Thailandsusu Webboard
มกราคม 24, 2018, 02:40:11 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน Gallery เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ผลงานรุ่นแรกๆถือว่าเป็นใบเบิกทางที่ดีสำหรับนักเตะรุ่นต่อไป  (อ่าน 1840 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
tonmania
Jr. Member
**

คะแนนความรัก: +78/-33
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 390



| | |
« เมื่อ: มกราคม 08, 2018, 11:09:35 AM »

ผลงานรุ่นแรกๆถือว่าเป็นใบเบิกทางที่ดีสำหรับนักเตะรุ่นต่อไป

การได้ไปเล่นในลีกใดหรือทวีปใดก็ตามหากสามารถทำผลงานได้ประทับใจอย่างที่เจ ชนาธิป ทำได้ในฤดูกาลที่ผ่านกับเวทีเจลีก สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงส่งผลที่ดีให้กับตัวเองเท่านั้น แต่มันยังเป็นเครดิตให้กับเพื่อนร่วมชาติหรือรุ่นน้องต่อไปในอนาคต นั่นคือสิ่งที่ทำให้เกิดดีลที่เหลือตามมาของธีรศิลป์และธีราธร

ย้อนกลับไปมองที่ญี่ปุ่นก่อนหน้านั้นแม้ว่าฮิเดโตชิ นาคาตะ และชุนซุเกะ นาคามูระ จะเคยมาสร้างชื่อได้ในลีกชั้นนำอย่างกัลโช เซเรียอาของอิตาลี แต่ทีมจากในยุโรปยังคงให้ความสนใจในนักเตะญี่ปุ่นน้อยอยู่ดี

แต่หลังจากที่ คางาวะ มาแจ้งเกิดได้อย่างเต็มตัวกับโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ทีมดังในบุนเดสลีกาของเยอรมัน  นับตั้งแต่นั้นมานักเตะจากแดนอาทิตย์อุทัยก็กลายมาเป็นสินค้าขายดีขึ้นมาทันตาเห็นเหมือนกับว่าระบบและความมีวินัยความมุ่งมั่นมันคลิ๊กเข้ากันโดยเคมีของมันที่เข้ากันได้อย่างลงตัว



อะไรที่ทำให้บุนเดสลีกาคือสถานที่สุดยอดสำหรับนักเตะเอเชีย โดยเฉพาะเมื่อสองหรือสามปีที่ผ่านมา การมีเทคนิคที่ดีของบรรดานักเตะเหล่านั้นหากเรามองไปที่พรีเมียร์ลีกที่ใครหลายคนอยากไปเล่นจะพบว่ามันเป็นลีกที่ต้องใช้สภาพร่างกายมากกว่าบุนเดสลีกามาก ในเยอรมันเมื่อสิบปีก่อนมันกลับตรงกันข้ามกันเลย แต่ในปัจจุบันภายหลังแนวทางการปรับเปลี่ยนรูปแบบการเล่นของทีมในเยอรมันเองที่เริ่มให้โอกาสนักเตะตัวเล็กแต่คล่องเทคนิคสูงเพิ่มมากขึ้นในทีม จากความแคล่วคล่องและความพยายามในการแข่งขัน ทำให้แข้งเอเชียเป็นที่ชื่นชอบของแฟนบอล  ตอนนี้บุนเดสลีกานั้นมีเทคนิคสูงกว่าพรีเมียร์ลีก และนักเตะญี่ปุ่นหรือเกาหลีก็เหมาะกับสิ่งนั้นเอามากๆ นั่นทำให้บรรดาแมวมองในลีกเยอรมันเสาะหาของดีราคาถูกในเอเชียโดยเฉพาะจากญี่ปุ่นเกาหลีใต้และอิหร่านที่มีรุ่นพี่ไปสร้างชื่อเอาไว้


การที่นักเตะอย่างคางาวะเป็นซูเปอร์สตาร์ในญี่ปุ่น ทั้งที่เข้ามาค้าแข้งในเยอรมันแบบโนเนมไร้ชื่อเสียง การที่คางาวะสามารถไปถึงรอบชิงชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ลีก และคว้าแชมป์ลีกเยอรมันได้ถึง 2 หนมันเป็นเรื่องราวที่ประสบความสำเร็จและเป็นแรงดลใจให้แข้งหนุ่มจากญี่ปุ่นคิดเข้ามาค้าแข้งที่เยอรมัน จนที่สุดมันก็ส่งผลออกมาในปัจจุบันเจลีกสามารถส่งนักเตะออกไปค้าแข้งในยุโรปได้ไม่ต่ำกว่าปีละ 4-5 คน โดยลีกที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคงจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากบุนเดสลีกาที่เราสามารถพบรายชื่อผู้เล่นญี่ปุ่นเกือบจะทุกสโมสรในตำแหน่งที่ต่างกันออกไป


ย้อนกลับมาที่ไทยพรีเมียร์ลีก แน่นอนว่าความมุ่งมั่นที่จะไปค้าแข้งในลีกชั้นนำเท่านั้นมันก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิด และญี่ปุ่นเองก็เคยคิดมาก่อนเช่นกันมุมมองนี้ในสมัยที่เจลีกบูมอย่างสุดขีดเมื่อสักประมาณ 10 ปีที่แล้ว ญี่ปุ่นตั้งใจอย่างมากที่จะส่งนักเตะออกไปเล่นในลีกชื่อดังอย่าง อิตาลี สเปน และอังกฤษเท่านั้น แต่หลังจากที่หลายคนได้มีโอกาสไปค้าแข้งในลีกเหล่านั้นแล้วไม่ประสบความสำเร็จหลายคนเอาชื่อไปทิ้งแถวสเปนก็เยอะรูปแบบฟุตบอลแต่ละลีกนั้นแตกต่างกันออกไป เป้าหมายของพวกเขาก็เปลี่ยนไปจะเห็นได้ว่าในลีกที่ต้องอาศัยการปะทะนักเตะเอเชียมักทำได้ไม่ดีกับในลีกอย่างฮอลแลนด์หรือเยอรมันที่ใช้เทคนิคนักเตะเหล่านั้นกลับทำได้ดีกว่า


ญี่ปุ่นเองก็ยอมรับว่าแม้เจลีกจะแข็งแกร่งมากขึ้นเพียงใด แต่หากเทียบกับลีกชั้นนำในยุโรปแล้ว พวกเขายังเป็นรองอยู่หลายขุม ทั้งเรื่องจำนวนนักเตะฝีเท้าดีๆ ความนิยม การบริหารจัดการ หรือแม้แต่ประสบการณ์ในการรับมือกันเรื่องต่างๆซึ่งมันส่งผลมาถึงทีมชาติเมื่อเข้าสู่รอบสุดท้ายฟุตบอลโลกเมื่อระดับการแข่งขันในทวีปยังไม่สูงพอนั่นก็คือไม่เกิดการแข่งขันในระดับที่สูงกว่าที่เป็นอยู่ซึ่งนั้นไม่ก่อให้เกิดการพัฒนา


เมื่อเจออุปสรรคดังกล่าว เจลีกเริ่มเบนทิศทางโดยการหันกลับไปมองลีกเกรดรองมากขึ้น โดยยังมีเป้าหมายสำคัญคือการส่งนักเตะออกไปเล่นในต่างประเทศให้มากที่สุด เพื่อกลับมาเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับทีมชาติ


เช่นเดียวกับในประเทศไทยแม้ว่ามาตรฐานในไทยพรีเมียร์ลีกเองกำลังพัฒนาตัวเองให้ยกระดับสูงขึ้นทุกๆ วัน แต่เราคงต้องยอมรับความเป็นจริงอยู่อย่างหนึ่งว่าเจลีกเป็นลีกที่ได้รับความนิยมสูงกว่าเราการที่นักเตะเราได้โอกาสไปอยู่ย่อมช่วยพัฒนาฝีเท้าให้สูงขึ้นตามไปรวมไปถึงเกมการเล่นที่เร็วขึ้นกว่าเดิมตามรูปแบบฟุตบอลสมัยใหม่ในปัจจุบันนั่นรวมไปถึงการได้รับการฝึกสอนจากโค้ชหรือทีมโค้ชที่มีความรู้ในระดับที่สูงขึ้นด้วยนั่นเอง


ตอนนี้เจลีกกำลังให้ความสนใจที่จะขยายการตลาดมายังภูมิภาคอาเซี่ยนของเรามากขึ้นเรื่อยๆ เห็นได้จากการให้โควตานักเตะอาเซียนสำหรับทีมในเจลีก การจับมือเป็นพันธมิตรกันกับหลายๆ สโมสรในประเทศไทยนั่นทำให้เราสามารถใช้ประโยชน์ในการต่อยอดพัฒนานักเตะในระดับรุ่นอายุไม่เกิน23ปีได้หากเราคิดจะพัฒนานักเตะให้ได้รับการปลูกฝังทัศนคติฟุตบอลสมัยใหม่ในระดับที่สูงขึ้นไปกว่าที่เรามีอยู่ในปัจจุบัน



การเริ่มมีนับหนึ่งสองสามก็ถือว่าเป็นนิมิตหมายอันดีสำหรับการเริ่มต้นต่างแดนคล้ายๆที่ญี่ปุ่นหรือเกาหลีใต้ผลักดันนักเตะเก่งๆได้ออกไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในลีกยุโรปอย่างในบุนเดสลีกาเยอรมันและลีกอื่นๆที่สูงกว่านั่นเอง

บันทึกการเข้า
โค้ช คาร์ลอส_xi (ซุ้มท่าน้ำนนท์)
งดเข้าห้องซื้อ-ขาย
Hero Member
*

คะแนนความรัก: +388/-349
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,111


FC-012 คิดถึงพ่อยี


เว็บไซต์
| | |
« ตอบ #1 เมื่อ: มกราคม 08, 2018, 11:17:16 AM »

ผมว่าจริงๆถ้าไม่ได้โควต้าอาเซียนนี่ไปยากมากๆเลยนะหากวันใดวันหนึ่งยกเลิกกฎนี้มาก็แทบจะเหนื่อยเลย เพราะ แบบ เจ อุ้ม มุ้ย ญี่ปุ่นหาได้ไม่ยาก
บันทึกการเข้า
tonmania
Jr. Member
**

คะแนนความรัก: +78/-33
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 390



| | |
« ตอบ #2 เมื่อ: มกราคม 08, 2018, 11:24:25 AM »

การได้ไปเล่นในลีกใดหรือทวีปใดก็ตามหากสามารถทำผลงานได้ประทับใจอย่างที่เจ ชนาธิป ทำได้ในฤดูกาลที่ผ่านกับเวทีเจลีก สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงส่งผลที่ดีให้กับตัวเองเท่านั้น แต่มันยังเป็นเครดิตให้กับเพื่อนร่วมชาติหรือรุ่นน้องต่อไปในอนาคต นั่นคือสิ่งที่ทำให้เกิดดีลที่เหลือตามมาของธีรศิลป์และธีราธร

ย้อนกลับไปมองที่ญี่ปุ่นก่อนหน้านั้นแม้ว่าฮิเดโตชิ นาคาตะ และชุนซุเกะ นาคามูระ จะเคยมาสร้างชื่อได้ในลีกชั้นนำอย่างกัลโช เซเรียอาของอิตาลี แต่ทีมจากในยุโรปยังคงให้ความสนใจในนักเตะญี่ปุ่นน้อยอยู่ดี

แต่หลังจากที่ คางาวะ มาแจ้งเกิดได้อย่างเต็มตัวกับโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ทีมดังในบุนเดสลีกาของเยอรมัน  นับตั้งแต่นั้นมานักเตะจากแดนอาทิตย์อุทัยก็กลายมาเป็นสินค้าขายดีขึ้นมาทันตาเห็นเหมือนกับว่าระบบและความมีวินัยความมุ่งมั่นมันคลิ๊กเข้ากันโดยเคมีของมันที่เข้ากันได้อย่างลงตัว

อะไรที่ทำให้บุนเดสลีกาคือสถานที่สุดยอดสำหรับนักเตะเอเชีย โดยเฉพาะเมื่อสองหรือสามปีที่ผ่านมา การมีเทคนิคที่ดีของบรรดานักเตะเหล่านั้นหากเรามองไปที่พรีเมียร์ลีกที่ใครหลายคนอยากไปเล่นจะพบว่ามันเป็นลีกที่ต้องใช้สภาพร่างกายมากกว่าบุนเดสลีกามาก ในเยอรมันเมื่อสิบปีก่อนมันกลับตรงกันข้ามกันเลย แต่ในปัจจุบันภายหลังแนวทางการปรับเปลี่ยนรูปแบบการเล่นของทีมในเยอรมันเองที่เริ่มให้โอกาสนักเตะตัวเล็กแต่คล่องเทคนิคสูงเพิ่มมากขึ้นในทีม จากความแคล่วคล่องและความพยายามในการแข่งขัน ทำให้แข้งเอเชียเป็นที่ชื่นชอบของแฟนบอล  ตอนนี้บุนเดสลีกานั้นมีเทคนิคสูงกว่าพรีเมียร์ลีก และนักเตะญี่ปุ่นหรือเกาหลีก็เหมาะกับสิ่งนั้นเอามากๆ นั่นทำให้บรรดาแมวมองในลีกเยอรมันเสาะหาของดีราคาถูกในเอเชียโดยเฉพาะจากญี่ปุ่นเกาหลีใต้และอิหร่านที่มีรุ่นพี่ไปสร้างชื่อเอาไว้

การที่นักเตะอย่างคางาวะเป็นซูเปอร์สตาร์ในญี่ปุ่น ทั้งที่เข้ามาค้าแข้งในเยอรมันแบบโนเนมไร้ชื่อเสียง การที่คางาวะสามารถไปถึงรอบชิงชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ลีก และคว้าแชมป์ลีกเยอรมันได้ถึง 2 หนมันเป็นเรื่องราวที่ประสบความสำเร็จและเป็นแรงดลใจให้แข้งหนุ่มจากญี่ปุ่นคิดเข้ามาค้าแข้งที่เยอรมัน จนที่สุดมันก็ส่งผลออกมาในปัจจุบันเจลีกสามารถส่งนักเตะออกไปค้าแข้งในยุโรปได้ไม่ต่ำกว่าปีละ 4-5 คน โดยลีกที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคงจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากบุนเดสลีกาที่เราสามารถพบรายชื่อผู้เล่นญี่ปุ่นเกือบจะทุกสโมสรในตำแหน่งที่ต่างกันออกไป


ย้อนกลับมาที่ไทยพรีเมียร์ลีก แน่นอนว่าความมุ่งมั่นที่จะไปค้าแข้งในลีกชั้นนำเท่านั้นมันก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิด และญี่ปุ่นเองก็เคยคิดมาก่อนเช่นกันมุมมองนี้ในสมัยที่เจลีกบูมอย่างสุดขีดเมื่อสักประมาณ 10 ปีที่แล้ว ญี่ปุ่นตั้งใจอย่างมากที่จะส่งนักเตะออกไปเล่นในลีกชื่อดังอย่าง อิตาลี สเปน และอังกฤษเท่านั้น แต่หลังจากที่หลายคนได้มีโอกาสไปค้าแข้งในลีกเหล่านั้นแล้วไม่ประสบความสำเร็จหลายคนเอาชื่อไปทิ้งแถวสเปนก็เยอะรูปแบบฟุตบอลแต่ละลีกนั้นแตกต่างกันออกไป เป้าหมายของพวกเขาก็เปลี่ยนไปจะเห็นได้ว่าในลีกที่ต้องอาศัยการปะทะนักเตะเอเชียมักทำได้ไม่ดีกับในลีกอย่างฮอลแลนด์หรือเยอรมันที่ใช้เทคนิคนักเตะเหล่านั้นกลับทำได้ดีกว่า


ญี่ปุ่นเองก็ยอมรับว่าแม้เจลีกจะแข็งแกร่งมากขึ้นเพียงใด แต่หากเทียบกับลีกชั้นนำในยุโรปแล้ว พวกเขายังเป็นรองอยู่หลายขุม ทั้งเรื่องจำนวนนักเตะฝีเท้าดีๆ ความนิยม การบริหารจัดการ หรือแม้แต่ประสบการณ์ในการรับมือกันเรื่องต่างๆซึ่งมันส่งผลมาถึงทีมชาติเมื่อเข้าสู่รอบสุดท้ายฟุตบอลโลกเมื่อระดับการแข่งขันในทวีปยังไม่สูงพอนั่นก็คือไม่เกิดการแข่งขันในระดับที่สูงกว่าที่เป็นอยู่ซึ่งนั้นไม่ก่อให้เกิดการพัฒนา


เมื่อเจออุปสรรคดังกล่าว เจลีกเริ่มเบนทิศทางโดยการหันกลับไปมองลีกเกรดรองมากขึ้น โดยยังมีเป้าหมายสำคัญคือการส่งนักเตะออกไปเล่นในต่างประเทศให้มากที่สุด เพื่อกลับมาเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับทีมชาติ


เช่นเดียวกับในประเทศไทยแม้ว่ามาตรฐานในไทยพรีเมียร์ลีกเองกำลังพัฒนาตัวเองให้ยกระดับสูงขึ้นทุกๆ วัน แต่เราคงต้องยอมรับความเป็นจริงอยู่อย่างหนึ่งว่าเจลีกเป็นลีกที่ได้รับความนิยมสูงกว่าเราการที่นักเตะเราได้โอกาสไปอยู่ย่อมช่วยพัฒนาฝีเท้าให้สูงขึ้นตามไปรวมไปถึงเกมการเล่นที่เร็วขึ้นกว่าเดิมตามรูปแบบฟุตบอลสมัยใหม่ในปัจจุบันนั่นรวมไปถึงการได้รับการฝึกสอนจากโค้ชหรือทีมโค้ชที่มีความรู้ในระดับที่สูงขึ้นด้วยนั่นเอง


ตอนนี้เจลีกกำลังให้ความสนใจที่จะขยายการตลาดมายังภูมิภาคอาเซี่ยนของเรามากขึ้นเรื่อยๆ เห็นได้จากการให้โควตานักเตะอาเซียนสำหรับทีมในเจลีก การจับมือเป็นพันธมิตรกันกับหลายๆ สโมสรในประเทศไทยนั่นทำให้เราสามารถใช้ประโยชน์ในการต่อยอดพัฒนานักเตะในระดับรุ่นอายุไม่เกิน23ปีได้หากเราคิดจะพัฒนานักเตะให้ได้รับการปลูกฝังทัศนคติฟุตบอลสมัยใหม่ในระดับที่สูงขึ้นไปกว่าที่เรามีอยู่ในปัจจุบัน



 การเริ่มมีนับหนึ่งสองสามก็ถือว่าเป็นนิมิตหมายอันดีสำหรับการเริ่มต้นต่างแดนคล้ายๆที่ญี่ปุ่นหรือเกาหลีใต้ผลักดันนักเตะเก่งๆได้ออกไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในลีกยุโรปอย่างในบุนเดสลีกาเยอรมันและลีกอื่นๆที่สูงกว่านั่นเอง

บันทึกการเข้า
Nakhoniqe Dunnesta
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +432/-290
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,260



เว็บไซต์
| | |
« ตอบ #3 เมื่อ: มกราคม 08, 2018, 11:54:41 AM »

เบิกทางมาตั้งแต่  โค้ชเฮง  และ  เดอะตุ๊ก  แล้ว

จนมาสู่ยุคที่เกาหลี ญี่ปุ่น ทิ้งห่างเราไปนี้แหล่ะเขาเลยไม่สนใจเราเลยสักนิดส์

ปัจจุบันเขาก็ยังทิ้งห่าง แต่แค่เราพัฒนาลีกเราขึ้นมาให้น่าดู และ ญี่ปุ่นเปิดโค้วต้าอาเซียน  โอกาสก็เลยมาอีก
บันทึกการเข้า
BuBu
Full Member
***

คะแนนความรัก: +141/-90
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 929


| | |
« ตอบ #4 เมื่อ: มกราคม 08, 2018, 12:22:45 PM »

                      ผมเชื่อว่า  สุดยอดปารถนาอันสูงสุดของนักฟุตบอลอาชีพทุกคนในโลก ต้องการไปเล่นในลีกที่ใหญ่ๆในยุโยป  นักเตะไทยก็เช่นกัน ทุกคนฝันอยากไปยุโรป    
                     ในช่วง สองสามปี มานี้  ถ้าใครมีโอก่าสได้เห็น ทีมฟุตบอลในเจลีก เล่นกับทีมชั้นนำของยุโรป ทั้งการอุ่นเครื่องกระชับมิตรและในรายการชิงแชมป์สโมสรโลก   ถ้าดูดีๆ สังเกตุดีๆ จะพบว่า  เจลีก เขาไปไกลมากจริงๆ   ผมไม่ใช่ติ่งเจลีกนะ แต่โดยส่วนตัวผมว่า มาตรฐานการเล่นของทีมในเจลีก ณ.ปัจจุบัน  แทบจะไม่แตกต่างจากทีมในลีกชั้นนำของยุโรปเลย  
                      โดยส่วนตัว ผมมองว่า  ถ้า นักเตะไทย คนใดก็ตาม ที่สามารถเล่นใน เจลีกได้  ก็สามารถที่จะเล่นในลีกชั้นนำในยุโรปได้  ถ้าสามารถเล่นได้อย่างโดดเด่นในเจลีกก็สามารถโดดเด่นในลีกยุโรปได้เช่นกัน
                     วันใดวันหนึ่งในอนาคตคงไม่นานเกินรอ เราอาจได้เห็นได้ติดตามได้เชียร์นักเตะไทยคนใดคนหนึ่ง หรือหลายคน  ทางทีวี ในช่วงกลางคืน หรือช่วงดึกๆ           แต่ในตอนนี้ยักเตะไทย ควรต้องไปพิสูจน์ตัวเองใน เจลีกก่อน  เพราะถ้าไม่มีก้าวแรก ก้าวต่อไปมันก็จะไม่เกิดขึ้น
            
บันทึกการเข้า
พริ้วไหวดั่งสายลม
Thailandsusu
Full Member
**

คะแนนความรัก: +50/-56
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 836



| | |
« ตอบ #5 เมื่อ: มกราคม 08, 2018, 12:52:05 PM »

ก็หวังว่านักเตะเราจะทำผลงานได้ดี ต่อยอดให้สูงๆขึ้นไปได้อีก
บันทึกการเข้า

WPP.North
Sr. Member
****

คะแนนความรัก: +109/-744
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,722


@พันธมิตร_ท่าน ded_ded


| | |
« ตอบ #6 เมื่อ: มกราคม 08, 2018, 05:25:59 PM »

ยังงัย เดอะตุ้ก ก้อคือ สุดยอดกว่า เพราะไปแบบ ฝีเท้า 100%เต็มๆๆ..
ไม่ใช่แรงโปรโมตผีผลัก และเข้าไป แก้ กติกาเป็นโควต้าอาเซียน...
บันทึกการเข้า
deknel
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +111/-117
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,656



| | |
« ตอบ #7 เมื่อ: มกราคม 08, 2018, 05:29:06 PM »

นักเตะไทยปัจจุบัน มันไม่มีโหดๆเหมือนสมัยโค้ชเฮง เดอะตุ๊กหรือคนอื่นๆ สิครับ ขนาดที่ว่าแน่ๆ อย่างเจ หรือธีรศิลป์ พอเจอระดับเอเชียก็ลำบากแล้ว
ยิ่งรุ่นน้องๆ นี่ยังไม่เห็นใครโดดเด่นขึ้นมาเลย
บันทึกการเข้า

กระเป๋าหนังแท้ --> https://www.facebook.com/SNTBagStyle/
Doctor สลัม
ขอให้รวยๆ ที่มาช่วยกดลบครั้งนี้ (ตูประชด!)
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +2419/-3215
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 46,174


หล่อไม่มาก แต่ท่ายากเฮียมีเยอะ


| | |
« ตอบ #8 เมื่อ: มกราคม 08, 2018, 07:04:48 PM »

ครับๆ
บันทึกการเข้า

ลมหายใจคือฟุตบอล
The sun
Thailandsusu-VIP
Hero Member
***

คะแนนความรัก: +2957/-205
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,881



| | |
« ตอบ #9 เมื่อ: มกราคม 09, 2018, 02:35:31 AM »

มุมมองผมการที่เจลีกมีโควต้าชาติพันธมิตรขึ้นมาก็ต้องยอมรับว่ามีส่วนช่วยให้นักเตะไทยไปค้าแข้งได้ง่ายขึ้น แต่เหนือสิ่งอื่นใดถ้าฝีเท้าไม่ถึงขั้นเขาก็

ไม่เอา ถึงแม้จะมีโควต้าพิเศษนี้ก็ตาม จะด้วยอะไรก็แล้วแต่ การที่มีนักเตะไทยออกไปค้าแข้งในลีกที่มาตรฐานสูงกว่าไทยลีกมันย่อมส่งผลดีอยู่ล่ะ ลองคิด

ง่ายๆว่าถ้าอีกหน่อยทีมชาติไทยมีนักเตะไปค้าแข้งในเจลีกเกือบทั้งทีม ทีมชาติเราจะยกระดับขึ้นขนาดไหน บอกเลยว่าโควต้าชาติพันธมิตรเนี่ยเจลีกไม่

ยกเลิกง่ายๆหรอกเพราะตั้งแต่มีโควต้านี้ขึ้นมาและการที่ซัปโปโรเอาเจไปเล่นครึ่งฤดูกาลหลัง เจลีกได้ค่าลิขสิทธิ์การถ่ายทอดเพิ่มขึ้นอีกบานรวมไปถึง

สโมสรก็ขายของที่ระลึกได้เพิ่มขึ้นด้วย ที่สำคัญ JFA มีกฎอยู่ว่าถ้าทีมไหนดึงเอานักเตะโควต้าชาติพันธมิตรมาร่วมทีม JFA จะออกค่าใช้จ่ายให้สโมสรนั้น

ครึ่งนึงของจำนวนเงินที่ต้องจ่ายให้นักเตะจากโควต้าชาติพันธมิตรคนนั้น ส่วนนึงก็ต้องยอมรับอย่างเลี่ยงไม่ได้ว่าเจคือผู้เบิกทางตลาดนักเตะไทยสู่เจลีก

อย่างแท้จริง เพราะถ้าเจที่ถือว่าเป็นนักเตะไทยที่ดีที่สุดคนนึงยังเล่นได้สบาย นักเตะไทยคนอื่นที่ระดับใกล้เคียงก็น่าจะเล่นได้เหมือนกัน มันเป็นการสร้าง

ความเชื่อมั่นให้ทีมเจลีกด้วยที่ยังลังเลในการจะดึงนักเตะไทยเข้ามาสู่เจลีกคนต่อไป
บันทึกการเข้า

โค้ช คาร์ลอส_xi (ซุ้มท่าน้ำนนท์)
งดเข้าห้องซื้อ-ขาย
Hero Member
*

คะแนนความรัก: +388/-349
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,111


FC-012 คิดถึงพ่อยี


เว็บไซต์
| | |
« ตอบ #10 เมื่อ: มกราคม 09, 2018, 12:23:45 PM »

มุมมองผมการที่เจลีกมีโควต้าชาติพันธมิตรขึ้นมาก็ต้องยอมรับว่ามีส่วนช่วยให้นักเตะไทยไปค้าแข้งได้ง่ายขึ้น แต่เหนือสิ่งอื่นใดถ้าฝีเท้าไม่ถึงขั้นเขาก็

ไม่เอา ถึงแม้จะมีโควต้าพิเศษนี้ก็ตาม จะด้วยอะไรก็แล้วแต่ การที่มีนักเตะไทยออกไปค้าแข้งในลีกที่มาตรฐานสูงกว่าไทยลีกมันย่อมส่งผลดีอยู่ล่ะ ลองคิด

ง่ายๆว่าถ้าอีกหน่อยทีมชาติไทยมีนักเตะไปค้าแข้งในเจลีกเกือบทั้งทีม ทีมชาติเราจะยกระดับขึ้นขนาดไหน บอกเลยว่าโควต้าชาติพันธมิตรเนี่ยเจลีกไม่

ยกเลิกง่ายๆหรอกเพราะตั้งแต่มีโควต้านี้ขึ้นมาและการที่ซัปโปโรเอาเจไปเล่นครึ่งฤดูกาลหลัง เจลีกได้ค่าลิขสิทธิ์การถ่ายทอดเพิ่มขึ้นอีกบานรวมไปถึง

สโมสรก็ขายของที่ระลึกได้เพิ่มขึ้นด้วย ที่สำคัญ JFA มีกฎอยู่ว่าถ้าทีมไหนดึงเอานักเตะโควต้าชาติพันธมิตรมาร่วมทีม JFA จะออกค่าใช้จ่ายให้สโมสรนั้น

ครึ่งนึงของจำนวนเงินที่ต้องจ่ายให้นักเตะจากโควต้าชาติพันธมิตรคนนั้น ส่วนนึงก็ต้องยอมรับอย่างเลี่ยงไม่ได้ว่าเจคือผู้เบิกทางตลาดนักเตะไทยสู่เจลีก

อย่างแท้จริง เพราะถ้าเจที่ถือว่าเป็นนักเตะไทยที่ดีที่สุดคนนึงยังเล่นได้สบาย นักเตะไทยคนอื่นที่ระดับใกล้เคียงก็น่าจะเล่นได้เหมือนกัน มันเป็นการสร้าง

ความเชื่อมั่นให้ทีมเจลีกด้วยที่ยังลังเลในการจะดึงนักเตะไทยเข้ามาสู่เจลีกคนต่อไป
ชอบแนวคิดท่านTHE SUN จริงๆ
บันทึกการเข้า
PumDMinter
ลุงหนึ่งหนังสือครึ่งราคา
Full Member
***

คะแนนความรัก: +134/-142
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,144


facebook.com/discount.book


เว็บไซต์
| | |
« ตอบ #11 เมื่อ: มกราคม 09, 2018, 03:26:23 PM »

สาระดี ++++
บันทึกการเข้า

"ลุงหนึ่ง หนังสือครึ่งราคา"
ร้านหนังสือออนไลน์ ขายทั้งหนังสือใหม่และเก่า กว่าล้านรายการ อัพหนังสือใหม่ ทุกวัน ..
http://www.facebook.com/discount.book
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  




Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!