Thailandsusu Webboard
ธันวาคม 14, 2018, 01:14:56 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน Gallery เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ก้าวไปสู่ระดับโลกด้วยกูรูที่ประสบความสำเร็จมาแล้วง่ายขนาดนั้นเลยหรือ  (อ่าน 2346 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
tonmania
Thailandsusu
Full Member
**

คะแนนความรัก: +243/-530
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 903



| | |
« เมื่อ: ธันวาคม 19, 2017, 03:36:23 PM »

ที่เบลเยียมหลังความล้มเหลวของทีมชาติเบลเยี่ยมในอดีต ซาบล็องได้โน้มน้าวให้ทุกฝ่ายรวมถึงสโมสรอาชีพ 34 แห่งในเบลเยียมและโรงเรียนต่างๆ ให้ทำตามแผนแม่บทของเขาแม้ทุกฝ่ายจะมีเป้าหมายที่ต่างกันก็ตาม

หนึ่งในแผนของซาบล็องที่เขาเอาแผนจากฝรั่งเศสและฮอลแลนด์มาปรับใช้ก็คือ ให้ทีมทุกชุดเล่น formation 4-3-3 เหมือนๆกันมันอาจทำให้สโมสรต่างๆไม่พอใจที่เหมือนถูกกำกับทิศทาง แต่ผลลัพธ์ของผลผลิตในปัจจุบันของบรรดาดาวรุ่งทีมชาติเบลเยี่ยมที่โลดแล่นอยู่ในลีกชั้นนำนั้นปฏิเสธไม่ได้ว่าได้ผลจนซาบล็องได้รับการยอมรับจากนานาชาติ

บางทีไทยแลนด์เวย์ก็คงยังต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะค้นพบระบบที่เหมาะสมเหมือนที่ซาบล็องทำซึ่งก็ใช้เวลาเป็นสิบปีเหมือนกันกว่าจะมีเจนเนอเรชั่นใหม่อย่างเอแดง อาซาร์ หรือลูกากูออกสู่เวทีลูกหนัง

บางทีการดึงผู้เล่นจากอคาเดมี่ดีๆในเมืองไทยเข้าไปซ้อมร่วมกันเป็นระยะที่ศูนย์ฝึกฟุตบอลแห่งชาติก็คงเป็นแนวความคิดเดียวกันในการสร้างแนวทางให้เป็นในแนวทางการเล่นเดียวกันก็เป็นได้

ในปัจจุบันถ้าใครติดตามข่าวสารจะรู้ว่าเขาถูกจ้างมาวางระบบให้กับวงการฟุตบอลข้างๆบ้านเราอย่างสิงคโปร์ แต่ด้วยวัฒนธรรมและสังคมเอเชียทำให้พบว่าปัญหาเรื่องค่านิยมของผู้ปกครองหรือทัศนคติผู้เล่นต่างกันออกไปส่วนใหญ่ยังนิยมให้เด็กๆเรียนหนังสือมากกว่ามาเตะบอล


บางครั้งอาจจำเป็นต้องเริ่มสร้างตั้งแต่ให้เด็กๆสนใจเล่นเกมฟุตบอลด้วยซ้ำก่อนจะสนใจที่หลักสูตรการฝึกอบรมหรือผลการแข่งขัน  เรื่องการจ้างประธานเทคนิคที่ประสบความสำเร็จมาทำเลยก็ไม่ใช่สูตรสำเร็จมากนักหากมองจากพัฒนาการเด็กๆหรือผลงานทีมชาติสิงคโปร์ในช่วงที่ผ่านมา



ที่สำคัญมันต้องใช้เวลาและการเริ่มลงมือทำไม่ใช่นั่งนึกหรือฝันเอาครับ
บันทึกการเข้า
godNorthstar
Full Member
***

คะแนนความรัก: +184/-131
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 725



| | |
« ตอบ #1 เมื่อ: ธันวาคม 19, 2017, 03:52:22 PM »

ขอบคุณสำหรับข้อมูล
บันทึกการเข้า
supakiat88
Sr. Member
****

คะแนนความรัก: +58/-28
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,602



เว็บไซต์
| | |
« ตอบ #2 เมื่อ: ธันวาคม 19, 2017, 04:07:17 PM »

ขอบคุณครับ ^ ^
บันทึกการเข้า

นักปราชญ์ควรรู้ว่าเมื่อไหร่ควรหยุด
PumDMinter
ลุงหนึ่งหนังสือครึ่งราคา
Thailandsusu
Sr. Member
**

คะแนนความรัก: +180/-191
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,503


facebook.com/discount.book


เว็บไซต์
| | |
« ตอบ #3 เมื่อ: ธันวาคม 19, 2017, 04:14:18 PM »

ที่เบลเยียมหลังความล้มเหลวของทีมชาติเบลเยี่ยมในอดีต ซาบล็องได้โน้มน้าวให้ทุกฝ่ายรวมถึงสโมสรอาชีพ 34 แห่งในเบลเยียมและโรงเรียนต่างๆ ให้ทำตามแผนแม่บทของเขาแม้ทุกฝ่ายจะมีเป้าหมายที่ต่างกันก็ตาม

หนึ่งในแผนของซาบล็องที่เขาเอาแผนจากฝรั่งเศสและฮอลแลนด์มาปรับใช้ก็คือ ให้ทีมทุกชุดเล่น formation 4-3-3 เหมือนๆกันมันอาจทำให้สโมสรต่างๆไม่พอใจที่เหมือนถูกกำกับทิศทาง แต่ผลลัพธ์ของผลผลิตในปัจจุบันของบรรดาดาวรุ่งทีมชาติเบลเยี่ยมที่โลดแล่นอยู่ในลีกชั้นนำนั้นปฏิเสธไม่ได้ว่าได้ผลจนซาบล็องได้รับการยอมรับจากนานาชาติ

บางทีไทยแลนด์เวย์ก็คงยังต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะค้นพบระบบที่เหมาะสมเหมือนที่ซาบล็องทำซึ่งก็ใช้เวลาเป็นสิบปีเหมือนกันกว่าจะมีเจนเนอเรชั่นใหม่อย่างเอแดง อาซาร์ หรือลูกากูออกสู่เวทีลูกหนัง

บางทีการดึงผู้เล่นจากอคาเดมี่ดีๆในเมืองไทยเข้าไปซ้อมร่วมกันเป็นระยะที่ศูนย์ฝึกฟุตบอลแห่งชาติก็คงเป็นแนวความคิดเดียวกันในการสร้างแนวทางให้เป็นในแนวทางการเล่นเดียวกันก็เป็นได้

ในปัจจุบันถ้าใครติดตามข่าวสารจะรู้ว่าเขาถูกจ้างมาวางระบบให้กับวงการฟุตบอลข้างๆบ้านเราอย่างสิงคโปร์ แต่ด้วยวัฒนธรรมและสังคมเอเชียทำให้พบว่าปัญหาเรื่องค่านิยมของผู้ปกครองหรือทัศนคติผู้เล่นต่างกันออกไปส่วนใหญ่ยังนิยมให้เด็กๆเรียนหนังสือมากกว่ามาเตะบอล


บางครั้งอาจจำเป็นต้องเริ่มสร้างตั้งแต่ให้เด็กๆสนใจเล่นเกมฟุตบอลด้วยซ้ำก่อนจะสนใจที่หลักสูตรการฝึกอบรมหรือผลการแข่งขัน  เรื่องการจ้างประธานเทคนิคที่ประสบความสำเร็จมาทำเลยก็ไม่ใช่สูตรสำเร็จมากนักหากมองจากพัฒนาการเด็กๆหรือผลงานทีมชาติสิงคโปร์ในช่วงที่ผ่านมา



ที่สำคัญมันต้องใช้เวลาและการเริ่มลงมือทำไม่ใช่นั่งนึกหรือฝันเอาครับ

++++
บันทึกการเข้า

"ลุงหนึ่ง หนังสือครึ่งราคา"
ร้านหนังสือออนไลน์ ขายทั้งหนังสือใหม่และเก่า กว่าล้านรายการ อัพหนังสือใหม่ ทุกวัน ..
http://www.facebook.com/discount.book
ป๊อกกี้
ใช้คำไม่สุภาพ(งดตอบกระทู้30วัน) ครบ30วันให้PM แจ้งadmin
Hero Member
*

คะแนนความรัก: +1480/-1402
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,510



| | |
« ตอบ #4 เมื่อ: ธันวาคม 19, 2017, 05:11:12 PM »

ขอบคุณมากครับ  สำหรับกระทู้  บวกให้ไม่ขึ้นแล้ว เพราะเพิ่งบวกไป

สำหรับกลุ่มคนพวกนั้นแล้ว  อะไรก็ได้ แค่เอาเฮงออกไปก็มีความสุขแล้ว
บันทึกการเข้า
yost
Sr. Member
****

คะแนนความรัก: +92/-60
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,392


| | |
« ตอบ #5 เมื่อ: ธันวาคม 19, 2017, 05:53:25 PM »

รร.กีฬาฯ มีแล้วหลายจังหวัด

ต่อไปควรตั้ง รร.ฟุตบอลฯ หลักสูตรสมาคมฯ เหมือนกันทั่วประเทศ

รับรองเหมือนและใกล้เคียงกันได้
บันทึกการเข้า
seabuff
Thailandsusu
Sr. Member
**

คะแนนความรัก: +91/-47
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,506


"Winter Is Coming"


| | |
« ตอบ #6 เมื่อ: ธันวาคม 19, 2017, 06:20:02 PM »

ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
ka-roo
Sr. Member
****

คะแนนความรัก: +176/-162
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,704


| | |
« ตอบ #7 เมื่อ: ธันวาคม 19, 2017, 06:35:06 PM »

+1
บันทึกการเข้า
kaimao
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +851/-262
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,333


ผมดูบอลไทยที่บ้าน (ดูที่สนามเป็นบ้างครั้ง)


| | |
« ตอบ #8 เมื่อ: ธันวาคม 19, 2017, 06:59:10 PM »

ใจเย็นๆท่านเพิ่งเข้ามา ให้โอกาศท่านทำงานก่อน 5ปี10ปีนี้ได้เห็นผลแน่   รอแค่อีก5ปี10ปีถ้าท่านทำไม่ได้ เราค่อยหาคนอื่นมาทำแทน เสียเวลาแค่5ปี10ปี เอง

บันทึกการเข้า


สนับสนุนการลบความเห็น และแบนสมาชิกที่ก่อความแตกแยก
pongonwon
เฮงซัง get out
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +543/-1981
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,132



| | |
« ตอบ #9 เมื่อ: ธันวาคม 19, 2017, 07:14:16 PM »

ทำไมพอซิโก้ท่านไมรอ5-10ปี
ตอบ!!
บันทึกการเข้า
WPP.North
ถูกแบน-ห้ามเข้าบอร์ดชั่วคราว
Hero Member
*

คะแนนความรัก: +128/-1072
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,186


@พันธมิตร_ท่าน ded_ded


| | |
« ตอบ #10 เมื่อ: ธันวาคม 19, 2017, 08:44:06 PM »

ผมว่า ร้อยปี ก้อทำไม่ได้ 

ดูหุ่น เกาหลีใต้ ชนญี่ปุ่น กระเด็น กระดอน

นัด เกาหลีใต้ ชนะ ญี่ปุ่น 4-1
แล้ว ได้แต่ปลง  เฮ้อ!!!!


 
บันทึกการเข้า
Doctor สลัม
อยากจะรวยจริงๆ
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +2538/-3546
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 50,740


หล่อไม่มาก แต่ท่ายากเฮียมีเยอะ


| | |
« ตอบ #11 เมื่อ: ธันวาคม 19, 2017, 09:04:09 PM »

ไทยเราเอาบ้างไหม
บันทึกการเข้า

ลมหายใจคือฟุตบอล
อาจารย์หนุ่ย_SR38
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +648/-196
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,450


สโมสรฟุตบอลอุดรธานี เอฟซี


เว็บไซต์
| | |
« ตอบ #12 เมื่อ: ธันวาคม 20, 2017, 03:53:24 AM »

ฟุตบอลระดับ  U12 ประเทศไทย ยังต้องการแชมป์ มาให้โรงเรียน มาให้สโมสร เลยครับ ทำทีมแพ้ 5 แม็ท ติดต่อกัน ก็ตกงานแล้ว ครับ สำหรับประเทศไทย
บันทึกการเข้า

พ่อน้องน้ำหวาน_MTUFC
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +658/-831
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,119


คนปากเกร็ด เชียร์เมืองทอง ยูไนเต็ด


| | |
« ตอบ #13 เมื่อ: ธันวาคม 20, 2017, 05:34:30 AM »

ทำไมพอซิโก้ท่านไมรอ5-10ปี
ตอบ!!

น่าจะอายที่แพ้ญี่ปุ่น
แต่แพ้พม่า เวียดนามไม่อาย..ฮิฮิ
บันทึกการเข้า

nunezto
Full Member
***

คะแนนความรัก: +65/-164
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 710


| | |
« ตอบ #14 เมื่อ: ธันวาคม 20, 2017, 05:52:21 AM »

พม่า เวียดนาม เขาได้ไปบอลเยาวชนโลก ไทยได้ไปหรือยัง (เฉพาะไม่โกงอายุ)
บันทึกการเข้า
Mudafuka
Jr. Member
**

คะแนนความรัก: +73/-198
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 324



| | |
« ตอบ #15 เมื่อ: ธันวาคม 20, 2017, 07:02:31 AM »

ทำไมพอซิโก้ท่านไมรอ5-10ปี
ตอบ!!

ซิโก้เป็นโค้ช​ ไม่ใช่ประธานเทคนิค​
งานเป้าหมายต่างกันสโคปต่างกัน
ซิโก้ลาออกเอง.....มีปัญหาเรื่องการแบ่งเวลา
ทำทีมชาติพาร์ทไทม์​คุณน่าจะจำได้​ คุณ​ไม่น่าจะดึงซิโก้มาเลย เค้าอยุ่ไม่ได้เพราะเรื่องผลงาน+เรื่องการจัดการ
ผมว่าน่าจะจบๆกันได้แล้วนะครับ​  พี่โก้เดียวเค้าจบโปรไลเซ่น​สะสมประสบการณ์​ใครจะรู้เอาอาจจะกลับมาเป็นนายกสมาคมก้ได้
บันทึกการเข้า
japan_xi
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +2156/-5760
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 17,473



| | |
« ตอบ #16 เมื่อ: ธันวาคม 20, 2017, 08:09:05 AM »

ทำไมพอซิโก้ท่านไมรอ5-10ปี
ตอบ!!

เห็นด้วยครับ  ผมว่ารอผลงานซิโก้ ยังดูมีความหวัง มากกว่า รออะไรก็ไม่รู้ของเฮงซังอีก
บันทึกการเข้า

Figo Pro Ubon Fc Av
บอลนอกแค่สะใจ บอลไทยไล่สมาคม
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1140/-1864
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 33,344



| | |
« ตอบ #17 เมื่อ: ธันวาคม 20, 2017, 08:29:46 AM »

ปัญหาสมาคมและลีกไทยเยอะมากและพัฒนาช้ากว่าเบลเยี่ยมมาก ต้องให้เวลาท่านยศ..
บันทึกการเข้า

สาเหตุฟุตบอลไทยล้าหลังนับ10ปี และปัญหาต่างๆนานาในปัจจุบัน
http://www.guideubon.com/web/viewtopic.php?t=23193
SuperTOR
Full Member
***

คะแนนความรัก: +154/-271
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 943


| | |
« ตอบ #18 เมื่อ: ธันวาคม 21, 2017, 06:55:00 AM »

บางคนมาเม้นแล้วเหมือนไม่ได้อ่านเนื้อหากระทู้
ซิโก้จับงานโค้ช เอคโคโน่จ้างมาสอนงาน เอาซิโก้มาเปรียบเทียบเอคโคโน่ไม่ได้หรอกนะ งานคนละอย่าง เว้นเสียแต่ว่าจ้างsport hero มาสอนงานติ๊กต็อกโมเดลอ ช่วยพัฒนาศูนย์ฝึก
บันทึกการเข้า
Kokkabark
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +227/-464
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,215



| | |
« ตอบ #19 เมื่อ: ธันวาคม 21, 2017, 08:02:38 AM »

เขาด่าเอคโคโน่และประธานเทคนิค  ไม่ได้เกี่ยวกับการพัฒนาแต่มันอยู่ที่ผลงานการคุมทีมชาติและการเลือกโค้ชมาคุมทีมชาติ 

กระทู้ช่วงนี้มีที่มาจากผลงานทีมชาติทั้งงั้น  เมื่อรู้ว่างานตัวเองไม่ถนัดแล้วมารับงานเพื่อลดเครดิตตัวเองทำไม

แล้วการใช้งานคนให้ถูกกับงานมันก็ส่วนนึงของงานบริหารของสมาคมหรือเปล่า  พวกคุณเอาหน้าตาประเทศ เอาความรู้สึกแฟนบอล

มาทดลอง   หรือถ้าอย่างงั้นจะปลดคนเก่าทำไม  ทำไมไม่ร่วมมือกันพัฒนาและขอเวลาจากแฟนบอล  ด้วยความรู้ความสามารถ

ของฝ่ายเทคนิค  และเชื่อว่าสักวันเราต้องพัฒนาได้  โดยอาจจะดึงโค้ชเก่งๆที่ปลดเกษียณแล้วมาเป็นที่ปรึกษาก็ได้ 

หรืออาจจะใช้คอนเนคชั่นของประธานเทคนิคก็น่าจะทำให้เราพัฒนาได้   โดยไม่ต้องจ้างฝรั่งที่ค่าจ้างแพงๆมาทำ

และก็สามารถต่อยอดจากจุดเดิมที่เราอยู่ได้ 
บันทึกการเข้า
pongonwon
เฮงซัง get out
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +543/-1981
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,132



| | |
« ตอบ #20 เมื่อ: ธันวาคม 21, 2017, 08:38:44 AM »

ทำไมพอซิโก้ท่านไมรอ5-10ปี
ตอบ!!

ซิโก้เป็นโค้ช ไม่ใช่ประธานเทคนิค
งานเป้าหมายต่างกันสโคปต่างกัน
ซิโก้ลาออกเอง.....มีปัญหาเรื่องการแบ่งเวลา
ทำทีมชาติพาร์ทไทม์คุณน่าจะจำได้ คุณไม่น่าจะดึงซิโก้มาเลย เค้าอยุ่ไม่ได้เพราะเรื่องผลงาน+เรื่องการจัดการ
ผมว่าน่าจะจบๆกันได้แล้วนะครับ  พี่โก้เดียวเค้าจบโปรไลเซ่นสะสมประสบการณ์ใครจะรู้เอาอาจจะกลับมาเป็นนายกสมาคมก้ได้
งั้นเราควรรอให้ น้าเฮงจบโปไลเซ่นก่อน ค่อยมาเป็นประธานเทคนิคดีกว่าไหมครับ
บันทึกการเข้า
thon law
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +777/-1389
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,588


new world order


| | |
« ตอบ #21 เมื่อ: ธันวาคม 21, 2017, 10:03:43 AM »

เป็นเบลเยี่ยมโมเดล อือหือ ฟังดูเท่ไม่หยอก ผมก็อยากเท่นะ และก็โอเคถ้าจะให้ฝังหัวว่าใจเย็นๆรอ10ปีก็10ปี  แต่ผมก็มีคำถามแย้งกับความอยากเท่ของผมเองเหมือนกันนะครับ เช่น แบบนี้วรวีร์ก็มีโมเดลดีเหมือนกันนี่ ทำมาเริ่มจะเข้าเล่นเอเชียทุกชุดในปีท้ายๆ แสดงว่าผลลัพธ์ที่ทำมาเริ่มเห็นผลหรือปล่าว?  ที่ผมเคยด่าแก แสดงว่าผมไม่เป็นบอลเอง ใจร้อนเองที่จะไม่รอผลลัพธ์ดีๆหรือปล่าว แล้วเบลเยี่ยมตั้งแต่มาจัดระบบใหม่ มีไหมกับทีมที่เคยลูบปาก สมมติกับทีมลักซัมเบิร์กที่ต้องมาลุ้นชนะหรือกลายเป็นแพ้ไปแทน ผลงานช่วงแรกๆเขาย่อหรือถอยหลังลงไปเยอะไหม กว่าจะกลับมาผงาดได้ จำได้ว่าช่วงเอมเพงซ่าพี่น้อง ช่วงนั้นเบลเยี่ยมก็วูบวาบใช้ได้อยู่นะ จขกท.มีข้อมูลผลงานเบลเยี่ยมไหมครับ ไม่ใช่อะไรหรอกผมจะได้อดทนที่จะเท่ตามจขกท.ได้ แบบเห็นไหม เบลเยี่ยมตอนแรกดีๆพอเปลี่ยนระบบแล้วช่วงแรกๆก็แพ้หรือเสมอกับทีมที่น่าชนะได้เหมือนเรานี่แหล่ะ เราต้องอดทนนะ แบบนี้นะครับ
บันทึกการเข้า

how u live and how u fly , smiles u give and tears u cry , and all u touch and all u see , is all u life will ever be
tonmania
Thailandsusu
Full Member
**

คะแนนความรัก: +243/-530
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 903



| | |
« ตอบ #22 เมื่อ: ธันวาคม 21, 2017, 12:38:16 PM »

•   แฟนบอลที่เริ่มดูบอลยุค 90 จะคุ้นเคยกับสตาร์ดังของเบลเยี่ยมหลายคน ทั้ง มาร์ค วิลมอตส์, บาร์ท กูร์, สองพี่น้อง เอมิล และ เอ็มโบ เอเพ็งซ่า, ลุค นิลิส และ ชิลส์ เดอ บิลล์ ซึ่งลงสนามสร้างสีสันให้เบลเยี่ยมปั่นป่วนทีมยักษ์ใหญ่อื่นๆ ทะลุเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายฟุตบอลโลกได้ 3 สมัย (1990 1994 และ 2002)
อย่างไรก็ตาม อยู่ดีๆ เบลเยี่ยมก็ช็อทไปดื้อๆ จากทีมที่เคยมีส่วนร่วมในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ ก็หายหน้าหายตาไป รวมทั้งผลงานที่ไม่ดีในยูโร 2000 ที่ตัวเองเป็นเจ้าภาพร่วมเนเธอร์แลนด์ และตกรอบแรกอย่างรวดเร็ว หลังฟุตบอลโลก 2002 พวกเขาไม่ผ่านรอบคัดเลือกทัวร์นาเมนต์สำคัญระดับโลกถึง 12 ปี บางครั้งไม่ได้ลุ้นกระทั่งเพลย์-ออฟ

ในช่วงกลางยุค 2000s ซึ่งเบลเยี่ยมประสบวิกฤติอย่างหนัก บุคคลในสมาคมฟุตบอลเบลเยี่ยมประชุม หาทางอย่างหนัก ที่จะกอบกู้ความภาคภูมิใจในทีมชาติกลับมาให้ได้ และสิ่งที่พวกเขาค้นพบก็คือ วงการฟุตบอลในเบลเยี่ยมเองตกต่ำไปมาก ไม่มีเด็กรุ่นใหม่เติบโตขึ้นมาทดแทนกลุ่มจอมเก๋าที่โรยราไปตามเวลา อีกทั้งหลายๆ สโมสรในประเทศ ก็มุ่งหวังชัยชนะด้วยการใช้ผู้เล่นต่างชาติเข้ามาเบียดบังโอกาสจากเด็กรุ่นใหม่

สมาคมฟุตบอลเบลเยี่ยม เลยตั้งโครงการที่จะปรังปรุงระบบการจัดการฟุตบอลในประเทศเสียใหม่ เพื่อสร้างเด็กขึ้นมาเป็นตัวหลักให้ทีมชาติ สิ่งแรกที่พวกเขาทำ คือการเดินทางไปพบกับทีมงานของสมาคมฟุตบอลเพื่อนบ้าน อย่างเยอรมัน เนเธอร์แลนด์ ฝรั่งเศส และสเปน เพื่อทำข้อตกลงร่วมมือกันแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างกัน โดยจะจัดให้มีการประชุมเชิงปฏิบัติการทุกปี ลักษณะเหย้า-เยือน สลับกัน

นอกจากความรู้ภายนอก พวกเขาได้ปรับเปลี่ยนการแข่งขันภายในประเทศ โดยพวกเขาเป็นชาติลูกหนังแรกๆ ที่ออกกฎให้แต่ละสโมสรจะต้องมีผู้เล่นสัญชาติเบลเยี่ยมระดับเยาวชน ในทีมชุดใหญ่เกินตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป รวมทั้งให้ส่งลงสนามอย่างน้อย 1 คน ซึ่งเราอาจมองว่าวิธีการนี้เหมือนเป็นการบังคับให้แต่ละสโฒสรเอาเด็กลงสนาม โดยอาจไม่เชื่อมั่นอยู่ลึกๆ ว่า เด็กจะทำผลงานได้ตามที่คาดไว้ แต่ขณะเดียวกัน สมาคมฯ ก็คิดค้นหลักสูตรที่ได้จากการแลกเปลี่ยนกับสมาคมฯ ของประเทศอื่นๆ เอามาพัฒนาเป็นศูนย์ฝึกฟุตบอลระดับชาติ คัดเลือกเด็กแต่ละรุ่น มาเก็บตัว ไปแข่งด้วยกัน เลื่อนชั้นไปด้วยกัน และทำข้อตกลงกับสโมสรทั่วประเทศ ให้ฝึกเด็ก ด้วยวิธีการที่คล้ายคลึงกัน เพื่อให้เด็กเบลเยี่ยมคุ้นเคยกับแผนการเล่นแบบเดียวกัน และสามารถจูนกันติด เมื่อต้องลงเล่นในนามทีมชาติแล้ว
ซึ่งวิธีการนี้ สมาคมฟุตบอลเยอรมันเคยใช้ทำข้อตกลงกับสโมสรระดับลีกสูงสุด (บุนเดสลีกา) ให้เฮดโค้ชแต่ละสโมสร จัดแผนการเล่นในลักษณะที่คล้ายๆ กัน เพื่อสร้างความคุ้นเคยแก่ผู้เล่นเยอรมัน จนเมื่อนักเตะเยอรมันเข้าใจแนวทางระยะยาวของทีมชาติแล้ว สมาคมฯ ก็ยกเลิกข้อตกลงไปในที่สุด

สมาคมฟุตบอลเบลเยี่ยม ไม่ได้มองปัจจุบันในขณะนั้นแล้วว่า ทีมชาติจะได้ลุ้นเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลกหรือไม่ เพราะตามศักยภาพสูงสุดแล้ว พวกเขาไปไม่ถึงดวงดาว อย่างไรก็ตาม พวกเขามองไกลไปถึงอนาคต ว่าเด็กรุ่นใหม่ๆ ที่ได้เข้าสู่แผนการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง จะฉายแววในอนาคต และพวกเขาไม่ต้องรอนาน เพราะเพียง เจเนเรชั่นที่ 1 ก็ทำให้เบลเยี่ยมกลายเป็นทีมที่น่ากลัวในสารบบลูกหนังอีกครั้งหนึ่ง

แล้วคุณคิดว่าพวกเขาใช้เวลานานขนาดไหนในการเฝ้ารอแบบไม่แน่ใจว่ามันจะสำเร็จไหมจนนักเตะรุ่นเก่าๆต้องฝืนแบกสังขารเล่นบอลจนแทบจะกลายเป็นทีมคนแก่แห่งยุโรปถ้าใครได้ติดตามแล้วถ้าสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยจะลองทำก็ไม่เห็นจะเสียหายตรงไหนรุ่นเก่าทีมชุดใหญ่ที่คิดว่าเก่งอยู่แล้วจากการสร้างแบบเก่าที่เราว่าเหนือกว่าชาวบ้านในอาเซียนแต่ไม่ไปไหนในระดับที่สูงกว่าก็ยังคงอยู่ส่วนที่พัฒนาแบบใหม่เราก็ปล่อยให้เขาทำงานไปตามแผนสร้างคนสร้างบุคลากรที่พวกเราบ่นนักหนาว่าขาดแคลนให้เข้าสู่ระบบฟุตบอลของเรามันอบรมวันสองวันคงไม่ใช่เรียนหนังสือยังใช้เวลา3ปี 4 ปี 6 ปีแล้วแต่ระดับเลยเพราะมันต้องปูพื้นฐานเพื่อการพัฒนาในระดับสูงขึ้นไปครับ
บันทึกการเข้า
Greyharven
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +298/-246
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,180


I'm one with the force and the force is with me


| | |
« ตอบ #23 เมื่อ: ธันวาคม 21, 2017, 02:26:17 PM »

•   แฟนบอลที่เริ่มดูบอลยุค 90 จะคุ้นเคยกับสตาร์ดังของเบลเยี่ยมหลายคน ทั้ง มาร์ค วิลมอตส์, บาร์ท กูร์, สองพี่น้อง เอมิล และ เอ็มโบ เอเพ็งซ่า, ลุค นิลิส และ ชิลส์ เดอ บิลล์ ซึ่งลงสนามสร้างสีสันให้เบลเยี่ยมปั่นป่วนทีมยักษ์ใหญ่อื่นๆ ทะลุเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายฟุตบอลโลกได้ 3 สมัย (1990 1994 และ 2002)
อย่างไรก็ตาม อยู่ดีๆ เบลเยี่ยมก็ช็อทไปดื้อๆ จากทีมที่เคยมีส่วนร่วมในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ ก็หายหน้าหายตาไป รวมทั้งผลงานที่ไม่ดีในยูโร 2000 ที่ตัวเองเป็นเจ้าภาพร่วมเนเธอร์แลนด์ และตกรอบแรกอย่างรวดเร็ว หลังฟุตบอลโลก 2002 พวกเขาไม่ผ่านรอบคัดเลือกทัวร์นาเมนต์สำคัญระดับโลกถึง 12 ปี บางครั้งไม่ได้ลุ้นกระทั่งเพลย์-ออฟ

ในช่วงกลางยุค 2000s ซึ่งเบลเยี่ยมประสบวิกฤติอย่างหนัก บุคคลในสมาคมฟุตบอลเบลเยี่ยมประชุม หาทางอย่างหนัก ที่จะกอบกู้ความภาคภูมิใจในทีมชาติกลับมาให้ได้ และสิ่งที่พวกเขาค้นพบก็คือ วงการฟุตบอลในเบลเยี่ยมเองตกต่ำไปมาก ไม่มีเด็กรุ่นใหม่เติบโตขึ้นมาทดแทนกลุ่มจอมเก๋าที่โรยราไปตามเวลา อีกทั้งหลายๆ สโมสรในประเทศ ก็มุ่งหวังชัยชนะด้วยการใช้ผู้เล่นต่างชาติเข้ามาเบียดบังโอกาสจากเด็กรุ่นใหม่

สมาคมฟุตบอลเบลเยี่ยม เลยตั้งโครงการที่จะปรังปรุงระบบการจัดการฟุตบอลในประเทศเสียใหม่ เพื่อสร้างเด็กขึ้นมาเป็นตัวหลักให้ทีมชาติ สิ่งแรกที่พวกเขาทำ คือการเดินทางไปพบกับทีมงานของสมาคมฟุตบอลเพื่อนบ้าน อย่างเยอรมัน เนเธอร์แลนด์ ฝรั่งเศส และสเปน เพื่อทำข้อตกลงร่วมมือกันแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างกัน โดยจะจัดให้มีการประชุมเชิงปฏิบัติการทุกปี ลักษณะเหย้า-เยือน สลับกัน

นอกจากความรู้ภายนอก พวกเขาได้ปรับเปลี่ยนการแข่งขันภายในประเทศ โดยพวกเขาเป็นชาติลูกหนังแรกๆ ที่ออกกฎให้แต่ละสโมสรจะต้องมีผู้เล่นสัญชาติเบลเยี่ยมระดับเยาวชน ในทีมชุดใหญ่เกินตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป รวมทั้งให้ส่งลงสนามอย่างน้อย 1 คน ซึ่งเราอาจมองว่าวิธีการนี้เหมือนเป็นการบังคับให้แต่ละสโฒสรเอาเด็กลงสนาม โดยอาจไม่เชื่อมั่นอยู่ลึกๆ ว่า เด็กจะทำผลงานได้ตามที่คาดไว้ แต่ขณะเดียวกัน สมาคมฯ ก็คิดค้นหลักสูตรที่ได้จากการแลกเปลี่ยนกับสมาคมฯ ของประเทศอื่นๆ เอามาพัฒนาเป็นศูนย์ฝึกฟุตบอลระดับชาติ คัดเลือกเด็กแต่ละรุ่น มาเก็บตัว ไปแข่งด้วยกัน เลื่อนชั้นไปด้วยกัน และทำข้อตกลงกับสโมสรทั่วประเทศ ให้ฝึกเด็ก ด้วยวิธีการที่คล้ายคลึงกัน เพื่อให้เด็กเบลเยี่ยมคุ้นเคยกับแผนการเล่นแบบเดียวกัน และสามารถจูนกันติด เมื่อต้องลงเล่นในนามทีมชาติแล้ว
ซึ่งวิธีการนี้ สมาคมฟุตบอลเยอรมันเคยใช้ทำข้อตกลงกับสโมสรระดับลีกสูงสุด (บุนเดสลีกา) ให้เฮดโค้ชแต่ละสโมสร จัดแผนการเล่นในลักษณะที่คล้ายๆ กัน เพื่อสร้างความคุ้นเคยแก่ผู้เล่นเยอรมัน จนเมื่อนักเตะเยอรมันเข้าใจแนวทางระยะยาวของทีมชาติแล้ว สมาคมฯ ก็ยกเลิกข้อตกลงไปในที่สุด

สมาคมฟุตบอลเบลเยี่ยม ไม่ได้มองปัจจุบันในขณะนั้นแล้วว่า ทีมชาติจะได้ลุ้นเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลกหรือไม่ เพราะตามศักยภาพสูงสุดแล้ว พวกเขาไปไม่ถึงดวงดาว อย่างไรก็ตาม พวกเขามองไกลไปถึงอนาคต ว่าเด็กรุ่นใหม่ๆ ที่ได้เข้าสู่แผนการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง จะฉายแววในอนาคต และพวกเขาไม่ต้องรอนาน เพราะเพียง เจเนเรชั่นที่ 1 ก็ทำให้เบลเยี่ยมกลายเป็นทีมที่น่ากลัวในสารบบลูกหนังอีกครั้งหนึ่ง

แล้วคุณคิดว่าพวกเขาใช้เวลานานขนาดไหนในการเฝ้ารอแบบไม่แน่ใจว่ามันจะสำเร็จไหมจนนักเตะรุ่นเก่าๆต้องฝืนแบกสังขารเล่นบอลจนแทบจะกลายเป็นทีมคนแก่แห่งยุโรปถ้าใครได้ติดตามแล้วถ้าสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยจะลองทำก็ไม่เห็นจะเสียหายตรงไหนรุ่นเก่าทีมชุดใหญ่ที่คิดว่าเก่งอยู่แล้วจากการสร้างแบบเก่าที่เราว่าเหนือกว่าชาวบ้านในอาเซียนแต่ไม่ไปไหนในระดับที่สูงกว่าก็ยังคงอยู่ส่วนที่พัฒนาแบบใหม่เราก็ปล่อยให้เขาทำงานไปตามแผนสร้างคนสร้างบุคลากรที่พวกเราบ่นนักหนาว่าขาดแคลนให้เข้าสู่ระบบฟุตบอลของเรามันอบรมวันสองวันคงไม่ใช่เรียนหนังสือยังใช้เวลา3ปี 4 ปี 6 ปีแล้วแต่ระดับเลยเพราะมันต้องปูพื้นฐานเพื่อการพัฒนาในระดับสูงขึ้นไปครับ

+ ครับ
บันทึกการเข้า

When the cold of winter comes, Starless night will cover day. In the veiling of the sun, We will walk in bitter rain.
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  




Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!