Thailandsusu Webboard
ตุลาคม 19, 2017, 02:53:09 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน Gallery เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ขี่มอเตอร์ไซร์ พาเที่ยวดูอืฐเก่าๆ ของอยุธยาที่ไม่คุ้นเคย ที่ทุ่งหันตรา  (อ่าน 9419 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
บอย ลานเรือหลวง
Thailandsusu
Sr. Member
**

คะแนนความรัก: +423/-6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,214



| | |
« เมื่อ: พฤษภาคม 08, 2016, 10:21:54 PM »

 วันนี้จะพาเพื่อนสมาชิกไปชมอิฐเก่าๆบางก้อนที่หลายท่านที่ไม่ใช่คนในพื้นที่อาจเคยได้ยินชื่อน้อยมาก เพราะส่วนใหญ่ คนที่มาเที่ยวอยุธยา ถ้าไม่ไปวัดใหญ่ฯ,วัดพนัญเชิง ,วัดไชย ฯ ก็คงจะเที่ยวแต่ในเกาะเมือง วันนี้ผมเลยคิดจะพาเพื่อนไปลองเที่ยว แถบรอบนอกของเกาะเมืองกันครับ ที่มีโบราณสถาน ที่สวยงาม แต่ยัง ค่อนข้างเงียบเหงามาก เผื่อวันไหนเพื่อนๆมาอยุธยา จะเผื่อเวลามายลสถานที่เหล่านี้บ้างนะครับ อิฐเก่าเหล่านี้ อาจดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาบ้าง ย้ำนะครับการพาทัวร์ครั้งนี้เป็นการขับมอเตอร์ไซร์ พาชม

เนื่องจากโบราณสถานรอบเกาะเมือง มีอยู่มาก ทั้งวัดมีพระ, วัดร้าง , วัดที่บูรณะแล้ว ผมคงต้องแบ่งโซนพาเที่ยวละกันนะครับ โดยครั้งแรกขอเริ่มจาก จุดที่เรียกว่า ทุ่งหันตราแล เมืองอโยธยา (บริเวณแถบสีเหลืองที่ผมวงไว้นะครับครอบคลุมจากแม่น้ำป่าสักมาถึงคลองหันตราและคลองกระมัง (คลองบ้านบาตร)



ซึ่งมีโบราณสถานสำคัญประมาณ 10 กว่าแห่งตามแผนที่ครับ



อย่างที่บอกครับทัวร์นี้ มอเตอร์ไซร์ กลางแดดกว่า 40 องศาตะลอนกันทั้งวัน คนเดียว



จุดแรกถ้ามาที่นี่ ที่เราต้องไปก่อนคือบริเวณหน้าวัดหันตราครับ ที่นี่มี อนุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกษ ตั้งอยู่ พระองค์ท่านเป็นกษัตรรัชกาลที่ 31แห่งราชวงศ์บ้านพลูหลวง ทรงสร้างและปฎิสังขรณ์ วัดบริเวณนี้จำนวนหลายวัด



หลังจากนั้นเราก็ข้ามคลองหันตรา(คลองที่บรรพบุรุษไทยมากมายได้จบชีวิตในประวัติสงคราม) เข้าสู่พื้นที่ทำการครับ


บันทึกการเข้า

บอย ลานเรือหลวง
Thailandsusu
Sr. Member
**

คะแนนความรัก: +423/-6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,214



| | |
« ตอบ #1 เมื่อ: พฤษภาคม 08, 2016, 10:40:56 PM »

เริ่มวัดแรกกันเลยนะครับกับ วัดดุสิดาราม ที่ตอนนี้ยังมีพระจำพรรษาอยู่โบราณสถานที่สำคัญคือ เจดีญใหญ่และศาลเจ้าแม่ดุสิต ประวัติวัดมี วัดดุสิดาราม สร้างขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ.2100 และรับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อ พ.ศ. 2100 ? หนังสือคำให้การชาวกรุงเก่า ตอนที่กล่าวถึงพระอารามหลวงในกรุงศรีอยุธยา ระบุชื่อวัดแห่งหนึ่งว่า วัดดุสิตมหาพระนเรศวรทรงสร้าง สันนิฐานว่า ? วัดนี้ มีเจดีย์สูงใหญ่เป็นโบราณสถานสำคัญของวัด มีลักษณะเช่นเดียวกับเจดีย์วัดใหญ่ชัยมงคล แต่มีขนาดเล็กกว่า ฐานเจดีย์วัดดุสิดารามเป็นฐานแปดเหลี่ยมและปรากฏร่องรอยว่ามีการก่อสร้างเพิ่มเติมภายหลังคล้ายคลึงกับส่วนฐานของเจดีย์ทองแดงวัดมเหยงค์ ซึ่งสร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนปลายราวรัชกาลสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ พระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ต่อมากรมศิลปกรได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติ ลงในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 112 /ตอน 59 ง ลงวันที่ 25 กรกฎาคม 2538 จึงสรุปได้ว่าวัดดุสิดารามสร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนกลาง และได้มีการบูรณะซ่อมแซมในสมัยอยุธยาตอนปลาย กล่าวกันว่าวัดดุสิดาราม มีความเกี่ยวเนื่องกับบุคคลในประวัติศาสตร์ผู้หนึ่ง คือ เจ้าแม่วัดดุสิตผู้เป็นมารดาของเจ้าพระยาโกษาธิบดี(ปาน)กับเจ้าพระยาโกธิบดี (เหล็ก) และเป็นพระนมของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช สมเด็จฯเจ้าฟ้าฯกรมพระยาภาณุพันธวงศ์วรเดช ทรงกล่าวถึงวัดเจ้าแม่ดุสิตไว้ในหนังสือราชนิกูล รัชการที่ 5 ว่ามีศักดิ์เป็นหม่อมเจ้าชื่อบัว ส่วนพระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ ทรงกล่าวถึงเจ้าแม่ดุสิตไว้ในเรื่องเจ้าชีวิตว่าเป็นหม่อมเจ้า ทรงพระนามว่าอำไพซึ่งต่อมาบวชเป็นชีได้รับขนานสมญาว่า เจ้าแม่วัดดุสิต 











บันทึกการเข้า

โทน รำมะนา
อย่าให้ใครมาทำลายฟุตบอลไทย จงส่งเสริมคนที่สร้างสรรค์ฟุตบอลไทย เพราะเรารักฟุตบอลไทย หวังให้ไทยไปฟุตบอลโลกในชาตินี้
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +474/-252
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,708

คนโกหกตลอดเวลามักจะทุจริต


| | |
« ตอบ #2 เมื่อ: พฤษภาคม 08, 2016, 10:46:46 PM »

ชอบครับ+
บันทึกการเข้า

เบาสมอง  มองปัญหา  พัฒนาฟุตบอลไทย
บอย ลานเรือหลวง
Thailandsusu
Sr. Member
**

คะแนนความรัก: +423/-6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,214



| | |
« ตอบ #3 เมื่อ: พฤษภาคม 08, 2016, 11:02:39 PM »

วัดต่อมา ค่อนข้างมีชื่อเสียงของแถบนี้ ปัจจุบันมีพระจำพรรษาอยู่  คือวัดอโยธยา  วัดอโยธยาตั้งอยู่บริเวณตอนเหนือของเขตอนุรักษ์เมืองเก่าอโยธยา ในท้องที่ตำบลหันตรา อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เรียกได้อีกอย่างว่า วัดศรีอโยธยา หรือวัดเดิม ตามตำนานในพงศาวดารเหนือเชื่อว่า บริเวณของวัดนี้เคยเป็นพระราชวังสมัยอโยธยา ต่อมาเมื่อกษัตริย์ผู้ปกครองเมืองได้ถวายพื้นที่วังให้สร้างเป็นวัด จึงได้ชื่อว่า วัดเดิม อันเป็นศูนย์กลางของเมืองอโยธยาริมแม่น้ำป่าสัก ก่อนที่พระเจ้าอู่ทองจะสถาปนากรุงศรีอยุธยา ณ หนองโสน  
สำหรับเจดีย์ประธาน จะเป็นเจดีย์ที่เก่าแก่กว่าสมัยอยุธยา ทำให้ดูแปลกตา กว่าเจดีย์อื่นๆ  ส่วนในอุโบสถที่สร้างใหม่ทับของเก่า  มีพระประธานที่บูรณะใหม่จากองค์เดิมที่ชำรุดไปตามกาลเวลา หลวงพ่อศรีอโยธยา และยังมีศาลสมเด็จพระนเรศวร ที่มีพระรูปของพระองค์ที่สร้างสมัยอยุธยา ที่มีการบูรณะแล้วให้เป็นที่สักการะของคนรุ่นหลัง









<a href="http://www.mx7.com/view2/z5H0RUdQVBFdHzyt" target="_blank"><img border="0" src="http://www.mx7.com/t/bb4/DrHBRa.jpg" /></a>




และ บริเวณ ด้านหลังวัดห่างไปประมาณ 2 ก.ม. ติดทางรถไฟ ที่ถ้าท่านใดนั่งรถไฟผ่านสถานีอยุธยา มาทางเหนือไม่ถึง 1 ก.ม. ทางทิศตะวันออก ท่านก็จะเห็นเจดีย์ ของวัดร้างแห่งนี้ ที่ผมก็ยังไม่รู้ชื่อ แต่เป็นวัดที่ยังขาดการบูรณะและใส่ใจ มีแต่รอยแผลแห่งความโลภของคนเรา









บันทึกการเข้า

บอย ลานเรือหลวง
Thailandsusu
Sr. Member
**

คะแนนความรัก: +423/-6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,214



| | |
« ตอบ #4 เมื่อ: พฤษภาคม 08, 2016, 11:08:50 PM »

หลวงพ่อศรีอโยธยา ที่เป็นที่เคารพสักการะของชุมชนแถบนี้มากครับ



บันทึกการเข้า

kidz กลุ่มเสื้อบอลไทย168
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +533/-146
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,823



| | |
« ตอบ #5 เมื่อ: พฤษภาคม 08, 2016, 11:10:27 PM »

ตามอ่านครับ

ผมชอบที่เที่ยวนอกกระแสครับ ได้เห็นได้เรียนรู้ในมุมใหม่ๆ
บันทึกการเข้า

บอย ลานเรือหลวง
Thailandsusu
Sr. Member
**

คะแนนความรัก: +423/-6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,214



| | |
« ตอบ #6 เมื่อ: พฤษภาคม 08, 2016, 11:24:32 PM »

วัดที่ 3 คือ วัดจักรวรรดิ์ Wat Chakkrawaddee

หรือ วัดเจ้ามอญ จากการค้นพบวัตถุโบราณและรูปแบบเจดีย์ประธานของวัด เป็นวัดที่สร้างในสมัยอยุธยาตอนต้น ได้มีการบูรณะครั้งใหญ่ในสมัยพระเจ้าท้ายสระ โดยได้มีการขยายพระอุโบสถ และก่อพอกเจดีย์องค์เดิมให้ใหญ่ขึ้น









บันทึกการเข้า

บอย ลานเรือหลวง
Thailandsusu
Sr. Member
**

คะแนนความรัก: +423/-6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,214



| | |
« ตอบ #7 เมื่อ: พฤษภาคม 08, 2016, 11:27:58 PM »

+1 ขอบคุณท่าน โทน รำมะนา และท่าน kidz กลุ่มเสื้อบอลไทย168 ครับที่ชอบ ติดตามต่อนะครับยังเหลืออีกหลายที่ แต่คืนนี้คงต้องขอตัวก่อนครับ ถ้าไม่ติดพรุ่งนี้เช้าจันทร์ทำงาน จะต่อให้จบทุ่งหันตราให้ได้ครับ พรุ่งนี้เย็นมาต่อให้นะครับ
บันทึกการเข้า

artbasic
Thailandsusu
Jr. Member
**

คะแนนความรัก: +40/-16
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 445



เว็บไซต์
| | |
« ตอบ #8 เมื่อ: พฤษภาคม 09, 2016, 08:49:17 AM »

ขอบคุณครับ ภาพสวยงามมากครับ
บันทึกการเข้า
UP [CF01]
Nationwide Moderator
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +137/-21
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,319


cHonBuri fC


| | |
« ตอบ #9 เมื่อ: พฤษภาคม 09, 2016, 09:40:04 AM »

รออ่านต่อคับ
บันทึกการเข้า
ice5509876
Sr. Member
****

คะแนนความรัก: +75/-16
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,601



| | |
« ตอบ #10 เมื่อ: พฤษภาคม 09, 2016, 10:00:39 AM »

ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
mama_xi
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +653/-1151
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 12,535


Japansusu !!


| | |
« ตอบ #11 เมื่อ: พฤษภาคม 09, 2016, 10:45:02 AM »

ดูสนุกดี ไหว้พระคุ้มครองด้วย ไว้ทริปหน้าไปด้วยกัน
บันทึกการเข้า
cikada
ที่ไหนมีป่า ที่นั้นมีน้ำ
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +519/-868
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 4,667


นักรบกรมหลวง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุทยานเสด็จในกรม กรมหลวงชุมพร


| | |
« ตอบ #12 เมื่อ: พฤษภาคม 09, 2016, 11:23:24 AM »

สวยงาม + 1 ครับ
นี่ถ้าอยุธยาไม่ถูกพม่าเผา ผมว่าน่าจะเป็นเมืองที่สวยมากๆเลย
บันทึกการเข้า

เฮงซัง GetOut !! สนับสนุน บิ๊กป๋อม”อดิศักดิ์ เบ็ญจศิริวรรณ เป็นประธานพัฒนาเทคนิคฟุตบอลทีมชาติไทย
Pakball
Dream it, Do it, Be it.
Full Member
***

คะแนนความรัก: +49/-39
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,036


คันปาก อยากจะพูด


เว็บไซต์
| | |
« ตอบ #13 เมื่อ: พฤษภาคม 09, 2016, 12:24:36 PM »

ขอบคุณครับท่าน
บันทึกการเข้า
บอย ลานเรือหลวง
Thailandsusu
Sr. Member
**

คะแนนความรัก: +423/-6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,214



| | |
« ตอบ #14 เมื่อ: พฤษภาคม 09, 2016, 08:46:46 PM »

+1 ขอบคุณท่าน artbasic ,UP [CF01] ,ice5509876  ,mama_xi  ,cikada ,  Pakball  มากๆครับที่ติดตาม วันนี้เรามาต่อ ที่วัดที่ 4 กันครับ วัดนี้ถือเป็นวัดหนึ่งที่ผมชอบมากครับ เพราะการบูรณะค่อนข้างจะสมบูรณ์  ซึ่งก็คือ วัดกุฎีดาว  ประวัติการก่อสร้างวัดกุฎีดาวไม่ชัดเจน ปรากฏในหนังสือพงศาวดารเหนือว่า พระยาธรรมิกราชซึ่งเป็นพระราชโอรสของพระเจ้าสายน้ำผึ้งทรงสร้างเมื่อจุลศักราช 671 ปีเถาะ เอกศก และพระอัครมเหสีของพระองค์ทรงสร้างวัดมเหยงคณ์ขึ้นคู่กัน ส่วนในคำให้การขุนหลวงหาวัดกล่าวว่า พระมหาบรมราชาทรงสร้างวัดกุฎีดาว (กุฎิทวา) และพระภูมิน ทราธิบดีทรงสร้างวัดมเหยงคณ์ แต่พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาหลายฉบับกล่าวความต้องกันว่า สมเด็จพระบรมราชาธิราช (เจ้าสามพระยา) ทรงสร้างวัด มเหยงคณ์และไม่มีฉบับใดกล่าวถึงวัดกุฎีดาว จนกระทั่งสมัยอยุธยาตอนปลาย เมื่อมีการบูรณปฏิสังขรณ์ วัดมเหยงคณ์ครั้งใหญ่ในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าท้ายสระ จึงปรากฏเรื่องของวัดกุฎีดาวขึ้นในตอนนี้ สันนิษฐานว่าวัดกุฎีดาวอาจจะสร้างรุ่นราวคราวเดียวกับวัดมเหยงคณ์ หรือหลังจากวัดมเหยงคณ์เล็กน้อย และคงเป็นวัดขนาดใหญ่ที่สำคัญวัดหนึ่งทางบริเวณที่เรียกว่า "อโยธยา" เนื่องจากพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยากล่าวว่า เมื่อสมเด็จพระเจ้าท้ายสระทรงปฏิสังขรณ์วัดมเหยงคณ์ อีกไม่กี่ปีต่อมาสมเด็จพระอนุชาธิราชกรมพระราชวังบวรสถานมงคล ก็ได้ปฏิสังขรณ์วัดกุฎีดาวซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามขึ้นบ้าง เป็นการดำเนินตามแบบอย่างของสมเด็จพระเชษฐาธิราช การเลือกวัดกุฎีดาวเป็นวัดพี่วัดน้องกับวัดมเหยงคณ์นั้น แสดงว่าวัดกุฎีดาวสร้างมานานแล้ว คงเป็นวัดใหญ่ที่สำคัญแต่มีสภาพทรุดโทรมพอ ๆ กับวัดมเหยงคณ์

พระองค์เจ้าพีระฯกับประสบการณ์เผชิญวิญญาณหวงสมบัติที่วัดกุฎีดาวนี้ พระองค์เคยเสด็จไปประทานสัมภาษณ์
ที่สมาคมค้นคว้าทางจิตแห่งประเทศไทย ณ ตึกเกษมปัญญาคาร วัดมกุฎกษัตริยาราม โดยมี พ.ต.อ. ชะลอ อุทกภาชน์
ผู้กำกับการสันติบาลกอง ๕ นายแพทย์เชียร สิริยานนท์ และนายแพทย์ประพันธ์ พืชผล เป็นผู้สัมภาษณ์
เมื่อวันที่ ๑๑ มีนาคม พ.ศ ๒๕๐๔
"เรื่องอาถรรพณ์ต่างๆในการขุดหาสมบัติที่อยุธยาฉันได้นำไปเล่าให้พระอาจารย์อีกรูปหนึ่งฟัง
พระอาจารย์รูปนี้เก่งมาก เป็นยอดอาจารย์เลยก็ว่าได้ เพราะท่านสำเร็จได้อภิญญาหลายอย่าง
ท่านก็หลับตานั่งทางในแล้วไปคุยกับคนไม่มีศีรษะที่ฉันเห็นท่านว่าเห็นแล้ว ท่านว่าคนนี้มีจริงๆ
เป็นปีศาจเฝ้าทรัพย์ชื่อ ผาด เป็นอดีตทหารของพระเจ้าอู่ทอง ปีศาจตนนั้นได้บอกกับพระอาจารย์

หลวงพ่อว่า...ฉันไปรบกวนเขาโดยไปขุดทรัพย์แล้วไม่ทำตามแบบแผน เขาจะให้ทรัพย์นั้นได้หรือไม่
ต้องแล้วแต่บุญแต่กรรมของเราอย่างไรก็ตาม เขาได้สาปผู้ไปขุดเอาทรัพย์นั้นแล้ว ว่าไม่ให้ทำมาค้าขึ้น
ซึ่งก็เป็นความจริงเพราะในเวลาต่อมาทั้งสามคนที่ร่วมกันขุดก็แย่ฉันก็แย่..."




























บันทึกการเข้า

บอย ลานเรือหลวง
Thailandsusu
Sr. Member
**

คะแนนความรัก: +423/-6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,214



| | |
« ตอบ #15 เมื่อ: พฤษภาคม 09, 2016, 08:54:53 PM »

ด้านข้างวัด จะเป็น พระ ตำหนักกำมะเลียน
ตั้งอยู่ทางทิศเหนือนอกกำแพงเขตพุทธาวาส เป็นอาคาร ๒ ชั้นก่ออิฐถือปูน มีผังเป็นสี่เหลี่ยม ผืนผ้า ขนาดกว้าง ๑๔.๖๐ เมตร ยาว ๓๐ เมตร หรือขนาดยาว ๑๑ ห้อง กว้าง ๓ ห้อง หันหน้าสู่ ทิศตะวันออก มีมุขด้านหน้าและหลัง

อาคารพระตำหนัก หรือ กำมะเลียนนี้ สันนิษฐานว่าเป็นที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าบรมโกศ ขณะเมื่อประทับแรมควบคุมการบูรณปฏิสังขรณ์วัด หลังจากนั้นคงจะถวายวัด และอาจใช้เป็นกุฎิเจ้าอาวาส หรือ ศาลาการเปรียญ








บันทึกการเข้า

บอย ลานเรือหลวง
Thailandsusu
Sr. Member
**

คะแนนความรัก: +423/-6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,214



| | |
« ตอบ #16 เมื่อ: พฤษภาคม 09, 2016, 09:20:14 PM »

ไปกันต่อครับ เข้าไปทางด้านหลัง วัดกุฎีดาวประมาณไม่ถึง 2 ก.ม. เราก็มาถึงวัดที่ 5  นั่นคือ วัดประดู่ทรงธรรม ซึ่งเกี่ยวข้องกับพระมหากษัตร์ไทยเราถึง 2 พระองค์ คือ พระเจ้าทรงธรรม และ ขุนหลวงหาวัด หรือสมเด็จพระเจ้าอุทุมพร  วัดประดู่ทรงธรรม ต.ไผ่ลิง อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นวัดโบราณสร้างในสมัยอยุธยา แต่ไม่พบหลักฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยใด และใครเป็นผู้สร้าง เพียงถูกกล่าวในพงศาวดาร พ.ศ.๒๑๖๓ ความว่า ในคราวที่พระภิกษุสงฆ์ของวัดประดู่แปดรูป ได้ช่วยเหลือพระเจ้าทรงธรรมกษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยาหลบหนีจากการก่อกบฏของพวกญี่ปุ่นที่หมายปลงพระชนม์ชีพ ครั้งฝ่ายมหาอำมาตย์พอคุมพลได้ก็ไล่รบญี่ปุ่นล้มตายและแตกไปจากพระราชวัง ต่อมาพระมหาอำมาตย์มีความชอบดังนี้จึงได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าพระยากลาโหมสุริยวงศ์ ซึ่งต่อมาได้เสวยราชสมบัติเป็นพระเจ้าปราสาททอง
            นอกจากนี้ยังมีการกล่าวถึงในคราวที่พระเจ้าอยู่หัวอุทุมพร หรือที่เรียกกันว่า “ขุนหลวงหาวัด” ทรงผนวชและพำนักที่วัดประดู่ทรงธรรมนี้เป็นวันสุดท้าย ก่อนถูกกวาดต้อนไปอังวะภายหลังการเสียกรุงศรีอยุธยาใน พ.ศ.๒๓๑๐ จากผลสงครามได้ส่งผลให้วัดประดู่เป็นวัดร้างจนกระทั่งหลวงพ่อรอดเสือได้มาปฏิสังขรณ์ให้มีสภาพเป็นวัดและมีพระสงฆ์จำพรรษาเจริญมาเป็นลำดับจนถึงปัจจุบัน

ตักศิลาพระเวทย์แห่งกรุงศรีอยุธยา
            วัดประดู่ทรงธรรมเปรียบเสมือนสำนักเขาอ้อ เป็นตักศิลาใช้ศึกษาเล่าเรียนทั้งทางด้านปริยัติธรรมและด้านปฏิบัติสมถกรรมฐาน การเล่นฤทธิ์ต่างๆ พร้อมทั้งเรียนวิธีการลงอักขระเลขยันต์ต่างๆ และวิชาศิลปะ ๒๐ ประการ เช่น ตำราพิชัยสงคราม มวยโบราณ กระบี่กระบอง การต่อสู้ ตำรายาสมุนไพร ตำราพระคาถา และอักขระเลขยันต์และหลักธรรมคำสอนตามพระไตรปิฎก อีกทั้งสำนักวัดประคู่ทรงธรรมเป็นสถานที่ประสาทวิชาแก่พระเกจิคณาจารย์เมืองกรุงเก่า



รูปหล่อหลวงพ่อรอด (เสือ) ผู้ปฎิสังขรณ์วัดขึ้นใหม่



หอระฆัง



พระวิหารที่ได้รับการบูรณะ จนดูใหม่ภายนอก



แต่ภายในเต็มไปด้วยจิตรกรรมฝาผนังสมัยโบราณที่งดงาม ที่เริ่มจะลบเลือนไปตามกาลเวลา







และองค์พระประธานที่ได้มาสักการะครั้งนี้คือ หลวงพ่อรุ่ง หลวงพ่อเรือง หลวงพ่อรวย ที่เป็นที่เคารพอย่างมากของชาวบ้านแถบนี้



และด้านข้างวิหารก็ยังมีเจดีย์ ที่เชื่อกันว่าเป็นที่บรรจุพระบรมอัฐธิ ของสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม

บันทึกการเข้า

บอย ลานเรือหลวง
Thailandsusu
Sr. Member
**

คะแนนความรัก: +423/-6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,214



| | |
« ตอบ #17 เมื่อ: พฤษภาคม 09, 2016, 09:31:45 PM »

<a href="http://www.mx7.com/view2/z5OEcunXrzlvEvDJ" target="_blank"><img border="0" src="http://www.mx7.com/t/de7/L5Kgxd.jpg" /></a>



 
บันทึกการเข้า

บอย ลานเรือหลวง
Thailandsusu
Sr. Member
**

คะแนนความรัก: +423/-6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,214



| | |
« ตอบ #18 เมื่อ: พฤษภาคม 09, 2016, 09:38:10 PM »

ไปต่อครับ ยังไม่เที่ยงกับ วัดที่ 6 ซึ่งเป็นวัดร้างที่ได้รับการบูรณะ ท่ามกลางบ้านเรือนชุมชน ซึ่งน้อยคนจะรู้และเข้ามา ทำให้ข้าวของชาวบ้านบางส่วนมากองอยู่บน โบราณสถานแห่งนี้ นั่นคือ วัดนางคำ ตั้งอยู่พื้นที่ฝั่งอโยธยา ริมคลองบ้านบาตร (คลองกระมัง) วัดมีเจดีย์แปดเหลี่ยมเป็นประธานของวัด ด้านหน้าหรือด้านทิศตะวันออกของเจดีย์ประธานเป็นพระวิหาร มีกำแพงแก้วล้อมรอบ วัดนางคำไม่ปรากฏหลักฐานการสร้างที่แน่นอน พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยากล่าวแต่เพียงว่าวัดนี้เป็นพระอารามหลวงเช่นเดียวกับวัดสมณโกฏฐาราม วัดมเหยงคณ์ และวัดกุฎีดาว ซึ่งอยู่บริเวณเดียวกัน และยังได้กล่าวถึงการบูรณะปฏิสังขรณ์ในสมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ซึ่งจากการศึกษาทางด้านโบราณคดีสามารถสรุปได้ว่า วัดนางคำนี้สร้างมาตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนต้นและถูกทิ้งร้างไปเมื่อคราวเสียกรุงศรีอยุธยา ครั้งที่ ๒ ใน พ.ศ.๒๓๑๐













บันทึกการเข้า

บอย ลานเรือหลวง
Thailandsusu
Sr. Member
**

คะแนนความรัก: +423/-6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,214



| | |
« ตอบ #19 เมื่อ: พฤษภาคม 09, 2016, 09:44:03 PM »

เอาล่ะ ได้เวลาพักเที่ยง เตืมพลังกันครับ กับก๋วยเตี๋ยวเรืออยุธยา สูตรดั้งเดิม พร้อมของหวานเป็นขนมถ้วยสูตรโบราณ และโค้กเย็นๆ ท่ามกลางอุณหภูมิเกือบ 40 องศา ที่หน้าทางเข้าตลาดน้ำอโยธยา อิ่มจังหมดนี่ 70 บาทครับ 100 นึงมีทอน







บันทึกการเข้า

บอย ลานเรือหลวง
Thailandsusu
Sr. Member
**

คะแนนความรัก: +423/-6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,214



| | |
« ตอบ #20 เมื่อ: พฤษภาคม 09, 2016, 09:49:39 PM »

ส่วนตลาดน้ำอโยธยาคิดว่าหลายท่านคงรู้จักดีแล้ว ก็ขอเป็นแค่ทางผ่านนะครับ





บันทึกการเข้า

Littleboy06
เลือดขุนศึกเข้มข้น
Full Member
***

คะแนนความรัก: +49/-35
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 760


แอแฮ่ !


| | |
« ตอบ #21 เมื่อ: พฤษภาคม 09, 2016, 09:59:42 PM »

+1 ครับ
อยากไปเที่ยวบ้าง แต่ร้อนเหลือเกิน
บันทึกการเข้า


"ในสนามมันตื่นเต้นเสมอ"
บอย ลานเรือหลวง
Thailandsusu
Sr. Member
**

คะแนนความรัก: +423/-6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,214



| | |
« ตอบ #22 เมื่อ: พฤษภาคม 09, 2016, 10:11:58 PM »

ซึ่งจากทางที่ช้างผ่านนี่แหละครับเป้าหมายต่อไปของเราอยู่ทางด้านหลัง ตลาดน้ำอโยธยา นี่เอง นั่นคือ วัดช้างครับ ซึ่งเหมือนเดิมคือไม่ทราบประวัติการสร้างที่แน่นอนแต่มีการสันนิฐานว่าเป็นวัดเก่าสมัยอโยธยาเช่นเดียวกับกลุ่มวัดแถบนี้และได้รับการบูรณะในสมัยสมเด็จพระเจ้าบรมโกษ เช่่นเดียวกัน ก่อนจะร้างเมื่อเสียกรุง ปี 2310 ที่วัดนี้จะมีช้างจากตลาดน้ำอโยธยาพานักท่องเที่ยว มาชมได้















บันทึกการเข้า

บอย ลานเรือหลวง
Thailandsusu
Sr. Member
**

คะแนนความรัก: +423/-6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,214



| | |
« ตอบ #23 เมื่อ: พฤษภาคม 09, 2016, 10:24:24 PM »

ระหว่างไปวัดต่อไปคือวัดมเหยงคณ์  จะมีพระตำหนักโบราณ คือพระตำหนักมเหยงคณ์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ทำการปฏิสังขรณ์วัดมเหยงค์ ครั้งหนึ่งเมื่อ พ.ศ. 2252 เสด็จทอดพระเนตรการปฏิสังขรณ์อยู่เนื่อง ๆ จึงโปรดให้สร้างพระตำหนักที่ประทับขึ้นบนเกาะแห่งหนึ่งทางด้านทิศใต้นอกกำแพงวัดลักษณะเป็นอาคารตึก 2 ชั้น แบบเดียวกับวัดกุฎีดาว และตำหนักพระพุทธโฆษาจารย์ งานปฏิสังขรณ์ครั้งนี้พระอุโบสถเป็นอาคารที่ก่อสร้างขึ้นใหม่ตรงตำแหน่งเดิม ซึ่งอาจจะเคยเป็นวิหารก็ได้ลักษณะทางสถาปัตยกรรมและลวดลายปูนปั้นต่าง ๆ ที่พระอุโบสถแห่งนี้เป็นงานครั้งรัชกาลพระเจ้าท้ายสระ









บันทึกการเข้า

บอย ลานเรือหลวง
Thailandsusu
Sr. Member
**

คะแนนความรัก: +423/-6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,214



| | |
« ตอบ #24 เมื่อ: พฤษภาคม 09, 2016, 10:51:18 PM »

และแล้วก็ถึงอีกหนึ่งจดที่น่าประทับใจ วัดที่ 8 วัดมเหยงคณ์  วัดมเหยงค์ สร้างในรัชกาลสมเด็จเจ้าสามพระยา เมื่อ พ.ศ. 1981 โดยสร้างเจดีย์ทรงระฆังอยู่บนฐานทักษิณ มีช้างล้อมเป็นประธานของวัดเจดีย์ช้างล้อมนั้น สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงสันนิษฐานว่าคงเอาแบบอย่างมาจากพระเจดีย์ชัยของพระเจ้าทุษฐาคามินีมหาราชในลักกาทวีป ซึ่งทรงช้างชื่อกุลฑลทำสงครามได้ชัยชนะ ได้ครองราชสมบัติมีโอกาสทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาในลักกาให้รุ่งเรืองยิ่งในสมัยพระองค์ เจดีย์ช้างล้อมในลักษณะคล้ายกันนี้เคยพบมาแล้วที่เมืองสุโขทัย เมืองศรีสัชนาลัย และเมืองกำแพงเพชร ส่วนชื่อวัดมเหยงค์นั้นสันนิษฐานว่าตั้งชื่อตามมหิยังคณะเจดีย์ในลักกาทวีป  จากนั้นมาจนถึงสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย พ.ศ. ๒๒๕๒ มีกษัตริย์พระนาม พระภูมิมหาราช (พระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ) ได้เป็นผู้สั่งการให้บูรณะปฏิสังขรณ์วัดมเหยงคณ์ครั้งใหญ่ช่วงหลังนี้ระยะเวลาห่างกันถึง ๒๗๑ ปี มีข้อความในพงศาวดารตอนหนึ่งว่า ปีฉลู เอกศก (พ.ศ. ๒๒๕๒) มีพระราชบริหารในช่วงปฏิสังขรณ์วัดมเหยงคณ์ เสด็จพระราชดำเนินมาให้ช่างกระทำการวัดนั้นเนือง ๆ บางทีก็เสด็จอยู่ที่พระตำหนักริมวัดมเหยงคณ์ เดือนหนึ่งบ้าง สองเดือนบ้าง ว่าราชการอยู่ในที่นี้ ๓ ปีเศษ วัดนั้นจึงสำเร็จบริบูรณ์ ๘ใน พ.ศ. ๒๒๕๕ ไดโปรดให้มีงานฉลองใหญ่ ดังปรากฏในพงศาวดารว่าปีมะเส็งเบญจศก (พ.ศ. ๒๒๕๕) นั้นให้ฉลองวัดมเหยงคณ์ ทรงพระราชศรัทธาบำเพ็ญ พระราชกุศลเป็นอันมากทรงพระราชทานเครื่องบริขารและวัตถุทานต่าง ๆ แด่พระสงฆ์ ๑,๐๐๐ ตามพระราชประเพณีแต่ก่อนมีงานมหรสพสมโภช ๗ วัน เสร็จบริบูรณ์การฉลองนั้น ๙ น่าสังเกตว่ามีกษัตริย์ถึง ๓ ช่วงที่ช่วยกันรับทดอก่อสร้างและปฏิสังขรณ์วัดมเหยงคณ์มา โดยเฉพาะสมัยกรุงศรีอยุธยา วัดนี้นับว่าตั้งอยู่นอกชานเมือง พระมหากษัตริย์ถึงขนาดเสด็จมาประทับแรมว่าราชการอยู่เป็นแรมเดือนแรมปี จะต้องมีสาเหตุหรือทรงเห็นความสำคัญบางประการของวัดมเหยงคณ์ จึงได้ทรงเอาเป็นธุระตรวจควบคุมงานด้วยพระองค์เองโดยตลอดถึงปานนั้น วัดนี้คงรุ่งเรืองมาตลอด จนถึงสมัยกรุงศรีอยุธยาแตกใน พ.ศ. ๒๓๑๐ 



ตัวพระอุโบสถ กว้าง ๑๘ เมตร ยาว ๓๖.๘๐ มีมุขทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ประตูเข้าทางทิศตะวันออก ๓ ช่อง ทิศตะวันตก ๒ ช่อง หน้าต่างรูปสี่เหลี่ยมขนาด ๑.๑๐ เมตร x ๒.๔๐ เมตรมี ๖ ช่อง (อยู่ทางด้านเหนือและด้านใต้ละ ๓ ช่อง) ภายในพระอุโบสถมีแท่นฐานชุกชี ๒ แท่น พระพุทธรูปประธานเป็นหินทราย หักล้มลงเป็นท่อน ๆ ตัวพระอุโบสถนี้ มีกำแพงแก้ว ๒ ชั้น มุมของแต่ละขั้นย่อเหลี่ยม ตรงมุมกำแพงแก้วชั้นนอกมีเจดีย์เล็ก ๆ ทรงลังกาประกอลกำแพงแก้วชั้นนอก กว้าง ๓๘ เมตร ยาว ๗๒ เมตร ใบเสมาเป็นหินสีเขียว หนา ๒๐ ซม. กว้าง ๑.๐๐ เมตร สูง ๒.๐๐ เมตร

















 เจดีย์รายทรงลังกา

        ตั้งบนฐานสี่เหลี่มจตุรัสในเขตพุทธาวาส ๕ องค์ นอกเขตพุทธาวาสด้านตะวันตก ๓ องค์ ทุกองค์มีฐานกว้างประมาณ ๑๐ เมตร ยังเห็นรูปทรงได้ชัด ชำรุดบ้างเล็กน้อย







เจดีย์ช้างล้อม

        ตั้งบนฐานสี่เหลี่ยมจตุรัส ยาวด้านละ ๓๒ เมตร มีช้างเห็นได้ทั้งตัวประดับโดยรอบ ช้างแต่ละเชือกสูง ๑.๐๕ เมตร ประดับห่างกันเชือกละ ๘๐ ซม. องค์เจดีย์เป็นแบบลังกาเหมือนเจดีย์ช้างล้อมทางสุโขทัย มีบันไดขึ้นนมัสการทั้งสี่ด้าน องค์เจดีย์ตั้งแต่ส่วนกลางขององค์ระฆังหักพังลงมานานแล้ว












ส่วนบริเวณที่ติดกันก็จะเป็นวัดมเหยงคณ์ ปัจจุบัน ที่เป็นศูนร์ฝึกวิปัสนาสมาธิที่ใหญ่และสวยงาม




บันทึกการเข้า

บอย ลานเรือหลวง
Thailandsusu
Sr. Member
**

คะแนนความรัก: +423/-6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,214



| | |
« ตอบ #25 เมื่อ: พฤษภาคม 09, 2016, 11:05:40 PM »

และแล้วก็ถึงวัดที่ 9 วัดสุดท้ายในกลุ่มโบราณสถาน ทุ่งหันตรา นั่นคือ วัดสีกาสมุด  ที่อยู่ติดกับวัดมเหยงคณ์ เลยครับ  ผู้เชี่ยวชาญโบราณคดีให้ข้อสันนิษฐานว่า   คำว่า  “สีกาสมุด” น่าจะเป็น  “ศรีกาฬสมุด”  อันเป็นราชทินนามของขุนนางตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาสืบเนื่องมาจนสมัยธนบุรีก็มีนามศรีกาฬสมุดปรากฏอยู่ ประวัติความเป็นมาของวัดอาจมีความเกี่ยวเนื่องกับขุนนางผู้มีราชทินนามว่า  “ศรีกาฬสมุด”  จนเป็นที่มาของนามแห่งวัดจนกระทั่งเมื่อเรียกขานกันเนิ่นนานเกิดการคลาดเคลื่อนทางภาษาจึงกลายมาเป็น  “สีกาสมุด”  ในที่สุด  แล้วเป็นเหตุให้ชาวบ้านนำมาตีความหมายเป็นคำว่า  “สมุด”  มาจากคำว่า “สมุก”  แปลว่า  ขี้เถ้าหรือ  เถ้าถ่าน  หรืออีกนัยหนึ่งมาจากภาษาบาลีว่า  “สมุดฺค”  แปลว่า  หีบ  หรือ ตะกร้า  แล้วนำมาผูกเป็นเรื่องราวที่ไม่มีเค้าเงื่อนแห่งความเป็นจริงเลยว่าเจดีย์ องค์นี้เป็นที่บรรจุอัฐิพระมารดาเจ้าฟ้าธรรมธิเบศร์  กลายเป็นปริศนาลายแทงให้แก่นักลักลอบขุดหาสมบัติพากันมาค้นหาของมีค่า  ซึ่งถือเป็นประเพณีว่าจะต้องนำมาฝังไว้พร้อมกับอัฐิธาตุของบุคคลชั้นสูง  โดยสร้างสถูปเจดีย์ครอบไว้ภายในวัด  และผลจากการถูกขุดค้นหาตำแหน่งกรุงสมบัติครั้งแล้วครั้งเล่าตลอดเวลาที่ผ่านมา  ส่งผลร้ายให้เจดีย์ต้องชำรุดทรุดโทรมอย่างหนัก  ประวัติสังเขป, เป็นวัดร้างอยู่ใกล้กับวัดมเหยงคณ์ ... สถาปัตยกรรมพบว่าเป็นวัดที่สร้างร่วมสมัยกับวัดมเหยงคณ์ในสมัยอยุธยาตอนต้น ...















บันทึกการเข้า

บอย ลานเรือหลวง
Thailandsusu
Sr. Member
**

คะแนนความรัก: +423/-6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,214



| | |
« ตอบ #26 เมื่อ: พฤษภาคม 09, 2016, 11:12:29 PM »

ยังพอมีเวลาเหลือ ก็มาคลายร้อน ที่อนุสรณ์สถานแห่งความจงรักภักดี   อนุสรณ์สถานแห่งความจงรักภักดี (ทุ่งหันตรา) เป็นสวนเฉลิมพระเกียรติ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 80 พรรษา ต.หันตรา อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา และปัจจุบัน จ.พระนครศรีอยุธยา ปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์ให้เป็นอนุสรณ์สถานแห่งความจงรักภักดี ภายในก่อสร้างพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร ขนาดความสูง 9.84 เมตร (มีความหมายเพื่อเฉลิมพระเกียรติ ในรัชกาลที่9 ด้วยความสูง9เมตร และจุด 84 คือ ครบรอบ 84พรรษา)  โดยความร่วมแรงร่วมใจของประชาชนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ช่วยกันเทปูนหล่อพระพุทธรูปนี้ขึ้นในคืนเดียว  เป็นที่จัดแสดงในส่วน ที่เป็นแลนด์มาร์คของทั้ง 16 อำเภอ ในจังหวัดอยุธยา แต่ปัจจุบันค่อนข้างเงียบเหงามากๆ












บันทึกการเข้า

บอย ลานเรือหลวง
Thailandsusu
Sr. Member
**

คะแนนความรัก: +423/-6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,214



| | |
« ตอบ #27 เมื่อ: พฤษภาคม 09, 2016, 11:20:27 PM »

ปิดท้ายทริปนี้ ที่สนามราชมงคลหันตรา มาดู ดาบี้์แมตร์ ชิงความเป็นหนึ่ง ในอโยธยา ระหว่าง อยุธยา เอฟซี และ อยุธยา วอริเออร์










บันทึกการเข้า

บอย ลานเรือหลวง
Thailandsusu
Sr. Member
**

คะแนนความรัก: +423/-6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,214



| | |
« ตอบ #28 เมื่อ: พฤษภาคม 09, 2016, 11:24:41 PM »

 จบทริป ขี่มอ"ไซร์ ดูอิฐเก่าๆ ที่มากคุณค่า ที่ทุ่งหันตรา ครับ ฝากเพื่อนๆด้วยนะครับ ถ้าว่างหรือมีเวลาแวะไปสัมผัส สิ่งที่บรรพบุรุษ ของเราร่วมกันสร้าง ด้วยกันนะครับ อย่าให้พวกเขาต้องอยู่กับความเงียบเหงา และหายไปกับกาลเวลาเลยครับ  พบกันใหม่ทริปหน้าครับ

บันทึกการเข้า

Badzbasicz_SR116 _TS100
Thailandsusu
Jr. Member
**

คะแนนความรัก: +387/-51
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 319



| | |
« ตอบ #29 เมื่อ: พฤษภาคม 09, 2016, 11:42:42 PM »

+1 สำหรับความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ชอบมากครับ รอติดตามผลงานอีกนะครับ
บันทึกการเข้า
mama_xi
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +653/-1151
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 12,535


Japansusu !!


| | |
« ตอบ #30 เมื่อ: พฤษภาคม 10, 2016, 07:31:50 PM »

จบทริป ขี่มอ"ไซร์ ดูอิฐเก่าๆ ที่มากคุณค่า ที่ทุ่งหันตรา ครับ ฝากเพื่อนๆด้วยนะครับ ถ้าว่างหรือมีเวลาแวะไปสัมผัส สิ่งที่บรรพบุรุษ ของเราร่วมกันสร้าง ด้วยกันนะครับ อย่าให้พวกเขาต้องอยู่กับความเงียบเหงา และหายไปกับกาลเวลาเลยครับ  พบกันใหม่ทริปหน้าครับ




เห็นด้วยกับท่านเลยครับ ..อย่าปล่อยให้ต้องเงียบเหงา หายไปกับกาละเวลา 
+1
บันทึกการเข้า
พังพอน
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +2608/-1677
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,499


เชียร์ทีมไหนก็เชียร์ไป


| | |
« ตอบ #31 เมื่อ: พฤษภาคม 10, 2016, 09:15:13 PM »

อ่านบทประพันธ์ของคุณวิมล ศิริไพบูลย์   
เกี่ยวกับพระนครศรีอยุธยา  แล้ว
ชอบและรักที่จะศึกษาอดีตของเมืองนี้
ดูภาพทุกภาพอย่างสนใจ 
ขอบคุณเจ้าของกระทู้

+ 1
บันทึกการเข้า

dome
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1404/-824
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 17,134


จะฝ่าลมแรงเกลียวคลื่นมากมาย


| | |
« ตอบ #32 เมื่อ: พฤษภาคม 10, 2016, 09:38:07 PM »

377 ขอบคุณมากครับ
บันทึกการเข้า
บอย ลานเรือหลวง
Thailandsusu
Sr. Member
**

คะแนนความรัก: +423/-6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,214



| | |
« ตอบ #33 เมื่อ: พฤษภาคม 10, 2016, 09:58:25 PM »

+1 ขอบคุณท่าน Littleboy06 , Badzbasicz_SR116 _TS100 , mama_xi , พังพอน , dome   ที่ติดตามครับ อยุธยา ยังมีมุม ที่มีคนักท่องเที่ยวรู้จักน้อยอีกเยอะครับ ที่ท่านไปแล้วอาจรู้สึกวังเวง สัมผัสได้ถึงความเงียบเหงาครับ ไว้มีโอกาสผมจะขออาสานำมาเสนอต่อเพื่อนๆสมาชิกอีกนะครับ  อย่าพึ่งเบื่อกันนะครับ

สุดท้ายไปได้รูปเก่าของวัดกุฎิดาว สมัยขุดค้นมารูปหนึ่ง ถ้าจำไม่ผิดให้เครดิตกับเว๊บ พันทิพร์ ครับที่เป็นเจ้าของรูป เห็นสวยดีเลยเอามาให้เพื่อนๆดูครับ

บันทึกการเข้า

Backers TP
สิงห์ท่าเรือ...พันธ์ดุ.
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +352/-175
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,043


We love the King


| | |
« ตอบ #34 เมื่อ: พฤษภาคม 11, 2016, 10:17:54 AM »

ขอบคุณมากครับ ดูแล้วจินตนาการถึงอดีตกับสิ่งก่อสร้าง ขนลุกตามครับ ขอบคุณภาพและเนื้อบรรยายครับ
บันทึกการเข้า

tui
Sr. Member
****

คะแนนความรัก: +92/-610
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,446


หนุ่มตุ้ย รูปไม่หล่อ พ่อไม่รวย ขี่ควายซ้อน3.!!


| | |
« ตอบ #35 เมื่อ: พฤษภาคม 11, 2016, 11:14:14 AM »

ขำตรงที่บอกว่า อืฐเก่าๆ ที่หัวข้อกระทู้อ่ะครับ
บันทึกการเข้า

บอลไทยน่ะติดตาม...แต่บอลนอกโปรดอย่าถาม...เพราะไม่รู้เรื่องจริงๆ..
บอย ลานเรือหลวง
Thailandsusu
Sr. Member
**

คะแนนความรัก: +423/-6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,214



| | |
« ตอบ #36 เมื่อ: พฤษภาคม 11, 2016, 09:37:04 PM »

+1 ขอบคุณท่าน Backers TP , tui มากครับ
บันทึกการเข้า

Seamus O'grady
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +3534/-1500
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 33,325


ลิเวอร์พูลทั่วไทย..!!!


| | |
« ตอบ #37 เมื่อ: พฤษภาคม 12, 2016, 09:54:03 AM »

ขอบคุณมากๆ ครับ ประเทศไทยไปเกือบทุกจังหวัด อยุธยาก้เคยผ่านแต่ไม่เคยแวะ อยากไปถ่ายรูปวังเก่าๆ อากาศคงร้อนหน้าดู
บันทึกการเข้า

แหล่งชุมนุมของตากล้องหน้าตาดี...ชาวสุราษฎร์ฯ
LOVE10BAHT
(ಠ_ಠ) ͡(° ͜ʖ ͡°) ( ͡⊙ ͜ʖ ͡⊙) ( ͡◉ ͜ʖ ͡◉)
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +271/-62
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,507


กลุ่มเสื้อบอลไทย 448


| | |
« ตอบ #38 เมื่อ: พฤษภาคม 12, 2016, 11:40:59 AM »

ขอบคุณครับ
งานที่ผมทำต้องเดินทางไปตามนิคมต่างๆ ไป ระยอง ศรีราชา ชลบุรี อยุธยา สมุทรปราการ  บางปะกง บ่อยมากๆแต่ไม่เคยได้แวะเที่ยวที่ไหนเลย
วันอาทิตย์หยุด ถ้าไม่ดูบอลก็เดินถ่ายรูปเล่นตามกรุงเทพ
บันทึกการเข้า

บอย ลานเรือหลวง
Thailandsusu
Sr. Member
**

คะแนนความรัก: +423/-6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,214



| | |
« ตอบ #39 เมื่อ: พฤษภาคม 17, 2016, 09:05:37 PM »

+1 ขอบคุณท่าน Seamus O'grady , LOVE10BAHT  ที่ติดตามครับ ตอนที่ไปร้อนมากๆครับ แต่ความชอบทำให้เพลินไปครับแต่ตอนเข้าไปในวัดเก่า คนเดียวนี่เย็นนะครับ เกือบนั่งหลับเลย ร่มรื่นมากท่ามกลางซากอิฐ
บันทึกการเข้า

lopanahc เมืองกาญจน์
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +487/-29
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,062


Ultra Fire Dragons


| | |
« ตอบ #40 เมื่อ: พฤษภาคม 18, 2016, 11:31:33 AM »

+1 ครับจขกท.เคยไปแต่วัดมเหยงค์ ไว้ขอไปตามรอยนะครับ
บันทึกการเข้า

ไทยลีค = บีอีซีเทโรศาสน

ดิวิชั่น 2  = เมืองกาญจน์ เอฟซี
บอย ลานเรือหลวง
Thailandsusu
Sr. Member
**

คะแนนความรัก: +423/-6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,214



| | |
« ตอบ #41 เมื่อ: พฤษภาคม 18, 2016, 12:25:23 PM »

+1 ขอบคุณท่าน lopanahc เมืองกาญจน์ ครับ ไว้คราวหน้าผมจะพาไปดูวัดเก่าๆ ฝั่งทุ่งแก้ว,ทุ่งขวัญ ยันถึงทุ่งภูเขาทอง (ทุ่งด้านทิศเหนือของเกาะเมือง) คอยติดตามนะครับ
บันทึกการเข้า

แบงค์_บ้านดอน (BankLT)
www.facebook.com/suratfoto
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +336/-26
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,869


www.facebook.com/suratfoto


เว็บไซต์
| | |
« ตอบ #42 เมื่อ: พฤษภาคม 23, 2016, 12:45:47 AM »

โอโห้ สุดยอดมากๆ เลยครับ

วัดร้างที่ขาดการบูรณะ ผมเห็นซากและกองพระพุทธรูปตรงนั้น ผมว่าเป็นอะไรที่น่าค้นคว้ามากๆ ครับ (แต่เห็นแล้วก็แอบเศร้าใจหน่อยๆ นะครับ ทำไมไม่มีคนมาเหลียวแล)

+1 เลยครับ
บันทึกการเข้า

ท่องเที่ยว ถ่ายภาพ พากิน บอลไทย https://www.youtube.com/c/settawatudom?sub_confirmation=1 อัพเดทเกือบทุกวัน ^^
หมูบอลไทย
Newbie
*

คะแนนความรัก: +5/-4
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 59


| | |
« ตอบ #43 เมื่อ: พฤษภาคม 23, 2016, 07:24:43 AM »

คิดถึงจังหวัดพระนครศรีอยุธยามากครับ   พอดีผมจบที่นั่น (สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล หันตรา)  เมื่อก่อนผีดุมากกกก
บันทึกการเข้า
Naikrapong
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +626/-139
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13,493


SCANIA K124IB


| | |
« ตอบ #44 เมื่อ: พฤษภาคม 23, 2016, 10:17:52 AM »

ขอบคุณมากๆครับท่านสมาชิก

ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ชอบศึกษาประวัติศาสตร์ไทยสมัยอยุธยาเอามากๆ บางครั้งอ่านหนังสือประวัติศาสตร์ หรือ พงศาวดาร แล้วเกิดอยากไปเที่ยวอยุธยาขึ้นมาทันทีทันใดเลยก็มี นานแล้วที่ไม่ได้ไปเยือน มาเจอกระทู้ท่านแบบนี้ทำให้ผมก็อยากจะไปเยือนกรุงเก่าอีกครั้งหนึ่ง
บันทึกการเข้า

-SCANIA K124IB-
บอย ลานเรือหลวง
Thailandsusu
Sr. Member
**

คะแนนความรัก: +423/-6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,214



| | |
« ตอบ #45 เมื่อ: พฤษภาคม 24, 2016, 12:17:00 PM »

+1 ขอบคุณท่าน แบงค์_บ้านดอน (BankLT) ,หมูบอลไทย , Naikrapong  มากๆครับ เดี๋ยวคราวหน้าว่างเมื่อไหร่จะพาไปชม โบราณสถานทางด้านอื่นของเกาะเมือง ที่มีคนไปไม่เยอะอีกครับ
บันทึกการเข้า

terati20
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +1111/-937
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11,454


ถ้ากูรวยเมื่อไหร่ จะมา Take over ท่าเรือ


| | |
« ตอบ #46 เมื่อ: พฤษภาคม 24, 2016, 03:03:29 PM »

ผมชอบ ไปวัดภูเขาทอง เจดีย์ ทรงเเปลกดี
บันทึกการเข้า

สุทสฺสํ วชฺชมญฺเญสํ อตฺตโน ปน ทุทฺทสํ 
ความผิดของผู้อื่นเห็นง่าย ฝ่ายของตนเห็นยาก
peeda_AV186
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +873/-113
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10,669


รักและศรัทธา แปลงเปลี่ยนเป็นพลังอันยิ่งใหญ่


| | |
« ตอบ #47 เมื่อ: พฤษภาคม 24, 2016, 03:25:06 PM »

+1 สวยงามมาก ๆ ครับ
บันทึกการเข้า
บอย ลานเรือหลวง
Thailandsusu
Sr. Member
**

คะแนนความรัก: +423/-6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,214



| | |
« ตอบ #48 เมื่อ: พฤษภาคม 25, 2016, 12:14:03 PM »

+1 ขอบคุณท่าน terati20  , peeda_AV186  มากๆครับ
บันทึกการเข้า

NTT
ผมคิดถึงในหลวงร.9ครับ
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +5524/-234
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,086



| | |
« ตอบ #49 เมื่อ: พฤษภาคม 25, 2016, 12:49:15 PM »

จขกท เขียนและลงรูปได้น่าติดตามครับมันเพลินดี เอาอีกนะครับ
บันทึกการเข้า
บอย ลานเรือหลวง
Thailandsusu
Sr. Member
**

คะแนนความรัก: +423/-6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,214



| | |
« ตอบ #50 เมื่อ: พฤษภาคม 26, 2016, 12:20:45 PM »

+1 ขอบคุณท่าน  NTT  มากครับ ถ้าไม่เบื่อกันซะก่อนรับรองจะพาดูอิฐเก่า ๆ ที่ไม่ค่อยมีคนไปหา ให้ทั่วทุกทุ่งรอบกำแพงกรุงศรีฯเลยครับ อยากโปรโมทจังหวัดบ้านเกิด ให้มาเที่ยวกันเยอะๆครับ
บันทึกการเข้า

numloeicity
Thailandsusu
Full Member
**

คะแนนความรัก: +157/-27
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,037


รวมเลือดเนื้อ ชาติเชื้อไทย บอลไทยอยู่ในสายเลือด


เว็บไซต์
| | |
« ตอบ #51 เมื่อ: พฤษภาคม 26, 2016, 01:11:47 PM »

+1 ครับ ชอบมากๆ เรื่องราวประวัติศาสตร์
บันทึกการเข้า

deawfico
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +394/-1277
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,437



| | |
« ตอบ #52 เมื่อ: พฤษภาคม 26, 2016, 02:33:33 PM »

ตอนแรกผมเข้าใจว่า ดูอูฐแถวอยุธยา แถวนั้นมีอูฐด้วยเหรอ 555
บันทึกการเข้า

ชีวิตที่สันโดษย่อมมีความสุขเสมอ
บอย ลานเรือหลวง
Thailandsusu
Sr. Member
**

คะแนนความรัก: +423/-6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,214



| | |
« ตอบ #53 เมื่อ: พฤษภาคม 27, 2016, 12:16:46 PM »

+1 ขอบคุณท่าน numloeicity  , deawfico  มากครับ ยังมี อิฐ เก่าๆอีกหลายก้อนครับ รอให้ไปชมกันครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 25, 2016, 12:34:49 PM โดย บอย ลานเรือหลวง » บันทึกการเข้า

หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  




Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!