Thailandsusu Webboard
ตุลาคม 19, 2018, 03:19:39 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน Gallery เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: บทเรียนจากลูกไล่กลายมาเป็นผู้นำส่วนทีมที่เคยเป็นเต้ยกลับต้องมาทบทวนตัวเอง  (อ่าน 3129 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
tonmania
Thailandsusu
Full Member
**

คะแนนความรัก: +232/-517
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 868



| | |
« เมื่อ: ธันวาคม 22, 2017, 08:44:46 AM »

จากลูกไล่กลายมาเป็นผู้นำส่วนทีมที่เคยเป็นเต้ยกลับต้องมาทบทวนตัวเองในยามนี้หากเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดเจนที่สุดคงไม่มีใครเกินเบลเยี่ยมกับฮอลแลนด์เมื่อเทียบผลงานในอดีตและปัจจุบันมันแสดงว่าการพัฒนาสามารถก้าวทันกันได้หากคุณไม่ระวังก็จะโดนแซงได้เช่นกัน

เจ้าของแนวคิดที่จะปลุกชีพเบลเยียมหรือฉายา “ปีศาจแดงแห่งยุโรป” ให้กลับมาน่าเกรงขามอีกครั้งก็คือ มิเชล ซาบลอน ผู้อำนวยการด้านเทคนิค ที่มองว่าฟุตบอลในประเทศอย่าง จูปิแลร์ ลีก ไม่เหมาะที่แข่งวัยละอ่อนจะพัฒนาฝีเท้าให้เบ่งบานจึงสนับสนุนให้กระจายไปเล่นยัง ลีก เอิง ฝรั่งเศส หรือ เอเรดิวีซี ลีก เนเธอร์แลนด์ซึ่งนั่นก็เป็นอีกหนึ่งมุมมองของการออกที่ควรจะออกไปโบยบินในลีกที่สูงกว่าของนักเตะไทยในปัจจุบัน

       
ซาบลอน เป็นหนึ่งในสตาฟฟ์ทีมชาติเบลเยียม ชุดลุยฟุตบอลโลกที่ เม็กซิโก, อิตาลี และ สหรัฐอเมริกา กล่าวถึงพิมพ์เขียวที่เป็นคนคิดขึ้นมาว่า ฟุตบอลสโมสรของเราล้มเหลวเป็นเหตุให้ผลงานระดับทีมชาติไม่ดีพอ ทัวร์นาเมนต์ระดับเมเจอร์ไม่สามารถไปแข่งกับ สเปน หรือ ฝรั่งเศส ได้เลย ดังนั้นปี 2002 เราจึงเริ่มศึกษาพวกเขาอย่างใกล้ชิด เริ่มจากฝรั่งเศสและมีการนัดประชุมกันปีละ 2 ครั้ง ซึ่งก็ทำเช่นเดียวกันกับเนเธอร์แลนด์บางครั้งก็ยังพบกับเยอรมนี ทุกอย่างไปได้สวยและเริ่มปรับปรุงสิ่งที่เราพยายามทำอยู่ขึ้นเรื่อยๆ

การแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างกันของชาติต่างๆทำให้เกิดการพัฒนาไปพร้อมๆกันการทำข้อตกลงร่วมกับสมาคมฟุตบอลกาตาร์ศูนย์ฝึกแอสไปร์หรือแม้กระทั่งของญี่ปุ่นในการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างกันเป็นสิ่งที่สมาคมเริ่มดำเนินการนับว่าเป็นเรื่องที่ดีอีกเรื่องหนึ่งในสิ่งที่สมาคมชุดนี้ทำก็ต้องขอชมเพียงแต่เราจะได้มามากน้อยแค่ไหนแค่นั้นเองเรียกว่ารู้เขารู้เราอันไหนดีก็นำมาปรับใช้อันไหนไม่ดีก็เป็นแบบเรียนรู้ข้อบกพร่องกันไป

       
แน่นอนว่าความสำเร็จไม่ได้มาเพียงชั่วข้ามคืน อันเดอร์เลชท์และสตองดาร์ด ลีแอจ 2 สโมสรยักษ์ใหญ่ภายในประเทศต้องพัฒนาดาวรุ่ง พร้อมออกกฎให้มีเกมระดับเยาวชนตามเกณฑ์ ซึ่งถ้าอายุมากขึ้นแมตช์ที่เล่นก็เพิ่มตามไปด้วย ประเด็นสำคัญคืออยากให้เด็กพวกนี้พร้อมก้าวสู่อีกระดับให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้บริบทนี้หากสโมสรในเมืองไทยจะให้ความร่วมมือสมาคมฟุตบอลในการพัฒนาเยาวชนสโมสรอย่างบุรีรัมย์ เมืองทองหรือชลบุรี  บางกอกกลาส และอีกหลายแห่งที่มีอคาเดมี่เป็นของตัวเองให้ความร่วมมือเป็นลำดับแรกๆทุกอย่างคงไปได้ดีเช่นกัน

       
เรามีการทำโบรชัวร์ จากนั้นก็เริ่มรวมกลุ่มผู้คนบนโต๊ะจากแผนกเทคนิคและตัดสินใจเกี่ยวกับการทำแผน 3 เป้าหมาย 1.สโมสร 2.ทีมชาติ และ 3.โค้ชระดับโรงเรียน ทั้งหมดอยู่ภายใต้วิสัยทัศน์เดียวกัน เรามุ่งไปที่ทีมก่อน ถามถึงการส่งลงเล่นระดับอายุไม่เกิน 18 ปี เจาะลึกถึงระบบ 4-3-3 ใช้เวลา 5-6 ปีกว่าทุกคนจะปรับตนเองให้ยอมรับได้ เพราะทั้งโค้ชและลีกต่างสนใจชัยชนะของตนเองมาก่อนเป็นลำดับแรก ไม่ง่ายที่จะเริ่ม แต่ในที่สุดทุกคนก็มองเห็น จากนั้นก็เดินไปพร้อมกันเพื่อสร้างผู้เล่นที่ดีกว่าเดิม ผมรู้จักโค้ชมากมายช่วงหลายปีมานี้ และเชื่อว่าเราได้บุคคลที่ทำงานอย่างจริงๆ รวมถึงรู้ว่าทำกำลังอะไรอยู่” เจ้าของแนวคิดเผย

ระหว่างที่ต้องใช้เวลา5-6ปีนี่ผมก็ไม่แน่ใจว่าระหว่างนั้นจะมีเสียงก่นด่าโค้ชเคไลเซนท์จากแมตท์อุ่นเครื่องลองทีมของเยาวชนกันหรือเปล่านะครับฮาๆๆๆแต่เขาก็บอกว่าต้องใช้เวลาตั้ง5-6ปีกว่าจะปรับตัวเองให้ยอมรับได้เราแค่ไม่ถึงปีก็คงหัวร้อนกันเป็นเรื่องธรรมดาฝรั่งกับไทยก็คงไม่ต่างกันเพราะทั้งโค้ชและลีกต่างสนใจชัยชนะของตนเองมาก่อนเป็นลำดับแรกเหมือนกับบรรดาเคไลเซนท์ของเราเด๊ะเลย
         
ซาบลอน เผยอย่างภาคภูมิใจว่า “การทำงานยังคงดำเนินไป ผู้เล่นอย่าง เฟลไลนี, ฮาซาร์ด, แยน แฟร์ตองเกน และ โทมัส แฟร์มาเลน เริ่มฉายแววตั้งแต่อายุ 17 หรือ 18 ปี เราไม่สงสัยเลย เพราะพัฒนาระบบให้ทุกคนกลายเป็นนักเตะที่ดีกว่าเดิมและก็เห็นผลแล้ว ณ ขณะนี้ ทุกสโมสรมองถึงการจัดอันดับโลกของ ฟีฟา และชัดเจนว่าเรากำลังขยับขึ้น แสดงว่าทุกอย่างใช้ได้มาถูกทาง

ผลการดำเนินงานที่ก็ต้องอาศัยการเอาชนะความขัดแย้งทางความคิดเช่นกันนำไปสู่การพัฒนาวงการฟุตบอลเบลเยี่ยมเช่นกันแม้จะยอมกันตรงๆว่าปรับรูปแบบมาจากฟุตบอลเยอรมันที่รื้อและทำสำเร็จมาก่อนรวมไปถึงฮอลแลนด์กลับกันภายในความมั่นคงของอัศวินสีส้มการไม่อาจต่อยอดผู้เล่นในระดับเยาวชนให้ขึ้นมาทดแทนรุ่นเก่าได้อย่างดาวรุ่งหลายๆคนที่ถูกดึงเข้ามาเล่นในทีมใหญ่ๆของอังกฤษกลับล้มเหลวไม่เป็นท่าต่างกับฝั่งเบลเยี่ยมที่ไปได้สวยก็เริ่มมีการตั้งคำถามเพราะระบบฟุตบอลและวิธีการมันเปลี่ยนไปเรื่อยๆใครหยุดพัฒนาก็ต้องพร้อมจะโดนแซงได้ทุกเมื่อมันสำคัญที่เริ่มลงมือทำต่างหากสำเร็จเมื่อไหร่ไม่รู้แต่ดีกว่าฝันหรือเขียนอยู่ในตำรา
       
บันทึกการเข้า
panhinlad
Jr. Member
**

คะแนนความรัก: +35/-24
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 330



| | |
« ตอบ #1 เมื่อ: ธันวาคม 22, 2017, 09:02:35 AM »

เบลเยียมแต่ก่อน รู้จักแต่ เอ็มเพนซ่า เดี๋ยวนี้รู้จักเพียบ
บันทึกการเข้า
JETT
Sr. Member
****

คะแนนความรัก: +123/-34
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,771


| | |
« ตอบ #2 เมื่อ: ธันวาคม 22, 2017, 09:12:35 AM »

ขอบคุณครับ

โค้ช Kไลเซนท์อย่างเราๆจะรอกันได้มั้ยเอ่ย   
บันทึกการเข้า
Leeviet007
Full Member
***

คะแนนความรัก: +44/-118
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 721


| | |
« ตอบ #3 เมื่อ: ธันวาคม 22, 2017, 10:12:02 AM »

เบลเยี่ยมเป็นประเทศที่ควรเอาแบบอย่างจริงๆ  อีกประเทศคือเม็กซิโก นี่ก็เล็กพริกขี้หนูเจอเจ๋งๆระดับไหนสู้ได้หมด ในเอเชียขอพี่เป็นพี่ไทยละกัน
บันทึกการเข้า
Dragon hide the stakeout
Jr. Member
**

คะแนนความรัก: +17/-18
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 420


รากฐานที่หนาแน่นและมั่นคง คือฐานพีระมิดที่ดี


| | |
« ตอบ #4 เมื่อ: ธันวาคม 22, 2017, 10:53:29 AM »

+ เลย
บันทึกการเข้า
sakoncity
เชียร์บอลไทยไปด้วยกัน
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +422/-250
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,929



| | |
« ตอบ #5 เมื่อ: ธันวาคม 22, 2017, 11:47:20 AM »

วิทยาศาสตร์การกีฬาเราต้องนำมาใช้ให้เต็มรูปแบบ
บันทึกการเข้า

BBLOVETT
Full Member
***

คะแนนความรัก: +124/-53
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,139


| | |
« ตอบ #6 เมื่อ: ธันวาคม 22, 2017, 11:47:50 AM »

ขอบคุณบทความดีๆครับ มีมาให้อ่านทุกวันเลยท่าน + ให้ครับ
บันทึกการเข้า
racz
Sr. Member
****

คะแนนความรัก: +213/-176
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,380



| | |
« ตอบ #7 เมื่อ: ธันวาคม 22, 2017, 11:52:47 AM »

สิ่งที่ทุกคนต้องเข้าใจคือมันต้องใช้เวลาครับ
บันทึกการเข้า

เจ้าจอม
PTTrayong
Thailandsusu-VIP
Hero Member
***

คะแนนความรัก: +1873/-908
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 18,736


| | |
« ตอบ #8 เมื่อ: ธันวาคม 22, 2017, 12:07:58 PM »

แต่ผมเชื่อว่า ทุกประเทศต้องค้นพบ โมเดลเป็นของตัวเอง จะเอาโมเดลของใครมาใช้ทั้งดุ้น โดยไม่ปรับปรุงให้เหมาะสมกับลักษณะสังคม วัฒนธรรม ทัศนคติ ความเชื่อของคนในชาตินั้น โมเดลไหนๆ ก็ไม่มีทางสำเร็จหรอกครับ เพราะ ปัจจัยสิ่งที่แวดล้อมที่ทำให้เกิดโมเดลแบบเรา สำหรับเรามันไม่มีทางเหมือนเขาแน่ครับ เราต้องนำโมเดลหลายๆ ที่มาวิเคราะห์ข้อดี ข้อเสีย เลือกในส่วนที่เราปฏิบัติได้ และสอดคล้องกับลักษณะสังคม วัฒนธรรม ทัศนคติ ความเชื่อของคนในชาตินั้น มาผสมและปรับปรุงจนกลายเป็นโมเดลของเราเอง

โมเดลที่ควรนำมาใช้ที่สุดตอนนี้ คือ โมเดลของวอลเล่ย์บอลหญิง เพราะ มันได้นำหลายโมเดลในต่างประเทศมาผสมและปรับปรุงจนเหมาะสมกับเราแล้ว
บันทึกการเข้า

yutto
Newbie
*

คะแนนความรัก: +24/-21
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 178



| | |
« ตอบ #9 เมื่อ: ธันวาคม 22, 2017, 12:16:33 PM »

เห็นหัวข้อ นึกว่า เวียดนามกับไทยแลนด์
บันทึกการเข้า
pow9
Newbie
*

คะแนนความรัก: +6/-7
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 181



| | |
« ตอบ #10 เมื่อ: ธันวาคม 22, 2017, 12:40:05 PM »

  เห็นด้วยนะครับ กับการออกกฏ ลีคภายในประเทศ ให้มันอือประโยชน์ กับเยาวชนให้มีพื้นที่มากกว่านี้  โดยเฉพาะกองหน้าช่วงนี้
บันทึกการเข้า

พริ้วไหวดั่งสายลม
Thailandsusu
Full Member
**

คะแนนความรัก: +81/-82
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,049



| | |
« ตอบ #11 เมื่อ: ธันวาคม 22, 2017, 12:55:46 PM »

ทุกอย่างต้องใช้เวลา ค่อยๆพัฒนาตั้งแต่พื้นฐาน วางระบบที่ยืดหยุ่นให้เข้ากับพื้นฐานคนไทย
บันทึกการเข้า
KaRaKaSaNG
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +912/-183
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,551



| | |
« ตอบ #12 เมื่อ: ธันวาคม 22, 2017, 01:14:47 PM »

เห็นหัวข้อ นึกว่า เวียดนามกับไทยแลนด์


ผมก็คิดเหมือนกัน น่าจะแตกประเด็นได้555
บันทึกการเข้า
aod13
Sr. Member
****

คะแนนความรัก: +90/-79
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,665



| | |
« ตอบ #13 เมื่อ: ธันวาคม 22, 2017, 02:43:28 PM »

+1 ครับ
บันทึกการเข้า
โจ๊ก โซคูล ณ แกรมมี่@ประมูล
ไม่ถูกแบนถาวร ฮี่ ฮี่
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +484/-976
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,886


คิดต่างไม่ใช่เรื่องผิด เพราะสมองคนไม่ได้ใช้ร่วมกัน


| | |
« ตอบ #14 เมื่อ: ธันวาคม 22, 2017, 03:07:16 PM »

เป็นเรื่องวัฐจักรของวงการฟุตบอล บราซิล เยอรมันนี อิตาลี อาเจนติน่า และอีกหลายชาติชั้นนำล้วนแต่เคยตกต่ำ เบลเยี่ยมคือทีมที่เคยเป็นเต้ยของยุโรปยุค 70-80 (ที่ 4 บอลโลก 80, รองแชมป์ยูโร 86,) หลังจากนั้นก็เริ่มตกต่ำ แล้วมาทบทวนตัวเองเพื่อกลับไปเป็นเต้ยอีกครั้ง ส่วนเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงอย่างฮอลแลนด์ผลงานลูกผี ลูกคนมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว การรักษามาตรฐานคือสิ่งที่ยากที่สุดของวงการฟุตบอล
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 22, 2017, 03:09:41 PM โดย โจ๊ก โซคูล ณ แกรมมี่@ประมูล » บันทึกการเข้า

บร๊ะเจ้าโจ๊กคือทุกสิ่ง


แค่ละครที่ตบตาเธอเท่านั้นเอง
Doctor สลัม
อยากจะรวยจริงๆ
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +2502/-3466
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 50,000


หล่อไม่มาก แต่ท่ายากเฮียมีเยอะ


| | |
« ตอบ #15 เมื่อ: ธันวาคม 22, 2017, 07:17:44 PM »

ครับๆ
บันทึกการเข้า

ลมหายใจคือฟุตบอล
Snooker2517
Jr. Member
**

คะแนนความรัก: +9/-34
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 351


| | |
« ตอบ #16 เมื่อ: ธันวาคม 24, 2017, 07:33:24 AM »

เบลเยี่ยมโมเดล ก็ส่งเด็กเราไปเจลีกให้เยอะๆครับเเต่เราต้องมาพัฒนาระบบเยาวชนเราด้วย เบลเยี่ยมลีกในประเทศเขาไม่แกร่งเขาก็เน้นปั้นดาวรุ่งส่งลีก ที่ปั้นดาวรุ่งอย่างฝรั่งเศส ฮอลแลนด์แต่เขาเน้นปั้นดาวรุ่งนะครับน่าศึกษาเหมือนกันจากทีมที่ยุโรปเกรด B แต่ผงาดขึ้นมาเป็นระดับ A ได้นี่ไม่ธรรมดาจริงๆสังเกตุช่วงหลังๆดาวรุ่งเบลเยี่ยมหรือสตาร์ทีมชาติเบลเยี่ยมเยอะมากมีอยู่ทีกลีก
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  




Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!