Thailandsusu Webboard
เมษายน 24, 2017, 11:58:46 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน Gallery เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: วิเคราะห์คลาสสิก pressing and counter attack ของ redstar belgrade by DaveSelini  (อ่าน 3624 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
NTT
ผมคิดถึงในหลวงร.9ครับ
Moderator
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +5275/-220
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,770



| | |
« เมื่อ: มีนาคม 08, 2017, 06:52:29 PM »

ไปเจอใน blog มาครับ เขาวิเคราะห์เกมของทีม เรดสตาร์ เบลเกรด ยอดทีมยุโรปตะวันออกที่ชนะเลิศสโมสรยุโรปปี 1991 ด้วยสไตล์การเล่นโต้กลับที่เร็วและคม สนใจเชิญอ่านได้ครับ บางทีทีมชาติและทีมสโมสรไทยอาจนำไปใช้ในการเยือนพวกเกาหลี,ญี่ปุ่น
----------------------------
----------------------------
Football history have seen many great teams. From the Dutch Totaalvoetbal masters in the 70’s, the Brazilian national teams of yesteryears and Arrigo Sacchi’s back-to-back European champions of AC Milan to Pep Guardiola’s Barcelona. All great teams are remembered for something. In 1991, Red Star from Belgrade or rather, Crvena Zvezda, became the last Eastern European team to win the European Cup. Still, as great an achievement as that was, they’re not widely remembered as one of the great teams. This is despite their tactical flexibility and the insane quality of their counter-attacks. As I said, all great teams are remembered for something. And Red Star’s squad of 1991 were the masters of the counter-attack.
ในประวัติศาสตร์ฟุตบอลนั้นมีทีมยอดเยี่ยมอยู่หลายทีม นับแต่โททัลฟุตบอลของฮอลแลนด์ในยุค 1970 มาจนถึงทีมชาติบราซิลในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และ เอซี มิลาน ในยุค อารีโก้ ซ้าคคี่ (โค้ชและปรมาจารย์ของ คาร์โล อันเชล็อตติ) ไปจนถึงบาร์เซโลน่าของเป๊ป กัวดิโอล่า ทีมยอดเยี่ยมเหล่านี้ล้วนเป็นที่จดจำจากความเด่นอย่างใดอย่างหนึ่ง ในปี 1991 ทีม เรดสตาร์ เบลเกรด กลายเป้นทีมจากยุโรปตะวันออกทีมแรกที่ได้แชมป์ถ้วยสโมสรยุโรป แม้จะชนะเลิศรายการที่ใหญ่แต่พวกเขาไม่ค่อยเป้นที่จดจำในวงกว้างว่าเป็นยอดทีมแม้ว่าพวกเขาจะเล่นด้วยแท็กติกที่ยืดหยุ่นและมีคุณภาพเกมโต้กลับที่แจ๋วมาก อย่างที่บอกคือ ยอดทีมมักเป็นที่จดจำในด้านใดด้านหนึ่งและเรดสตาร์ก็เป้นที่จดจำจากเกม counter attack

As Red Star won the cup, of course it would make sense to look at the final. However, Red Star decided to play for penalties, which they did and then won after scoring all five, and therefore killed the game out of respect to their opponents, Olympique Marseille. So I decided to instead look at the two semi-finals against Bayern München, which best symbolizes what Red Star were all about, aggressive pressing and counter-attacking with pace.
เนื่องจากเรดสตาร์ชนะเลิศถ้วยสโมสรยุโรปก็น่าจะไปวิเคราะห์เกมรอบชิง แต่ในรอบชิงกับ โอลิมปิก มาร์กเซย์นั้น เรดสตาร์เล่นเพื่อยันเสมอแล้วไปยิงจุดโทษซึ่งพวกเขายิงเข้าทั้ง 5 คน ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่าในเกมนั้นพวกเขาเล่นในลักษณะทำลายเกมฝั่งมาร์กเซย์ ดังนั้นผู้เขียนจึงตัดสินใจวิเคราะห์เกมในรอบรองชนะเลิศที่เรดสตาร์เอาชนะบาเยิร์น มิวนิก จากการเล่นเหย้า-เยือน ซึ่งทั้งสองเกมนี้แสดงให้เห็นถึงจุดเด่นของทีมที่ใช้การเพรซวิ่งอย่างดุดันแล้วโต้กลับด้วยความเร็ว

It’s difficult to discuss Red Star’s system, as it changes in the game between a back-four/back five, two/three central midfielders and one/two strikers. If you would make me I’d say it was a sort of 4-1-4-1, but as I will illustrate, it was not in anyway rigid or what you’d expect. No matter what system though, the intent was clear; defend deep, press aggressively in midfield, and counter with speed. This they executed perfectly against Bayern.
มันยากที่จะวิเคราะห์ระบบการเล่นของเรดสตาร์เพราะพวกเขาเปลี่ยน formation ระหว่างเกม จากหลัง 4 เป็นหลัง 5 มิดฟิลด์ตัวกลาง 2 ตัวเป็น 3 ตัว และศูนย์หน้าจากหอกเดี่ยวเป้นหอกคู่ แต่ถ้าจะให้บอกจริงๆระบบของพวกเขาประมาณว่า 4-1-4-1 แต่ก็อย่างที่จะอธิบายต่อไปกล่าวคือมันเป้นระบบที่ยืดหยุ่นและคาดได้ยาก แต่ไม่ว่าจะระบบไหนแต่จุดหมายชัดเจนคือ: รับลึก, เพรซดุดันในแดนกลาง และ เคาน์เตอร์ด้วยความเร็ว และเรดสตาร์ใช้วิธีนี้อย่างสมบูรณ์แบบในเกมเจอบาเยิร์น มิวนิก

Before we start, I want to apologize for the differing quality in the illustrations, as content to watch the full matches in HD was impossible to find.
ก่อนจะเริ่ม ผู้เขียนอยากจะขออภัยที่คลิปที่เอาแสดงนั้นคุณภาพไม่ดี(เพราะเป็นจากปี 1991)

Shape
In the first-leg the line-up read like the following: Stojanovic; Radinovic-Belodedic-Marovic-Najdoski; Jugovic; Binic-Prosinecki-Savicevic-Mihajlovic; Pancev.
เชพของเรดสตาร์
ในเกมรอบรองฯนัดแรกในการเจอบาเยิร์น เรดสตาร์ จัดตัวดังนี้: สโตยาโนวิช(ประตู) --> ราดิโนวิช-เบโลเดดิช-มาโรวิช-ไนดอสกี้(แบ็ก4) --> ยูโกวิช(ยืนหน้าแผงหลังในเกมรุก ยืนในแผงหลังในเกมรับ) --> บินิช-โปรซิเนชกี้-ซาวิเซวิช-มิไฮโลวิช (กองกลาง) --> ปานเชฟ (หอกเดี่ยว)


As you can see, the team starts their defending quite low, with Binic, Prosinecki, Savicevic and Mihajlovic making up a classic midfield four. However, Jugovic (the holding midfielder) is nowhere to be seen in this picture, as he’s dropped in to basically make up a back five with Belodedici acting as a libero behind the defence.
อย่างที่เห็นในรูปคือเรดสตาร์ตั้งรับค่อนข้างต่ำ โดยมีมิดฟิลด์ 4 ตัวคือ บินิช,โปรซิเนชกี้ ซาวิเซวิช และ มิไฮโลวิช แต่ ยูโกวิช (ซึ่งเป็นตัวโฮลด์บอล)จะไม่เห็นในภาพเพราะเขาลงต่ำไปเป็นกองหลังซึ่งมี เบโลเดดิช เป็นตัวกวาดห้อยอยู่หลังสุด


Same shape to be seen here, but notice the positions of Binic on the right and MIhajlovic on the left, as this will be discussed further later.
จากรูปนี้จะเห็นว่าเชพจะเหมือนกันแต่สังเกตว่าตำแหน่งของบินิชอยู่ทางขวาและมิไฮโลวิชในทางซ้าย ซึ่งจะอธิบายต่อไป

In the return leg, the shape is the same, and here you can see Jugovic in between Savicevic and Prosinecki. One change to the line-up though, with Sabanodzovic replacing Najdoski.
ในเกมรอบรองฯนัดที่สอง เชพก็เหมือนกันอย่างที่เห็นคือ ยูโกวิช จะยืนอยู่ระหว่าง ซาวิเซวิช และ โปรซิเนชกี้ ความเปลี่ยนแปลงหนึ่งตำแหน่งคือ ซาโบนอดโซวิช ลงแทน ไนดอสกี้


As the ball enter the midfield, Red Star started pressing aggressively to win it and unleash the likes of Pancev, Binic and Savicevic on the counter. They just both zonal and man-marking, as it can be seen below with the right back, Radinovic (circled in yellow), leaving the defensive line to mark his opponent. The same can be said about Jugovic who marks his man closely. Prosinecki and Savicevic combine with one pressing and covering the other.
พอบอลมาถึงแดนกลาง ทีมเรดสตาร์จะเริ่มเพรซซิ่งอย่างดุดันเพื่อแย่งบอลมาครองและเล่น counter attack โดยการเล่นของ ปานเชฟ,บินิช และ ซาวิเซวิช เรดสตาร์จะผสมทั้งการตั้งโซนและการมาร์กตัวต่อตัวอย่างที่เห็นในรูปข้างล่าง โดยที่แบ็กขวา ราดิโนวิช (ในวงกลมสีเหลือง)ขึ้นมาจากแผงหลังมามาร์คคู่แข่ง ส่วนยูโกวิชก็เหมือนกันที่มาร์คคู่แข่งประกบติด โปรซิเนชกี้และซาวิเซวิชทำงานในลักษณะที่คนหนึ่งเพรซซิ่งและอีกคนคอยคัฟเวอร์


Belodedici – the libero
One of the classiest defenders you’ll see was Miodrag Belodedici. The Romanian won the European Cup with Steaua a few years earlier and was given the key role in Red Star’s defence. Belodedici played as the libero, sweeping up behind the other defenders, controlled the defence after his will and regularly stepped up with the ball to initiate attacks.
เบโลเดดิช-ตัวกวาด
หนึ่งในกองหลังที่คลาสสิกที่สุดคือบทบาทของ มิโอแดรก เบโลเดดิช นักเตะโรเมเนียนผู้นี้เคยชนะเลิศถ้วยยุโรปกับ สเตอัว บูคาเรสท์ ก่อนหน้านั้น 2-3 ปี และเขาได้รับบทบาทตัวกุญแจาในแดนหลังของเรดสตาร์ เบโลเดดิชเล่นเป็นตัวกวาดอยู่หลังแผงหลัง, ควบคุมเกมรับ และเวลาทีมครองบอลก็จะขึ้นมาอยู่หน้าแผงหลังเพื่อริเริ่มการรุกของทีม


The above picture is from the second-leg with the other three defenders circled in yellow. Belodedici is just out of shot.
รูปข้างบนนี้มาจากเกมรอบรองนัดที่สองจะเห็นว่าในวงกลมสีเหลืองทั้งสามคือผู้เล่นกองหลัง เบโลเดดิช อยู่นอกเฟรม


Now, Belodedici is visible, organizing his fellow defenders. We can clearly see the man-marking from Jugovic, Radinovic and Marovic with the Romanian sweeping behind them.
ในรูปนี้ เบโลเดดิช อยู่ในเฟรมแล้วและกำลังจัดแผงรับอยู่ื จะเห็นว่ายูโกวิช ราดิโนวิช และ มาโรวิช ประกบคู่แข่งแบบตัวต่อตัว โดยมี เบโลเดดิช เป็นตัวกวาดอยู่ข้างหลัง


Here is an interesting shot of the back-four. Belodedici as the libero again, with the other three making up almost a diamond defence in this instance. It could regularly look like this too, with Mihajlovic, defending far more on the left than Binic on the right, filling in as a left-back.
จากรูปนี้น่าสนใจตรง back4 เบโลเดดิชเป็นตัวกวาดและอีก 3 คนปรกบคู่แข่งตัวต่อตัวและยืนเกือบจะเป็น diamond shape ในกองหลัง สิ่งที่จะเห็นเป็นประจำก็จะคล้ายๆนี้โดยที่ มิไฮโลวิช จะเป็นวิงแบ็กเล่นรับด้านซ้าย และ บินิช อยู่ด้านขวายืนเข้าในมากกว่า

Belodedici earned the nickname “The Deer” because of his elegant style of play, and would regularly glide through the defensive line with the ball at his feet ready to set up attacks.
เบโลเดดิช ได้ฉายาว่า "เจ้ากวาง" เพราะเขามีสไตล์การเล่นที่สง่างามและมักจะเอาบอลขึ้นไปเปิดเกมรุก


With the ball it usually looked a normal back-four, with Jugovic trying to get on the ball in midfield. However, as seen below, it had a different look when Belodedici stepped out.
พอได้บอลมันจะดูเหมือน back4 ปกติ โดยมียูโกวิชพยายามจะไปเล่นบอลในแดนกลาง แต่อย่างที่เห้นในรูปข้างล่างต่อไปคือมันจะดูแตกต่างเมื่อเบโลเดดิชขึ้นมา


He was both the man cleaning up defensively and organizing the team, as well as the deep-lying playmaker, who exchanged duties with Jugovic to get the mercurial talents of Prosinecki and Savicevic on the ball as much as possible.
เบโลเดดิชเป็นทั้งตัวกวาดในเกมรับและตัวจัดระเบียบทีมและเป็นทั้งเพลเมกเกอร์ที่ยืนต่ำที่สามารถแลกเปลี่ยนหน้าที่กับยูโกวิชในการป้อนบอลให้โปรซิเนชกี้กับซาวิเซวิชได้ใช้ความสามารถในการรุกให้ได้มากที่สุด

Binic and the counter-attacking position
Dragisa Binic was one of the fastest footballers you’re likely to see. He himself claimed to run 100 metres in 10.5 seconds, and although that remains questionable he definitely had an unusual level of pace in him. He was stationed on the right, with clear instructions to stay as high as possible to be an outlet for the team when defending, which in turned would create the famed counter-attacks.
บินิชและตำแหน่งในการเล่นโต้กลับ
ดรากิซ่า บินิช คือนักเตะที่เร็วที่สุดที่คุณจะได้เห็น ตัวเขาเองเคยบอกว่าวิ่ง 100 เมตรในเวลา 10.5 วินาที และแม้ว่ามันจะจริงหรือไม่ก็ตามแต่ที่แน่ๆเขาเร็วมากๆ โดยตำแหน่งแล้วเขายืนอยู่กราบขวาโดยได้รับคำสั่งที่ชัดเจนให้ยืนให้สูงที่สุดเพื่อเป็นตัวคอยโต้เวลาที่ทีมเป็นฝ่ายรับ และนี่เป็นจุดที่สร้างสรรค์การโต้กลับที่มีชื่อเสียงของเรดสตาร์


จากรูปข้างบนจะเห็นว่าบินิชจะยืนต่ำได้แค่นี้เมื่อเทียบกับมิไฮโลวิชทางด้านซ้ายที่ยืนต่ำกว่ามาก(หมายความว่าทีมใช้บินิชในตำแหน่งกองกลางด้านขวาหรือวิงขวาในประโยชน์การโต้มากกว่าการรับ)


Again, not really bothered about the defending. Ridiculously high positioning, but made possible due to the position of Mihajlovic and the makeshift back-five. Notice the absence of Jugovic, who’s followed his man into the defensive line. Savicevic and Prosinecki working close together again.
การที่บินิชไม่ต้องกังวลในเกมรับและยืนสูงมากๆได้ก็เพราะการที่มิไฮโลวิชยืนต่ำและเกมรับที่เป็น back5 จะสังเกตว่ายูโกวิชหายไปเพราะตามประกบตัวเข้าคู่ในโซนรับ และจะเห็นว่า โปรซิเนชกี้กับซาวิเซวิชทำงานร่วมกันใกล้ชิด


MIhajlovic is nowhere to be seen here, with Binic again staying high. We’ve seen this recently with Cristiano Ronaldo in Carlo Ancelotti’s 2014 Champions League winning Real Madrid, and the results were the same; the trophy.
รูปนี้จะไม่เห็นมิไฮโลวิชแต่บินิชจะยืนลอยสูง ซึ่งเหมือนกับการที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ยืนลอยสูงในทีม เรอัล มาดริด ชุดแชมป์ UCL2014 ภายใต้โค้ช อันเชลล็อตติ

Pancev against Bayern Munich

The video above shows the first goal of Red Star’s away win against Bayern in the first-leg. It’s an absolutely fantastic goal, with the sheer speed of the attack frightening making it almost impossible to defend against. After winning the ball by the corner flag, a few quick, short passes are exchanged before Prosinecki releases Binic down the right flank with a brilliant pass. Here is the ultimate demonstration of the tactic of leaving Binic high and releasing him from defensive duties as Bayern can’t cope with his pace and then his inch-perfect pass finds the onrushing Pancev who makes no mistake. It’s brilliant, it’s beautiful and it’s a breathtaking counter-attack.
จากคลิปข้างบนข้อความนี้คือประตูแรกที่เรดสตาร์ยิงบาเยิร์นในเกมแรกรอบรองฯ เป็นประตูที่สวยมากมาจากการรุกสายฟ้าแลบที่ยากจะป้องกัน โดยหลังจากทีมได้บอลมาครองตรงริมเส้นด้านมุมก็ต่อบอลสั้นเร็วไม่กี่จังหวะก่อนที่ โรเบิร์ต โปรซิเนชกี้จะจ่ายให้บินิชทางกราบขวา และนี่คือตัวอย่างแท็กติกที่ให้บินิชยืนลอยสูงและไม่ต้องรับผิดชอบเกมรับซึ่งบาเยิร์นไม่สามารถรับมือกับความเร็วของบินิชได้และการผ่านบอลไปเสาไกลที่แม่นยำของบินิชก็ทำให้ดาร์โก้ ปานเชฟ ชาร์ชเข้าไป มันสุดยอดและเป็นการโต้กลับที่น่าตื่นเต้นจริงๆ

Savicevic against Bayern Munich

This is the second goal of that semifinal first-leg. While maybe not as well-worked all the way through the pitch, it’s still class at a very high speed. The clearance finds Pancev, who collects the ball. Savicevic immediately realizes the opportunity and starts his run. Pancev plays a perfect pass and Savicevic’ control and pace takes him away from the Bayern defender easily. The Montenegrin genius finishes emphatically, which is even more impressive when you see the way the ball wobbles up just as he is about to hit it. Again, impossible to defend against.
คราวนี้มาดูประตูที่สองในเกมเดียวกันนี้บ้าง แม้จะไม่ได้เป้นการปั้นมาจากด้านหลังจนมาจบข้างหน้าแต่ก้ถือเป็นความเหนือชั้นด้วยความเร็วมากๆ การเคลียร์บอลจากแดนหลังลูกลอยมาที่ปานเชฟ พอปานเชฟเก็บบอล เดยัน ซาวิเซวิช ก็เห็นช่องและออกตัว ปานเชฟผ่านบอลให้ซาวิเซวิชซึ่งใช้ความเร็วฉีกบาเยิร์นอย่างง่ายดาย ซาวิเซวิชที่เป็นยอดตำนานนักเตะมอนเตเนโกรก็ยิงลูกนี้เน้นๆซึ่งยิ่งน่าประทับใจขึ้นไปอีกเพราะบอลกระเด้งขึ้นก่อนที่เขาจะยิง และลูกนี้ก็ยากที่จะป้องกันเช่นกัน

Conclusion
Even without discussing the tactics, Red Star had an incredible team. Sinisa Mihajlovic is well-known by most, but the likes of Darko Pancev and Dejan Savicevic both finished as runners up for the Ballon d’Or in 1991 and were brilliant players. Sir Alex Ferguson had the following to say when asked about his Manchester United team’s Super Cup win against Red Star a few months after they beat Bayern and Marseille to the trophy:
บทสรุป
แม้ไม่ต้องมาพูดเรื่องแผนการเล่นก็ถือว่าเรดสตาร์ชุดนั้นเป็นทีมที่ยอดเยี่ยม ซานิซ่า มิไฮโลวิช มีชื่อเสียงที่สุดในทีมชุดนั้น แต่นักเตะอย่าง ดาร์โก้ ปานเชฟ และ เดยัน ซาวิเซวิช ก็ได้รองยอดนักเตะบัลลงดอร์ในปี 1991 ทั้งคู่และเป็นนักเตะที่สุดยอด เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เคยกล่าวถึงทีมเรดสตาร์ชุดนี้หลัง แมนยู(แชมป์คัพวินเนอร์ ถือเป้นถ้วยเล็ก ส่วนเรดสตาร์แชมป์ ยูโรเปียนคัพ ถือเป้นถ้วยใหญ่) เอาชนะได้ในศึก ซุปเปอร์คัพ ไม่กี่เดือนหลังจากนั้นว่า

“The entire Red Star side was terrific. Dejan Savicevic, Darko Pancev, Robert Prosinecki, Sinisa Mihajlovic, Vladimir Jugovic… all brilliant players.”
"ทีมเรดสตาร์ทั้งทีมยอดเยี่ยมมาก เดยัน ซาวิเซวิช, ดาร์โก้ ปานเชฟ, โรเบิร์ต โปรซิเนชกี้,ซินิซ่า มิไฮโลวิช,วลาดิเมียร์ ยูโกวิช...ทั้งหมดนี้สุดยอดทั้งสิ้น"

Cayton Blackmore, who played for United in that game, said the following:
เคลตัน แบล็กมอร์ นักเตะ แมนยูในชุดนั้นกล่าวถึงคู่แข่งทีมนี้ว่า

They could have been even better than the current (2011) Barcelona side”.
เรดสตาร์ชุดนั้นอาจจะดีกว่าบาร์เซโลน่าในปี 2011 ก็เป็นได้

High praise indeed, as it should be for the team from Belgrade. Tactically fascinating and one of the best counter-attacking teams of all time, they should be remembered in the same brackets as other great teams. Unfortunately, the team was split up in the following years, as the Balkan wars broke out in full force, and football lost a brilliant team. Some players went on to achieve success elsewhere, including Mihajlovic and Savicevic, who scored for Milan in the 1994 Champions League final, and some never managed to reach their previous heights. That shouldn’t in any way taint the memory of these players though, as they will remain heroes and immortal to the fans of Red Star for eternity.
ถือว่าเป็นคำชมที่ยกย่องทีมจากเบลเกรดทีมนี้มากๆ เรดสตาร์ชุดนี้เป็นทีมที่มีแท็กติกที่วูบวาบและมีเกมโต้กลับที่ดีที่สุดตลอดกาล พวกเขาคู่ควรกับการจดจำในฐานะทีมที่ยิ่งใหญ่เหมือนทีมมีชื่อทีมอื่นๆ แต่โชคร้ายที่ในปีต่อๆมาทีมก็แตกเพราะคาบสมุทรบัลข่านเกิดสงคราม(สงครามยูโกสลาเวีย)และสูญเสียทีมที่ดีที่สุดไป ผู้เล่นในทีมเรดสตาร์ชุดนี้แยกย้ายไปเล่นทีมอื่นในยุโรป และนักเตะอย่าง มิไฮโลวิช และ ซาวิเซวิช ก็ประสบความสำเร็จในอิตาลี โดย ซาวิเซวิช ยิงประตูชัยให้มิลานได้แชมป์ยุโรปปี 1994 แต่นักเตะอีกหลายคนก็ไม่เคยสู่จุดสูงสุดเหมือนที่เคยเป็นกับทีมนี้ได้อีกเลย แต่นั่นก็ไม่ควรจะทำให้พวกเขาเลือนจากความทรงจำเพราะพวกเขาคือฮีโร่อย่างนิรันดร์ในสายตาแฟนบอลเรดสตาร์

Source https://runningtheshowblog.wordpress.com/2015/10/24/analysing-the-tactics-of-red-stars-european-champions-of-1991/
----------------------------
----------------------------
บทสรุปที่น่าคิดสำหรับไทยทั้งในทีมชาติและสโมสร

1)บทตัวกวาดที่ยืนหลัง back4 ในเกมรับ แล้วยืนหน้า back4 ในเกมรุก คือ..........

2)ตัวที่มีความเร็วที่ให้เพื่อนวางบอลเปลี่ยนจากรับเป็นรุก คือ......

3)การเปลี่ยน formation ระหว่างเกม หรือจะเรียกว่า formation ที่ยืดหยุ่น คือ....ไปเป็น.....

คำตอบในจุดไข่ปลาเรามีอยู่แล้ว ขอให้สโมสรไทยและทีมชาติไทยในเวทีเอเซียจงไปได้สวย
บันทึกการเข้า
Kokkabark
Full Member
***

คะแนนความรัก: +56/-65
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 982



| | |
« ตอบ #1 เมื่อ: มีนาคม 08, 2017, 07:51:00 PM »

รุ่นนั้นยอดฝีมือทั้งนั้นเลยครับ
บันทึกการเข้า
เซลล์โรงพิมพ์
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +396/-430
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,890



เว็บไซต์
| | |
« ตอบ #2 เมื่อ: มีนาคม 09, 2017, 04:41:40 AM »

ไม่เคยดู555
บันทึกการเข้า
-3-
why so serious?
Sr. Member
****

คะแนนความรัก: +62/-369
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,571



| | |
« ตอบ #3 เมื่อ: มีนาคม 09, 2017, 10:14:50 AM »

ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า

บอลนอกแค่สะใจ บอลไทยไล่สมาคม

บอลห่วยคุณไล่โค้ช สมาคมห่วย ผมจะไล่ใคร?
sakoncity
หวังว่ารูปจะไม่ผิดกฎ
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +191/-84
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,602



| | |
« ตอบ #4 เมื่อ: มีนาคม 09, 2017, 10:29:12 AM »

ประมาณวิงนิ่ง4-5นี่แหละ 
บันทึกการเข้า

NTT
ผมคิดถึงในหลวงร.9ครับ
Moderator
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +5275/-220
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,770



| | |
« ตอบ #5 เมื่อ: มีนาคม 09, 2017, 11:21:10 AM »

จากกระทู้นี้ผมเห็นว่า เรื่อง ธนบูรณ์ เล่นเซ็นเตอร์ หรือ กลางรับ จะได้จบลงเสียที

formation 4-1-4-1 แบบ flexible

4 ตัวหลัง ปทุม, อดิศร, ใครอีกคน จะเล่นรับเต็มตัว ส่วน ธนบูรณ์ เป็นตัวกวาด พอเกมรับ ลงไปยืนต่ำ คอยซ้อน พอเกมรุกขึ้นมายืนหน้าสามคนนี้

กลาง hold ball ที่ห้อยอยู่ 1 คนคือ สารัช หรือ ชัปปุยส์ หรือ แวร์ซูร่า ในเกมรุกตัว hold ball คนนี้จะมี ธนบูรณ์ มาช่วย

กลาง 4 คน ตัว wing back ซ้าย ธีราทร ขวา ทริสตอง คู่กลาง ชนาธิป กับ สิโรจน์ โดย สิโรจน์ คือตัวสปรินท์ ในตอน counter พูดง่ายๆคือกองหน้าที่มาซุกอยู่ในแดนกลาง

หอกเดี่ยว ธีรศิลป์
บันทึกการเข้า
เเสงตะวันเดือนอ้าย
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +1017/-1389
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,632


ยอม อด อย่าง เสือ ดี กว่า อิ่ม อย่าง หมา


| | |
« ตอบ #6 เมื่อ: มีนาคม 09, 2017, 11:56:39 AM »

formation บอลของเรามักจะตายเวลาเจอคู่เเข่งบี้ เเต่จะทำได้ดีเวลาเกมส์คู่เเข่งผ่อนเกมส์ การจะเล่นเเบบเรดสตาร์ได้ผมมองว่า หลังของเราต้องยกระดับมากกว่านี้เล่นง่ายกว่านี้ ทริสตองโดต้องมีความเเน่นอนในจังหวะรับเพื่อเปลี่ยนบอลให้สารัชหรือธนบูรณ์ อุ้มต้องเล่นน้อยจังหวะกว่านี้ไม่มีคลึงไม่มีพิงให้เสียเวลา กวริชต้องสม่ำเสมอไม่ตกใจเคลียบอลให้อยู่ในพื้นที่ทำเกมส์ให้ได้ อดิศรต้องสม่ำเสมอ ส่วนสารัชผมว่าจะเล่นแผนนี้สู้ชัปปุยไม่ได้ ธนบูรณ์ผมให้ผ่าน จะเป็นห่วงก็ตรงRM/LM นี่เเหล่ะครับใครจะเล่นได้ ตำเเหน่งคือสำคัญสุดๆของเเผนนี้ ทั้งการเปิดบอลต้องเเม่นความเร็วต้องสุดๆ ส่วนSTกับAMC ผมไม่ห่วงเพราะ อดิศักดิ์ มุ้ย หรือเจ น่าจะเล่นได้อยู่เเล้ว สำคัญเราจะหานักเตะปีกที่มีความเร็วเเละการคลอสบอลเเม่นๆได้จากให้ ซึ่งตอนนี้ทั้ง ปีโป้ จ่าเย็น หรือเเม้เเต่ มาสุขก็ยังไม่ถึงจุดนั้น
บันทึกการเข้า

คุณค่าของการรอคอยไม่ได้อยู่ที่­­­ปลายทาง แต่อยู่ที่ระหว่างทางคุณได้เรีย­­­นรู้อะไรจากการรอคอยบ้าง
thepong
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +167/-62
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,838



| | |
« ตอบ #7 เมื่อ: มีนาคม 09, 2017, 01:07:47 PM »

ท่าน NTT  พอจะมีบทความสโมสรอาแจกซ์ หรือสโมสรฮอลแลนด์  พวกแนวทางสร้างทีม สร้างเด็กบ้างไหมครับ

ผมว่ามันน่าทึ่งนะที่ประเทศนี้สร้างนักเตะระดับท๊อปของโลกออกมาได้เรื่อยๆ   

และที่สำคัญสโมสรจากไทยไม่ค่อยใช้โค้ชจากฮอลแลนด์เลย 
บันทึกการเข้า

KaRaKaSaNG
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +714/-151
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,044


| | |
« ตอบ #8 เมื่อ: มีนาคม 09, 2017, 01:25:29 PM »

ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  




Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!