Thailandsusu Webboard
พฤศจิกายน 22, 2017, 05:46:44 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน Gallery เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

ดูบอลสด ดูบอลออนไลน์ ดูบอลช่อง BeIN

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: การเสียกรุงศรีอยุธยาให้แก่พม่า เราอ่อนแอ Vs พม่าเก่ง ร่วมวิจารณ์ครับ  (อ่าน 895 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
deawfico
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +398/-1302
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,469



| | |
« เมื่อ: สิงหาคม 29, 2017, 03:00:36 PM »

สำหรับผม ผมคิดว่าแม่ทัพพม่าในยุคนั้นเก่งมากๆแต่แม่ทัพที่มาบุกไทยในคราวเสียกรุงครั้งที่ 2  คือมังมหานรธากับเนเมียวถือว่าเก่งระดับนึงแต่ยังไม่เท่ากับแม่ทัพผู้เฒ่าอย่างอะแซหวุ่นกี้ ในขณะที่พระเจ้าเอกทัศน์จากการตีความยุคใหม่ท่านไม่ได้อ่อนแออย่างที่คิดเพราะพงศวดารของฝรั่งที่อยู่ในกรุงกล่าวไว้ว่ามีเตรียมการรับศึกอย่างดี แต่เลือกใช้กลยุทธ์ที่ผิดคือตั้งรับในพระนครรอน้ำเหนือมาท่วมค่ายพม่า ในขณะที่พม่าเตรียมการมาอย่างดีให้ทหารต่อแพตอนน้ำท่วมรอบพระนคร แล้วระดมยิงปืนใหญ่เข้าใส่ จากนั้นขุดอุโมงค์ทลายกำแพงจนกรุงศรีแตกในที่สุด ในยุคนั้นเรามีแม่ทัพเก่งๆหลายคน อย่างสมเด็จพระเจ้าตากสิน, สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าและกรมบวรสุรสีหนาท แต่ก็ไม่สามรถต้านทานพม่าในยุคนั้นได้ ต้องตีฝ่าวงล้อมออกไปตั้งหลักที่เมืองจันทบุรี  จนมาถึงสงครามสมัยสมเด็จพระเจ้าตากก็เช่นกัน ทัพของ ร.1 และกรมบวร ก็ถูกทัพอะแซหวุ่นกี้ตีแตกพ่ายถอยร่นลงมาจะแพ้อยู่แล้ว แต่สุดท้ายพม่าติดศึกกับจีนจึงยกทัพกลับไปก่อน จึงคิดได้ว่าสมัยนั้นไทยอาจจะเป็นรัฐบรรณาการณ์ของจีนด้วยเช่นกัน เมื่อผลประโยชน์ตนเองกำลังแย่พี่จีนก็ต้องเข้าช่วยเหลือ (อันนี้แค่ข้อสันนิษฐานนะครับ) การตีความในประวัติศาสตร์ยุคใหม่จึงไม่ได้เหมือนที่เราเรียนมารุ่นต่อรุ่นซะทีเดียว
บันทึกการเข้า

ชีวิตที่สันโดษย่อมมีความสุขเสมอ
เซลล์โรงพิมพ์
สวัสดีไทยแลนด์สู้สู้
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +985/-936
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,393



| | |
« ตอบ #1 เมื่อ: สิงหาคม 29, 2017, 03:07:24 PM »

มาทุกแนวเลย
บันทึกการเข้า
JDAM
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +297/-403
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,819



| | |
« ตอบ #2 เมื่อ: สิงหาคม 29, 2017, 03:11:59 PM »

มาทุกแนวเลย

55 ท่านก็ตามทุกกระทู้เลย
บันทึกการเข้า
terati20
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +1112/-941
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11,488


ถ้ากูรวยเมื่อไหร่ จะมา Take over ท่าเรือ


| | |
« ตอบ #3 เมื่อ: สิงหาคม 29, 2017, 03:12:36 PM »

เอาซักเเนวเถอะ
บันทึกการเข้า

สุทสฺสํ วชฺชมญฺเญสํ อตฺตโน ปน ทุทฺทสํ 
ความผิดของผู้อื่นเห็นง่าย ฝ่ายของตนเห็นยาก
Seamus O'grady
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +3537/-1500
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 33,379


ลิเวอร์พูลทั่วไทย..!!!


| | |
« ตอบ #4 เมื่อ: สิงหาคม 29, 2017, 03:17:58 PM »

สั้นๆ นะ เราป้องกันเมืองหลวงตามแบบฉบับที่เราถนัด เทครัว อพยพเข้ามาในกำแพงวัง กักตุนเสบียงอาหาร รอน้ำเหนือหลาก ท่วมทำลายที่ตั้งของทัพพม่า การใช้กองทัพรบแบบจรยุทธ์หรือกองโจร ทำลายเส้นทางการส่งเสบียง

แต่คราวนี้ไม่ใช่อย่างนั้น ความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อรัฐบาลบ้านพลูหลวงมันลดลงทุกที เพราะการชิงอำนาจกันมาเป็นร้อยปี ทัพพม่าไม่ได้บุกมาตีกรุงศรีฯ เสียทีเดียว แต่ใช้วิธีตีกระหนาบโอบล้อมมาเรื่อยๆ การข่าวของอยุธยา น่าจะมีปัญหา เพราะไม่มีข้อมูลของข้าศึก และประเด็นสำคัญที่สุดในความพ่ายแพ้ของอยุธยาก็คือ การถูกปิดเส้นทางน้ำ จากอยุธยามายังปากน้ำ ไม่สามารถเสริมยุทธภัณฑ์และเสบียงได้เลย นี่คือปัจจัยที่สำคัญที่สุด เรือสินค้าที่ลอยลำในอ่าวไทยก็ไม่กล้าเข้าไปในอยุธยา เนื่องจากอังกฤษที่ตอนนั้นกำลังขยายอิทธิพลในอินเดีย พม่ารู้ดีว่า อังกฤษไม่ธรรมดา ทีแรกพยามผูกมิตรไมตรี โดยที่กษัตริย์พม่าส่งหนังสือไปยังราชสำนักอังกฤษว่า การยกทัพมาจัดการกับสยามในคราวนี้ ทำถูกต้องทุกประการ เพราะเดิมทีสยามเคยเป็นเป็นประเทศราชของพม่า ตั้งแต่สมัยพระเจ้าบุเรงนอง แห่งราชวงศ์ตองอู
บันทึกการเข้า

แหล่งชุมนุมของตากล้องหน้าตาดี...ชาวสุราษฎร์ฯ
varasinp
Thailandsusu
Jr. Member
**

คะแนนความรัก: +34/-19
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 219


| | |
« ตอบ #5 เมื่อ: สิงหาคม 29, 2017, 03:22:47 PM »

ถ้าเอาที่ผมคิดเองนะ ผมว่าพม่าเก่งเรื่องทำศึกแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้วครับ เขามีการสู้รบมาตลอดเพราะเรื่องปัญหามีหลายชนชาติในประเทศเขานั่นล่ะ ถึงคราวที่จะยกมาตีกรุงศรีอยุธยาได้ ก็คือต้องปราบเผ่าต่างๆได้หมดแล้ว พูดง่ายๆว่ามีความมั่นคงภายในแล้วถึงจะมาตีอยุธยาได้ เมื่อถึงเวลานั้นทหารพม่าก็เป็นทหารเจนศึกแล้วล่ะครับ เทียบกับทหารกรุงศรีอยุธยาเว้นศึกสงครามมานาน อยู่ดีๆจะให้ไปวิ่งตีกับทหารที่ผ่านการรบมาแล้วก็ต้องเสียเปรียบอยู่แล้วครับ แล้วมากไปกว่านั้นจำนวนก็น้อยกว่า หัวเมืองทั้งหลายก็ไม่กล้าจะมาช่วยเพราะโดนเผาซะวอด คือพม่าก็ขู่ไว้แล้ว

ถามว่าเราอ่อนแอมั้ย ผมว่าก็ไม่เชิง แต่เราก็ไม่ได้แข็งแกร่งอะไรขนาดนั้น ณ เวลานั้น การที่เอาพระนครเป็นที่มั่นในการตั้งรับสู้กับพม่าดูเหมือนจะเป็นวิธีที่ไม่ถูกต้องในเวลาหลังๆ เพราะพม่าก็รู้ดีอยู่แล้ว ว่าภูมิศาสตร์ของอยุธยาเป็นยังไง สังเกตุดูไม่ว่าจะสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช หรือกระทั่งสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ก็ออกไปตั้งรับข้าศึกนอกพระนครทุกครั้งไม่ให้ข้าศึกล้อมกรุง คือถ้าพม่าเข้ามาล้อมได้เมื่อไหร่ ความเห็นส่วนตัวผมคือเราแพ้เลย เพียงแต่ว่าพม่าจะหักเข้าพระนครได้เร็วหรือช้าแค่นั้นเอง
บันทึกการเข้า
deawfico
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +398/-1302
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,469



| | |
« ตอบ #6 เมื่อ: สิงหาคม 29, 2017, 03:25:27 PM »

มาทุกแนวเลย
เอาซักเเนวเถอะ
มาทุกแนวเลย

55 ท่านก็ตามทุกกระทู้เลย
เรื่อง มวย บอล ประวัติศาสตร์สงคราม ยันอาบอบนวด ผมพอได้ครับ
บันทึกการเข้า

ชีวิตที่สันโดษย่อมมีความสุขเสมอ
varasinp
Thailandsusu
Jr. Member
**

คะแนนความรัก: +34/-19
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 219


| | |
« ตอบ #7 เมื่อ: สิงหาคม 29, 2017, 03:26:43 PM »

ท่าน deawfico ดู Game of Thrones มั้ยครับ?
บันทึกการเข้า
deawfico
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +398/-1302
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,469



| | |
« ตอบ #8 เมื่อ: สิงหาคม 29, 2017, 03:27:43 PM »

ท่าน deawfico ดู Game of Thrones มั้ยครับ?
อยากจะดูอยู่เหมือนกันครับ
บันทึกการเข้า

ชีวิตที่สันโดษย่อมมีความสุขเสมอ
yutto
Newbie
*

คะแนนความรัก: +20/-20
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 154



| | |
« ตอบ #9 เมื่อ: สิงหาคม 29, 2017, 03:37:08 PM »

วันนี้พม่าเล่นได้ดุดันมาครับ เกือบได้ประตูหลายครั้ง
บันทึกการเข้า
yutto
Newbie
*

คะแนนความรัก: +20/-20
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 154



| | |
« ตอบ #10 เมื่อ: สิงหาคม 29, 2017, 03:38:28 PM »

นำจนได้ 1-0
บันทึกการเข้า
พ่อน้องน้ำหวาน_MTUFC
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +509/-567
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,803


คนปากเกร็ด เชียร์เมืองทอง ยูไนเต็ด


| | |
« ตอบ #11 เมื่อ: สิงหาคม 29, 2017, 03:54:58 PM »

ผมก็เห็นใช่ว่าอองทูเเม่ทัพฝ่ายข้างอ้ายพม่ารามัญที่เขาเล่าว่าเชี่ยวชาญการนรงค์สงครามเป็นเยี่ยงนัก

ก็มิได้เก่งกล้าดั่งที่เขาว่าเลยเเม้เเต่นิด...กลับเป็นว่าไพร่พลข้างฝั่งสยามประเทศนี่เเล

ที่เเตกกระสานสั่นเซ็น...ไม่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน...บ้างก็ยุเเยงตะเเคงรั่วตีตนก่อนไข้

บ้างก็ยกยอไปถือหางฝ่ายศัตรูจนเเม่ทัพนายกองฝั่งตรงข้าม...ว่าร่างใหญ่โตดั่งยักษ์มาร

เเต่กระนั้นเเล้วก็มิได้ทำให้เหล่าเเม่ทัพฝ่ายอโยธยาที่นำโดยออกญามีชื่อ.....ที่ปลุกขวัญกำลังใจเหล่าทหารกล้า

...เข้าต่อตีพวกอ้ายพม่าข้าศึกจนได้รับซึ่งชัยชนะในที่สุด...
บันทึกการเข้า
Bob_Sothorn
Sr. Member
****

คะแนนความรัก: +146/-75
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,847


| | |
« ตอบ #12 เมื่อ: สิงหาคม 29, 2017, 04:01:07 PM »

    นายพล Deawfico ว่างๆ ก็นำลายแทง อย่างหลังมาฝากสมาชิก รุ่นกระทิง มาฝากหน่อยละกัน ฮี่ๆๆ
บันทึกการเข้า
ลูฟี่
รักท่านวีวี เป็นมิตรที่ดีกับ japan_xi
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1481/-950
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 15,544


เปิดไม่ได้ทุกคำถามเพราะทำไม่เป็น


| | |
« ตอบ #13 เมื่อ: สิงหาคม 29, 2017, 04:20:29 PM »

ถ้าเอาที่ผมคิดเองนะ ผมว่าพม่าเก่งเรื่องทำศึกแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้วครับ เขามีการสู้รบมาตลอดเพราะเรื่องปัญหามีหลายชนชาติในประเทศเขานั่นล่ะ ถึงคราวที่จะยกมาตีกรุงศรีอยุธยาได้ ก็คือต้องปราบเผ่าต่างๆได้หมดแล้ว พูดง่ายๆว่ามีความมั่นคงภายในแล้วถึงจะมาตีอยุธยาได้ เมื่อถึงเวลานั้นทหารพม่าก็เป็นทหารเจนศึกแล้วล่ะครับ เทียบกับทหารกรุงศรีอยุธยาเว้นศึกสงครามมานาน อยู่ดีๆจะให้ไปวิ่งตีกับทหารที่ผ่านการรบมาแล้วก็ต้องเสียเปรียบอยู่แล้วครับ แล้วมากไปกว่านั้นจำนวนก็น้อยกว่า หัวเมืองทั้งหลายก็ไม่กล้าจะมาช่วยเพราะโดนเผาซะวอด คือพม่าก็ขู่ไว้แล้ว

ถามว่าเราอ่อนแอมั้ย ผมว่าก็ไม่เชิง แต่เราก็ไม่ได้แข็งแกร่งอะไรขนาดนั้น ณ เวลานั้น การที่เอาพระนครเป็นที่มั่นในการตั้งรับสู้กับพม่าดูเหมือนจะเป็นวิธีที่ไม่ถูกต้องในเวลาหลังๆ เพราะพม่าก็รู้ดีอยู่แล้ว ว่าภูมิศาสตร์ของอยุธยาเป็นยังไง สังเกตุดูไม่ว่าจะสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช หรือกระทั่งสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ก็ออกไปตั้งรับข้าศึกนอกพระนครทุกครั้งไม่ให้ข้าศึกล้อมกรุง คือถ้าพม่าเข้ามาล้อมได้เมื่อไหร่ ความเห็นส่วนตัวผมคือเราแพ้เลย เพียงแต่ว่าพม่าจะหักเข้าพระนครได้เร็วหรือช้าแค่นั้นเอง
 ในประวัติศาสตร์ตอนนั้น  พม่า มีคนบุญบารมีถือกำเนิดขึ้นในหมู่บ้านเล็ก  ๆ   แห่งนึง   ต่อมาได้กลายเป็นผู้ใหญ่บ้านในแถบนั้น          หลังจากนั้นเขาเป็นคนนำกำลังเข้าต่อสู้จนสามารถปราบพวกมอญที่ขึ้นเป็นใหญ่ในลุ่มแม่น้ำอิรวดีได้สำเร็จ  หลังจากนั้นได้สถาปนาขึ้นเป็นกษัตริย์แห่งพุกามประเทศ นามว่าอลองพญา  มอญก็เลยสิ้นชาตินับแต่นั้นมา               พระเจ้าอลองพญา ซึ่งเป็นกษัตริย์พระองค์นี้มีลูกชายอยู่ 3 คนมั้ง      จากชาวบ้านธรรมดากลายเป็นกษัตริย์และพระโอรส การศึกห้าวหาญทุกพระองค์     อีกทั้งกองทัพพม่าเชื่อมั่นในผู้นำอย่างมากเพราะเพิ่งปราบมอญมาได้ใหม่  ๆ ต้องการขยายอำนาจมาทางอโยธยาที่กำลังอ่อนแอ         เพราะตอนนั้นราชวงศ์สุดท้ายของอยุธยานี้มีการทำศึกภายในแย่งชิงบัลลังค์กันบ่อยครั้ง  จนปลายยุคสมัยแทบไม่มีขุนนางฝีมือดีเข้ารับราชการเลย  เพราะโดนประหารและขับไล่ออกจากตำแหน่งหน้าที่ไปมาก   โดยเฉพาะตั้งแต่สมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ     ทำให้การทหารและการภายในราชสำนักอยุธยาอ่อนแอลงไปมาก          อีกทั้งบ้านเมืองห่างการศึกมานานนับร้อยปี  ไม่มีผู้เชี่ยวชาญการศึกเหลืออยู่มากนักจึงเป็นเหตุให้ต้องเสียเมืองในที่สุด
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 29, 2017, 04:29:25 PM โดย ลูฟี่ » บันทึกการเข้า

ผู้ชายในฝันคือคุณชายหม่อมราชวงศ์พุฒิภัทร  แต่ คุณชายหม่อมราชวงศ์  สุขุมพันธ์  บริพัตร  นั่นคือความจริง
ลี้คิมฮวงคือตำนานมีดบิน    นายกีวีคือตำนานพ่อพระวงการฟุตบอลไทย
Yorktown Saratoga
ฮักแท้ ยโสธร
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +595/-235
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,636



| | |
« ตอบ #14 เมื่อ: สิงหาคม 29, 2017, 04:27:46 PM »

อยุธยา เลือกยุทธศาสตร์ ยุทธวิธี ในการรบผิดพลาด

....ยึดติดแบบแผนเดิมๆ ใช้เมืองหลวงเป็นป้อมปราการในการทำศึกมาตลอดหลายยุคสมัย ขณะที่ฝ่ายอังวะ ก็รู้ทางนี้ดี
เพราะก่อนหน้าพระเจ้ามังระมากับพ่อ (พระเจ้าอลองพญา) ตอนต้นของสมัยพระเจ้าเอกทัศน์
...พระเจ้ามังระรู้อยู่แล้วว่าอยุธยาจะทำแบบไหน เลยเตรียมแก้ทางมาแล้ว เช่นตัดหัวเมืองฝ่ายเหนือ หัวเมืองต่างๆออกจากการรบ
มุ่งทัพทั้งสองเข้ามาอยุธยาโดยตรง ตัดเส้นทางลำเลียง และความช่วยเหลือออกจากอยุธยาโดยสิ้นเชิง
...ดำรงซึ่งจุดมุ่งหมาย พระเจ้ามังระได้แสดงออกถึงน้ำอดน้ำทน ความมีวินัย ยืนยันที่จะปิดล้อม โดยไม่ละทิ้งความพยายาม
...แม้พระเจ้ามังระ จะไม่ได้บัญชาการรบเอง ก็ยังมีม้าเร็วคอยติดต่อ และสั่งการผ่านแม่ทัพทั้งสอง มังมหานรธา กับเนเมียวสีหบดี
(ชัยชนะครั้งนี้ จึงต้องยกให้เป็นผลงานของพระเจ้ามังระ)

...ส่วนฝ่ายอยุธยา ไม่ได้อ่อนด้อย หรืออ่อนแอใดๆ แต่แพ้ในเชิงยุทธวิธี (เป็นสิ่งยอมรับกันได้ในการศึกสงคราม)
ย้ำ...อยุธยาไม่ได้แพ้เพราะเราอ่อนแอ แต่แพ้ในยุทธวิธี

...พอมาครั้งสมัย พระเจ้าตากสิน จนถึงสมัยของพระพุทธยอดฟ้า กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท
ธนบุรี และรัตนโกสินทร์ ไม่เคยใช้เมืองหลวงเป็นที่รับศึกอีกเลย แต่เลือกใช้วิธีออกไปรับศึกด้านนอก เป็นฝ่ายเลือกชัยภูมิในการรบ

เราปรับตัว...เรียนรู้จากบทเรียนของอยุธยาได้อย่างรวดเร็ว จึงสามารถฟื้นตัวสร้างบ้านแปลงเมืองให้มั่นคง สู่รุ่นลูกหลานอย่างเราๆ
บันทึกการเข้า
PATRIOT of SIAM
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +172/-98
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,001


| | |
« ตอบ #15 เมื่อ: สิงหาคม 29, 2017, 04:29:54 PM »

ทำไม พม่า ถึงตีไทย จน ย่อยยับ เอาพื้นที่ไปทำอะไร ทั้งๆที่ ไทยกับพม่า ก็มีเทือกเขาเป็นแนวยาว ข้างกั้น เป็นอุปสรรคในการเดินทางอย่างมาก การปกครองก็ลำบาก

สมัยไทยเสียกรุง ให้กับพม่า ถึง 15 ปี ก็ไม่เห็นจะได้รับวัฒนธรรม ภาษาพม่ามาใช้เลย
บันทึกการเข้า
pongonwon
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +314/-961
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,651



| | |
« ตอบ #16 เมื่อ: สิงหาคม 29, 2017, 04:32:51 PM »

สิ่งที่คนไทยเข้าใจผิด
1.พม่าไม่ได้เผากรุงศรี
2.พม่าไม่ได้เอาทองเราไป
3.เจดีย์ ชเวดากอง เป็นทองในพม่าเองไม่ใช่ในสงคราม

https://www.matichon.co.th/news/511504
บันทึกการเข้า
deawfico
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +398/-1302
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,469



| | |
« ตอบ #17 เมื่อ: สิงหาคม 29, 2017, 04:36:54 PM »

ทำไม พม่า ถึงตีไทย จน ย่อยยับ เอาพื้นที่ไปทำอะไร ทั้งๆที่ ไทยกับพม่า ก็มีเทือกเขาเป็นแนวยาว ข้างกั้น เป็นอุปสรรคในการเดินทางอย่างมาก การปกครองก็ลำบาก

สมัยไทยเสียกรุง ให้กับพม่า ถึง 15 ปี ก็ไม่เห็นจะได้รับวัฒนธรรม ภาษาพม่ามาใช้เลย
อยุธยาเป็นเมืองท่าที่สำคัญครับเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจทีเดียว อีกอย่างอยุธยาเป็นอาณาจักรที่ทำให้อาณาจักรต่างๆที่ขึ้นต่อพม่ากระด้างกระเดื่องใส่พม่าครับ เช่นมอญเป็นต้น พอพม่ารวบรวมแผ่นดินเป็นปึกแผ่น ก็อยากจะกำจัดอยุธยาซึ่งเป็นเสี้ยนหนามตัวสำคัญออกไปครับ เพื่อตนเองจะเป็นชาติที่ยิงใหญ่ในดินแดนแห่งนี้..  ส่วนวัฒนธรรมตอนเป็นเมืองขึ้น ผมมองว่าวิชาการหรือแผนการรบ พระองค์ดำได้เรียนรู้จากพม่าแล้วเอามาปรับใช้กับเราอยู่พอสมควรครับ  
บันทึกการเข้า

ชีวิตที่สันโดษย่อมมีความสุขเสมอ
pongonwon
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +314/-961
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,651



| | |
« ตอบ #18 เมื่อ: สิงหาคม 29, 2017, 04:41:24 PM »

ทำไม พม่า ถึงตีไทย จน ย่อยยับ เอาพื้นที่ไปทำอะไร ทั้งๆที่ ไทยกับพม่า ก็มีเทือกเขาเป็นแนวยาว ข้างกั้น เป็นอุปสรรคในการเดินทางอย่างมาก การปกครองก็ลำบาก

สมัยไทยเสียกรุง ให้กับพม่า ถึง 15 ปี ก็ไม่เห็นจะได้รับวัฒนธรรม ภาษาพม่ามาใช้เลย
อยุธยาเป็นเมืองท่าที่สำคัญครับเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจทีเดียว อีกอย่างอยุธยาเป็นอาณาจักรที่ทำให้อาณาจักรต่างๆที่ขึ้นต่อพม่ากระด้างกระเดื่องใส่พม่าครับ เช่นมอญเป็นต้น พอพม่ารวบรวมแผ่นดินเป็นปึกแผ่น ก็อยากจะกำจัดอยุธยาซึ่งเป็นเสี้ยนหนามตัวสำคัญออกไปครับ เพื่อตนเองจะเป็นชาติที่ยิงใหญ่ในดินแดนแห่งนี้..  ส่วนวัฒนธรรมตอนเป็นเมืองขึ้น ผมมองว่าวิชาการหรือแผนการรบ พระองค์ดำได้เรียนรู้จากพม่าแล้วเอามาปรับใช้กับเราอยู่พอสมควรครับ 

ที่ในแถบนี้ รบกัน
ประเด็นหลักคือ"คน"ครับ

ทรัพยากร คนน้อยมากๆ และแถบนี้ในอดีตมีแต่ป่า
ลาว ไทย พม่า เขมร  พอตีได้ก็กวาดต้อนคนไปเมืองของตน

พวกทอง ของมีค่า ไม่สำคัญเท่าคนเลย



ในสมัยกรุ่งศรีอยุธยา มีประชากร หลักแสน เองนะครับ


การสร้างเมือง ก็เอาผู้คนที่กวาดต้อนนี้แหละ ไปสร้างเมือง แบกของ ตัดไม้ ๆลๆ
บันทึกการเข้า
ชื่อนี้มีผู้ใช้แล้ว
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +348/-231
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,358


ผมรักบอลไทย


| | |
« ตอบ #19 เมื่อ: สิงหาคม 29, 2017, 04:42:51 PM »

 
บันทึกการเข้า
Strom_Raider
Full Member
***

คะแนนความรัก: +111/-59
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 975



| | |
« ตอบ #20 เมื่อ: สิงหาคม 29, 2017, 04:50:09 PM »

เคยอ่านเจอ พม่าเตรียมการ ก่อนศึกอยุธยา 2-3 ปี มีการไปยึดเมือง ต่างๆ เพื่อใช้ส่งกำลัง  หัวเมืองต่างๆ ที่อยุธยาจะใช้เรียกกำลัง เรียกเสบียงโดนพม่ายึดไปได้ทั้งหมด จนเหลือที่มั่นสุดท้ายคือเกาะเมืองอยุธยา ซึ่งอยุธยาตั้งรับเต็มที่ ตามรูปแบบคืออยู่ในเมือง ไม่ให้บุกชิงตีเมืองได้ เพื่อรอน้ำหลาก

แต่พม่าเตรียมการไว้หมดแล้ว ช่วงน้ำหลาก พม่าเอาเรือมาผูกเป็นแพ สุดลูกหูลูกตา สรุปภัยธรรมชาติไม่มีผลต่อการเตรียมการ

พอน้ำลดพม่าก็บุกอีกรอบ ในเมืองเริ่มขาดแคลนเสบียงอาหาร แต่การส่งกำลังสนับสนุนทางอาหารเสบียงของพม่าไม่ขาดตอน สุดท้ายก็ชนะครับ

บันทึกการเข้า
JuDge4
Thailandsusu
Jr. Member
**

คะแนนความรัก: +273/-24
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 347


เว็บไซต์
| | |
« ตอบ #21 เมื่อ: สิงหาคม 29, 2017, 05:20:11 PM »

กระทู้ท่านผมขอร่วมแจมอีกรอบนะครับ

ในบันทึกของ วันวลิต (ฟาน วลีต) พ่อค้าชาวเนเธอร์แลนด์ ที่เข้ามาค้าขายในรัชกาลสมเด็จพระเจ้าปราสาททองระบุว่า ชาวสยามมีความโดดเด่นในเรื่องความภาคภูมิใจในชาติของตน โดยชาวสยาม "เชื่อว่าไม่มีชาติอื่นที่จะเทียบกับตนได้ และเห็นว่ากฎหมาย ขนบธรรมเนียม และความรู้ของตนนั้นดีกว่าที่ไหนทุกแห่งในโลก" Van Vliet (1692), "Description of the Kingdom of Siam" (L.F. Van Ravenswaay trans.), at 82 ความเป็นชาตินิยมนี่ค่อนข้างจะอยู่ในสายเลือดเราเหมือนกัน

ยุคนั้น เลยยุคเฟื่องฟู ของการเขียนบันทึก ทำหนังสือของชาวยุโรปมาแล้วหลายร้อยปี การเดินทางพร้อมด้วยการบันทึกเรื่องราวเป็นหนังสือพบเห็นได้เยอะมาก

ประชากรในยุคนั้น

"ในช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ 20 อาณาจักรอยุธยามีประชากรประมาณ 1,900,000 คน ซึ่งนับชายหญิงและเด็กอย่างครบถ้วน แต่ลาลูแบร์กล่าวว่า ตังเลขดังกล่าวน่าจะไม่ถูกต้องเนื่องจากมีผู้หนีการเสียภาษีอากรไปอยู่ตามป่าตามดงอีกมาก" มร.เดอะ ลาลูแบรฺ. จดหมายเหตุลาลูแบรฺฉบับสมบูรณ์

 แต่ แอนโธนี เรด นักวิชาการด้านอุษาคเนย์เทียบหลักฐานจากคำบอกเล่าต่างๆ แล้วประมาณว่า กรุงศรีอยุธยามีประชากร ในช่วงคริสต์ศตวรรษ ที่ 17 ราว 200,000 ถึง 240,000 คน  มีกลุ่มชาติพันธุ์หลักคือไทยสยาม

ด้วยเหตุที่กรุงศรีอยุธยาเป็นอาณาจักรที่มีความเจริญรุ่งเรือง กลุ่มชาติพันธุ์กลุ่มอื่น ๆ ได้อพยพเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร เชลยที่ถูกกวาดต้อน หรือ เรียกว่า เทครัว

สาเหตุที่ราชอาณาจักรอยุธยา มีความขัดแย้งระหว่างชาติพันธุ์ค่อนข้างน้อยนั้น ก็เนื่องมาจากมูลเหตุ 4 ประการ
1.สัดส่วนของจำนวนประชากรชาวสยาม ต่อประชากรชาติพันธุ์อื่นนั้นค่อนข้างต่ำ
2.ชาวสยามมีชนชาติอื่นที่อพยบมาเพราะสงครามในพม่า เช่น ชาวมอญ จึงมีใจฝักใฝ่สยามมากกว่า
3.ความเป็นนานาชาติพันธุ์ของบรรยากาศการค้าขายในอยุธยา ทำให้การเลือกปฏิบัติทางชาติพันธุ์มีความเบาบางลง นอกจากนี้ยังมีคน
4.ต่างชาติรับราชการในกรุงศรีอยุธยาอยู่เป็นจำนวนมาก
5.สงครามระหว่างสยามกับชาติเพื่อนบ้าน ไม่ยืดเยื้อยาวนานเท่าฝั่งพม่า ทำให้แนวคิดขัดแย้งทางชาติพันธุ์ไม่ฝังรากลึก

สิ่งเหล่านี้ทำให้ พม่า เป็นกังวล และทำให้อยุธยามีอำนาจมาก ต่อเมืองประเทศราชของพม่า อื่นๆ ทั้งที่ตั้ง ความอุดมสมบูรณ์ ความขัดแย้งทางชาติพันธ์น้อย เมื่อพม่ามั่นคง ศึกภายในสงบ จึงต้องยกทัพมาปราบอยู่เรื่อยๆ เพื่อทำให้เมืองประเทศราชอื่นๆของพม่า เห็น

แต่ด้วยความรุ่งเรืองทางวัฒนธรรม ความคิดต่างๆ และความรักในผืนแผ่นดินฝังรากลึกแบบชาตินิยมดังที่ได้กล่าว ทำให้กรุงศรีอยุธยา ไม่สิ้นคนดี และคนมีความสามารถทางการรบการปกครอง ต่อให้แพ้สงคราม ก็ยังเหลือคนดีที่มีความสามารถหาทางกลับมากู้บ้านกู้เมืองได้

ดังที่ได้ริ้มรสบทกวีเอกของกรุงรัตนโกสินท์ตอนต้นอย่างสุนทรภู่ ที่กล่าวถึงสภาพบ้านเมืองและคนในยุคกรุงศรีตอนปลายมาบ้าง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 29, 2017, 06:16:29 PM โดย JuDge4 » บันทึกการเข้า


หากนักฟุตบอลไทยไม่ออกไปเล่นนอกประเทศโอกาสไปฟุตบอลโลกของทีมชาติไทยก็จะน้อยลง อ่านได้ที่ - http://goo.gl/XdHUaD
PATRIOT of SIAM
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +172/-98
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,001


| | |
« ตอบ #22 เมื่อ: สิงหาคม 29, 2017, 06:17:40 PM »

ทำไม พม่า ถึงตีไทย จน ย่อยยับ เอาพื้นที่ไปทำอะไร ทั้งๆที่ ไทยกับพม่า ก็มีเทือกเขาเป็นแนวยาว ข้างกั้น เป็นอุปสรรคในการเดินทางอย่างมาก การปกครองก็ลำบาก

สมัยไทยเสียกรุง ให้กับพม่า ถึง 15 ปี ก็ไม่เห็นจะได้รับวัฒนธรรม ภาษาพม่ามาใช้เลย
อยุธยาเป็นเมืองท่าที่สำคัญครับเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจทีเดียว อีกอย่างอยุธยาเป็นอาณาจักรที่ทำให้อาณาจักรต่างๆที่ขึ้นต่อพม่ากระด้างกระเดื่องใส่พม่าครับ เช่นมอญเป็นต้น พอพม่ารวบรวมแผ่นดินเป็นปึกแผ่น ก็อยากจะกำจัดอยุธยาซึ่งเป็นเสี้ยนหนามตัวสำคัญออกไปครับ เพื่อตนเองจะเป็นชาติที่ยิงใหญ่ในดินแดนแห่งนี้..  ส่วนวัฒนธรรมตอนเป็นเมืองขึ้น ผมมองว่าวิชาการหรือแผนการรบ พระองค์ดำได้เรียนรู้จากพม่าแล้วเอามาปรับใช้กับเราอยู่พอสมควรครับ 

ที่ในแถบนี้ รบกัน
ประเด็นหลักคือ"คน"ครับ

ทรัพยากร คนน้อยมากๆ และแถบนี้ในอดีตมีแต่ป่า
ลาว ไทย พม่า เขมร  พอตีได้ก็กวาดต้อนคนไปเมืองของตน

พวกทอง ของมีค่า ไม่สำคัญเท่าคนเลย



ในสมัยกรุ่งศรีอยุธยา มีประชากร หลักแสน เองนะครับ


การสร้างเมือง ก็เอาผู้คนที่กวาดต้อนนี้แหละ ไปสร้างเมือง แบกของ ตัดไม้ ๆลๆ
ถ้าดูจากทำเลภูมิประเทศในเอเชียอาคเนย์ ประเทศไทยสามารถเป็นศูนย์กลางการปกครองได้


พม่า ทำลายกรุงศรีจนย่อยยับ แต่ก็ไม่ส่งเชื้อพระวงศ์ หรือใครในพม่า มาบริหารปกครองประเทศ  วัฒนธรรมไทยก็ยังคงแบบไทย ไทยก็ยังใช้ภาษาไทย สุดท้ายก็กอบกู้เอกราชได้ในที่สุด

ไม่เหมือนประวัติศาสตร์ชาติจีน เปลี่ยนเมืองหลวง บ่อยมาก จนกลืนกินวัฒนธรรมไปหมด
บันทึกการเข้า
นายทองดี_GoldCity
ฅuธssม๑ๅ... ๓ีu๓ิ๑๑ิu.....แ๓่มีฟุ๓บoa|uสๅe|aืo๑
ถูกแบน-ห้ามเข้าบอร์ดชั่วคราว
Hero Member
*

คะแนนความรัก: +452/-1678
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,601


อารยะชน..ตรงๆ...แรงแต่ไม่หยาบ...แตกต่างไม่ใช่ปัญหา


เว็บไซต์
| | |
« ตอบ #23 เมื่อ: สิงหาคม 29, 2017, 08:24:28 PM »

ทุกวันนี้นอกจากกรุงศรีอยุธยาแล้ว  กรุงเทพ  กรุงไทย  ออมสิน ก็ต้องยอมพม่า

ให้มีภาษาพม่าที่ตู้ atm ไว้ทำรายการเบิกเงินด้วยครับ
บันทึกการเข้า

 
teerarod_AV111
Rock 'n Roll Never dies
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +646/-203
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10,147


Impossible is nothing


| | |
« ตอบ #24 เมื่อ: สิงหาคม 29, 2017, 08:26:48 PM »

ไม่รู้อะ เกิดไม่ทัน
บันทึกการเข้า

pongonwon
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +314/-961
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,651



| | |
« ตอบ #25 เมื่อ: สิงหาคม 29, 2017, 09:37:39 PM »

ทำไม พม่า ถึงตีไทย จน ย่อยยับ เอาพื้นที่ไปทำอะไร ทั้งๆที่ ไทยกับพม่า ก็มีเทือกเขาเป็นแนวยาว ข้างกั้น เป็นอุปสรรคในการเดินทางอย่างมาก การปกครองก็ลำบาก

สมัยไทยเสียกรุง ให้กับพม่า ถึง 15 ปี ก็ไม่เห็นจะได้รับวัฒนธรรม ภาษาพม่ามาใช้เลย
อยุธยาเป็นเมืองท่าที่สำคัญครับเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจทีเดียว อีกอย่างอยุธยาเป็นอาณาจักรที่ทำให้อาณาจักรต่างๆที่ขึ้นต่อพม่ากระด้างกระเดื่องใส่พม่าครับ เช่นมอญเป็นต้น พอพม่ารวบรวมแผ่นดินเป็นปึกแผ่น ก็อยากจะกำจัดอยุธยาซึ่งเป็นเสี้ยนหนามตัวสำคัญออกไปครับ เพื่อตนเองจะเป็นชาติที่ยิงใหญ่ในดินแดนแห่งนี้..  ส่วนวัฒนธรรมตอนเป็นเมืองขึ้น ผมมองว่าวิชาการหรือแผนการรบ พระองค์ดำได้เรียนรู้จากพม่าแล้วเอามาปรับใช้กับเราอยู่พอสมควรครับ 

ที่ในแถบนี้ รบกัน
ประเด็นหลักคือ"คน"ครับ

ทรัพยากร คนน้อยมากๆ และแถบนี้ในอดีตมีแต่ป่า
ลาว ไทย พม่า เขมร  พอตีได้ก็กวาดต้อนคนไปเมืองของตน

พวกทอง ของมีค่า ไม่สำคัญเท่าคนเลย



ในสมัยกรุ่งศรีอยุธยา มีประชากร หลักแสน เองนะครับ


การสร้างเมือง ก็เอาผู้คนที่กวาดต้อนนี้แหละ ไปสร้างเมือง แบกของ ตัดไม้ ๆลๆ
ถ้าดูจากทำเลภูมิประเทศในเอเชียอาคเนย์ ประเทศไทยสามารถเป็นศูนย์กลางการปกครองได้


พม่า ทำลายกรุงศรีจนย่อยยับ แต่ก็ไม่ส่งเชื้อพระวงศ์ หรือใครในพม่า มาบริหารปกครองประเทศ  วัฒนธรรมไทยก็ยังคงแบบไทย ไทยก็ยังใช้ภาษาไทย สุดท้ายก็กอบกู้เอกราชได้ในที่สุด

ไม่เหมือนประวัติศาสตร์ชาติจีน เปลี่ยนเมืองหลวง บ่อยมาก จนกลืนกินวัฒนธรรมไปหมด

ใช่ครับถูกเลย

สาเหตุก็มาตีกรุงศรีก็เพราะ ต้องการคน

แต่จีน ประชากรเยอะมาตั้งแต่ในอดีต
การรบกัน มันคือการ"แย่งทรัพยากร"
มันเลยต่างกัน
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  




Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!