Thailandsusu Webboard
พฤศจิกายน 25, 2017, 04:31:25 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน Gallery เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

ดูบอลสด ดูบอลออนไลน์ ดูบอลช่อง BeIN

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: บทวิเคราห์ประตูได้/เสียของทีมชาติไทยในเวทีฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือกทั้ง 10 นัด  (อ่าน 1957 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
lucklocker
Newbie
*

คะแนนความรัก: +12/-1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6


| | |
« เมื่อ: กันยายน 11, 2017, 09:51:08 PM »

จบไปแล้วกับเวทีฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก 2018 ของทีมชาติไทยเราทั้ง 10 นัด เหล่าช้างศึกเราทำอย่างเต็มที่ทุกวินาที
แต่ผลสุดท้ายก็ไม่อาจต้านทานความแข็งแกร่งของอีก 5 ทีมในกลุ่มได้ เราไปดูกันดีกว่าว่าประตูที่ทีมชาติไทยยิงได้และถูกยิงมีในรูปแบบใดบ้าง

ป.ล. บทความนี้เป็นบทความแรกของผมและเป็นความคิดเห็นส่วนตัว อาจไม่ถูกใจทั้งหมดแต่พร้อมรับคำติ-ชมครับ

สถิติและผลการแข่งขัน
แข่ง 10 นัด
ชนะ 0 นัด
เสมอ 2 นัด
แพ้ 8 นัด
แต้ม 2 คะแนน
ยิงได้ 6 ประตู
เสีย 24 ประตู

ซาอุดิอารเบีย 1 – 0 ไทย
ไทย 0 – 2 ญี่ปุ่น
ยูเออี 3 – 1 ไทย
อิรัก 4 – 0 ไทย
ไทย 2 -2 ออสเตรเลีย
ไทย 0 – 3 ซาอุดิอารเบีย
ญี่ปุ่น 4 – 0 ไทย
ไทย 1 – 1 ยูเออี
ไทย 1 – 2 อิรัก
ออสเตรเลีย 2 – 1 ไทย

1. ประตูที่ทำได้
เริ่มจากความภาคภูมิใจทั้ง 6 ประตูก่อนว่าทำได้อย่างไรบ้าง

ประตูแรก นัดไปเยือนยูเออี นาทีที่ 65 ผมไม่มั่นใจว่าชนาธิปหรือสารัชเป็นคนเปิด (เห็นตัวเล็กๆ) เปิดเลียดทะลุช่องให้ ธนา ชนะบุตรยิงด้วยเท้าซ้ายเลียดผ่านมือผู้รักษาประตูเสียบเสา 2 เข้าไปอย่างสวยงาม

ประตูที่ 2 และ 3 เกิดขึ้นในเกมในบ้านพบกับออสเตรเลีย โดยลูกแรกนาทีที่ 20 ชนาธิปเปิด Killer Pass ให้ทริสตอง โด เปิดเลียดตัดเข้าในให้ธีรศิลป์ชาร์จตวัดไม่เกิน 3 หลาเข้าไป ส่วนประตูที่ 2 ได้จากจุดโทษนาทีที่ 57 ธีรทรโดยเตะจากด้านหลังล้มลงในเขตโทษ ธีรศิลป์รับหน้าที่ยิงและก็ไม่พลาด

ประตูที่ 4 นัดเหย้าเจอกับยูเออี นาทีที่ 69 พีรพัฒน์เปิดเลียดจากด้านซ้ายเข้าใน มงคลชาร์จหน้าประตูระยะ 2 หลาเข้าประตู

ประตูที่ 5 นัดในบ้านเจออิรัก เกิดในนาทีที่ 63 จังหวะขยันของพีรพัฒน์วิ่งไปปั๊มบอลกับกองหลังอิรักบอลทะลัก พีรพัฒน์วิ่งตามไปเปิดข้ามฟากกรอบเขตโทษไปอีกฝั่ง ทริสตอง โด สปีดเข้ามาซัดขวาโดยไม่จับ บอลโดนกองหลังอิรักเปลี่ยนทางเข้าประตูไป

ประตูสุดท้าย เกิดขึ้นในเกมสุดท้ายบุกไปพบกับออสเตรเลีย นาทีที่ 82 ธีรทรเปิดเลียดจากกลางสนามให้ศิโรชเลี้ยงไปทางซ้ายของสนาม รอจังหวะส่งตัดกองหลังออสซี่ให้พีรพัฒน์เปิดเลียดพื้นเข้าในกรอบเขตโทษ ปกเกล้า ตวัดปั่นบอลเสียบใต้คานไปอย่างสวยงาม

จาก 6 ประตูที่ยิงได้ เรามาดูกันว่าเกิดในนาทีที่เท่าไหร่บ้าง



จะเห็นได้เลยว่าทีมไทยเราดูเหมือนจะเครื่องร้อนช้า หรือเปลี่ยนแผนการเล่น เลยสามารถยิงประตูได้ในครึ่งหลัง
และ 3 จาก 6 ลูกเป็นการเปิดแบบ cut back หรือส่งย้อนจากเส้นหลัง แสดงให้เห็นว่าปีกและแบ๊คของเราเปิดบอลลักษณะนี้ได้ดีพอสมควร
แต่หากมองลึกลงไปอีก เราทำประตูได้แค่ 1 ส่วน 4 ของประตูที่เสียไป นั่นหมายความว่าเรามักจะเสีย 2 ประตู ต่อ 1 เกมโดยเฉลี่ยนั่นเอง

ต่อไปเรามาดูดีกว่าว่าประตูที่เราเสียไป เสียในรูปแบบใดบ้าง โดยผมจะพยายามทำให้สั้นและกระชับที่สุดเพราะเราเสียประตูค่อนข้างเยอะพอควร

2. ประตูที่เสียไป
ทีมชาติไทยเราเสียไปทั้งหมด 24 ประตู โดย 4 ประตูเสียจากลูกจุดโทษ

เวลาและรูปแบบของการเสียประตู
หมายเหตุ : ฝั่งซ้ายเรา = ฝั่งที่ธีรทรหรือพีรพัฒน์เล่นเป็นหลัก
                ฝั่งขวาเรา = ฝั่งที่ทริสตอง โดหรืออดิสรเล่นเป็นหลัก



และถ้าหากเรามาแยกนาทีที่เสียประตูที่เสียไปนั้น จะได้ตามตารางด้านล่างนี้



จากตารางแสดงให้เห็นว่า ทีมชาติไทยเราเสียประตูต่อคู่แข่งส่วนใหญ่ในการเริ่มเกม 30 นาทีแรก (เสียไป 8 ประตู) และที่สำคัญเราเสียประตูช่วงครึ่งเวลาหลังมากถึง 15 ประตู แต่ช่วงเวลาที่เสียประตูมากที่สุดคือช่วงเวลา 15 นาทีสุดท้ายของเกมอีกด้วย
ผมมองว่าความฟิตของนักเตะไทยดีขึ้นเป็นอย่างมาก แต่ยังมากไม่พอที่จะมีแรงจนเล่นกับทีมระดับหัวแถวเอเชียได้ถึง 90 นาที นอกจากนี้ ประตูที่เสียในช่วงทดเวลาบาดเจ็บนั้นมีถึง 4 ประตู แสดงให้เห็นถึงสมาธิและพละกำลังช่วงท้ายเกมที่เรายังต้องปรับปรุงเป็นอีกอย่างมากเช่นกัน

และถ้าเราแยกรูปแบบการเสียประตูไปนั้น จะได้ตามตารางนี้



จากตารางแสดงให้เห็นว่า คู่ต่อสู้ทำหรือเริ่มการทำประตูจากลูกเปิดจากทางฝั่งซ้ายของเราและระดับในการเปิดนั้นเป็นลูกเปิดแบบสูง ถึงแม้ว่าการจบสกอร์ของคู่ต่อสู้จะเป็นลูกยิงเสียส่วนใหญ่ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าลูกเปิดไม่ว่าจะซ้ายหรือขวานั้นเป็นปัญหากับทีมชาติไทยเป็นอย่างยิ่ง
นั่นแสดงให้เห็นว่าเวลาที่แบ๊คทั้ง 2 ฝั่งของเราเสียตำแหน่ง จะเป็นโอกาสที่คู่ต่อสู้จะเจาะและบอมบ์ใส่เรา ดังนั้นเกมด้านข้างนั้นเป็นดาบสองคม เพราะเมื่อไหร่ที่แบ๊คบุกแล้วกลับมาประจำตำแหน่งไม่ทัน จะมีช่องและเปิดโอกาสให้คู่ต่อสู้ทำเกมจากจุดนี้ได้



จากทั้งหลายทั้งมวลนี้ ความคิดเห็นส่วนตัวผมคิดว่าเรามาถูกทางพอสมควร และสิ่งที่ต้องปรับปรุงในอนาคตคือ

1. ดูจากจำนวนประตูที่ทำได้เพียง 1 ต่อ 4 ของประตูที่เสียไป งานนี้เป็นโจทย์หินของแท้ต่อสมาคมฯ ที่จะต้องทำอย่างไรที่จะเฟ้นหาหรือฝึกฝนกองหน้าชาวไทยให้มีผลงานดีขึ้น เพื่อสามารถนำมาเป็นตัวเลือกและผลิตสกอร์มากขึ้นกว่านี้ โดยผมเคยเห็นคอมเม้นท์ในเพจบางเพจแนะนำว่า ถ้วยบางถ้วยควรปรับกฎให้ใช้กองหน้าคนไทยเท่านั้น ผมเห็นด้วยส่วนหนึ่งเพราะจะทำให้กองหน้าคนไทยมีโอกาสได้ลงสนามและฝึกฝนตนเองได้มากขึ้น แต่บางสโมสรอาจไม่ยอมเพราะถือว่าเป็นการเสียเปรียบต่อทีมของตน เรื่องนี้สมาคมฯ จำเป็นต้องนำเป็นวาระให้อย่างโดยเร็วที่สุด

2. รูปแบบการเล่นทีมชาติไทยหลังจากนี้จะเน้นการป้องกันเป็นหลัก นั่นหมายความว่าโอกาสบุกของเราจะน้อยลงตาม แต่ที่สำคัญที่สุดคือเกมสวนกลับ เราต้องฝึกฝนการต่อบอลให้น้อยครั้งและแม่นยำ และทุกครั้งที่มีโอกาส จังหวะสุดท้ายต้องเป็นการจบสกอร์ เพื่อเพิ่มโอกาสในการได้ประตูของทีม เพราะเท่าที่สังเกตจังหวะสุดท้ายเวลาทีมเราได้สวนกลับคือโดนแย่งบอลหรือทำบอลเสียเอง ทำให้กลับมารับไม่ทันและเปิดโอกาสให้คู่ต่อสู้ทำจังหวะเปิดจบสกอร์ของตนเองอีกด้วย

3. รูปแบบการป้องกันจากด้านข้างทั้งซ้ายและขวา เรื่องความฟิตของนักกีฬาที่สามารถวิ่งได้เต็มกำลังเกิน 90 นาที และรวมไปถึงสมาธิกับเกมจนสิ้นเสียงนกหวีดจากกรรมการ สิ่งเหล่าที่หากเราสามารถเพิ่มความสามารถได้จะเป็นผลดีและเพิ่มศักยภาพของนักฟุตบอลทีมชาติไทยได้


ผมและคนไทยทุกคนอยากเห็นบอลไทยไปบอลโลก และที่เราทำได้ที่สุดคือร่วมส่งแรงใจและแรงเชียร์ให้เหล่าช้างศึกสู้ศึกในแต่ละศึกอย่างเข้มแข็งและคว้าชัยชนะมาให้จงได้ เพื่อฟุตบอลโลกที่เรารอคอยจะเป็นจริงในสักวัน…..


บันทึกการเข้า
POMPHUBES
"Awards are for people who try"
Newbie
*

คะแนนความรัก: +3/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 38


Life is too short to waste time hating anyone.


| | |
« ตอบ #1 เมื่อ: กันยายน 11, 2017, 10:13:43 PM »

จบไปแล้วกับเวทีฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก 2018 ของทีมชาติไทยเราทั้ง 10 นัด เหล่าช้างศึกเราทำอย่างเต็มที่ทุกวินาที
แต่ผลสุดท้ายก็ไม่อาจต้านทานความแข็งแกร่งของอีก 5 ทีมในกลุ่มได้ เราไปดูกันดีกว่าว่าประตูที่ทีมชาติไทยยิงได้และถูกยิงมีในรูปแบบใดบ้าง

ป.ล. บทความนี้เป็นบทความแรกของผมและเป็นความคิดเห็นส่วนตัว อาจไม่ถูกใจทั้งหมดแต่พร้อมรับคำติ-ชมครับ

ท่านวิเคราะห์ได้ละเอียดมาก ขอชื่นชมครับ และหวังว่าจะเห็นบทความในลักษณะนี้อีก ในโอกาสต่อไป ซึ่งเป็นประโยชน์กับทีมชาติไทย และแฟนบอลอย่างแท้จริง

สถิติและผลการแข่งขัน
แข่ง 10 นัด
ชนะ 0 นัด
เสมอ 2 นัด
แพ้ 8 นัด
แต้ม 2 คะแนน
ยิงได้ 6 ประตู
เสีย 24 ประตู

ซาอุดิอารเบีย 1 – 0 ไทย
ไทย 0 – 2 ญี่ปุ่น
ยูเออี 3 – 1 ไทย
อิรัก 4 – 0 ไทย
ไทย 2 -2 ออสเตรเลีย
ไทย 0 – 3 ซาอุดิอารเบีย
ญี่ปุ่น 4 – 0 ไทย
ไทย 1 – 1 ยูเออี
ไทย 1 – 2 อิรัก
ออสเตรเลีย 2 – 1 ไทย

1. ประตูที่ทำได้
เริ่มจากความภาคภูมิใจทั้ง 6 ประตูก่อนว่าทำได้อย่างไรบ้าง

ประตูแรก นัดไปเยือนยูเออี นาทีที่ 65 ผมไม่มั่นใจว่าชนาธิปหรือสารัชเป็นคนเปิด (เห็นตัวเล็กๆ) เปิดเลียดทะลุช่องให้ ธนา ชนะบุตรยิงด้วยเท้าซ้ายเลียดผ่านมือผู้รักษาประตูเสียบเสา 2 เข้าไปอย่างสวยงาม

ประตูที่ 2 และ 3 เกิดขึ้นในเกมในบ้านพบกับออสเตรเลีย โดยลูกแรกนาทีที่ 20 ชนาธิปเปิด Killer Pass ให้ทริสตอง โด เปิดเลียดตัดเข้าในให้ธีรศิลป์ชาร์จตวัดไม่เกิน 3 หลาเข้าไป ส่วนประตูที่ 2 ได้จากจุดโทษนาทีที่ 57 ธีรทรโดยเตะจากด้านหลังล้มลงในเขตโทษ ธีรศิลป์รับหน้าที่ยิงและก็ไม่พลาด

ประตูที่ 4 นัดเหย้าเจอกับยูเออี นาทีที่ 69 พีรพัฒน์เปิดเลียดจากด้านซ้ายเข้าใน มงคลชาร์จหน้าประตูระยะ 2 หลาเข้าประตู

ประตูที่ 5 นัดในบ้านเจออิรัก เกิดในนาทีที่ 63 จังหวะขยันของพีรพัฒน์วิ่งไปปั๊มบอลกับกองหลังอิรักบอลทะลัก พีรพัฒน์วิ่งตามไปเปิดข้ามฟากกรอบเขตโทษไปอีกฝั่ง ทริสตอง โด สปีดเข้ามาซัดขวาโดยไม่จับ บอลโดนกองหลังอิรักเปลี่ยนทางเข้าประตูไป

ประตูสุดท้าย เกิดขึ้นในเกมสุดท้ายบุกไปพบกับออสเตรเลีย นาทีที่ 82 ธีรทรเปิดเลียดจากกลางสนามให้ศิโรชเลี้ยงไปทางซ้ายของสนาม รอจังหวะส่งตัดกองหลังออสซี่ให้พีรพัฒน์เปิดเลียดพื้นเข้าในกรอบเขตโทษ ปกเกล้า ตวัดปั่นบอลเสียบใต้คานไปอย่างสวยงาม

จาก 6 ประตูที่ยิงได้ เรามาดูกันว่าเกิดในนาทีที่เท่าไหร่บ้าง



จะเห็นได้เลยว่าทีมไทยเราดูเหมือนจะเครื่องร้อนช้า หรือเปลี่ยนแผนการเล่น เลยสามารถยิงประตูได้ในครึ่งหลัง
และ 3 จาก 6 ลูกเป็นการเปิดแบบ cut back หรือส่งย้อนจากเส้นหลัง แสดงให้เห็นว่าปีกและแบ๊คของเราเปิดบอลลักษณะนี้ได้ดีพอสมควร
แต่หากมองลึกลงไปอีก เราทำประตูได้แค่ 1 ส่วน 4 ของประตูที่เสียไป นั่นหมายความว่าเรามักจะเสีย 2 ประตู ต่อ 1 เกมโดยเฉลี่ยนั่นเอง

ต่อไปเรามาดูดีกว่าว่าประตูที่เราเสียไป เสียในรูปแบบใดบ้าง โดยผมจะพยายามทำให้สั้นและกระชับที่สุดเพราะเราเสียประตูค่อนข้างเยอะพอควร

2. ประตูที่เสียไป
ทีมชาติไทยเราเสียไปทั้งหมด 24 ประตู โดย 4 ประตูเสียจากลูกจุดโทษ

เวลาและรูปแบบของการเสียประตู
หมายเหตุ : ฝั่งซ้ายเรา = ฝั่งที่ธีรทรหรือพีรพัฒน์เล่นเป็นหลัก
                ฝั่งขวาเรา = ฝั่งที่ทริสตอง โดหรืออดิสรเล่นเป็นหลัก



และถ้าหากเรามาแยกนาทีที่เสียประตูที่เสียไปนั้น จะได้ตามตารางด้านล่างนี้



จากตารางแสดงให้เห็นว่า ทีมชาติไทยเราเสียประตูต่อคู่แข่งส่วนใหญ่ในการเริ่มเกม 30 นาทีแรก (เสียไป 8 ประตู) และที่สำคัญเราเสียประตูช่วงครึ่งเวลาหลังมากถึง 15 ประตู แต่ช่วงเวลาที่เสียประตูมากที่สุดคือช่วงเวลา 15 นาทีสุดท้ายของเกมอีกด้วย
ผมมองว่าความฟิตของนักเตะไทยดีขึ้นเป็นอย่างมาก แต่ยังมากไม่พอที่จะมีแรงจนเล่นกับทีมระดับหัวแถวเอเชียได้ถึง 90 นาที นอกจากนี้ ประตูที่เสียในช่วงทดเวลาบาดเจ็บนั้นมีถึง 4 ประตู แสดงให้เห็นถึงสมาธิและพละกำลังช่วงท้ายเกมที่เรายังต้องปรับปรุงเป็นอีกอย่างมากเช่นกัน

และถ้าเราแยกรูปแบบการเสียประตูไปนั้น จะได้ตามตารางนี้



จากตารางแสดงให้เห็นว่า คู่ต่อสู้ทำหรือเริ่มการทำประตูจากลูกเปิดจากทางฝั่งซ้ายของเราและระดับในการเปิดนั้นเป็นลูกเปิดแบบสูง ถึงแม้ว่าการจบสกอร์ของคู่ต่อสู้จะเป็นลูกยิงเสียส่วนใหญ่ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าลูกเปิดไม่ว่าจะซ้ายหรือขวานั้นเป็นปัญหากับทีมชาติไทยเป็นอย่างยิ่ง
นั่นแสดงให้เห็นว่าเวลาที่แบ๊คทั้ง 2 ฝั่งของเราเสียตำแหน่ง จะเป็นโอกาสที่คู่ต่อสู้จะเจาะและบอมบ์ใส่เรา ดังนั้นเกมด้านข้างนั้นเป็นดาบสองคม เพราะเมื่อไหร่ที่แบ๊คบุกแล้วกลับมาประจำตำแหน่งไม่ทัน จะมีช่องและเปิดโอกาสให้คู่ต่อสู้ทำเกมจากจุดนี้ได้



จากทั้งหลายทั้งมวลนี้ ความคิดเห็นส่วนตัวผมคิดว่าเรามาถูกทางพอสมควร และสิ่งที่ต้องปรับปรุงในอนาคตคือ

1. ดูจากจำนวนประตูที่ทำได้เพียง 1 ต่อ 4 ของประตูที่เสียไป งานนี้เป็นโจทย์หินของแท้ต่อสมาคมฯ ที่จะต้องทำอย่างไรที่จะเฟ้นหาหรือฝึกฝนกองหน้าชาวไทยให้มีผลงานดีขึ้น เพื่อสามารถนำมาเป็นตัวเลือกและผลิตสกอร์มากขึ้นกว่านี้ โดยผมเคยเห็นคอมเม้นท์ในเพจบางเพจแนะนำว่า ถ้วยบางถ้วยควรปรับกฎให้ใช้กองหน้าคนไทยเท่านั้น ผมเห็นด้วยส่วนหนึ่งเพราะจะทำให้กองหน้าคนไทยมีโอกาสได้ลงสนามและฝึกฝนตนเองได้มากขึ้น แต่บางสโมสรอาจไม่ยอมเพราะถือว่าเป็นการเสียเปรียบต่อทีมของตน เรื่องนี้สมาคมฯ จำเป็นต้องนำเป็นวาระให้อย่างโดยเร็วที่สุด

2. รูปแบบการเล่นทีมชาติไทยหลังจากนี้จะเน้นการป้องกันเป็นหลัก นั่นหมายความว่าโอกาสบุกของเราจะน้อยลงตาม แต่ที่สำคัญที่สุดคือเกมสวนกลับ เราต้องฝึกฝนการต่อบอลให้น้อยครั้งและแม่นยำ และทุกครั้งที่มีโอกาส จังหวะสุดท้ายต้องเป็นการจบสกอร์ เพื่อเพิ่มโอกาสในการได้ประตูของทีม เพราะเท่าที่สังเกตจังหวะสุดท้ายเวลาทีมเราได้สวนกลับคือโดนแย่งบอลหรือทำบอลเสียเอง ทำให้กลับมารับไม่ทันและเปิดโอกาสให้คู่ต่อสู้ทำจังหวะเปิดจบสกอร์ของตนเองอีกด้วย

3. รูปแบบการป้องกันจากด้านข้างทั้งซ้ายและขวา เรื่องความฟิตของนักกีฬาที่สามารถวิ่งได้เต็มกำลังเกิน 90 นาที และรวมไปถึงสมาธิกับเกมจนสิ้นเสียงนกหวีดจากกรรมการ สิ่งเหล่าที่หากเราสามารถเพิ่มความสามารถได้จะเป็นผลดีและเพิ่มศักยภาพของนักฟุตบอลทีมชาติไทยได้


ผมและคนไทยทุกคนอยากเห็นบอลไทยไปบอลโลก และที่เราทำได้ที่สุดคือร่วมส่งแรงใจและแรงเชียร์ให้เหล่าช้างศึกสู้ศึกในแต่ละศึกอย่างเข้มแข็งและคว้าชัยชนะมาให้จงได้ เพื่อฟุตบอลโลกที่เรารอคอยจะเป็นจริงในสักวัน…..



บันทึกการเข้า
POMPHUBES
"Awards are for people who try"
Newbie
*

คะแนนความรัก: +3/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 38


Life is too short to waste time hating anyone.


| | |
« ตอบ #2 เมื่อ: กันยายน 11, 2017, 10:14:52 PM »

ท่านวิเคราะห์ได้ละเอียดมาก ขอชื่นชมครับ และหวังว่าจะเห็นบทความในลักษณะนี้อีก ในโอกาสต่อไป ซึ่งเป็นประโยชน์กับทีมชาติไทย และแฟนบอลอย่างแท้จริง
บันทึกการเข้า
msocial
Jr. Member
**

คะแนนความรัก: +8/-9
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 298


| | |
« ตอบ #3 เมื่อ: กันยายน 11, 2017, 10:46:52 PM »

ในรอบนี้ ครั้งนี้เมื่อเทียบกับครั้งอื่นๆ เป็นอย่างไรบ้างครับ
บันทึกการเข้า
hartmann
ฮูย่า!
Sr. Member
****

คะแนนความรัก: +118/-224
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,596



| | |
« ตอบ #4 เมื่อ: กันยายน 11, 2017, 11:07:52 PM »

สุโค่ย 10 โหลก 5 จอก 1 มวน
บันทึกการเข้า

เชียร์เข้าไป พวกเรามา cheer Thailand!
soso048
Jr. Member
**

คะแนนความรัก: +21/-27
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 362


| | |
« ตอบ #5 เมื่อ: กันยายน 11, 2017, 11:58:16 PM »

ละเอียดมากครับ ยอดเยี่ยม
บันทึกการเข้า
NR
Thailandsusu
Sr. Member
**

คะแนนความรัก: +106/-39
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,625



| | |
« ตอบ #6 เมื่อ: กันยายน 12, 2017, 08:25:16 AM »

กระทู้ที่มีคุณค่า ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า

lucklocker
Newbie
*

คะแนนความรัก: +12/-1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6


| | |
« ตอบ #7 เมื่อ: กันยายน 12, 2017, 08:41:20 AM »

ในรอบนี้ ครั้งนี้เมื่อเทียบกับครั้งอื่นๆ เป็นอย่างไรบ้างครับ

ผมเพิ่งจะมีโอกาสได้ดูทีมชาติไทยในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายแบบจริงๆจังๆก็คราวนี้เองครับ
ต้องขออภัยที่ไม่สามารถตอบคำถามนี้ได้จริงๆ
แต่เหมือนว่าเราเพิ่งเคยเล่นถึงรอบนี้เป็นครั้งที่ 2 เอง ใช่หรือเปล่าหว่า?
บันทึกการเข้า
lucklocker
Newbie
*

คะแนนความรัก: +12/-1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6


| | |
« ตอบ #8 เมื่อ: กันยายน 12, 2017, 08:44:23 AM »

ขอขอบคุณทุกท่านเช่นกันครับ พอดีมีโอกาสเลยเกิดกระทู้นี้ขึ้นมา
ใจจริงอยากเขียนให้ลึกกว่านี้ แต่ด้วยงานหลัก เวลา และความรู้ทางด้านฟุตบอลนั้น
ผมก็เป็นเพียงแฟนบอลคนนึง การวิเคราะห์อาจจะไม่ถูกต้องหรือผิดรูปแบบที่ควรจะเป็น

แต่จะพยายามทำให้ดีที่สุดครับ แบ่งปันความรู้เพื่อสิ่งที่เรารักกันดีกว่า ^_____^
บันทึกการเข้า
เซลล์โรงพิมพ์
สวัสดีไทยแลนด์สู้สู้
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +985/-938
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,393



| | |
« ตอบ #9 เมื่อ: กันยายน 12, 2017, 09:00:02 AM »

ละเอียดยิบ
บันทึกการเข้า
Nakhoniqe Dunnesta
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +428/-285
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,139



เว็บไซต์
| | |
« ตอบ #10 เมื่อ: กันยายน 12, 2017, 09:08:06 AM »

ท้ายเกมส์  ยังเป็นปัญหาใหญ่กับทีมชาติไทย
บันทึกการเข้า
-3-
why so serious?
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +97/-716
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,323


เถียงไม่ได้ ให้กดลบนะครับ ฮี่ๆๆ


| | |
« ตอบ #11 เมื่อ: กันยายน 12, 2017, 09:46:31 AM »

ขอบคุณสำหรับบทความครับ

จากทั้งหลายทั้งมวลนี้ ความคิดเห็นส่วนตัวผมคิดว่าเรามาถูกทางพอสมควร และสิ่งที่ต้องปรับปรุงในอนาคตคือ

1. ดูจากจำนวนประตูที่ทำได้เพียง 1 ต่อ 4 ของประตูที่เสียไป งานนี้เป็นโจทย์หินของแท้ต่อสมาคมฯ ที่จะต้องทำอย่างไรที่จะเฟ้นหาหรือฝึกฝนกองหน้าชาวไทยให้มีผลงานดีขึ้น เพื่อสามารถนำมาเป็นตัวเลือกและผลิตสกอร์มากขึ้นกว่านี้ โดยผมเคยเห็นคอมเม้นท์ในเพจบางเพจแนะนำว่า ถ้วยบางถ้วยควรปรับกฎให้ใช้กองหน้าคนไทยเท่านั้น ผมเห็นด้วยส่วนหนึ่งเพราะจะทำให้กองหน้าคนไทยมีโอกาสได้ลงสนามและฝึกฝนตนเองได้มากขึ้น แต่บางสโมสรอาจไม่ยอมเพราะถือว่าเป็นการเสียเปรียบต่อทีมของตน เรื่องนี้สมาคมฯ จำเป็นต้องนำเป็นวาระให้อย่างโดยเร็วที่สุด

ขอเสนอว่าบอลถ้วยลีกคัพ ให้ใช้กฎเดียวกับ T4 ไปเลยครับ
บันทึกการเข้า

ฮี่ๆๆ
Aneak
Thailandsusu
Sr. Member
**

คะแนนความรัก: +193/-51
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,363



| | |
« ตอบ #12 เมื่อ: กันยายน 12, 2017, 11:15:37 AM »

+1 ครับ
บันทึกการเข้า
PATRIOT of SIAM
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +172/-98
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,001


| | |
« ตอบ #13 เมื่อ: กันยายน 12, 2017, 11:26:06 AM »

เยี่ยมครับ  จากสถิติ ไทยมักเสียประตูด้วยการยิง มากกว่าการโหม่งทำประตู
บันทึกการเข้า
lucklocker
Newbie
*

คะแนนความรัก: +12/-1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6


| | |
« ตอบ #14 เมื่อ: กันยายน 12, 2017, 12:35:17 PM »

เยี่ยมครับ  จากสถิติ ไทยมักเสียประตูด้วยการยิง มากกว่าการโหม่งทำประตู

ถูกต้องครับ ถึงแม้ว่าจะโดนยิงมากกว่า แต่ก่อนยิงส่วนใหญ่เป็นการเปิดบอลจากซ้ายและขวา
ผมสังเกตว่าเรามีปัญหาด้านการบังบอล+ประกบตัวหน้ากรอบเขตโทษ ทำให้คู่ต่อสู้เปิดบอลได้และมีโอกาสทำประตุ เลยอยากให้ทีมงานเพิ่มเติมจุดอ่อนนี้ด้วยครับ
บันทึกการเข้า
nolife
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +177/-45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,905



| | |
« ตอบ #15 เมื่อ: กันยายน 12, 2017, 03:19:31 PM »

อยากให้สถิติ การตัดฟาวล์ และการเสียฟาวล์ด้วยครับ
ผมว่าไทยเรายังไม่เน้นตัดฟาวล์ทางเทคนิค คือตัดเกมในเเดนคู่ต่อสู้ และในแดนกลาง ทีมที่เคี่ยวๆ พอเขาเสียบอล เขารีบตัดฟาวล์ทันที
บันทึกการเข้า

คิดว่าโพสถ่อยๆแล้วเท่ห์เหรอ..

bungart
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +350/-208
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,420


| | |
« ตอบ #16 เมื่อ: กันยายน 12, 2017, 03:25:11 PM »

ครับ..เป็นกระจกชั้นดีครับ กับข้อมูลในเชิงเป็นสถิติ  ผมได้ดูบอลไทยมาตลอดทั้งสองครั้งที่หลุดมารอบนี้ ได้ดูซีเกมส์มาสิบกว่าครั้ง ได้ดูเอเชี่ยนเกมส์มาตลอด รวมทั้งอาเซี่ยนคัพทุกครั้งและจะแทบทุกแมทที่ไทยลงเล่น บอกได้เลยว่าทุกวันนี้นักเตะเราเก่งขึ้นมาก วินัยดีขึ้น ร่างกายดูดีขึ้นทั้งความสูง หนา รูปแบบแปลกตาขึ้น....แต่เพื่อนบ้านเราในระดับเอเชียเค้าดีกว่าเราเยอะมาก อย่างญี่ปุ่นไปไกลมาก ไม่ใช่เราไม่พัฒนานะ เค้าพัฒนาจนเราพัฒนาตามไม่ทัน ยังดูอยู่ว่าเรายังไม่ไปใหนในช่วง 5 ปีนี้ ยังอยู่เหนืออาเซี่ยนแต่ไม่ใช่ท๊อปเอเชีย คนที่ทำบอลยังไม่สามารถดันนักเตะขึ้นไปได้ในเวลาอันรวดเร็วนี้ ถึงแม้เราจะฆ่าเค้าให้ตายเค้าก็ไม่สามารถสนองตัณหาแฟนบอลที่คาดหวังแบบไม่ดูเงาหัวตัวเองได้...ผมชอบประโยคสุดท้ายของ จกท.เราทำได้ที่สุดคือร่วมส่งแรงใจและแรงเชียร์ให้เหล่าช้างศึกสู้ศึกในแต่ละศึกอย่างเข้มแข็งและคว้าชัยชนะมาให้จงได้ เพื่อฟุตบอลโลกที่เรารอคอยจะเป็นจริงในสักวัน…..เนี่ยละครับที่เป็นหน้าที่เรา ไม่ใช่รอเสียบ รอซ้ำเวลาแพ้มา...
บันทึกการเข้า
lucklocker
Newbie
*

คะแนนความรัก: +12/-1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6


| | |
« ตอบ #17 เมื่อ: กันยายน 12, 2017, 05:05:39 PM »

อยากให้สถิติ การตัดฟาวล์ และการเสียฟาวล์ด้วยครับ
ผมว่าไทยเรายังไม่เน้นตัดฟาวล์ทางเทคนิค คือตัดเกมในเเดนคู่ต่อสู้ และในแดนกลาง ทีมที่เคี่ยวๆ พอเขาเสียบอล เขารีบตัดฟาวล์ทันที

โห งานหินมากครับ คงต้องเปิดดูเกมย้อนหลังทั้งหมดแล้วเก็บรายละเอียดตอนฟาว
อันนี้ขอเก็บไว้เป็นการบ้านนะครับ หากมีเวลาจะพยายามทำมาแบ่งปันให้อ่านกันแน่นอน
บันทึกการเข้า
lucklocker
Newbie
*

คะแนนความรัก: +12/-1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6


| | |
« ตอบ #18 เมื่อ: กันยายน 12, 2017, 05:10:54 PM »

ครับ..เป็นกระจกชั้นดีครับ กับข้อมูลในเชิงเป็นสถิติ  ผมได้ดูบอลไทยมาตลอดทั้งสองครั้งที่หลุดมารอบนี้ ได้ดูซีเกมส์มาสิบกว่าครั้ง ได้ดูเอเชี่ยนเกมส์มาตลอด รวมทั้งอาเซี่ยนคัพทุกครั้งและจะแทบทุกแมทที่ไทยลงเล่น บอกได้เลยว่าทุกวันนี้นักเตะเราเก่งขึ้นมาก วินัยดีขึ้น ร่างกายดูดีขึ้นทั้งความสูง หนา รูปแบบแปลกตาขึ้น....แต่เพื่อนบ้านเราในระดับเอเชียเค้าดีกว่าเราเยอะมาก อย่างญี่ปุ่นไปไกลมาก ไม่ใช่เราไม่พัฒนานะ เค้าพัฒนาจนเราพัฒนาตามไม่ทัน ยังดูอยู่ว่าเรายังไม่ไปใหนในช่วง 5 ปีนี้ ยังอยู่เหนืออาเซี่ยนแต่ไม่ใช่ท๊อปเอเชีย คนที่ทำบอลยังไม่สามารถดันนักเตะขึ้นไปได้ในเวลาอันรวดเร็วนี้ ถึงแม้เราจะฆ่าเค้าให้ตายเค้าก็ไม่สามารถสนองตัณหาแฟนบอลที่คาดหวังแบบไม่ดูเงาหัวตัวเองได้...ผมชอบประโยคสุดท้ายของ จกท.เราทำได้ที่สุดคือร่วมส่งแรงใจและแรงเชียร์ให้เหล่าช้างศึกสู้ศึกในแต่ละศึกอย่างเข้มแข็งและคว้าชัยชนะมาให้จงได้ เพื่อฟุตบอลโลกที่เรารอคอยจะเป็นจริงในสักวัน…..เนี่ยละครับที่เป็นหน้าที่เรา ไม่ใช่รอเสียบ รอซ้ำเวลาแพ้มา...

ขอบคุณมากๆ เลยครับ สำหรับคำชม มีกำลังใจเขียนเยอะเลย
อันที่จริงผมก็ได้ดูบอลไทยเรามานานพอสมควร เพียงแต่คราวนี้แตกต่างตรงที่เราให้ความสำคัญเพราะครั้งนี้เป็น 1 ในโอกาสที่เราเข้าใกล้ฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายครั้งหนึ่ง ประจวบกับเวลาเอื้ออำนวยด้วย จึงเกิดมาเป็นกระทู้นี้ครับ

สมาคมฯ คงมีทีมงานเก็บสถิติอยู่แล้วและเป็นระบบเชิงลึกกว่า แต่แฟนบอลอย่างเราเข้าไม่ถึงข้อมูลส่วนนั้น ผมจึงเกิดไอเดียเขียนกระทู้นี้ขึ้นมา และจะพยายามเก็บและแบ่งปันข้อมูลเหล่านี้ด้วยครับ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  




Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!