Thailandsusu Webboard
ตุลาคม 20, 2017, 07:23:57 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน Gallery เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ---ชาวสวนมะพร้าวราชบุรี อ่วม "ล้งจีน" ตัวการคุมกลไกตลาด---  (อ่าน 3114 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
sakoncity
เชียร์บอลไทยไปด้วยกัน
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +301/-133
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,314



| | |
« เมื่อ: กันยายน 22, 2017, 03:45:18 PM »

“ล้งจีน” คำซ้ำ ๆ ที่ระยะหลัง ๆ ได้ยินกันถี่ ๆ ทั้งจากกรณีของ “ทุเรียน-มังคุด-ลำไย-กล้วย” ที่ตอนนี้บุกถึง “ตลาดมะพร้าวน้ำหอม” แล้ว!!



"ปั่นป่วนไปทั้งตลาดจากการทุ่มราคาของล้งจีน ตอนแรกชาวสวนก็แฮปปี้ดี เพราะขายได้ราคา แต่ตอนนี้เริ่มจะเจื่อน ๆ เพราะถูกเบรกออร์เดอร์ทั้งหมด เนื่องจากที่จีนขณะนี้กำลังเข้าฤดูหนาว"

เกี่ยวกับสินค้าเกษตร อย่าง “มะพร้าวน้ำหอม” นั้น ต้องยอมรับว่าช่วง 3-4 ปีมานี้ได้รับการจับตาว่า จะเป็นสินค้าเกษตรดาวรุ่ง (Rising Star) ของไทย เนื่องจากมะพร้าวน้ำหอมไทยได้รับความนิยมสูงจากผู้บริโภคในตลาดต่างประเทศ โดยในแต่ละปีคาดว่าน่าจะมีมูลค่าส่งออก แตะ ๆ ระดับหลักร้อยล้านขึ้นไป โดย “ราคาต่อลูก” ในต่างประเทศนั้น มะพร้าวน้ำหอมแบบปอกเปลือกหรือแบบผลนั้น มีราคาซื้อกันสูงถึงลูกละเกือบ หรือเกิน 100 บาท!!! ซึ่ง “ปัจจัยด้านราคา” นี้เองเป็นเหตุผล ที่ทำให้ “ล้งจากจีน” บุกเข้ามาตั้งล้งในไทย

เท่าที่ทราบแถว ๆ อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี โดยเฉพาะตามถนนสายดำเนินสะดวก-บางแพ ที่เป็นแหล่งปลูกมะพร้าวน้ำหอมแหล่งใหญ่ ตรงนี้จะมีล้งจีนเยอะ โดยมีทั้งล้งที่เป็นของคนจีนเอง รวมถึงล้งไทยที่เป็นมือปืนให้กับล้งจีนอีกต่อหนึ่ง แต่ตอนนี้ล้งไทยพวกนี้ก็เริ่มแย่แล้ว เพราะจีนเบรกออร์เดอร์ไว้ สะท้อน “ตลาดมะพร้าวน้ำหอมไทย” ตอนนี้ ที่มี “ล้งจีน” เป็นตัวการ “ควบคุมกลไกตลาด” เป็นข้อมูลที่แหล่งข่าวรายนี้ได้ระบุเอาไว้

จริง ๆ ปัญหาจากล้งจีนนั้นเพิ่งจะปรากฏชัดในระยะไม่กี่ปีมานี้ โดยแต่ก่อนนั้น ก่อนที่จะปรับเปลี่ยนรูปแบบมาเป็นล้งมะพร้าวน้ำหอมในปัจจุบัน เคยเป็น “กลุ่มเทรดเดอร์” ที่รับซื้อมะพร้าวน้ำหอมจากคนไทยมาก่อน ต่อมาเมื่อเริ่มมีความรู้เกี่ยวกับวิธีการดูและเลือกมะพร้าวมากขึ้น และมีคอนเนคชั่นกับล้งไทย หรือเจ้าของสวนมะพร้าวเพิ่มขึ้น จึงพัฒนามาเป็นการ “ตั้งโรงงาน-ตั้งล้ง” ขึ้นเป็นเรื่องเป็นราว ซึ่ง “ล้งจีน” นี้ผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ดช่วง 2-3 ปีนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เพิ่มขึ้นมากเมื่อปีที่แล้ว หรือปี 2558 หลังจากที่... ราคามะพร้าวน้ำหอมสูงเป็นประวัติการณ์!!!

ตอนนั้นพ่อค้าไทยถูกล้งจีนทุ่มตลาดมาก ๆ ซึ่งราคา 30 กว่าบาทนี้เป็นราคาหน้าสวน และยังเป็นมะพร้าวลูกเขียว ๆ อยู่เลย จนทำให้พ่อค้าไทยถอดใจ ซึ่งด้วยต้นทุนที่สูงขนาดนี้ ยอมรับเลยว่า... สู้ไม่ไหว เพราะถ้าต้องซื้อราคาขนาดนี้ แล้วต้องขายเท่าไหร่ ถึงคุ้มทุน หลายคนเลยทำใจในช่วงนั้น ยอมที่จะไม่มีของมาขาย ...แหล่งข่าวคนเดิมระบุ

พร้อมกับกล่าวแบบทำใจว่า... ตอนที่มะพร้าวน้ำหอมราคาพุ่ง ราคาพีคสุดนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นช่วงใกล้ ๆ เข้าสู่ฤดูร้อน หรือราว ๆ เดือน มิ.ย. ที่มะพร้าวน้ำหอมจะเป็นที่ต้องการของตลาดเป็นอย่างมาก แต่ในช่วงหน้าฝน หรือพ้นจากช่วงฤดูร้อนแล้ว ราคาก็จะดิ่งวูบลงมาเหลือเพียงแค่ลูกละประมาณ 10 กว่าบาทเท่านั้น อย่างตอนนี้ ประเทศจีนกำลังเข้าสู่หน้าหนาว ทำให้ล้งจีนที่เคยเป็นขวัญใจหยุดสั่งซื้อมะพร้าวน้ำหอมทั้งหมด เพราะตลาดที่จีนยังไม่เปิด ทั้ง ๆ ที่ช่วงนี้เป็นช่วงที่มะพร้าวให้ผลผลิตมาก ซึ่งพอสถานการณ์เป็นแบบนี้ คนที่แย่ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น “ชาวสวนมะพร้าวน้ำหอม” นั่นเอง เพราะ มีของ แต่ไม่มีคนซื้อ

’ที่แย่ไม่ได้เฉพาะแค่ชาวสวน ตอนนี้ล้งไทยที่เป็นมือปืนให้ล้งจีนก็แย่ เพราะออร์เดอร์ไม่มีมาเลย ในขณะที่ของมีล้นตลาด เราจึงรับซื้อไว้ โดยตอนนี้ ผู้ประกอบการไทยส่วนใหญ่แก้ปัญหาที่เกิดขึ้นด้วยการลงทุนในเรื่องของโรงรักษาอุณหภูมิ เพื่อใช้เก็บมะพร้าวเหล่านี้ไว้ รอเวลาออกมาขาย ในช่วงที่มะพร้าวน้ำหอมถูกทุ่มราคาซื้อในฤดูร้อน“ ...เป็นอีกประเด็นจากสถานการณ์มะพร้าว “ถูกทุ่มตลาด-ถูกกว้านซื้อ” อันเกิดจาก “ล้งจีน”

นอกจากกรณี “ล้งจีน” ทำให้กลไกตลาดเพี้ยนไป และตัดโอกาสตลาดมะพร้าวน้ำหอมในประเทศแล้ว แหล่งข่าวรายนี้ยังมองว่า... ที่น่ากังวลเป็นพิเศษคือ จำนวนสวนมะพร้าวที่เพิ่มขึ้นในระยะ 2-3 ปีมานี้ หลังจากที่มะพร้าวน้ำหอมมีราคาดี จนทำให้เกษตรกรหลาย ๆ คน จากเดิมที่เคยปลูกพืชชนิดอื่น ๆ ก็หันมาปลูกมะพร้าวน้ำหอมมากขึ้น สังเกตจาก “ราคาต้นพันธุ์” ที่แต่เดิมซื้อขายกันต้นละ 10-45 บาท แต่เดี๋ยวนี้ บางช่วงมีราคาขายต่อต้นสูงถึงเกือบ 100 บาท ที่สำคัญ ขณะนี้ยังไม่มีหน่วยงานรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ “จำนวนและปริมาณมะพร้าวน้ำหอมในตลาด” ซึ่งการขาดข้อมูลนี้ ...ก็เหมือนคนที่เดินในความมืด

เข้าใจดีถึงกลไกการค้าเสรี แต่ที่แปลกใจคือ หากมะพร้าวน้ำหอมเป็นสินค้าเกษตรดาวรุ่ง บอกว่า... ไทยจะเป็นฮับมะพร้าวน้ำหอม หรือมะพร้าวน้ำหอมเป็นสินค้าส่งออกสำคัญของไทย แต่ไหง?...ถึงไม่มีหน่วยงานดูแลเรื่องนี้ นี่รวมถึงข้อมูลที่ผู้ประกอบการจะใช้อ้างอิงในการวางแผน ทั้งการปลูก ทั้งการผลิตสินค้า ก็ยังไม่มีเลย ทุกวันนี้ แม้แต่ราคาซื้อขายกลาง ยังต้องอ้างอิงจากตลาดไทเลย“ ...เป็น “ข้อสงสัย” จากคนในวงการ “มะพร้าวน้ำหอม” รายนี้

ที่มา  http://news.rbvariety.com/hot-news/59-652.html

รู้สึกว่าพวกนี้บุกที่ไหนเจ๊งที่นั้นนะ รัฐบาลดูแลหน่อยครับ 
บันทึกการเข้า

kik2508
Jr. Member
**

คะแนนความรัก: +33/-16
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 288


| | |
« ตอบ #1 เมื่อ: กันยายน 22, 2017, 04:17:04 PM »

ขอบคุณครับ ล้งจีนคือ พ่อค้าคนกลางคนจีนเปล่าครับ
บันทึกการเข้า
Bob_Sothorn
Sr. Member
****

คะแนนความรัก: +145/-74
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,826


| | |
« ตอบ #2 เมื่อ: กันยายน 22, 2017, 04:23:00 PM »

  เยี่ยมครับข้อมูล แน่นมาก

พอดี ที่แปดริ้ว บ้านผม มีคนจีน มาเช่าที่ ปลูกกล้วย หอม  สุดลูกหูลูกตา เหมือนกัน  ส่วนพวก เงาะ ลำใย เห็นทางญาติๆ ทางจันทบุรี ตราด บอกว่า พ่อค้าจีน มาเหมาให้ราคาดี ถึงสวน  มันก็มีทั้งข้อดี และข้อเสีย เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับว่า หน่วยงานที่ดูแล จะมีมาตรการ ป้องกัน หรือ ช่วยแนะนำ วิธีการที่จะรับมือยังไง ให้ชาวสวนอยู่ได้
 
บันทึกการเข้า
Jone500
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +269/-953
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 3,399



| | |
« ตอบ #3 เมื่อ: กันยายน 22, 2017, 05:43:05 PM »

ลุงตู่เพิ่งสนับสนุนให้ปลูกมะพร้าวไปหยกๆ  ตลาดจะพังแล้วหรือ 
บันทึกการเข้า
Sawang magg
เชียร์บอลไทยไม่เสียตังค์
Full Member
***

คะแนนความรัก: +43/-90
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 712


| | |
« ตอบ #4 เมื่อ: กันยายน 22, 2017, 05:57:17 PM »

สระแก้ว จันทบุรี ล้งลำใยของจีนทั้งนั้น คนไทยต้องมากินของคัดเกรด
บันทึกการเข้า
Playmaker_No.10
Full Member
***

คะแนนความรัก: +27/-28
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 791



| | |
« ตอบ #5 เมื่อ: กันยายน 22, 2017, 06:33:53 PM »

บ้านเรา เกษตกรลืมตาอ้าปากยากจริงๆ ทั้งๆที่เป็นคนผลิต แต่แทบทุกสินค้า ไม่มีสิทธิกำหนดราคาเองเลย มีแต่พ่อค้าคนกลางหรือนายทุนเท่านั้นที่รวย
บันทึกการเข้า
chakaka
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +110/-258
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,039


| | |
« ตอบ #6 เมื่อ: กันยายน 22, 2017, 07:10:17 PM »

ดีปลีจาก140 เหลือ80
บันทึกการเข้า
ลูฟี่
รักท่านวีวี เป็นมิตรที่ดีกับ japan_xi
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1471/-931
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 15,476


เปิดไม่ได้ทุกคำถามเพราะทำไม่เป็น


| | |
« ตอบ #7 เมื่อ: กันยายน 23, 2017, 01:42:29 AM »

เยี่ยมครับข้อมูล แน่นมาก

พอดี ที่แปดริ้ว บ้านผม มีคนจีน มาเช่าที่ ปลูกกล้วย หอม  สุดลูกหูลูกตา เหมือนกัน  ส่วนพวก เงาะ ลำใย เห็นทางญาติๆ ทางจันทบุรี ตราด บอกว่า พ่อค้าจีน มาเหมาให้ราคาดี ถึงสวน  มันก็มีทั้งข้อดี และข้อเสีย เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับว่า หน่วยงานที่ดูแล จะมีมาตรการ ป้องกัน หรือ ช่วยแนะนำ วิธีการที่จะรับมือยังไง ให้ชาวสวนอยู่ได้
 
สวนตรงไหนครับ  อยากไปดูเหมือนกัน
บันทึกการเข้า

ผู้ชายในฝันคือคุณชายหม่อมราชวงศ์พุฒิภัทร  แต่ คุณชายหม่อมราชวงศ์  สุขุมพันธ์  บริพัตร  นั่นคือความจริง
ลี้คิมฮวงคือตำนานมีดบิน    นายกีวีคือตำนานพ่อพระวงการฟุตบอลไทย
tcc3350
Full Member
***

คะแนนความรัก: +59/-113
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 930


| | |
« ตอบ #8 เมื่อ: กันยายน 23, 2017, 04:59:59 AM »

ลุงตู่เพิ่งสนับสนุนให้ปลูกมะพร้าวไปหยกๆ  ตลาดจะพังแล้วหรือ 
มะพร้าวแกง สิครับมันจึงจะยั่งยืน
บันทึกการเข้า
thon law
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +732/-1257
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,786


new world order


| | |
« ตอบ #9 เมื่อ: กันยายน 23, 2017, 07:45:29 AM »

ถ้าไม่ให้ชาวสวนขายล้งจีนก็ไม่ได้อีก ราคาเขาล่อตาขนาดนั้น มุขทุ่มตลาดของจีนใช้มากี่สิบปีแล้วแต่ก็ยังใช้ได้ตลอด ถ้าจะแก้โดยรวมกลุ่มกำหนดโควต้าคนที่เสียผลประโยชน์หรือโควต้าไม่ได้ก็มาโวยวายว่าไม่โปร่งใสอีก จะให้คัดเกรดเอขายคนไทยก็ไม่ได้อีก คนไม่กินกัน ไม่ใช่คนไม่มีตังค์จะหาซื้อนะ แต่กระแสไม่ได้ เหมือนทุดรียนหลงลับแล พอมาให้นักข่าวคนดังบอกอู้หูอร่อยมากๆ ลูกละพันยังต่อแถวเหมือนแจกฟรี เรื่องนี้มันก็ล้อกับเรื่องบอลลีคไทยอยู่เหมือนกันนะครับ การตลาดในเชิงธุรกิจล้วนๆครับ คุณภาพจะเป็นรองกระแสเสมอ
บันทึกการเข้า

how u live and how u fly , smiles u give and tears u cry , and all u touch and all u see , is all u life will ever be
331807
Sr. Member
****

คะแนนความรัก: +54/-107
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,209


กรูปรีพลัดถิ่น 132


เว็บไซต์
| | |
« ตอบ #10 เมื่อ: กันยายน 23, 2017, 08:34:59 AM »

สาเหตุหลักคือภาครัฐไม่ได้ลงมาแก้ปัญาอย่างจริงจัง คือบอกให้ปลูกพอปลูกมากก็ล้นตลาด ราคาถูก ชาวสวน ชาวนาก็ขาดทุน การทำไร่ทำนาทำสวน มันก็เหมือนทำธุรกิจ ต้องอธิบายให้เขาฟัง เกษตรอำเภอ เกษตรตำบล รวมถึงเกษตรจังหวัดไม่แน่ใจเคยลงมาดูแลหรือบอกชาวบ้านเปล่า สำคัญที่สุดคือต้องมีตลาดรองรับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์คือกระทรวงที่ต้องรับผิดชอบ สอดส่องดูแล และประสานงานกับภาครัฐ และเกษตกร ตั้งแต่เกิดมา เห็นราคาข้าวแล้วปวดใจ แทนที่รัฐจะเป็นผู้กำหนด กับเป็นโรงสีหรือพ่อค้าคนกลาง มันก็คงไม่ต่างจาก ชาวสวนกล้วย ชาวสวนมะพร้าว ชาวสวนอ้วยเท่าไหร่ มันถึงเวลแล้วที่รัฐต้องทำ ระบบการเกษตรแบบยั้งยืน อย่างน้อยๆต้องมีตลาดรองรับที่ชัดเจน
บันทึกการเข้า

กรูปรีพลัดถิ่น 132
sakoncity
เชียร์บอลไทยไปด้วยกัน
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +301/-133
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,314



| | |
« ตอบ #11 เมื่อ: กันยายน 23, 2017, 08:51:46 AM »

สุดยอดเทคโนโลยีการเกษตรที่อิสราเอล

โดย - ดลมนัส กาเจ

   เป็นที่ยอมรับทั่วโลกว่าอิสราเอล ซึ่งเป็นประเทศที่อยู่กลางทะเลทราย แต่สามารถพัฒนาด้านการเกษตรที่ประสบผลสำเร็จ และกลายเป็นประเทศที่นำเทคโนโลยรด้านการเกษตรที่ทันสมัยที่สุดประเทศหนึ่งของโลก

   ลองนึกดูซิครับว่า อดีตประเทศซึ่งเต็มไปด้วยทะเลทราย ภาพภูมิอากาศแห้งแล้งขาดแคลนน้ำ แลดินมีสภาพที่ไม่เหมาะสมกับการเพาะปลูก ในอดีตแทบต้นไม้ไม่ค่อยจะเห็น แต่ด้วยอดีตประเทศอิสราเอลในวงล้อมของประเทศศัตรูรอบด้าน ทำให้อิสราเอลต้องหาแนวทางในการที่จะผลิตอาหารให้เพียงพอบริโภคภายในประเทศด้วยด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีการเกษตรเพื่อเอาชนะดินทรายจนประสบผลสำเร็จ

   ความสำเร็จของการเกษตรในอิสราเอล นอกจากจะขึ้นอยู่กับความตั้งใจจริงแล้ว ยังขึ้นอยู่กับความสามารถของเกษตรกรและนักวิทยาศาสตร์ผู้อุทิศตนเพื่อการพัฒนาทางการเกษตรของประเทศซึ่งมีพื้นที่มากกว่าคร่งเป็นทะเลทราย สิ่งเหล่านี้เองที่เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าคุณค่าที่แท้จริงของแผ่นดินขึ้นอยู่กับว่าเราจะใช้ประโยชน์อย่างไรบนผืนดินนั้นนั่นเอง

   พูดถึงอิสราเอล ชาวยิว เชื่อกันว่า“อิสราเอล” เป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่พระเจ้าประทานมาด้วยทำเลที่ตั้งที่อยู่กึ่งกลางระหว่างสามทวีป คือยุโรป เอซีย และแอฟริกา มีประวัติศาสตร์ของ 3 ศาสนา คือคริสต์ อิสลาม และ ยูดาห์(ยิว)อยู่ในประเทศแห่งนี้ จัดอยู่ในกลุ่มประทเศตะวันออกกลาง ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของทะเลเมดิตอร์เรเนียน มีพรมแดนติดกับเลบานอน ซีเรีย จอร์แดนและอียิปต์ มีประชากรราว 6.7 ล้านคน 

   สภาพภูมิประเทศค่อนข้างแคบและยาว มีความยาวประมาณ 470 กม. กว้าง 135 กม. ครึ่งหนึ่งของประเทศเป็นพื้นที่ทะเลทรายแห้งแล้ง แต่อิสราเอลก็พัฒนาระบบชลประทานน้ำหยดใช้น้ำกับพืชอย่างคุ้มค่าโดยใช้ระบบคอมพิวเตอร์ควบคุมการปล่อยน้ำ จนปลูกพืชผักส่งออกได้เป็นอันดับ 1 ในยุโรปในเวลานี้

   ความสำเร็จในการพัฒนาด้านการเกษตรของอิสราเอล เป็นที่สนใจของแวดวงการเกษตรทั่วโลกทำให้อิสราเอลจัดงาน"นิทรรศการเทคโนโลยีการเกษตรนานาชาติ" หรือ“Israel Agriculture Innovation &Agritech W giup" เรียกง่ายๆว่า "อะกรีเทค"(agritech) ขึ้นมาที่กรุงเทลอาวีฟ เป็นงานแสดงเทคโนโลยี่การเกษตรที่ครบวงจรเลยและจะจัด 3 ปีต่อครั้งครับ

   คราวแล้วทางสมาคมสื่อมวลชนเกษตรแห่งประเทศไทย ได้จัดนำคณะไปดูงานงานนี้ครับ พร้อมชมแปลงสาทิต รวมสถานประกอบการด้านการเกษตรหลายแห่ง ไปกัน 35 คน แวะไปดูงานและเที่ยวในจอร์แดนด้วย 2 วันเต็มๆ

    ปีนี้ทางอิสราเอลจะจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 19 แล้วระหว่างวันที่ 28-30 เมษายน 2558ณ.กรุง เทล-อา วีฟ ประเทศอิสราเอล ทางฝ่ายฝ่ายเศรษฐกิจและการค้า สถานทูตอิสราเอล ประจำประเทศไทย มาขอเรียนเชิญให้ทางสมาคมเกษตรฯจัดอีกครับ ในนามแขกของสถานฑูตอิสราเอล เพื่อท่านที่สจใจได้สัมผัสและเรียนรู้เทคโนโลยีล่าสุดทางด้านการเกษตรของประเทศอิสราเอล ในงานพบกับเครื่องมือและเทคโนโลยีด้านการเกษตรชั้นสูง การผลิตแบบประหยัด เทคโนโลยีด้านนิเวศน์วิทยาและสิ่งแวดล้อมเพื่อการเกษตร เทคโนโลยีชีวภาพ

    ความสำเร็จในการพัฒนาด้านการเกษตรของอิสราเอล ถึงขนาดเนรมิตรพื้นที่ทะเลทรายสามารถปลูกพืชผักส่งออกไปยุโรปเป็นอันดับ1 ในปัจจุบัน จนกลายเป็นสนใจของประเทศเกษตรกรรมทั้งหลายทั่วโลก ทางรัฐบาลอิสราเอลจึงมีการจัดงาน"นิทรรศการเทคโนโลยีการเกษตรนานาชาติ" ปีนี้ทางคุณบารัค ซาราบี ผู้ช่วยทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย ฝ่ายพาณิชย์ ได้ชักชวนให้สมาคมสื่อมวลชนเกษตรแห่งประเทศไทย นำคณะไปดูงานนี้ในนามแขกของสถานฑูตอิสราเอล

   สำหรับโปรแกรมที่ทางอิสราเอลกำหนดให้กับคณะจากประเทศไทย มีตั้งแต่เข้าชมงานนิทรรศการ ร่วมฟังสัมมนาวิชาการ เยี่ยมชมแปลงทดลอง ฟาร์ม หรือบริษัทต่างๆในหน่วยงานที่ท่านสนใจ รวมถึงประชุมภาคธุรกิจกับบริษัทต่างๆ

   ส่วนภายในงานมีการแสดงสุดยอดนวัตกรรมด้านกษรเกษตรที่น่าสนใจจริงคือ ฮอลล์ 1(Hall 1) เป็นการจัดระบบชลประทาน การจัดการน้ำเพื่อการเกษตรยั่งยืน, Hal 10 เป็นการแสดงด้านการเมล็ดพันธุ์ และ การเพราะเนื้อเยื่อ การอารักษ์ขาพืช เคมีพันธ์และปุ๋ย, ส่วนที่ Hall 11A เป็นอุปกรณ์ด้านปศุสัตว์ และ สัตวบาล,

   มีอีกโซนหนึ่งที่น่าสนใจคือ Hall 11B เป็นการแสดงเกี่ยวการเกษตรอินทรีย์ ระบบคอมพิวเตอร์เพื่อการเกษตรอย่างแม่นยำ (precise agriculture and computer) Maxidome Post Harvest & Food security, การวิจัยและพัฒนา นวัตกรรมและการทำเกษตรกรรมโดยการนำพลาสติกมาประยุกต์ใช้ และโซนนอกสถานที่จะเป็นโซนเครื่องมือเครื่องจักรการเกษตร และ โรงเรือน เป็นต้น

   พูดถึงความสำเร็จด้านการพัฒนาเทคโนโลยีการเกษตร เกิดมาจากที่อิสาราเอล มีความตั้งใจจะพัฒนาในทุกด้าน เพื่อที่จะจะให้ผลิตพืชผลให้มีคุรภาพดี และนำไปสู่การเพาะพันธุ์พืชหลากชนิดจำนวนมาก รวมถึงนวัตกรรมต่างๆ เช่น การคิดค้นสารบำรุงดินที่สามารถนำไปผสมดินในท้องถิ่งเพื่อเพิ่มผลผลิต และพยายามหาทางลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มพูนผลผลิตทางการเกษตรที่มีคุณภาพ

   ขณะเดียวกันก็หาวิธีประหยัดแรงงานของเกษตรกรไปพร้อมๆกันด้วย ด้วยการประดิษฐ์เครื่องมือการเกษตรและอุปกรณ์ไฟฟ้าใหม่ๆที่ได้นำไปใช้กันอย่างแพร่หลาย รวมถึงการทดลองต่างๆที่กระทำกันอย่างจริงจัง เพื่อก่อให้เกิดการพัฒนาด้านวิทยาการต่างๆในการเตรียมดิน ขุดดิน เพาะพันธุ์พืช ไถหว่าน คิดค้นระบบชลประทาน ระบบน้ำหยดที่ควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์เป็นต้น นอกจากนั้นยังมีเครื่องมือสำหรับรีดนมวัวและเก็บไข่ ระบบการให้อาหารและการจัดเก็บข้อมูลการผลิตด้วยคอมพิวเตอร์ อย่างมีประสิทธิภาพด้วย

   นอกจานี้ยังไปดูงานอีกหลายแห่ง อาทิ ที่คิบบุต ซึ่งเป็นจุดกำเนิดของระบบน้ำหยด ดูแปลงปลูกผักสารพัดชนิดเพื่อส่งออกยุโรป ซึ่งว่ากันว่าแหล่งเพาะปลูกแห่งนี้เป็นศูนย์เรียนที่นักศึกษาจากไทยไปฝึกงานกัน และที่ขาดไม่ได้ คือดูศูนย์กลางการผันน้ำจากแม่น้ำจอร์แดน เป็นระยะทางกว่า 6,500 กม.สู่ใจกลางในอิสราเอล รวมถึงการผันจากที่สูงบนดอดเขาเข้าสู่แหล่งเพาะปลูกทางการเกษตรด้วย

   การที่สมาคมสื่อมวลชนเกษตรแห่งประเทศไทย จะนำคณะไปดูงานสุดยอดเทคโนโลยีที่อิสราเอลในครั้งนี้ จะควบการการไปดูงานด้านการเกษตรกลางทะเลทรายที่อิยิปต์ด้วย ซึ่งอียิปต์นั้นเป็นประเทศที่ปลูกข้าวบริเวณริมแม่น้ำไนล์ได้ผลผลิตสูงที่สุดของโลก อย่างไม่น่าเชื่อ นอกจากนั้นจะไปดูการผันน้ำจากแม่น้ำไนล์สู่กลางทะเลทรายเพื่อการเกษตรอีกด้วย

   ไม่เพียงแต่ดูงานอย่างเดียวครับ งานนี้ท่องเที่ยวพักผ่อนอย่างจุใจ ตามสถานที่สำคัญ อย่างในอิสราเอลแหล่งเกิด 3 ศาสนา ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ทะเดเด็ดซี ล่องแม่น้ำไนล์ ชมปิรมิตรสิ่งมหัสจรรย์ของโลกเป็นต้น

   สนใจทริปดูงานสุดยอดเทคโนโลยีที่อิราเอล และดูการเกษตรกลางทะเลทรายในอียิปต์ ควบคู่กับการท่องเที่ยวเพื่อเป็นการพักผ่อนกับสมาคมสื่อมวลชนเกษตรแห่งประเทศไทย สอบถามได้ที่โทร.0-2940-5425-6 และ 08-6340-1713 รับจำนวนจำกัดครับ!

 ที่มา ....คมชัดลึก

คือรัฐบาลเราไปดูงานมานะ แต่กลับไม่นำระบบสหกรณ์ที่เค้าประสบผลสำเร็จมาใช้ที่บ้านเราเลย 
บันทึกการเข้า

Manoikub
Thailandsusu
Jr. Member
**

คะแนนความรัก: +1896/-133
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 577


| | |
« ตอบ #12 เมื่อ: กันยายน 23, 2017, 09:16:07 AM »

บ้านเรา เกษตกรลืมตาอ้าปากยากจริงๆ ทั้งๆที่เป็นคนผลิต แต่แทบทุกสินค้า ไม่มีสิทธิกำหนดราคาเองเลย มีแต่พ่อค้าคนกลางหรือนายทุนเท่านั้นที่รวย


จริงครับ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าเกษตรอะไร
ชาวสวน ชาวไน่ ชาวนา ไม่มีส่วนในการกำหนดราคา
เพราะเราไม่มีกลุ่มชาวสวนในสินค้านั้นๆ เพื่อกำหนดราคา
ในท้องตลาดเลย
เรามีแต่กลุ่มจอมปลอมที่มีพวกนายทุน
อยู่เบื้องหลังเพื่อกำหนดราคาในสินค้าเกษตรเพื่อไม่ให้มันมี
ราคาที่แพงมาก
แต่กลับกันคนที่รวยเอารวยเอาคือพ่อค้าคนกลาง
หรือกลุ่มนายทุนที่ส่งออกรวมตัวกันกดราคาสินค้าเกษตรให้ถูกลง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 23, 2017, 09:18:46 AM โดย Manoikub » บันทึกการเข้า
ลูฟี่
รักท่านวีวี เป็นมิตรที่ดีกับ japan_xi
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1471/-931
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 15,476


เปิดไม่ได้ทุกคำถามเพราะทำไม่เป็น


| | |
« ตอบ #13 เมื่อ: กันยายน 23, 2017, 09:22:56 AM »

บ้านเรา เกษตกรลืมตาอ้าปากยากจริงๆ ทั้งๆที่เป็นคนผลิต แต่แทบทุกสินค้า ไม่มีสิทธิกำหนดราคาเองเลย มีแต่พ่อค้าคนกลางหรือนายทุนเท่านั้นที่รวย


จริงครับ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าเกษตรอะไร
ชาวสวน ชาวไน่ ชาวนา ไม่มีส่วนในการกำหนดราคา
เพราะเราไม่มีกลุ่มชาวสวนในสินค้านั้นๆ เพื่อกำหนดราคา
ในท้องตลาดเลย
เรามีแต่กลุ่มจอมปลอมที่มีพวกนายทุน
อยู่เบื้องหลังเพื่อกำหนดราคาในสินค้าเกษตรเพื่อไม่ให้มันมี
ราคาที่แพงมาก
แต่กลับกันคนที่รวยเอารวยเอาคือพ่อค้าคนกลาง
หรือกลุ่มนายทุนที่ส่งออกรวมตัวกันกดราคาสินค้าเกษตรให้ถูกลง

 ทำไมเกษตรทำไม่ไ่ด้  


   ปัญหาใหญ่คือเกษตรกรไม่ใช่พ่อค้าอาชีพไงครับ     การขายของไม่ใช่เรื่องง่ายหรือใคร ๆ ก็ทำได้    สมัยนี้คนยังเข้าใจผิดเรื่องนี้กันอยู่มาก   ออกจากงานมาขายของ  เวลาว่างมาขายของ    หาอาชีพเสริมก็ขายของ           แต่คนประสบความสำเร็จ  ๆ  จริง  จะมีไม่มาก
เพราะฉะนั้นเมื่อเกษตรกรไม่มีอำนาจแบบนี้จึงต้องมีคนกลางเข้ามาจัดการควบคุมกลไกเหล่านี้           แต่เรื่องพวกนี้ภาครัฐต้องเข้ามาช่วยด้วยถ้าไม่เข้ามาเลยปล่อยเสรีทุกอย่าง     กลไกจะบิดเบือนไปมาก คนร่ำรวยจะมีแค่ไม่กี่กลุ่ม 
บันทึกการเข้า

ผู้ชายในฝันคือคุณชายหม่อมราชวงศ์พุฒิภัทร  แต่ คุณชายหม่อมราชวงศ์  สุขุมพันธ์  บริพัตร  นั่นคือความจริง
ลี้คิมฮวงคือตำนานมีดบิน    นายกีวีคือตำนานพ่อพระวงการฟุตบอลไทย
konnaemean
Full Member
***

คะแนนความรัก: +43/-58
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 902


| | |
« ตอบ #14 เมื่อ: กันยายน 23, 2017, 09:23:34 AM »

รัฐบาลใช้งบในการดูงานต่างๆทั่วโลกมามากมาย     ทุกสมัย ทุกรัฐบาล   ไม่ค่อยจริงจังและส่งเสริมเท่าไหร    อันนี้เป็นประเด็นหลัก เกษตรกรหรือชาวนาที่ไม่ได้มีความรู้มากมายอะไร    ก็ทำตามมี ตามเกิด หรือตามฤดูกาล  กู้หนียืมสินมาทำ  สุดท้ายผลผลิตไม่ได้ตามเป้า  ก็กลายเป็นหนี้สิน  แต่ก็ต้องทำต่อไป  เพราะไม่ได้มีอาชีพอื่น    ยกตัวอย่าง ชาวนา  ถึงหน้าทำนา  เขาก็ต้องทำนา  ตามฤดูกาล   เพราะเขาคือ ชาวนา (ผลิตข้าวให้คนกินทั้งประเทศ  แต่ยังจนเหมือนเดิม ) การศึกษามีส่วนกับการพัฒนาประเทศ  และประชากรของประเทศ  ที่ออกTV  ,You tube  เป็นเกษตรกรไม่ไม่ได้เรียนสูง เขาก็พัฒนาได้,ทำได้ แต่นับเป็นกี่เปอร์เซนต์  ของประชากรในประเทศ .................................บ่นไปงั้นล่ะ......................ครับ
บันทึกการเข้า
tcc3350
Full Member
***

คะแนนความรัก: +59/-113
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 930


| | |
« ตอบ #15 เมื่อ: กันยายน 23, 2017, 09:27:12 AM »

อย่างที่บอกมะพร้าวแกงมันขายได้อยู่แล้วในประเทศ แปรรูปไปขายต่างประเทศได้อีก มะพร้าวน้ำหอมนอกจากน้ำและเนื้ออันน้อยนิดแล้วผมยังมองไม่เห็นว่าจะเอาไปทำอะไรให้มันมีมูลค่าเพิ่มขึ้นมา ดูแลรักษาก็ยากกว่า มะพร้าวแกงล่วงตกลงมาได้แน่ๆ ลูกละ 10 บาท ปล่อยแก่รากงอกขายเบี้ยได้อีกต้นละ 50 บาทได้แน่ๆ ตามตลาดขายกันลูกละ 15-20 บาท ราคาเกือบเท่ามะพร้าวน้ำหอมเลย ถ้าเอามาคั้นกะทิตามตลาดคั้นด้วย 70-80 บาท/กก. เอามาทำน้ำมันมะพร้าวก็ลิตรละหลายร้อยอยู่ ถ้าเราบ้าตามตลาดมันก็จะวูบวาบได้แค่พักเดียว ประเดี๋ยวก็เหมือนมะนาว จนสุดท้ายก็ต้องตัดทิ้งเอายอดมาขายพอเป็นค่าแรงงานตัดทิ้ง
บันทึกการเข้า
Overseas_Shark (โอเวอร์ซี_ชาร์ค)
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1077/-760
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 12,634


!! พ่อข้าดาบหัก !! Uttaradit fc .


| | |
« ตอบ #16 เมื่อ: กันยายน 23, 2017, 09:30:24 AM »

สาเหตุหลักคือภาครัฐไม่ได้ลงมาแก้ปัญาอย่างจริงจัง คือบอกให้ปลูกพอปลูกมากก็ล้นตลาด ราคาถูก ชาวสวน ชาวนาก็ขาดทุน การทำไร่ทำนาทำสวน มันก็เหมือนทำธุรกิจ ต้องอธิบายให้เขาฟัง เกษตรอำเภอ เกษตรตำบล รวมถึงเกษตรจังหวัดไม่แน่ใจเคยลงมาดูแลหรือบอกชาวบ้านเปล่า สำคัญที่สุดคือต้องมีตลาดรองรับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์คือกระทรวงที่ต้องรับผิดชอบ สอดส่องดูแล และประสานงานกับภาครัฐ และเกษตกร ตั้งแต่เกิดมา เห็นราคาข้าวแล้วปวดใจ แทนที่รัฐจะเป็นผู้กำหนด กับเป็นโรงสีหรือพ่อค้าคนกลาง มันก็คงไม่ต่างจาก ชาวสวนกล้วย ชาวสวนมะพร้าว ชาวสวนอ้วยเท่าไหร่ มันถึงเวลแล้วที่รัฐต้องทำ ระบบการเกษตรแบบยั้งยืน อย่างน้อยๆต้องมีตลาดรองรับที่ชัดเจน


รัฐแค่บอกว่า..ให้เกษตรกรปรับตัว...และ พอเพียง..ขรรมจริงๆ ฮ่าๆๆๆๆ
บันทึกการเข้า
Bob_Sothorn
Sr. Member
****

คะแนนความรัก: +145/-74
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,826


| | |
« ตอบ #17 เมื่อ: กันยายน 23, 2017, 12:37:09 PM »

  @ท่านลู่ฟี่ อยู่แถวบางขวัญครับ ผ่านวัดโพรงอากาศ หลวงพ่อสมชาย ก็เห็นแล้วครับ ฉีดยาที   เหม็นหึ่ง

ข้อมูลที่ท่านสมาชิก บนๆ เม๊นท์มา น่าสนใจ พวกเรารู้ๆกันอยู่เต็มอก เจ้าของผลผลิต ไม่ว่าอะไร ถ้าเป็นเกษตรกร ดันจน และก็จนมาเป็นเวลาช้านาน ไม่มีใคร หรือเทวดาที่ใหน มาช่วยได้เลย แปลกแต่จริงประเทศไทย
บันทึกการเข้า
ลูฟี่
รักท่านวีวี เป็นมิตรที่ดีกับ japan_xi
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1471/-931
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 15,476


เปิดไม่ได้ทุกคำถามเพราะทำไม่เป็น


| | |
« ตอบ #18 เมื่อ: กันยายน 23, 2017, 12:58:06 PM »

@ท่านลู่ฟี่ อยู่แถวบางขวัญครับ ผ่านวัดโพรงอากาศ หลวงพ่อสมชาย ก็เห็นแล้วครับ ฉีดยาที   เหม็นหึ่ง

ข้อมูลที่ท่านสมาชิก บนๆ เม๊นท์มา น่าสนใจ พวกเรารู้ๆกันอยู่เต็มอก เจ้าของผลผลิต ไม่ว่าอะไร ถ้าเป็นเกษตรกร ดันจน และก็จนมาเป็นเวลาช้านาน ไม่มีใคร หรือเทวดาที่ใหน มาช่วยได้เลย แปลกแต่จริงประเทศไทย
ขอบคุณครับ 
บันทึกการเข้า

ผู้ชายในฝันคือคุณชายหม่อมราชวงศ์พุฒิภัทร  แต่ คุณชายหม่อมราชวงศ์  สุขุมพันธ์  บริพัตร  นั่นคือความจริง
ลี้คิมฮวงคือตำนานมีดบิน    นายกีวีคือตำนานพ่อพระวงการฟุตบอลไทย
Jone500
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +269/-953
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 3,399



| | |
« ตอบ #19 เมื่อ: กันยายน 23, 2017, 03:34:47 PM »

อย่างที่บอกมะพร้าวแกงมันขายได้อยู่แล้วในประเทศ แปรรูปไปขายต่างประเทศได้อีก มะพร้าวน้ำหอมนอกจากน้ำและเนื้ออันน้อยนิดแล้วผมยังมองไม่เห็นว่าจะเอาไปทำอะไรให้มันมีมูลค่าเพิ่มขึ้นมา ดูแลรักษาก็ยากกว่า มะพร้าวแกงล่วงตกลงมาได้แน่ๆ ลูกละ 10 บาท ปล่อยแก่รากงอกขายเบี้ยได้อีกต้นละ 50 บาทได้แน่ๆ ตามตลาดขายกันลูกละ 15-20 บาท ราคาเกือบเท่ามะพร้าวน้ำหอมเลย ถ้าเอามาคั้นกะทิตามตลาดคั้นด้วย 70-80 บาท/กก. เอามาทำน้ำมันมะพร้าวก็ลิตรละหลายร้อยอยู่ ถ้าเราบ้าตามตลาดมันก็จะวูบวาบได้แค่พักเดียว ประเดี๋ยวก็เหมือนมะนาว จนสุดท้ายก็ต้องตัดทิ้งเอายอดมาขายพอเป็นค่าแรงงานตัดทิ้ง
มะพร้าวแกงมันนานกว่าจะให้ผลผลิต และราคาก็ผันผวน บางช่วงชาวสวนปลอยร่วงทิ้งเพราะไม่คุ้มค่าจ้างคน(ลิง)เก็บ ทุกวันนี้คู่แข่งของมะพร้าวกระทิคือกระทิกล่องนำเข้าจากอินโดและเวียดนาม ท่านไปดูข้างกล่องได้เลย นำเข้าแทบทั้งนั้น ต้นทุนมะพร้าวเราสูงกว่าเขามาก
บันทึกการเข้า
เซลล์โรงพิมพ์
สวัสดีไทยแลนด์สู้สู้
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +985/-904
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,393



| | |
« ตอบ #20 เมื่อ: กันยายน 23, 2017, 08:52:19 PM »

อย่างป่วน
บันทึกการเข้า
Seamus O'grady
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +3534/-1500
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 33,328


ลิเวอร์พูลทั่วไทย..!!!


| | |
« ตอบ #21 เมื่อ: กันยายน 23, 2017, 11:25:51 PM »

อย่างที่บอกมะพร้าวแกงมันขายได้อยู่แล้วในประเทศ แปรรูปไปขายต่างประเทศได้อีก มะพร้าวน้ำหอมนอกจากน้ำและเนื้ออันน้อยนิดแล้วผมยังมองไม่เห็นว่าจะเอาไปทำอะไรให้มันมีมูลค่าเพิ่มขึ้นมา ดูแลรักษาก็ยากกว่า มะพร้าวแกงล่วงตกลงมาได้แน่ๆ ลูกละ 10 บาท ปล่อยแก่รากงอกขายเบี้ยได้อีกต้นละ 50 บาทได้แน่ๆ ตามตลาดขายกันลูกละ 15-20 บาท ราคาเกือบเท่ามะพร้าวน้ำหอมเลย ถ้าเอามาคั้นกะทิตามตลาดคั้นด้วย 70-80 บาท/กก. เอามาทำน้ำมันมะพร้าวก็ลิตรละหลายร้อยอยู่ ถ้าเราบ้าตามตลาดมันก็จะวูบวาบได้แค่พักเดียว ประเดี๋ยวก็เหมือนมะนาว จนสุดท้ายก็ต้องตัดทิ้งเอายอดมาขายพอเป็นค่าแรงงานตัดทิ้ง
มะพร้าวแกงมันนานกว่าจะให้ผลผลิต และราคาก็ผันผวน บางช่วงชาวสวนปลอยร่วงทิ้งเพราะไม่คุ้มค่าจ้างคน(ลิง)เก็บ ทุกวันนี้คู่แข่งของมะพร้าวกระทิคือกระทิกล่องนำเข้าจากอินโดและเวียดนาม ท่านไปดูข้างกล่องได้เลย นำเข้าแทบทั้งนั้น ต้นทุนมะพร้าวเราสูงกว่าเขามาก

เราใช้ปาล์มน้ำมัน แปรรูปเป็นน้ำกระทิกล่องครับผม กระทิกล่องปัจจุบันได้รับการปรุงแต่งรส กลิ่น สี จากผลปาล์มน้ำมัน ซึ่งมีต้นทุนในการผลิตต่ำกว่ามะพร้าวแกงมาก

สาเหตุที่ผลผลิตทางการเกษตรเราตกต่ำ หลักๆ นะครับ เราส่งออกสินค้าเป็นวัตถุดิบ เพื่อให้ประเทศปลายทางเอาไปแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าจำหน่ายภายในประเทศเขา หรือเขาส่งออกมามาขายประเทศอื่นต่อ ดังนั้นเค้าจะเป็นคนกำหนดราคา เพราะเค้ามีกำลังซื้อ สามารถนำเข้าผลผลิตทางการเกษตรจากหลายๆ ประเทศ สามารถบีบราคาได้ สิ่งที่เราทำได้ดีที่สุดคือ เราต้องอุปโภคบริโภคสินค้าเกษตรที่แปรรูปภายในประเทศเราให้ได้มากที่สุด

ยกตัวอย่างนะครับ ยางรถยนต์ 1 เส้น สมมุติว่าราคาเส้นละ 5,000 บาท ต้นทุนประมาณ 2,000 บาท อีกสามพันคือ คือค่าดีลเลอร์ และแพงสุดคือค่าการตลาด ในส่วนของต้นทุนสองพันบาทนั้น มียางธรรมชาติที่ใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตต้นทุนราวห้าร้อยบาท ที่เหลือคือยางสังเคราะห์ ใยเหล็ก และค่าแรงงานจากคนและเทคโนโลยีที่ใส่ลงไป ถ้าเราสามารถผลิตเองได้และจำหน่ายภายในประเทศ เทคโนโลยีเหมือนกันกับยางนอกทุกอย่าง เราจะลดค่าการตลาดลงไปได้มาก เผลอๆ ยางเส้นนั้น สรุปแล้วอาจจะขายได้ในราคาแค่ 3,500 บาท แค่นั้น แต่มันอยู่ที่ใครจะกล้าลงทุนแข่งกับแบรนด์นอก ในเมื่อเราไม่กล้าลงทุนตรงนี้ เราก็ทำได้แค่เพียงส่งวัตถุดิบไปให้เขาผลิต แค่นั้นเอง
บันทึกการเข้า

แหล่งชุมนุมของตากล้องหน้าตาดี...ชาวสุราษฎร์ฯ
cikada
ที่ไหนมีป่า ที่นั้นมีน้ำ
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +519/-869
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,669


นักรบกรมหลวง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุทยานเสด็จในกรม กรมหลวงชุมพร


| | |
« ตอบ #22 เมื่อ: กันยายน 24, 2017, 12:49:15 AM »

ทุเรียนก็เหมือนกัน ตั้งโรงงานรับซื้อ กำหนดราคาชนิดไม่ง้อชาวสวนกันเลย
บันทึกการเข้า

เฮงซัง GetOut !! สนับสนุน บิ๊กป๋อม”อดิศักดิ์ เบ็ญจศิริวรรณ เป็นประธานพัฒนาเทคนิคฟุตบอลทีมชาติไทย
lotto009
Jr. Member
**

คะแนนความรัก: +58/-58
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 488


| | |
« ตอบ #23 เมื่อ: กันยายน 24, 2017, 09:39:21 AM »

แปลกแต่จริง ชาวนาชาวสวนยังคงเหมือนเดืมนี่หรือ 4.0ประเทศไทย นายกได้แต่พูด เอ จะโดนแบนใหมนะ
เข้าใจว่างานภาคส่วนที่ดูแลมันเยอะ แต่ต้องใช้คนถูกกับงานนะท่าน เด็กรุ่นใหม่ที่อาสามาทำด้านนี้เยอะ สนับสนุนหน่อยสิ
อย่าแบนผมนะ ผมพูดเพราะสงสารชาวนาและชาวสวนของไทยเรา
บันทึกการเข้า
Bob_Sothorn
Sr. Member
****

คะแนนความรัก: +145/-74
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,826


| | |
« ตอบ #24 เมื่อ: กันยายน 24, 2017, 10:23:28 AM »

 ไม่แบนแน่ๆครับ สำหรับผม เพราะสะท้อน ข้อเท็จจริง ทุกๆความเห็นครับ 
บันทึกการเข้า
cikada
ที่ไหนมีป่า ที่นั้นมีน้ำ
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +519/-869
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,669


นักรบกรมหลวง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุทยานเสด็จในกรม กรมหลวงชุมพร


| | |
« ตอบ #25 เมื่อ: กันยายน 24, 2017, 11:08:20 AM »

อย่างที่บอกมะพร้าวแกงมันขายได้อยู่แล้วในประเทศ แปรรูปไปขายต่างประเทศได้อีก มะพร้าวน้ำหอมนอกจากน้ำและเนื้ออันน้อยนิดแล้วผมยังมองไม่เห็นว่าจะเอาไปทำอะไรให้มันมีมูลค่าเพิ่มขึ้นมา ดูแลรักษาก็ยากกว่า มะพร้าวแกงล่วงตกลงมาได้แน่ๆ ลูกละ 10 บาท ปล่อยแก่รากงอกขายเบี้ยได้อีกต้นละ 50 บาทได้แน่ๆ ตามตลาดขายกันลูกละ 15-20 บาท ราคาเกือบเท่ามะพร้าวน้ำหอมเลย ถ้าเอามาคั้นกะทิตามตลาดคั้นด้วย 70-80 บาท/กก. เอามาทำน้ำมันมะพร้าวก็ลิตรละหลายร้อยอยู่ ถ้าเราบ้าตามตลาดมันก็จะวูบวาบได้แค่พักเดียว ประเดี๋ยวก็เหมือนมะนาว จนสุดท้ายก็ต้องตัดทิ้งเอายอดมาขายพอเป็นค่าแรงงานตัดทิ้ง
มะพร้าวแกงมันนานกว่าจะให้ผลผลิต และราคาก็ผันผวน บางช่วงชาวสวนปลอยร่วงทิ้งเพราะไม่คุ้มค่าจ้างคน(ลิง)เก็บ ทุกวันนี้คู่แข่งของมะพร้าวกระทิคือกระทิกล่องนำเข้าจากอินโดและเวียดนาม ท่านไปดูข้างกล่องได้เลย นำเข้าแทบทั้งนั้น ต้นทุนมะพร้าวเราสูงกว่าเขามาก

เราใช้ปาล์มน้ำมัน แปรรูปเป็นน้ำกระทิกล่องครับผม กระทิกล่องปัจจุบันได้รับการปรุงแต่งรส กลิ่น สี จากผลปาล์มน้ำมัน ซึ่งมีต้นทุนในการผลิตต่ำกว่ามะพร้าวแกงมาก

สาเหตุที่ผลผลิตทางการเกษตรเราตกต่ำ หลักๆ นะครับ เราส่งออกสินค้าเป็นวัตถุดิบ เพื่อให้ประเทศปลายทางเอาไปแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าจำหน่ายภายในประเทศเขา หรือเขาส่งออกมามาขายประเทศอื่นต่อ ดังนั้นเค้าจะเป็นคนกำหนดราคา เพราะเค้ามีกำลังซื้อ สามารถนำเข้าผลผลิตทางการเกษตรจากหลายๆ ประเทศ สามารถบีบราคาได้ สิ่งที่เราทำได้ดีที่สุดคือ เราต้องอุปโภคบริโภคสินค้าเกษตรที่แปรรูปภายในประเทศเราให้ได้มากที่สุด

ยกตัวอย่างนะครับ ยางรถยนต์ 1 เส้น สมมุติว่าราคาเส้นละ 5,000 บาท ต้นทุนประมาณ 2,000 บาท อีกสามพันคือ คือค่าดีลเลอร์ และแพงสุดคือค่าการตลาด ในส่วนของต้นทุนสองพันบาทนั้น มียางธรรมชาติที่ใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตต้นทุนราวห้าร้อยบาท ที่เหลือคือยางสังเคราะห์ ใยเหล็ก และค่าแรงงานจากคนและเทคโนโลยีที่ใส่ลงไป ถ้าเราสามารถผลิตเองได้และจำหน่ายภายในประเทศ เทคโนโลยีเหมือนกันกับยางนอกทุกอย่าง เราจะลดค่าการตลาดลงไปได้มาก เผลอๆ ยางเส้นนั้น สรุปแล้วอาจจะขายได้ในราคาแค่ 3,500 บาท แค่นั้น แต่มันอยู่ที่ใครจะกล้าลงทุนแข่งกับแบรนด์นอก ในเมื่อเราไม่กล้าลงทุนตรงนี้ เราก็ทำได้แค่เพียงส่งวัตถุดิบไปให้เขาผลิต แค่นั้นเอง

จะมียาง DEESTONE รู้สึกจะเป็นยางไทย ผมก็ใช้อยู่ ถุกดี 
บันทึกการเข้า

เฮงซัง GetOut !! สนับสนุน บิ๊กป๋อม”อดิศักดิ์ เบ็ญจศิริวรรณ เป็นประธานพัฒนาเทคนิคฟุตบอลทีมชาติไทย
terati20
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +1112/-938
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11,458


ถ้ากูรวยเมื่อไหร่ จะมา Take over ท่าเรือ


| | |
« ตอบ #26 เมื่อ: กันยายน 28, 2017, 08:13:07 AM »

อย่างที่บอกมะพร้าวแกงมันขายได้อยู่แล้วในประเทศ แปรรูปไปขายต่างประเทศได้อีก มะพร้าวน้ำหอมนอกจากน้ำและเนื้ออันน้อยนิดแล้วผมยังมองไม่เห็นว่าจะเอาไปทำอะไรให้มันมีมูลค่าเพิ่มขึ้นมา ดูแลรักษาก็ยากกว่า มะพร้าวแกงล่วงตกลงมาได้แน่ๆ ลูกละ 10 บาท ปล่อยแก่รากงอกขายเบี้ยได้อีกต้นละ 50 บาทได้แน่ๆ ตามตลาดขายกันลูกละ 15-20 บาท ราคาเกือบเท่ามะพร้าวน้ำหอมเลย ถ้าเอามาคั้นกะทิตามตลาดคั้นด้วย 70-80 บาท/กก. เอามาทำน้ำมันมะพร้าวก็ลิตรละหลายร้อยอยู่ ถ้าเราบ้าตามตลาดมันก็จะวูบวาบได้แค่พักเดียว ประเดี๋ยวก็เหมือนมะนาว จนสุดท้ายก็ต้องตัดทิ้งเอายอดมาขายพอเป็นค่าแรงงานตัดทิ้ง
มะพร้าวแกงมันนานกว่าจะให้ผลผลิต และราคาก็ผันผวน บางช่วงชาวสวนปลอยร่วงทิ้งเพราะไม่คุ้มค่าจ้างคน(ลิง)เก็บ ทุกวันนี้คู่แข่งของมะพร้าวกระทิคือกระทิกล่องนำเข้าจากอินโดและเวียดนาม ท่านไปดูข้างกล่องได้เลย นำเข้าแทบทั้งนั้น ต้นทุนมะพร้าวเราสูงกว่าเขามาก

เราใช้ปาล์มน้ำมัน แปรรูปเป็นน้ำกระทิกล่องครับผม กระทิกล่องปัจจุบันได้รับการปรุงแต่งรส กลิ่น สี จากผลปาล์มน้ำมัน ซึ่งมีต้นทุนในการผลิตต่ำกว่ามะพร้าวแกงมาก

สาเหตุที่ผลผลิตทางการเกษตรเราตกต่ำ หลักๆ นะครับ เราส่งออกสินค้าเป็นวัตถุดิบ เพื่อให้ประเทศปลายทางเอาไปแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าจำหน่ายภายในประเทศเขา หรือเขาส่งออกมามาขายประเทศอื่นต่อ ดังนั้นเค้าจะเป็นคนกำหนดราคา เพราะเค้ามีกำลังซื้อ สามารถนำเข้าผลผลิตทางการเกษตรจากหลายๆ ประเทศ สามารถบีบราคาได้ สิ่งที่เราทำได้ดีที่สุดคือ เราต้องอุปโภคบริโภคสินค้าเกษตรที่แปรรูปภายในประเทศเราให้ได้มากที่สุด

ยกตัวอย่างนะครับ ยางรถยนต์ 1 เส้น สมมุติว่าราคาเส้นละ 5,000 บาท ต้นทุนประมาณ 2,000 บาท อีกสามพันคือ คือค่าดีลเลอร์ และแพงสุดคือค่าการตลาด ในส่วนของต้นทุนสองพันบาทนั้น มียางธรรมชาติที่ใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตต้นทุนราวห้าร้อยบาท ที่เหลือคือยางสังเคราะห์ ใยเหล็ก และค่าแรงงานจากคนและเทคโนโลยีที่ใส่ลงไป ถ้าเราสามารถผลิตเองได้และจำหน่ายภายในประเทศ เทคโนโลยีเหมือนกันกับยางนอกทุกอย่าง เราจะลดค่าการตลาดลงไปได้มาก เผลอๆ ยางเส้นนั้น สรุปแล้วอาจจะขายได้ในราคาแค่ 3,500 บาท แค่นั้น แต่มันอยู่ที่ใครจะกล้าลงทุนแข่งกับแบรนด์นอก ในเมื่อเราไม่กล้าลงทุนตรงนี้ เราก็ทำได้แค่เพียงส่งวัตถุดิบไปให้เขาผลิต แค่นั้นเอง
เรื่องยางรถยนต์เรื่องจริงเลย เพื่อนผมทำ ปตท บอก ร้านFIT ขายยางกำไรดีกว่า ขายน้ำมันหรือ น้ำมันเครื่องอีก
บันทึกการเข้า

สุทสฺสํ วชฺชมญฺเญสํ อตฺตโน ปน ทุทฺทสํ 
ความผิดของผู้อื่นเห็นง่าย ฝ่ายของตนเห็นยาก
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  




Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!