Thailandsusu Webboard
ธันวาคม 13, 2017, 03:34:27 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน Gallery เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

ดูบอลสด ดูบอลออนไลน์ ดูบอลช่อง BeIN

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ขอถามเป็นเกร็ดความรู้เกี่ยวกับ นายฮ้อยค้าควาย..  (อ่าน 1011 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
deawfico
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +402/-1320
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,516



| | |
« เมื่อ: ตุลาคม 11, 2017, 11:34:15 AM »

1.คือชาวอีสานขายควายไปหมด แล้วเอาควายที่ไหนมาช่วยไถนาและได้เงินกันตอนไหน
2. จ้างตำรวจมาคุ้มกันโจรได้มั้ยหรือต้องพึ่งตัวเองแบบนี้
3. ตลาดค้าควายสมัยก่อนอยู่ที่ใด
4.ตำนานผีปอบในภาคอีสานมีจริงหรือไม่ หรือเป็นพวกเล่นไสยเวทย์แล้วเข้าตัวเอง.
บันทึกการเข้า

ชีวิตที่สันโดษย่อมมีความสุขเสมอ
tonmania
Jr. Member
**

คะแนนความรัก: +21/-15
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 270



| | |
« ตอบ #1 เมื่อ: ตุลาคม 11, 2017, 11:41:49 AM »

แต่ละครอบครัวเขาไม่ได้เลี้ยงควายไว้ใช้งานแค่ตัวเดียวครับ ส่วนใหญ่บางคนมักจะเลือกขายตัวที่มันดื้อหรือฝึกยากไปและเลี้ยงตัวเมียที่ค่อนข้างเชื่องไว้เพื่อเป็นแม่พันธุ์เยอะหน่อย
บันทึกการเข้า
KIDMOMMAM
Full Member
***

คะแนนความรัก: +46/-51
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 992


| | |
« ตอบ #2 เมื่อ: ตุลาคม 11, 2017, 01:09:01 PM »

1.คือชาวอีสานขายควายไปหมด แล้วเอาควายที่ไหนมาช่วยไถนาและได้เงินกันตอนไหน
2. จ้างตำรวจมาคุ้มกันโจรได้มั้ยหรือต้องพึ่งตัวเองแบบนี้
3. ตลาดค้าควายสมัยก่อนอยู่ที่ใด
4.ตำนานผีปอบในภาคอีสานมีจริงหรือไม่ หรือเป็นพวกเล่นไสยเวทย์แล้วเข้าตัวเอง.
ผมเกิดไม่ทันยุคนั้นแต่พอจะทราบจากผู้เฒ่าผู้แก่ แล้วก็มีเหตุการ์ณสืบเนื่องมาสู่รุ่นลูกรุ่นหลาน รุ่นแม่ผมยังทันยุคที่มีการขโมยควาย หมู่บ้านผมตอนนั้นพูดง่ายๆคือมีคนในหมู่บ้านเป็นโจรระดับเขาเรียกว่าเสือ เหมือนพวกเสือใบ เสือฝ้าย ประมาณนั้น ไปลักขโมยควายมาจากที่อื่นแล้วก็ฆ่าชำแหละหรือขายทั้งตัวต่อ เขาจะมีเครือข่ายเป็นทอดๆ ขโมยกันข้ามจังหวัดกันเลยทีเดียวสมัยนั้นยังเดินทางด้วยเท้าอยู่นะ ที่บอกว่าส่งผลมาสู่รุ่นหลานคือผมยังทันตอนเด็กที่เขามีเรื่องพวกนี้สมัยนั้นแล้วมีการยิงกันตายเพื่อแก้แค้นกันในรุ่นผม คนในหมู่บ้านเดียวกันที่เข้าใจผิดหรือให้ข่าวกับทางการ สมัยนั้นมีการตั้งสารวัตกำนันหมู่บ้านดูแลแทนตำรวจ มีตำแหน่งคล้ายๆผู้ใหญ่บ้าน หมู่บ้านผมมีสารวัตกำนันและผู้ใหญ่บ้าน เรื่องคือโจร(โจรไม่ใช่แค่มีคนในหมู่บ้านผมมีมาหลายหมู่บ้านรวมกันเฉพาะกิจหรือมีญาติที่ไหนก็จะแวะพัก หมู่บ้านผมคือ1ในนั้นเวลามีการจะขโมยแล้วไปขโมยมาได้จะมาพักหรือแยกย้ายกันที่หมู่บ้านผมแล้วก็แยกย้ายกันไป)ได้ไปขโมยควายมาข้ามจังหวัดแม่บอกว่าควายตัวตัวนี้ตัวใหญ่มาก แล้วทางการตามสืบข้ามเขตมาเรื่อยๆกลุ่มโจรรู้ว่าไม่น่าจะรอดเลยได้ชำแหละควายแล้วแจกให้ชาวบ้านทุกคนเพื่อทำลายหลักฐานและเพื่อปิดปากชาวบ้าน ถ้าใครไม่รับคงรู้ว่าเกิดจะเกิดอะไรชึ้น แล้วตำรวจก็ตามสืบมาได้ว่าควายถูกฆ่าและชำและที่นี่เพราะไปพบจุดที่ถูกฆ่าห่างจากหมู่บ้านประมาณ200เมตรเป็นสระน้ำแล้วก็ต้นไม้รกทึบก่อไผ่ จึงเข้าค้นคนในหมู่บ้านเพื่อหาหลักฐาน บางคนก็เอาไปฝัง บางคนก็ต้มอยู่ก็ต้องรีบเททิ้ง ครอบครัวแม่ผมก็ทำเหมือนกัน ตำรวจถามคนในหมู่บ้านไม่มีใครกล้าให้ข้อมูล แต่มีบ้านอยู่หลังหนึ่งเคยมีประวัติเกี่ยวกับเรื่องเสือโจรอะไรแบบนี้มีรอยตีนควายเดินผ่าน ตำรวจจึงเข้าจับกุมแล้วดำเนินคดีติดคุกหลายปีจนได้ออกมา แต่สุขภาพตอนออกมาย่ำแย่แล้วก็เสียชีวิต ทางลูกเขาเข้าใจว่าเป็นสารวัติคนนี้กลั่นแกล้งหรือให้ข้อมูลจึงเคียดแค้นหาโอกาศเอาเรื่องอยู่เรื่อยๆ ไม่ว่าจะมีงานอะไรที่ถูกเชิญไปพร้อมกันในหมู่บ้าน งานแต่ง งานศพ งานบวช เจอเมื่อไหร่กินเหล้าก็จะมีการพูดเสียดสีหรือถึงขั้นท้าตีท้าต่อย จนตอนที่ผมอยู่ในเหตุการณ์ล่าสุดคืองานบวช ได้ยิงและแทงกันในงานเสียชีวิตทั้งสองฝ่ายทั้งสารวัตและลูกคนที่พ่อถูกติดคุก ตอนนั้นผมยังเด็กตกใจวิ่งแบบไม่คิดชีวิตรวมทั้งคนในงานเต็มงานวิ่งแตกกระเจิง จนเหตุการณ์นั้นยังฝังใจผมอยู่เลยแม่ผมนี้ถึงขั้นได้ยินเสียงประทัดทีไรล้มพับทุกที เอาแค่นี้ก่อน
ส่วนคำถามที่ถาม4ข้อพอจะอธิบายได้ตามผู้เฒ่าผู้แก่เล่าให้ฟังแต่มันเยอะเล่าไม่หมด ถ้ามีคนสนใจอ่านก็จะพิมพ์เล่นๆเรื่อยๆให้ รวมถึงเรื่องผีปอบอันนี้ก็เคยอยู่ในเหตุการณ์ตั้งแต่เล็กๆก็อยู่ในหมู่บ้านผมนี้แหละและทุกวันนี้ก็ยังมีอยู่แบบไม่น่าเชื่อ ตอนนี้เลื่อนขั้นเป็นผีเป้าซึ่งแข็งแกร่งกว่าผีปอบอีกเป็นสูงสุดของสายนี้ก็ว่าได้ ณ ตอนนี้ลูกหลานเขาก็ยังเลี้ยงและเก็บไว้อยู่โดยการจ้างคนมาสะกด(หมอผี)เสียเงินเป็นหลายปีไว้เพื่อไม่ให้ออกมาอาระวาดหรือสร้างความเดือดร้อน ผมเติบโตมากับเรื่องพวกนี้ตั้งแต่เด็กๆจนเรียนจบ ป.ตรี มันก็เป็นเรื่องที่เหลือเชื่อ ทั้งๆที่ผมเองก็ไม่เชื่อเรื่องพวกนี้จนตอนนี้ผมเป็นคนไม่กลัวผีเจอเรื่องแปลกๆผมเริ่มจะเฉย อย่างเช่นไปพักที่โรงแรมหรือต่างถิ่น เหมือนมีใครมาดึงเรา เขย่าเตียง เสียงแปลกๆอะไรแบบนี้ แค่นี้ก่อนละกัน
บันทึกการเข้า
deawfico
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +402/-1320
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,516



| | |
« ตอบ #3 เมื่อ: ตุลาคม 11, 2017, 01:24:19 PM »

1.คือชาวอีสานขายควายไปหมด แล้วเอาควายที่ไหนมาช่วยไถนาและได้เงินกันตอนไหน
2. จ้างตำรวจมาคุ้มกันโจรได้มั้ยหรือต้องพึ่งตัวเองแบบนี้
3. ตลาดค้าควายสมัยก่อนอยู่ที่ใด
4.ตำนานผีปอบในภาคอีสานมีจริงหรือไม่ หรือเป็นพวกเล่นไสยเวทย์แล้วเข้าตัวเอง.
ผมเกิดไม่ทันยุคนั้นแต่พอจะทราบจากผู้เฒ่าผู้แก่ แล้วก็มีเหตุการ์ณสืบเนื่องมาสู่รุ่นลูกรุ่นหลาน รุ่นแม่ผมยังทันยุคที่มีการขโมยควาย หมู่บ้านผมตอนนั้นพูดง่ายๆคือมีคนในหมู่บ้านเป็นโจรระดับเขาเรียกว่าเสือ เหมือนพวกเสือใบ เสือฝ้าย ประมาณนั้น ไปลักขโมยควายมาจากที่อื่นแล้วก็ฆ่าชำแหละหรือขายทั้งตัวต่อ เขาจะมีเครือข่ายเป็นทอดๆ ขโมยกันข้ามจังหวัดกันเลยทีเดียวสมัยนั้นยังเดินทางด้วยเท้าอยู่นะ ที่บอกว่าส่งผลมาสู่รุ่นหลานคือผมยังทันตอนเด็กที่เขามีเรื่องพวกนี้สมัยนั้นแล้วมีการยิงกันตายเพื่อแก้แค้นกันในรุ่นผม คนในหมู่บ้านเดียวกันที่เข้าใจผิดหรือให้ข่าวกับทางการ สมัยนั้นมีการตั้งสารวัตกำนันหมู่บ้านดูแลแทนตำรวจ มีตำแหน่งคล้ายๆผู้ใหญ่บ้าน หมู่บ้านผมมีสารวัตกำนันและผู้ใหญ่บ้าน เรื่องคือโจร(โจรไม่ใช่แค่มีคนในหมู่บ้านผมมีมาหลายหมู่บ้านรวมกันเฉพาะกิจหรือมีญาติที่ไหนก็จะแวะพัก หมู่บ้านผมคือ1ในนั้นเวลามีการจะขโมยแล้วไปขโมยมาได้จะมาพักหรือแยกย้ายกันที่หมู่บ้านผมแล้วก็แยกย้ายกันไป)ได้ไปขโมยควายมาข้ามจังหวัดแม่บอกว่าควายตัวตัวนี้ตัวใหญ่มาก แล้วทางการตามสืบข้ามเขตมาเรื่อยๆกลุ่มโจรรู้ว่าไม่น่าจะรอดเลยได้ชำแหละควายแล้วแจกให้ชาวบ้านทุกคนเพื่อทำลายหลักฐานและเพื่อปิดปากชาวบ้าน ถ้าใครไม่รับคงรู้ว่าเกิดจะเกิดอะไรชึ้น แล้วตำรวจก็ตามสืบมาได้ว่าควายถูกฆ่าและชำและที่นี่เพราะไปพบจุดที่ถูกฆ่าห่างจากหมู่บ้านประมาณ200เมตรเป็นสระน้ำแล้วก็ต้นไม้รกทึบก่อไผ่ จึงเข้าค้นคนในหมู่บ้านเพื่อหาหลักฐาน บางคนก็เอาไปฝัง บางคนก็ต้มอยู่ก็ต้องรีบเททิ้ง ครอบครัวแม่ผมก็ทำเหมือนกัน ตำรวจถามคนในหมู่บ้านไม่มีใครกล้าให้ข้อมูล แต่มีบ้านอยู่หลังหนึ่งเคยมีประวัติเกี่ยวกับเรื่องเสือโจรอะไรแบบนี้มีรอยตีนควายเดินผ่าน ตำรวจจึงเข้าจับกุมแล้วดำเนินคดีติดคุกหลายปีจนได้ออกมา แต่สุขภาพตอนออกมาย่ำแย่แล้วก็เสียชีวิต ทางลูกเขาเข้าใจว่าเป็นสารวัติคนนี้กลั่นแกล้งหรือให้ข้อมูลจึงเคียดแค้นหาโอกาศเอาเรื่องอยู่เรื่อยๆ ไม่ว่าจะมีงานอะไรที่ถูกเชิญไปพร้อมกันในหมู่บ้าน งานแต่ง งานศพ งานบวช เจอเมื่อไหร่กินเหล้าก็จะมีการพูดเสียดสีหรือถึงขั้นท้าตีท้าต่อย จนตอนที่ผมอยู่ในเหตุการณ์ล่าสุดคืองานบวช ได้ยิงและแทงกันในงานเสียชีวิตทั้งสองฝ่ายทั้งสารวัตและลูกคนที่พ่อถูกติดคุก ตอนนั้นผมยังเด็กตกใจวิ่งแบบไม่คิดชีวิตรวมทั้งคนในงานเต็มงานวิ่งแตกกระเจิง จนเหตุการณ์นั้นยังฝังใจผมอยู่เลยแม่ผมนี้ถึงขั้นได้ยินเสียงประทัดทีไรล้มพับทุกที เอาแค่นี้ก่อน
ส่วนคำถามที่ถาม4ข้อพอจะอธิบายได้ตามผู้เฒ่าผู้แก่เล่าให้ฟังแต่มันเยอะเล่าไม่หมด ถ้ามีคนสนใจอ่านก็จะพิมพ์เล่นๆเรื่อยๆให้ รวมถึงเรื่องผีปอบอันนี้ก็เคยอยู่ในเหตุการณ์ตั้งแต่เล็กๆก็อยู่ในหมู่บ้านผมนี้แหละและทุกวันนี้ก็ยังมีอยู่แบบไม่น่าเชื่อ ตอนนี้เลื่อนขั้นเป็นผีเป้าซึ่งแข็งแกร่งกว่าผีปอบอีกเป็นสูงสุดของสายนี้ก็ว่าได้ ณ ตอนนี้ลูกหลานเขาก็ยังเลี้ยงและเก็บไว้อยู่โดยการจ้างคนมาสะกด(หมอผี)เสียเงินเป็นหลายปีไว้เพื่อไม่ให้ออกมาอาระวาดหรือสร้างความเดือดร้อน ผมเติบโตมากับเรื่องพวกนี้ตั้งแต่เด็กๆจนเรียนจบ ป.ตรี มันก็เป็นเรื่องที่เหลือเชื่อ ทั้งๆที่ผมเองก็ไม่เชื่อเรื่องพวกนี้จนตอนนี้ผมเป็นคนไม่กลัวผีเจอเรื่องแปลกๆผมเริ่มจะเฉย อย่างเช่นไปพักที่โรงแรมหรือต่างถิ่น เหมือนมีใครมาดึงเรา เขย่าเตียง เสียงแปลกๆอะไรแบบนี้ แค่นี้ก่อนละกัน

ขอบคุณครับ. พิมมาอีกเรื่อยๆก็ได้ครับ เป็นความรู้ดี
บันทึกการเข้า

ชีวิตที่สันโดษย่อมมีความสุขเสมอ
kaewja
Sr. Member
****

คะแนนความรัก: +85/-54
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,285


กองหน้าผู้ยิงสองหลาไม่เข้า เซ็งเป็ด


| | |
« ตอบ #4 เมื่อ: ตุลาคม 11, 2017, 01:47:17 PM »

ตอบตามที่พอจะรู้มาบ้างนิดหน่อยครับ
ข้อ 1. การที่ชาวบ้านในภาคอีสานต้องขายควายมีเหตุผลหลัก ๆ คือแห้งแล้งครับ ไม่มีน้ำจะทำนา ไม่มีอะไรจะกินจึงต้องนำควายไปขาย อีกเหตุผลคือคนอีสานจะเลี้ยงวัวควายควบคู่ไปกับการทำนาครับถือว่าเป็นทรัพย์สินอีกประการ บางครั้งครอบครัวก็มีเยอะการนำไปขายก็เพื่อให้ได้เงินนั่นแหละครับ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะขายหมดยังเหลือไว้ใช้งานอยู่ครับ  ส่วนเงินก็คือนายฮ้อยจะเป็นคนนำมาให้ตอนขายเสร็จ ส่วนค่าจ้างนายฮ้อยก็แล้วแต่จะตกลงกันไป

ข้อ 2. สมัยนั้นเจ้าหน้าที่มีไม่เยอะครับ ประจำอยู๋แค่หัวเมืองหลัก ๆ ดังนั้นชาวบ้านในที่ห่างไกลก็ต้องช่วยเหลือกันเองครับ

ข้อ 3 ตลาดหลักอยู่แถบภาคกลาง ภาคตะวันออก ใกล้สุดก็น่าจะโคราชครับ แต่แถวบ้านผมก็เห็นมีหมู่บ้านตลาดควายอยู่หลายที่ สอบถามคนแถวนั้นก็ได้ทราบว่าเป็นแหล่งซื้อขายย่อม ๆ ก่อนนำไปสู่ตลาดใหญ่แถบภาคกลางภาคตะวันออก

ข้อ 4 อันนี้แล้วแต่ความเชื่อครับ แต่เท่าที่ได้ฟัง ๆ ผู้เฒ่าผู้แก่เล่ามา ส่วนมากเกิดจากพวกคนเล่นของแล้วปฎิบัติไม่ได้เลยเข้าตัว แต่ผมก็ไม่รู้ว่ามีจริงไหมแล้วสาเหตุมาจากอะไรครับ
บันทึกการเข้า
kaewja
Sr. Member
****

คะแนนความรัก: +85/-54
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,285


กองหน้าผู้ยิงสองหลาไม่เข้า เซ็งเป็ด


| | |
« ตอบ #5 เมื่อ: ตุลาคม 11, 2017, 01:51:54 PM »

เพิ่มเติมข้อที่ 1 เรื่องเงิน ส่วนมากผู้ชายที่เป็นเสาหลักของบ้านที่นำควายไปขายจะไปกับนายฮ้อยด้วยเมื่อขายแล้วก็ถือว่าได้เงินเลย
บันทึกการเข้า
schanaider
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +41/-37
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,496


Drummer


| | |
« ตอบ #6 เมื่อ: ตุลาคม 11, 2017, 02:05:03 PM »

1.คือชาวอีสานขายควายไปหมด แล้วเอาควายที่ไหนมาช่วยไถนาและได้เงินกันตอนไหน
2. จ้างตำรวจมาคุ้มกันโจรได้มั้ยหรือต้องพึ่งตัวเองแบบนี้
3. ตลาดค้าควายสมัยก่อนอยู่ที่ใด
4.ตำนานผีปอบในภาคอีสานมีจริงหรือไม่ หรือเป็นพวกเล่นไสยเวทย์แล้วเข้าตัวเอง.
ผมเกิดไม่ทันยุคนั้นแต่พอจะทราบจากผู้เฒ่าผู้แก่ แล้วก็มีเหตุการ์ณสืบเนื่องมาสู่รุ่นลูกรุ่นหลาน รุ่นแม่ผมยังทันยุคที่มีการขโมยควาย หมู่บ้านผมตอนนั้นพูดง่ายๆคือมีคนในหมู่บ้านเป็นโจรระดับเขาเรียกว่าเสือ เหมือนพวกเสือใบ เสือฝ้าย ประมาณนั้น ไปลักขโมยควายมาจากที่อื่นแล้วก็ฆ่าชำแหละหรือขายทั้งตัวต่อ เขาจะมีเครือข่ายเป็นทอดๆ ขโมยกันข้ามจังหวัดกันเลยทีเดียวสมัยนั้นยังเดินทางด้วยเท้าอยู่นะ ที่บอกว่าส่งผลมาสู่รุ่นหลานคือผมยังทันตอนเด็กที่เขามีเรื่องพวกนี้สมัยนั้นแล้วมีการยิงกันตายเพื่อแก้แค้นกันในรุ่นผม คนในหมู่บ้านเดียวกันที่เข้าใจผิดหรือให้ข่าวกับทางการ สมัยนั้นมีการตั้งสารวัตกำนันหมู่บ้านดูแลแทนตำรวจ มีตำแหน่งคล้ายๆผู้ใหญ่บ้าน หมู่บ้านผมมีสารวัตกำนันและผู้ใหญ่บ้าน เรื่องคือโจร(โจรไม่ใช่แค่มีคนในหมู่บ้านผมมีมาหลายหมู่บ้านรวมกันเฉพาะกิจหรือมีญาติที่ไหนก็จะแวะพัก หมู่บ้านผมคือ1ในนั้นเวลามีการจะขโมยแล้วไปขโมยมาได้จะมาพักหรือแยกย้ายกันที่หมู่บ้านผมแล้วก็แยกย้ายกันไป)ได้ไปขโมยควายมาข้ามจังหวัดแม่บอกว่าควายตัวตัวนี้ตัวใหญ่มาก แล้วทางการตามสืบข้ามเขตมาเรื่อยๆกลุ่มโจรรู้ว่าไม่น่าจะรอดเลยได้ชำแหละควายแล้วแจกให้ชาวบ้านทุกคนเพื่อทำลายหลักฐานและเพื่อปิดปากชาวบ้าน ถ้าใครไม่รับคงรู้ว่าเกิดจะเกิดอะไรชึ้น แล้วตำรวจก็ตามสืบมาได้ว่าควายถูกฆ่าและชำและที่นี่เพราะไปพบจุดที่ถูกฆ่าห่างจากหมู่บ้านประมาณ200เมตรเป็นสระน้ำแล้วก็ต้นไม้รกทึบก่อไผ่ จึงเข้าค้นคนในหมู่บ้านเพื่อหาหลักฐาน บางคนก็เอาไปฝัง บางคนก็ต้มอยู่ก็ต้องรีบเททิ้ง ครอบครัวแม่ผมก็ทำเหมือนกัน ตำรวจถามคนในหมู่บ้านไม่มีใครกล้าให้ข้อมูล แต่มีบ้านอยู่หลังหนึ่งเคยมีประวัติเกี่ยวกับเรื่องเสือโจรอะไรแบบนี้มีรอยตีนควายเดินผ่าน ตำรวจจึงเข้าจับกุมแล้วดำเนินคดีติดคุกหลายปีจนได้ออกมา แต่สุขภาพตอนออกมาย่ำแย่แล้วก็เสียชีวิต ทางลูกเขาเข้าใจว่าเป็นสารวัติคนนี้กลั่นแกล้งหรือให้ข้อมูลจึงเคียดแค้นหาโอกาศเอาเรื่องอยู่เรื่อยๆ ไม่ว่าจะมีงานอะไรที่ถูกเชิญไปพร้อมกันในหมู่บ้าน งานแต่ง งานศพ งานบวช เจอเมื่อไหร่กินเหล้าก็จะมีการพูดเสียดสีหรือถึงขั้นท้าตีท้าต่อย จนตอนที่ผมอยู่ในเหตุการณ์ล่าสุดคืองานบวช ได้ยิงและแทงกันในงานเสียชีวิตทั้งสองฝ่ายทั้งสารวัตและลูกคนที่พ่อถูกติดคุก ตอนนั้นผมยังเด็กตกใจวิ่งแบบไม่คิดชีวิตรวมทั้งคนในงานเต็มงานวิ่งแตกกระเจิง จนเหตุการณ์นั้นยังฝังใจผมอยู่เลยแม่ผมนี้ถึงขั้นได้ยินเสียงประทัดทีไรล้มพับทุกที เอาแค่นี้ก่อน
ส่วนคำถามที่ถาม4ข้อพอจะอธิบายได้ตามผู้เฒ่าผู้แก่เล่าให้ฟังแต่มันเยอะเล่าไม่หมด ถ้ามีคนสนใจอ่านก็จะพิมพ์เล่นๆเรื่อยๆให้ รวมถึงเรื่องผีปอบอันนี้ก็เคยอยู่ในเหตุการณ์ตั้งแต่เล็กๆก็อยู่ในหมู่บ้านผมนี้แหละและทุกวันนี้ก็ยังมีอยู่แบบไม่น่าเชื่อ ตอนนี้เลื่อนขั้นเป็นผีเป้าซึ่งแข็งแกร่งกว่าผีปอบอีกเป็นสูงสุดของสายนี้ก็ว่าได้ ณ ตอนนี้ลูกหลานเขาก็ยังเลี้ยงและเก็บไว้อยู่โดยการจ้างคนมาสะกด(หมอผี)เสียเงินเป็นหลายปีไว้เพื่อไม่ให้ออกมาอาระวาดหรือสร้างความเดือดร้อน ผมเติบโตมากับเรื่องพวกนี้ตั้งแต่เด็กๆจนเรียนจบ ป.ตรี มันก็เป็นเรื่องที่เหลือเชื่อ ทั้งๆที่ผมเองก็ไม่เชื่อเรื่องพวกนี้จนตอนนี้ผมเป็นคนไม่กลัวผีเจอเรื่องแปลกๆผมเริ่มจะเฉย อย่างเช่นไปพักที่โรงแรมหรือต่างถิ่น เหมือนมีใครมาดึงเรา เขย่าเตียง เสียงแปลกๆอะไรแบบนี้ แค่นี้ก่อนละกัน


+1 เพลินดี 
บันทึกการเข้า

Rang Angsila
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +597/-123
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,830


ดูบอลเพื่อความสุขบันเทิงใจเท่านั้น


| | |
« ตอบ #7 เมื่อ: ตุลาคม 11, 2017, 02:07:41 PM »

นายฮ้อยเคน... จากสว่างแดนดิน แกพาลูกทีมผ่านโคราช  และมาขายที่ด่านกักกันสัตว์สระบุรีครับ
เมียแกชื่อคำแพง.. ระหว่างทางผมชอบตอนที่สุบินกับถึกเห็นรถไฟแล้วตลึง จนร้องเพลงครับ
และชอบที่แกกลับไปบ้านก็ได้คำแก้วเป็นเมีย  แทนพี่สาวที่ตายไป  จริงๆอยากให้แกรวบแสงโสมอีกสักคน        

อ้อ....  บัวเขียวด้วย  เป็นตาฮัก     55555+
บันทึกการเข้า
Sinsasi
Newbie
*

คะแนนความรัก: +7/-13
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 97


| | |
« ตอบ #8 เมื่อ: ตุลาคม 11, 2017, 03:12:26 PM »

ถือว่าขอเล่าสู่ฟังก็แล้วกัน ผมเกิดทันพ่อแกไปหลายครั้ง (สมัยผมเป็นเด็ก 3-4 ขวบ) พ่อเล่าให้ฟัง พ่อก็ร่วมขบวนกับเขาด้วยมีควายเป็นของตัวเองครั้งละประมาณ 6-10 ตัว (ทุนน้อย) ก่อนการเดินทางแต่ละครั้งหน้าหลังเกี่ยวข้าวก็ออกหาซื้อควาย ตามเงินทุนที่มี สมัยนั้นตัวหนึ่งประมาณ 1-2 พันบาทตามขนาด ตามความสมบูรณ์ นำไปขายตลาดชลบุรี แถวอำเภอพนมสารคามหรือใกล้เคียง (มีหลายที่) ถ้านำไปขายที่ตลาดข้างต้นก็ได้กำไรตัวละเป็นพันหรือมากกว่านั้นก็มี นายฮ้อยหรือนายร้อย เป็นชื่อเรียกหัวหน้ากลุ่ม กลุ่มๆหนึ่งมีทั้งเล็ก-ใหญ่ วัว-ควาย ตั้งแต่ 10 ขึ้นไป รวมๆหลายเจ้าก็เป็นกลุ่มใหญ่ มีควายเป็นร้อย การเดินทางสมัยนั้นเดินเท้าจากอิสานใต้ไปชลฯ เดินเท้า(เหมือนในหนัง) อุปกรณ์ดำรงชีพระหว่างเดินทางก็บรรทุกด้วยเกวียน (ใช้เกวียนเก่า) เพราะตอนกลับนั่งรถไฟกลับ เกวียนไม่เอากลับ ใช้ทำฟืนหรือไม่ก็ขายถูกๆ ช่วงผ่านเทือกเขาพนมดงรัก เทือกเขาปักธงชัย โจรชุมมาก พ่อบอกว่าบางครั้งก็มีการยิงต่อสู้เหมือนในหนังเหมือนกัน นอกจากโจรชุมแล้วไข้ป่าก็ชุมเช่นเดียวกัน แต่ละกองกำลัง(พูดเสียน่ากลัว) จะมีปืนลูกซองอย่างน้อย 1 กระบอก แต่มีมากกว่านั้นก็ถือว่าดี ส่วนใหญ่ก็ถือไว้โก้ๆงั้นแหละ พ่อบอกว่าไปหลายครั้งเจอโจรก็หลายครั้งไม่เคยเห็นยิงใครเลย แต่กฎที่สำคัญในการเดินทางของคณะก็คือคำสั่ง คำแนะนำนายฮ้อยเป็นที่สุด ผู้ใดฝ่าฝืนจะถูกให้ออกจากกลุ่มทันที ถ้าขายได้เร็วก็กลับเร็ว ในกลุ่มควายใครหมดก่อนก็กลับก่อนได้ แต่ส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยมีใครกลับหรอกรอหมดพร้อมกันก็เดินทางกลับ แม่พาผมมารับที่สถานีรถไฟ ดีใจมากเพราะพ่อไปเป็นเดือน  เป็นความทรงจำตอนเป็นเด็ก...ตอนนี้ผมใกล้เกษียณอายุราชการแล้ว
บันทึกการเข้า
ลูฟี่
รักท่านวีวี เป็นมิตรที่ดีกับ japan_xi
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1483/-970
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 15,620


เปิดไม่ได้ทุกคำถามเพราะทำไม่เป็น


| | |
« ตอบ #9 เมื่อ: ตุลาคม 11, 2017, 03:17:04 PM »

ก่อนนี้เคยทำเป็นละครมาแล้วครั้งนึง นายฮ้อยทมิฬ   ช่อง 7 มีทั้งสามารถ พยัคอรุณ แสดงนำ และก็ ไชยา มิตรชัย   แสดงนำด้วย  

 ตลาดควายที่ใหญ่ที่สุดน่าจะเป็นสระบุรีครับ มีการต้อนควายมาจากหลายแหล่ง   แล้วนำมาขายแหล่งใหญ่ที่สุดคือแถวสระบุรี  หัวหน้าหน่วยหรือหัวหน้าชุดที่นำทีมต้อนควายหรือคุ้มกันควายมาเป็นฝูงคือ เรียกว่านายฮ้อย           สมัยก่อนโจรชุกชุมมากทางภาคกลางมีการเรียกกันว่าเสือ   นั่นละ    ทำให้นายฮ้อยต้องเป็นทั้งผู้นำในการขายควาย ต้อนควาย รวมถึงการคุ้มกันขบวนควาย จากพวกโจรอีกด้วย  
บันทึกการเข้า

ผู้ชายในฝันคือคุณชายหม่อมราชวงศ์พุฒิภัทร  แต่ คุณชายหม่อมราชวงศ์  สุขุมพันธ์  บริพัตร  นั่นคือความจริง
ลี้คิมฮวงคือตำนานมีดบิน    นายกีวีคือตำนานพ่อพระวงการฟุตบอลไทย
KIDMOMMAM
Full Member
***

คะแนนความรัก: +46/-51
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 992


| | |
« ตอบ #10 เมื่อ: ตุลาคม 11, 2017, 03:18:55 PM »

ข้อ 1 นะครับ สมัยก่อนชาวภาคอีสานเลี้ยงวัวกับควายอาจจะรวมทั้งภาคอื่นด้วย แต่ที่อิสานจุดประสงค์ของการเลี้ยงควายคือไว้ไถนาและมูลไว้ทำปุ๋ยเพราะสมัยนั้นยังไม่มีปุ๋ยเคมี ทำนาเป็นหลัก จะเลี้ยงเป็นฝูงเลยครับ แล้วก็เอาไว้เป็นมรดกให้กับลูกหลานด้วยเป็นครอบครัวใหญ่ ครอบครัวหนึ่งมีลูกไม่ต่ำกว่า8 คนขึ้นไปอาจจะด้วยไม่มียาคุมกำเนิดด้วยสมัยนั้น ที่บอกว่าเป็นมรดก (เรียกอีกอย่างว่าควายมูลส่วนใหญ่ลูกหลานจะรู้กันว่าห้ามขาย ถ้าใครขายถือเป็นตราบาปมีความเชื่อว่าจะทำมาหากินไม่ขึ้นนอกจากรุ่นลูกของมันเป็นต้นไป)ก็อย่างเช่นคนในครอบครัวไปแต่งงานออกเรือนก็จะให้วัวควายไปด้วยเพื่อไปสร้างครอบครัวพร้อมแบ่งที่ไร่ที่นาให้ไปเลย  กับอีกประเภทคือให้ตัวเมียไปเลี้ยงเอาลูก แล้วก็ใช้งานแม่ในระหว่างที่ลูกยังไม่โต พอลูกโตก็ส่งตัวแม่กลับคืนแล้วก็อาจส่งต่อให้ลูกคนที่ออกเรือนคนถัดไปแบบนี้ไปเรื่อยๆ(กรณีนี้สำหรับคนที่มีวัวควายไม่เยอะแล้วมีลูกหลายคนฐานะไม่ค่อยดี) อีกอย่างการแต่งงานสมัยก่อนก็เหมือนคนยุคโบราณเพราะไม่ได้มีเงินทองก็อาศัยสัตว์เลี้ยง ที่นา ผ้าไหม ในการประกาศฐานะทางสังคม การแต่งงานอาจไม่ต้องใช้เงินเยอะก็ได้อาจจะให้ควาย วัว ผ้าไหม ในการสู่ขอและแต่งงาน ส่วนการเลี้ยงวัวก็เพื่อลากเกวียนเพราะไม่มีรถ เหมือนในหนังสมัยโบราณนั้นละแต่วัวจะใช้2ตัวเทียมเกวียน ที่นี่ก็มาถึงเรื่องควายที่นายฮ้อยซื้อขาย นายฮ้อยเปรียบคือนายหน้ามาหาซื้อหรือแลกเปลี่ยนควายไปเรื่อย ตามเส้นทาง นานๆจะกลับมาบ้านเกิด อาจจะหลายเดือนหรือเป็นปีในการท่องไปทั่ว ไม่จำเป็นต้องพกเงินเยอะก็มี เพราะซื้อขายวัวควายไม่ได้ชั่งน้ำหนักหรืออะไรตายตัวแค่พูดคุยถูกคออาจจะได้มาฟรีๆก็มี ตีผูกเป็นเสี่ยว(เพี่อนสาบานเพื่อนตาย ลูกจะเรียกเพื่อนของพ่อว่าพ่อเสี่ยวถือเป็นพ่อคนหนึ่งถ้ามีโอกาสต้องไปมาหาสู่กันหรือถ้าเสียชีวิตรุ่นลูกก็ต้องสืบหาและทำความรู้จักกันไว้เหมือนเครือญาติหรือคนในครอบครัวคนหนึ่ง)แล้วได้มาฟรีก็มี นายฮ้อยจริงๆที่ทำการค้าขายวัว ควาย ก็จะเริ่มออกเดินทางในช่วงหลังเก็บเกี่ยวคือนาแล้งซะส่วนใหญ่ ต้อนวัวควายสะดวก ซื้อขายแลกเปลี่ยนไปเรื่อยไม่มีที่พักแน่นอน วัวควายก็จะถูกเปลี่ยนมือไม่ซ้ำกันไปเรื่อยๆซื้อมาขายไป แต่นายฮ้อยต้องมีทั้งบู่และบุ๋นเหมือนในหนังเพราะต้องเดินทางเสี่ยงโจรผู้ร้าย รวมทั้งปกครองลูกน้องที่สำคัญต้องเก่งเรื่องการประเมินราคาวัวควายเป็น อย่างเช่นไปเจอวัวควายที่มีลักษณะผอมราคาถูกแต่ดูออกว่าถ้าเอามาขุนเลี้ยงในไม่กี่วันก็จะได้ราคางาม(ตาถึง) มีคุณสมบัติต่อรองเป็น ค้าขายเป็น พลิกวิกฤตเป็น ก็จะซื้อหรือเอาตัวที่มี แต่ดูแล้วไม่ทำกำไรไปแลกเปลี่ยนมาไว้ แล้วก็เก่งเรื่องสมุนไพรรักษาสัตว์ เพราะแต่ก่อนไม่มีปศุสัตว์ ส่วนที่บอกว่าจะเอาควายที่ไหนมาใช้ไถนาสมัยก่อนเลี้ยงไว้เยอะครับใช้ไถนาจริงๆก็ตัวผู้ตัวใหญ่ๆตัวเดียวก็พอหรือวัวตัวผู้2ตัวใหญ่ๆที่มีโหนกเหมือนใช้ในพระราชพิธีแรกนาขวัญก็ได้ แต่ที่อิสานจะไม่นิยมวัวเพราะต้องใช้ถึง2ตัว ลำบากในการฝึกไถและถ้าเกิดพยศนี้คนเดียวเอาไม่อยู่ อีกอย่างวัวจะใช้ไถได้เฉพาะที่นา ที่ไม่มีโคลนเพราะวัวไม่ชอบโคลนชอบดินแห้งๆคุณสมบัติตรงนี้ชาวนารู้ดี
เพิ่มเติมคุณสมบัติวัวกับควายที่ใช้ไถนา
วัวไม่ชอบดินโคลนจึงใช้ควายไถเหมาะสมกว่าเรียกว่า สายลุย ข้อเสียคือควายไม่สามารถสู้ทนแดดร้อนๆได้นานเพราะผิวหนังเขาไม่เอื้อ ถ้าแดดร้อนมากชาวนาจึงต้องมีคนสาดน้ำใส่หลังให้บางครั้งหรือถ้าเห็นว่าน้ำลายออกฟูมปากก็จะหยุดให้พักหรือให้ทิ้งตัวลงนอนกับโคลนไปเลย ส่วนวัวนี้ตากแดดได้ทั้งวันไม่มีตายครับ ถ้าใครเลี้ยงวัวควายตามบ้านนอกจะรู้ดีวัวนี้ผูกตากแดดไว้ลืมไปย้ายที่ให้ไม่มีตายแต่ถ้าควายไปผูกตากแดดแล้วไม่เอาเข้าร่มตายครับ เดี่ยวมาต่อข้อ2ให้ถ้ายังขยันอ่าน
เพิ่มเติม เสี่ยวหรือเพื่อนร่วมสาบานพ่อ เวลาเจอหรือทักทายลูกของทั้งสองฝ่ายก็จะเรียกพ่อเหมือนพ่อบังเกิดเกล้า แต่เดิมเสี่ยวจะไม่ได้คบกันพรำ่เพรือเหมือนสมัยนี้คือต้องจริงใจกันจริงๆตายแทนกันได้ จะมีพิธีเรียกว่า สักเค มีการสวดมนต์สาบานและปฎิญานตนต่อหน้า คนทำพิธีเรียกอะไรดีละ แถวบ้านเรียกหมอสูตร หรือคนที่ทำพิธีบายสีสู่ขวัญนั้นละ แล้วก็มีการกรีดเลือดสาบานในขันหรือภาชนะเดียวกันจะดื่มหรือไม่ก็แล้วแต่ แต่ขอให้เลือดลงไปผสมกัน แต่ทุกวันนี้เห็นกินเหล้าด้วยกันถูกคอก็เรียกกันเสี่ยว หมดความขลังรุ่นลูกก็ไม่ได้เรียกพ่อ
อันนี้ออกตัวไว้ก่อนนะครับว่าครอบครัวผมไม่ได้มีอาชีพนายฮ้อย(สมัยก่อนครอบครัวไหนทำอาชีพนี้ถือว่ารวยตั้งตัวได้)แต่พอจะนึกภาพออกตามที่ผู้เฒ่าผู้แก่เล่าให้ฟัง ผมก็มีพ่อเสี่ยวอยู่คนหนึ่งนานละที่ไม่ได้ไปเยี่ยมไม่รู้ยังมีชีวิตอยู่หรือเปล่าถ้ามีโอกาสก็จะไปเยี่ยมตามที่พ่อบอกเพราะอยู่คนละที่กัน ตอนนี้จำหน้าตาไม่ได้ละรวมถึงรุ่นลูกๆ คงต้องไปตามสอบถามชาวบ้านรู้แต่ชื่อหมู่บ้านแต่ไม่รู้จักบ้านที่อยู่ มันก็น่าจะประมาณไปตามสอบถามแล้วก็แนะนำตัวเองแล้วก็ย้อนละลึกเล่าเรื่องให้เขาฟังว่าเราเป็นใครแล้วก็มาตามหา เขาก็จะต้อนรับเราอย่างดีถามสาระทุกสุกดิบ เมื่อรู้ว่าผมเป็นใคร
บันทึกการเข้า
พ่อน้องน้ำหวาน_MTUFC
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +510/-571
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,850


คนปากเกร็ด เชียร์เมืองทอง ยูไนเต็ด


| | |
« ตอบ #11 เมื่อ: ตุลาคม 11, 2017, 03:30:02 PM »

เกร็ดความรู้ เล็กๆน้อยๆ ก่อนดูนายฮ้อยทมิฬ จากคนอีสาน
https://pantip.com/topic/36909012
บันทึกการเข้า
Seamus O'grady
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +3537/-1506
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 33,410


ลิเวอร์พูลทั่วไทย..!!!


| | |
« ตอบ #12 เมื่อ: ตุลาคม 11, 2017, 03:35:16 PM »

ลุงแก่ๆแถวบ้านผมคนนึง แกเป็นคนอิสาน แกเล่าให้ผมฟังว่า สมัยวัยรุ่นแกเคยอยู่ในกองคาราวานค้าควายของนายฮ้อยคนนึง เหมือนในหนังในละคร ขี่ม้านำหน้าขบวน คอยตรวจตราระวังโจรผู้ร้าย แถมเป็นมีวิชาอาคมด้วยนะ

แกเล่าว่า เดินทางจากร้อยเอ็ด แต่ละเที่ยวตะลอนๆ ต้อนฝูงควาย 50-100 ตัว มาที่โคราช บางทีก็ต้อนฝูงควายขึ้นรถไฟ ส่งไปกรุงเทพ แกบอกว่า สิ่งที่ทุกคนเฝ้ารอคอยมากที่สุดคือ ตอนที่นายฮ้อยจ่ายค่าจ้าง ถ้าจ่ายค่าจ้างเลยตรงที่ตลาดนัดโค-กระบือ ตกเย็นวันนั้นก็สวรรค์เลยล่ะ เพราะมีซ่องให้ใช้บริการเพียบ แกบอกว่าลุยยันสว่าง ฮี่ๆๆๆ  
บันทึกการเข้า

แหล่งชุมนุมของตากล้องหน้าตาดี...ชาวสุราษฎร์ฯ
deawfico
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +402/-1320
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,516



| | |
« ตอบ #13 เมื่อ: ตุลาคม 11, 2017, 03:48:44 PM »

ลุงแก่ๆแถวบ้านผมคนนึง แกเป็นคนอิสาน แกเล่าให้ผมฟังว่า สมัยวัยรุ่นแกเคยอยู่ในกองคาราวานค้าควายของนายฮ้อยคนนึง เหมือนในหนังในละคร ขี่ม้านำหน้าขบวน คอยตรวจตราระวังโจรผู้ร้าย แถมเป็นมีวิชาอาคมด้วยนะ

แกเล่าว่า เดินทางจากร้อยเอ็ด แต่ละเที่ยวตะลอนๆ ต้อนฝูงควาย 50-100 ตัว มาที่โคราช บางทีก็ต้อนฝูงควายขึ้นรถไฟ ส่งไปกรุงเทพ แกบอกว่า สิ่งที่ทุกคนเฝ้ารอคอยมากที่สุดคือ ตอนที่นายฮ้อยจ่ายค่าจ้าง ถ้าจ่ายค่าจ้างเลยตรงที่ตลาดนัดโค-กระบือ ตกเย็นวันนั้นก็สวรรค์เลยล่ะ เพราะมีซ่องให้ใช้บริการเพียบ แกบอกว่าลุยยันสว่าง ฮี่ๆๆๆ 
ก็ดูเหมือนเป็นการผจญภัยดีครับ แต่ไปจริงๆคงไม่สนุกหรอก เพราะต้องเจอกับอันตรายเยอะแยะ ไม่เก่งจริงคงไม่กล้าไป
บันทึกการเข้า

ชีวิตที่สันโดษย่อมมีความสุขเสมอ
Doctor สลัม
ขอให้รวยๆ ที่มาช่วยกดลบครั้งนี้ (ตูประชด!)
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +2407/-3155
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 45,486


หล่อไม่มาก แต่ท่ายากเฮียมีเยอะ


| | |
« ตอบ #14 เมื่อ: ตุลาคม 14, 2017, 10:55:44 PM »

เข้ามาดูความรู้แปป
บันทึกการเข้า

ลมหายใจคือฟุตบอล
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  




Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!