Thailandsusu Webboard
สิงหาคม 20, 2017, 09:03:06 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน Gallery เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: โค้ชบอลเยาวชนไทยเป็นแบบนี้ไหม? The Guardian 18/04/60  (อ่าน 11818 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
NTT
ผมคิดถึงในหลวงร.9ครับ
Moderator
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +5439/-230
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,977



| | |
« เมื่อ: เมษายน 19, 2017, 02:49:09 PM »

Thanks: เกมส์ ดูบอลสด
รอย มาคาย จากนักเตะที่ยิ่งใหญ่สู่โค้ชเยาวชนที่ได้รับการยกย่องว่าไม่ใช้อารมณ์

Football youth development in England: ‘We’re shouting and screaming. What have we become?’
บอลเยาวชนในอังกฤษ: "เราทั้งตะโกนทั้งด่า นี่เรากลายเป็นอะไรไปแล้ว?"

In an extract from a new book, Michael Calvin looks at an environment in which talented young players have become commodities not looked after properly
บทความนี้ตัดมาจากส่วนหนึ่งของหนังสือใหม่ของ ไมเคิล คัลวิน โดยประเด็นอยู่ที่การที่นักบอลเยาวชนถูกปฏิบัติอย่างไม่ถูกวิธี

Tony McCool has worked in all aspects of football over two decades. He was one of the pioneers in performance analysis software, coached at Luton Town’s consistently productive academy before moving to Queens Park Rangers, and scouted first-team opposition for MK Dons. Now, in addition to youth development work for Norwich City, he supervises in-school activities programmes.
โทนี่ แม็คคูล ทำงานเกี่ยวกับฟุตบอลมาหลายด้านในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา เขาเคยเป็นหนึ่งในกลุ่มแรกๆที่พัฒนาซอฟท์แวร์วิเคราะห์ฟุตบอล เคยเป็นโค้ชในอคาเดมี่ของสโมสร ลูตัน ทาวน์ ก่อนจะย้ายไป QPR และไปเป็น scout ศึกษาทีมคู่แข่งให้กับทีมชุดใหญ่ของ MK Dons ตอนนี้นอกจากเขาจะทำงานพัฒนาเยาวชนให้ทีมนอริช ซิตี้ แล้ว ยังคุมการสอนกิจกรรมในโรงเรียนอีกด้วย

His concern is authentic, vivid. It requires courage to express it in such terms, because the majority of those in youth development prefer to provide private confirmation of the troubling trickle-down effect of the cynicism and brutality of first team football, rather than raise their heads above the parapet. Careers can be undermined by candour. Power is a potential pollutant at whatever level it is administered.
สิ่งที่เขาเป็นห่วงเกี่ยวกับการสอนเยาวชนด้วยการดุด่ารุนแรงนั้นต้องอาศัยความกล้าในการออกมาเผยต่อสาธารณะเพราะโค้ชเยาวชนส่วนใหญ่เลือกจะพูดเรื่องนี้เป็นการภายในเพราะเป็นห่วงสถานภาพในการทำงาน

“Honestly, the stuff I’ve seen in academies. Coaches can be vile with the kids, because they think they’ve got to kiss someone’s arse. I’ve sat in meetings with them, when they discuss the development of the five Cs in a player – confidence, commitment, control, concentration, communication.
“They’ve got their head down like the school swot, writing furiously in their notebook. They walk down the stairs, and nobody’s around now. They see a player and they’re like, ‘Oi, what are you doing? That’s rubbish.’ I said to this one guy “you should read what you just wrote down. The way you are talking to that child is horrendous.’”
His voice breaks, in a mixture of incredulity, sadness and contempt. McCool is at pains to stress his respect for the vast majority of his peers yet, emotionally, the dam has burst. Bad experiences manifest themselves, like muggers emerging from a heavily-shadowed alleyway. Another episode, on a tour to Belgium, looms large.
“It made me think ‘what the fuck am I doing? I don’t want to be part of this.’ It was heart-breaking.
"จริงๆเลยนะ สิ่งที่ผมเห็นที่อคาเดมี่นั้นคือ โค้ชปฏิบัติแบบเลวๆกับเด็กเพราะคิดว่าตนเองเป็นศูนย์กลางที่เด็กๆต้องทำตาม ผมเคยนั่งในห้องประชุมกับโค้ชพวกนี้ตอนที่พวกเขาคุยกันเรื่องการพัฒนาเยาวชนด้วยหลัก 5C นั่นคือ confidence (ความมั่นใจ) commitment (ความซื่อสัตย์ต่อสิ่งที่ตั้งใจจะทำ) control (การควบคุม) concentration (สมาธิ) และ communication (การสื่อสาร)
"โค้ชพวกนี้ก้มหน้าก้มตาจดลงสมุดอย่างบ้าคลั่งอย่างกะเด็กเรียน พอเดินออกจากห้องลงบันไดลับตาคนอื่น ก็พูดกับเด็กแบบว่า "เฮ้ย ทำไรวะ? แม่มใช้ไม่ได้" ผมก็บอกกับพวกนี้ว่า "ควรจะอ่านนะไอ้ที่จดๆไป วิธีที่ปฏิบัติกับเด็กแบบนี้มันใช้ไม่ได้"
พอพูดถึงเรื่องนี้ก็เหมือนแม็คคูลจะสะเทือนใจ แล้วความทรงจำอันเลวร้ายที่เขาเคยเห็นที่เบลเยียมก็ถูกขับผ่านคำพูดออกมา
"มันทำให้ผมคิดว่า ผมมาทำห่านอะไรเนี่ย? ผมไม่อยากเป็นหนึ่งในระบบแบบนี้"

There was a lad, coming up to 16, a left-back. It had been deemed that he wasn’t going to be signed as a scholar, but I go into these things thinking that every day is a new day and that he might do something that will change their minds.
“We’d spent weeks and weeks and weeks with the club philosophy of playing out from the back. This lad receives the ball from the goalkeeper about five minutes into the game, chops inside, and looks to play a diagonal pass into centre-midfield. We’re playing a Dutch team, who close down, press. They work hard and they’re psychologically powerful, physically strong.
ตอนนั้นที่เบลเยียม มีเด็ก 16 ปีในทีมเราคนหนึ่งเล่นแบ็กซ้ายซึ่งดูแล้วเขาไม่น่ามีศักยภาพที่จะติดอคาเดมี่แต่ผมคิดว่าคนเราควรจะได้โอกาสบ้าง
"ทีมเราซ้อมกันเป็นหลายๆสัปดาห์ในการเซ็ตบอลตามปรัชญาที่ค่อยๆเซ็ตบอลขึ้นมาจากหลัง เด็กแบ็กซ้ายคนนี้ได้บอลจากผู้รักษาประตูตอนเกมเริ่มได้สัก 5 นาที เขาล็อคเข้าในเตรียมจะผ่านบอลทแยงไปให้มิดฟิลด์ตัวกลาง ซึ่งเกมนั้นเราเล่นกับทีมจากฮอลแลนด์ซึ่ง press เร็ว พวกดัชท์วิ่งเยอะแถมแข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ"

“They can read the game. They’ve shown him inside, shut the line off because they’re very clever off the ball. Our lad is doing what he been told to do. He’s played the ball inside, but they’ve doubled up on it knowing where the pass is going. They’ve robbed it, got a counter-attack, and nearly score. The lad is berated from the sideline. Not that the kid hasn’t heard swearing before at school, but pitchside, from the dugout, really?
“Then, out of temper, a coach screams ‘Get off the pitch. Get off the pitch! Get off my pitch!’ I feel emotional now because the face of that child is right in the forefront of my mind. He has been demolished. There was no acknowledgement, no handshake. You could see that he wanted to cry and he didn’t want to show it.
“He made a mistake, but he did what we taught him, so actually we’re at fault, not the kid. He walked off down to the corner flag and I couldn’t leave him. He couldn’t speak to me. He had tears rolling down his face, and I just thought, ‘what the fuck have we become?’ To be treating so called elite talent, a maturing young man, in that way …”
"พวกนักบอลดัชท์อ่านเกมเป็นจึงบีบทางบอลของเขาเพราะพวกนี้ฉลาด ส่วนเด็กแบ็กซ้ายเราก็ทำตามที่โค้ชสั่งนั่นคือผ่านบอลเข้าในแต่พวกดัชท์เข้าประกบ 2 ดักทางส่งบอลได้ถูก เขาจึงถูกขโมยบอลไปแล้วทีมเราก็ดดนโต้เร็วจนเกือบเสียประตู แล้วเด็กแบ็กซ้ายก็โดนด่าจากข้างสนาม มันไม่ใช่ว่าเด็กคนนั้นไม่เคยได้ยินเสียงด่าคำหยาบที่โรงเรียนหรอกนะ แต่มันแบบว่า...ด่าแบบนี้จากข้างสนามเนี่ยนะ?"
"พอด่าเสร็จโค้ชก็ตะโกนตามมาว่า "เมิงออกจากสนามมาเลย ออกมาเลย ออกมาเลย" พูดแล้วผมก็สะเทือนใจนะเพราะสีหน้าเด็กมันยังติดตาผมอยู่เลย เด็กมันหมดกำลังใจเลย พอเดินออกมาโค้ชไม่มองหน้า ไม่จับมือ อะไรทั้งนั้น ดูหน้ารู้เลยว่าเด็กมันกลั้นน้ำตาอยู่
"ใช่เด็กมันทำพลาด แต่เด็กมันทำตามที่ถูกสอนมา ดังนั้นมันจึงเป็นความผิดของเราบรรดาโค้ช ไม่ใช่ความผิดเด็ก ตอนนั้นผมเลยคิดว่า่ "นี่พวกเราบรรดาโค้ชเป็นห่านอะไรกันไปแล้วเนี่ย? นี่เราทำกับนักบอลเยาวชนแบบนี้เหรอ..."


England, our England. The pretence of the Premier League’s youth development strategy, in which players are defined by so-called performance clocks and coaches are turned into clerks by an obsessional desire to harvest self-justifying data, cannot hide the ignorance and intolerance it is supposed to have eradicated. Here is McCool’s experience of another European tournament: “We played Feyenoord, who were coached by Roy Makaay, the great Dutch forward. I think about what he achieved in Spain, and with Bayern Munich, and I am in awe of him. I’m privileged to be standing in the next dugout to him. The biggest thing for me was his behaviour. I never heard one angry word out of him. Not one word.
“Our dugout is carrying on like a typical English pub football team. Quite frankly, we’re playing like one. This guy occasionally goes to the edge of the technical area, calls a kid over, and speaks quietly to him along the lines of ‘when you get the ball in that situation, maybe have a look there, or there. Do you think you could maybe move there?’ All very controlled.
“Our dugout is pumped up, like a drunken crowd at a greyhound track when the dogs come round the final bend. We’re in an elite football environment, shouting and screaming. Do we value knowledge? I see people I want to learn from, people who have pearls of information, let go by clubs because they are seen as a threat to someone who wants all his mates around him. Why do we do that?”
นี่คือประเทศอังกฤษ อังกฤษของเรา ที่เสแสร้งกันว่ามีกลยุทธพัฒนาเยาวชนของพรีเมียร์ลีก ที่นิยามนักเตะด้วยศัพท์สวยๆ performance clock (เป็นศัพท์ที่ใช้ในวงการบอลโดยเปรียบเทียบความพีคของทีมหรือนักเตะกับตำแหน่งเข็มนาฬิกา เช่นตำแหน่ง 11 นาฬิกาคือพีคเกือบสุด 12 นาฬิกาคือพีคสูงสุดในระดับชนะเลิศลีก) แต่มีโค้ชที่หาแต่ข้อมูลที่เข้าข้างความเห็นตัวเองแถมยังมีนิสัยและทัศนคติที่ไม่ควรมี อีกเรื่องคือประสบการณ์ที่แม็คคูลเคยเจอในทัวร์นาเม้นท์เยาวชนยุโรป เขาเล่าว่า "เราเจอทีมเฟเยนอร์ด ที่มี รอย มาคาย อดีตนักเตะทีมชาติฮอลแลนด์และบาเยิร์น มิวนิก เป็นโค้ช ผมรู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้ยืนข้างสนามในฐานะโค้ชทีมคู่แข่งเขา สิ่งที่ผมประทับใจเขาที่สุดคือพฤติกรรมของเขา ผมไม่เคยเห็นเขาด่าแม้สักคำเลย"
"ส่วนม้านั่งสำรองเราบรรยากาศเหมือนทีมฟุตบอลประจำผับทั่วๆไป และพูดตรงๆนะทีมเราก็เล่นอย่างกับทีมบอลตามผับด้วยแหละ รอย มาคาย จะเดินมาที่ขอบ technical area เป็นบางโอกาสแล้วก็เรียกเด็กมา แล้วก็พูดแบบเงียบๆกับเด็กทำนองว่า "พอได้บอลในสถานการณ์แบบนี้ ลองมองดูทางนี้หรือทางนั้นสิ นายคิดว่านายควรจะไปตรงนั้นไหมล่ะ" พูดแบบนี้อย่างสุขุม
"ส่วนข้างสนามทีมเราบรรยากาศเหมือนล้งเล้งเหมือนข้างสนามแข่งหมาเลย เราปั้นบอลเยาวชนระดับสูงแต่เอาแต่ตะโกนเอาแต่ด่า นี่เราใช้ความรู้กันบ้างไหมเนี่ย? ผมเห็นในวงการบอลอังกฤษเรามีคนที่เป็นแบบอย่างดีๆมีความรู้แต่โดนเด้งออกจากทีมเพราะเป็นภัยกับพวกที่ชอบเล่นพวก นี่เราปล่อยให้เป็นแบบนี้ทำไม?


Source https://www.theguardian.com/football/2017/apr/18/football-youth-development-england-shouting-screaming
บันทึกการเข้า
Mamagoto
Jr. Member
**

คะแนนความรัก: +30/-97
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 667


| | |
« ตอบ #1 เมื่อ: เมษายน 19, 2017, 03:54:59 PM »

บอลไทยก็จะมี
บันทึกการเข้า
KaRaKaSaNG
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +751/-158
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,406


| | |
« ตอบ #2 เมื่อ: เมษายน 19, 2017, 04:38:30 PM »

บอลไทยก็จะมี
มากซะด้วยครับ เรียกได้ว่าแทบจะเป็นวัฒนธรมเลย ผมเดินผ่านๆ พวกสนามที่รับสอนบอลเด็กไม่ค่อยมีหรอกที่จะไม่เห็นตวาดเด็ก
ดูแล้วเด็กไม่ค่อยมีความสุขเลย
บันทึกการเข้า
SANEA_FC07
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +519/-109
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,034


เชียร์บอลไทย..ไม่ต้องไปคนเดียว...(พาลูกไปด้วย)


| | |
« ตอบ #3 เมื่อ: เมษายน 19, 2017, 06:07:16 PM »

เกือบๆ 90 % เลยทีเดียวที่มีพฤติกรรมแบบนั้น.....จากประสบการณ์ ของผมที่มีโอกาสได้ทำบอลเด็กมา นะครับ .....
โค้ชไทย นี่เกือบหมดเลย ที่ชอบตะโกนด่าเด็ก หรือ ชี้แนะเด็กมากจนเกินไป จนบางครั้งเด็กขาดความมั่นใจไปเลย .....ซึ่งต่างจาก โค้ชฝรั่งหรือญี่ปุ่น ที่ทำบอลเด็ก นะครับ เขาจะรอจนหมดครึ่ง แล้วออกมาบอกข้อดีข้อเสีย ข้อผิดพลาด อย่าพลาดเรื่องเดิมๆ ....
....ซึ่งสาเหตุ ที่ โค้ชด่าเด็กๆ ...นี่ มาจากความคาดหวังในเรื่องชัยชนะ มากๆ..นั่นเอง....เล่นไม่ได้ดั่งใจก็ด่าเด็ก.......ความเข้าใจเกมมันต้องค่อยๆสอน ค่อยๆสร้าง...
บันทึกการเข้า

เซลล์โรงพิมพ์
สวัสดีไทยแลนด์สู้สู้
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +802/-725
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 8,429



| | |
« ตอบ #4 เมื่อ: เมษายน 19, 2017, 10:27:53 PM »

เกือบๆ 90 % เลยทีเดียวที่มีพฤติกรรมแบบนั้น.....จากประสบการณ์ ของผมที่มีโอกาสได้ทำบอลเด็กมา นะครับ .....
โค้ชไทย นี่เกือบหมดเลย ที่ชอบตะโกนด่าเด็ก หรือ ชี้แนะเด็กมากจนเกินไป จนบางครั้งเด็กขาดความมั่นใจไปเลย .....ซึ่งต่างจาก โค้ชฝรั่งหรือญี่ปุ่น ที่ทำบอลเด็ก นะครับ เขาจะรอจนหมดครึ่ง แล้วออกมาบอกข้อดีข้อเสีย ข้อผิดพลาด อย่าพลาดเรื่องเดิมๆ ....
....ซึ่งสาเหตุ ที่ โค้ชด่าเด็กๆ ...นี่ มาจากความคาดหวังในเรื่องชัยชนะ มากๆ..นั่นเอง....เล่นไม่ได้ดั่งใจก็ด่าเด็ก.......ความเข้าใจเกมมันต้องค่อยๆสอน ค่อยๆสร้าง...
ท่านเป็นโค้ชหรอครับ
บันทึกการเข้า
SANEA_FC07
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +519/-109
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,034


เชียร์บอลไทย..ไม่ต้องไปคนเดียว...(พาลูกไปด้วย)


| | |
« ตอบ #5 เมื่อ: เมษายน 19, 2017, 10:43:12 PM »

เกือบๆ 90 % เลยทีเดียวที่มีพฤติกรรมแบบนั้น.....จากประสบการณ์ ของผมที่มีโอกาสได้ทำบอลเด็กมา นะครับ .....
โค้ชไทย นี่เกือบหมดเลย ที่ชอบตะโกนด่าเด็ก หรือ ชี้แนะเด็กมากจนเกินไป จนบางครั้งเด็กขาดความมั่นใจไปเลย .....ซึ่งต่างจาก โค้ชฝรั่งหรือญี่ปุ่น ที่ทำบอลเด็ก นะครับ เขาจะรอจนหมดครึ่ง แล้วออกมาบอกข้อดีข้อเสีย ข้อผิดพลาด อย่าพลาดเรื่องเดิมๆ ....
....ซึ่งสาเหตุ ที่ โค้ชด่าเด็กๆ ...นี่ มาจากความคาดหวังในเรื่องชัยชนะ มากๆ..นั่นเอง....เล่นไม่ได้ดั่งใจก็ด่าเด็ก.......ความเข้าใจเกมมันต้องค่อยๆสอน ค่อยๆสร้าง...
ท่านเป็นโค้ชหรอครับ

ครับ......เมื่อก่อน อยู่กรุงเทพเป็นโค้ชฟุตบอล เด็กครับ แต่ตอนนี้มาทำ ทีมต่างจังหวัดครับ (ล่าสุด กำลังจะไปเล่นกีฬาแห่งชาติ รอบสุดท้ายที่สงขลา เดือน มิ.ย. นี่ครับ) .....และในปีนี้ อาจได้ทำ ยู19 ของจังหวัดนึงทาง ภาคอีสาน ครับ........

แต่ งานประจำ...เป็น อาจารย์มหาวิทยาลัย ครับ....
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 19, 2017, 10:49:46 PM โดย SANEA_FC07 » บันทึกการเข้า

I'm MMM
Full Member
***

คะแนนความรัก: +156/-376
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 974


บ้านคายเอฟซี @ แม่อาย เชียงใหม่


| | |
« ตอบ #6 เมื่อ: เมษายน 19, 2017, 11:16:53 PM »

แค่ด่าเอง สมัยผมช่วงมอต้นนี่โดนเขกกะโหลกเลย ฮี่ๆๆ
บันทึกการเข้า

begin with the end in mind
Hnoo_SR102+AV161
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +704/-484
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,007



| | |
« ตอบ #7 เมื่อ: เมษายน 20, 2017, 12:43:01 AM »

ผมโดนตบหัวครับประจำครับ หลายครั้งหลายคนโดนเตะ  เป็นไมเกรนเเต่ไม่เคยบอก 
ผมว่าโค้ชเยวชนไทยก็ไม่ต่างอะไรกับครูไทยนั่นเเหละครับ เอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง
เด็กทำอะไรไม่ได้ดั่งใจเเม้เเต่บางทีไม่ได้ทำก็ไม้เรียวอย่างเดียว  มักเปลี่ยนให้การสอน
เป็นการสั่ง  โตมาเราก็เลยมีเเต่คนที่มีความคิดว่าทุกคนต้องเป็นเหมือนอย่างที่ตัวเองเป็น 
บันทึกการเข้า

ลายเซ็นต์ใหญ่เกินไป
SANEA_FC07
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +519/-109
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,034


เชียร์บอลไทย..ไม่ต้องไปคนเดียว...(พาลูกไปด้วย)


| | |
« ตอบ #8 เมื่อ: เมษายน 20, 2017, 07:50:50 AM »

สิ่งสำคัญที่จะทำ ให้เกิด ความเข้าในเกม ก็คือ การสร้างทางเลือก และสามารถเลือกทางที่ดีที่สุด ซึ่งแน่นอน ประสบการณ์ และการฝึกซ้อม จะเป็นสิ่งที่สร้าง ให้เด็กเข้าใจเกม ซึ่งไม่ใช่การดุด่า อย่างแน่นอน ......มันควรจะหาเหตุผลมากกว่า ว่าเพราะเหตุใด เด็กๆจึงเลือก ที่จะทำเช่นนั้น ตัวอย่างเช่น การจะหลบหลีก คู่แข่ง มีมากมายหลายวิธีมาก ไม่ว่าจะเป็น เลี้ยงหนี แตะแล้ววิ่งหนี ใช้สกิลท่าต่างๆ ทำชิ่ง วิ่งอ้อมหลัง ทรูพาส เป็นต้น แต่ ในสถานการนั้นเด็กเลือกที่จะเลี้ยงผ่าน แล้วก็โดนตัดบอลได้.....แน่นอน ...ต้องมีการโกนมาจากโค้ช ว่าทำไมไม่ส่ง....แทนที่จะตะโกน แนะนำให้โค้ชจดสถิติดีกว่า ว่า พลาดในเรื่องนี้กี่ครั้ง หรือควรสังเกตุเด็กม่กกว่าว่าครั้งต่อๆไป ว่าถ้าเขาเจอสถานการณ์เดิม เขาจะแก้ไขมันได้มั้ย ถ้าได้ก็ชื่นชม ถ้าไม่ได้ พักครึ่ง ก็แนะนำให้เขาแก้ไข และพยายามทำมันให้สำเร็จ สิ่งสำคัญ ก็คือ พยายามเน้นเด็กๆว่า อย่าพลาดในแบบเดิมๆ เล่นด้วยความมั่นใจ และทุกๆเกม ถึงแม้จะพ่ายแพ้ แต่ต้องมีการพัฒนาขึ้น.....ทั้งในเรื่องรูปเกมและทักษะส่วนตัว

และสิ่งสำคัญที่โค้ชต้องมองให้ออกก็คือ สาเหตุที่ทีมแพ้เพราะอะไร ชนะเพราะอะไร ศักยภาพของนักเตะภายในทีม ความสัมพันธ์ภายในทีม เป้าหมายในแต่ละทัวนาเม้นต์ เปเาหมายแต่ละเกม เป็นอย่างไร
บันทึกการเข้า

nueng9489
ไตเติ้ลส่วนตัว
Newbie
*

คะแนนความรัก: +12/-3
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 120


ข้อความส่วนบุคคล


| | |
« ตอบ #9 เมื่อ: เมษายน 20, 2017, 08:26:13 AM »

สิ่งสำคัญที่จะทำ ให้เกิด ความเข้าในเกม ก็คือ การสร้างทางเลือก และสามารถเลือกทางที่ดีที่สุด ซึ่งแน่นอน ประสบการณ์ และการฝึกซ้อม จะเป็นสิ่งที่สร้าง ให้เด็กเข้าใจเกม ซึ่งไม่ใช่การดุด่า อย่างแน่นอน ......มันควรจะหาเหตุผลมากกว่า ว่าเพราะเหตุใด เด็กๆจึงเลือก ที่จะทำเช่นนั้น ตัวอย่างเช่น การจะหลบหลีก คู่แข่ง มีมากมายหลายวิธีมาก ไม่ว่าจะเป็น เลี้ยงหนี แตะแล้ววิ่งหนี ใช้สกิลท่าต่างๆ ทำชิ่ง วิ่งอ้อมหลัง ทรูพาส เป็นต้น แต่ ในสถานการนั้นเด็กเลือกที่จะเลี้ยงผ่าน แล้วก็โดนตัดบอลได้.....แน่นอน ...ต้องมีการโกนมาจากโค้ช ว่าทำไมไม่ส่ง....แทนที่จะตะโกน แนะนำให้โค้ชจดสถิติดีกว่า ว่า พลาดในเรื่องนี้กี่ครั้ง หรือควรสังเกตุเด็กม่กกว่าว่าครั้งต่อๆไป ว่าถ้าเขาเจอสถานการณ์เดิม เขาจะแก้ไขมันได้มั้ย ถ้าได้ก็ชื่นชม ถ้าไม่ได้ พักครึ่ง ก็แนะนำให้เขาแก้ไข และพยายามทำมันให้สำเร็จ สิ่งสำคัญ ก็คือ พยายามเน้นเด็กๆว่า อย่าพลาดในแบบเดิมๆ เล่นด้วยความมั่นใจ และทุกๆเกม ถึงแม้จะพ่ายแพ้ แต่ต้องมีการพัฒนาขึ้น.....ทั้งในเรื่องรูปเกมและทักษะส่วนตัว

และสิ่งสำคัญที่โค้ชต้องมองให้ออกก็คือ สาเหตุที่ทีมแพ้เพราะอะไร ชนะเพราะอะไร ศักยภาพของนักเตะภายในทีม ความสัมพันธ์ภายในทีม เป้าหมายในแต่ละทัวนาเม้นต์ เปเาหมายแต่ละเกม เป็นอย่างไร

ชอบแนวคิดนี้ครับ ไม่ใช้เฉพาะฟุตบอล แต่การสร้างคนมาหนึ่งคนก็ต้องทำลักษณะนี้ "การสร้างทางเลือก"  "การหาเหตุผล"

นี่แหละครับที่เด็กไทยขาด เพราะผู้ใหญ่คอยชี้หมดว่าอะไร ผิด ถูก โดยไม่ใช้เขาลองและคิดเอง แล้วค่อยชี้แนะ สุดท้ายเด็กโตมาก็คิดไม่เป็น  ขากความมั้นใจความกล้า รู้สึกดีใจที่ท่านเป็นอาจารย์และโค้ชครับ
บันทึกการเข้า

ลายเซ็น
Koragap
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +139/-286
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,874


| | |
« ตอบ #10 เมื่อ: เมษายน 20, 2017, 10:59:16 AM »

โค้ชต้องสอนวิธีที่จะให้เขาคิดเองให้เป็นทั้งสนามซ้อมและจริง
โค้ชยังไงก็ไม่ได้ลงไปเล่นเองอยู่แล้ว
บันทึกการเข้า
racz
Full Member
***

คะแนนความรัก: +174/-157
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,165



| | |
« ตอบ #11 เมื่อ: เมษายน 20, 2017, 12:04:03 PM »

จากประสบการณ์ของผม
ผมเคยเจอมากับตัวเองเลยครับ
สมัยเด็กเตะบอลโรงเรียน ครูเอาแต่ตะคอกข้างสนาม
บอกตามตรงไม่มีความสุข แล้วเล่นได้ไม่ดีด้วย
พอกลับบ้านเตะบอลกับเพื่อนแถวบ้าน กลับทำได้ดี
แถมมีความสุข สนุกกว่าเยอะ ได้พัฒนามากกว่าอยู่กับครูอีก
บันทึกการเข้า

เจ้าจอม
terati20
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +1090/-911
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11,284


ถ้ากูรวยเมื่อไหร่ จะมา Take over ท่าเรือ


| | |
« ตอบ #12 เมื่อ: เมษายน 20, 2017, 02:09:21 PM »

สร้างโค๊ชดีๆ ยากกว่าสร้างนักบอลอีก
บันทึกการเข้า

สุทสฺสํ วชฺชมญฺเญสํ อตฺตโน ปน ทุทฺทสํ 
ความผิดของผู้อื่นเห็นง่าย ฝ่ายของตนเห็นยาก
5
SUSU
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +85/-227
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,400



| | |
« ตอบ #13 เมื่อ: เมษายน 20, 2017, 02:44:21 PM »

โค้ชเยาวชนเราก็ระดับเดียวกับอังกฤษเลย
บันทึกการเข้า
sakoncity
เชียร์บอลไทยไปด้วยกัน
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +260/-106
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,672



| | |
« ตอบ #14 เมื่อ: เมษายน 20, 2017, 05:29:17 PM »

โค้ชบ้านเราก็ถูกฝึกมาประมาณนั้นมันก็เลยยังสืบทอดการสอนแบบเดิมๆอยู่ ก็หวังว่าการอบรมโค้ชและสอนวิธีทำงานให้โค้ชในอนาคตจะดีขึ้น
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  




Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!