Thailandsusu Webboard
มีนาคม 24, 2017, 02:59:35 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน Gallery เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: มุ้ยเคยพูดเรื่องอุปสรรคภาษาสแปนิช ลองดูว่านักเตะต่างชาติในสเปนคนอื่นเจออะไรบ้าง?  (อ่าน 13089 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
NTT
ผมคิดถึงในหลวงร.9ครับ
Moderator
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +5258/-217
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,739



| | |
« เมื่อ: มีนาคม 18, 2017, 08:02:26 PM »

เป็นบทความจาก The Guardian ครับ ลองอ่านดูแล้วจะเข้าใจมุ้ยเข้าไปอีก
-------------------
-------------------
La Liga's foreign players are easy targets until they master the Spanish language
นักเตะต่างชาติ(ที่ไม่ได้ใช้ภาษาสแปนิชเป็นภาษาแรก)ตกเป็นเป้าโดยง่ายจนกว่าพวกเขาจะพูดสแปนิชได้คล่อง

Toni Kroos, Gareth Bale and David Beckham have all been criticised for not being fluent in Spanish but, if they’re performing well, does it really matter?
โทนี่ โครซ กาเร็ธ เบล และ เดวิด เบ็คแคม ล้วนถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าพูดสแปนิชไม่คล่อง แต่ถ้าพวกเขาผลงานดีในสนาม แล้วมันจะเป็นอะไรไหมล่ะ?


กาเร็ธ เบล

In Spain, football is played in Spanish. There is a necessity to find both your feet and tongue in La Liga. In December, sports newspaper AS posted a video of Gareth Bale speaking about his recovery from injury under the tag: “Progress with Spanish, watch how he pronounces ‘Hala’ Madrid.” The Welshman’s crime? He accented the first letter in ‘Hala’ when it isn’t necessary.
ในประเทศสเปนนั้นแม้แต่เล่นฟุตบอลก็เป็นในแนวทางของสเปนเอง มันจึงจำเป็นต้องหาสมดุลย์ให้ได้ทั้งเรื่องฝีเท้าและฝีปากในลา ลีก้า เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา หนังสือพิมพ์ AS ได้โพสต์วีดีโอที่ กาเร็ธ เบล พูดเรื่องการฟื้นจากอาการบาดเจ็บ โดยพาดหัวว่า “พูดสแปนิชได้เก่งขึ้น ลองมาดูเบลออกเสียงคำว่า ‘Hala’ ซึ่ง”เขาผิดนักหรือ?” ที่ออกเสียงตัวอักษรแรกของคำ ‘Hala’ โดยไม่จำเป็น

This was just one of many thinly veiled criticisms of Bale from the media about his linguistic abilities, despite his increasing command of the language. Headlines such as “Bale reveals the motives behind his lack of fluency” seek to offer an explanation to fans for an issue that causes them no shortage of worry. They think his lack of ability with his tongue might spread down to his boots, limiting his capability on the park.
นี่เป็นเพียงหนึ่งในข้อวิจารณ์ที่สื่อสเปนโถมใส่เบลในเรื่องความสามารถทางภาษาของเขาแม้ว่าเขาจะพูดดีขึ้นก็ตาม ข้อความพาดหัวเช่น “เบลเผยเหตุที่พูดสแปนิชไม่คล่อง” มีจุดประสงค์เพื่ออธิบายให้แฟนๆได้ห่วงมั้งว่า การที่ฝีปากไม่เก่ง(พูดสแปนิชไม่คล่อง)คงนำไปสู่การฝีเท้าตก (ประชด)

In November 2015, Bale gave an interview that offered an insight into his adaptation. He said he felt completely settled in the side and conversed freely in English with Luca Modric, Toni Kroos, Cristiano Ronaldo and Álvaro Arbeloa, as well as all of the medical team and his manager at the time, Rafa Benítez. His main stumbling block to making real strides with Spanish was the fact that most of his fellow players wanted to practice their English with him.
เมื่อ พ.ย. 2015 เบลให้สัมภาษณ์โดยมีข้อความที่บ่งบอกถึงความก้าวหน้าในการปรับตัวเข้ากับสเปน เขาบอกว่ารู้สึกปรับตัวเข้าได้กับเพื่อนร่วมทีมและสามารถพูดคุยอย่างเต็มที่ได้กับ ลูก้า โมดริช, โทนี่ โครซ, คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และ อัลบาโร่ อาเบลลัวร์ ตลอกดจนทีมแพทย์ของเรอัล และ ราฟา เบนิเตซ (ผจก ทีมในขณะนั้น)ด้วยภาษาอังกฤษ อุปสรรคในการเรียนรู้ภาษาสแปนิชอย่างเดียวของเขาก็คือเพื่อนร่วมทีมอยากพูดอังกฤษกับเขาเพื่อฝึกฝนทักษะการพูดอังกฤษ

To give an idea of the criticism levelled at Bale, here’s an extract from an article published in the football paper Sport last year, under the headline “Bale: suspense about his integration and ability in Spanish.”
ยกตัวอย่างบางข้อความที่บ่งบอกว่าสื่อสเปนเล่นงาน กาเร็ธ เบล ดังที่ปรากฏในหนังสือพิมพ์ฟุตบอลเมื่อปีที่แล้ว โดยมีพาดหัวว่า
“เบล: ช่องว่างที่ทำให้เขาปรับตัวไม่ได้และพูดภาษาไม่คล่อง”


He doesn’t put the effort in to learn Castellano [Spanish]. He has shown no interest whatsoever in communicating with his team-mates in a language that isn’t English, and for that reason stopped going to his classes. His process of adaptation has failed catastrophically.
“เบลไม่ได้มีความพยายามในการเรียนภาษาสแปนิช เขาไม่มีความสนใจใดๆในการสื่อสารกับเพื่อนร่วมทีมด้วยภาษาอื่นๆที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ และด้วยเหตุนี้เขาจึงไม่ไปเข้าห้องเรียนภาษาอีก ถือได้ว่าเบลล้มเหลวในการปรับตัวอย่างสิ้นเชิง”

Harsh words for a player who has scored 67 goals in 144 games for Real Madrid. But this treatment is common in Spain and the cry of “hurry up and learn our language” isn’t unique to the pen of journalists.
นี่ถือเป็นการวิจารณ์อย่างแรงต่อนักเตะที่ยิงให้ เรอัล มาดริด 67 ประตูในการลงเล่น 144 นัด แต่นี่ถือเป้นเรื่องปกติในสเปน และข้อความทำนองว่า “รีบไปเรียนภาษาของเราซะ” ก็มักจะถูกใช้โดยสื่อสเปนเช่นกัน

Barcelona left-back Jordi Alba was caught by TV cameras shouting “learn to speak Spanish, idiot!” at Real Madrid’s Croatian midfielder Mateo Kovacic during the clásico in December. What Alba hadn’t realised was that Kovacic speaks Spanish with relative ease, alongside German, English, Italian and his native Croatian. Not to mention a little Catalan, which, unfortunately for him, he let slip during his Real Madrid presentation – much to the annoyance of Madrid fans.
ยอร์ดี้ อัลบ้า แบ็กซ้ายบาร์ซ่า เคยโดนกล้องจับอ่านปากได้ว่าเขาตะโกนว่า “ไปเรียนพูดภาษาสแปนิชซะไอ้โง่!” ใส่ มาเตโอ โควาซิช ของ เรอัล มาดริด ในเกมที่ทั้งคู่เจอกันเมื่อเดือนธันวาคม แต่อัลบ้าไม่รู้หรอกว่า โควาซิช นักเตะ โครแอตนั้นพูดทั้งสแปนิชได้ค่อนข้างคล่อง พอๆกับภาษา เยอรมัน,อังกฤษ,อิตาเลียน และ ภาษาโครแอต ทั้งนี้ไม่ต้องพูดถึงสามารถพูดคาตาลันได้อีกนิดหน่อยซึ่งดันไปหลุดในการเปิดตัวกับ เรอัล มาดริด จนแฟนๆเรอัลเคืองเขา

These incidents help to illustrate a culture of patriotism that exists within Spanish football. It’s not enough to do your talking on the pitch. You have to speak the language too or make the utmost effort to do so, otherwise, you face ridicule. A lot of media and fans will only be at complete ease with foreign players when they demonstrate that they have mastered Spanish. Until then, their lack of fluency will be used against them if they put in any poor performances on the pitch.
เหตุการณ์นี้เป็นตัวบ่งบอกถึงวัฒนธรรมภูมิใจในชาติตนเองที่ยังมีอยู่ในวงการบอลสเปน พูดง่ายๆว่าโชว์ฝีเท้าดีในสนามไม่พอ ต้องมีฝีปากเอกพูดสแปนิชได้ด้วย มิฉนั้นก็จะโดนวิจารณ์ สื่อจำนวนมากและแฟนบอลมักจะเข้ากับนักบอลต่างชาติที่พูดสแปนิชได้คล่อง แต่ถ้ายังไม่คล่องก็จะโดนเน้นปมด้อยเรื่องนี้เมื่อฟอร์มในสนามไม่ดี

Toni Kroos cited match preparation, house-hunting and family issues for his “problems with the language” not long after his arrival at Madrid. The media were uncomfortable when he spoke in German. Kroos also said that Carlo Ancelotti, his manager at the time, explained specific instructions to him in English. Some fans also look back at David Beckham’s farewell press conference with Real Madrid with disdain, due to his lack of fluency in the language after his four seasons in Madrid.
โทนี่ โครซ โดนเล่นเรื่องการซ้อมเอย, การหาบ้านเอย และเรื่องครอบครัวเอยว่าเป็นผลมาจากการที่เขาใช้ภาษาสแปนิชไม่คล่อง ดูเหมือนสื่อดูจะอึดอัดเวลาโครซพูดเป้นภาษาเยอรมัน โครซเองก็พูดว่า คาร์โล อันเชล็อตติ ผจก ทีมในตอนนั้น ได้อธิบายคำสั่งให้เขาฟังเป้นภาษาอังกฤษ แฟนบอลบางคนก็มองย้อนไปที่การแถลงอำลาของ เดวิด เบ็คแคม ที่ เรอัล มาดริด ว่าพูดสแปนิชไม่คล่องแม้อยู่กับทีมมา 4 ปี


โทนี่ โครซ

The truth is, his Spanish wasn’t as terrible as people think. He clearly had a grasp of the language and cited his own shyness for the lack of depth in his choice of words when announcing his farewell. Beckham’s supposed “lack of fluency” didn’t seem to inhibit his ability as a Madrid player. He scored 20 goals in 155 appearances and helped the club win La Liga in his final season in Madrid.
ความจริงก็คือว่า ภาษสแปนิชของเบ็คแฮมไม่ได้แย่อย่างที่คนคิด เขาใช้ภาษาสแปนิชพอได้แต่ออกตัวว่าความเป็นคนขี้อายทำให้เลือกใช้คำไม่ดีพอในการแถลงวันนั้น การที่คิดกันว่าเบ็คแฮม “ไม่ค่อยคล่อง” ก็ไม่ได้เกี่ยวกับฟอร์มในสนามของเขาในฐานะนักเตะ เรอัล เขายัง 20 ประตูจากการลงสนามให้ราชันย์ชุดขาว 155 นัด และช่วยให้ทีมชนะเลิศ ลาลีก้า ในฤดูกาลสุดท้ายของเขาด้วย


เบ็คแคม

Zinedine Zidane admitted that the language barrier held them back from establishing a close friendship, but they were in tandem while playing. “My relationship with David is little,” said Zidane. “On the pitch, we understand each other perfectly, but as I don’t speak English and he doesn’t speak Spanish we are a little bit lost.”
ซิเนอดีน ซีดาน ยอมรับว่าเรื่องภาษาทำให้เขาไม่ค่อยสนิทกับเบ็คแฮมแต่ผลงานประสานในสนามของทั้งคู่ก็ไม่มีปัญหา ซีดานกล่าวว่า “ผมมีความสัมพันธ์กับเดวิดแค่นิดหน่อย” “ในสนามเราเข้าใจกันอย่างสมบูรณ์แบบ แต่เนื่องจากผมไม่พูดภาษาอังกฤษและเดวิดไม่พูดสแปนิชเราก็เลยดูห่างๆกัน”

Does it really matter? Or should it? If a player can get by in a foreign language, make life comfortable for themselves and their families, that should be enough. As Zidane said, they understood each other perfectly. What Beckham lacked was the need to master the language to get by on a day-to-day level. He undoubtedly lived a comfortable existence, which was reflected in his performances.
แล้วไงล่ะ? มันเกี่ยวไหม? ถ้านักเตะสามารถสื่อกันด้วยภาษาอื่น, ตัวเองและครอบครัวปรับตัวได้ มันก็น่าจะพอแล้ว อย่างที่ซีดานกล่าวว่าในสนามนั้นเข้าใจกันอย่างสมบูรณืแบบ สิ่งที่เบ็คแฮมขาดคือความคล่องในการใช้ภาษาสแปนิชในชีวิตประจำวัน แต่เขาใช้ชีวิตที่สเปนอย่างมีความสุขและสะท้อนออกมาจากฟอร์มการเล่นที่ดีของเขาแล้ว

But this isn’t enough for the Spanish media. Foreign footballers are making a living in their country and the press think they should speak the language. But why? The beauty in football surely lies in its capacity to allow for 11 people, perhaps from entirely different backgrounds and countries, to understand each other in pursuit of a common goal: victory.
แต่สำหรับสื่อสเปนแล้วแค่นั้นไม่พอเหรอ นักบอลต่างชาติมาใช้ชีวิตในสเปนแล้วสื่อยังคิดว่าพวกเขาควรพูดสแปนิชให้ได้ด้วย แต่ทำไมล่ะ? ความสวยงามของฟุตบอลคือการที่นักเตะ 11 คนที่อาจจะมาจากต่างชาติต่างภาษาแต่สามารถมาเล่นกันด้วยความเข้าใจเพื่อเป้าประสงค์ร่วมคือ: ชัยชนะ

The Sevilla team that beat Liverpool in the Europa League final last May, for example, featured players from Brazil, France, Portugal, Poland, Argentina, Uruguay and Ukraine – as well as a few Spaniards. As Nelson Mandela once said: “Sport has the power to transform the world, to inspire and to bring people together like few other things.” A portion of the Spanish media don’t seem to agree. The same media who have ingested various anglicisms into their footballing dialect over the past few years – words such as “top”, “box-to-box” and “show” to name just a few.
ยกตัวอย่างเช่นทีมสโมสร เซบีย่า เอาชนะลิเวอร์พูล ในรอบชิงยุโรป้าฤดูกาลก่อน โดยมีนักเตะที่มาจากทั้งบราซิล,ฝรั่งเศส,โปรตุเกส,โปแลนด์,อาร์เจนติน่า,อุรุกวัย และยูเครน รวมไปถึงสเปนอีกไม่กี่คน ก็อย่างที่ เนลสัน แมนเดลล่า เคยบอกว่า “กีฬาเป็นหนึ่งในไม่กี่อย่างที่มีพลังในการเปลี่ยนโลก,มีพลังในการจุดประกายและรวมผู้คน” แต่ดูเหมือนสื่อสเปนบางส่วนจะไม่เห็นด้วย แม้สื่อพวกนี้จะยืมคำภาษาอังกฤษอย่าง box to box, show และ top ไปทับศัพท์ในการเขียนข่าวก็ตาม(ประชด)

Even people working within the Spanish media aren’t free from criticism. Northern Irishman Michael Robinson has lived in Spain for 27 years and has worked as a pundit for Canal+ for 20 years but he still retains a strong accent when speaking Spanish. Apparently, this isn’t good enough for some fans, who criticise his way of speaking and ask if he will ever lose his accent every time he appears on TV.
แม้กระทั่งคนที่ทำงานในสื่อสเปนเองก็ไม่พ้นโดนวิจารณ์ ไมเคิล โรบินสัน ชาวไอร์แลนด์เหนือ อยู่ในสเปนมา 27 ปี และทำงานเป็นนักวิจารณ์บอลให้ Canal+ มา 20 ปี แต่ก็ยังติดสำเนียงไอริชเวลาพูดสแปนิช ซึ่งดูเหมือนว่าแค่นี้จะดีไม่พอจนทำให้แฟนบอลบางคนวิจารณ์การพูดสแปนิชของเขาและตั้งคำถามว่าจะพูดชัดได้บ้างไหมสักครั้ง

Robinson has hit back, saying his accent is what sets him apart – his own “brand” as it were. He even revealed that he was told to maintain his accent when he first signed up as a commentator, with producers even asking him to spend his holidays in England as opposed to Marbella.
โรบินสันเองก็โต้เสียงวิจารณ์กลับโดยบอกว่าสำเนียงของเขาคือสิ่งที่แสดงถึงเอกลักษณ์จุดขายต่างหาก เขาถึงขนาดเปิดเผยว่ามีคนบอกให้พูดสแปนิชสำเนียงอริชไว้ โดยกล่าวติดตลกว่าโปรดิวเซอร์รายการบอกว่าให้ไปพักร้อนที่อังกฤษแทนที่จะเป็นในสเปน จะได้ไม่ลืมสำเนียงไอริช

Serbian defender Dusko Tosic found his lack of understanding of Spanish a barrier to his chances while on loan at Real Betis from Red Star Belgrade in 2011, when he appeared only once. Even in the face of defensive injuries, manager Pepe Mel did not pick Tosic, citing the defender’s inability to understand what was going on during training sessions as the reason behind his lack of action.
ดัสโก้ โตสิช กองหลังเซอร์เบียน รู้สึกว่าตัวเองมีปัญหาในการเข้าใจภาสแปนิชจนทำให้เป็นอุปสรรคในการเล่นให้ เรอัล เบติส หลังจากโดนยืมตัวมาจาก เรดสตาร์ เบลเกรดเมื่อ 2011 โดยลงให้เบติสได้แค่นัดเดียว แม้กระทั่งกองหลังเจ็บ ผจก ทีมก็ยังไม่เลือกเขาลงสำรองแทน โดยให้เหตุผลว่า โตสิช ไม่สามารถเข้าใจสิ่งที่ทำในสนามซ้อมจึงไม่เอาลง

Tosic was bemused, pointing out that he had never had similar problems while playing in England, France or Germany, where his ability with the language was minimal. To add to his predicament, the club neglected to employ a Spanish teacher to help him.
โตสิชเองก็หงุดหงิดและโต้ว่าเขาไม่มีปัญหาแบบนี้ตอนที่เล่นในอังกฤษ,ฝรั่งเศส หรือ เยอรมันนี ซึ่งเขาเองก็ไม่ได้คล่องภาษาของประเทศเหล่านี้ ที่จุกไปกว่านั้นคือทางสโมสรเองก็ไม่ได้คิดจะจ้างครูภาษาสแปนิชมาสอนโตสิชซะด้วย

When Sami Khedira arrived at Madrid in 2010, the press criticism he received after his first game served as a wake-up call. The reason for his slow start – and Mesut Özil’s – was put down to the fact that neither spoke Spanish, which apparently complicated their integration with their team-mates. In truth, their lack of English was as important, as José Mourinho wasn’t able to fully to transmit his instructions to them. To quell the unrest among the Madrid press, Khedira reminded them that he’d only been in the country for three weeks and that he was taking Spanish lessons to help him improve.
เมื่อตอนที่ ซามี่ คาดีร่า มาถึงมาดริดใหม่ๆเมื่อปี 2010 สื่อก็วิจารณ์เป็นการเรียกออเดิร์ฟเหมือนๆกับตอน เมซุต โอซิล ว่าทั้งสองคนเล่นตอนแรกไม่ค่อยดีเพราะพูดภาษาสแปนิชไม่ได้จนทำให้เข้ากับเพื่อนร่วมทีมได้ลำบาก ความจริงแล้วการที่ทั้งคาดีร่าและโอซิลไม่ค่อยแข็งแรงเรื่องภาษาอังกฤษต่างหากที่เป้นเรื่องสำคัญไม่แพ้กันเพราะ เซ่ มูรินโย่ ไม่สามารถสั่งงานทั้งสองคนได้เต็มที่ คาดีร่าโต้ว่าก็เขาเพิ่งมาอยู่มาดริดได้ 3 สัปดาห์แถมก็เข้าคอร์สเรียนภาษาสแปนิชเพื่อช่วยพัฒนาแล้วด้วย

One thing the press in Barcelona and Madrid have agreed upon in recent seasons was Pep Guardiola’s seemingly “impossible” near fluency in German when he arrived at Bayern Munich. Both sections of the Spanish media called him a “superhero” – and no doubt someone foreign players in Spain should look up to as an example. AS went as far as explaining how few errors he made during his presentation in Madrid, while El Mundo called him “a lover of impossible challenges” as if he was some sort of quasi-footballing Genghis Khan. They didn’t point out that Guardiola had spent a full year on sabbatical in New York, where he had German classes every day with a personal tutor.
อย่างหนึ่งที่สื่อบาร์เซโลน่าและมาดริดคงต้องเห็นพ้องกันก็คือตอน เป๊ป กวาดิโอล่า ไปคุมบาเยิร์น นั้นภาษาเยอรมันของเขาก้ไม่ได้ใกล้เคียงกับคำว่าคล่องเลย สื่อทั้งสองเมืองเรียกเป๊ปว่า “ซุปเปอร์ฮีโร่” และก็ชัดเจนว่านักเตะต่างชาติในสเปนก็ควรดูเป๊ปเป็นแบบอย่าง หนังสือพิมพ์ AS เลยเถิดไปถึงการพูดถึงเป๊ปว่าเขาพูดเยอรมันผิดแค่นิดหน่อย ในขณะที่ El Mundo เรียกเขาว่า “คนรักความท้าทายที่แทบเป็นไปไม่ได้” อย่างกับเขาเป็น เจงกิส ข่าน แห่งโลกฟุตบอลทีเดียว แต่สื่อทั้งสองไม่ยอมบอกว่าเป๊ปใช้เวลาพักงานกุนซือหลังออกจากบาร์ซ่าโดยการไปอยู่นิวยอร์ก 1 ปี และจ้างครูพิเศษมาสอนภาษาเยอรมันทุกวันทีเดียว

The question remains, what excuses will the media use if Bale and Kroos put in poor performances once they demonstrate full fluency in Spanish? Time will tell.
แต่คำถามก็ยังมีอยู่ว่า สื่อสเปนจะแก้ตัวว่าไง ถ้า โครวและเบล ดันฟอร์มตกในขณะที่ลงเรียนภาษาสแปนิชจนคล่องแล้ว เวลาเท่านั้นที่จะตอบได้

Source https://www.theguardian.com/football/in-bed-with-maradona/2017/mar/17/la-liga-spain-beckham-bale-kroos-real-madrid-language
บันทึกการเข้า
0o*-...matahjang...-*o0
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +105/-87
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,940


อยากให้สโมสรจากชุมพรเล่นไทยลีกบ้างอ่ะ


| | |
« ตอบ #1 เมื่อ: มีนาคม 18, 2017, 08:08:20 PM »

คนสเปนนี้เรื่องเยอะนะคับเนี่ย
บันทึกการเข้า
Koragap
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +115/-209
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,374


| | |
« ตอบ #2 เมื่อ: มีนาคม 18, 2017, 08:18:58 PM »

ภาษาเป็นเรื่องสำคัญ
บันทึกการเข้า
WPP.North
Full Member
***

คะแนนความรัก: +86/-418
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,058


@พันธมิตร_ท่าน ded_ded


| | |
« ตอบ #3 เมื่อ: มีนาคม 18, 2017, 08:21:45 PM »

แมงวันสเปน เรื่องมาก..
บันทึกการเข้า
pongonwon
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +259/-746
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,733



| | |
« ตอบ #4 เมื่อ: มีนาคม 18, 2017, 10:37:16 PM »

ภาษาสเปน มีหลายแขนงมาก
ภาษาสเปนโดยมาตรฐาน จะใช้ในมาดริด

แต่ภาษาสเปน ใน คาตาลัน บาส มูร์เซีย ๆลๆ ของแต่ละแคว้น ยังต่างกันทั้งสำเนียง และยังมีศัพท์บางคำต่างกันอีก


นี้ไม่นับสเปน แบบ อาเจนติน่า เปรู โบลิเวีย ๆลๆ ที่แตกต่างแยกย่อยอีก
บันทึกการเข้า
koksan
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +160/-330
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,011


| | |
« ตอบ #5 เมื่อ: มีนาคม 19, 2017, 01:44:49 AM »

แล้วไม่ไปเยอรมัน ตุรกี เห็นเป้บอกมีข้อเสนอมาหนิ
บันทึกการเข้า
kantonick
IN MY HATE
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +462/-793
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,303


ลืมตาพบความเป็นจริง อย่าหลอกตัวเองอีกเลย


| | |
« ตอบ #6 เมื่อ: มีนาคม 19, 2017, 03:11:31 AM »

สเปนว่าเหยียด ตุรกีโคตรเหยียดเลยครับยิ่งชาวผิวเหลืองที่ไม่ไช่มุสลิม
อารมก็ประมาณโรฮิงญากับพุธในพม่า แต่ถ้าเป็นตุรกีจะสลับฝั่งกันเท่านั้น
บันทึกการเข้า

กฏการไช้บอร์ด http://www.thailandsusu.com/webboard/index.php?topic=48.0

5
SUSU
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +84/-224
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,293



| | |
« ตอบ #7 เมื่อ: มีนาคม 19, 2017, 03:40:32 AM »

สเปนว่าเหยียด ตุรกีโคตรเหยียดเลยครับยิ่งชาวผิวเหลืองที่ไม่ไช่มุสลิม
อารมก็ประมาณโรฮิงญากับพุธในพม่า แต่ถ้าเป็นตุรกีจะสลับฝั่งกันเท่านั้น
จำได้ว่าวอลเล่หญิงบ้านเราก็ไปเคยไปเล่นที่ตุรกี
บันทึกการเข้า

thon law
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +706/-1134
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,341


new world order


| | |
« ตอบ #8 เมื่อ: มีนาคม 19, 2017, 04:04:23 AM »

นี่คือความเป็นมืออาชีพครับ บทความนี้พูดถึงสเปนเลยค่อนข้างรู้สเปนมากหน่อย แต่ที่จริงทุกประเทศชั้นนำค่อนข้างจะเหมือนที่สเปนหมด ญี่ปุ่นเทียบกับพวกนี้ยังเป็นลูกนกยังเว่าแต่ญี่ปุ่นกันหมด ไทยเราไม่ถึงจุดนั้น รอลีคเราโตจนเรียกได้ว่าเป็นลีคแห่งอาเซี่ยนก่อน เรื่องพวกนี้เราก็จะมีเหมือนกัน มืออาชีพต้องเข้าไปถึงอัตลักษณ์ในถิ่นฐานนั้นๆ
บันทึกการเข้า

how u live and how u fly , smiles u give and tears u cry , and all u touch and all u see , is all u life will ever be
PumDMinter
เผือกบอลไทย
Jr. Member
**

คะแนนความรัก: +27/-69
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 256


...๕๕๕...


| | |
« ตอบ #9 เมื่อ: มีนาคม 19, 2017, 11:09:55 AM »

คนทุกๆชาติก็คงเป็นเหมือนกัน  คนไทยเราก็เป็น  นักเตะต่างชาติคนไหนที่เข้ามาเล่นไทยลีก 
แล้วพยายามเรียน  พยายามใช้ภาษาไทยเรา  ...เราก็รู้สึกดีมากๆเหมือนกัน

เพราะฉะนั้น  นักเตะไทยเราหากมีโอกาสไปเล่นในลีกต่างชาติ  ก็คงต้องรีบฝึกภาษาของเขาให้ได้ไวๆ  มันคงจะง่ายมากขึ้นอีกเยอะที่จะให้เขายอมรับเรา

(สงสัย.. "เจ" คงต้องเข้าคอร์สเรียนภาษาญี่ปุ่น แบบเร่งด่วนแล้วล่ะ...อาริงาโต๊ะ, อายิโนะโอโต๊ะ, อิไตๆ...ไฮ้..)
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  




Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!