Thailandsusu Webboard
พฤศจิกายน 19, 2017, 03:17:18 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน Gallery เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

ดูบอลสด ดูบอลออนไลน์ ดูบอลช่อง BeIN

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ผิดหวังสี่หน/อดีตเทพฟุตซอล/โกทูเจแปน : ศศลักษณ์ ไหประโคน ปีกจิ๋วแข้งเทพ  (อ่าน 4141 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
@anekchai
Manchester United
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +4141/-4911
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 16,015


วันนี้คุณกด - ผมแล้วหรือยัง !!!!


| | |
« เมื่อ: มีนาคม 10, 2017, 12:09:55 PM »

ผิดหวังสี่หน/อดีตเทพฟุตซอล/โกทูเจแปน : ศศลักษณ์ ไหประโคน ปีกจิ๋วแต่แจ๋วแห่ง “แข้งเทพ”



จากเด็กตัวเล็กที่ไม่มีใครเอา เคยทำหน้าเศร้าอ้อนวอนขอคัดตัวรอบสองกับสถานศึกษาดัง และท้อจนเกือบกลับบ้าน...ปัจจุบันเขาพัฒนาตัวเองไปไกลจนได้รับโอกาสไปทดสอบฝีเท้าไกลถึงประเทศญี่ปุ่น

ศศลักษณ์ ไหประโคน ปีกดาวรุ่งวัย 22 ปี ของ แบงค็อก ยูไนเต็ด หลายคนคุ้นหน้าคุ้นตาเขาดีทั้งกับสโมสร และในนามทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี และปัจจุบันกำลังทดสอบฝีเท้าอยู่กับรองจ่าฝูงของ J1 อย่าง เอฟซี โตเกียว...เขาเป็นใคร มาจากไหน? ฝีเท้าเป็นอย่างไร? โฟร์โฟร์ทู ประเทศไทย ขออาสาพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับเขา ติดตามได้ที่นี่


เรื่องเล่า 60 วินาที

เด็กหนุ่มจากอำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นลูกชายคนกลาง ของพ่อกับแม่ที่ประกอบอาชีพก่อสร้างด้วยกันทั้งคู่ โดยมีพี่คนโต และน้องคนสุดท้องเป็นผู้หญิง “พี” เริ่มเล่นฟุตบอลตั้งแต่ยังเด็กๆ แต่เริ่มมาเอาจริงเอาจังตอนอายุ 11 ขวบ หรือตอนจบ ป.6 ก่อนไปคัดตัวเข้าเรียนชั้น ม.1 ของโรงเรียนประโคนชัยพิทยาคม ด้วยโควต้านักกีฬา

แม้จะต้องผิดหวังที่ไม่ผ่านการคัดตัว เพราะด้วยฝีเท้ายังเจ้าตัวยอมรับว่ายังไม่ดีเท่าไหร่ แต่ด้วยความที่เป็นเด็กหัวดีพอสมควร ทำให้เขาสอบเข้าเป็นนักเรียนของสถานศึกษาชื่อดังแห่งเมืองปราสาทได้ ก่อนที่จะเริ่มฝึกฝนฝีเท้าอย่างจริงจังหลังเลิกเรียนกับ รณรงค์ หงษ์อินทร์ อดีตนักเตะธนาคารกรุงไทย ที่แขวนสตั๊ดหลังคว้าแชมป์ไทยลีก ปี 2003/04 และผันตัวไปสอนฟุตบอลให้กับเยาวชนที่บุรีรัมย์

“พี” เดินสายแข่งฟุตบอลทั่วจังหวัดกับ รณรงค์ เป็นเวลากว่า 2 ปี จนทาง ประโคนชัยพิทยาคม ไปเห็นฟอร์มจนต้องดึงตัวติดทีมโรงเรียนทั้งที่เคยไม่ให้เขาผ่านการคัดตัวตอนเข้า ม.1 ต่อมาสถานศึกษาชื่อดังในเรื่องของฟุตบอลอย่าง อัสสัมชัญ ศรีราชา ได้เปิดคัดตัวแข้งรุ่นเยาว์ที่จังหวัดสุรินทร์ เขากับเพื่อนอีกหนึ่งคนได้เดินทางไปเข้าร่วม ผลปรากฏว่ามีคนที่ได้ไปต่อคนเดียว...แต่ไม่ใช่ “พี”

สิ่งที่เขาทำตอนนั้นคือ ทำหน้าเศร้าและอ้อนวอนให้เจ้าหน้าที่ของอัสสัมชัญฯ โทรศัพท์หามาสเซอร์ที่ชลบุรี เพื่อขอให้เขาได้มีโอกาสคัดตัวอีกครั้งที่นั่น และแล้วเขาก็ทำได้สำเร็จ เมื่อผ่านการตัดตัวรอบแรก และได้ใช้ชีวิตอยู่กับเพื่อนที่ได้โควต้าตั้งแต่ที่สุรินทร์ ประมาณ 4-5 วัน จนเมื่อถึงวันประกาศชื่อผู้ผ่านการคัดเลือก “ศศลักษณ์ ไหประโคน” ก็ถูกเปล่งเสียงออกมาเป็นคนแรก

แต่หลังจากนั้นไม่นาน มาสเซอร์อีกคนก็มาขอประกาศรายชื่อใหม่ กลับกลายเป็นว่าเขาต้องหลุดออกจากโผโดยไม่ทราบสาเหตุ แต่ทาง มาสเซอร์ตาล เอกพัฒ นครดี ก็ได้ปลอบใจเขาว่าถ้าไม่ได้ไม่เป็นไร มีฝีมืออยู่แล้ว ไปคัดที่อื่นก็ได้ ประกอบโชคดีที่ช่วง 1-2 วันแรก อะคาเดมีของชลบุรี เอฟซี ได้ชวนเขาไปร่วมทีม จึงได้ติดต่อกลับไป แต่ก็ต้องโชคร้ายอีกครั้ง เมื่อเขาเข้าเรียนก่อนเกณฑ์ ทำให้ปีเกิดเร็วเกินไปหนึ่งปีที่จะเข้าอะคาเดมี “ฉลามชล” ได้

“พี” ต้องระหกระเหินเข้าเมืองกรุง เพื่อไปคัดตัวกับ สุรศักดิ์มนตรี อีกหนึ่งมหาอำนาจวงการลูกหนังขาสั้น แต่ก็เกือบจะต้องล้มเหลวอีกครั้ง เพราะทางสถานศึกษาไม่อยากรับเด็กจากบุรีรัมย์ เพราะรุ่นก่อนหน้าได้สร้างเรื่องไม่ดีเอาไว้มากมาย แต่ก็เป็น รณรงค์ หงษ์อินทร์ ที่ออกปากรับรองกับบรรดาครูบาอาจารย์ว่าเขาเป็นเด็กดี จนได้เข้าเรียนชั้น ม.3 กับสถานศึกษาเจ้าของฉายา “บลูอาร์มี่” ในท้ายที่สุด


เหตุผลที่ต้องรู้จักเขา


อันที่จริงแล้ว เขายอมรับว่าดีใจที่ตอนแรกจะไม่ได้เป็นนักเรียนของที่ สุรศักดิ์มนตรี เพราะตั้งแต่วันแรกที่เข้าไปอยู่ ต้องเจอกับทั้งหอพักที่รก โดนใช้งานสารพัดเพราะเด็กสุดในทีม และไม่มีอะไรที่ถูกใจเขาสักอย่างจนไม่อยากอยู่ต่อ แม้กระทั่งเมื่อมีรุ่นพี่มาถามว่า “เอ็งอยากอยู่ป่ะเนี่ย?” เขาก็ตอบไปแบบกล้าๆกลัวๆว่า “ไม่รู้ครับ” ก่อนที่รุ่นพี่คนนั้นจะปลอบใจว่าให้อดทน เพราะไหนๆก็จากบ้านมาตั้งไกลแล้ว ไม่อยากให้เสียเที่ยว

แน่นอนว่าด้วยความที่เป็นเด็กต่างจังหวัด ย่อมต้องคิดถึงบ้านเป็นธรรมดา และเมื่อไหร่ที่มีความรู้สึกแบบนั้น เขามักจะไปนั่งหน้าร้านสะดวกซื้อเพื่อมองรถวิ่งไป-มาแก้เหงา แต่เมื่อเวลาผ่านไปก็เริ่มปรับตัวได้ อีกทั้งยังมีเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันเข้าไปเรียนหลายคน ซึ่งทำให้เขาเริ่มมีความสุข และใช้ชีวิตห่างจากครอบครัวตัวคนเดียวได้โดยไร้ปัญหา

ในช่วงปีแรกๆกับ สุรศักดิ์มนตรี เขาไม่ค่อยได้เล่นฟุตบอลเท่าไหร่นัก เพราะต้องแบกอายุหนึ่งปี ประกอบกับมีสรีระร่างกายที่เล็ก ทำให้ต้องไปเอาดีกับฟุตซอลก่อนเป็นอันดับแรก ซึ่งต้องบอกว่าเข้าทางเพราะเคยฝึกพื้นฐานฟุตซอลมาก่อน และใช้เวลาเพียงปีเดียวก็ก้าวขึ้นไปเป็นตัวหลักของทีม พร้อมพา “บลูอาร์มี่” ผงาดคว้าแชมป์ สพฐ.ฟุตซอลลีก ถึง 3 ปี ติดต่อกัน

เส้นทางสายโต๊ะเล็กของ “พี” เติบโตอย่างรวดเร็ว โดย อ.สกล เกลี้ยงประเสริฐ กุนซือทีม ได้ติดต่อกับทาง ม.ศรีปทุม เอาไว้แล้วว่า หลังจบ ม. 6 จะส่งตัวเข้าไปเรียนด้วยโควต้านักกีฬา พร้อมเล่นให้กับทีมมหาวิทยาลัย ทว่าในช่วง กทม.ลีก ทีมงานของ ชลบุรี บลูเวฟ ได้เห็นฟอร์มของเขาและดึงตัวไปร่วมกับซ้อมกับทีมได้ 1-2 สัปดาห์ โดยที่ต้องแอบ อ.สกล ไป

ช่วงเวลาเดียวกันนั้นเอง “พี” ถูกส่งลงเล่นฟุตบอลรายการโค้กคัพ ช่วยทีม สุรศักดิ์มนตรี ภายใต้การคุมทัพของ “น้าติ๊ก” สมชาติ ยิ้มศิริ ก่อนโชว์ฟอร์มเก่งเข้าตา “โค้ชวัง” ธวัชชัย ดำรองอ่องตระกูล กุนซือทีมแบงค็อก ยูไนเต็ด ในเวลานั้น และถูกชักชวนไปร่วมทีม ทำให้เขาต้องตัดสินใจกับเส้นทางชีวิตในอนาคต ว่าจะไปโลดแล่นในระดับอาชีพบนผืนหญ้ากับ “แข้งเทพ” หรือบนพื้นยางกับ “ฉลามชลโต๊ะเล็ก”

แม้ทาง ชลบุรี บลูเวฟ เกือบจะเซ็นสัญญา “พี” ไปร่วมทีมแบบถาวรแล้ว แต่ด้วยความที่ไม่อยากปิดกั้นอนาคตเด็ก จึงได้ให้คำแนะนำอย่างดี และไม่ถือโทษโกรธเคืองหากจะไปรับรายได้ที่ดีกว่าจากอีกทีมหนึ่ง ก่อนที่เขาจะตัดสินใจเบนเข็มสู่วงการฟุตบอลแบบเต็มตัว ตอบตกลงเซ็นสัญญากับยอดสโมสรแห่งเมืองหลวงเมื่อปี 2014 ในท้ายที่สุด และได้ประเดิมสนามอย่างเป็นทางการนัดแรกในศึกเอฟเอ คัพ กับ ขอนแก่น เอฟซี ในปีเดียวกัน

หลังจบฤดูกาล กุนซือที่ดึงตัวเขาไปร่วมทีมอย่าง “โค้ชวัง” ได้ประกาศลาออก ทำให้ “พี” ถึงกับคิดหนักว่าจะหมดอนาคตในทีม “แข้งเทพ” ทว่าเขายังได้รับโอกาสค้าแข้งกับทีมต่อไป เพราะอดีตแข้งทีมชาติไทยได้พูดคุยกับโค้ชคนใหม่อย่าง มาโน โพลกิ้ง แล้วว่าเขาเป็นเด็กที่มีพรสวรรค์ และควรเก็บไว้เพื่ออนาคตของทีมในภายภาคหน้า และ “พี” ก็ได้ลงซ้อมและเล่นกับทีมชุดใหญ่มาโดยตลอด


จุดแข็ง

“พี” เป็นนักเตะขยัน วิ่งช่วยทีมไล่บอลอยู่เสมอ ประกอบมีพื้นฐานจากกีฬาฟุตซอล ทำให้โดดเด่นในเรื่องความเร็ว และความสามารถเฉพาะตัว โชว์ลีลาหลอกล่อ เลี้ยงหลบคู่ต่อสู้ให้เห็นบ่อยครั้ง อีกทั้งยังสามารถยิงประตูได้อย่างหนักหน่วง นอกจากนี้ยังเป็นคนมีทัศนิคติในแง่บวก สู้ไม่ถอย ไม่เคยย่อท้อ พร้อมเผชิญหน้ากับปัญหาอยู่เสมอ

จุดอ่อน

แน่นอนว่าจากขนาดร่างกายที่เล็ก ทำให้ความแข็งแกร่งคือสิ่งที่เป็นปัญหาสำหรับเขาพอสมควร เมื่อเจอกับบรรดาแนวรับที่มีรูปร่างใหญ่ แต่ก็ทดแทนด้วยจุดเด่นเรื่องความเร็ว และเทคนิคที่แพรวพราว จนเจ้าตัวพูดแบบติดตลกว่า “บางครั้งถ้ากองหลังเร็วไม่ทันผม ผมหลอกหัวทิ่มหมดนะ (หัวเราะ)”

รู้หรือไม่?

ตอนที่ “พี” ไปคัดตัวกับ อัสสัมชัญ ศรีราชา ในตำแหน่งแบ็คซ้าย รุ่นพี่ ม.6 ของเขาในตอนนั้นคือ พุทธินันท์ วรรณศรี โดยทั้งสองคนมักจะนั่งเล่นพูดคุย หยอกล้อกันอยู่เสมอ มีครั้งหนึ่งที่ “พี” ถามว่า “พี่ไม่ไปเรียนเหรอ?” และเขาได้รับคำตอบกลับมาว่า “เดี๋ยวพี่นั่งดูแบ็คซ้ายทีมชาติเล่นก่อน”

ทั้งสองคนได้เจอกันอีกครั้งโดยบังเอิญ เพราะ “อ้น” เป็นรุ่นพี่ของเพื่อนคนหนึ่งที่ สุรศักดิ์มนตรี ก่อนที่จะได้พบกันอีกเป็นครั้งที่สามในฐานะนักเตะของ แบงค็อก ยูไนเต็ด เรียกได้ว่าโลกกลมของแท้


จากปากคนใกล้ตัว


“เขาเป็นเด็กที่มีพรสวรรค์ยอดเยี่ยม และเปี่ยมไปด้วยศักยภาพ แต่จำเป็นต้องใช้เวลา” มาโน โพลกิ้ง เฮดโค้ชของ “แข้งเทพ” พูดถึง ศศลักษณ์
“เป็นเรื่องสำคัญสำหรับนักเตะในวัยอย่างเขาที่จะต้องลงเล่นอย่างสม่ำเสมอ จึงจำเป็นต้องใช้เวลาเพื่อดูว่าเขาจะทำได้ดีแค่ไหนในศึกไทยลีก”
โปรดติดตามตอนต่อไป…

โค้ชทีมสำรองของ แบงค็อก ยูไนเต็ด เคยบอกว่า เขาเหมือนกับเป็นคนละคนตอนเล่นให้กับทีมชาติ ทั้งกล้าเล่น กล้ายิง โดยเจ้าตัวเผยว่าเป็นเพราะความเกรงใจรุ่นพี่ในทีม ทำให้แสดงศักยภาพออกมาได้ไม่เต็มที่ ทำให้เป้าหมายของเขาในปีนี้คือการปรับเปลี่ยนวิธีการเล่นให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน และหวังยึดตำแหน่งตัวหลัก ลงเล่นเป็น 11 ตัวจริงกับ “แข้งเทพ” ให้ได้ในฤดูกาลนี้ พร้อมพัฒนาฝีเท้าตัวเองให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม เพื่อช่วยทีมให้ได้มากที่สุดเมื่อได้รับโอกาสลงสนาม และเขาจะได้รับโอกาสค้าแข้งในแดนอาทิตย์อุทัยหรือไม่ ต้องรอติดตามกันต่อไปภายในเดือนมีนาคมนี้


ที่มาFourFourTwo
บันทึกการเข้า

NTT
ชีวิตเดินหน้าต่อไป ในใจนึกถึงแนวทางพระองค์
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +5538/-235
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,106



| | |
« ตอบ #1 เมื่อ: มีนาคม 10, 2017, 12:43:01 PM »

เด็กคนนี้เล่นดี ถ้านัด ACL รอบ เพลออฟที่ แบงค็อกแพ้ JDT เด็กคนนี้ได้ลง wing back ผมว่าได้ลุ้นกว่านี้
บันทึกการเข้า
Kokkabark
Sr. Member
****

คะแนนความรัก: +129/-214
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,872



| | |
« ตอบ #2 เมื่อ: มีนาคม 10, 2017, 01:27:06 PM »

เอาใจช่วยให้เบียดขาประจำต่างชาติลงให้ได้
บันทึกการเข้า
Plangduak eiei
Since 2005
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +249/-152
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,036


Classic Is Classic


| | |
« ตอบ #3 เมื่อ: มีนาคม 10, 2017, 01:46:47 PM »

เป็นเด็กที่มีแววนะ ถ้ามุ่งมั่นพัฒนาตัวเอง และรักษามาตรฐานการเล่นให้ได้ น่าจะกลายเป็นนักเตะที่ดีพอสำหรับตำแหน่งตัวจริงของBUในสักวันนึง
บันทึกการเข้า


ฟุตบอล!!  กีฬาพระเจ้า ใช้เท้าเล่น
เทพสังหาร_TERO
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1211/-857
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,655


ชีวิตนี้ขอมอบให้....ใจมังกร


| | |
« ตอบ #4 เมื่อ: มีนาคม 10, 2017, 02:25:19 PM »

เยี่ยมมมมมม
บันทึกการเข้า
KaRaKaSaNG
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +774/-162
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,634


| | |
« ตอบ #5 เมื่อ: มีนาคม 10, 2017, 04:10:01 PM »

ชอบที่คล่อง และยิงได้หนักหน่วงแม่นยำ แต่ดูขาดความมั่นใจ คงเกรงๆรุ่นพี่ตามประสาเด็กขี้เกรงใจอย่างว่า
บันทึกการเข้า
Mamagoto
Full Member
***

คะแนนความรัก: +31/-98
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 716


| | |
« ตอบ #6 เมื่อ: มีนาคม 11, 2017, 12:04:02 AM »

นี่ค อปัญหาของนักเตะไทยในสโมสร เกรงกลัวรุ่นพี่
บันทึกการเข้า
mama_xi
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +666/-1178
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 12,614


Japansusu !!


| | |
« ตอบ #7 เมื่อ: มีนาคม 11, 2017, 04:49:01 PM »

เรียกไปซ้อมอีกแล้วหรอจ้ะ
โควต้าอาเซียน คงเป็นนิทานหลอกเด็กต่อไป
ฮรี่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  




Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!