Thailandsusu Webboard
ธันวาคม 13, 2017, 12:49:53 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน Gallery เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

ดูบอลสด ดูบอลออนไลน์ ดูบอลช่อง BeIN

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: 3สิ่งที่แฟนบอลและสมค.ได้รู้จากเกมที่ไทยบุกไปชนะหม่อง3-1 by akinson149  (อ่าน 15833 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
akinson149
Moderator
Jr. Member
*****

คะแนนความรัก: +578/-84
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 431


| | |
« เมื่อ: ตุลาคม 06, 2017, 02:19:34 PM »

เรื่องโดย akinson149

สวัสดีตอนบ่ายอ่อนๆนะคับ หวังว่าหลายท่านคงทานมื้อเที่ยงกันไปหมดเเล้วและอาจมีบางท่านกำลังกวาดสายตามองไปรอบๆตามหน้าเว็ปต่างๆเพื่อหาอะไรอ่านเพลินๆอยู่ (ซึ่งผมหวังว่าเมื่อท่านได้เห็นบทความนี้ท่านจะไม่รีบปิดหน้าเว็ปไซด์ไปก่อน : )

เมื่อคืนทีมไทยจัดการตอกย้ำความเป็นเบอร์หนึ่งในอาเซียนด้วยการสอนเชิงทีมชาติเมียนม่าไปเบาะๆ 3-1 แบบชนิดที่ว่าแฟนบอลไม่ต้องลุ้นกันเยอะเพราะรูปเกมมันชัดเจนกว่าค่อนข้างมาก บนความสุขที่น้องๆในทีมชาติไทยเราได้สร้างขึ้นเมื่อคืน มีบางสิ่งที่อดเป็นห่วงเสียไม่ได้และหากเขียนออกมาไล่เรียงกันคงได้อยู่ราวๆ 4-5 ข้อ (ซึ่งผมเชื่อว่าหลายท่านที่ดูบอลไทยและติดตามมาอย่างยาวนานคงเห็นคล้ายๆกันกับผม)

นี่คือ3สิ่งที่แฟนบอลและสมค.ได้รู้จากเกมที่ไทยบุกไปชนะหม่อง3-1

1. เกมอุ่นเครื่องกับทีมในอาเซียนอาจมีผลเสียมากกว่าผลได้
ออกตัวก่อนนะคับว่า ไม่ได้พิมพ์บทความนี้เพื่อมีเจตนาก่อให้เกิดความเเตกแยกระหว่างคนไทยและแฟนบอลเพื่อนบ้าน ผมไม่เเน่ใจว่ามูลค่าที่คิดเป็นตัวเงินที่ทางสมค.ไทยจะได้รับจากเกมเมื่อคืนอาทิเช่น ค่าตั๋วเข้าชม, ค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอด-สปอร์นเซอร์, เงินบำรุงทีม, อื่นๆจิปาถะ มันคิดออกมาเป็นตัวเลขกี่หลัก (หากพูดในเชิงธุรกิจ) แต่ก็พอเข้าใจได้ว่าคงจะไม่น้อยเลยทีเดียวเพื่อให้เกมในนัดนี้เกิดขึ้น รวมไปถึงในเชิงทางการฑูตระหว่าง2สมค. นี่เป็น2ข้อที่เราได้แน่ๆจากเกมเมื่อคืน แต่ทว่า;

หากพูดในด้านของการพัฒนาทีมเพื่อก้าวไปข้างหน้ารวมไปถึงเชิงเทคนิกด้านคะเเนนฟีฟ่า ทีมไทยแทบไม่ได้อะไรเลยในเกมเมื่อวานเพราะเล่นไปยังไม่ครบครึ่งก็ดูเหมือนว่าหนังม้วนนี้มันจบลงเเล้ว เพราะเรานำ1-0 แต่ไก่โห่และเป็น 2-0จนจบครึ่งแรกแถมอยากบอกว่ามันอาจเป็น3และ4 หากลูกของแคมป์ไม่โดนเป่าเป็นลูกล้ำหน้าซึ่งมันก็ก้ำกึ่งเสียเหลือเกินและถ้าไทยเล่นเน้นสกอร์หน่อยนะ...หืม...น่าคิด

หากพูดในด้านเทคนิก คะเเนนที่เราได้ในนัดนี้คือ 128 ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ยในปีนี้ไม่มาก (ปัจจุบันค่าเฉลี่ยอยู่ที่98) ด้วยคะแนนเท่านี้คงไม่ทำให้อันดับไทยขยับไปเท่าไรแต่สิ่งที่นักเตะไทยและสมค.เสี่ยงที่จะเสียไปมันน่ากลัวเสียเหลือเกินเพราะคู่เเข่งเมื่อสู้ไม่ได้ก็เริ่มออกอาการ "บอลแพ้คนไม่แพ้" เตะติดดาบแบบชนิดไม่ไว้หน้า จังหวะ50-50 มีทั้งแลกและหนักแถมยังเล่นนอกเกมเมื่อมีโอกาสจนโดนใบแดงเป็นค่าตอบแทนไปในที่สุด ผมนั่งดูผ่านตู้แบบชนิดที่ว่าลุ้นสุดขีด (ไม่ได้ลุ้นเรื่องผลแพ้-ชนะนะคับแต่ลุ้นให้น้องๆไม่เจ็บหรือคุมอารมณ์ไม่อยู่จนเกิดมีการปะทะ ซึ่งโชคดีที่มีเเค่น้องสุพจน์คนเดียวที่เจ็บจนต้องเปลี่ยนตัวออก)



มีคนเคยกล่าวว่า หากเราจะเดินเท้าเข้าป่า เราต้องเรียนรู้วิธีการจากคนที่เคยเดินเข้าไปหรือเลือกนายพรานที่มีประสบการ์ณในป่านั้นๆมาเป็นผู้นำหรือแบบอย่าง การดูเขาเเล้วเก็บมาเป็นบทเรียนให้ได้เรียนรู้น่าจะเป็นสิ่งที่ดีสำหรับไทยในตอนนี้หากอยากขึ้นไปอยู่ในแถวหน้าเอเซีย ในบรรดาทีมชั้นนำระดับทวีปและขาประจำบอลโลก รอบสุดท้ายโซนเอเซีย ทั้งญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ หากส่องในประวัติเก่าจะเห็นได้ว่าในรอบ3ปีที่ผ่านมาพวกเขาไม่อุ่นเครื่องเลยกับทีมที่มีอันดับต่ำกว่า150 และยิ่งเป็นทีมจากภูมิภาคเดียวกัน(EAFF) นี่ก็ยิ่งไม่ค่อยมีให้เห็นเพราะมันต้องเจอกันอยู่เเล้วในรายการระดับภูมิภาคแบบ2ปีครั้ง แม้กระทั่งชินจิ คากาวะเองยังเคยให้ข่าวว่า หากอยากพัฒนาตัวเอง เราต้องเล่นกับคนที่เหนือกว่าไม่ว่าจะเล่นกับเขาในฐานะเพื่อนร่วมทีมหรือคู่ต่อสู้  

การเลือกทีมมาอุ่นเครื่อง สมค.ต้องคิดรอบด้าน เเม้ว่าจริงอยู่ว่าเรามีตัวเลือกไม่มากเพราะอันดับเราก็ไม่ได้วิเศษอะไรเท่าไรอยู่ไปค่อนกลางของทวีป หากเกมนี้สมค.ต้องการพิสูจน์ทีมงานของลุงมโลในการเล่นเกมรุกและอยากออกไปเล่นเป็นทีมเยือนบ้างแบบที่เดินทางไม่ไกลนักก็ยังมีหลายประเทศที่เหมาะกว่า เช่น ลาว, กัมพูชา หรืออาจไกลออกไปอีกซักนิดอย่างบรูไนก็พอได้เเต่นี่เล่นเลือกพม่าที่ก็รู้ๆกันอยู่ว่าเป็นทีมที่เข้าบอลหนักเหลือเกิน (น้องๆอินโด) นี่คือสิ่งที่สมค.น่าจะได้เก็บไปคิดในการวางแผนในครั้งต่อๆไป

2. เกมรุกของทีมงานลุงไมโลแม้ว่าจะไม่ดุดัน-เร้าใจแต่ถือว่าสอบผ่าน
ลุงมิโลวาน ราเยวัช นายใหญ่ของไทย จัดตัวลงแบบชนิดที่ว่าให้เกียรติคู่เเข่งอย่างมากรวมถึงไม่ประมาทเลยเพราะ 11ตัวจริงที่จัดลงมีเพียงต้นคนเดียวที่อาจเรียกว่าไม่ใช่ตัวหลักเพราะหายไปตั้งเเต่เกมกับอุซเบและกลับมาใหม่เกมนี้ (แถมก่อนเกมยังมีข่าวด้วยว่าต้นอาจไม่ได้ลงด้วยซ้ำ หากโดหายป่วยทัน) นี่ยิ่งเเสดงให้เห็นว่า เกมนี้แฟนบอลไทย "หายห่วง" เพราะลุงเขาเอาแน่

ก่อนเกมมีการประกาศผังการเล่นออกมาล่วงหน้าราว1ชม. ผมแอบสงสัยไม่ได้ว่าทำไมมันยังเป็น4-2-3-1 ซึ่งเป็นแผนที่เหมาะกับการเล่นโต้กลับแต่พอกรรมการชาวกัมพูชาพ่นลมออกนกหวีตและผ่านไปซัก10นาทีก็ต้องบอกว่า "อ๋อ....!" ขึ้นมาดังๆทันทีเพราะสิ่งที่เเตกต่างระหว่างเกมกับพม่าและเกมกับบรรดาเสือสิงอย่าง ยูเออี, อิรัก, ออสเตรเลีย ที่ผมเห็นได้ชัดๆนั่นคือ วิธีการเล่น



ในหลายๆเกมในคัดบอลโลก ลุงมิโลจะเน้นหนักในเรื่องการวางตำแหน่งและการถ่ายเทตัวผู้เล่น ไทยเราเมื่อเจอทีมที่เหนือกว่าจะปล่อยให้เขาครอบครองบอลได้ในแดนตัวเองและเลือกหันมาเเพ็คกลางเเน่น ยืนคุมโซน เล่นเรื่องโซนนิ่งเพื่อจัดลำดับการไล่บอลของตัวนักเตะแบบชนิดที่ว่าอดทนเพื่อรอโอกาสและไม่เพลสซิ่งเลยหากบอลยังอยู่ในแดนคู่ต่อสู้ แต่เกมกับพม่าเมื่อคืนเปลี่ยนไป ไทยกดดันเจ้าบ้านตั้งแต่ในแดนชนิดที่ว่าเกือบติดกรอบเขตโทษด้วยซ้ำแถมทั้งอุ้มและแคมป์ ไล่บอลชนิดที่ว่าไม่ให้กองหลังพม่ามีเวลาคิดเลย เห็นได้ในหลายจังหวะนักเตะหม่อง บอลถึงเท้าก็จริงเเต่เงยหน้าขึ้นมาทีไรก็มีนักเตะไทยอย่างน้อย2-3คนห้อมล้อมเสียเเล้ว นี่คือวิธีการเล่นของทีมที่เหนือกว่า การเพลสซิ่งในแดนบนบังคับให้ทีมรับต้องเล่นบอลยาวหรือไม่ก็ต้องวิ่งให้มากขึ้น มันเป็นที่มาของการเสียบอลแถมวิธีการนี้ยังทำให้เกมรุกไทยเองไม่เสียเวลามากในการเบิกสกอร์เพราะพอพม่าเสียบอลในแดนตัวเองจะมีนักเตะไทยมากกว่า3คนที่รอรับบอลมาเปลี่ยนให้เป็นสกอร์แถมระยะห่างระหว่างปากประตูของหม่องก็สั้นแบบน่ารักน่าลุ้นเสียด้วย (สำหรับทั้งมุ้ย,แคมป์, จ่าเย็นและอุ้ม) ลุงมิโลวานรู้ดีว่าหากไทยได้สกอร์แรกเร็ว เราจะเล่นง่ายและความฟิตนักเตะไทยก็เหนือกว่าหม่องจึงเลือกเล่นแบบนี้ นี่คือกึ๋นของโค้ชที่ผ่านเกมระดับโลกมาเเล้ว

สกอร์ 3-1 บวกกับเกมที่เห็นหากเทียบกับยุคของโค้ชคนก่อนอาจไม่วูปวาป, ดุดัน, เร้าร้อนเร้าใจเท่าไรแต่บอลไทยเมื่อวาน รุกและรับเป็นระบบค่อนข้างมากจังหวะที่ได้ประตูจากโอเพิลเพลย์ทั้ง2ลูกก็มาจากระบบล้วนๆ ทั้งไลน์วิ่งของมุ้ยหรือตำแหน่งของจ่าเย็นที่เติมขึ้นไปก่อนล็อคเข้ามายิงเบิกสกอร์แรก มันครบสูตรอาจเป็นเพราะคู่ต่อสู้ดีกรีไม่สูงนัก เเนวรับไม่ได้เเข็งเท่าไรเเละนักเตะหม่องหลายคนฟิวขาดง่าย มันจึงเป็นเกมที่นักเตะไทยอร่อยอยู่ฝ่ายเดียวเพราะหลังจากเราได้จุดโทษจากลูกที่เจ้านิวยิงเข้าไป ทัพนักเตะหม่องก็เหมือนเล่นเเบบรับสภาพ ชนิดที่ว่าถ้าไทยเน้นๆหน่อยอาจมี 4-1 หรือ 5-1 ในช่วงท้ายเกม (อย่าลืมนะคับ..พม่าเหลือ10คนและมีทดเวลาบาดเจ็บอีก4นาทีรวมๆไทยมีเวลาเพิ่มสกอร์อีกราวๆใกล้สิบนาทีแหนะ)

ยิ่งถ้าพูดเรื่องความเขี้ยวยิ่งต้องยกให้ทีมงานลุงเขา บอลไทยทรงลุงไมโลเล่นแบบเน้นผลการเเข่งขันและเน้นผลประโยชน์ของทีมเป็นที่ตั้ง ทำไมผมพูดเเบบนี้นะหรอ? เพราะหลายนัดที่ผ่านมามันแสดงให้เห้นเเล้วว่าเป็นแบบนั้นจริงๆ ยกตัวอย่างเรื่องการเปลี่ยนตัวผู้เล่น เกมกับยูเออี ทีมไทยขึ้นนำจากจังหวะของจ่าเย็น1-0 แถมลุงไมโลยืนอยู่ขอบสนามสั่งลูกทีมพักใหญ่ในขณะที่โค้ชเบาซ่ากระวนกระวายและเปลี่ยนตัวลูกทีมไปจนครบโควต้า ไทยยังนิ่งไม่เปลี่ยนซักคน รอจนทดเจ็บนู้นค่อยขยับเพื่อกินเวลา (ถ้านัดนั้นไทยชนะ ผมว่ามันจะเป็นอะไรที่เฟอร์เฟ็กที่สุด) มาในเกมนี้กับพม่าก็เช่นกัน หมากเเรกที่ลุงไมโลเลือกเปลี่ยนคือการเอาอุ้มที่ติดใบเหลืองและอาจเสี่ยงโดนแดงออกไปเพื่อทั้งเซฟและให้พักและต่อมาก็แคมป์และที่กำลังหมด โดยตัวที่ลงมาก็ไม่ผิดไปจากคาดนั่นคือ ปีโป้ที่โค้ชไมโลต้องการเอาลงมาปั่นกองหลังหม่องที่กำลังหมดเเรง (จนนำมาซึ่งลูกที่ไทยได้จุดโทษ เป็นลูกถนัดของปีโป้เลยคือ กระชาก...หลุด) ทั้งหมดที่ว่าก็คือความเขี้ยวของโค้ชที่มากประสบการ์ณที่เราต้องยกเครดิตให้เขา

3. การขาดหายไปของเจไม่ได้ทำให้ไทยอ่อนลงไปเท่าไรเพราะนักเตะไทยพร้อมเเล้วกับคำว่า "ระบบลิเบอโร่"
คำว่า “Libero” มาจากรากศัพท์ภาษาอิตาเลี่ยน ที่แปลว่า “ฟรีหรือไม่ตายตัว” โดยผู้่ที่นิยามคำนี้ขึ้นมาคือ จานนี่ เบรร่า อดีตผู้สื่อข่าวกีฬาชื่อดังของอิตาลี ก่อนที่เจ้าคำๆ นี้จะถูกนำมาใช้แพร่หลายที่เยอรมัน ในช่วงปลายยุค 80  คำว่า "ลิเบอโร่" หากพูดกันในอิตาลีอาจหมายถึงตำแหน่งกองหลังตัวสุดท้ายที่เป็นตัวเก็บกวาดและเป็นเกราะคุ้มกันให้แก่นายทวารแต่ในโลกฟุตบอลปัจจุบัน ลิเบอโร่เองถูกนำมาใช้ในแบบที่เเตกต่างหลากหลายออกไปกว่าเเต่ก่อนมาก

ครั้งนึงในขณะที่วงการฟุตบอลกำลังตื่นตากับความมหัศจรรย์ของ ดิเอโก้ มาราโดน่า ตำนานหัตย์พระเจ้า และ ความยิ่งใหญ่ของเอซีมิลาน ในการเป็นจ้าวยุโรปพร้อมกับการผงาดขึ้นมาของฮอลแลนด์และสามทหารเสือดัตซ์ ที่ต่างมีทีเด็ดในเรื่องของแทคติกโซนนิ่ง,เพรสซิ่งและโททัลฟุตบอลแต่หลังจากครองความยิ่งใหญ่ได้ไม่นาน ความเปลี่ยนแปลงของวงการฟุตบอลก็เริ่มขึ้นเมื่อประเทศเยอรมัน มหาอำนาจทางฟุตบอลได้คิดค้นระบบที่ออกแบบมาให้พวกเขาใช้เองโดยเฉพาะ นั่นคือ “ระบบลิเบอโร่” จนสร้างความยิ่งใหญ่ถึงจุดสูงสุดให้แก่พวกเขาในช่วงต้นยุค 90 และสร้างนักเตะระดับตำนานอย่างฟร้านซ์ เบคเค่นบาวเออร์ และโลธาร์ มัทเธอุส จนสามารถพาทีมครองอำนาจในโลกลูกหนังได้สำเร็จ

แม้กระทั่งในยุคที่ลีกอังกฤษเฟื่องฟู หลายสโมสรในระดับต้นๆของลีกต่างควานหาหรือปั้นนักเตะในอะเคเดมี่ของตนเองเพื่อมารับบทบาทนี้ ยุคนึงที่ทั้งเเมน ยูไนเต็ด, ลิเวอพูล หรือเเม้กระทั่งเชลซีเองเฟื่องฟูอย่างขีดสุด ปฎิเสธไม่ได้เลยว่าทีมเหล่านี้มีตัวลิเบลโร่ดีๆในทีมคอยเป็นตัวขับเคลื่อนเช่น อลอนโซ่, แลมพาร์ต, สโคลล์ หรือ แม้กระทั่ง สตีเวน เจอร์ราร์ด



ทีมไทยเมื่อวานนี้มอบหมายให้อุ้มลงเล่นแทนในตำแหน่งเจ(ในวันที่เจป่วย..ซึ่งผมอยากบอกน้องJว่าพักบ้างก็ได้...บ่เป็นหยั่ง เฮาเข้าใจ) นี่ไม่ใช่ครั้งเเรกที่อุ้มรับบทบาทใหม่ เราเห็นได้จากในช่วงหลังว่าอุ้มถูกจับให้เล่นในตำแหน่งที่ไม่ใช่เเบ็คซ้ายอีกเเล้ว ยิ่งไปกว่านั้นยังถูกดันให้หุบมาเข้ากลางในบางครั้งที่ทีมไทยต้องการเล่นเกมรุก เราคงปฎิเสธไม่ได้ว่าการผ่านบอลของอุ้มในหลายจังหวะสร้างมิติอย่างมากต่อทีมชาติไทยและความเเน่นอนในการส่งบอลก็อยู่ในระดับไว้ใจได้แล้วทำไมล่ะ อุ้มจะเล่นบทบาทเป็นลิเบอโร่ของทีมไม่ได้ (เกมเมื่อวาน...สำหรับผม...อุ้มไม่ได้ลงมาเพื่อเป็นตัวตายตัวแทนของเจเพียงอย่างเดียวแต่เขายังเเสดงให้เห็นว่านักเตะไทยไม่ยึดติดกับตำแหน่งและมีความเป็นมืออาชีพพอสำหรับงานที่เขาได้รับจากโค้ช)

หลายครั้งที่จังหวะที่ไทยได้บุก บอลเริ่มต้นหรือการสร้างโอกาสมักมาจากอุ้ม ในขณะที่ลุงมิโลวางแคมป์และนิวให้เป็นตัวเพลสและตัวตัดเกม อุ้มเองถูกวางให้เป็นตัวฟรีเเละเข้าไปเสริมในทุกจังหวะ โผล่ตรงนั้นบ้าง ตรงนี้บ้าง แม้กระทั่งถอยลงมาเล่นเกมรับเมื่อทีมเสียบอลก็มีให้เราเห็น นี่คือสิ่งที่แฟนบอลจะได้เห็นต่อจากนี้ โค้ชมิโลวานมักจะพูดไว้อย่างสำคัญว่าไทยเองมีศักยภาพที่จะก้าวขึ้นไปเป็นแถวหน้าของทวีปได้และนักเตะไทยมีศักยภาพเพียงพอให้ไปถึงจุดนั้นเพียงเเต่ต้องเริ่มต้นเรียนรู้อะไรบางอย่างๆเป็นระบบและมืออาชีพ สิ่งที่ผมคิดนั่นคือ "วิธีการเล่นและทัศนคติ" มีหลายท่านรวมไปถึงโค้ชบางคนเลือกนักเตะให้เล่นในตำแหน่งที่ไม่ตรงกับตำแหน่งประจำของตัวเองในสโมสรแล้วผลงานของทีมก็ออกมาเละเทะจนต้องยอมกลับไปจับลงเล่นในตำแหน่งเดิมแต่ก็มีบางคนที่ในทีมชาติ โค้ชทีมชาติให้เล่นในตำแหน่งใหม่แล้วดันสร้างความเเตกต่างให้แก่ทีมได้จนในระดับสโมสร โค้ชสโมสรต้องยอมให้นักเตะเล่นตามทีมชาติ นั่นเพราะโค้ชไม่รู้ศักยภาพในข้อเด่นของนักเตะรายนั้นๆจริงหรือมีทัศนคติไม่เปิด แต่เรื่องนี้ไม่เกิดขึ้นที่ทีมชาติไทยชุดทีมงานลุงไมโล นี่คือสิ่งที่ทั้งแฟนบอล, ตัวนักเตะ, โค้ชไทยบางคนต้องเรียนรู้

เกมกับเคนย่า ยังไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นแต่ที่เเน่ๆ ถ้าวันนั้นผลงานดันออกมาดี ผมคิดว่าบางทีเรื่องสัญญาของทีมงานลุงมิโลวาน ราเยวัช อาจได้ข้อสรุปหลังจากจบเกมนี้และบางทีเราอาจเห็นอะไรใหม่ๆ (นอกจากโลโก้บนอกเสื้อที่สมค.กำลังพิจารณาอยู่) กับทีมชาติไทยแบบมีความหวังหลังจากนี้ (ทั้งวิธีการเล่น, ตัวนักเตะที่เรียกเข้ามา, ผลสกอร์ที่น่าประหลาดใจกับทีมชั้นนำทวีปและสุดท้ายอาจเป็นการกลับมาของความจุในสนามราชมังฯ)

WE ARE THAILAND, WE CHEER THAILAND
WE ARE THAILAND, WE CHEER THAILAND

ผิดพลาดอย่างไร ขอกราบอภัยมา ณ ที่นี้
ที่มาข้อมูล: https://thesefootballtimes.co/2015/08/12/the-libero-footballs-forgotten-man/
https://theconventionalplaymaker.wordpress.com/2016/04/11/positions-explained-the-libero/
https://sport.mthai.com/sport-variety/187212.html
http://fathailand.org/news/1320
https://en.wikipedia.org/wiki/Japan_national_football_team_results_(2010%E2%80%9319)#2016
https://en.wikipedia.org/wiki/2016_South_Korea_national_football_team_season
https://en.wikipedia.org/wiki/2015_South_Korea_national_football_team_season
https://en.wikipedia.org/wiki/2014_South_Korea_national_football_team_season
https://en.wikipedia.org/wiki/South_Korea_national_football_team#Recent_results_and_fixtures


    
บันทึกการเข้า
supakiat88
Sr. Member
****

คะแนนความรัก: +43/-16
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,207



เว็บไซต์
| | |
« ตอบ #1 เมื่อ: ตุลาคม 06, 2017, 03:07:00 PM »

+1 ครับ
บันทึกการเข้า

นักปราชญ์ควรรู้ว่าเมื่อไหร่ควรหยุด
Silp Foto
Sr. Member
****

คะแนนความรัก: +54/-94
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,584



| | |
« ตอบ #2 เมื่อ: ตุลาคม 06, 2017, 03:34:17 PM »

+527 
บันทึกการเข้า

siamesecat
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +445/-334
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,457



| | |
« ตอบ #3 เมื่อ: ตุลาคม 06, 2017, 03:40:37 PM »

คะแนนฟีฟ่าเดย์หนนี้ ต่อให้ชนะเคนยา ก็ยังไม่แซงเวียดนามมั้ยครับ
บันทึกการเข้า

What doesn't kill you makes you stronger, stronger
Koragap
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +150/-302
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,150


| | |
« ตอบ #4 เมื่อ: ตุลาคม 06, 2017, 04:04:18 PM »

ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
KIDMOMMAM
Full Member
***

คะแนนความรัก: +46/-51
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 991


| | |
« ตอบ #5 เมื่อ: ตุลาคม 06, 2017, 05:14:45 PM »

การเจอเคนย่า อันนี้หน้าสนใจว่าทีมงานระดับมืออาชีพเขาทำการบ้านกันยังไง เพราะเชื่อว่าหลายคนแฟนบอลก็คงไม่เคยเห็นเล่นและไม่คุ้นเวลาเจอกันกับทีมที่ไม่คุ้นทางทีมงานเขาจะไปค้นข้อมูล แล้วเอาแผนไหนมาสู้ให้เราได้เห็น สำหรับคนดูบอลหรือแฟนบอลที่ติดตามพัฒนาการของทีมชาติอย่างเรามันน่าสนใจมาก
บันทึกการเข้า
Mamagoto
Full Member
***

คะแนนความรัก: +31/-118
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 736


| | |
« ตอบ #6 เมื่อ: ตุลาคม 06, 2017, 06:05:54 PM »

อื้มจิงอุ้มทำพอได้แต่บางครั้ง เพื่อนก็ไม่เข้าใจ อุ้ม เพราะมุมมองบางอย่างยังติดอยุ่กับอุ้มตรงปีก
บันทึกการเข้า
Jone500
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +272/-973
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,488



| | |
« ตอบ #7 เมื่อ: ตุลาคม 06, 2017, 07:33:37 PM »

เป็นคนที่ถนัดซ้ายอย่างเดียว จ่ายบอลด้วยเท้าขวาไม่ได้เลย ต้องหาเหลี่ยมหาช่องทำให้เสียเวลาไป1จังหวะเสมอๆคู่แข่งเดาทางง่าย  ไม่เหมือนเจ้าเจเล่นได้2เท้า ทำให้ออกบอลได้เร็วและคู่แข่งจับทางยาก
บันทึกการเข้า
pongonwon
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +317/-972
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,738



| | |
« ตอบ #8 เมื่อ: ตุลาคม 06, 2017, 07:46:41 PM »

เมื่อวานเหมือน โค้ชบอกว่าครึ่งหลังเซฟตัว
(อันนี้ผมเดา)
ผมดูทรงบอลเหมือน เล่นแบบซ้อม ถ้าบดจริงๆ
ผมว่า4ลูกมีแน่ๆ
เราห่างจากพม่าเยอะเลยครับ จากการดูเกมเมื่อวาน
เหมือนจะยิงเมื่อไหรก็ยิงได้
บันทึกการเข้า
nolife
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +177/-46
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,917



| | |
« ตอบ #9 เมื่อ: ตุลาคม 06, 2017, 07:55:43 PM »

อุ้มไม่เหมาะกะแบ็คตั้งแต่แรก เพราะอุ้มไม่พยายามโหม่ง
บันทึกการเข้า

คิดว่าโพสถ่อยๆแล้วเท่ห์เหรอ..

PATRIOT of SIAM
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +172/-100
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,016


| | |
« ตอบ #10 เมื่อ: ตุลาคม 06, 2017, 08:20:32 PM »

โค้ชราเยวัช จัดตัวผู้เล่นได้อย่างลงตัว สมกับระดับยูฟ่า โปรไลเซนต์

สิ่งหนึ่งที่ไทยควรต้องทำให้ดีขึ้นอีก คือสปีดบอล กับ ความแน่นอน  และความเร็วในการรุกรับทั้งแผง
บันทึกการเข้า
DrummerOat
Sr. Member
****

คะแนนความรัก: +48/-25
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,313



| | |
« ตอบ #11 เมื่อ: ตุลาคม 07, 2017, 11:44:13 AM »

ครับผม
บันทึกการเข้า

sakoncity
เชียร์บอลไทยไปด้วยกัน
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +310/-153
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,572



| | |
« ตอบ #12 เมื่อ: ตุลาคม 07, 2017, 02:37:52 PM »

+1 บทความทรงคุณค่าอีกหนึ่งกระทู้
ท่านakinson149เป็นคนอีสานรึเปล่า มีข้อความ บ่เป็นหยั่ง เฮาเข้าใจ ด้วย^ ^
บันทึกการเข้า

KAMOLinNK
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +581/-119
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,292



| | |
« ตอบ #13 เมื่อ: ตุลาคม 07, 2017, 09:23:16 PM »

+อ่านเพลินเลยครับ
บันทึกการเข้า
paradize_9 level
Jr. Member
**

คะแนนความรัก: +30/-7
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 323


| | |
« ตอบ #14 เมื่อ: ตุลาคม 07, 2017, 10:42:58 PM »

+1 บทความทรงคุณค่าอีกหนึ่งกระทู้
ท่านakinson149เป็นคนอีสานรึเปล่า มีข้อความ บ่เป็นหยั่ง เฮาเข้าใจ ด้วย^ ^

เพลงนี้กำลังดังครับ...ฮรี่ๆๆ
https://www.youtube.com/watch?v=8bSlMdtxsEA
บันทึกการเข้า
๕ แพะ
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +2279/-2383
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 33,290



| | |
« ตอบ #15 เมื่อ: ตุลาคม 08, 2017, 08:00:21 AM »

ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า



"คนไร้ฝัน ชิวิตวันๆหมกมุ่นอยู่แต่กับความเป็นจริง"
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  




Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!