้ 2+1+1+0 โดย +1 เป็นทีมวางในรอบคัดเลือก ครั้งสุดท้ายเป็นเจ้าบ้าน และอีก +1 เป็นทีมวางในรอบคัดเลือก ครั้งที่สองเป็นเจ้าบ้าน และไปเยือนในรอบคัดเลือก ครั้งที่สาม
อันดับ 5 ใช้ 1+0+2+0 โดย +2 เป็นทีมวางในรอบคัดเลือก ครั้งที่สองเป็นเจ้าบ้าน และไปเยือนในรอบคัดเลือก ครั้งที่สาม ทั้งหมด
อันดับ 6 ใช้ 1+0+1+0 โดย +1 เป็นทีมวางในรอบคัดเลือก ครั้งที่สองเป็นเจ้าบ้าน และไปเยือนในรอบคัดเลือก ครั้งที่สาม ทั้งหมด

มันเป็นแบบนี้ครับ และท่านไปศึกษากฏด้วย เอเอฟซี กำหนดทีมในแต่ละชาติที่เข้ามาแข่งต้องไม่เกิน 25% ของประเทศตัวเอง

ดังนั้น ออสเตรเลีย มันมีแค่ 10 ทีมในลีก มันเลยปัด 2+1+1+0 ให้เหลือ 2+0+1+0 แล้วเอา +1 ไปรวมกับอันดับ 3 พร้อมตัด +1 ในรอบคัดเลือก ครั้งที่สอง ของอันดับ 3 ทิ้ง กลายเป็น 2+2+0+0

ส่วนโควต้า ACL จะประกาศก่อน 1 ปี แล้วใช้ 2 ปี เช่น ของปี 2016 ใช้ผลงานของ 2016 รวม 2015 เพื่อประกาศโควต้าปี 2017 และ 2018 ไม่ใช่ประกาศเอาผลงานปีที่แล้ว และปรากาศของปีหน้า

โอเค ผมอาจเข้าใจผิดเรื่องอันดับ ลีกจีน กับ ลีกออสเตรเลีย หลังปี 2016 จีนได้อันดับ 3 แต่ก็อานิสงค์การที่ลีกออสเตรเลียมีแค่ 10 ทีม มันถึงปัดเศษตามที่ผมกล่าวมา

ข้อสังเกตุอีกอย่างคือ มาเลเซีย ที่มีข่าวว่าได้โควต้าอัตโนมัติ ACL ก็มาได้จริงในปี 2019 แสดงว่าคิดผลงาน 2017 รวมกับ 2018
ยังจะเถียงอีกนะครับ ง่ายๆทำไมไม่เข้าใจ
ผมบอกเขานับศักดิ์ทีมจากชาติอันดับดีกว่าได้สิทธิ์ที่ดีกว่าครับ
เพราะฉะนั้น ทีมจากจีนทั้งสองทีมในรอบคัดเลือกจะได้สิทธิ์ดีกว่าออสเตรเลียครับ
ลองคิดตามผมครับทีมที่สามจากออสเตรเลียจะได้สิทธิ์น้อยกว่าจีนทั้งสองทีมครับ
เปรียบเทียบกับของจริง บริสเบนต้องไปเล่นรอบสองพร้อมทีมจากไทย
แต่จีนทั้งสองทีมได้เล่นรอบสามครับ
ถ้าตามที่ท่านเข้าใจ
2+1+1 อะไรของท่านนั้น ทีมจากจีน 1 ทีมต้องมารอบสอง
แล้วออสต้องมารอบสาม ซึ่งผิดครับ
ผมบอกว่าเอเอฟซีเขาจัดศักดิ์ทีมตามอันดับของชาติครับ
ไปอ่านที่ผมเพิ่มเติมครับสิทธิ์ออสเตรเลียที่เสียไปไม่ได้ไปเพิ่มให้ใครครับ
เพราะฉะนั้นไม่ต้องไปคิดครับไม่เกี่ยว
ส่วนการแจงสิทธิ์อะไรของท่าน แบบ 2+1+1+0 บวกอะไรหลายชั้นแบบนี้มันไม่มีครับ ท่านคิดมาเอง
เอเอฟซีเขาคิดแค่ สองชั้นครับ คือ 2+2 หรือ 3+1
ส่วนในรอบคัดเลือกเขาจะมาจัดระบบทีมวางตามศักดิ์ที่ผมบอกครับ
จะอธิบายให้ละเอียดนะครับ เดี๋ยวท่านก็คิดเองเออเองอีกไม่จบไม่สิ้น อันดับตามปี 2016 นะครับ
1.ทีมที่ 4 ของชาติที่ 1 (เกาหลี)
2.ทีมที่ 4 ของชาติที่ 2 (ญี่ปุ่น)
3.ทีมที่ 3 ของชาติที่ 3 (จีน)
4.ทีมที่ 4 ของชาติที่ 3 (จีน)
5.ทีมที่ 3 ของชาติที่ 4 (ออสเตรเลีย)
6.ทีมที่ 4 ของชาติที่ 4 (ออสเตรเลีย) อันนี้ไม่มีเพราะสิทธิ์ถูกตัด
7.ทีมที่ 2 ของชาติที่ 5 (ไทย) อันนี้แชมป์เอฟเอคัพ เชียงราย
8.ทีมที่ 3 ของชาติที่ 5 (ไทย) อันนี้อันดับ2ในลีก เมืองทอง
9.ทีมที่ 2 ของชาติที่ 6 (ฮ่องกง)
10.ทีมที่ 1 ของชาติที่ 7 (เวียดนาม)
11.ทีมที่ 1 ของชาติที่ 8 (มาเลเซีย)
แล้วก็ไล่ไปครับ
การประกบคู่ทีมวางก็ตามลำดับครับ 1-4 ก็จะได้เป็นทีมวางในรอบสามโดยอัตโนมัติ
เพราะรอบสามคือรอบสุดท้ายมีสี่คู่พอดี
เห็นไหมครับว่ายังไงก็ไม่ถึงออสเตรเลียชาติอันดับสี่ ถ้า 3 ชาติแรกไม่ถูกตัดสิทธิ์ออก
แล้วอันดับที่ดีกว่าจะได้เจออันดับที่อ่อนกว่าครับ
ยกตัวอย่างเมืองทองได้เจอยะโฮร์เพราะอันดับเมืองทองมันอ่อนกว่าเชียงรายครับ
จึงต้องเจออันดับที่ดีกว่าเชียงราย เชียงรายเจอทีมจากอินโดซึ่งอันดับอ่อนกว่ามาเล
ฮ่องกงเจอทีมจากเวียดนาม ฮ่องกงจะเจอคู่ต่อสู้ที่แข็งกว่าคู่ต่อสู้เมืองทองและเชียงราย
เพราะอันดับฮ่องกงมันอ่อนกว่าเมืองทองและเชียงรายไงครับ
ส่วนออสเจออ่อนเลยคือฟิลิปปินส์เพราะอันดับดีสุดในรอบคัดเลือกรอบสอง
ประมาณว่า 1v4 , 2v3 นั้นละครับ
อย่างรอบสามเมืองทองต้องเจอญี่ปุ่นเพราะ ญี่ปุ่นเป็นอันดับ 2 เมืองทองเป็น 7 ครับ
เชียงรายเจอเซี่ยงไฮ้ เพราะ เซี่ยงไฮ้ เป็น 3 ครับ เชียงรายเป็น 6 ครับ
เกาหลีเจอเวียดนาม เพราะ เกาหลี 1 เวียดนามชนะฮ่องกงมา กลายเป็น 8 ครับ
ส่วนฟิลิปปินส์เจอจีนอีกทีม เพราะฟิลิปปินส์ผ่านออสมาแล้ว กลายเป็น 5 แทน จีนอีกทีมมันคือ 4 ครับ
แบบ 1v8, 2v7,3v6,4v5 ครับ
แต่เขาวางสายมาก่อนแล้ว เพราะฉะนั้นฟิลิปปินส์ กับเวียดนาม ชนะทีมที่เหนือกว่ามาก่อน
เลยได้ตำแหน่งนั้นแทน คือฟิลิปปินส์ได้กลายเป็นทีมที่ 5 มาเจอทีมที่ 4 ของจีน ซึ่งอันดับศักดิ์น้อยกว่าที่เมืองทองและเชียงรายเจอ
ทั้งๆที่ฟิลิปปินส์มันอันดับอ่อนกว่าเพราะ สายเขาวางมาแล้วครับซึ่งจริงๆควรเป็นทีมจากออสเข้ามา
ลองจินตนาการตามที่ผมบอกดูครับ ไม่ต้องค้าน จินตนาการตามจะเข้าใจ ง่ายๆ

https://en.wikipedia.org/wiki/2015_AFC_Champions_League คุณ racz จะอธิบายแบบไหน ผมอ้างอิงตอนลีกจีนได้อันดับ 4 ของเอเชีย มันเป็น 2+1+1+0 ครับ ถ้าเป็นแบบที่คุณคิดคือ 2+0+2+0 ในขณะที่ออสเตรเลียที่หล่นไปอันดับ 5 ได้ 1+0+2+0 รวมกับชาติอื่นที่โควต้ารอบนี้ กลายเป็นรอบคัดเลือก ครั้งที่สอง มี 9 ทีม ถ้าเตะทีมใดทีมหนึ่งลง รอบคัดเลือก ครั้งแรก รอบคัดเลือก ครั้งแรก จะมีถึง 5 ทีม ไหนพี่ลองอธิบายสิจะหาทางออกอย่างไร

สำหรับผมถ้างั้นรอให้ ไทย ได้อย่างเป็นทางการก่อน แล้วรอ เอเอฟซี ประกาศ เพราะ เอเอฟซี ยังไม่เจอกรณีทีมอันดับ 3 และ อันดับ 4 มีทีมที่สามารถเล่น ACL เกิน 3 ทีมทั้ง 2 อันดับ
ยังจะเถียงอีก เดี๋ยวอธิบายให้ดูครับ จากปี 2015 ที่วิกืที่ท่านมาแชร์
ละเอียดเลยนะเดี๋ยวเถียงอีก ตามสูตรผมอธิบายได้ทุกฤดูกาลครับ
รอบคัดเลือกปีนั้นมีเข้ามาทั้งหมด 12 ชาติ จำนวน 14 ทีมดังนี้
1.ที่ 4 ของชาติ 1 เกาหลี
2.ที่ 4 ของชาติ 2 ญี่ปุ่น
3.ที่ 3 ของชาติ 3 ออสเตรเลีย
4.ที่ 4 ของชาติ 3 ออสเตรเลีย(อันนี้ไม่มีโดนตัดเพราะออสจะได้แค่ 2+1)
4.ที่ 3 ของชาติ 4 จีน (ได้มาเป็นอันดับ 4 แทนออสเตรเลีย)ปีนั้นคือปักกิ่ง กัวอัน
5.ที่ 4 ของชาติ 4 จีน (กวางโจว r&f)
6.ที่ 2 ของชาติ 5 ไทย บางกอกกลาส แชมป์เอฟเอคัพ
7.ที่ 3 ชองชาติ 5 ไทย ชลบุรี รองแชมป์ไทยลีก
8.ที่ 2 ของชาติ 6 เวียดนาม
9.ที่ 1. ของชาติ 7 อินโด
10.ที่ 1 ของชาติ 8 ฮ่องกง
11.ที่ 1 ของชาติ 9 พม่า
12.ที่ 1 ของชาติ 10 มาเลเซีย
13.ที่ 1 ของชาติ 11 อินเดีย
14.ที่ 1 ของชาติ 12 สิงคโปร์
โดยหลักทีมที่ได้สิทธิ์เล่นจะมีแค่ 12 ชาติครับ โดย 1-6 จะมีโควต้า รอบแบ่งกลุ่มด้วย
7-12 จะได้เล่นรอบคัดเลือกอย่างเดียว โดย 7-12 ถ้าตกรอบคัดเลือกจะได้ไปเอเอฟซีคัพ
1-6 ไม่ได้ไปเอเอฟซีคัพนะครับ เพราะได้โควต้ารอบแบ่งกลุ่มแล้ว โอเคมาดูต่อจากด้านบนนะครับ
มันมีทั้งหมด 14 ทีม ต้องแบ่งสามรอบ โดยรอบที่สามจะมี 4 คู่ จึงแบ่งแบบนี้ครับ
11-14 จะเล่นรอบแรก 4 ทีม โดย
11v14, 12v13 เหลือมาสองทีม
รอบสอง จะมีทีมรอ 6 ทีมคือ
5-10 บวกกับผู้ชนะรอบแรกสองทีมรวมเป็น 8 ทีม 4 คู่ จับคู่ตามอันดับดังนี้ครับ
5v(11v14) กวางโจว rf เจอ สิงคโปร์ที่ผ่านรอบแรกมา
6v(12v13) บางกอกกลาส เจอ ยะโฮร์ มาเลเซียที่ผ่านรอบแรกมา
7v10 ชลบุรี เจอ คิตฉี ฮ่องกง
8v9 เวียดนามเจออินโด
สังเกตรอบนี้มีทีมจากจีนมาเล่นแค่ 1 ทีม แม้ตนเองเป็นชาติที่สี่ แต่เพราะอีกทีมถูกดันขึ้นไปรอรอบที่สามเพราะทีมที่ 4 จากชาติที่สามคือออสเตรเลียมันไม่มี ทีมที่ 3 ของจีนคือปักกิ่งจึงไปเล่นรอบสาม
ประเด็นนี้ละที่ท่านอาจเข้าใจผิดว่าชาติที่สี่ต้องได้มาเล่นรอบสามอัตโนมัติ จริงๆไม่ใช่ครับ
มันเรียงตามศักดิ์ที่ผมอธิบาย ต่อมามาดูรอบสามนะครับ
รอบสามมีสี่ทีมมารอ คือทีมที่ 1-4 จับคู่ แบบ 1v8,2v7,3v6,4v5ดังนี้
1v(8v9) เกาหลีเจอเวียดนาม
2v(7v10) คาชิว่าเจอชลบุรี
3v[5v(11v14)] อันนี้พิเศษครับเพราะจีนจะเจอกันเองไม่ได้ ไปดูอันดับนะครับ 4,5 มันจีนทั้งคู่
ทำให้ต้องโยก 3มาเจอ 5 แทน แล้ว 4เจอ6 เพื่อไม่ให้ 4เจอ5 จีนเจอจีนไม่ได้
ทำให้คู่นี้เป็นออสเตรเลียเจอจีนกวางโจวrf
4v[6v(12v14)] ทำให้ปักกิ่งเจอบางกอกกลาส
เห็นไหมครับอ่านจากที่ผมเรียงให้ดูไปดูในวิกิที่ท่านมาโพสประกอบ
อธิบายแบบผมมันอธิบายได้ทุกฤดูกาลครับ เพราะรอบคัดเลือกมันไม่มีจับสลากครับ
มันจัดตามอันดับศักดิ์ที่ผมอธิบายครับ
ท่านอาจจะดูปี 2015 แล้วเข้าใจว่าทีมที่สามจากชาติที่ 4 คือจีนจะได้เล่นรอบสาม1 ทีม
เลยเข้าใจว่าจะได้โควต้าเล่นตลอด ซึ่งมันไม่ใช่ครับ
มันคือการดันอันดับขึ้นไปเพราะชาติที่สามคือออสเตรเลียเขาไม่มีทีมที่ 4 ครับ
พอมาฤดูกาลนี้ที่จีนมาเป็นชาติที่สามแทน เห็นไหมครับว่าจีนสองทีมอยู่รอบที่สามหมดเลย
ออสเตรเลีย1ทีมอยู่รอบสอง เพราะอันดับไม่ถึง เพราะจีนไม่มีสละสิทธิ์เลย
เขาเรียงตามศักดิ์ที่ผมบอกอะครับ แล้วว่าจัดสายจัดทีมวางวางเลย ไม่มีจับสลาก ทีมศักดิ์เก่งสุดจะเจออ่อนสุด แล้วก็ไล่ไป คล้ายๆเพลย์ออฟของพวกอเมริกันเกมส์ พวกเอ็นเอฟแอลอะครับ ง่ายๆ
เอาตามที่ผมบอกไปไล่ดูได้เลยครับอธิบายได้ทุกฤดูกาลไม่ได้คิดเองเออเองครับ

แล้วกรณีลีกออสเตรเลียได้ที่ 5 แล้วจะจัดรอบคัดเลือก ครั้งที่สอง และ ครั้งแรก อย่างไร ลองอธิบายมาสิครับ คุณ racz เพราะ รอบคัดเลือก รอบใด รอบหนึ่ง มันเจอทีมเป็นเลขคี่
บันทึกการเข้า

T_Bunny@BEC.TERO
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +859/-732
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,295


รถไฟวิ่งบนราง เฌอปราง วิ่งอยู่ในใจ


| | |
« ตอบ #28 เมื่อ: มกราคม 30, 2018, 09:54:22 AM »

ข้อมูลดีมากทั้งสองท่านครับ

ว่าแต่เกินโควต้า 8 บรรทัดผมล่ะ ฮี่ๆๆๆ
บันทึกการเข้า

กิจกรรมวันหยุด ขอดูบอลไทยก็พอแล้วว/Users/KURON/Desktop/mourn.png
racz
Sr. Member
****

คะแนนความรัก: +201/-171
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,344



| | |
« ตอบ #29 เมื่อ: มกราคม 30, 2018, 09:56:49 AM »

อยากได้โควต้า2+1 หรือ2+2

แซงออสได้นี่คือ 2+2 เลยนะครับ

เพราะจริงๆ แล้วออสก็ได้ 2+2 แต่ทีมในลีกไม่พอ (3 ทีมต่อ 1 โควต้า) เลยได้แค่ 2+1

บรร ขอให้ได้ 10 แต้มตามที่คาดครับ ถ้าเมืองทองหรือเชียงรายไม่ผ่าน บรร ก็จะยิ่งเก็บแต้มเต็มไม่ต้องหารอีก คราวนี้น่าจะชดเชยคะแนนในปี 2016 ได้

แล้วก็รอปี 2020 จะไม่เอาคะแนนปี 2016 มาคำนวณ ถึงตอนนั้นก็ไม่คิดคะแนนทีมชาติแล้วด้วย มีลุ้นครับ

จริงๆ เหมือน 3+1 เลยมากกว่า เพราะ เราจะได้สิทธิ เป็นเจ้าบ้านในรอบคัดเลือก ครั้งสุดท้าย 1 ทีม ซึ่งโอกาสผ่านเยอะมาก เจอทีมเวียดนาม ฮ่องกง มาเลเซีย อินโด เราเชื่อว่ามีโอกาสผ่านมากกว่าไม่ผ่าน อย่าซวยแค่เจอ ออสซี่ เป็นพอ (แต่เจอออสซี่ก็ไม่แย่ ได้เล่นในบ้านมีโอกาสชนะได้)
ไม่ใช่นะครับ เจ้าบ้านนัดท้ายมีสี่นัด มีสี่ทีมดังนี้ครับ
1.ทีมที่สี่ของชาติที่ 1 ปัจจุบันคือเกาหลี
2.ทีมที่สี่ของชาติที่ 2 ปัจจุบันคือญี่ปุ่น
3.ทีมที่สามของชาติที่ 3 ปัจจุบันคือจีน
4.ทีมที่สี่ของชาติที่ 3 ปัจจุบันคือจีน
สรุปเราแซงออสได้จะเป็นชาติที่สี่แทนออสครับ
แต่คัดเลือกรอบสุดท้ายต้องไปเยือนอยู่ดี ต้องเป็นชาติที่สามครับถึงได้เล่นในบ้าน
ถ้าตามระบบปัจจุบันนะครับ

ที่จริง ออสเตรเลีย ต้องได้โควต้า 2+2 คือ มี 1 ทีมเล่นในบ้านในรอบคัดเลือก ครั้งที่สาม เป็นของรองแชมป์2ในลีก และ 1 ทีมเล่นในรอบคัดเลือก ครั้งที่สอง เป็นอันดับที่ 3 ในลีก แต่อนิจาในลีกออสเตรเลียมีแค่ 10 ทีม ซึ่งเอเอฟซีจำกัดไว้แล้วว่า ต้องมีทีมตัวแทนประเทศแค่ 25 % ในลีก โควต้าออสเตรเลียเลยโดนตัดเอา รอบคัดเลือก ครั้งที่สาม ออกไป จึงเหลือ 2+1 แล้วเอา +1 ทีเหลือยกให้จีนที่ได้ที่ 4 ไป และโควต้าปีนี้ยังใช้ของรอบประเมินปี 2016 อยู่ครับ ทีมในลีกจีนตอนนั้นยังได้อันดับ 4 ครับผม
ผิดละครับไปหาข้อมูลดีๆครับ จีนเขาได้ 2+2 เพราะอยู่ที่สามในแรงกิ้งปี 2016 ครับ
จีนได้ 2+2 เพราะได้ที่สาม ไม่เกี่ยวโควต้าออสเตรเลียครับ ออสเตรเลียได้ที่สี่ครับ
ส่วนการเป็นเจ้าบ้านเขานับศักดิ์ตามที่ผมบอกครับ
ทีมที่มาจากชาติที่อันดับดีกว่าจะเป็นทีมวางครับ
เพราะฉะนั้นทีมวางในรอบสาม ก็มีสี่ทีมจากสามอันดับชาติที่ดีสุดก็ครบละครับ
คือเกาหลี ญี่ปุ่น จีน
ถ้าตามที่ท่านเข้าใจบริสเบนจากออสเตรเลียทำไมต้องมาเล่นรอบเดียวกับเราละครับ
แล้วจีนทั้งสองทีมเป็นทีมวาง ลองไปทำความเข้าใจใหม่ครับ
เอเอฟซีเขาจัดง่ายๆตามที่บอกครับ นับศักดิ์ตามอันดับชาติ
จากนั้นก็เอามาเข้าสูตร (หมายถึงการวางทีมในรอบคัดเลือก)
ซึ่งปัจจุบันมันมีสี่ทีมวางในรอบสุดท้าย ซึ่งก็ตามที่ผมบอกครับ

ผมว่าท่านเข้าใจผิดเรื่องโควต้าที่ได้ในแต่ละอันดับนี้ครับ

ที่ควรเข้าใจถูกต้องคือ

อันดับ 1 ใช้ 3+1+0+0 โดย +1 เป็นทีมวางในรอบคัดเลือก ครั้งสุดท้ายเป็นเจ้าบ้าน
อันดับ 2 ใช้ 3+1+0+0 โดย +1 เป็นทีมวางในรอบคัดเลือก ครั้งสุดท้ายเป็นเจ้าบ้าน
อันดับ 3 ใช้ 2+1+1+0 โดย +1 เป็นทีมวางในรอบคัดเลือก ครั้งสุดท้ายเป็นเจ้าบ้าน และอีก +1 เป็นทีมวางในรอบคัดเลือก ครั้งที่สองเป็นเจ้าบ้าน และไปเยือนในรอบคัดเลือก ครั้งที่สาม
อันดับ 4 ใช้ 2+1+1+0 โดย +1 เป็นทีมวางในรอบคัดเลือก ครั้งสุดท้ายเป็นเจ้าบ้าน และอีก +1 เป็นทีมวางในรอบคัดเลือก ครั้งที่สองเป็นเจ้าบ้าน และไปเยือนในรอบคัดเลือก ครั้งที่สาม
อันดับ 5 ใช้ 1+0+2+0 โดย +2 เป็นทีมวางในรอบคัดเลือก ครั้งที่สองเป็นเจ้าบ้าน และไปเยือนในรอบคัดเลือก ครั้งที่สาม ทั้งหมด
อันดับ 6 ใช้ 1+0+1+0 โดย +1 เป็นทีมวางในรอบคัดเลือก ครั้งที่สองเป็นเจ้าบ้าน และไปเยือนในรอบคัดเลือก ครั้งที่สาม ทั้งหมด

มันเป็นแบบนี้ครับ และท่านไปศึกษากฏด้วย เอเอฟซี กำหนดทีมในแต่ละชาติที่เข้ามาแข่งต้องไม่เกิน 25% ของประเทศตัวเอง

ดังนั้น ออสเตรเลีย มันมีแค่ 10 ทีมในลีก มันเลยปัด 2+1+1+0 ให้เหลือ 2+0+1+0 แล้วเอา +1 ไปรวมกับอันดับ 3 พร้อมตัด +1 ในรอบคัดเลือก ครั้งที่สอง ของอันดับ 3 ทิ้ง กลายเป็น 2+2+0+0

ส่วนโควต้า ACL จะประกาศก่อน 1 ปี แล้วใช้ 2 ปี เช่น ของปี 2016 ใช้ผลงานของ 2016 รวม 2015 เพื่อประกาศโควต้าปี 2017 และ 2018 ไม่ใช่ประกาศเอาผลงานปีที่แล้ว และปรากาศของปีหน้า

โอเค ผมอาจเข้าใจผิดเรื่องอันดับ ลีกจีน กับ ลีกออสเตรเลีย หลังปี 2016 จีนได้อันดับ 3 แต่ก็อานิสงค์การที่ลีกออสเตรเลียมีแค่ 10 ทีม มันถึงปัดเศษตามที่ผมกล่าวมา

ข้อสังเกตุอีกอย่างคือ มาเลเซีย ที่มีข่าวว่าได้โควต้าอัตโนมัติ ACL ก็มาได้จริงในปี 2019 แสดงว่าคิดผลงาน 2017 รวมกับ 2018
ยังจะเถียงอีกนะครับ ง่ายๆทำไมไม่เข้าใจ
ผมบอกเขานับศักดิ์ทีมจากชาติอันดับดีกว่าได้สิทธิ์ที่ดีกว่าครับ
เพราะฉะนั้น ทีมจากจีนทั้งสองทีมในรอบคัดเลือกจะได้สิทธิ์ดีกว่าออสเตรเลียครับ
ลองคิดตามผมครับทีมที่สามจากออสเตรเลียจะได้สิทธิ์น้อยกว่าจีนทั้งสองทีมครับ
เปรียบเทียบกับของจริง บริสเบนต้องไปเล่นรอบสองพร้อมทีมจากไทย
แต่จีนทั้งสองทีมได้เล่นรอบสามครับ
ถ้าตามที่ท่านเข้าใจ
2+1+1 อะไรของท่านนั้น ทีมจากจีน 1 ทีมต้องมารอบสอง
แล้วออสต้องมารอบสาม ซึ่งผิดครับ
ผมบอกว่าเอเอฟซีเขาจัดศักดิ์ทีมตามอันดับของชาติครับ
ไปอ่านที่ผมเพิ่มเติมครับสิทธิ์ออสเตรเลียที่เสียไปไม่ได้ไปเพิ่มให้ใครครับ
เพราะฉะนั้นไม่ต้องไปคิดครับไม่เกี่ยว
ส่วนการแจงสิทธิ์อะไรของท่าน แบบ 2+1+1+0 บวกอะไรหลายชั้นแบบนี้มันไม่มีครับ ท่านคิดมาเอง
เอเอฟซีเขาคิดแค่ สองชั้นครับ คือ 2+2 หรือ 3+1
ส่วนในรอบคัดเลือกเขาจะมาจัดระบบทีมวางตามศักดิ์ที่ผมบอกครับ
จะอธิบายให้ละเอียดนะครับ เดี๋ยวท่านก็คิดเองเออเองอีกไม่จบไม่สิ้น อันดับตามปี 2016 นะครับ
1.ทีมที่ 4 ของชาติที่ 1 (เกาหลี)
2.ทีมที่ 4 ของชาติที่ 2 (ญี่ปุ่น)
3.ทีมที่ 3 ของชาติที่ 3 (จีน)
4.ทีมที่ 4 ของชาติที่ 3 (จีน)
5.ทีมที่ 3 ของชาติที่ 4 (ออสเตรเลีย)
6.ทีมที่ 4 ของชาติที่ 4 (ออสเตรเลีย) อันนี้ไม่มีเพราะสิทธิ์ถูกตัด
7.ทีมที่ 2 ของชาติที่ 5 (ไทย) อันนี้แชมป์เอฟเอคัพ เชียงราย
8.ทีมที่ 3 ของชาติที่ 5 (ไทย) อันนี้อันดับ2ในลีก เมืองทอง
9.ทีมที่ 2 ของชาติที่ 6 (ฮ่องกง)
10.ทีมที่ 1 ของชาติที่ 7 (เวียดนาม)
11.ทีมที่ 1 ของชาติที่ 8 (มาเลเซีย)
แล้วก็ไล่ไปครับ
การประกบคู่ทีมวางก็ตามลำดับครับ 1-4 ก็จะได้เป็นทีมวางในรอบสามโดยอัตโนมัติ
เพราะรอบสามคือรอบสุดท้ายมีสี่คู่พอดี
เห็นไหมครับว่ายังไงก็ไม่ถึงออสเตรเลียชาติอันดับสี่ ถ้า 3 ชาติแรกไม่ถูกตัดสิทธิ์ออก
แล้วอันดับที่ดีกว่าจะได้เจออันดับที่อ่อนกว่าครับ
ยกตัวอย่างเมืองทองได้เจอยะโฮร์เพราะอันดับเมืองทองมันอ่อนกว่าเชียงรายครับ
จึงต้องเจออันดับที่ดีกว่าเชียงราย เชียงรายเจอทีมจากอินโดซึ่งอันดับอ่อนกว่ามาเล
ฮ่องกงเจอทีมจากเวียดนาม ฮ่องกงจะเจอคู่ต่อสู้ที่แข็งกว่าคู่ต่อสู้เมืองทองและเชียงราย
เพราะอันดับฮ่องกงมันอ่อนกว่าเมืองทองและเชียงรายไงครับ
ส่วนออสเจออ่อนเลยคือฟิลิปปินส์เพราะอันดับดีสุดในรอบคัดเลือกรอบสอง
ประมาณว่า 1v4 , 2v3 นั้นละครับ
อย่างรอบสามเมืองทองต้องเจอญี่ปุ่นเพราะ ญี่ปุ่นเป็นอันดับ 2 เมืองทองเป็น 7 ครับ
เชียงรายเจอเซี่ยงไฮ้ เพราะ เซี่ยงไฮ้ เป็น 3 ครับ เชียงรายเป็น 6 ครับ
เกาหลีเจอเวียดนาม เพราะ เกาหลี 1 เวียดนามชนะฮ่องกงมา กลายเป็น 8 ครับ
ส่วนฟิลิปปินส์เจอจีนอีกทีม เพราะฟิลิปปินส์ผ่านออสมาแล้ว กลายเป็น 5 แทน จีนอีกทีมมันคือ 4 ครับ
แบบ 1v8, 2v7,3v6,4v5 ครับ
แต่เขาวางสายมาก่อนแล้ว เพราะฉะนั้นฟิลิปปินส์ กับเวียดนาม ชนะทีมที่เหนือกว่ามาก่อน
เลยได้ตำแหน่งนั้นแทน คือฟิลิปปินส์ได้กลายเป็นทีมที่ 5 มาเจอทีมที่ 4 ของจีน ซึ่งอันดับศักดิ์น้อยกว่าที่เมืองทองและเชียงรายเจอ
ทั้งๆที่ฟิลิปปินส์มันอันดับอ่อนกว่าเพราะ สายเขาวางมาแล้วครับซึ่งจริงๆควรเป็นทีมจากออสเข้ามา
ลองจินตนาการตามที่ผมบอกดูครับ ไม่ต้องค้าน จินตนาการตามจะเข้าใจ ง่ายๆ

https://en.wikipedia.org/wiki/2015_AFC_Champions_League คุณ racz จะอธิบายแบบไหน ผมอ้างอิงตอนลีกจีนได้อันดับ 4 ของเอเชีย มันเป็น 2+1+1+0 ครับ ถ้าเป็นแบบที่คุณคิดคือ 2+0+2+0 ในขณะที่ออสเตรเลียที่หล่นไปอันดับ 5 ได้ 1+0+2+0 รวมกับชาติอื่นที่โควต้ารอบนี้ กลายเป็นรอบคัดเลือก ครั้งที่สอง มี 9 ทีม ถ้าเตะทีมใดทีมหนึ่งลง รอบคัดเลือก ครั้งแรก รอบคัดเลือก ครั้งแรก จะมีถึง 5 ทีม ไหนพี่ลองอธิบายสิจะหาทางออกอย่างไร

สำหรับผมถ้างั้นรอให้ ไทย ได้อย่างเป็นทางการก่อน แล้วรอ เอเอฟซี ประกาศ เพราะ เอเอฟซี ยังไม่เจอกรณีทีมอันดับ 3 และ อันดับ 4 มีทีมที่สามารถเล่น ACL เกิน 3 ทีมทั้ง 2 อันดับ
ยังจะเถียงอีก เดี๋ยวอธิบายให้ดูครับ จากปี 2015 ที่วิกืที่ท่านมาแชร์
ละเอียดเลยนะเดี๋ยวเถียงอีก ตามสูตรผมอธิบายได้ทุกฤดูกาลครับ
รอบคัดเลือกปีนั้นมีเข้ามาทั้งหมด 12 ชาติ จำนวน 14 ทีมดังนี้
1.ที่ 4 ของชาติ 1 เกาหลี
2.ที่ 4 ของชาติ 2 ญี่ปุ่น
3.ที่ 3 ของชาติ 3 ออสเตรเลีย
4.ที่ 4 ของชาติ 3 ออสเตรเลีย(อันนี้ไม่มีโดนตัดเพราะออสจะได้แค่ 2+1)
4.ที่ 3 ของชาติ 4 จีน (ได้มาเป็นอันดับ 4 แทนออสเตรเลีย)ปีนั้นคือปักกิ่ง กัวอัน
5.ที่ 4 ของชาติ 4 จีน (กวางโจว r&f)
6.ที่ 2 ของชาติ 5 ไทย บางกอกกลาส แชมป์เอฟเอคัพ
7.ที่ 3 ชองชาติ 5 ไทย ชลบุรี รองแชมป์ไทยลีก
8.ที่ 2 ของชาติ 6 เวียดนาม
9.ที่ 1. ของชาติ 7 อินโด
10.ที่ 1 ของชาติ 8 ฮ่องกง
11.ที่ 1 ของชาติ 9 พม่า
12.ที่ 1 ของชาติ 10 มาเลเซีย
13.ที่ 1 ของชาติ 11 อินเดีย
14.ที่ 1 ของชาติ 12 สิงคโปร์
โดยหลักทีมที่ได้สิทธิ์เล่นจะมีแค่ 12 ชาติครับ โดย 1-6 จะมีโควต้า รอบแบ่งกลุ่มด้วย
7-12 จะได้เล่นรอบคัดเลือกอย่างเดียว โดย 7-12 ถ้าตกรอบคัดเลือกจะได้ไปเอเอฟซีคัพ
1-6 ไม่ได้ไปเอเอฟซีคัพนะครับ เพราะได้โควต้ารอบแบ่งกลุ่มแล้ว โอเคมาดูต่อจากด้านบนนะครับ
มันมีทั้งหมด 14 ทีม ต้องแบ่งสามรอบ โดยรอบที่สามจะมี 4 คู่ จึงแบ่งแบบนี้ครับ
11-14 จะเล่นรอบแรก 4 ทีม โดย
11v14, 12v13 เหลือมาสองทีม
รอบสอง จะมีทีมรอ 6 ทีมคือ
5-10 บวกกับผู้ชนะรอบแรกสองทีมรวมเป็น 8 ทีม 4 คู่ จับคู่ตามอันดับดังนี้ครับ
5v(11v14) กวางโจว rf เจอ สิงคโปร์ที่ผ่านรอบแรกมา
6v(12v13) บางกอกกลาส เจอ ยะโฮร์ มาเลเซียที่ผ่านรอบแรกมา
7v10 ชลบุรี เจอ คิตฉี ฮ่องกง
8v9 เวียดนามเจออินโด
สังเกตรอบนี้มีทีมจากจีนมาเล่นแค่ 1 ทีม แม้ตนเองเป็นชาติที่สี่ แต่เพราะอีกทีมถูกดันขึ้นไปรอรอบที่สามเพราะทีมที่ 4 จากชาติที่สามคือออสเตรเลียมันไม่มี ทีมที่ 3 ของจีนคือปักกิ่งจึงไปเล่นรอบสาม
ประเด็นนี้ละที่ท่านอาจเข้าใจผิดว่าชาติที่สี่ต้องได้มาเล่นรอบสามอัตโนมัติ จริงๆไม่ใช่ครับ
มันเรียงตามศักดิ์ที่ผมอธิบาย ต่อมามาดูรอบสามนะครับ
รอบสามมีสี่ทีมมารอ คือทีมที่ 1-4 จับคู่ แบบ 1v8,2v7,3v6,4v5ดังนี้
1v(8v9) เกาหลีเจอเวียดนาม
2v(7v10) คาชิว่าเจอชลบุรี
3v[5v(11v14)] อันนี้พิเศษครับเพราะจีนจะเจอกันเองไม่ได้ ไปดูอันดับนะครับ 4,5 มันจีนทั้งคู่
ทำให้ต้องโยก 3มาเจอ 5 แทน แล้ว 4เจอ6 เพื่อไม่ให้ 4เจอ5 จีนเจอจีนไม่ได้
ทำให้คู่นี้เป็นออสเตรเลียเจอจีนกวางโจวrf
4v[6v(12v14)] ทำให้ปักกิ่งเจอบางกอกกลาส
เห็นไหมครับอ่านจากที่ผมเรียงให้ดูไปดูในวิกิที่ท่านมาโพสประกอบ
อธิบายแบบผมมันอธิบายได้ทุกฤดูกาลครับ เพราะรอบคัดเลือกมันไม่มีจับสลากครับ
มันจัดตามอันดับศักดิ์ที่ผมอธิบายครับ
ท่านอาจจะดูปี 2015 แล้วเข้าใจว่าทีมที่สามจากชาติที่ 4 คือจีนจะได้เล่นรอบสาม1 ทีม
เลยเข้าใจว่าจะได้โควต้าเล่นตลอด ซึ่งมันไม่ใช่ครับ
มันคือการดันอันดับขึ้นไปเพราะชาติที่สามคือออสเตรเลียเขาไม่มีทีมที่ 4 ครับ
พอมาฤดูกาลนี้ที่จีนมาเป็นชาติที่สามแทน เห็นไหมครับว่าจีนสองทีมอยู่รอบที่สามหมดเลย
ออสเตรเลีย1ทีมอยู่รอบสอง เพราะอันดับไม่ถึง เพราะจีนไม่มีสละสิทธิ์เลย
เขาเรียงตามศักดิ์ที่ผมบอกอะครับ แล้วว่าจัดสายจัดทีมวางวางเลย ไม่มีจับสลาก ทีมศักดิ์เก่งสุดจะเจออ่อนสุด แล้วก็ไล่ไป คล้ายๆเพลย์ออฟของพวกอเมริกันเกมส์ พวกเอ็นเอฟแอลอะครับ ง่ายๆ
เอาตามที่ผมบอกไปไล่ดูได้เลยครับอธิบายได้ทุกฤดูกาลไม่ได้คิดเองเออเองครับ




เพิ่มเติมนะครับเลิกเถอะครับไอ้ 2+1+1+0 แบบบวกหลายซ้ำซ้อนอะไรของท่านนั้นมันงงคิดเองเออเอง
ผมบอกแล้วว่าเอเอฟซีเขาไม่ได้คิดแบบนั้น เขาคิดแค่สองชั้นคือ 3+1 ,2+2หรือ 0+1
คือรอบแบ่งกลุ่ม+รอบคัดเลือก(ส่วนรอบคัดเลือกจะได้มาเล่นรอบไหนเขาจะมาเรียงอันดับตามที่บอกแล้ววางสายเอาครับ ปีไหนทีมจากชาติอันดับดีเกิดมีปัญหาโดนตัดเขาก็ดันอันดับขึ้นมาครับ โดยแต่ละปีจำนวนทีมมันก็อาจไม่เท่ากันครับ เพราะบางชาติไลเซนต์ไม่ผ่านบ้างไรบ้าง เขาก็จัดสายตามจำนวนที่มีครับ โดยวางทีมตามอันดับที่ผมบอก)
บันทึกการเข้า

เจ้าจอม
siamesecat
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +483/-374
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,101



| | |
« ตอบ #30 เมื่อ: มกราคม 30, 2018, 10:03:44 AM »

รอ สรุป ฮรี่ๆ
บันทึกการเข้า

What doesn't kill you makes you stronger, stronger
PTTrayong
Thailandsusu-VIP
Hero Member
***

คะแนนความรัก: +1786/-806
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 17,810


| | |
« ตอบ #31 เมื่อ: มกราคม 30, 2018, 10:05:47 AM »

racz: 2+1+1+0 ผมใช้วิธีคือ +1 อันแรก คือ ทีมวางในรอบคัดเลือก ครั้งที่สาม, +1 คือ ทีมวางในรอบคัดเลือก ครั้งที่สอง และ +0 คือ ทีมในรอบคัดเลือก ครั้งแรก มันสื่อได้ตรงกว่า 2+2, 3+1 เพราะ ไอ่ +1 เนี่ยที่เราเถียงอยู่เนี่ย มันเริ่มแข่งรอบไหน

แล้วกรณีลีกออสเตรเลียได้ที่ 5 แล้วจะจัดรอบคัดเลือก ครั้งที่สอง และ ครั้งแรก อย่างไร ลองอธิบายมาสิครับ คุณ racz เพราะ รอบคัดเลือก รอบใด รอบหนึ่ง มันเจอทีมเป็นเลขคี่
บันทึกการเข้า

racz
Sr. Member
****

คะแนนความรัก: +201/-171
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,344



| | |
« ตอบ #32 เมื่อ: มกราคม 30, 2018, 10:07:53 AM »

อยากได้โควต้า2+1 หรือ2+2

แซงออสได้นี่คือ 2+2 เลยนะครับ

เพราะจริงๆ แล้วออสก็ได้ 2+2 แต่ทีมในลีกไม่พอ (3 ทีมต่อ 1 โควต้า) เลยได้แค่ 2+1

บรร ขอให้ได้ 10 แต้มตามที่คาดครับ ถ้าเมืองทองหรือเชียงรายไม่ผ่าน บรร ก็จะยิ่งเก็บแต้มเต็มไม่ต้องหารอีก คราวนี้น่าจะชดเชยคะแนนในปี 2016 ได้

แล้วก็รอปี 2020 จะไม่เอาคะแนนปี 2016 มาคำนวณ ถึงตอนนั้นก็ไม่คิดคะแนนทีมชาติแล้วด้วย มีลุ้นครับ

จริงๆ เหมือน 3+1 เลยมากกว่า เพราะ เราจะได้สิทธิ เป็นเจ้าบ้านในรอบคัดเลือก ครั้งสุดท้าย 1 ทีม ซึ่งโอกาสผ่านเยอะมาก เจอทีมเวียดนาม ฮ่องกง มาเลเซีย อินโด เราเชื่อว่ามีโอกาสผ่านมากกว่าไม่ผ่าน อย่าซวยแค่เจอ ออสซี่ เป็นพอ (แต่เจอออสซี่ก็ไม่แย่ ได้เล่นในบ้านมีโอกาสชนะได้)
ไม่ใช่นะครับ เจ้าบ้านนัดท้ายมีสี่นัด มีสี่ทีมดังนี้ครับ
1.ทีมที่สี่ของชาติที่ 1 ปัจจุบันคือเกาหลี
2.ทีมที่สี่ของชาติที่ 2 ปัจจุบันคือญี่ปุ่น
3.ทีมที่สามของชาติที่ 3 ปัจจุบันคือจีน
4.ทีมที่สี่ของชาติที่ 3 ปัจจุบันคือจีน
สรุปเราแซงออสได้จะเป็นชาติที่สี่แทนออสครับ
แต่คัดเลือกรอบสุดท้ายต้องไปเยือนอยู่ดี ต้องเป็นชาติที่สามครับถึงได้เล่นในบ้าน
ถ้าตามระบบปัจจุบันนะครับ

ที่จริง ออสเตรเลีย ต้องได้โควต้า 2+2 คือ มี 1 ทีมเล่นในบ้านในรอบคัดเลือก ครั้งที่สาม เป็นของรองแชมป์2ในลีก และ 1 ทีมเล่นในรอบคัดเลือก ครั้งที่สอง เป็นอันดับที่ 3 ในลีก แต่อนิจาในลีกออสเตรเลียมีแค่ 10 ทีม ซึ่งเอเอฟซีจำกัดไว้แล้วว่า ต้องมีทีมตัวแทนประเทศแค่ 25 % ในลีก โควต้าออสเตรเลียเลยโดนตัดเอา รอบคัดเลือก ครั้งที่สาม ออกไป จึงเหลือ 2+1 แล้วเอา +1 ทีเหลือยกให้จีนที่ได้ที่ 4 ไป และโควต้าปีนี้ยังใช้ของรอบประเมินปี 2016 อยู่ครับ ทีมในลีกจีนตอนนั้นยังได้อันดับ 4 ครับผม
ผิดละครับไปหาข้อมูลดีๆครับ จีนเขาได้ 2+2 เพราะอยู่ที่สามในแรงกิ้งปี 2016 ครับ
จีนได้ 2+2 เพราะได้ที่สาม ไม่เกี่ยวโควต้าออสเตรเลียครับ ออสเตรเลียได้ที่สี่ครับ
ส่วนการเป็นเจ้าบ้านเขานับศักดิ์ตามที่ผมบอกครับ
ทีมที่มาจากชาติที่อันดับดีกว่าจะเป็นทีมวางครับ
เพราะฉะนั้นทีมวางในรอบสาม ก็มีสี่ทีมจากสามอันดับชาติที่ดีสุดก็ครบละครับ
คือเกาหลี ญี่ปุ่น จีน
ถ้าตามที่ท่านเข้าใจบริสเบนจากออสเตรเลียทำไมต้องมาเล่นรอบเดียวกับเราละครับ
แล้วจีนทั้งสองทีมเป็นทีมวาง ลองไปทำความเข้าใจใหม่ครับ
เอเอฟซีเขาจัดง่ายๆตามที่บอกครับ นับศักดิ์ตามอันดับชาติ
จากนั้นก็เอามาเข้าสูตร (หมายถึงการวางทีมในรอบคัดเลือก)
ซึ่งปัจจุบันมันมีสี่ทีมวางในรอบสุดท้าย ซึ่งก็ตามที่ผมบอกครับ

ผมว่าท่านเข้าใจผิดเรื่องโควต้าที่ได้ในแต่ละอันดับนี้ครับ

ที่ควรเข้าใจถูกต้องคือ

อันดับ 1 ใช้ 3+1+0+0 โดย +1 เป็นทีมวางในรอบคัดเลือก ครั้งสุดท้ายเป็นเจ้าบ้าน
อันดับ 2 ใช้ 3+1+0+0 โดย +1 เป็นทีมวางในรอบคัดเลือก ครั้งสุดท้ายเป็นเจ้าบ้าน
อันดับ 3 ใช้ 2+1+1+0 โดย +1 เป็นทีมวางในรอบคัดเลือก ครั้งสุดท้ายเป็นเจ้าบ้าน และอีก +1 เป็นทีมวางในรอบคัดเลือก ครั้งที่สองเป็นเจ้าบ้าน และไปเยือนในรอบคัดเลือก ครั้งที่สาม
อันดับ 4 ใช้ 2+1+1+0 โดย +1 เป็นทีมวางในรอบคัดเลือก ครั้งสุดท้ายเป็นเจ้าบ้าน และอีก +1 เป็นทีมวางในรอบคัดเลือก ครั้งที่สองเป็นเจ้าบ้าน และไปเยือนในรอบคัดเลือก ครั้งที่สาม
อันดับ 5 ใช้ 1+0+2+0 โดย +2 เป็นทีมวางในรอบคัดเลือก ครั้งที่สองเป็นเจ้าบ้าน และไปเยือนในรอบคัดเลือก ครั้งที่สาม ทั้งหมด
อันดับ 6 ใช้ 1+0+1+0 โดย +1 เป็นทีมวางในรอบคัดเลือก ครั้งที่สองเป็นเจ้าบ้าน และไปเยือนในรอบคัดเลือก ครั้งที่สาม ทั้งหมด

มันเป็นแบบนี้ครับ และท่านไปศึกษากฏด้วย เอเอฟซี กำหนดทีมในแต่ละชาติที่เข้ามาแข่งต้องไม่เกิน 25% ของประเทศตัวเอง

ดังนั้น ออสเตรเลีย มันมีแค่ 10 ทีมในลีก มันเลยปัด 2+1+1+0 ให้เหลือ 2+0+1+0 แล้วเอา +1 ไปรวมกับอันดับ 3 พร้อมตัด +1 ในรอบคัดเลือก ครั้งที่สอง ของอันดับ 3 ทิ้ง กลายเป็น 2+2+0+0

ส่วนโควต้า ACL จะประกาศก่อน 1 ปี แล้วใช้ 2 ปี เช่น ของปี 2016 ใช้ผลงานของ 2016 รวม 2015 เพื่อประกาศโควต้าปี 2017 และ 2018 ไม่ใช่ประกาศเอาผลงานปีที่แล้ว และปรากาศของปีหน้า

โอเค ผมอาจเข้าใจผิดเรื่องอันดับ ลีกจีน กับ ลีกออสเตรเลีย หลังปี 2016 จีนได้อันดับ 3 แต่ก็อานิสงค์การที่ลีกออสเตรเลียมีแค่ 10 ทีม มันถึงปัดเศษตามที่ผมกล่าวมา

ข้อสังเกตุอีกอย่างคือ มาเลเซีย ที่มีข่าวว่าได้โควต้าอัตโนมัติ ACL ก็มาได้จริงในปี 2019 แสดงว่าคิดผลงาน 2017 รวมกับ 2018
ยังจะเถียงอีกนะครับ ง่ายๆทำไมไม่เข้าใจ
ผมบอกเขานับศักดิ์ทีมจากชาติอันดับดีกว่าได้สิทธิ์ที่ดีกว่าครับ
เพราะฉะนั้น ทีมจากจีนทั้งสองทีมในรอบคัดเลือกจะได้สิทธิ์ดีกว่าออสเตรเลียครับ
ลองคิดตามผมครับทีมที่สามจากออสเตรเลียจะได้สิทธิ์น้อยกว่าจีนทั้งสองทีมครับ
เปรียบเทียบกับของจริง บริสเบนต้องไปเล่นรอบสองพร้อมทีมจากไทย
แต่จีนทั้งสองทีมได้เล่นรอบสามครับ
ถ้าตามที่ท่านเข้าใจ
2+1+1 อะไรของท่านนั้น ทีมจากจีน 1 ทีมต้องมารอบสอง
แล้วออสต้องมารอบสาม ซึ่งผิดครับ
ผมบอกว่าเอเอฟซีเขาจัดศักดิ์ทีมตามอันดับของชาติครับ
ไปอ่านที่ผมเพิ่มเติมครับสิทธิ์ออสเตรเลียที่เสียไปไม่ได้ไปเพิ่มให้ใครครับ
เพราะฉะนั้นไม่ต้องไปคิดครับไม่เกี่ยว
ส่วนการแจงสิทธิ์อะไรของท่าน แบบ 2+1+1+0 บวกอะไรหลายชั้นแบบนี้มันไม่มีครับ ท่านคิดมาเอง
เอเอฟซีเขาคิดแค่ สองชั้นครับ คือ 2+2 หรือ 3+1
ส่วนในรอบคัดเลือกเขาจะมาจัดระบบทีมวางตามศักดิ์ที่ผมบอกครับ
จะอธิบายให้ละเอียดนะครับ เดี๋ยวท่านก็คิดเองเออเองอีกไม่จบไม่สิ้น อันดับตามปี 2016 นะครับ
1.ทีมที่ 4 ของชาติที่ 1 (เกาหลี)
2.ทีมที่ 4 ของชาติที่ 2 (ญี่ปุ่น)
3.ทีมที่ 3 ของชาติที่ 3 (จีน)
4.ทีมที่ 4 ของชาติที่ 3 (จีน)
5.ทีมที่ 3 ของชาติที่ 4 (ออสเตรเลีย)
6.ทีมที่ 4 ของชาติที่ 4 (ออสเตรเลีย) อันนี้ไม่มีเพราะสิทธิ์ถูกตัด
7.ทีมที่ 2 ของชาติที่ 5 (ไทย) อันนี้แชมป์เอฟเอคัพ เชียงราย
8.ทีมที่ 3 ของชาติที่ 5 (ไทย) อันนี้อันดับ2ในลีก เมืองทอง
9.ทีมที่ 2 ของชาติที่ 6 (ฮ่องกง)
10.ทีมที่ 1 ของชาติที่ 7 (เวียดนาม)
11.ทีมที่ 1 ของชาติที่ 8 (มาเลเซีย)
แล้วก็ไล่ไปครับ
การประกบคู่ทีมวางก็ตามลำดับครับ 1-4 ก็จะได้เป็นทีมวางในรอบสามโดยอัตโนมัติ
เพราะรอบสามคือรอบสุดท้ายมีสี่คู่พอดี
เห็นไหมครับว่ายังไงก็ไม่ถึงออสเตรเลียชาติอันดับสี่ ถ้า 3 ชาติแรกไม่ถูกตัดสิทธิ์ออก
แล้วอันดับที่ดีกว่าจะได้เจออันดับที่อ่อนกว่าครับ
ยกตัวอย่างเมืองทองได้เจอยะโฮร์เพราะอันดับเมืองทองมันอ่อนกว่าเชียงรายครับ
จึงต้องเจออันดับที่ดีกว่าเชียงราย เชียงรายเจอทีมจากอินโดซึ่งอันดับอ่อนกว่ามาเล
ฮ่องกงเจอทีมจากเวียดนาม ฮ่องกงจะเจอคู่ต่อสู้ที่แข็งกว่าคู่ต่อสู้เมืองทองและเชียงราย
เพราะอันดับฮ่องกงมันอ่อนกว่าเมืองทองและเชียงรายไงครับ
ส่วนออสเจออ่อนเลยคือฟิลิปปินส์เพราะอันดับดีสุดในรอบคัดเลือกรอบสอง
ประมาณว่า 1v4 , 2v3 นั้นละครับ
อย่างรอบสามเมืองทองต้องเจอญี่ปุ่นเพราะ ญี่ปุ่นเป็นอันดับ 2 เมืองทองเป็น 7 ครับ
เชียงรายเจอเซี่ยงไฮ้ เพราะ เซี่ยงไฮ้ เป็น 3 ครับ เชียงรายเป็น 6 ครับ
เกาหลีเจอเวียดนาม เพราะ เกาหลี 1 เวียดนามชนะฮ่องกงมา กลายเป็น 8 ครับ
ส่วนฟิลิปปินส์เจอจีนอีกทีม เพราะฟิลิปปินส์ผ่านออสมาแล้ว กลายเป็น 5 แทน จีนอีกทีมมันคือ 4 ครับ
แบบ 1v8, 2v7,3v6,4v5 ครับ
แต่เขาวางสายมาก่อนแล้ว เพราะฉะนั้นฟิลิปปินส์ กับเวียดนาม ชนะทีมที่เหนือกว่ามาก่อน
เลยได้ตำแหน่งนั้นแทน คือฟิลิปปินส์ได้กลายเป็นทีมที่ 5 มาเจอทีมที่ 4 ของจีน ซึ่งอันดับศักดิ์น้อยกว่าที่เมืองทองและเชียงรายเจอ
ทั้งๆที่ฟิลิปปินส์มันอันดับอ่อนกว่าเพราะ สายเขาวางมาแล้วครับซึ่งจริงๆควรเป็นทีมจากออสเข้ามา
ลองจินตนาการตามที่ผมบอกดูครับ ไม่ต้องค้าน จินตนาการตามจะเข้าใจ ง่ายๆ

https://en.wikipedia.org/wiki/2015_AFC_Champions_League คุณ racz จะอธิบายแบบไหน ผมอ้างอิงตอนลีกจีนได้อันดับ 4 ของเอเชีย มันเป็น 2+1+1+0 ครับ ถ้าเป็นแบบที่คุณคิดคือ 2+0+2+0 ในขณะที่ออสเตรเลียที่หล่นไปอันดับ 5 ได้ 1+0+2+0 รวมกับชาติอื่นที่โควต้ารอบนี้ กลายเป็นรอบคัดเลือก ครั้งที่สอง มี 9 ทีม ถ้าเตะทีมใดทีมหนึ่งลง รอบคัดเลือก ครั้งแรก รอบคัดเลือก ครั้งแรก จะมีถึง 5 ทีม ไหนพี่ลองอธิบายสิจะหาทางออกอย่างไร

สำหรับผมถ้างั้นรอให้ ไทย ได้อย่างเป็นทางการก่อน แล้วรอ เอเอฟซี ประกาศ เพราะ เอเอฟซี ยังไม่เจอกรณีทีมอันดับ 3 และ อันดับ 4 มีทีมที่สามารถเล่น ACL เกิน 3 ทีมทั้ง 2 อันดับ
ยังจะเถียงอีก เดี๋ยวอธิบายให้ดูครับ จากปี 2015 ที่วิกืที่ท่านมาแชร์
ละเอียดเลยนะเดี๋ยวเถียงอีก ตามสูตรผมอธิบายได้ทุกฤดูกาลครับ
รอบคัดเลือกปีนั้นมีเข้ามาทั้งหมด 12 ชาติ จำนวน 14 ทีมดังนี้
1.ที่ 4 ของชาติ 1 เกาหลี
2.ที่ 4 ของชาติ 2 ญี่ปุ่น
3.ที่ 3 ของชาติ 3 ออสเตรเลีย
4.ที่ 4 ของชาติ 3 ออสเตรเลีย(อันนี้ไม่มีโดนตัดเพราะออสจะได้แค่ 2+1)
4.ที่ 3 ของชาติ 4 จีน (ได้มาเป็นอันดับ 4 แทนออสเตรเลีย)ปีนั้นคือปักกิ่ง กัวอัน
5.ที่ 4 ของชาติ 4 จีน (กวางโจว r&f)
6.ที่ 2 ของชาติ 5 ไทย บางกอกกลาส แชมป์เอฟเอคัพ
7.ที่ 3 ชองชาติ 5 ไทย ชลบุรี รองแชมป์ไทยลีก
8.ที่ 2 ของชาติ 6 เวียดนาม
9.ที่ 1. ของชาติ 7 อินโด
10.ที่ 1 ของชาติ 8 ฮ่องกง
11.ที่ 1 ของชาติ 9 พม่า
12.ที่ 1 ของชาติ 10 มาเลเซีย
13.ที่ 1 ของชาติ 11 อินเดีย
14.ที่ 1 ของชาติ 12 สิงคโปร์
โดยหลักทีมที่ได้สิทธิ์เล่นจะมีแค่ 12 ชาติครับ โดย 1-6 จะมีโควต้า รอบแบ่งกลุ่มด้วย
7-12 จะได้เล่นรอบคัดเลือกอย่างเดียว โดย 7-12 ถ้าตกรอบคัดเลือกจะได้ไปเอเอฟซีคัพ
1-6 ไม่ได้ไปเอเอฟซีคัพนะครับ เพราะได้โควต้ารอบแบ่งกลุ่มแล้ว โอเคมาดูต่อจากด้านบนนะครับ
มันมีทั้งหมด 14 ทีม ต้องแบ่งสามรอบ โดยรอบที่สามจะมี 4 คู่ จึงแบ่งแบบนี้ครับ
11-14 จะเล่นรอบแรก 4 ทีม โดย
11v14, 12v13 เหลือมาสองทีม
รอบสอง จะมีทีมรอ 6 ทีมคือ
5-10 บวกกับผู้ชนะรอบแรกสองทีมรวมเป็น 8 ทีม 4 คู่ จับคู่ตามอันดับดังนี้ครับ
5v(11v14) กวางโจว rf เจอ สิงคโปร์ที่ผ่านรอบแรกมา
6v(12v13) บางกอกกลาส เจอ ยะโฮร์ มาเลเซียที่ผ่านรอบแรกมา
7v10 ชลบุรี เจอ คิตฉี ฮ่องกง
8v9 เวียดนามเจออินโด
สังเกตรอบนี้มีทีมจากจีนมาเล่นแค่ 1 ทีม แม้ตนเองเป็นชาติที่สี่ แต่เพราะอีกทีมถูกดันขึ้นไปรอรอบที่สามเพราะทีมที่ 4 จากชาติที่สามคือออสเตรเลียมันไม่มี ทีมที่ 3 ของจีนคือปักกิ่งจึงไปเล่นรอบสาม
ประเด็นนี้ละที่ท่านอาจเข้าใจผิดว่าชาติที่สี่ต้องได้มาเล่นรอบสามอัตโนมัติ จริงๆไม่ใช่ครับ
มันเรียงตามศักดิ์ที่ผมอธิบาย ต่อมามาดูรอบสามนะครับ
รอบสามมีสี่ทีมมารอ คือทีมที่ 1-4 จับคู่ แบบ 1v8,2v7,3v6,4v5ดังนี้
1v(8v9) เกาหลีเจอเวียดนาม
2v(7v10) คาชิว่าเจอชลบุรี
3v[5v(11v14)] อันนี้พิเศษครับเพราะจีนจะเจอกันเองไม่ได้ ไปดูอันดับนะครับ 4,5 มันจีนทั้งคู่
ทำให้ต้องโยก 3มาเจอ 5 แทน แล้ว 4เจอ6 เพื่อไม่ให้ 4เจอ5 จีนเจอจีนไม่ได้
ทำให้คู่นี้เป็นออสเตรเลียเจอจีนกวางโจวrf
4v[6v(12v14)] ทำให้ปักกิ่งเจอบางกอกกลาส
เห็นไหมครับอ่านจากที่ผมเรียงให้ดูไปดูในวิกิที่ท่านมาโพสประกอบ
อธิบายแบบผมมันอธิบายได้ทุกฤดูกาลครับ เพราะรอบคัดเลือกมันไม่มีจับสลากครับ
มันจัดตามอันดับศักดิ์ที่ผมอธิบายครับ
ท่านอาจจะดูปี 2015 แล้วเข้าใจว่าทีมที่สามจากชาติที่ 4 คือจีนจะได้เล่นรอบสาม1 ทีม
เลยเข้าใจว่าจะได้โควต้าเล่นตลอด ซึ่งมันไม่ใช่ครับ
มันคือการดันอันดับขึ้นไปเพราะชาติที่สามคือออสเตรเลียเขาไม่มีทีมที่ 4 ครับ
พอมาฤดูกาลนี้ที่จีนมาเป็นชาติที่สามแทน เห็นไหมครับว่าจีนสองทีมอยู่รอบที่สามหมดเลย
ออสเตรเลีย1ทีมอยู่รอบสอง เพราะอันดับไม่ถึง เพราะจีนไม่มีสละสิทธิ์เลย
เขาเรียงตามศักดิ์ที่ผมบอกอะครับ แล้วว่าจัดสายจัดทีมวางวางเลย ไม่มีจับสลาก ทีมศักดิ์เก่งสุดจะเจออ่อนสุด แล้วก็ไล่ไป คล้ายๆเพลย์ออฟของพวกอเมริกันเกมส์ พวกเอ็นเอฟแอลอะครับ ง่ายๆ
เอาตามที่ผมบอกไปไล่ดูได้เลยครับอธิบายได้ทุกฤดูกาลไม่ได้คิดเองเออเองครับ

แล้วกรณีลีกออสเตรเลียได้ที่ 5 แล้วจะจัดรอบคัดเลือก ครั้งที่สอง และ ครั้งแรก อย่างไร ลองอธิบายมาสิครับ คุณ racz เพราะ รอบคัดเลือก รอบใด รอบหนึ่ง มันเจอทีมเป็นเลขคี่
ท่านเข้าใจอะไรยากจังเลยนะ มันไม่มีเกี่ยวหรอกครับเลขคู่เลขคี่
ยกตัวอย่างสมมติมีทีมทั้งหมด 9 ทีมเลขคี่
เขาก็จัดแบบนี้
1v(8v9)
2v7
3v6
4v5
ถ้า 10 ทีมก็จัดแบบนี้
1v(7v10)
2v(8v9)
3v6
4v5
ถ้า 11 ทีมเลขคี่นะครับก็จัดแบบนี้ได้
1v(6v11)
2v(7v10)
3v(8v9)
4v5
เห็นไหนครับตัวอย่างที่ยกมาไม่ว่าจะกี่ทีมเลขคู่เลขคี่มันไม่เกี่ยวจัดแข่งได้หมด
เป็นหลักคณิตศาสตร์ครับ ใช้สมองง่ายๆครับ
ถ้าทีมเยอะแบบเอฟเอคัพอังกฤษก็รอบเยอะมาก ไม่ว่าเลขคู่เลขคี่ไม่เกี่ยว
ไม่ว่าจะจับสลากหรือจับวางเลยแบบเอซีแอลมันก็หลักเดียวกันครับ
บันทึกการเข้า

เจ้าจอม
racz
Sr. Member
****

คะแนนความรัก: +201/-171
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,344



| | |
« ตอบ #33 เมื่อ: มกราคม 30, 2018, 10:10:48 AM »

racz: 2+1+1+0 ผมใช้วิธีคือ +1 อันแรก คือ ทีมวางในรอบคัดเลือก ครั้งที่สาม, +1 คือ ทีมวางในรอบคัดเลือก ครั้งที่สอง และ +0 คือ ทีมในรอบคัดเลือก ครั้งแรก มันสื่อได้ตรงกว่า 2+2, 3+1 เพราะ ไอ่ +1 เนี่ยที่เราเถียงอยู่เนี่ย มันเริ่มแข่งรอบไหน

แล้วกรณีลีกออสเตรเลียได้ที่ 5 แล้วจะจัดรอบคัดเลือก ครั้งที่สอง และ ครั้งแรก อย่างไร ลองอธิบายมาสิครับ คุณ racz เพราะ รอบคัดเลือก รอบใด รอบหนึ่ง มันเจอทีมเป็นเลขคี่
ก็บอกแล้วไงว่าไม่ต้องไปสนใจรอบไหน
เขาดูที่หน้างานจำนวนทีมเลยครับว่าปีนั้นมันมาแข่งกี่ทีม
แล้วก็จัดตามจำนวนรอบเลย จัดอันดับทีมตามนั้น
ถ้าทีมมันน้อยรอบก็น้อย ตามที่อธิบายข้างต้นครับ คณิตศาสตร์ อะครับเข้าใจไหม
บันทึกการเข้า

เจ้าจอม
hartmann
ฮูย่า!
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +240/-413
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,373



| | |
« ตอบ #34 เมื่อ: มกราคม 30, 2018, 11:02:09 AM »

สูตร
นับตามคะแนนอันดับชาติ (ศักดิ์)
ยกเว้น ออสซี่ มี 9 ทีม + 1 New Zealand ทำให้สิทธิ์หายไป 1
ยกย. 1-10 ทีม
ทีมวาง  1 v 10  ทีมรอง(ผ่านรอบ 2,3 มาได้)
            2 v 9
            3 v 8...

ส่วนใครเหย้า ก็ดูศักดิ์ด้านซ้าย ตามโน้น!
บันทึกการเข้า

เชียร์เข้าไป พวกเรามา cheer Thailand!
PTTrayong
Thailandsusu-VIP
Hero Member
***

คะแนนความรัก: +1786/-806
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 17,810


| | |
« ตอบ #35 เมื่อ: มกราคม 30, 2018, 12:59:54 PM »

racz: ขอบคุณที่อธิบายครับ
บันทึกการเข้า

sharklive
Newbie
*

คะแนนความรัก: +9/-14
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 12


| | |
« ตอบ #36 เมื่อ: มกราคม 30, 2018, 02:40:27 PM »

ท่าน  racz ตอบได้ทุกช๊อต เพราะสัมการการคิด เค้าวางไว้แบบนั้น
ได้ความรู้ดีครับ
บันทึกการเข้า
Hnoo_SR102+AV161
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +720/-513
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,211



| | |
« ตอบ #37 เมื่อ: มกราคม 30, 2018, 03:11:57 PM »

อยากได้โควต้า2+1 หรือ2+2

แซงออสได้นี่คือ 2+2 เลยนะครับ

เพราะจริงๆ แล้วออสก็ได้ 2+2 แต่ทีมในลีกไม่พอ (3 ทีมต่อ 1 โควต้า) เลยได้แค่ 2+1

บรร ขอให้ได้ 10 แต้มตามที่คาดครับ ถ้าเมืองทองหรือเชียงรายไม่ผ่าน บรร ก็จะยิ่งเก็บแต้มเต็มไม่ต้องหารอีก คราวนี้น่าจะชดเชยคะแนนในปี 2016 ได้

แล้วก็รอปี 2020 จะไม่เอาคะแนนปี 2016 มาคำนวณ ถึงตอนนั้นก็ไม่คิดคะแนนทีมชาติแล้วด้วย มีลุ้นครับ

จริงๆ เหมือน 3+1 เลยมากกว่า เพราะ เราจะได้สิทธิ เป็นเจ้าบ้านในรอบคัดเลือก ครั้งสุดท้าย 1 ทีม ซึ่งโอกาสผ่านเยอะมาก เจอทีมเวียดนาม ฮ่องกง มาเลเซีย อินโด เราเชื่อว่ามีโอกาสผ่านมากกว่าไม่ผ่าน อย่าซวยแค่เจอ ออสซี่ เป็นพอ (แต่เจอออสซี่ก็ไม่แย่ ได้เล่นในบ้านมีโอกาสชนะได้)
ไม่ใช่นะครับ เจ้าบ้านนัดท้ายมีสี่นัด มีสี่ทีมดังนี้ครับ
1.ทีมที่สี่ของชาติที่ 1 ปัจจุบันคือเกาหลี
2.ทีมที่สี่ของชาติที่ 2 ปัจจุบันคือญี่ปุ่น
3.ทีมที่สามของชาติที่ 3 ปัจจุบันคือจีน
4.ทีมที่สี่ของชาติที่ 3 ปัจจุบันคือจีน
สรุปเราแซงออสได้จะเป็นชาติที่สี่แทนออสครับ
แต่คัดเลือกรอบสุดท้ายต้องไปเยือนอยู่ดี ต้องเป็นชาติที่สามครับถึงได้เล่นในบ้าน
ถ้าตามระบบปัจจุบันนะครับ

ที่จริง ออสเตรเลีย ต้องได้โควต้า 2+2 คือ มี 1 ทีมเล่นในบ้านในรอบคัดเลือก ครั้งที่สาม เป็นของรองแชมป์2ในลีก และ 1 ทีมเล่นในรอบคัดเลือก ครั้งที่สอง เป็นอันดับที่ 3 ในลีก แต่อนิจาในลีกออสเตรเลียมีแค่ 10 ทีม ซึ่งเอเอฟซีจำกัดไว้แล้วว่า ต้องมีทีมตัวแทนประเทศแค่ 25 % ในลีก โควต้าออสเตรเลียเลยโดนตัดเอา รอบคัดเลือก ครั้งที่สาม ออกไป จึงเหลือ 2+1 แล้วเอา +1 ทีเหลือยกให้จีนที่ได้ที่ 4 ไป และโควต้าปีนี้ยังใช้ของรอบประเมินปี 2016 อยู่ครับ ทีมในลีกจีนตอนนั้นยังได้อันดับ 4 ครับผม
ผิดละครับไปหาข้อมูลดีๆครับ จีนเขาได้ 2+2 เพราะอยู่ที่สามในแรงกิ้งปี 2016 ครับ
จีนได้ 2+2 เพราะได้ที่สาม ไม่เกี่ยวโควต้าออสเตรเลียครับ ออสเตรเลียได้ที่สี่ครับ
ส่วนการเป็นเจ้าบ้านเขานับศักดิ์ตามที่ผมบอกครับ
ทีมที่มาจากชาติที่อันดับดีกว่าจะเป็นทีมวางครับ
เพราะฉะนั้นทีมวางในรอบสาม ก็มีสี่ทีมจากสามอันดับชาติที่ดีสุดก็ครบละครับ
คือเกาหลี ญี่ปุ่น จีน
ถ้าตามที่ท่านเข้าใจบริสเบนจากออสเตรเลียทำไมต้องมาเล่นรอบเดียวกับเราละครับ
แล้วจีนทั้งสองทีมเป็นทีมวาง ลองไปทำความเข้าใจใหม่ครับ
เอเอฟซีเขาจัดง่ายๆตามที่บอกครับ นับศักดิ์ตามอันดับชาติ
จากนั้นก็เอามาเข้าสูตร (หมายถึงการวางทีมในรอบคัดเลือก)
ซึ่งปัจจุบันมันมีสี่ทีมวางในรอบสุดท้าย ซึ่งก็ตามที่ผมบอกครับ

ผมว่าท่านเข้าใจผิดเรื่องโควต้าที่ได้ในแต่ละอันดับนี้ครับ

ที่ควรเข้าใจถูกต้องคือ

อันดับ 1 ใช้ 3+1+0+0 โดย +1 เป็นทีมวางในรอบคัดเลือก ครั้งสุดท้ายเป็นเจ้าบ้าน
อันดับ 2 ใช้ 3+1+0+0 โดย +1 เป็นทีมวางในรอบคัดเลือก ครั้งสุดท้ายเป็นเจ้าบ้าน
อันดับ 3 ใช้ 2+1+1+0 โดย +1 เป็นทีมวางในรอบคัดเลือก ครั้งสุดท้ายเป็นเจ้าบ้าน และอีก +1 เป็นทีมวางในรอบคัดเลือก ครั้งที่สองเป็นเจ้าบ้าน และไปเยือนในรอบคัดเลือก ครั้งที่สาม
อันดับ 4 ใช้ 2+1+1+0 โดย +1 เป็นทีมวางในรอบคัดเลือก ครั้งสุดท้ายเป็นเจ้าบ้าน และอีก +1 เป็นทีมวางในรอบคัดเลือก ครั้งที่สองเป็นเจ้าบ้าน และไปเยือนในรอบคัดเลือก ครั้งที่สาม
อันดับ 5 ใช้ 1+0+2+0 โดย +2 เป็นทีมวางในรอบคัดเลือก ครั้งที่สองเป็นเจ้าบ้าน และไปเยือนในรอบคัดเลือก ครั้งที่สาม ทั้งหมด
อันดับ 6 ใช้ 1+0+1+0 โดย +1 เป็นทีมวางในรอบคัดเลือก ครั้งที่สองเป็นเจ้าบ้าน และไปเยือนในรอบคัดเลือก ครั้งที่สาม ทั้งหมด

มันเป็นแบบนี้ครับ และท่านไปศึกษากฏด้วย เอเอฟซี กำหนดทีมในแต่ละชาติที่เข้ามาแข่งต้องไม่เกิน 25% ของประเทศตัวเอง

ดังนั้น ออสเตรเลีย มันมีแค่ 10 ทีมในลีก มันเลยปัด 2+1+1+0 ให้เหลือ 2+0+1+0 แล้วเอา +1 ไปรวมกับอันดับ 3 พร้อมตัด +1 ในรอบคัดเลือก ครั้งที่สอง ของอันดับ 3 ทิ้ง กลายเป็น 2+2+0+0

ส่วนโควต้า ACL จะประกาศก่อน 1 ปี แล้วใช้ 2 ปี เช่น ของปี 2016 ใช้ผลงานของ 2016 รวม 2015 เพื่อประกาศโควต้าปี 2017 และ 2018 ไม่ใช่ประกาศเอาผลงานปีที่แล้ว และปรากาศของปีหน้า

โอเค ผมอาจเข้าใจผิดเรื่องอันดับ ลีกจีน กับ ลีกออสเตรเลีย หลังปี 2016 จีนได้อันดับ 3 แต่ก็อานิสงค์การที่ลีกออสเตรเลียมีแค่ 10 ทีม มันถึงปัดเศษตามที่ผมกล่าวมา

ข้อสังเกตุอีกอย่างคือ มาเลเซีย ที่มีข่าวว่าได้โควต้าอัตโนมัติ ACL ก็มาได้จริงในปี 2019 แสดงว่าคิดผลงาน 2017 รวมกับ 2018
ยังจะเถียงอีกนะครับ ง่ายๆทำไมไม่เข้าใจ
ผมบอกเขานับศักดิ์ทีมจากชาติอันดับดีกว่าได้สิทธิ์ที่ดีกว่าครับ
เพราะฉะนั้น ทีมจากจีนทั้งสองทีมในรอบคัดเลือกจะได้สิทธิ์ดีกว่าออสเตรเลียครับ
ลองคิดตามผมครับทีมที่สามจากออสเตรเลียจะได้สิทธิ์น้อยกว่าจีนทั้งสองทีมครับ
เปรียบเทียบกับของจริง บริสเบนต้องไปเล่นรอบสองพร้อมทีมจากไทย
แต่จีนทั้งสองทีมได้เล่นรอบสามครับ
ถ้าตามที่ท่านเข้าใจ
2+1+1 อะไรของท่านนั้น ทีมจากจีน 1 ทีมต้องมารอบสอง
แล้วออสต้องมารอบสาม ซึ่งผิดครับ
ผมบอกว่าเอเอฟซีเขาจัดศักดิ์ทีมตามอันดับของชาติครับ
ไปอ่านที่ผมเพิ่มเติมครับสิทธิ์ออสเตรเลียที่เสียไปไม่ได้ไปเพิ่มให้ใครครับ
เพราะฉะนั้นไม่ต้องไปคิดครับไม่เกี่ยว
ส่วนการแจงสิทธิ์อะไรของท่าน แบบ 2+1+1+0 บวกอะไรหลายชั้นแบบนี้มันไม่มีครับ ท่านคิดมาเอง
เอเอฟซีเขาคิดแค่ สองชั้นครับ คือ 2+2 หรือ 3+1
ส่วนในรอบคัดเลือกเขาจะมาจัดระบบทีมวางตามศักดิ์ที่ผมบอกครับ
จะอธิบายให้ละเอียดนะครับ เดี๋ยวท่านก็คิดเองเออเองอีกไม่จบไม่สิ้น อันดับตามปี 2016 นะครับ
1.ทีมที่ 4 ของชาติที่ 1 (เกาหลี)
2.ทีมที่ 4 ของชาติที่ 2 (ญี่ปุ่น)
3.ทีมที่ 3 ของชาติที่ 3 (จีน)
4.ทีมที่ 4 ของชาติที่ 3 (จีน)
5.ทีมที่ 3 ของชาติที่ 4 (ออสเตรเลีย)
6.ทีมที่ 4 ของชาติที่ 4 (ออสเตรเลีย) อันนี้ไม่มีเพราะสิทธิ์ถูกตัด
7.ทีมที่ 2 ของชาติที่ 5 (ไทย) อันนี้แชมป์เอฟเอคัพ เชียงราย
8.ทีมที่ 3 ของชาติที่ 5 (ไทย) อันนี้อันดับ2ในลีก เมืองทอง
9.ทีมที่ 2 ของชาติที่ 6 (ฮ่องกง)
10.ทีมที่ 1 ของชาติที่ 7 (เวียดนาม)
11.ทีมที่ 1 ของชาติที่ 8 (มาเลเซีย)
แล้วก็ไล่ไปครับ
การประกบคู่ทีมวางก็ตามลำดับครับ 1-4 ก็จะได้เป็นทีมวางในรอบสามโดยอัตโนมัติ
เพราะรอบสามคือรอบสุดท้ายมีสี่คู่พอดี
เห็นไหมครับว่ายังไงก็ไม่ถึงออสเตรเลียชาติอันดับสี่ ถ้า 3 ชาติแรกไม่ถูกตัดสิทธิ์ออก
แล้วอันดับที่ดีกว่าจะได้เจออันดับที่อ่อนกว่าครับ
ยกตัวอย่างเมืองทองได้เจอยะโฮร์เพราะอันดับเมืองทองมันอ่อนกว่าเชียงรายครับ
จึงต้องเจออันดับที่ดีกว่าเชียงราย เชียงรายเจอทีมจากอินโดซึ่งอันดับอ่อนกว่ามาเล
ฮ่องกงเจอทีมจากเวียดนาม ฮ่องกงจะเจอคู่ต่อสู้ที่แข็งกว่าคู่ต่อสู้เมืองทองและเชียงราย
เพราะอันดับฮ่องกงมันอ่อนกว่าเมืองทองและเชียงรายไงครับ
ส่วนออสเจออ่อนเลยคือฟิลิปปินส์เพราะอันดับดีสุดในรอบคัดเลือกรอบสอง
ประมาณว่า 1v4 , 2v3 นั้นละครับ
อย่างรอบสามเมืองทองต้องเจอญี่ปุ่นเพราะ ญี่ปุ่นเป็นอันดับ 2 เมืองทองเป็น 7 ครับ
เชียงรายเจอเซี่ยงไฮ้ เพราะ เซี่ยงไฮ้ เป็น 3 ครับ เชียงรายเป็น 6 ครับ
เกาหลีเจอเวียดนาม เพราะ เกาหลี 1 เวียดนามชนะฮ่องกงมา กลายเป็น 8 ครับ
ส่วนฟิลิปปินส์เจอจีนอีกทีม เพราะฟิลิปปินส์ผ่านออสมาแล้ว กลายเป็น 5 แทน จีนอีกทีมมันคือ 4 ครับ
แบบ 1v8, 2v7,3v6,4v5 ครับ
แต่เขาวางสายมาก่อนแล้ว เพราะฉะนั้นฟิลิปปินส์ กับเวียดนาม ชนะทีมที่เหนือกว่ามาก่อน
เลยได้ตำแหน่งนั้นแทน คือฟิลิปปินส์ได้กลายเป็นทีมที่ 5 มาเจอทีมที่ 4 ของจีน ซึ่งอันดับศักดิ์น้อยกว่าที่เมืองทองและเชียงรายเจอ
ทั้งๆที่ฟิลิปปินส์มันอันดับอ่อนกว่าเพราะ สายเขาวางมาแล้วครับซึ่งจริงๆควรเป็นทีมจากออสเข้ามา
ลองจินตนาการตามที่ผมบอกดูครับ ไม่ต้องค้าน จินตนาการตามจะเข้าใจ ง่ายๆ



ถ้าลองหยุดคิดสักนิด ทำตัวเป็นเเก้วนํ้าที่ว่างดูหน่อยผมว่าทุกคนคงเข้าใจตั้งเเต่อ่านจบ
ข้อความตรงนี้เเล้วนะ
บันทึกการเข้า

ลายเซ็นต์ใหญ่เกินไป
-3-
why so serious?
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +135/-1038
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,215


เถียงไม่ได้ ให้กดลบนะครับ ฮี่ๆๆ


| | |
« ตอบ #38 เมื่อ: มกราคม 30, 2018, 03:51:27 PM »

ลองคิดคะแนนใหม่ แบบหักปี 2015 กับหักคะแนนทีมชาติออก

เราจะตามหลังออสประมาณ 3 คะแนน (20 ต่อ 17) ดังนั้นปีนี้ต้องเน้นให้มาก (และตามแช่งออสให้ออกทะเลด้วย)
บันทึกการเข้า

ฮี่ๆๆ
Doctor สลัม
อยากจะรวยจริงๆ
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +2485/-3433
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 49,224


หล่อไม่มาก แต่ท่ายากเฮียมีเยอะ


| | |
« ตอบ #39 เมื่อ: มกราคม 30, 2018, 08:34:48 PM »

ครับๆ
บันทึกการเข้า

ลมหายใจคือฟุตบอล
Jone500
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +300/-1040
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,816



| | |
« ตอบ #40 เมื่อ: มกราคม 30, 2018, 08:53:05 PM »

เถียงกันในเชิงใช้ข้อมูล ดีครับ  
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  




Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!