Thailandsusu Webboard
พฤศจิกายน 18, 2017, 02:14:51 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน Gallery เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: คนทีเป็นฮองเต้หรือระดับราชา.มีทุกสิ่งทุกอย่าง  (อ่าน 12216 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Figo Pro Ubon Fc Av
บอลนอกแค่สะใจ บอลไทยไล่สมาคม
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1112/-1785
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 32,667



| | |
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 20, 2017, 12:14:14 PM »

มีความสุข(แท้จริง)ไหมในอำนาจวาสนา    http://www.thailandsusu.com/webboard/index.php?topic=379715.0 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 21, 2017, 08:48:59 AM โดย Figo Pro Ubon Fc Av » บันทึกการเข้า

สาเหตุฟุตบอลไทยล้าหลังนับ10ปี และปัญหาต่างๆนานาในปัจจุบัน
http://www.guideubon.com/web/viewtopic.php?t=23193
เซลล์โรงพิมพ์
สวัสดีไทยแลนด์สู้สู้
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +985/-931
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,393



| | |
« ตอบ #1 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 20, 2017, 12:22:18 PM »

แนะนำให้ลุกจากที่นอนแล้วไปล้างหน้าซะ
บันทึกการเข้า
CHOLA
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +157/-113
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,259



| | |
« ตอบ #2 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 20, 2017, 12:29:03 PM »



    ขึ้ออกหรือยัง
บันทึกการเข้า
Sawang magg
เชียร์บอลไทยไม่เสียตังค์
Full Member
***

คะแนนความรัก: +43/-93
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 749


| | |
« ตอบ #3 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 20, 2017, 12:43:09 PM »

เกิดอะไรขึ้น
บันทึกการเข้า
sneijder23
Newbie
*

คะแนนความรัก: +3/-3
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 41


| | |
« ตอบ #4 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 20, 2017, 12:43:31 PM »

ล้างก้นด้วยนะ
บันทึกการเข้า
Hayeena
Full Member
***

คะแนนความรัก: +65/-43
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 955



| | |
« ตอบ #5 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 20, 2017, 12:43:37 PM »

ตื่นได้แล้ว  สายแล้ว
บันทึกการเข้า
Paticca_samuppada 37
Thailandsusu
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +938/-393
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,449


| | |
« ตอบ #6 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 20, 2017, 01:11:10 PM »

ตายแล้วไม่สูญ จิตที่ยังมีกิเลสยังต้องท่องเที่ยวไปในภพน้อยใหญ่
พวกเราๆ ที่เกิดมานี่เป็นมาหมดแล้ว ทั้งรวยจน หญิงชาย ราชา ยาจก นรก สวรรค์ไปมาหมด
บันทึกการเข้า
daniz24
Sr. Member
****

คะแนนความรัก: +61/-56
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,416



| | |
« ตอบ #7 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 20, 2017, 01:30:37 PM »

ก็ดูอย่างเจ้าชายสิทธัตถะ
บันทึกการเข้า
FlyingDutchManZ
"...ฟุตบอล ชีวิต และมิตรภาพ..."
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1747/-973
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 35,822



เว็บไซต์
| | |
« ตอบ #8 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 20, 2017, 01:46:39 PM »

 
บันทึกการเข้า

NTT
ชีวิตเดินหน้าต่อไป ในใจนึกถึงแนวทางพระองค์
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +5538/-234
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,106



| | |
« ตอบ #9 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 20, 2017, 03:02:36 PM »

ผมชอบนะ "ฮองเต้" ให้ความรู้สึกก้ำกึ่งระหว่าง "คอนเต้" กับ "ก็องเต้"

หรืออีกอย่างฟังเหมือนนักเตะลูกครึ่งจีน

ชอบจากใจจริงครับ
บันทึกการเข้า
NR
Thailandsusu
Sr. Member
**

คะแนนความรัก: +106/-39
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,622



| | |
« ตอบ #10 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 20, 2017, 05:02:14 PM »

ผมชอบนะ "ฮองเต้" ให้ความรู้สึกก้ำกึ่งระหว่าง "คอนเต้" กับ "ก็องเต้"

หรืออีกอย่างฟังเหมือนนักเตะลูกครึ่งจีน

ชอบจากใจจริงครับ
โอ้ว ผมชอบมุกท่าน ขอจดๆ
บันทึกการเข้า

Nutjohor
Newbie
*

คะแนนความรัก: +20/-6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 87


Made in korat


| | |
« ตอบ #11 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 20, 2017, 05:07:29 PM »

อ่าว.......ได้เวลาออกเวรแล้วนิ กลับบ้านๆๆๆๆ
บันทึกการเข้า
Green Coal
รักษ์บอลล์ไทย
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +634/-279
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,533


THAILAND ONLY


| | |
« ตอบ #12 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 20, 2017, 06:15:13 PM »

ไม่มีจู๋ ไม่มีลิ้น ให้เป็นฮ่องเต้ ก็ไม่เอา
บันทึกการเข้า

yost
Sr. Member
****

คะแนนความรัก: +83/-55
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,226


| | |
« ตอบ #13 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 20, 2017, 08:01:17 PM »

ไม่มีใครสมบูรณ์พูนสุขได้ทุกอย่างครับ มีอย่างก็ขาดอย่าง สุขอย่างก็ทุกข์อย่าง
คำพระถึงได้สอนให้เราพอใจในสิ่งที่ตัวเองมีและเป็น ปล่อยวางให้ใจเป็นสุข
บันทึกการเข้า
๕ แพะ
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +2279/-2379
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 33,232



| | |
« ตอบ #14 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 20, 2017, 09:05:36 PM »

ผมบังเอิญหลงเข้ามาครับ
บันทึกการเข้า



"คนไร้ฝัน ชิวิตวันๆหมกมุ่นอยู่แต่กับความเป็นจริง"
agrosam
Jr. Member
**

คะแนนความรัก: +188/-98
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 465



| | |
« ตอบ #15 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 20, 2017, 09:07:22 PM »

คล้ายๆฮ่องกง
บันทึกการเข้า
Pakball
Dream it, Do it, Be it.
Full Member
***

คะแนนความรัก: +49/-39
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,036


คันปาก อยากจะพูด


เว็บไซต์
| | |
« ตอบ #16 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 20, 2017, 09:46:51 PM »

เพื่อ?
บันทึกการเข้า
Figo Pro Ubon Fc Av
บอลนอกแค่สะใจ บอลไทยไล่สมาคม
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1112/-1785
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 32,667



| | |
« ตอบ #17 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 20, 2017, 11:48:38 PM »

https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=2354478297902449&id=129558990394402   รวยระดับคนทั่วไป
บันทึกการเข้า

สาเหตุฟุตบอลไทยล้าหลังนับ10ปี และปัญหาต่างๆนานาในปัจจุบัน
http://www.guideubon.com/web/viewtopic.php?t=23193
paisamao
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +110/-380
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,680


| | |
« ตอบ #18 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 20, 2017, 11:49:25 PM »

บ้าหรือป่าว
บันทึกการเข้า
thon law
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +732/-1258
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,809


new world order


| | |
« ตอบ #19 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 21, 2017, 12:05:02 AM »

นึกถึงเพื่อนสมาชิกที่ชอบตอบ อืมๆ ผมอยากตอบแบบนั้นในกระทู้นี้จังครับ 
บันทึกการเข้า

how u live and how u fly , smiles u give and tears u cry , and all u touch and all u see , is all u life will ever be
โกโบริ
Veitnamsusu
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +186/-396
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,229



| | |
« ตอบ #20 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 21, 2017, 12:10:48 AM »

แต่ถ้ายอดคนก็ต้องลิโป้ ยอดม้าต้องเซ็กเทา
บันทึกการเข้า

THAI IS THAI WE ARE NOT ASEAN
stoyFC
ฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย
Jr. Member
**

คะแนนความรัก: +105/-117
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 663


stoyFC


| | |
« ตอบ #21 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 21, 2017, 12:12:11 AM »

เข้ามาอ่านครับ
บันทึกการเข้า

ป๋าตอย นักเลงฟุตบอลสยาม ยอดโค้ชคีย์บอร์ด ในตำนาน ผู้ที่จะนำพา ฟุตบอลไทยไปชิงแชมป์โลก
Hooligan
Thailandsusu
Sr. Member
**

คะแนนความรัก: +141/-92
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,756


| | |
« ตอบ #22 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 21, 2017, 07:38:31 AM »

ความสุขอยู่ที่ระดับความพอใจของแต่ละคน

คล้ายๆกับกิเลสนะ...
บันทึกการเข้า
sakoncity
เชียร์บอลไทยไปด้วยกัน
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +308/-139
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,440



| | |
« ตอบ #23 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 21, 2017, 07:57:44 AM »

ยิ่งสูงยิ่งหนาว ยิ่งเป็นฮ่องเต้มักจะโดดเดี่ยว
บันทึกการเข้า

Figo Pro Ubon Fc Av
บอลนอกแค่สะใจ บอลไทยไล่สมาคม
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1112/-1785
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 32,667



| | |
« ตอบ #24 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 21, 2017, 05:35:42 PM »

https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=2356790837671195&id=129558990394402   ต้องคุมึนมากปัญหามากตามและเจอการหักหลัง..
บันทึกการเข้า

สาเหตุฟุตบอลไทยล้าหลังนับ10ปี และปัญหาต่างๆนานาในปัจจุบัน
http://www.guideubon.com/web/viewtopic.php?t=23193
เซลล์โรงพิมพ์
สวัสดีไทยแลนด์สู้สู้
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +985/-931
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,393



| | |
« ตอบ #25 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 21, 2017, 09:37:08 PM »

https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=2356790837671195&id=129558990394402   ต้องคุมึนมากปัญหามากตามและเจอการหักหลัง..
ครับ
บันทึกการเข้า
Petchy_Saosri
Thailandsusu
Sr. Member
**

คะแนนความรัก: +140/-64
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,984



| | |
« ตอบ #26 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 22, 2017, 11:03:58 AM »

เดี๋ยวๆ เกิดอะไรขึ้นครับ ฮ่า
บันทึกการเข้า
Figo Pro Ubon Fc Av
บอลนอกแค่สะใจ บอลไทยไล่สมาคม
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1112/-1785
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 32,667



| | |
« ตอบ #27 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 23, 2017, 12:50:00 AM »

https://m.facebook.com/groups/783674078384718?view=permalink&id=1262041550547966   พระเจ้าฮั่น..
บันทึกการเข้า

สาเหตุฟุตบอลไทยล้าหลังนับ10ปี และปัญหาต่างๆนานาในปัจจุบัน
http://www.guideubon.com/web/viewtopic.php?t=23193
Koragap
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +149/-294
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,103


| | |
« ตอบ #28 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 23, 2017, 02:15:12 AM »

ในหลวง ร.9 ของเรา กลับลงมาที่ ความพอเพียง และอยู่ที่จิตใจ
บันทึกการเข้า
Figo Pro Ubon Fc Av
บอลนอกแค่สะใจ บอลไทยไล่สมาคม
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1112/-1785
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 32,667



| | |
« ตอบ #29 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 23, 2017, 03:32:25 PM »

ปริศนาการตายของ “หยวนฉงฮ่วน” : (2) 
       
       
        สำหรับ “หยวนฉงฮ่วน” นั้น ในประวัติศาสตร์คือแม่ทัพกล้าหาญชาญศึกของราชวงศ์หมิง ซึ่งต่อท้านทัพแมนจูที่นำโดย “หวงไท่จี๋” หลายครั้งหลายครา แต่ครั้งที่ “หวงไท่จี๋” ยกทัพมาประชิดเมืองหลวง “หยวนฉงฮ่วน” กลับถูกเล่ห์เพทุบายใส่ไคล้จากขันทีจนโดน “ฮ่องเต้หมิงซือจง” สั่งประหารชีวิต ในทางประวัติศาสตร์ หลังจากสิ้นแม่ทัพชาญศึกอย่าง “หยวนฉงฮ่วน” บ้านเมืองก็ระส่ำระสายจากทัพแมนจู พร้อมกันนั้นก็มีศึกภายในที่มี “กองทัพประชาชน” กลุ่มต่างๆ ลุกฮือต่อต้าน “ฮ่องเต้หมิงซือจง” ในที่สุดราชวงศ์หมิงก็ถูกล้มล้างโดย “กองทัพประชาชน” ของ “หลี่จื้อเฉิง” และ “ฮ่องเต้หมิงซือจง” ก็หนีออกไปผูกคอตายเป็นการสิ้นสุดราชวงศ์หมิงนับแต่นั้น อย่างไรก็ดีสุดท้าย “กองทัพแมนจู” ก็บุกเข้ามาได้สำเร็จและ “หวงไท่จี๋” ก็สถาปนา “ราชวงศ์ชิง” และปกครองประเทศจีนสืบต่อจาก “ราชวงศ์หมิง”
       
       
       
        ทั้งนี้ ก่อนอื่น มีคำถามที่ควรตั้งไว้เป็นประเด็น และถือว่าน่าพิเคราะห์พิจารณา นั่นคือ “หมิงซือจง” ตัดสินใจที่จะสั่งประหาร “หยวนฉงฮ่วน” เนื่องเพราะการยุยงโดยขันที จริงหรือไม่?
       
        ซึ่งหากมองว่าเป็นตามนั้นจริง “หมิงซือจง” ก็น่าจะถูกมองเป็น “ฮ่องเต้โฉดเขลา” ที่เชื่อคำยุแหย่จนทำให้สูญสิ้นประเทศชาติสิ้นสุดราชวงศ์หมิง
       
        แต่หากมองในประเด็นนี้ ก็ต้องย้อนกลับไปดูข้อมูลในประวัติศาสตร์อีกเช่นกันว่า เมื่อสมัยต้นรัชกาลของ “หมิงซือจง” นั้น ฮ่องเต้ผู้นี้ขึ้นมาสู่ตำแหน่งเมื่อวัยเพียง 17 พรรษา ท่ามกลางสถานการณ์ที่ “ขันทีเว่ยจงเสียน” เรืองอำนาจมาตั้งแต่ฮ่องเต้องค์ก่อน ในยุคต้นของ “หมิงซือจง” คือการต่อสู้ที่จะโค่นล้มอำนาจของขันที เพื่อช่วงชิงอำนาจในการปกครองกลับคืนมา การต่อสู้กับขันทีเรืองอำนาจโดยฮ่องเต้หนุ่ม และจบลงด้วยชัยชนะของ “หมิงซือจง” ที่สามารถโค่นล้ม “เว่ยจงเสียน” ได้อย่างราบคาบ ก็ต้องถือว่า “หมิงซือจง” นั้นไม่ธรรมดา ไฉนเลยในช่วงที่เติบใหญ่ขึ้นมาจะไปอ่านเกมการยุแหย่ของขันทีที่เป็นเศษเดนที่หลงเหลือจาก “เว่ยจงเสียน” ไม่ออกกระนั้นหรือ?
       
        ถ้ามองในอีกแง่มุมหนึ่งว่า “หมิงซือจง” ผู้ที่เคยต่อสู้ทางอำนาจกับ “ซูเปอร์ขันที” มาตลอดทั้งชีวิต เหตุใดจึงตัดสินใจประหาร “หยวนฉงฮ่วน” เล่า? หากไม่ใช่ประเด็น “หลงเชื่อขันที” แล้วเหตุใด “หยวนฉงฮ่วน” จึงโดนสั่งประหาร?
       
        มีอยู่สองประเด็นที่ต้องตั้งเป็น “ธง” ขึ้นมาพิจารณา
       
        ประเด็นแรก คือ สถานการณ์ที่ล้อมรอบ “หมิงซือจง” ในขณะนั้น
       
        ประเด็นที่สอง คือ การตัดสินใจในสถานะ “ฮ่องเต้” ที่จะต้องยึดโครงสร้างทางอำนาจในการบริหารงานแบบ “เจ้าแผ่นดิน” ที่มีหน้าที่รับผิดชอบต่อประเทศชาติบ้านเมือง
       
        มาดูประเด็นแรกกันก่อน สถานการณ์ที่ล้อมรอบตัวของ “หมิงซือจง” ในขณะนั้นได้แก่
       
        หนึ่ง ศึกสงครามที่รอบด้าน ทั้งศึกนอกอย่าง “ทัพแมนจู” และศึกในอย่าง “กองทัพประชาชน” กลุ่มต่างๆ อีกทั้งยังมี “เกมการเมืองในวัง” ที่ยังมีกลุ่มของ “อำนาจเก่า” ของขันที “เว่ยจงเสียน” ที่ยังหลงเหลืออยู่
       
        สอง ปัญหาความอดอยากของประชาชนที่เกิดจากภัยธรรมชาติจากดินฟ้าอากาศ ซึ่งทำให้ “บ้านเมืองอยู่ในสถานะระส่ำระสาย”
       
        ดังนั้น มาสู่ประเด็นที่สอง หากมองอย่างคนที่อยู่ในสถานะผู้รับผิดชอบต่อบ้านเมืองอย่าง “ฮ่องเต้” ในขณะนั้น หลักการสำคัญที่ต้องทำคือต้องกุมอำนาจสูงสุดอย่าง “เบ็ดเสร็จ” และ “เด็ดขาด”
       
        หันมาดูที่สถานะของ “หยวนฉงฮ่วน” กันบ้าง แม่ทัพผู้นี้นั้นมีบุคลิกของแม่ทัพชาญศึกผู้มีความกล้าหาญและเชื่อมั่นในฝีมือการรบของตนเอง ในขณะเดียวกันก็มีบุคลิกของ “นักเลง” ที่มากน้ำใจ
       
        ว่ากันตามจริงแล้ว ในเบื้องแรกนั้น “หมิงซือจง” ต้องการเรียกตัวอาจารย์ของ “หยวนฉงฮ่วน” ที่มีนามว่า “ซุนเฉิงจง” ที่เป็นผู้อาวุโสแกร่งประสบการณ์มาช่วยเหลือในการนำทัพต่อต้าน “แมนจู” มากกว่า แต่ “ซุนเฉิงจง” นั้นส่งศิษย์เอกที่เป็นคนหนุ่มฉกรรจ์อย่าง “หยวนฉงฮ่วน” มารับใช้แทน (แม้จะอายุห่างกันแค่เพียงประมาณ 10 กว่าปี แต่ในด้านประสบการณ์นั้น “ซุนเฉิงจง” เหนือกว่า “หยวนฉงฮ่วน” มากนัก ในประวัติศาสตร์นั้น การตายของ “ซุนเฉิงจง” ก็ยิ่งใหญ่และน่านับถือ เขาสิ้นชีวิตตอนอายุ 70 กว่าปี จากการโดนทหารราชวงศ์ชิงจับตัว และไม่ยอมทรยศสวามิภักดิ์)
       
        แม่ทัพหนุ่มอย่าง “หยวนฉงฮ่วน” นั้น แกร่ง กล้าศึก และห้าวหาญ อีกทั้งยังมีความเชื่อมั่นในตนเองสูง มีคนมอง “หยวนฉงฮ่วน” ในมุมด้านลบว่ามีบุคลิก “ห่ามและขี้โม้” เสียด้วยซ้ำ จากการที่เขาพอก้าวขึ้นมารับหน้าที่แม่ทัพ ก็ประกาศก้องว่าจะจัดการเรื่องนั้นเรื่องนี้ ถึงกับขีดเส้นตายให้ตัวเองด้วยซ้ำว่าจะ “เผด็จศึกภายใน 5 ปี” ซึ่งตรงนี้ดูจะแสดงออกถึงความเชื่อมั่นในตัวเองจนเกินไป และขณะเดียวกันก็อาจมองได้ว่า “ปรามาสข้าศึก” จนเกินไป จึงในลำดับชั้นของผู้กุมอำนาจสูงกว่าในฐานะผู้บังคับบัญชาของเขาอย่าง “ฮ่องเต้” ก็อาจมองได้เช่นกันว่าเป็นจุดอ่อนสำคัญในสองเรื่องดังกล่าวคือเรื่อง “ขีดเส้นตายให้ตัวเอง” และ “ดูถูกข้าศึก” ซึ่งสองเรื่องนี้ สามารถเป็น “จุดอ่อน” ของ “แม่ทัพ” ที่อาจจะนำพาประเทศชาติพ่ายแพ้สงคราม
       
        นอกจากนี้ ยังมีประเด็นก่อนหน้าที่ “หยวนฉงฮ่วน” ไปฆ่า “เหมาเหวินหลง” บุคคลที่กุมกลไกการค้าขายอยู่ที่เกาะแห่งหนึ่ง ซึ่งถือว่าเป็นจุดยุทธศาสตร์ทางการพาณิชย์ “เหมาเหวินหลง” ผู้นี้มีกองทัพเป็นของตัวเองในฐานะที่เป็นผู้ได้รับมอบหมายให้ติดต่อการค้ากับต่างแดนซึ่งสมัยก่อนกระทำกันทางทะเล ในกรณีของ “เหมาเหวินหลง” นี้ก็ใช่ว่าจะเป็นคนดีบริสุทธิ์ผุดผ่อง อาจจะกล่าวได้ว่าเขาผู้นี้ก็เป็นหนึ่งในข้าราชการที่มีภาพ “คอร์รัปชั่น” ซึ่งเป็นจุดด่างพร้อยของ “ราชวงศ์หมิง” เช่นกัน
       
        “เหมาเหวินหลง” ที่เป็นผู้ยิ่งใหญ่แห่งคาบสมุทรเหลียวตงนั้น ไม่ยอมลงให้กับ “หยวนฉงฮ่วน” และในที่สุดก็โดน “หยวนฉงฮ่วน” ฆ่าตาย ทั้งๆ ที่ อาจจะกล่าวได้ว่า ในระดับฐานะของ “หยวนฉงฮ่วน” กับ “เหมาเหวินหลง” นั้น อยู่ในระนาบเดียวกันที่ขึ้นตรงต่อ “ฮ่องเต้หมิงซือจง” ด้วยกัน แต่ “หยวนฉงฮ่วน” กลับสังหาร “เหมาเหวินหลง” ทิ้ง ทั้งๆ ที่ไม่มีประกาศิตการรับมอบอำนาจจาก “หมิงซือจง” ซึ่งเป็นผู้กุมอำนาจสูงสุดผู้เดียวที่จะมีราชโองการสั่งใครให้ไปฆ่าใคร (อย่างไรก็ดี จุดนี้ก็มีการถกเถียงกันถึงประเด็นที่ว่า “หยวนฉงฮ่วน” ได้รับมอบกระบี่อาญาสิทธิ์ในความหมายที่ “ฆ่าก่อนรายงานทีหลัง” จาก “หมิงซือจง” หรือไม่ แต่ในขณะเดียวกันก็มีผู้ให้ความเห็นว่า ตำแหน่งสำคัญอย่าง “เหมาเหวินหลง” ถึงอย่างไรก็สามารถจับกุมตัวไว้ แล้วสามารถถามฮ่องเต้ว่าจะให้ประหารหรือไม่ก่อนได้)
       
        เมื่อพูดมาถึงตรงนี้ หากมองจากมุมยอดโครงสร้างของอำนาจแล้ว “หยวนฉงฮ่วน” จึงเป็นทั้ง “จุดแข็ง” และ “จุดอ่อน” ต่อประเทศชาติ ในสายตาของผู้บริหารสูงสุดอย่าง “หมิงซือจง” ได้ในเวลาพร้อมๆ กัน
       
        ส่วนในกรณีที่ “หวงไท่จี๋” ที่เดินทัพอ้อมเส้นทางมาตีปักกิ่งนั้น ในประวัติศาสตร์ถูกเขียนไว้ว่า “หยวนฉงฮ่วน” เร่งทัพมาต้านรับ จนมาต่อสู้กันที่ชานเมืองปักกิ่ง จนในที่สุดทัพของ “หวงไท่จี๋” ก็ถอยร่นกลับไป แต่ “หยวนฉงฮ่วน” กลับถูก “หมิงซือจง” สั่งประหารหลังจากนั้นเพราะถูกขันทียุแหย่ว่า “หยวนฉงฮ่วน” สบคบคิดกับ “หวงไท่จี๋”
       
        แต่อีกแง่มุมหนึ่ง ก็มีการมองว่า การยอมให้ทัพแมนจูมาประชิดถึงชานเมืองปักกิ่ง เป็นยุทธศาสตร์การรบของ “หยวนฉงฮ่วน” ที่เชื่อมั่นในตนเองสูง โดยไม่คำนึงถึง “ความเสี่ยง” ที่มีทัพมาประชิดเมืองหลวง (ซึ่งเหตุการณ์นั้นทรัพย์สินชานเมืองก็วินาศฉิบหายไปเยอะ) โดยที่ “หยวนฉงฮ่วน” ใช้ยุทธศาสตร์ชิงจังหวะยอมให้ทัพแมนจูมาประชิด โดยคะเนการเหนื่อยล้าจากการเดินทัพอ้อมทาง ซึ่งความจริงมีการวิเคราะห์กันว่า หากจะยันกันในรัศมีที่ไกลกว่านั้นก็ทำได้ เพราะทัพหมิงมีเส้นทางที่สั้นกว่า ตรงนี้คงไม่ต้องพูดถึงผลการตัดสินใจว่า ยุทธศาสตร์นี้สร้างชัยชนะในครั้งนี้ แต่ “ความเสี่ยง” เช่นนี้ ในฐานะผู้รับผิดชอบบ้านเมืองโดยรวมอย่าง “ฮ่องเต้” แล้วนั้น “หมิงซือจง” น่าจะทำใจลำบาก ครั้งนี้ชนะ แล้วหากครั้งหน้าเกิดแพ้ขึ้นมาเล่า
       
        ด้วยเหตุผลต่างๆ ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ จึงมีการประเมินโดยนักวิชาการทางประวัติศาสตร์รุ่นใหม่บางคน ที่มองว่า การตายของ “หยวนฉงฮ่วน” อาจจะไม่ใช่การสั่งประหารโดย “ฮ่องเต้โฉดเขลาที่เชื่อคำยุยงของขันที” แต่เป็นการตัดสินใจทางการเมืองอย่างรอบคอบที่พิเคราะห์และชั่งน้ำหนักแล้วในระดับหนึ่งของ “หมิงซือจง” มากกว่า
       
        อย่างไรก็ดี ข้อสรุปปิดท้ายของผมสำหรับเรื่องนี้ เห็นจะเป็นสัจธรรมที่ว่า แต่ไหนแต่ไรมา “บันทึกประวัติศาสตร์” นั้น มักจะถูกสร้างมาเพื่อรับใช้ “การเมือง” อย่างไม่อาจปฏิเสธได้ https://m.facebook.com/groups/783674078384718?view=permalink&id=1262756937143094
บันทึกการเข้า

สาเหตุฟุตบอลไทยล้าหลังนับ10ปี และปัญหาต่างๆนานาในปัจจุบัน
http://www.guideubon.com/web/viewtopic.php?t=23193
Figo Pro Ubon Fc Av
บอลนอกแค่สะใจ บอลไทยไล่สมาคม
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1112/-1785
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 32,667



| | |
« ตอบ #30 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 23, 2017, 04:11:50 PM »

23 ก.พ. 1981: ทหารสเปนก่อรัฐประหาร แต่กษัตริย์ไม่รับรองพร้อมเรียกร้องให้เคารพรัฐธรรมนูญ #วันนี้ในอดีต
.
กษัตริย์ฮวน คาร์ลอส ได้รับการยกย่องเป็นอย่างยิ่งกับการที่พระองค์ทรงปฏิเสธการยึดอำนาจในครั้งนั้น
.
ขณะเดียวกัน เอกสารที่ถูกลดชั้นความลับของกระทรวงการต่างประเทศเยอรมนีเมื่อไม่นานมานี้ ก็เผยให้เห็นว่าการตัดสินพระทัยในครั้งนั้นคงไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับพระองค์เช่นกันhttps://m.facebook.com/story.php?story_fbid=2360697277280551&id=129558990394402
บันทึกการเข้า

สาเหตุฟุตบอลไทยล้าหลังนับ10ปี และปัญหาต่างๆนานาในปัจจุบัน
http://www.guideubon.com/web/viewtopic.php?t=23193
Figo Pro Ubon Fc Av
บอลนอกแค่สะใจ บอลไทยไล่สมาคม
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1112/-1785
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 32,667



| | |
« ตอบ #31 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 27, 2017, 09:19:13 AM »

77 ปีการจากไปของ “หยางจิ้งอวี่” ทหารกล้าแห่งแดนมังกร

เมื่อวันที่ 1 ม.ค. ที่ผ่านมา กระทรวงศึกษาธิการได้แจ้งความจำนงให้แก้ข้อมูลในหนังสือประกองการศึกษาเสียใหม่ เปลี่ยนจาก 8 ปีแห่งการรุกรานจีนจากญี่ปุ่น เป็น 14 ปี  ในระยะเวลาดังกล่าวมีทหารจีนนายหนึ่ง นามว่า หยางจิ้งอวี่ เขาเป็นทหารคนแรกๆ ที่เข้ากองทัพ และขณะเดียวก็เป็นคนเกือบสุดท้ายที่อยู่รอดในกองทัพนี้
หยางจิ้งอวี่ เป็นนายทหารประจำพื้นที่ตะวันออกเฉียงเหนือของจีน เขาต่อสู้กับกองกำลังญี่ปุ่นอย่ากล้าหาญและชาญฉลาด แม้กองกำลังทหารที่อยู่ภายใต้บังคับบัญชาของเขาจะมีแค่ราว 1,000 คน แต่ทว่ากองกำลังเล็กๆ กองนี้กลับเปรียบเสมือนหนามค้ำคอของญี่ปุ่น
 
แม้เขาจะถูกไล่ล่าจากกองกำลังญี่ปุ่น แต่หยางก็เอาชีวิตรอดมาได้หลายต่อหลายครั้ง แต่ในท้ายที่สุด คนที่ทรยศต่อหยางก็คือลูกน้องคนสนิทของเขานั่นเอง และไม่ใช่เพียงครั้งเดียวแต่เป็นหลายต่อหลายครั้ง

หนึ่งในนั้นคือลูกน้องที่เขาเชื่อใจที่สุด ที่เป็นบอกที่ซ่อนของเขาในป่าลึกที่มีอุณหภูมิติดลบ 30-40 องศา ชายคนนี้ซึ่งเป็นเด็กกำพร้าที่เขาชุบเลี้ยงจนกลายเป็นมือขวาได้แอบเอาที่แผนรบของเขาไปมอบให้ทางการญี่ปุ่น
 
ครั้งหนึ่งยามเฝ้าหมู่บ้านที่เขาไว้ใจ ส่งข่าวให้ญี่ปุ่นมาจับตัวเขา โดยยามกล่าวว่า“ยอมจำนนให้ญี่ปุ่นเถอะ ตอนนี้ทุกคนในหมู่บ้านเขายอมจำนนกันหมดแล้ว”หยางจิ้งอวี่ นิ่งไปครู่หนึ่ง แล้วตอบว่า “สหาย  ถ้าคนจีนทุกคนยอมจำนน แล้วเรายังจะเหลือแผ่นดินจีนให้ยืนหรือ”
 
และที่น่าสลดมากก็คือมือยิงในกองทัพของเขานั่นเองที่ฟังคำสั่งของทหารญี่ปุ่นและเป็นผู้ลั่นไกจบชีวิตของเขา หลังจากที่เขาเสียชีวิต กองทัพญี่ปุ่นสงสัยว่าเขามีชีวิตรอดมาได้อย่างไรตั้ง 5 วัน 5 คืน โดยไม่มีอาหาร จึงผ่าท้องเขาออกมาดู และก็ต้องตกใจเมื่อพบว่า ในกระเพาะเต็มไปด้วยเปลือกไม้ใบหญ้า เขาจึงได้รับการยกย่องจากทหารญี่ปุ่นว่าเป็นศัตรูที่กล้าหาญยิ่งนัก https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=1879284702287543&id=1660335044182511
บันทึกการเข้า

สาเหตุฟุตบอลไทยล้าหลังนับ10ปี และปัญหาต่างๆนานาในปัจจุบัน
http://www.guideubon.com/web/viewtopic.php?t=23193
Figo Pro Ubon Fc Av
บอลนอกแค่สะใจ บอลไทยไล่สมาคม
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1112/-1785
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 32,667



| | |
« ตอบ #32 เมื่อ: มีนาคม 01, 2017, 09:00:07 PM »

ใช่เลยการเปนผู้นำคน..ต้องทำใจรับ และทำลายและแก้ไขคนทีหักหลัง
บันทึกการเข้า

สาเหตุฟุตบอลไทยล้าหลังนับ10ปี และปัญหาต่างๆนานาในปัจจุบัน
http://www.guideubon.com/web/viewtopic.php?t=23193
Figo Pro Ubon Fc Av
บอลนอกแค่สะใจ บอลไทยไล่สมาคม
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1112/-1785
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 32,667



| | |
« ตอบ #33 เมื่อ: มีนาคม 02, 2017, 08:30:29 AM »

https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=2038248786411402&id=1531839330385686   ราชาซาอุ
บันทึกการเข้า

สาเหตุฟุตบอลไทยล้าหลังนับ10ปี และปัญหาต่างๆนานาในปัจจุบัน
http://www.guideubon.com/web/viewtopic.php?t=23193
Figo Pro Ubon Fc Av
บอลนอกแค่สะใจ บอลไทยไล่สมาคม
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1112/-1785
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 32,667



| | |
« ตอบ #34 เมื่อ: มีนาคม 02, 2017, 09:46:02 PM »

สตรีแห่งยุคสามก๊ก

หวังอี้ วีรสตรีผู้ห้าวหาญ

หวังอี้ (王異) ไม่ทราบปีที่เกิดและเสียชีวิต รวมถึงถิ่นกำเนิดของนาง ในจดหมายเหตุซานกว๋อจือของเฉินโซ่ว กล่าวแต่เพียงว่า เป็นบุตรีสกุลหวังและเป็นภรรยาของจ้าวอั๋ง (趙昂 เตียวกั๋ง) ขุนนางปลายยุคราชวงศ์ฮั่นตะวันออก นางมีบุตรทั้งหมด 4 คนเป็นบุตรชาย 3 คนและบุตรี 1 คน

ดินแดนภูมิภาคตะวันตกและตะวันตกเฉียงเหนือของจีน ในเขตปกครองแคว้นเหลียงโจว (เลียงจิ๋ว) ภายหลังการอสัญกรรมของต่งจั๋ว (董卓 ตั๋งโต๊ะ) เหล่าขุนศึกเช่น หลี่เจวี๋ย (李傕 ลิฉุย) กัวซื่อ (郭汜 กุยกี) ขุนศึกตระกูลหม่า หานซุ่ย (韓遂 หันซุย) ล้วนสั่งสมกำลังพล ทำสงครามแย่งชิงดินแดนแคว้นเหลียงโจว นอกจากสงครามที่เกิดจากเหล่าขุนศึกแล้วยังมีการปล้นสะดมจากชนเผ่าเร่ร่อน เช่น ชนเผ่าเชียง (羌 เกี๋ยง) ชนเผ่าตี (氐) แคว้นเหลียงโจวจึงมิต่างกับดินแดนไร้ขื่อแป

สกุลจ้าวเป็นตระกูลที่มีชื่อเสียงแห่งเมืองซีเฉิง (เสเสีย)
หัวเมืองทางตะวันตกของแคว้นเหลียงโจว มีกิตติศัพท์ในเรื่องปราบปรามเหล่าโจรผู้ร้ายเดนทรชน ในเวลานั้น จ้าวอั๋งผู้นำตระกูลและบุตรชายคนโตจ้าวเย่ว์ (趙月เตียวเอี๋ย) ได้รับคำสั่งจากชื่อสื่อ (เจ้าแคว้น) แห่งเหลียงโจวให้เดินทางไปรับตำแหน่งนายอำเภอเชียงเต้า (ปัจจุบันคือจังหวัดจางฉู มณฑลกานซู) ขณะเดียวกัน เหลียงซวง (梁雙) ผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่นวางแผนก่อการกบฎ นำกำลังทหารเข้ายึดเมืองซีเฉิงเป็นของตนเอง บุตรชายทั้ง 2 คนของหวังอี้นำกำลังเข้าต้านทานแต่สุดท้ายก็ต้องถูกสังหารทั้งคู่

เมื่อหวังอี้ทราบว่าบุตรชายทั้งสองถูกฆ่าตาย นางจึงตัดสินใจนำกระบี่คู่กายหมายปลิดชีพตนเอง แต่เมื่อนางมองไปยังจ้าวอิง (趙英) บุตรีอายุเพียง 6 ขวบของนาง หวังอี้จึงเลิกความคิดนั้นเสีย แล้วตัดสินใจหลบหนีไปพร้อมกับบุตรี เวลานั้นเมืองซีเฉิงเกิดการจลาจลไปทั่ว นางจึงใช้โอกาสนี้ตัดสินใจปลอมตัวด้วยการนำสิ่งปฏิกูลมาป้ายเสื้อผ้าของตนเองกับบุตรี แสร้งทำเป็นยาจกเข็ญใจ แล้วหลบหนีจากเมืองซีเฉิงไปถึงอำเภอเชียงเต้าได้สำเร็จ

#สมรภูมิเมืองจี้เฉิง

ในช่วงศักราชเจี้ยนอัน รัชสมัยฮั่นเซี่ยนตี้ (พระเจ้าเหี้ยนเต้) จ้าวอั๋งได้รับการแต่งตั้งเป็น ชานจวินสื่อ (參軍事 ที่ปรึกษากองทัพ) ประจำการณ์ที่เมืองจี้เฉิง (ปัจจุบันคือ จังหวัดกานกู่ มณฑลกานซู ในวรรณกรรมสามก๊กฉบับเจ้าพระยา ฯ ได้แปลเป็นเมืองกิจิ๋ว ซึ่งเมืองกิจิ๋วหรือจี้โจวนั้นเป็นแคว้นในแถบมณฑลเหอเป่ย ซึ่งอาจทำให้เข้าใจผิดได้)

ศักราชเจี้ยนอัน ปีที่ 15 (ค.ศ.211) ขุนศึกหม่าเชา (馬超 หรือม้าเฉียว ) ก่อการกบฎต่อต้านการปกครองของอัครเสนาบดีเฉาเชา (曹操 โจโฉ) แต่ทว่าหม่าเชาประสบกับความพ่ายแพ้ในศึกที่ด่านถงกวน (ตงก๋วน) จนต้องล่าถอยกับไปยังฐานที่มั่น 2 -3 ปีต่อมาภายหลังจากความพ่ายแพ้ หม่าเชารวบรวมกำลังพลอีกครั้งภายใต้การสนับสนุนจากชนเผ่าเชียงและจางลู่ (張魯 เตียวล่อ) เจ้าเมืองฮั่นจง (ฮันต๋ง) เป้าหมายในครั้งนี้คือยึดครองแคว้นเหลียงโจวทั้งหมด เมืองต่างๆในเหลียงโจวเมื่อเจอกองทัพม้าสกุลหม่าล้วนพ่ายแพ้ราบคาบ

กองทัพของหม่าเชาเคลื่อนพลเข้าปิดล้อมเมืองจี้เฉิง เมืองสุดท้ายในแคว้นเหลียงโจวที่ยังไม่ยอมจำนน สถานการณ์เข้าขั้นวิกฤต หวังอี้สวมเกราะเยี่ยงบุรุษ มือถือคันธนู ออกรบป้องกันเมืองเคียงบ่าเคียงไหล่ผู้เป็นสามี เมื่อเหล่าทหารและชาวเมืองจี้เฉิงเห็นสตรีอย่างหวังอี้มีความห้าวหาญ จึงเกิดกำลังใจฮึกเหิมออกต้านทานกองทัพหม่าเชาเต็มความสามารถ สงครามปิดล้อมเมืองจี้เฉิงยืดเยื้อยาวนานกว่า 8 เดือน เสบียงในเมืองเริ่มขัดสน เส้นทางการติดต่อสื่อสารกับกองทัพจากส่วนกลางถูกกองทัพข้าศึกปิดกั้น เหวยคัง (韋康 อองของ) ชื่อสื่อแห่งเหลียงโจว จึงปรึกษาหารือกับจ้าวอั๋งและหยางฟู่ (楊阜 เอียวหู) เพื่อแก้ไขสถานการณ์

เหวยคังและจ้าวอั๋ง ตัดสินใจเปิดเมืองยอมจำนน เพื่อไม่ให้เหล่าราษฎรได้รับความเดือดร้อนไปมากกว่านี้ แม้จะได้รับการทัดทานจากหยางฟู่ก็ตาม ทว่าหลังจากยอมจำนน หม่าเชากลับนำตัวเหวยคังและครอบครัวไปประหารเสีย โดยกล่าวหาว่าเหวยคังไม่ได้ยอมแพ้โดยสุจริต แต่จนตรอกแล้วถึงยอมจำนน ส่วนจ้าวอั๋งถูกคุมขัง บุตรชายคนโตจ้าวเย่ว์ถูกควบคุมตัวไปยังเมืองหนานเจิ้งเพื่อเป็นตัวประกัน เมื่อหยางฟู่เห็นเจ้านายถูกฆ่าอย่างไม่เป็นธรรม สหายยังถูกคุมขัง ตัวเขาจึงแสร้งสวามิภักดิ์ต่อหม่าเชา เพื่อรอโอกาสในการล้างแค้น

#แผนเด็ดปีกหม่าเชา

ทางด้านหวังอี้ เมื่อสามีและบุตรชายถูกหม่าเชาจับเป็นตัวประกัน นางจึงกระวนกระวายใจยิ่งนัก หวังอี้จึงตัดสินใจวางแผนตีสนิทกับนางหยางซื่อ (楊氏) ภรรยาของหม่าเชา ทั้งคู่พูดคุยสนิทสนมกันทั้งวันคืนจนกลายเป็นเพื่อนสนิทกัน โดยหารู้ไม่ว่าหยางซื่อกำลังถูกหลอกให้ตายใจ เพราะหวังอี้วางแผนใจดีสู้เสือ เพื่อช่วยให้สามีและบุตรชายให้พ้นจากการจองจำ นางหยางซื่อไว้วางใจในตัวหวังอี้เป็นอย่างมากจึงอาสาเกลี้ยกล่อมสามีให้ปล่อยตัวจ้าวอั๋งและจ้าวเย่ว์ เมื่อฟังคำขอของภรรยา หม่าเชาจึงตัดสินใจปล่อยตัวสองพ่อลูกสกุลจ้าว แต่มีข้อแม้ว่าจ้าวอั๋งต้องมาทำงานเป็นที่ปรึกษาของหม่าเชา ส่วนจ้าวเย่ว์นั้นยังคงถูกคุมตัวไว้เป็นตัวประกันที่เมืองหนานเจิ้ง

ส่วนหยางฟู่หลังจากสวามิภักดิ์กับหม่าเชา เขาขออนุญาตหม่าเชาไปทำศพภรรยาที่พึ่งเสียชีวิตที่ต่างเมืองเป็นเวลา 2 เดือน หม่าเชาเห็นว่าหยางฟู่เป็นคนซื่อตรงจึงอนุมัติตามคำขอ ทว่าหยางฟู่กลับมุ่งหน้าไปยังเมืองลี่เฉิง ชักชวนเจียงซี่ว์ (姜叙 เกียงขิม) แม่ทัพปราบคนเถื่อน (ฝู่หยีเจียงจวิน 撫夷將軍) ที่ประจำการณ์อยู่เมืองลี่เฉิงและเป็นลูกพี่ลูกน้องวางแผนการโค่นล้มหม่าเชา โดยประสานกับสหาย 2 คนคือ จ้าวฉีว์ (趙衢 เตียวเหง) และเหลียงควน (梁寬 เลงควัน) ที่อยู่ในเมืองจี้เฉิง นอกจากนี้หยางฟู่ยังได้ให้คนของตนส่งจดหมายลับไปยังจ้าวอั๋ง เพื่อให้เข้าร่วมแผนการในครั้งนี้

เมื่อได้รับจดหมายเชิญชวนจากหยางฟู่ จ้าวอั๋งก็เกิดความลังเลใจ เนื่องจากบุตรชายเป็นตัวประกันในกองทัพของหม่าเชา หากตัวเขาเข้าร่วมแผนการในครั้งนี้ อาจเกิดอันตรายกับบุตรชายของตนได้ จ้าวอั๋งจึงไปปรึกษากับหวังอี้ผู้เป็นภรรยา หวังอี้กล่าวว่า

" ความถูกต้องชอบธรรมและความภักดีถือเป็นคุณธรรมสำคัญที่วิญญูชนพึงมี นี่จึงเป็นโอกาสอันดีที่ท่านพี่จะลบความอัปยศ ที่มิอาจปกป้องแผ่นดินและเจ้านายผู้มีพระคุณได้ แม้ว่าการครั้งนี้อาจไม่สำเร็จและอาจสูญสิ้นทั้งวงศ์ตระกูล แต่ก็ถือได้ว่าเป็นการผดุงคุณธรรมอันยิ่งใหญ่แล้ว"

ในฉบับวรรณกรรมซานกว๋อเหยียนยี่ ของหลัวก้วนจง (ล่อกวนตง) กลับมีข้อความที่แตกต่างไป ความมีอยู่ว่า

"อันชายชาตินักรบควรสละชีวิตเพื่อแก้แค้นให้กับผู้เป็นนาย ซึ่งถือเป็นการผดุงคุณธรรม หากท่านกังวลใจเรื่องลูกนัก ตัวข้าก็จะไม่ขออยู่ดูโลกนี้อีกต่อไป"

เมื่อจ้าวอั๋งได้ฟังคำกล่าวภรรยา เขาจึงตัดสินใจเข้าร่วมกับหยางฟู่ ส่วนหวังอี้ก็สนับสนุนการรบครั้งนี้อย่างเต็มที่

ปลายศักราชเจี้ยนอัน ปีที่ 17 (ค.ศ. 213) หยางฟู่และเจียงซี่ว์รวบรวมกองกำลังต่อต้านไว้ที่เมืองหลู่เฉิง (ลกเสีย ปัจจุบันอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของมณฑลกานซู) เมื่อหม่าเชาทราบความจึงเกิดเพลิงโทสะ นำทัพออกไปเพื่อบดขยี้หยางฟู่และเจียงซี่ว์ และทิ้งเมืองจี้เฉิงไว้ในการดูแลของจ้าวฉีว์และเหลียงควน เมื่อหม่าเชายกทัพออกไปจ้าวฉีว์และเหลียงควน จึงนำกำลังเข้ายึดเมืองในทันที พร้อมทั้งควบคุมตัวครอบครัวหม่าเชาไว้เป็นตัวประกัน

ทางด้านเมืองหลู่เฉิง หยางฟู่และเจียงซี่ว์ป้องกันเมืองอย่างเต็มสามารถ หยางฟู่แสร้งทำเป็นถอยทัพเพื่อล่อให้หม่าเชาติดตาม ขณะเดียวกันจ้าวอั๋ง หวังอี้ และอินเฟิ่ง (尹奉 อีฟง) นายทหารของเจียงซี่ว์ นำกำลังทหารที่ดักซุ่มไว้เข้าโจมตีกองทัพหม่าเชา เซี่ยโหวหยวน (夏侯淵 แฮหัวเอี๋ยน) แม่ทัพของเฉาเชาเคลื่อนพลจากฉางอันมาถึงพอดี จึงกลายเป็นสามประสาน กองทัพหม่าเชาต้องแตกพ่ายและถอยกลับไปยังเมืองจี้เฉิง

เมื่อกลับมาถึงจี้เฉิง หม่าเชาได้รับการต้อนรับจากจ้าวฉีว์และพลพรรคด้วยห่าฝนธนู ซ้ำยังควบคุมตัวนางหยางซื่อผู้ภรรยาและครอบครัวของหม่าเชา มาตัดศีรษะบริเวณเชิงเทิน หม่าเชาเห็นการเป็นดังนี้จึงตัดสินใจหนีลงใต้เพื่อไปพึ่งพิงจางลู่ที่เมืองฮั่นจง

ต่อมา จ้าวอั๋งและหวังอี้ได้นำกำลังพลไปตั้งมั่นที่บริเวณภูเขาหลี่ซาน (ปัจจุบันคือ อำเภอหลี่เสี้ยน มณฑลกานซู) เพื่อสกัดกั้นกองทัพของหม่าเชาไม่ให้ลุกคืบเข้าสู่แคว้นเหลียงโจว ด้วยความโกรธแค้นหม่าเชานำกำลังพลเข้าตีค่ายที่ภูเขาหลี่ซาน แต่ก็ถูก 2 สามีภรรยาตีโต้กลับไปทุกครั้ง สงครามที่เขาหลี่ซานยาวนานกว่า 1 เดือน จนแม่ทัพเซี่ยโหวหยวนและจางเหอ (張郃 เตียวคับ) นำทัพมาช่วยเหลือจนสามารถทำลายกองทัพของหม่าเชาจนพินาศ

ภายหลังพ่ายแพ้หมดรูป หม่าเชาถอนกำลังกลับไปยังเมืองหนานเจิ้ง ด้วยความอาฆาตแค้นต่อจ้าวอั๋งและหวังอี้ หม่าเชาจึงมีคำสั่งให้ประหารชีวิตจ้าวเย่ว์ บุตรชายที่เหลือเพียงคนเดียวของ 2 สามีภรรยานั้นเสีย

ด้วยความดีความชอบของจ้าวอั๋ง อัครเสนาบดีเฉาเชาจึงแต่งตั้งเขาเป็น ชื่อสื่อแห่งอี้โจว (เอ็กจิ๋ว เป็นแต่ในนาม) จ้าวอั๋งเข้าร่วมสงครามอีกหลายครั้ง และเสียชีวิตลงในสมรภูมิที่ภูเขาติ้งจวิน (เต็งกุนสัน) ส่วนนางหวังอี้ผู้ภรรยาก็หายตัวไปจากหน้าประวัติศาสตร์

อนึ่ง เรื่องราวของนางหวังอี้ไม่มีอยู่ในวรรณกรรมสามก๊กฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) ผู้แปลได้ข้ามเนื้อหาตอนนี้ไปเฉยๆ ทั้งที่เป็นเรื่องให้แง่คิดไม่น้อย สตรีผู้กล้านางนี้จึงไม่เป็นที่รู้จักของผู้อ่านชาวไทย

อ้างอิงจาก

ชัชวนันท์ สันธิเดช.นามานุกรมสามก๊ก ฉบับแฟนพันธุ์แท้.พิมพ์ครั้งที่ 1.นนทบุรี:สำนักพิมพ์ชวนอ่าน,2557.

https://en.m.wikipedia.org/wiki/Zhao_Ang

https://en.m.wikipedia.org/wiki/Wang_Yi_(wife_of_Zhao_Ang)

ภาพหวังอี้ จากเกม dynasty warriors 7 : koeiwikia
บันทึกการเข้า

สาเหตุฟุตบอลไทยล้าหลังนับ10ปี และปัญหาต่างๆนานาในปัจจุบัน
http://www.guideubon.com/web/viewtopic.php?t=23193
Figo Pro Ubon Fc Av
บอลนอกแค่สะใจ บอลไทยไล่สมาคม
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1112/-1785
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 32,667



| | |
« ตอบ #35 เมื่อ: มีนาคม 02, 2017, 11:50:43 PM »

สตรีแห่งยุคสามก๊ก

ชีฮูหยิน ล้างแค้นให้สามี

ชีฮูหยิน (徐氏 ฉีซื่อ) เป็นภรรยาของซุนเซียง (孫翊 ซุนอี้) น้องชายร่วมสายเลือดของซุนกวน (孫權 ซุนเฉวียน) สามีของนางมีอุปนิสัยห้าวหาญ เปิดเผย รักความถูกต้อง ทั้งคู่มีบุตรร่วมกันหนึ่งคนนามว่า ซุนซง (孫松)

ก่อนพี่ใหญ่ซุนเซ็ก (孫策 ซุนเช่อ) จะสิ้นใจ ได้ปรึกษากับเตียวเจียว (張昭 จางเจา) ว่าจะให้ใครขึ้นเป็นผู้นำ เตียวเจียวแนะนำว่าควรตั้งซุนเซียงสืบทอดอำนาจต่อ แต่ซุนเซ็กปฏิเสธข้อเสนอและแต่งตั้งซุนกวนแทน หลังจากซุนกวนขึ้นครองอำนาจเขาก็ส่งซุนเซียงไปเป็นเจ้าเมืองตันเอี๋ยง (ตั้นหยาง) เมืองสำคัญชายแดนที่มีเขตติดต่อกับชนเผ่าซานเย่ว์ ซุนเซียงและชีฮูหยินจึงต้องย้ายไปที่นั่น ในขณะนั้นซุนเซียงอายุเพียง 20 ปี

#ซุนเซียงแพะรับบาปของซุนกวน

ก่อนที่ซุนเซียงจะไปรับตำแหน่งเจ้าเมืองตันเอี๋ยง ซุนกวนดำเนินนโยบายปราบปรามขุนนางที่กระด้างกระเดื่อง หนึ่งในนั้นคือเซิ่งเสี้ยน (盛憲) เจ้าเมืองง่อกุ๋น (อู๋จวิ้น) ในข้อหามีส่วนร่วมในการลอบสังหารซุนเซ็ก อิหลำ (媯覽 กุยหล่าน) และไต้อ้วน (戴員 ไต้หยวน) ลูกน้องของเซิ่งเสี้ยนหลบหนีไปตามป่าเขา เมื่อซุนเซียงดำรงตำแหน่งเจ้าเมืองจึงเชิญทั้ง 2 เข้ารับราชการในสังกัด เนื่องด้วยเป็นขุนนางที่มีประสบการณ์ อิหลำดูแลงานด้านการทหาร ส่วนไต้อ้วนดูแลงานด้านพลเรือน

เปียนหอง (邊鴻 เปี้ยนหง) ลูกน้องคนสนิทของอิหลำ มักกระทำการหยาบช้าข่มเหงราษฎร จึงถูกซุนเซียงลงโทษอยู่บ่อยครั้ง ทำให้เกิดความอาฆาตพยาบาท เฝ้ารอโอกาสที่จะสังหารซุนเซียงเพื่อล้างแค้น

ครั้งหนึ่งซุนเซียงจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ขุนนางใหญ่น้อย โดยปกติซุนเซียงจะพกกระบี่ติดตัวตลอดเวลา แต่เนื่องจากดื่มเหล้าจนเมามาย เมื่องานเลี้ยงเลิกราจึงลืมกระบี่ไว้ที่งานและเดินตัวเปล่าออกมาส่งแขกเหรื่อที่ร่วมงาน เปียนหองเห็นเป็นโอกาสจึงพุ่งเข้าไปใช้กระบี่แทงกลางหลังซุนเซียงตายคาที่ และหลบหนีไปขณะเกิดเหตุชุลมุน ชีฮูหยินทราบความจึงรีบประกาศให้รางวัลนำจับ เปียนหองหนีการตามล่าไปถึงหุบเขาแห่งหนึ่ง ที่นั่นอิหลำและไต้อ้วนรอท่าอยู่ แท้ที่จริงแล้วทั้งคู่เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการสังหารซุนเซียง เพื่อล้างแค้นให้กับเจ้านายของตน เปียนหองจึงถูกฆ่าปิดปากที่หุบเขาแห่งนั้น

หลังจากซุนเซียงเสียชีวิต อิหลำและไต้อ้วนเกรงว่าซุนกวนจะยกทหารมาโจมตี จึงตัดสินยกเมืองนี้ให้กับโจโฉ (曹操 เฉาเชา) โดยแอบติดต่อกับเล่าฮก (劉馥 หลิวฟู่) ชื่อสื่อแห่งหยางโจว (ยังจิ๋ว) ว่าให้ยกกำลังไปยังลิหยง (ลี่หยาง) และพวกเขาจะเป็นกำลังเสริมอยู่ที่อวนเหล็ง (หว่านหลิง)

#ชีฮูหยินออกอุบายเพื่อล้างแค้น

การกระทำของอิหลำและไต้อ้วน ถือเป็นการก่อกบฎ แม้ขุนนางในเมืองตันเอี๋ยงจะโกรธแค้น แต่ด้วยอำนาจทางทหารทั้งหมดอยู่ในมืออิหลำ จึงไม่สามารถทำอันใดได้

หลังจากอิหลำจัดการเรื่องราวทุกอย่างเรียบร้อย ก็คิดการหยาบช้าบุกเข้าจวนของซุนเซียงปล้นเอาทรัพย์สินและอนุภรรยาของซุนเซียง ระหว่างนั้นอิหลำก็ตกหลุมรักในความงดงามอ่อนเยาว์ของชีฮูหยิน ภายใต้การบีบบังคับของอิหลำ นางจึงทำทีสมยอมแต่มีข้อแม้ว่าต้องจัดงานศพให้สามีก่อน ตนจึงยอมอยู่กินกับอิหลำโดยดี อิหลำจึงตอบตกลง

ชีฮูหยินแอบหารือกับซุนโก๋ (孫高 ซุนเกา) และเปาอิ๋ง (傅嬰 ฟู่อิง) นายทหารคนสนิทของสามีว่า

"ข้าตอบตกลงกับอิหลำก็เพื่อหาโอกาสล้างแค้นให้สามี ไม่ทราบว่าท่านทั้งสองจะยอมช่วยข้าหรือไม่"

ซุนโก๋และเปาอิ๋งต่างหลั่งน้ำตาพร้อมกล่าวว่า

"นายท่านมีบุญคุณต่อพวกข้า พวกข้าคิดอยู่เสมอว่าจะล้างแค้น แต่ก็ยังหาอุบายดีๆมิได้ จึงยังไม่ได้รายงานต่อฮูหยิน ฮูหยินมีการอันใดโปรดสั่งพวกข้า เหล่าขุนนางแห่งตันเอี๋ยงทุกคนพร้อมที่จะตายเพื่อรับใช้ท่าน"

เมื่อพูดจบ ก็มีการเรียกประชุมทหารผู้จงรักภักดีราว 20 กว่านาย ชีฮูหยินและทหารทั้งปวงได้สาบานต่อกันว่าจะร่วมเป็นร่วมตาย และสังหารสองขุนนางชั่วให้จงได้ หลังจากนัดแนะชี้แจงแผนการเสร็จเรียบร้อยต่างก็แยกย้ายกันจัดพิธีศพให้ซุนเซียง

หลายวันต่อมา ภายหลังพิธีศพซุนเซียงเสร็จสิ้น ชีฮูหยินก็เปลี่ยนเสื้อผ้าไว้ทุกข์ออก อาบน้ำแต่งตัวใหม่ สวมใส่ชุดเจ้าสาวสีแดงสด ใบหน้าเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มที่เบิกบาน หลังจากนั้นจึงให้สาวใช้ไปบอกกับอิหลำว่า

"งานอัปมงคลผ่านพ้นไป งานมงคลเคลื่อนเข้ามา จากนี้ชีวิตข้าจะเป็นของท่านอิหลำเพียงผู้เดียว"

ความจริงอิหลำแอบสืบการกระทำของชีฮูหยินมาระยะหนึ่งแต่ก็ไม่พบพิรุธอันใด อิหลำเมื่อฟังคำสาวใช้ของชีฮูหยิน จึงรีบรุดมายังเรือนหอที่ชีฮูหยินตระเตรียมไว้ด้วยความดีใจ ชีฮูหยินรีบเดินออกมาจากห้อง คารวะอิหลำ อิหลำก็รีบคุกเข่าคำนับกลับ ชีฮูหยินจึงใช้โอกาสที่อิหลำกำลังก้มคำนับอยู่นั้น ตะโกนขึ้นว่า

"เชิญท่านทั้งสองลงมือได้ !"

ซุนโก๋และเปาอิ๋งที่ซ่อนตัวภายในห้อง จึงรีบคว้ากระบี่ตัดศีรษะอิหลำในทันใด ส่วนทหารที่เหลือก็ออกไปไล่ฆ่าพลพรรคของอิหลำ ไต้อ้วนเองก็ถูกสังหารไปพร้อมกัน

หลังจากชีฮูหยินสังหารขุนนางโฉดทั้งสอง นางก็กลับไปใส่ชุดไว้ทุกข์ตามเดิม นางนำศีรษะของอิหลำและไต้อ้วนไปเซ่นไหว้สามีอันเป็นที่รัก เหล่าทหารและขุนนาง้มืองตันเอี๋ยงเห็นว่าชีฮูหยินแม้กายเป็นหญิง แต่เพียบพร้อมด้วยความกล้าและสติปัญญา ใช้ความอ่อนสยบความแข็งกร้าว ไม่เพียงแต่รักษาเกียรติของตนเอง แต่ยังสามารถล้างแค้นให้สามี อีกทั้งรักษาเมืองตันเอี๋ยงไว้ได้ ล้วนเป็นเรื่องมหัศจรรย์ยิ่งนัก

ไม่นานนัก ซุนกวนก็ส่งแม่ทัพไทสูจู้ (太史慈 ไท่สื่อฉือ) มากวาดล้างพลพรรคของอิหลำและไต้อ้วนที่เหลือรอดจนสิ้นซาก ตั้งแต่บัดนั้นเมืองตันเอี๋ยงจึงพบกับความสุขสงบ ส่วนชีฮูหยินได้ย้ายกลับมายังเมืองชีสอง (ไฉซาง) และเลี้ยงดูบุตรชายเพียงคนเดียวจนเติบใหญ่กลายเป็นทหารกล้าเฉกเช่นบิดา

คัดบทความมาจาก

หลี่อันสือ . ยอดวีรชนสามก๊ก 33 ผู้มีใจสูง , พิมพ์ครั้งที่ 1 . กรุงเทพ : สำนักพิมพ์มติชน , 2558

https://en.m.wikipedia.org/wiki/Sun_Yi

ภาพจากแอพ pinterest
บันทึกการเข้า

สาเหตุฟุตบอลไทยล้าหลังนับ10ปี และปัญหาต่างๆนานาในปัจจุบัน
http://www.guideubon.com/web/viewtopic.php?t=23193
thesuk
Jr. Member
**

คะแนนความรัก: +24/-38
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 499

รักบอลไทย


| | |
« ตอบ #36 เมื่อ: มีนาคม 03, 2017, 12:23:37 AM »

ผมเข้ามาทำไรนิ ฮี่ฮี่
บันทึกการเข้า

บอลไทย
Sawang magg
เชียร์บอลไทยไม่เสียตังค์
Full Member
***

คะแนนความรัก: +43/-93
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 749


| | |
« ตอบ #37 เมื่อ: มีนาคม 03, 2017, 05:14:22 AM »

ยาวเกิน8บรรทัด
บันทึกการเข้า
NR
Thailandsusu
Sr. Member
**

คะแนนความรัก: +106/-39
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,622



| | |
« ตอบ #38 เมื่อ: มีนาคม 03, 2017, 12:07:23 PM »

ผมชอบบอร์ดนี้ เพราะมีอะไรแปลกๆให้ดู
บันทึกการเข้า

Figo Pro Ubon Fc Av
บอลนอกแค่สะใจ บอลไทยไล่สมาคม
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1112/-1785
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 32,667



| | |
« ตอบ #39 เมื่อ: มีนาคม 03, 2017, 04:09:41 PM »

https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=2373579525992326&id=129558990394402   ร.7
บันทึกการเข้า

สาเหตุฟุตบอลไทยล้าหลังนับ10ปี และปัญหาต่างๆนานาในปัจจุบัน
http://www.guideubon.com/web/viewtopic.php?t=23193
Figo Pro Ubon Fc Av
บอลนอกแค่สะใจ บอลไทยไล่สมาคม
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1112/-1785
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 32,667



| | |
« ตอบ #40 เมื่อ: มีนาคม 04, 2017, 01:09:51 PM »

https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=1479935485371285&id=109027265795454 ราชาสองประเทศ
บันทึกการเข้า

สาเหตุฟุตบอลไทยล้าหลังนับ10ปี และปัญหาต่างๆนานาในปัจจุบัน
http://www.guideubon.com/web/viewtopic.php?t=23193
Figo Pro Ubon Fc Av
บอลนอกแค่สะใจ บอลไทยไล่สมาคม
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1112/-1785
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 32,667



| | |
« ตอบ #41 เมื่อ: มีนาคม 05, 2017, 06:22:46 AM »

https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=10155385033892439&id=146406732438  ฮ้องเต้.เหา
บันทึกการเข้า

สาเหตุฟุตบอลไทยล้าหลังนับ10ปี และปัญหาต่างๆนานาในปัจจุบัน
http://www.guideubon.com/web/viewtopic.php?t=23193
Figo Pro Ubon Fc Av
บอลนอกแค่สะใจ บอลไทยไล่สมาคม
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1112/-1785
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 32,667



| | |
« ตอบ #42 เมื่อ: มีนาคม 06, 2017, 11:56:46 PM »

ว่าด้วยเรื่อง สถานภาพ "พระเจ้าอา" ของเล่าปี่

ในวรรณกรรมสามก๊ก เมื่อพระเจ้าเหี้ยนเต้ได้พบเล่าปี่ครั้งแรก พระองค์ถามว่าท่านทำความชอบมากนัก เป็นใครมาจากไหนหรือ?

เล่าปี่ทูลว่า เขาสืบเชื้อสายมาจาก "ตงสานเชงอ๋อง-เล่าเสง" (จงซานเฉิงห่วง-หลิวซง) โอรสในพระเจ้าฮั่นเกงเต้

พระเจ้าเหี้ยนเต้จึงให้อาลักษณ์เอาพงศาวลีมาตรวจดู ซีรีส์สามก๊กฉายภาพให้เห็นว่า อาลักษณ์อ่านออกเสียง ถ่ายทอดถ้อยคำในพงศาวลีให้ฮ่องเต้หนุ่มได้สดับดังนี้ (ขอคัดลอกเป็นสำเนียงฮกเกี้ยนออกมาจากหนังนะครับ)

"ฮั่นเกงเต้ มีโอรส 14 องค์
ตงสานเชงอ๋อง-เล่าเสง เป็นองค์ที่ 7
เล่าเสง มีบุตรชื่อ เล่าเจิน
บุตร เล่าเจิน ชื่อ เล่าอัง
... บุตร เล่าอัง ชื่อ เล่าลู่
บุตร เล่าลู่ ชื่อ เล่าเลี่ยน
บุตร เล่าเลี่ยน ชื่อ เล่าอิง
บุตร เล่าอิง ชื่อ เล่าเจี้ยน
บุตร เล่าเจี้ยน ชื่อ เล่าอาย
เล่าอาย มีบุตรชื่อ เล่าเสี่ยน
เล่าเสี่ยน มีบุตรชื่อ เล่าซู
เล่าซู มีบุตรชื่อ เล่าอี้
เล่าอี้ มีบุตรชื่อ เล่าปี้
บุตร เล่าปี้ ชื่อ เล่าต๋า
เล่าต๋า มีบุตรชื่อ เล่าปู้อี๋
เล่าปู้อี๋ มีบุตรชื่อ เล่าฮุ่ย
เล่าฮุ่ย มีบุตรชื่อ เล่าฉอง
บุตร เล่าฉอง ชื่อ เล่าเหง
"เล่าปี่" คือ บุตรชายของเล่าเหง (จบ) "
 
วรรณกรรมเล่าว่า เมื่อพระเจ้าเหี้ยนเต้ทราบข้อมูลดังนี้ จึงเรียกเล่าปี่ว่า "ท่านอา" เล่าปี่จึงได้รับการยอมรับจากคนทั้งแผ่นดินว่าเป็น "พระปิตุลา" หรือ "พระเจ้าอา" คืออาของพระเจ้าอยู่หัว นับตั้งแต่นั้น
 
หลายท่านอาจเกิดข้อสงสัยว่า "พงศาวลี" คืออะไร ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิต บอกว่า พงศาวลี หมายถึง "แผนลำดับเครือญาติ" คือแผนผังที่โยงใยให้เห็นว่าตระกูลนี้มีลำดับเชื้อสายอย่างไร ใครเป็นพ่อใคร ลูกใคร ใครแต่งกับใคร
 
ย้อนกลับไปที่ซีรีส์สามก๊ก ผมขอตั้งข้อสังเกตว่า การตรวจดูพงศาวลี น่าจะใช้เวลานานอักโขอยู่ เพราะแต่ละคน ก็น่าจะมีลูกหลายคน
 
เป็นต้นว่า ที่บอกว่า "บุตร เล่าอัง ชื่อ เล่าลู่" เป็นไปได้ไหมว่า เล่าอังก็อาจไม่ได้มีบุตรคนเดียว แล้วจะทราบได้อย่างไรว่า คนไหนเล่า ที่จะเป็นเชื้อสายสืบต่อไปจนถึงเล่าปี่ ถ้าเป็นบุตรคนละคน แม้สืบค้นต่อไปก็คงไม่พบเล่าปี่แน่ๆ
 
ดังนั้น ฉากในหนัง ที่อาลักษณ์เอาพงศาวลีมาอ่านด้วยความรวดเร็วนั้น ถือว่าไม่สมจริง แต่ก็พอเข้าใจได้ในความเป็นหนัง
 
ประเด็นนี้ไม่เกี่ยวกับวรรณกรรมนะครับ เพราะวรรณกรรมบอกเพียงว่าพระเจ้าเหี้ยนเต้ให้ตรวจพงศาวลีดู ไม่ได้บอกว่าตรวจนานหรือไม่นานขนาดไหน
 
แต่ประเด็นต่อไป ที่เกี่ยวข้องกับวรรณกรรมโดยตรงก็คือ แม้พระเจ้าเหี้ยนเต้จะอยากดึงเล่าปี่ไว้เป็นพวก เพื่อถ่วงดุลย์กับโจโฉ ที่เข้ามาริดรอนพระราชอำนาจไปมากแล้วในเพลานั้น แต่พระองค์จักกล้าเรียกเล่าปี่ว่า "อา" หรือ?
 
ตัวเหี้ยนเต้เอง คือโอรสของ "พระเจ้าเลนเต้" ทว่าเลนเต้ไม่ใช่โอรสแท้ของ "พระเจ้าฮวนเต้" กษัตริย์องค์ก่อนหน้า เป็นแต่เพียงเด็กที่ฮวนเต้เก็บมาเลี้ยงเป็นลูก เนื่องจากฮวนเต้ไม่มีโอรส
 
ที่จริงเลนเต้ไม่ใช่เด็กข้างถนนเสียทีเดียว เป็นเชื้อพระวงศ์ฮั่นเหมือนกัน แต่เป็นเชื้อพระวงศ์ลักษณะเดียวกับเล่าปี่ คือ "ปลายแถวมากๆ"
 
กล่าวคือ พระองค์ทรงเป็น "Great-great grandson" (Great grandson แปลว่า "เหลน" ส่วน Great-great grandson ผมไม่รู้จะใช้คำว่าอะไรดี) ของพระเจ้าฮั่นจางตี้ กษัตริย์องค์ที่สามของฮั่นตะวันออก

ดังนั้น ระหว่างเหี้ยนเต้ ซึ่งเป็นลูกเลนเต้ เชื้อพระวงศ์ปลายแถวคนหนึ่ง กับเล่าปี่ เชื้อพระวงศ์ปลายแถวอีกคนหนึ่ง มองมุมไหน ก็ไม่น่าจะสมเหตุสมผลที่คนหนึ่งจะมาเป็น "อา" ของอีกคนได้
 
แม้เหี้ยนเต้จักมีพระราชประสงค์เช่นนั้น นั่นย่อมเป็นเรื่องที่ขัดต่อโบราณราชประเพณีอย่างรุนแรง และถามต่อว่า หากเรื่องนี้เป็นความจริง โจโฉซึ่งกุมอำนาจไว้ได้เกือบเบ็ดเสร็จแล้ว จะยอมให้เกิดขึ้นหรือ?
 
อันที่จริง ความเป็น "พระเจ้าอา" นี้ เป็นเพียง "เรื่องแต่ง" จากปลายพู่กันของหลอกว้านจง เพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับเล่าปี่ ในการ "พยายาม" เป็นผู้พิชิตแผ่นดิน และเป็นขั้วตรงข้ามกับโจโฉ ซึ่งถูกตราหน้าว่าเป็นขบถราชบัลลังก์
 
ทั้งๆ ที่ในประวัติศาสตร์ แม้เล่าปี่จะสืบเชื้อสายมาจากราชวงศ์ฮั่นจริง ก็เป็นเพียงเชื้อสายปลายแถวเถ้าธุลี สืบต่อกันมาหลายร้อยปี เกือบจะ 20 ชั่วอายุคน
 
จึงหยิบมาเล่าให้กันฟัง ด้วยประการละฉะนี้ .... ครับ
บันทึกการเข้า

สาเหตุฟุตบอลไทยล้าหลังนับ10ปี และปัญหาต่างๆนานาในปัจจุบัน
http://www.guideubon.com/web/viewtopic.php?t=23193
japan_xi
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +2027/-5235
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 16,944



| | |
« ตอบ #43 เมื่อ: มีนาคม 07, 2017, 12:03:29 AM »

ฟิโก้ มึงคิดจะตั้ง สปป ล้านนา ใช่ไหม ฮี่ ฮี่
บันทึกการเข้า

เซลล์โรงพิมพ์
สวัสดีไทยแลนด์สู้สู้
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +985/-931
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,393



| | |
« ตอบ #44 เมื่อ: มีนาคม 07, 2017, 08:23:03 AM »

บวชก่อน
บันทึกการเข้า
Figo Pro Ubon Fc Av
บอลนอกแค่สะใจ บอลไทยไล่สมาคม
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1112/-1785
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 32,667



| | |
« ตอบ #45 เมื่อ: มีนาคม 07, 2017, 05:46:18 PM »

สงครามแปดอ๋อง

ช่วงต้นราชวงศ์จิ้นซือหม่าเหยียน (สุมาเอี๋ยน) ได้ใช้กำลังทหารที่แข็งแกร่งทำการรวบรวมแผ่นดินจีนทั้งหมดเข้าด้วยกัน หลังจากนั้นจึงมีการสถาปนาราชนิกูลสกุลซือหม่าที่สนับสนุนตนกว่า 10 คนขึ้นเป็นเจ้าผู้ครองแคว้นต่างๆ และอนุญาตให้จัดตั้งกองทัพ ทั้งทยอยให้บรรดาเจ้าผู้ครองแคว้นนำกำลังจากส่วนกลางไปตั้งมั่นรักษาตามหัวเมืองที่สำคัญหลายแห่ง 

#ปฐมบทแห่งสงคราม

ครั้นถึงรัชสมัยจิ้นฮุ่ยตี้ พระนางเจี่ยโฮ่ว (เจี่ยหนานเฟิง) ผู้มีจิตใจอำมหิตและทะเยอทะยาน วางแผนกำจัด " หรู่หนานหวาง - ซือหม่าเลี่ยง " " ฉู่หวาง - ซือหม่าเหว่ย " และ " รัชทายาทซือหม่าอวี้ " เป็นเหตุให้ " จ้าวหวาง - ซือหม่าหลุน " ผู้บัญชาการกรมทหารราชองครักษ์และเป็นบุตรชายของซือหม่าอี้ (สุมาอี้) ได้ก่อการรัฐประหารสังหารพระนางเจี่ยโฮ่ว ปลดจิ้นฮุยตี้จากบัลลังก์แล้วสถาปนาตนขึ้นเป็นฮ่องเต้ กลายเป็นจุดเริ่มต้นของสงครามที่กินระยะเวลายาวนานกว่า 5 ปีใน" สงครามแปดอ๋อง "

ปี ค.ศ. 301 เมื่อซือหม่าหลุนสถาปนาตนขึ้นเป็นฮ่องเต้ ทำให้เจ้าแคว้นต่างๆเกิดความไม่พอใจขึ้น " ฉีหวางซือหม่าจ่ง " หนึ่งในผู้ร่วมก่อการรัฐประหารพระนางเจี่ยโฮ่ว รู้สึกว่าตนเองไม่ได้รับประโยชน์อันใดจากการรัฐประหาร จึงหมายระดมพลเจ้าแคว้นต่างๆ เพื่อที่จะกำจัดซือหม่าหลุน

ในครั้งนี้ " เฉิงตูหวาง - ซือหม่าอิ่ง " ที่ตั้งมั่นรักษาเมืองเย่จวิ้น และ " เหอเจียนหวาง - ซือหม่าหยง " ที่ตั้งมั่นรักษาที่ราบกวนจงต่างขานรับยกทัพไปร่วมด้วย

สงครามที่ดำเนินไปอย่างดุเดือดและการปิดล้อมนครหลวงลั่วหยางกว่า 60 วัน มีทหารและประชาชนล้มตายหลายหมื่นคน ในที่สุดกองทัพของซือหม่าหลุนก็เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ ส่วนซือหม่าหลุนถูกทหารรักษาพระองค์ที่เป็นลูกน้องตนเองสังหาร

ซือหม่าจ่งจึงอัญเชิญจิ้นฮุยตี้ขึ้นครองบัลลังก์อีกครั้ง แล้วแต่งตั้งตนขึ้นเป็น " ต้าซือหม่า " ( สมุหกลาโหม ) ซือหม่าจ่งเป็นผู้มีใจทะเยอทะยาน หมายคิดชิงบัลลังก์จิ้นฮุ่ยตี้สถาปนาตนขึ้นเป็นฮ่องเต้  เมื่อความดังกล่าวแพร่ออกไปจึงเกิดการต่อต้านฉีหวางซือหม่าจ่งขึ้น

#แผนต่อต้านซือหม่าจ่ง

ฤดูหนาว ปี ค.ศ. 302 ซือหม่าหยงตั้งใจที่จะยกทัพออกปราบซือหม่าจ่ง แต่เกรงว่ากำลังพลของตนจะไม่เพียงพอจึงแอบเขียนจดหมายลับถึง " ฉางซาหวาง - ซือหม่าอี้ " (ชื่อออกเสียงคล้ายสุมาอี้ปู่ทวดของเขา แต่เขียนคนละตัวอักษร) บุตรคนที่ 6 ของจิ้นอู่ตี้และดำรงตำแหน่งเสนาบดีในราชสำนัก เพื่อนัดหมายกันโค่นล้มอำนาจของซือหม่าจ่ง

แต่ความลับไม่มีในโลก ซือหม่าจ่งรู้ถึงความเคลื่อนไหวของซือหม่าอี้ตลอดเวลา จึงนำกำลังทหารองครักษ์หมายสังหารซือหม่าอี้ด้วยตนเอง ซือหม่าอี้นั้นก็ได้เตรียมการไว้ก่อนจึงนำกำลังทหารแอบซุ่มไว้ เมื่อกองกำลังทั้งสองเผชิญหน้ากันจึงเกิดการปะทะขึ้น ณ ใจกลางนครลั่วหยาง ในที่สุดซือหม่าจ่งเป็นฝ่ายพ่ายแพ้และถูกสังหารในที่สุด

ฝ่ายซือหม่าหยงรู้สึกกังวลใจเกรงว่าซือหม่าอี้จะทำการไม่สำเร็จ จึงนำทัพจากกวนจงมุ่งหน้าสู่นครลั่วหยาง แต่ปรากฎว่าซือหม่าอี้ได้กำจัดซือหม่าจ่งเป็นที่เรียบร้อย แล้วแต่งตั้งตนขึ้นเป็น " ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ " และ " อัครเสนาบดี " ซือหม่าหยงแม้จะไม่พอใจเป็นอย่างมากแต่ก็ทำอะไรได้ไม่มากนัก

#กองทัพพันธมิตรปราบซือหม่าอี้

ปี ค.ศ. 303 ซือหม่าหยงและซือหม่าอิ่ง ร่วมทำสัตยาบัณเป็นพันธมิตรกันสมทบกำลังทหารกว่า 270,000 นาย ยาตราทัพสู่นครลั่วหยางหมายโค่นล้มซือหม่าอี้ จิ้นฮุยตี้เมื่อทราบความดังนั้นก็ตกพระทัยเป็นอย่างยิ่ง จึงแต่งตั้งซือหม่าอี้ขึ้นเป็นจอมทัพออกปราบอ๋องทั้งสอง

ซือหม่าอี้นั้นเป็นคนฉลาดเยือกเย็น  แม้เห็นกองทัพนับแสนของซือหม่าหย่งและซือหม่าอิ่งก็หาได้เกรงกลัว การปะทะกันครั้งแรกที่เมืองเมิ่งจิน ทางตะวันตกของนครลั่วหยาง กองทัพกวนจงของซือหม่าหยงที่เป็นทัพหน้าถูกทำลายจนย่อยยับและตกเป็ยฝ่ายปราชัยอยู่บ่อยครั้งจนแทบหมดสิ้นกำลังใจในการสู้รบ

ขณะเดียวกันในราชสำนักจิ้น " ตงไห่หวาง - ซื่อหม่าเย่ว์ "  เสนาบดีตำแหน่งซือคง (เสนาบดีโยธา) ร่วมกันกับทหารราชองครักษ์กลุ่มหนึ่งวางแผนจับกุมตัวซือหม่าอี้ โดยฉวยโอกาสที่ซือหม่าอี้เหนื่อยล้าจากการทำศึกพักผ่อนในบ้านพักแล้วให้ทหารราชองครักษ์เข้าจับกุม แผนการนี้สำเร็จซือหม่าอี้ถูกจับกุมอย่างง่ายดาย

เมื่อทัพพันธมิตรเข้าสู่นครลั่วหยาง ซือหม่าหยงที่มีความแค้นกับซือหม่าอี้เป็นทุนเดิม จึงจับซือหม่าอี้สำเร็จโทษด้วยการเผาทั้งเป็น ส่วนซือหม่าอิ่งอาศัยที่ตนมีอายุและศักดิ์ที่สูงกว่า แต่งตั้งตนขึ้นเป็น " เฉิงเซี่ยง " ( อัครเสนาบดี ) แล้วบีบบังคับให้จิ้นฮุ่ยตี้ไปอยู่ที่เมืองเย่จวิ้นซึ่งเป็นเขตอิทธิพลของตน

#สงครามชิงฮ่องเต้

เมื่อจิ้นฮุ่ยตี้ไปประทับที่เมืองเย่จวิ้น ก็มิต่างกับเป็นตัวประกันทางการเมืองหรือหุ่นเชิดของซือหม่าอิ่ง ในขณะที่นครลั่วหยางอยู่ใต้อำนาจของซือหม่าหยง ดินแดนซานตงและตงไห่เป็นเขตอิทธิพลของซือหม่าเย่ว์ จึงกลายเป็นขุมกำลัง 3 กลุ่มที่พร้อมจะฟาดฟันกันได้ทุกเมื่อ

ปี ค.ศ. 304 " ตงอิงกง - ซือหม่าเถิง " ชื่อสื่อ (ผู้สำเร็จราชการระดับแคว้น) เมืองปิ้งโจวและเป็นน้องชายของซือหม่าเย่ว์ ได้นำกำลังพลจากชนเผ่าอู่หวนและเซียนเป่ยในเขตปกครองของตน ร่วมผนึกกำลังกับหวังจวิ้น ชื่อสื่อแห่งเมืองโยวโจวบุกโจมตีเมืองเย่จวิ้น ซือหม่าอิ่งมิอาจต้านทานจำต้องพาจิ้นฮุ่ยตี้บากหน้าไปขอความช่วยเหลือจากซือหม่าหยงที่นครลั่วหยาง ซือหม่าหยงเห็นว่าสถานการณ์ไม่สู้ดีนักจึงพาจิ้นฮุ่ยตี้ไปยังนครฉางอัน

ขณะที่ซือหม่าเถิงนำทัพจากปิ้งโจวเข้าโจมตีเย่เฉิงนั้น " หลิวยวน " ผู้นำชนเผ่าซงหนู ได้นำกำลังพลเข้ายึดครองเมืองปิ้งโจว แล้วสถาปนาแคว้น " ฮั่นจ้าว " ขึ้น เผ่าซงหนูจึงกลายเป็นเผ่าแรกที่ลุกขึ้นมาต่อกรกับราชสำนักจิ้น และในเวลาต่อมาจึงเป็นผู้ปิดฉากการปกครองของราชวงศ์ซีจิ้น (จิ้นตะวันตก) โดยสมบูรณ์

ปี ค.ศ. 305 เมื่อสถานการณ์พลิกผันเช่นนี้ ซื่อหม่าเย่ว์จึงตัดสินใจเคลื่อนพลจากซานตงและตงไห่ เข้าพิชิตนครลั่วหยาง กองทัพซือหม่าเย่ว์และซือหม่าหยงประจัญหน้ากันที่ทางตะวันตกของเหอหนาน เกิดการปะทะกันอย่างดุเดือด ซือหม่าเย่ว์ไม่อาจต่อสู้กับกองทัพกวนจงของซือหม่าหยงที่มีประสบการณ์มากกว่าได้ ขณะที่กำลังพ่ายแพ้ " ฟ่านหยางหวาง - ซือหม่าฉู่ " น้องชายร่วมสกุลได้นำกำลังพลของตนและทหารเผ่าอูหวนเข้าเสริม จนสามารถผลักดันกองทัพกวนจงได้สำเร็จ

เมื่อทัพกวนจงแตกพ่ายที่เหอหนาน ซือหม่าหยงตัดสินใจกลับฉางอัน แล้วให้ซือหม่าอิ่งเป็นผู้ดูแลนครลั่วหยาง ซือหม่าอิ่งนำทัพเข้าต่อสู้กับทัพซือหม่าเย่ว์ที่ด่านหู่เหลากวน (เฮาโลก๋วน) แต่ถูกกองทัพของซือหม่าเถิงที่ข้ามลำน้ำหวงเหอลอบโจมตีจากด้านหลังและสามารถยึดนครลั่วหยางได้สำเร็จ ซือหม่าอิ่งจึงตัดสินใจยอมสวามิภักดิ์

ปี ค.ศ. 306 ซือหม่าเย่ว์เคลื่อนพลเข้าสู่ที่ราบกวนจง เขตนครฉางอัน เพื่อทูลเชิญจิ้นฮุ่ยตี้กลับสู่นครหลวงลั่วหยาง ด้วยความหวาดกลัวซือหม่าหยงตัดสินใจนำกำลังพลส่วนหนึ่งหนีไปยังภูเขาไท่ไป่ สงครามที่ดำเนินมากว่า 5 ปีจึงสิ้นสุดลง

#บทสรุปหลังสงคราม

ภายหลังจากสงครามสงบลง จิ้นฮุ่ยตี้ได้แต่งตั้งซือหม่าเย่ว์ ดำรงตำแหน่งอัครเสนาบดี อำนาจในการบริหารราชการแผ่นดินจึงตกอยู่ในกำมือของซือหม่าเย่ว์ ไม่นานซือหม่าเย่ว์จึงลอบปลงพระชนม์จิ้นฮุ่ยตี้ ด้วยการวางยาพิษ แล้วสถาปนาตนขึ้นเป็น " ฮ่องเต้จิ้นไฮว๋ตี้ "

ส่วนเฉิงตูหวาง - ซือหม่าอิ่ง ถูกฟ่านหยางหวางซือหม่าฉู่สังหารพร้อมกับครอบครัว

เหอเจียนหวาง - ซือหม่าหยง ที่หนีไปยังเขาไท่ไป่ เมื่อจิ้นไฮว๋ตี้ขึ้นครองราชย์จึงประกาศนิรโทษกรรมให้กับเขา และให้กลับมาดำรงตำแหน่งเสนาบดีระดับ " ซือถู " (เสนาบดีมหาดไทย) แต่ขณะที่ซือหม่าหยงกำลังเดินทางเข้าเมืองหลวง ตัวเขาและครอบครัวก็ถูกลอบสังหารตายตกไปตามกัน

ระยะเวลา 5 ปีที่เกิดสงครามนองเลือดของราชสกุลซือหม่า ส่งผลให้ประชากรหลายแสนคนต้องตายในสงคราม เศรษฐกิจภายในประเทศก้าวสู่ภาวะถดถอย สภาพการเมืองของราชวงศ์จิ้นตะวันตกต้องตกในภาวะแตกแยกพังทลาย และส่งผลให้ชนกลุ่มน้อยเผ่าต่างๆ ที่เคยสยบอยู่ใต้อำนาจของจีน ได้มีโอกาสสั่งสมกำลังทหารและปลดแอกตนเองจากการปกครองของจีน จนนำไปสู่มิคสัญญียุคที่มีชื่อในประวัติศาสตร์ว่า " 16 แคว้น 5 ชนเผ่า "

#อ้างอิงจาก

ประวัติศาสตร์จีนฉบับย่อ โดย เหยียนมู่สุ่ย แปลโดย รำพรรณ รักศรีอักษร

https://en.m.wikipedia.org/wiki/War_of_the_Eight_Princes

ภาพจาก ศิลปินชาวจีน หวังเค่อเหว่ย
บันทึกการเข้า

สาเหตุฟุตบอลไทยล้าหลังนับ10ปี และปัญหาต่างๆนานาในปัจจุบัน
http://www.guideubon.com/web/viewtopic.php?t=23193
Figo Pro Ubon Fc Av
บอลนอกแค่สะใจ บอลไทยไล่สมาคม
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1112/-1785
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 32,667



| | |
« ตอบ #46 เมื่อ: มีนาคม 09, 2017, 06:34:02 AM »

https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=10154912901995211&id=332878095210  ราชาซาอุ
บันทึกการเข้า

สาเหตุฟุตบอลไทยล้าหลังนับ10ปี และปัญหาต่างๆนานาในปัจจุบัน
http://www.guideubon.com/web/viewtopic.php?t=23193
เซลล์โรงพิมพ์
สวัสดีไทยแลนด์สู้สู้
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +985/-931
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,393



| | |
« ตอบ #47 เมื่อ: มีนาคม 09, 2017, 07:27:16 AM »

ราชาเงินผ่อน
เธ„เธฒเธฃเธฒเธšเธฒเธง - เธฃเธฒเธŠเธฒเน€เธ‡เธดเธ™เธœเนˆเธญเธ™ [Official Audio]
บันทึกการเข้า
Figo Pro Ubon Fc Av
บอลนอกแค่สะใจ บอลไทยไล่สมาคม
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1112/-1785
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 32,667



| | |
« ตอบ #48 เมื่อ: มีนาคม 10, 2017, 09:27:24 PM »

"ตัวฉันเองถ้านอกจากในทางราชการแล้ว ฉันก็ถือว่าฉันเป็นคนธรรมดาคนหนึ่ง ทรัพย์สมบัติของฉันที่มีอยู่ก็นับว่าเป็นส่วนมาก ถ้ารัฐบาลจะแบ่งผลประโยชน์ของฉันที่ได้มาจากทรัพย์สมบัติทั้งหมดนั้นบ้าง ฉันมีความยินดีเต็มใจที่จะเฉลี่ยให้เป็นการอุดหนุนชาติและบ้านเมืองอย่างคนสามัญด้วยเช่นเดียวกัน"
-พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวhttps://m.facebook.com/story.php?story_fbid=2388604444489834&id=129558990394402
บันทึกการเข้า

สาเหตุฟุตบอลไทยล้าหลังนับ10ปี และปัญหาต่างๆนานาในปัจจุบัน
http://www.guideubon.com/web/viewtopic.php?t=23193
Figo Pro Ubon Fc Av
บอลนอกแค่สะใจ บอลไทยไล่สมาคม
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1112/-1785
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 32,667



| | |
« ตอบ #49 เมื่อ: มีนาคม 14, 2017, 12:00:58 PM »

ต้องเลือกเอา วิธีสันโดด อยุอย่างพอเพียง ไปจนถึงไปบวช หรือมุ่งเปนผู้นำมีทุกสิ่งทุกอย่าง ต้องไปเกี่ยวข้องกับกิเลส และปัญหามากมาย
บันทึกการเข้า

สาเหตุฟุตบอลไทยล้าหลังนับ10ปี และปัญหาต่างๆนานาในปัจจุบัน
http://www.guideubon.com/web/viewtopic.php?t=23193
deawfico
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +397/-1297
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,463



| | |
« ตอบ #50 เมื่อ: มีนาคม 14, 2017, 12:50:41 PM »

เป็นฮ่องเต้กินมาม่าข้างทางได้รึเปล่า
บันทึกการเข้า

ชีวิตที่สันโดษย่อมมีความสุขเสมอ
Figo Pro Ubon Fc Av
บอลนอกแค่สะใจ บอลไทยไล่สมาคม
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1112/-1785
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 32,667



| | |
« ตอบ #51 เมื่อ: มีนาคม 15, 2017, 11:48:23 AM »

เมื่อให้กล่าวถึงบูเช็กเทียนสตรีที่มีอำนาจเหนือชายทั้งปวงแล้วนั้นหากให้กล่าวถึงอีกคนคงต้องยกให้นายกหญิงคนเเรก ซ่างกวน ว่านเอ๋อ ประวัติของเธอผู้นี้จะเป็นยังไงไปรู้จักกันเลยกับ...

ซ่างกวนว่านเอ๋อ สตรีผู้ทรงอำนาจแห่งแดนมังกร นายกหญิงคนเเรกแห่งต้าถังกระบอกเสียงเเห่งบูเช็คเทียน

ในประวัติศาสตร์หลายพันปีของจีนมีสตรีเพียงไม่กี่คนที่สามารถมีอำนาจทัดเทียมบุรุษได้ และหากสตรีใดที่มีอำนาจโลดแล่นบนม่านแห่งการเมือง แสดงว่าสตรีผู้นั้นต้องไม่ใช่สตรีธรรมดา และหนึ่งในสตรีเหล่านั้นก็คือ  ‘ซ่างกวนว่านเอ๋อ’ น้อยคนนักที่จะรู้จักชื่อนี้ แต่เธอคนนี้ก็มิใช่สตรีธรรมดาทั่วไป เธอเป็นมือขวาของจักรพรรดินีบูเช็กเทียน ดำรงตำแหน่งใหญ่โตมีสิทธิอำนาจในการปกครองและบริหาร หากเทียบตำแหน่งคือนายกรัฐมนตรีหญิงนั่นเอง และชื่อของเธอไม่เพียงโดดเด่นเรื่องทางการเมืองอย่างเดียว เธอยังเป็นผู้มีความสามารถประพันธ์บทกวีและวรรณกรรมต่างๆอีกมากมาย วรรณกรรมของเธอนั้นได้ขึ้นชื่อว่าไพเราะที่สุด และด้วยความสามารถอันล้นเหลือนี้เองทำให้เธอก้าวขึ้นมาเป็นสตรีผู้ยิ่งใหญ่ในแผ่นดินมังกรได้
ชีวิตในวัยเด็ก

ซ่างกวนว่านเอ๋อ (Shangguan wan’er) ค.ศ.644-710 เป็นบุตรสาวของซ่างถิงจื่อ (Shangguan tingzhi) และคุณหญิงเช็ง (Lady Zheng) ปู่ของซ่างกวนว่านเอ๋อ คือซ่างกวนอี๋ (Shangguan Yi) ซึ่งเสนาบดีผู้คนสำคัญในรัชสมัยสมัยของสมเด็จพระจักรพรรดิถังเกาจง (Emperor Gaozong of  Tang) แต่แล้วซ่างกวนอี๋ได้เสนอนโยบายปลดพระนางบูเช็กเทียน (Empress Wu) ออกจากตำแหน่งเพื่อเป็นการลดอำนาจของพระนางที่คอยแทรกแซงเรื่องการเมืองบ่อยครั้ง เมื่อพระนางบูเช็กเทียนทรงทราบเรื่องจึงวางแผนใส่ร้ายซ่างกวนอี๋ว่าวางแผนกระทำความผิดกับองค์ชายหลี่จง (Li Zhong) จึงมีคำสั่งประหารซ่างกวนอี๋และซ่างกวนถิงจื่อ รวมทั้งตระกูลซ่างกวนคนอื่นๆ (บางบันทึกกล่าวว่าซ่างกวนถิงจื่อถูกกดดันให้ฆ่าตัวตาย) แต่มีข้อยกเว้นว่าหากเป็นผู้หญิงให้ละเว้นโทษตายแต่ต้องกลายเป็นข้าทาส ซ่างกวนว่านเอ๋อจึงต้องเข้าวังพร้อมกับแม่ของเธอในฐานะทาส

เมื่อเติบโตขึ้นก็ได้รับการศึกษาจากแม่ทำให้ซ่างกวนว่านเอ๋อมีความสนใจในการเขียนและการแต่งบทประพันธ์ จนวันหนึ่งขณะที่ฮองเฮาบูเช็กเทียนทรงพระอักษรได้พบบทกวีบทหนึ่งที่หอสมุดของพระราชวังซึ่งมีความไพเราะเป็นอย่างมาก จึงมีพระบัญชาให้ซ่างกวนว่านเอ๋อเข้าเฝ้าขณะที่อายุเพียง 13 ปี และให้ซ่างกวนว่านเอ๋อประพันธ์บทกลอนสดหน้าพระพักตร์ ซึ่งซ่างกวนว่านเอ๋อก็มิได้ทำให้ทรงผิดหวัง เธอสามารถร่ายบทกลอนได้ไพเราะ สร้างความพอพระทัยให้แก่พระนางบูเช็กเทียนอย่างยิ่ง พระนางทรงประทับใจในตัวซ่างกวนว่านเอ๋อจึงได้แต่งตั้งให้ซ่างกวนว่านเอ๋อเป็นเลขานุการส่วนพระองค์
การก้าวสู่ตำแหน่งเลขานุการิณี

ค.ศ. 690 พระนางบูเช็กเทียนได้ปลดพระโอรส แล้วสถาปนาตนเองขึ้นเป็นสมเด็จพระจักรพรรดินีบูเช็กเทียน ซ่างกวนว่านเอ๋อจึงพลอยได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็นเลขานุการิณี ซึ่งถือว่าเป็นตำแหน่งที่สูงสุดในขณะนั้น ซ่างกวนว่านเอ๋อได้รับความไว้วางพระทัยให้จัดทำเอกสาร และร่างพระราชเสาวนีย์ต่างๆ รวมถึงการดูแลทั้งด้านการบริหารและการปกครอง เทียบได้กับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหญิง

การดำรงตำแหน่งสำคัญทางการเมือง

ต่อมาเมื่อองค์ชายหลี่เสียน (Li Zian) ขึ้นครองราชย์จึงได้สถาปนาตนเองเป็นสมเด็จพระจักรพรรดิถังจงจง (Emperor Zhongzong Of Tang) ซ่างกวนว่านเอ๋อได้รับการแต่งตั้งให้เป็นพระสนม แต่ในปี ค.ศ.684 สมเด็จจักรพรรดินีบูเช็กเทียนก็ได้ปลดสมเด็จพระจักรพรรดิถังจงจงให้กลับไปอยู่ในตำแหน่งเจ้าชายและตั้งหลี่ตั๋น (Li Dan) พระอนุชาของพระองค์ขึ้นเป็นสมเด็จพระจักรพรรดิถังรุ่ยจง (Emperor Ruizong Of Tang) แทน ในปี ค.ศ.705 มีการเกิดการทำรัฐประหารเกิดขึ้น เมื่ออำนาจของไทเฮาบูเช็กเทียนเริ่มเสื่อมลง องค์ชายหลี่เสี่ยน  กลับมามีอำนาจอีกครั้งและได้ทรงครองราชย์เป็นสมเด็จพระจักรพรรดิถังจงจงรอบที่ 2 ทำให้ซ่างกวนว่านเอ๋อได้รับการสถาปนาให้เป็นพระมเหสี มีอำนาจมากขึ้น และเป็นผู้ดูแลงานฝ่ายในทั้งหมด รวมทั้งรับผิดชอบร่างพระราชกฤษฎีกา แต่จักรพรรดิถังจงจงมีอัครมเหสีอยู่แล้วคือฮองเฮาเว่ย ทั้งสองจึงเป็นกลายคู่แข่งทางอำนาจกัน

ผลงานของซ่างกวนว่านเอ๋อ

ซ่างกวนว่านเอ๋อมีผลงานการประพันธ์มากมาย อาทิ  วรรณกรรม บทกลอน บทกวี ร่างหนังสือเอกสาร ร่างพระบรมราชโองการ และยังเป็นกรรมการร่วมตัดสินการแข่งขันประพันธ์วรรณกรรมเพื่อคัดเลือกข้าราชการมารับทุนซึ่งเป็นโครงการพระราชดำริของสมเด็จพระจักรพรรดิถังจงจง

สาเหตุของการเสียชีวิต

จักรพรรดินีเว่ยต้องการยึดบัลลังก์พระจักรพรรดิถังจงจงจึงได้ลอบวางยาพิษจนพระเจ้าถังจงจงสวรรคต และวางแผนจะยึดอำนาจทั้งหมดให้ตนเอง แต่องค์ชายหลี่หลงจี่ (Li Long Ji)พระโอสรในหลี่ต้านหรือพระเจ้าถังรุ่ยจงได้นำกองทัพก่อรัฐประหาร ฮองเฮาเว่ยและพักพวกรวมถึงผู้ต้องสงสัยที่มีสมรู้ร่วมคิดในเรื่องนี้โดนกวาดล้างหมด และหลังจากนั้นได้เกิดการปฏิวัติทางการเมืองใหม่ เกิดการนองเลือดขึ้น มีการสังหารผู้คนมากมายหนึ่งในนั้นคือซ่างกวนว่านเอ๋อ ซึ่งขณะนั้นอายุได้ 46 ปี จากนั้นในปี ค.ศ.711 พระเจ้าถังลุ่ยจงโปรดสถาปนาชื่อซ่างกวนว่านเอ๋อให้เป็นเหวินฮุ่ย(Wen Hui) ซึ่งมีความหมายว่านางผู้มีจิตกุศล และยังทรงให้รวบรวมตำราและวรรณกรรมของซ่างกวนว่านเอ๋อให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา

กาลเวลาผ่านไปนับพันปี ชื่อของสตรีผู้นี้ได้โลดแล่นขึ้นบนหน้าของประวัติศาสตร์ ในฐานะนายกหญิงคนแรกของจีน ด้วยความสามารถที่ทัดเทียมบุรุษและความฉลาดปราดเปรื่องทำให้เรื่องราวของเธอได้จารึกลงหน้าของประวัติศาสตร์ แต่เป็นที่น่าเสียดายที่เธอต้องจบชีวิตลงอย่างรวดเร็ว หากซ่างกวนว่านเอ๋อมีชีวิตยืนยาวกว่านี้ เรื่องราวของเธอในประวัติศาสตร์คงมีมากกว่านี้และตัวเธอเองคงจะได้บริหารบ้านเมืองจีน เราเองก็คงได้อ่านวรรณกรรมของเธอมากมาย ถึงแม้ว่าซ่างกวนว่านเอ๋อจะจากไปแต่คุณงามความดีที่ยิ่งใหญ่และคุณประโยชน์ที่ซ่างกวนว่านเอ๋อได้สร้างไว้จะได้รับการจารึกไว้และเป็นที่จดจำในฐานะของ ‘สตรีผู้ทรงอำนาจแห่งแดนมังกรง’ ตราบชั่วนิรันดร์


อ้างอิง

ฐาปนา.(2557).พลิกชีวิตยอดหญิง ซ่างกวนว่านเอ๋อ.ต่วย’ตูน พิเศษ ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2557. สืบค้นเมื่อ 20 กันยายน 2558

เล่า ชวน หัว. (2543). เปิดอกบูเช็กเทียน. กรุงเทพมหานคร: เคล็ดลับไทย.

Shangguan Wan'er - The First Women Premier in China. สืบค้นเมื่อ 26 กันยายน 2558 จาก http://history.cultural-china.com/en/48H3678H13639.html

Shangguan Wan’er – Priminister to Empress Wu. สืบค้นเมื่อ 26 กันยายน 2558 จาก http://www.colorq.org/articles/article.aspx?d=asianwomen&x=shangguan

และขอบคุณบทความจาก ธนาภา เลิศชยันตี
บันทึกการเข้า

สาเหตุฟุตบอลไทยล้าหลังนับ10ปี และปัญหาต่างๆนานาในปัจจุบัน
http://www.guideubon.com/web/viewtopic.php?t=23193
Figo Pro Ubon Fc Av
บอลนอกแค่สะใจ บอลไทยไล่สมาคม
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1112/-1785
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 32,667



| | |
« ตอบ #52 เมื่อ: มีนาคม 17, 2017, 09:29:29 AM »

เมื่อให้กล่าวถึงบูเช็กเทียนสตรีที่มีอำนาจเหนือชายทั้งปวงแล้วนั้นหากให้กล่าวถึงอีกคนคงต้องยกให้นายกหญิงคนเเรก ซ่างกวน ว่านเอ๋อ ประวัติของเธอผู้นี้จะเป็นยังไงไปรู้จักกันเลยกับ...

ซ่างกวนว่านเอ๋อ สตรีผู้ทรงอำนาจแห่งแดนมังกร นายกหญิงคนเเรกแห่งต้าถังกระบอกเสียงเเห่งบูเช็คเทียน

ในประวัติศาสตร์หลายพันปีของจีนมีสตรีเพียงไม่กี่คนที่สามารถมีอำนาจทัดเทียมบุรุษได้ และหากสตรีใดที่มีอำนาจโลดแล่นบนม่านแห่งการเมือง แสดงว่าสตรีผู้นั้นต้องไม่ใช่สตรีธรรมดา และหนึ่งในสตรีเหล่านั้นก็คือ  ‘ซ่างกวนว่านเอ๋อ’ น้อยคนนักที่จะรู้จักชื่อนี้ แต่เธอคนนี้ก็มิใช่สตรีธรรมดาทั่วไป เธอเป็นมือขวาของจักรพรรดินีบูเช็กเทียน ดำรงตำแหน่งใหญ่โตมีสิทธิอำนาจในการปกครองและบริหาร หากเทียบตำแหน่งคือนายกรัฐมนตรีหญิงนั่นเอง และชื่อของเธอไม่เพียงโดดเด่นเรื่องทางการเมืองอย่างเดียว เธอยังเป็นผู้มีความสามารถประพันธ์บทกวีและวรรณกรรมต่างๆอีกมากมาย วรรณกรรมของเธอนั้นได้ขึ้นชื่อว่าไพเราะที่สุด และด้วยความสามารถอันล้นเหลือนี้เองทำให้เธอก้าวขึ้นมาเป็นสตรีผู้ยิ่งใหญ่ในแผ่นดินมังกรได้
ชีวิตในวัยเด็ก

ซ่างกวนว่านเอ๋อ (Shangguan wan’er) ค.ศ.644-710 เป็นบุตรสาวของซ่างถิงจื่อ (Shangguan tingzhi) และคุณหญิงเช็ง (Lady Zheng) ปู่ของซ่างกวนว่านเอ๋อ คือซ่างกวนอี๋ (Shangguan Yi) ซึ่งเสนาบดีผู้คนสำคัญในรัชสมัยสมัยของสมเด็จพระจักรพรรดิถังเกาจง (Emperor Gaozong of  Tang) แต่แล้วซ่างกวนอี๋ได้เสนอนโยบายปลดพระนางบูเช็กเทียน (Empress Wu) ออกจากตำแหน่งเพื่อเป็นการลดอำนาจของพระนางที่คอยแทรกแซงเรื่องการเมืองบ่อยครั้ง เมื่อพระนางบูเช็กเทียนทรงทราบเรื่องจึงวางแผนใส่ร้ายซ่างกวนอี๋ว่าวางแผนกระทำความผิดกับองค์ชายหลี่จง (Li Zhong) จึงมีคำสั่งประหารซ่างกวนอี๋และซ่างกวนถิงจื่อ รวมทั้งตระกูลซ่างกวนคนอื่นๆ (บางบันทึกกล่าวว่าซ่างกวนถิงจื่อถูกกดดันให้ฆ่าตัวตาย) แต่มีข้อยกเว้นว่าหากเป็นผู้หญิงให้ละเว้นโทษตายแต่ต้องกลายเป็นข้าทาส ซ่างกวนว่านเอ๋อจึงต้องเข้าวังพร้อมกับแม่ของเธอในฐานะทาส

เมื่อเติบโตขึ้นก็ได้รับการศึกษาจากแม่ทำให้ซ่างกวนว่านเอ๋อมีความสนใจในการเขียนและการแต่งบทประพันธ์ จนวันหนึ่งขณะที่ฮองเฮาบูเช็กเทียนทรงพระอักษรได้พบบทกวีบทหนึ่งที่หอสมุดของพระราชวังซึ่งมีความไพเราะเป็นอย่างมาก จึงมีพระบัญชาให้ซ่างกวนว่านเอ๋อเข้าเฝ้าขณะที่อายุเพียง 13 ปี และให้ซ่างกวนว่านเอ๋อประพันธ์บทกลอนสดหน้าพระพักตร์ ซึ่งซ่างกวนว่านเอ๋อก็มิได้ทำให้ทรงผิดหวัง เธอสามารถร่ายบทกลอนได้ไพเราะ สร้างความพอพระทัยให้แก่พระนางบูเช็กเทียนอย่างยิ่ง พระนางทรงประทับใจในตัวซ่างกวนว่านเอ๋อจึงได้แต่งตั้งให้ซ่างกวนว่านเอ๋อเป็นเลขานุการส่วนพระองค์
การก้าวสู่ตำแหน่งเลขานุการิณี

ค.ศ. 690 พระนางบูเช็กเทียนได้ปลดพระโอรส แล้วสถาปนาตนเองขึ้นเป็นสมเด็จพระจักรพรรดินีบูเช็กเทียน ซ่างกวนว่านเอ๋อจึงพลอยได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็นเลขานุการิณี ซึ่งถือว่าเป็นตำแหน่งที่สูงสุดในขณะนั้น ซ่างกวนว่านเอ๋อได้รับความไว้วางพระทัยให้จัดทำเอกสาร และร่างพระราชเสาวนีย์ต่างๆ รวมถึงการดูแลทั้งด้านการบริหารและการปกครอง เทียบได้กับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหญิง

การดำรงตำแหน่งสำคัญทางการเมือง

ต่อมาเมื่อองค์ชายหลี่เสียน (Li Zian) ขึ้นครองราชย์จึงได้สถาปนาตนเองเป็นสมเด็จพระจักรพรรดิถังจงจง (Emperor Zhongzong Of Tang) ซ่างกวนว่านเอ๋อได้รับการแต่งตั้งให้เป็นพระสนม แต่ในปี ค.ศ.684 สมเด็จจักรพรรดินีบูเช็กเทียนก็ได้ปลดสมเด็จพระจักรพรรดิถังจงจงให้กลับไปอยู่ในตำแหน่งเจ้าชายและตั้งหลี่ตั๋น (Li Dan) พระอนุชาของพระองค์ขึ้นเป็นสมเด็จพระจักรพรรดิถังรุ่ยจง (Emperor Ruizong Of Tang) แทน ในปี ค.ศ.705 มีการเกิดการทำรัฐประหารเกิดขึ้น เมื่ออำนาจของไทเฮาบูเช็กเทียนเริ่มเสื่อมลง องค์ชายหลี่เสี่ยน  กลับมามีอำนาจอีกครั้งและได้ทรงครองราชย์เป็นสมเด็จพระจักรพรรดิถังจงจงรอบที่ 2 ทำให้ซ่างกวนว่านเอ๋อได้รับการสถาปนาให้เป็นพระมเหสี มีอำนาจมากขึ้น และเป็นผู้ดูแลงานฝ่ายในทั้งหมด รวมทั้งรับผิดชอบร่างพระราชกฤษฎีกา แต่จักรพรรดิถังจงจงมีอัครมเหสีอยู่แล้วคือฮองเฮาเว่ย ทั้งสองจึงเป็นกลายคู่แข่งทางอำนาจกัน

ผลงานของซ่างกวนว่านเอ๋อ

ซ่างกวนว่านเอ๋อมีผลงานการประพันธ์มากมาย อาทิ  วรรณกรรม บทกลอน บทกวี ร่างหนังสือเอกสาร ร่างพระบรมราชโองการ และยังเป็นกรรมการร่วมตัดสินการแข่งขันประพันธ์วรรณกรรมเพื่อคัดเลือกข้าราชการมารับทุนซึ่งเป็นโครงการพระราชดำริของสมเด็จพระจักรพรรดิถังจงจง

สาเหตุของการเสียชีวิต

จักรพรรดินีเว่ยต้องการยึดบัลลังก์พระจักรพรรดิถังจงจงจึงได้ลอบวางยาพิษจนพระเจ้าถังจงจงสวรรคต และวางแผนจะยึดอำนาจทั้งหมดให้ตนเอง แต่องค์ชายหลี่หลงจี่ (Li Long Ji)พระโอสรในหลี่ต้านหรือพระเจ้าถังรุ่ยจงได้นำกองทัพก่อรัฐประหาร ฮองเฮาเว่ยและพักพวกรวมถึงผู้ต้องสงสัยที่มีสมรู้ร่วมคิดในเรื่องนี้โดนกวาดล้างหมด และหลังจากนั้นได้เกิดการปฏิวัติทางการเมืองใหม่ เกิดการนองเลือดขึ้น มีการสังหารผู้คนมากมายหนึ่งในนั้นคือซ่างกวนว่านเอ๋อ ซึ่งขณะนั้นอายุได้ 46 ปี จากนั้นในปี ค.ศ.711 พระเจ้าถังลุ่ยจงโปรดสถาปนาชื่อซ่างกวนว่านเอ๋อให้เป็นเหวินฮุ่ย(Wen Hui) ซึ่งมีความหมายว่านางผู้มีจิตกุศล และยังทรงให้รวบรวมตำราและวรรณกรรมของซ่างกวนว่านเอ๋อให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา

กาลเวลาผ่านไปนับพันปี ชื่อของสตรีผู้นี้ได้โลดแล่นขึ้นบนหน้าของประวัติศาสตร์ ในฐานะนายกหญิงคนแรกของจีน ด้วยความสามารถที่ทัดเทียมบุรุษและความฉลาดปราดเปรื่องทำให้เรื่องราวของเธอได้จารึกลงหน้าของประวัติศาสตร์ แต่เป็นที่น่าเสียดายที่เธอต้องจบชีวิตลงอย่างรวดเร็ว หากซ่างกวนว่านเอ๋อมีชีวิตยืนยาวกว่านี้ เรื่องราวของเธอในประวัติศาสตร์คงมีมากกว่านี้และตัวเธอเองคงจะได้บริหารบ้านเมืองจีน เราเองก็คงได้อ่านวรรณกรรมของเธอมากมาย ถึงแม้ว่าซ่างกวนว่านเอ๋อจะจากไปแต่คุณงามความดีที่ยิ่งใหญ่และคุณประโยชน์ที่ซ่างกวนว่านเอ๋อได้สร้างไว้จะได้รับการจารึกไว้และเป็นที่จดจำในฐานะของ ‘สตรีผู้ทรงอำนาจแห่งแดนมังกรง’ ตราบชั่วนิรันดร์


อ้างอิง

ฐาปนา.(2557).พลิกชีวิตยอดหญิง ซ่างกวนว่านเอ๋อ.ต่วย’ตูน พิเศษ ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2557. สืบค้นเมื่อ 20 กันยายน 2558

เล่า ชวน หัว. (2543). เปิดอกบูเช็กเทียน. กรุงเทพมหานคร: เคล็ดลับไทย.

Shangguan Wan'er - The First Women Premier in China. สืบค้นเมื่อ 26 กันยายน 2558 จาก http://history.cultural-china.com/en/48H3678H13639.html

Shangguan Wan’er – Priminister to Empress Wu. สืบค้นเมื่อ 26 กันยายน 2558 จาก http://www.colorq.org/articles/article.aspx?d=asianwomen&x=shangguan

และขอบคุณบทความจาก ธนาภา เลิศชยันตี
บันทึกการเข้า

สาเหตุฟุตบอลไทยล้าหลังนับ10ปี และปัญหาต่างๆนานาในปัจจุบัน
http://www.guideubon.com/web/viewtopic.php?t=23193
Reyes_69
Thailandsusu
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +519/-872
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,523


หาทีมเชียร์ อยู่............................


| | |
« ตอบ #53 เมื่อ: มีนาคม 17, 2017, 09:43:33 AM »

คือ เข้ามาไม
บันทึกการเข้า



Figo Pro Ubon Fc Av
บอลนอกแค่สะใจ บอลไทยไล่สมาคม
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1112/-1785
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 32,667



| | |
« ตอบ #54 เมื่อ: มีนาคม 19, 2017, 10:25:13 PM »

https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=784031635086221&id=631775026978550  เจ้าชาย
บันทึกการเข้า

สาเหตุฟุตบอลไทยล้าหลังนับ10ปี และปัญหาต่างๆนานาในปัจจุบัน
http://www.guideubon.com/web/viewtopic.php?t=23193
เซลล์โรงพิมพ์
สวัสดีไทยแลนด์สู้สู้
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +985/-931
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,393



| | |
« ตอบ #55 เมื่อ: มีนาคม 19, 2017, 10:47:10 PM »

ยังไม่จบอีกแล้วหรอกระทู้นี่
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  




Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!