Thailandsusu Webboard
มิถุนายน 27, 2017, 01:43:20 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน Gallery เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: HBD Steven Gerrard! 10 เหตุการณ์สำคัญของ 'สตีเวน เจอร์ราร์ด' กับลิเวอร์พูล  (อ่าน 2596 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
noreyore
ถูกแบน-ห้ามเข้าบอร์ดชั่วคราว
Newbie
*

คะแนนความรัก: +2/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4


| | |
« เมื่อ: พฤษภาคม 30, 2016, 11:35:28 AM »

ไหน ๆ บักเจิดก็ครบ 36 แล้ว มาย้อนดูสิบเหตุการณ์สำคัญในชีวิตของพี่แกกันหน่อย 

--

'สตีเวน เจอร์ราร์ด' นักฟุตบอลสัญชาติอังกฤษ ตำนานแห่งสโมสรลิเวอร์พูล แม้ว่าตอนนี้ตัวเขาจะเล่นให้กับสโมสรอื่นแล้ว แต่ก็คงปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่าเขาคือหนึ่งในนักเตะที่อยู่ในใจของแฟนบอลลิเวอร์พูลตลอดมา (ของเราด้วย) งั้นเรามาดู 10 เหตุการณ์สำคัญในชีวิตค้าแข้งของ 'สตีเวน เจอร์ราร์ด' กันเลย

อันดับ 10 : เริ่มต้นกับฟุตบอลอาชีพ

'เจอร์ราร์ด' ลงเล่นฟุตบอลให้กับลิเวอร์พูลชุดใหญ่นัดแรกเมื่อฤดูกาล 1998 - 1999 ในนัดที่พบกับสโมสร
แบล็คเบิร์น โรเวอส์ โดยลงไปแทน 'เวการ์ด เฮกเก้ม' ในนาทีที่ 89 และลิเวอร์พูลก็เป็นฝ่ายชนะไป 2 ประตูต่อ 0
ซึ่งเขาเคยให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับนัดแรกว่า "ตอนที่ผมกำลังวิ่งเข้าไปในสนาม ผมได้ยินแฟนบอลตะโกนออกมาว่า
เฮ้ย! ไอกุ้งแห้งคนนี้เป็นใครอะ? " (โถๆ กัปตันก็เคยโดนว่าเป็นกุ้งแห้งด้วย) และในอีกหนึ่งสัปดาห์ต่อมา เขาก็
ได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงครั้งแรกในเกมที่พบกับสโมสรทอตนัมฮอตสเปอร์ แต่แล้วก็ต้องโดนเปลี่ยนตัวออก
ในนาทีที่ 55 เพราะเล่นไม่ออก (แม้แต่ตำนานก็ตื่นสนามเป็นนะเธอ)

อันดับ 9 : เอาชนะแมนเชสเตอร์ซิตี้และเข้าใกล้แชมป์พรีเมียร์ลีคมากที่สุด

เป็นเกมที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลย สำหรับการเอาชนะสโมสรแมนเชสเตอร์ซิตี้ 3 ประตูต่อ 2 ในฤดูกาล 2013 - 2014 หลังจากจบเกมนั้น อารมณ์มาเต็ม! หากใครได้ชมเกมในวันนั้น เราจะเห็นน้ำตาของกัปตัน เป็นน้ำตาแห่งความดีใจ (เห็นกัปตันร้องไห้ บอกตรงๆ วันนั้นเราก็ร้องตามเลย) เรียกได้ว่ามันเป็นโอกาสที่ได้เข้าใกล้แชมป์พรีเมียร์ลีคมากที่สุด หลังจากห่างหายจากการเป็นอันดับหนึ่งในลีคสูงสุดของประเทศมานาน (มากกกกกกกกก) แต่สุดท้ายก็แห้วอีกตามเคย T T

อันดับ 8 : ผู้นำของเครื่องจักรสีแดง



อีกเหตุการณ์สำคัญของ 'เจอร์ราร์ด' ก็คือได้รับเลือกให้เป็นกัปตันของสโมสรลิเวอร์พูล เขาให้สัมภาษณ์ในหนังสือชีวประวัติว่า "ตอนผมขับรถกลับบ้านหลังจากการซ้อม ผมก็คิดนะและก็บอกตัวเองว่า เฮ้ย! ผมได้เป็นกัปตันให้กับสโมสรลิเวอร์พูลเลยนะ จากเด็กคนนึงที่ที่นั่งดูอยู่บนอัฒจรรย์เดอะคอป กลายมาเป็นกัปตันของสโมสรลิเวอร์พูล มันเป็นเกียรติสำหรับตัวผมมากจริงๆ ลองดูคนก่อนๆ สิ ไม่ว่าจะเป็น รอน เยตส์, เอมลีน ฮิวจ์ส, ฟิล ธอมป์สัน,
แกรม ซูเนสส์, อลัน แฮนเซ่น และตอนนี้ก็เป็นผม" ซึ่งตอนที่เขาได้รับเลือกให้เป็นกัปตันในฤดูกาล 2003 - 2004  เขามีอายุเพียง 23 ปีเท่านั้นเอง (อายุน้อยก็เป็นผู้นำได้นะเธอ)

อันดับ 7 : ประตูในรอบชิงชนะเลิศของ 'ยูฟ่า คัพ'

ปี 2001 ประตูในรอบชิงชนะเลิศ 'ยูฟ่า คัพ' ทำให้ 'เจอร์ราร์ด' ประสบความสำเร็จในเส้นทางการเป็นนักฟุตบอลอาชีพเลยก็ว่าได้ เพราะเป็นฤดูกาลแรกที่เขาได้เล่นเป็น 11 ตัวจริงทั้งฤดูกาล และอีกอย่างก็คือเขาเป็นคนเดียวที่สามารถทำประตูในรอบชิงชนะเลิศของ เอฟเอ คัพ, ลีค คัพ, แชมป์เปี้ยนส์ ลีค และยูฟ่า คัพ (ยูโรป้า ลีค)

อันดับ 6 : ฤดูกาล 2008 - 2009



เราจะพูดถึงนักเตะสารพัดประโยชน์กันบ่อยมาก และ 'เจอร์ราร์ด' ก็เป็นหนึ่งในนั้น ในช่วงครึ่งแรกของชีวิต
นักฟุตบอลอาชีพ เขาต้องเล่นในหลากหลายตำแหน่งมาก ไม่ว่าจะเป็น ปีก, กองกลางตัวรับ, กองกลางตัวรุก
หรือแม้กระทั่งฟูลแบ็ค จนบางทีมีคนให้คำนิยามเขาว่า "รู้อย่างเป็ด" (ทำได้ทุกอย่างแต่ไม่ดีซักอย่าง) T T
จนในยุคของ 'ราฟาเอล เบนิเตซ' ฤดูกาล 2008 - 2009 (อีกหนึ่งฤดูกาลที่เข้าใกล้แชมป์พรีเมียร์ลีคอีกแล้ว) กัปตันเราก็ได้มีฤดูกาลที่ดีมากๆ (ก็มีตำแหน่งของตัวเองซักที) กับการยืนอยู่หลังกองหน้าชาวสเปนรูปหล่อ
'เฟร์นันโด ตอร์เรส' ทำให้กัปตันสามารถทำได้ถึง 24 ประตูในฤดูกาลนี้ แม้ว่าไม่ได้แชมป์ แต่ยังได้รับรางวัล
เอฟดับบลิวเอ เพลเยอร์ (นักฟุตบอลยอดเยี่ยมของสมาคมผู้สื่อข่าวอังกฤษ) ในปีนี้เป็นรางวัลปลอบใจแทนนะ

อันดับ 5 : ชัยชนะเหนือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในปี 2001



ดูเหมือน 'เจอร์ราร์ด' จะรู้สึกสนุกทุกครั้งที่สามารถเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดได้ และในปี 2001 นี้เอง เขาก็เป็นหนึ่งคนที่สามารถยัดเยียดความพ่ายแพ้ให้กับคู่ปรับตลอดกาล ประตูนี้เป็นช่วงที่เขากำลังอยู่ในวัยนุ่มแน่น มีสไตล์เล่นแบบวิ่งสู้ฟัด ประตูนี้จึงเป็นการทำประตูได้จากการยิงไกลกว่า 30 หลา เป็นเครืองหมายการค้าของเขาเลยนะ

อันดับ 4 : การตัดสินใจอยู่ต่อที่ 'ลิเวอร์พูล'



'เจอร์ราร์ด' ต้องพบกับการตัดสินใจที่ยากลำบากในปี 2004 และ 2005 เมื่อเขาต้องเลือกว่าจะอยู่ต่อหรือจากลากับสโมสรลิเวอร์พูล ในครั้งแรก หลังจากที่ได้รับข้อเสนอจากผู้จัดการทีมคนใหม่ของสโมสรเชลซี 'โจเซ มูรินโญ่' ลิเวอร์พูลก็มียื่นข้อเสนอเพื่อที่จะต่อสัญญากับเขา แต่เขาก็ได้ออกมาปฏิเสธ และบอกว่าข้อเสนอสัญญาฉบับใหม่ที่
ลิเวอร์พูลให้เขานั้นยังไม่ดีพอ นั้นแสดงให้ให้เห็นว่าบางที 'เจอร์ราร์ด' อาจจะต้องการย้ายออกจากสโมสรก็เป็นได้

หลังจากนั้น แฟนบอลก็จัดทุกอย่างก็มาเต็มเลยค่า ไม่ว่าจะเผาเสื้อ เหยียบโปสเตอร์ มันคงเป็นการแสดงออกของแฟนบอลที่รู้สึกเสียใจมากกกกกก ถ้าเกิดกัปตันของพวกเขาเลือกที่ย้ายไปลอนดอน จนกระทั่ง 'เจอร์ราร์ด' ก็เดินไปบอกกับ 'ริค แพร์รี่' ผู้บริหารของสโมสรว่าเขาต้องการอยู่ต่อ (แต่ก็ต้องรอจนเกือบวินาทีสุดท้ายแหนะ)

ในทางกลับกันละ ถ้าตอนนั้นเขาเลือกที่จะย้ายไปอยู่กับเชลซี เขาก็คงได้รับในสิ่งที่เขาต้องรอมากว่า 10 ปี อย่างถ้วยรางวัลชนะเลิศ พรีเมียร์ ลีค ได้ยูฟ่า แชมป์เปี้ยน ลีค อีกซักครั้ง รวมไปถึงได้เล่นกับคู่หู 'แฟรงค์ แลมพาร์ด' ทุกอย่างมันจะเกิดขึ้นถ้าเขาเลือกที่จะย้ายไปทีมที่ประสบความสำเร็จอย่างเชลซี ซึ่งจริงๆ ทุกอย่างมันก็ดูดีกว่าการที่เขาเลือกที่จะอยู่ในสโมสรที่เขารักเสียอีก (แต่ก็เลือกลิเวอร์พูลนะแหม)

อันดับ 3 : ประตูที่โค่นโอลิมเปียกอส

เจอร์ราร์ด' มักจะเป็นคนทำให้สิ่งที่คุณคิดเป็นจริงขึ้นมาได้ ไม่ว่า ณ เวลานั้น ทีมจะตกอยู่ในสภาวะที่กดดันมากๆ หรือเวลาที่ทีมต้องการเขามากที่สุด เขาก็จะสร้างปาฏิหารย์ให้มันเกิดขึ้นได้ จนมีแฟนบอลชาวไทยพูดถึงเขาว่า
"คิดอะไรไม่ออก บอกเจอร์ราร์ด" และอีกหนึ่งเกมที่ตอกย้ำสิ่งที่กล่าวไปก่อนหน้านี้อีกครั้งก็คือ ประตูที่เขาทำได้กับโอลิมเปียกอสได้ใน ยูฟ่า แชมป์เปี้ยน ลีค "ผมคงเป็นพวกคนโกหกแน่ๆ ถ้าผมคิดว่าเราสามารถผ่านเข้ารอบไปได้

ในขณะที่ครึ่งแรกเราเป็นฝ่ายตามหลังอยู่" เขาได้ให้สัมภาษณ์หลังจากจบเกมในวันนั้น มันยากมากกับการที่จะเอาชนะทีมอย่างโอลิมเปียกอส แต่ช่วงพักครึ่งเวลา ' เจอร์ราร์ด' ก็พูดสร้างขวัญและกำลังใจให้กับลูกทีม เพื่อที่จะผ่านโอลิมเปียกอสไปให้ได้ และแล้วลิเวอร์พูลก็ทำได้ ประตูจาก ฟลอรอง ซินาม่า ปงโกลล์, นีล เมลเลอร์ และสุดท้าย ในนาทีที่ 86 จาก สตีเวน เจอร์ราร์ด ทำให้ลิเวอร์พูลสามารถเข้ารอบต่อไปใน ยูฟ่า แชมป์เปี้ยน ลีค ได้

อันดับ 2 : นัดชิงชนะเลิศ เอฟเอ คัพ ในปี 2006

อีกหนึ่งประตูสุดสวยของกัปตัน 'สตีเวน เจอร์ราร์ด' เกมรอบชิงชนะเลิศกับเวสต์แฮม ยูไนเต็ด ในฟุตบอลถ้วยรายการ เอฟเอ คัพ ลองคิดกันดูสิคะ นาทีที่ 90 ของเกมนั้น ลิเวอร์พูลเป็นฝ่ายตามหลัง เวสต์แฮม ยูไนเต็ด อยู่
2 ประตูต่อ 3 อีกไม่กี่อึดใจ กรรมการก็คงจะเป่านกหวีดจบการแข่งขัน ใครต่อใครก็คงคิดกันว่าลิเวอร์พูลคง
พลาดโอกาสแชมป์ในครั้งนี้แล้วแหละ แต่...มีชายคนนึงทำให้ความหวังที่มีอยู่ริบหรี่นั้น กลับมาลุกโชนอีกครั้ง
ประตูสุดสวยของ 'สตีเวน เจอร์ราร์ด' กับระยะห่างจากประตู 35 หลา (เกือบครึ่งสนามนะเธอ)

กัปตันให้สัมภาษณ์ในหนังสือชีวประวัติของเขาเกี่ยวกับประตูนี้ว่า "ผมอยู่ไกลจากประตูมากๆ ไกลเกินกว่าที่จะยิงได้แน่ๆ เฮ้ย! เอาหน่อย มันเป็นไปได้ อยู่ผมก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ เอาวะ! ไม่มีอะไรจะเสียแล้ว ลุยยยยยยยยยยย!!!"
ทำให้ลิเวอร์พูลสามารถตีเสมอได้ทันเวลาพอดี  และเอาชนะจุดโทษ โกงความตาย กลับมาคว้าแชมป์ได้สำเร็จ

อันดับ 1 : ค่ำคืนแห่งอิสตันบูล

อันดับหนึ่งมาแล้ววววววว...เป็นอย่างที่ทุกคนคิดไว้แหละค่ะ จะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากเกมรอบชิงที่อิสตันบูล

นี่คือชัยชนะที่สำคัญที่สุดในชีวิตของ 'เจอร์ราร์ด' ก็คือ เกมรอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมป์เปี้ยน ลีค ในปี 2005
ใครจะไปเชื่อว่าจากที่โดน 'เอซี มิลาน' ทีมยักษ์ใหญ่จากประเทศอิตาลี นำไป 3 ประตูต่อ 0 แต่ทีมที่สามารถนำ
ถ้วยรางวัลชนะเลิศออกมาได้นั้น กลับเป็น 'ลิเวอร์พูล'

สิ่งที่สำคัญทำให้ทิศทางในเกมเปลี่ยนไปคือ การเปลี่ยนแทคติกของ 'ราฟาเอล เบนิเตซ' ที่ทำให้สามารถทวง
3 ประตูคืนกลับมาได้ภายใน 8 นาที ก่อนที่จะเอาชนะได้จากการดวลลูกจุดโทษ คว้าแชมป์ไปครอง และที่จะ
ไม่พูดถึงไม่ได้เลย ก็คือประตูแรกของลิเวอร์พูล จากการโหม่งของ 'สตีเวน เจอร์ราร์ด' ซึ่งหลังจากได้ประตูเขาก็พยายามกระตุ้นลูกทีมให้กลับมาสู้อีกครั้ง แล้วก็ทำให้โมเมนตั้มกลับมาอยู่ที่ลิเวอร์พูล ทำให้ประตูนี้เป็นเหมือน
สิ่งที่เติมเต็มชีวิตการเป็นนักฟุตบอลอาชีพของกัปตันให้สมบูรณ์จริงๆ



จบไปแล้วสำหรับ 10 อันดับเหตุการณ์สำคัญของ 'สตีเวน เจอร์ราร์ด' แม้ว่าตอนนี้เราจะไม่ค่อยเห็นหน้าของเขากันซักเท่าไหร่ (ก็ไปเล่นอยู่อเมริกานิ) คงทำให้แฟนบอลหายคิดถึงกันบ้างแหละเนอะ เราจะเห็นได้ว่ากว่าที่กัปตันจีจะมีทุกวันนี้ได้ ก็ผ่านเรื่องดราม่ามาเยอะเหมือนกัน ส่วนคราวหน้าเฟิร์นจะจัดอะไรมาให้อ่านนั้น รอติดตามกันนะคะ
Credit : www.espnfc.com

--

เอามาจาก: https://spiceee.net/th/boys/articles/243
บันทึกการเข้า
neVerwrOng
Full Member
***

คะแนนความรัก: +70/-101
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,008


| | |
« ตอบ #1 เมื่อ: พฤษภาคม 30, 2016, 12:07:50 PM »

legend
บันทึกการเข้า
The_Zero
Thailandsusu
Sr. Member
**

คะแนนความรัก: +142/-117
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,850



| | |
« ตอบ #2 เมื่อ: พฤษภาคม 30, 2016, 01:14:17 PM »

จังหวะเดียวที่พลาดในชีวิต แล้วคงจำไปตลอดชีวิตคือ
จังหวะลื่นล้ม แล้วถูก  เดมบ้า  บา  ฉกบอลไปต่อหน้าแล้วซัดเป็นประตูชัย
นัดนั้นถ้าไม่พลาด  พี่เจิดคงได้ ชูถ้วยพรีเมียร์ ก็เป็นได้

เน€เธˆเธญเธฃเธฒเธ”เธˆเธฑเธšเธšเธญเธฅเธžเธฅเธฒเธ”เธฎเธฒเน†
บันทึกการเข้า

Koragap
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +131/-269
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,688


| | |
« ตอบ #3 เมื่อ: พฤษภาคม 30, 2016, 01:23:24 PM »

เขาจะกลับมา เอาแชมป์พรีเมียร์ลีกกับ ลิเวอร์พูล ครับ
บันทึกการเข้า
dhamdham.05
Jr. Member
**

คะแนนความรัก: +26/-41
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 684


| | |
« ตอบ #4 เมื่อ: พฤษภาคม 30, 2016, 01:47:36 PM »

ผมจำได้เหตุการณ์เดียว.......หัวคะมำ พลาดแชมป์
บันทึกการเข้า
KaRaKaSaNG
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +737/-153
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,289


| | |
« ตอบ #5 เมื่อ: พฤษภาคม 30, 2016, 03:54:45 PM »

ขอบคุณครับที่นำมาให้ระลึกถึง ยังรอกัปตันอยู่เสมอครับ
บันทึกการเข้า
Doctor สลัม
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +2387/-3071
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 44,542



| | |
« ตอบ #6 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2016, 11:55:08 AM »

ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า

ID LINE = dogtorslum
กล้วยทอด
บอลนอกแค่สะใจ บอลไทยอยู่ในสาย "เลือด"
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +787/-631
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,457


รักกันไว้เพราะเราคือ"คนไทย"


| | |
« ตอบ #7 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2016, 12:10:08 PM »

แหม่ เจอลื่นไง. จะใครล่ะ😁😁😁
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  




Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!