Thailandsusu Webboard
ธันวาคม 11, 2018, 06:19:26 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน Gallery เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: แปลบทความ อะไรคือเคาเตอร์เพรซซิ่ง การเล่นของออสเตรเลีย  (อ่าน 3138 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
mahajone
Thailandsusu
Jr. Member
**

คะแนนความรัก: +69/-6
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 383


| | |
« เมื่อ: เมษายน 16, 2016, 03:24:08 PM »

ผมหาอ่านข้อมูลทีมในรอบสุดท้ายคัดบอลโลกเอเซียแล้วไปเจอบทความหนึ่งน่าสนใจดี
จาก australiascout.com ผมไม่แปะลิงค์นะครับเวบเขาดูเป็นงานเป็นการอยู่




เคาเตอร์เพรชซิ่งคืออะไร

หนึ่งในการพัฒนาเปลี่ยนแปลงใหญ่ๆของเทคนิคการเล่นฟุตบอลในช่วงสองสามปีที่ผ่านมาคือความนิยมในการใช้เคาเตอร์เพรซซิ่งที่เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก เทคนิคนี้ที่บางครั้งถูกเรียกว่า "เกเก้นเพรซซิ่ง" ในภาษาเยอรมัน เป็นการเล่นเพื่อเข้าไล่บีบปิดพื้นที่ฝั่งตรงข้ามในทันทีที่ทีมเสียบอล จุดประสงค์คือเพื่อป้องกันฝั่งตรงข้ามไม่ให้ทำการโต้กลับฉับพลัน (เคาเตอร์แอทแทค) และทำการแย่งบอลกลับมาให้เร็วที่สุด การเล่นนี้ต้องการให้ทีมที่ครองบอลอยู่เริ่มตอบสนองต่อช่วงจังหวะเปลี่ยนการครองบอลเมื่อทีมเสียบอลให้เร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ สิ่งตรงข้ามกับเคาเตอร์เพรซซิ่งคือการถอยไปตั้งรับซึ่งเน้นการยืนพื้นที่อย่างเป็นระบบรอรับการบุกมากกว่าการพยายามเข้าแย่งบอลกลับ

เทคนิคนี้มีใช้มาในโลกของฟุตบอลนานแล้ว แต่เพิ่งจะมาได้รับความนิยมในช่วงสองสามปีหลังส่วนหนึ่งเนื่องมาจากความสำเร็จของทีมอย่างบาร์เซโลน่า(ในการทำทีมของเป็ป กวาดิโอล่า), โบรุสเซียดอร์ทมุนและบาร์เยินมิวนิค (ของ Jupp Heynckes และ กวาดิโอล่า) ตัวอย่างใกล้ๆเข้ามา (ผู้เขียนเป็นคนออสเตรเลีย) ก็คือทีมชาติออสเตรเลียใต้การทำทีมของ Ange Postecoglou ก็เล่นในแบบของเคาเตอร์เพรซซิ่ง ถ้าเป็นในเอลีคก็เป็น Brisbane Roar ใต้การนำทีมของ Postecoglou เช่นกัน

ความเหมือนกันของทีมเหล่านี้คือการเล่นโดยต้องการเป็นผู้ครอบครองบอลเป็นส่วนใหญ่ของเกมส์ การเล่นแบบนี้สอดคล้องเกื้อหนุนกันกับการใช้เคาเตอร์เพรซซิ่งเนื่องจากทีมที่ต้องการเป็นผู้ครอบครองบอลให้มากที่สุดก็ต้องการจะได้บอลกลับมาจากการเสียบอลให้เร็วที่สุดเป็นธรรมดา สองสิ่งนี้ (ความต้องการเป็นผู้ครองบอลกับเคาเตอร์เพรซซิ่ง) จึงถูกเลือกใช้แค่อย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้

(ข้อยกเว้นหนึ่งคือการที่ทีมนั้นสามารถเล่นได้อย่างดอร์ทมุนที่มุ่งเน้นการเล่นเกมรุกให้เร็วและไดเรค(ผู้แปล - บอลถึงหน้าโกลฝั่งตรงข้ามเร็ว) ที่สุดเมื่อได้บอลกลับคืนมา การเล่นของพวกเขาไม่ได้เน้นการครองบอลไว้นานแต่ก็ใช้เคาเตอร์เพรซซิ่งช่วยในการแย่งบอลกลับมาให้เร็วเพื่อทำการรุกต่อ)

ความเกี่ยวเนื่องกันระหว่างการครองบอลกับเคาเตอร์เพรซซิ่งยังมีมากกว่านั้น เมื่อทีมหนึ่งเป็นฝ่ายครอบครองบอลเป็นส่วนมากโดยทั่วไปก็คือทีมนั้นจะเป็นฝ่ายถือบอลและสร้างโอกาสการรุกจากการเล่นลูกสั้น การเล่นลูกสั้นย่อมหมายถึงผู้เล่นจะเล่นอยู่ใกล้ๆกันเป็นกลุ่ม ซึ่งก็หมายถึงทีมนั้นจะมีผู้เล่นอยู่ใกล้บอลมากกว่าฝั่งตรงข้ามหากว่าเกิดการเสียบอล ยิ่งจำนวนผู้เล่นที่อยู่ใกล้บอลตอนเสียบอลมีมากเท่าไรการใช้เคาเตอร์เพรซซิ่งยิ่งจะประสบผลมากเท่านั้น

อย่างไรก็ตามในทางกลับกัน ถ้าผู้เล่นอยู่ใกล้กันเกินไปจะเพิ่มความยากในการครอบครองบอล ทีมต้องมีสมดุลย์ในการกระจายตำแหน่งดีพอเพื่อส่งบอลแต่ก็เกาะกลุ่มดีพอที่จะเข้าเพรซซิ่งเมื่อเสียบอล

โยฮัน ครัฟฟ์เคยสรุปไว้น่าฟังตอนพูดคุยเกี่ยวกับเทคนิคของบาร์เซโลนาในการทำทีมของเป็ปกวาดิโอลา "คุณรู้ไหมว่าทำไมบาร์เซโลนาถึงแย่งบอลกลับมาเล่นได้เร็วนัก เหตุผลคือพวกเขาไม่ต้องวิ่งไปแย่งบอลไกลมากกว่าสิบเมตรเลยเพราะพวกเขาไม่เคยส่งบอลกันไกลเกินสิบเมตรไงละ"

เคาเตอร์เพรซซิ่งนั้นทำได้ทุกที่ของสนาม แต่มันก็มักจะเกิดขึ้นในหนึ่งในสามส่วนสุดท้ายของแดน เนื่องจากทีมที่สามารถครอบครองบอลเป็นส่วนใหญ่ของเกมมักจะสามารถครองบอลต่อเกมได้ในแดนของตัวเองจนถึงแดนสองในสามของสนาม ตอนที่บอลเข้าไกล้ประตูฝั่งตรงข้ามนี่ละที่พื้นที่ในการเล่นจะยิ่งหายากขึ้นและยากที่จะครอบครองบอลได้อย่างแน่นอน ดังนั้นมักจะเกิดการเสียบอลในแดนนี้มากกว่า ถ้าจะยกตัวอย่างของดอร์มุนก็คือพวกเขาทำการเล่นเกมรุกทันทีที่แย่งบอลได้ ดังนั้นพวกเขามักจะเสียบอลในขณะที่อยู่ในตำแหน่งของเกมรุก

ข้อดีของเคาร์เตอร์เพรซซิ่งสูงในแดนฝั่งตรงข้ามคือเมื่อแย่งบอลกลับมาได้แล้วระยะทางที่ต้องเล่นไปจนถึงหน้าโกลฝั่งตรงข้ามก็สั้นลง ซึ่งนั่นทำให้เคาเตอร์เพรซซิ่งกลายมาเป็น "การทำเกมรุก" แบบหนึ่งตามที่เจอร์เก้น คล้อปเคยอธิบาย ในทางกลับกัน ถ้าเกิดการเสียบอลในแดนกลางหรือแดนรับของทีม มันมีความเสี่ยงมากกว่าที่คู่ต่อสู้จะสามารถหนีจากเคาเตอร์เพรซซิ่งแล้วทำเกมเข้าสู่หน้าประตู

และนี่จะนำไปสู่สิ่งคำคัญอีกอย่างของเคาเตอร์เพรซซิ่งคือ การรู้ว่าเมื่อใหร่ควรจะหยุด การเล่นเคาเตอร์เพรซซิ่งต้องการผู้เล่นแรวรับให้บีบขึ้นข้างหน้าเพื่อปิดช่องทางตัวเลือกในการผ่านบอลของฝ่ายรุก ซึ่งทำให้เกิดความเสี่ยงสองอย่าง หนึ่งคือผู้เล่นที่มีทักษะสูงอาจจจะสามารถเล่นแก้การบีบกดดันไปได้และนำไปสู่ความเสี่ยงที่สองคือเปิดพื้นที่ด้านหลังเนื่องจากการบีบขึ้นสูงซึ่งเป็นสิ่งอันตรายมากหากคู่ต่อสู้สามารถแก้เคาเตอร์เพรซซิ่งได้

ดังนั้นทีมที่เล่นเคาเตอร์เพรซซิ่งมันจะมีกำหนดเวลาที่จะหยุดการบีบกดดันแล้วถอยไปตั้งรูปแบบเกมรับ ไซมอน คูเปอร์กล่าวว่า "ถ้าบาร์เซโลนาไม่สามารถแย่งบอลกลับมาได้ภายใน 5 วินาทีหลังจากเสียบอล พวกเขาจะถอยกลับไปตั้งรูปแบบกำแพงเกมรับทั้งสิบคน ระยะห่างระหว่างคนหน้าสุดของกำแพง (มักจะเป็นเมสซี่) กับแนวรับคนสุดท้าย (สมมุตว่าเป็นมาสเคราโน) จะประมาณแค่ 25 - 30 เมตร" จังหวะนั้นคือการจบช่วงเปลี่ยนแปลงการครองบอลของเกม นั่นคือจบการทำเคาเตอร์เพรซซิ่งไปแล้ว ดังนั้นโฟกัสจึงมาอยู่ที่การบีบเพรซซิ่งธรรมดาแทน ความแตกต่างที่สำคัญที่สุดคือเคาเตอร์เพรซซิ่งทำเมื่อเสียบอลโดยทันทีขณะที่เพรซซิ่งทำเมื่อฝ่ายตรงข้ามได้เปลี่ยนไปเป็นผู้ครอบครองบอลโดยสมบูรณ์แล้ว

ด้วยปัจจัยที่ต้องคำนึงมากมายและองค์ประกอบทางเทคนิคต่างๆ มันเป็นการง่ายที่การเล่นนี้จะถูกเข้าใจผิดแล้วหลายทีมมักจะประสบความลำบากในการนำไปใช้ อย่างไรก็ตามหนึ่งในตัวอย่างของทีมที่ประสบความสำเร็จในการเล่นเคาเตอร์เพรซซิ่งคือทีมชาติออสเตรเลียแชมป์เอเซียนคัพนี่เอง พวกเขาเล่นด้วยลักษณะต้องการครอบครองบอลเป็นส่วนใหญ่ของเกม ด้วยผู้เล่นที่มันยืนตำแหน่งใกล้ๆกันในขณะทำเกมรุก Riccardo Marchioli เคยกล่าวว่า "ผลลัพธ์ของการเล่นแบบนี้ก็คือเมื่อทีมชาติออสเตรเลียเสียบอล จังหวะนั้นพวกจะอยู่ใกล้ๆกันกับบอลอยู่แล้วทำให้เข้าบีบไล่บอลคืนได้ง่ายขึ้น นี่ทำให้คู่ต่อสู้ลำบากขึ้นในการเล่นเคาเตอร์"

วิดีโอนี้ (ค้นหาใน youtube ว่า  Examples of the Socceroos counterpressing ) แสดงให้เห็นการตอบสนองอย่างรวดเร็วของทีมชาติออสเตรเลีย ผู็เล่นเปลี่ยนไปเล่นเคาเตอร์เพรซซิ่งทันทีที่เสียบอล จอร์เก้น คล็อป พูดว่า "คุณไม่สามารถแค่จะบอกผู้เล่นว่า ยืนตรงนี้ ถ้าเกิดเหตุการณ์นี้ วิ่งไปตรงนั้น คุณต้องสอนให้เขามีความต้องการโดยเฉียบพลันด้วยจิตใต้สำนึกต่างหาก มันต้องเป็นความต้องการเฉียบพลันที่จะเคลื่อนที่ไปในตำแหน่งเพื่อให้ได้ครอบครองบอลทันทีที่เสียบอล"



บันทึกการเข้า
Doctor สลัม
อยากจะรวยจริงๆ
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +2538/-3536
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 50,668


หล่อไม่มาก แต่ท่ายากเฮียมีเยอะ


| | |
« ตอบ #1 เมื่อ: เมษายน 16, 2016, 03:24:49 PM »

ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า

ลมหายใจคือฟุตบอล
winningkung
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +243/-580
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,549


| | |
« ตอบ #2 เมื่อ: เมษายน 16, 2016, 03:33:17 PM »

ต้องรอดูเปปเจอซิมมิโอเน่ครับ ผมเชื่อว่าเกมจะน่าเบื่อ แต่มีอะไรให้ศึกษาเยอะแน่ๆ บอลระบบทั้ง2ฝั่ง
ต่างจากคู่แมนซิกับมาดริด บอลเน้นความสามารถนักเตะ แต่บอลคู่นี้ ผมว่าดูสนุก
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 16, 2016, 03:35:47 PM โดย winningkung » บันทึกการเข้า
FlyingDutchManZ
"...ฟุตบอล ชีวิต และมิตรภาพ..."
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1773/-1004
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 36,595



เว็บไซต์
| | |
« ตอบ #3 เมื่อ: เมษายน 20, 2016, 08:26:28 AM »

ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
แมวหมอบ_SR37
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +131/-21
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,380


กีฬาสร้างมิตรภาพ


| | |
« ตอบ #4 เมื่อ: เมษายน 20, 2016, 09:47:35 AM »

ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า


 เครดิตภาพ โดย Lukmoo~*_SR
GOY KOUPREY
กูปรีสู้ๆ
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +666/-64
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,669


กูปรีจะกลับมายิ่งใหญ่


| | |
« ตอบ #5 เมื่อ: เมษายน 20, 2016, 11:18:26 AM »

ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า


เราต้องก้าวข้ามอุปสรรคให้ได้
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  




Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!