Thailandsusu Webboard
กรกฎาคม 24, 2019, 12:42:22 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน Gallery เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: การเดินทางสู่ดอยม่อนจอง (ดอยหัวสิงโต) จ.เชียงใหม่  (อ่าน 7555 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
nusita_angel
Moderator
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +1795/-252
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,166


สิ่งที่มากกว่ารางวัล คือ โอกาส


| | |
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 22, 2015, 05:01:02 AM »

               สวัสดีค่ะ เพื่อนๆ คะ เมื่อวันที่ 6 ก.พ. 58 นุสิมีโอกาสได้ไปเที่ยวรับลมหนาวอีกครั้ง ซึ่งหนาวนี้ จะเป็นหนาวสุดท้ายที่จะได้ไปชมทิวทัศน์ที่สวยงามพร้อมกับเพื่อนๆ กลุ่มเดินป่าอีกครั้ง  และสถานที่ๆ นุสิเลือกไปนี้ คือ ม่อนจอง จ.เชียงใหม่  “ ม่อนจอง “ มีชื่อเสียงในชื่อ ภูเขาหัวสิงโต  และกุหลาบพันปีที่หาดูได้ยาก  มาดูรายละเอียดของสถานที่ กันนะคะ

              “ ดอยม่อนจองตั้งอยู่บนทิวเขาถนนธงชัยตอนกลาง คำว่า "ม่อน" เป็นภาษาคำเมืองที่หมายถึง "ดอยหรือเนินเขา" ส่วนคำว่า "จอง" นั้นภาษาคำเมืองจะออกเสียงว่า "จ๋อง" หมายถึง "ลักษณะจั่วสามเหลี่ยมที่อยู่สูงที่สุด" ซึ่งเรียกตามลักษณะภูมิประเทศที่เป็นยอดเขาและมีหน้าผาสูงชัน ดอยแห่งนี้มีสภาพทางธรณีวิทยาเป็นภูเขาหินปูนผสมหินทราย หินเซลล์ และหินแกรนิตปะปนกันไป ทำให้ดอยแห่งนี้มีลักษณะตื่นตาตื่นใจ คือ ไหล่เขาด้านตะวันออกจะค่อย ๆ ลาดลงไปและถูกปกคลุมไปด้วยป่าดิบเขาแน่นขนัด ส่วนด้านตะวันตกเป็นหน้าผาตัดสูงชันดำทะมึน มองไกลออกไปตามสันเขาแคบ ๆ ที่เลียบเลาะไปตามไหล่ผาอย่างน่าหวาดเสียวสู่ทิศใต้ก็จะเห็นยอดภูผาดอยม่อน จองที่มีลักษณะคล้ายหัวสิงห์ชูยอดเด่นตระหง่านอย่างน่าเกรงขาม โดยสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,929 เมตร เป็นดินแดนแห่งพฤกษาและมวลสรรพสัตว์ที่ใช้ชีวิตอาศัยอยู่อย่างอิสระเสรีใน ป่าผืนใหญ่ อาทิเช่น กวางผาและเลียงผาซึ่งเป็นสัตว์ป่าสงวน 2 ใน 15 ชนิดของเมืองไทย และโขลงช้างป่า เป็นต้น ในช่วงฤดูหนาวนี้จะเป็นช่วงวันเวลาของกุหลาบพันปีที่มีชื่อเฉพาะว่า "คำแดง" กำลังออกดอกแย้มกลีบบานสะพรั่งเต็มต้นอยู่เป็นดงตามไหล่เขา “

ข้อมูลจาก  http://www.e-travelmart.com/club_02_north_12.html
การเดินทางไปครั้งนี้ นุสิพกคนคุ้นเคยไปด้วย ก็คือ  น้องสาว และเพื่อนร่วมงานอีก 1 คน ทุกครั้งที่ไปกลับมาแล้ว ก็จะมีเพื่อนๆ ใหม่ๆ ที่เห็นภาพสวยๆ ขอติดตามไปด้วย ในแต่ละทริป การไปครั้งนี้ คนสนใจไปกันมาก เพราะเป็นสถานที่ๆ สวยงาม และลือชื่อ  นุสิร่วมเดินทางไปกับสมาชิกจำนวน 30 คน หรือ รถตู้ 3 คัน

         และ นุสิ ก็เดินทางไปยังจุดนัดพบเดิม คือ สถานนีรถไฟฟ้า BTS หมดชิต คราวนี้ รถออกเดินทางเลทกว่าทุกครั้ง คือ เวลา 21.00 น. เพราะสมาชิกที่ไปเป็นจำนวนมาก กว่าจะมากันครบ ก็ใช้เวลาพอสมควร  และก็เหมือนเช่นทุกครั้ง การไปเที่ยวแบบนี้ ต้องทำใจอย่าง เราไปกับคนที่เราไม่รู้จัก แต่เพียงเรามีจุดมุ่งหมายเดียวกัน คือ ต้องการท่องเที่ยวสัมผัสธรรมชาติ การหารค่าใช้จ่ายในราคาที่เรียกว่า คุ้มซะยิ่งกว่าคุ้ม หากเทียบกับกลุ่มเดินป่าอื่นๆ (ฟังคำบอกเล่า จากสมาชิกหลายคนที่เคยไปกับหลายๆ กลุ่ม)  และการช่วยเหลือกันตามสมควรตลอดการเดินทาง  แต่การเดินทางกับกลุ่มเดินป่า ครั้งที่ 3 นี้ แทบต้องทำความรู้จักกันใหม่หมดเลย เพราะในสองทริปก่อน มาซ้ำเจอกันในทริปนี้ คนเดียวเท่านั้น นอกนั้น ไม่รู้จักใครเลย แต่การที่เราชอบอะไรคล้ายๆ กัน ก็ทำให้เราปรับตัวเข้าหากันได้ไม่ยาก

      เวลาประมาณ ตี 4 เห็นจะได้ เราก็มาถึงตลาดแห่งหนึ่งในจังหวัดลำพูน ก็แวะช้อปเดินดูอาหาร และผลไม้ไว้กินกันบนดอย ได้เจอสตอเบอรี่เจ้าหนึ่ง ลูกกลมๆ ขนาดกลาง สียังไม่แดงเท่าไหร่ แต่เหลือเชื่อ กัดกินดูแล้ว หวานมาก ไม่เหมือนลูก ที่นี่ขายกิโลกรัมละ 150 บาท ถูกมาก เราซื้อมา 1 กิโลและหวังว่า ขากลับจะได้ผ่านเส้นนี้อีก จะได้ซื้อไปฝากครอบครัว แต่แล้วก็ไม่....... T_T’



        ฟ้าเริ่มสาง เป็นเวลาประมาณ 6.30 น. เราเดินทางมาถึงอมก๋อย แวะทานข้าวข้างหน้าวิทยาลัยอมก๋อย มาถึงตรงนี้ อากาศหนาวมาก ชาวบ้านระแวกนั้นบอกว่า ไม่หนาวมาหลายวันแล้ว เพิ่งจะกลับมาหนาววันนี้เป็นวันแรก ดูสิพวกเรามากันได้ถูกจังหวะจริงๆ ที่อากาศยามเช้าดีมาก ๆ รู้สึกวิถีชีวิตของคนที่นี่เงียบสงบกันดี  เขาถึงได้ทำอะไรเรื่อยๆ ไม่เร่งรีบ พูดช้า ไม่เหมือนกรุงเทพ


        เจอแมวเปอร์เซียสีขาวหนึ่งตัวในร้านค้า ขนยาว หนา ขาสั้น น่ารักมากๆๆๆๆ ใครเห็นแล้วก็อยากได้ทุกคน แต่เจ้าตัวนี้ เล่นตัวชะมัดเลย ไม่ยอมให้อุ้มเลย แถมชอบทำหน้าไม่เอาใครด้วยค่ะ



          อิ่มแล้วก็เริ่มเดินทางต่อกันเลยค่ะ ภาพต่อจากนี้ เป็นภาพตลอดระยะทางที่เราเดินทางจากหมู่บ้านอมก๋อยไปยัง หน่วยฯ มูเซอ เพื่อจะเปลี่ยนรถไปยังดอยม่อนจอง ชอบวิถีชีวิตชาวบ้าน วัฒนธรรมความเป็นอยู่นะคะ อาจเพราะเราเป็นคนกรุงเทพฯ ไม่คุ้นชินสภาพแวดล้อมรึเปล่าก็ไม่ชอบ  ตอนนี้ อารมณ์เห่อสุดๆ ค่ะ ^^














           ระยะทาง 11 กิโลเมตร ในการขึ้นดอย และตลอดเส้นทางต้องใช้รถ  4WD หรือรถกะบะแข็งแ รง ไต่ขึ้นไปตามสันเขาที่สูงชันและแคบ ซึ่งปกคลุมไปด้วยป่าดิบเขาที่อุดมสมบูรณ์ ตลอดระยะทางที่รถวิ่ง เล่นซะเครื่องในเกือบพัง คนนั่งหลังหัวสั่นกะด๊อกกะแด็กเลย  รู้สึกทางขึ้นดอยที่ต้องใช้รถ กะบะ หรือ 4WDไต่ขึ้นไป แต่ละที่ๆได้ไปเยือนมา จะคล้ายๆ กันหมด เส้นทางหินพอดูค่ะ  แต่เส้นทางนั้น ไม่สามารถถ่ายภาพมาฝากได้ค่ะ ถือกล้องไม่อยู่เลย กลัวหล่น อัดกันหลายคนบนรถ นั่งเกร็งอยู่ท่าเดียว เมื่อยมากกกก ^^’

            ตอนนี้เรามาถึงเชิงดอยม่อนจองแล้วค่ะ ระยะทาง 11 กิโลจากจุดเปลี่ยนรถ เครื่องในเกือบพัง ^^’
โชคดีที่ม่อนจองมีลูกหาบด้วยค่ะ หากเป็นนักท่องเที่ยวทั่วไป คิดราคาลูกหาบไปกลับ 600 บาท น้ำหนักแบกไม่เกิน 30 กิโลกรัมค่ะ ราคานี้คล้ายๆ กับม่อนอื่นๆ แต่ที่นี่แปลกกว่าที่อื่นค่ะ ตรงที่ลูกหาบที่นี่ เป็นผุ้หญิงทั้งนั้นเลย ผู้ชายสวนใหญ่ทำไร่กะหล่ำปลี ผู้หญิงที่นี่แข็งแรงดีจริงๆ

           เราเริ่มออกเดินทางเวลาขึ้นดอยเวลาประมาณ 10.30 น. ใช้เวลาเดินทางถึงจุดกางเต๊นท์ ประมาณ 3 ชั่วโมง การเดินทาง ตลอดระยะการเดินทาง สำหรับคนที่ไม่ค่อยเดินป่า ก็จะมีเหนื่อยบ้างเป็นช่วงๆ แต่หากเทียบกับหลายดอย ถือว่า ม่อนจอง เดินสบายมากค่ะ มาดูภาพประกอบการเดินทางกันค่ะ











ระหว่างทางเจอต้นกระเพราป่ามากมาย หาดูไม้ดอกยาก พอเจอดอกอะไรข้างทาง เลยรู้สึกว่า สวยงามไปหมดเลย








            เคยเห็นเจ้าสิ่งนี้มั้ยคะ โผล่หัวออกมาจากดิน คล้ายดอกเห็ด มีลักษษะแข็ง คล้ายมังคุดหัวคว่ำ ชาวดอยบอกว่า มันคือ “ขนุนดิน” ทานไม่ได้นะคะ หาดูยาก เวลาดอกบานจะคล้ายๆ เงาะค่ะ เป็นขนๆ กระจายออกมา ตั้งแต่เดินขึ้นจนเดินลงดอย ก็เจออยู่กอเดียวนี่ล่ะ


             เห็นเพื่อนๆที่มีกล้องดีๆ มักจะเอากล้องถ่ายภาพสิ่งของเล็กๆ ระยะใกล้ๆ ภาพออกมาแล้ว ก็ดูสวยดี นุสิเลยขอซักหน่อย  ภาพออกมาแล้ว ก็พอใจค่ะ เข้าท่าดีเหมือนกัน กล้องดีๆ ช่วยได้เยอะจริงๆ ค่ะ
             เจ้าต้นนี้ นุสิถกเถียงกับเพื่อนอยู่นาน เพื่อนบอกว่า มันคือ กุหลาบพันปี (ดอกกุหลาบพันปี จะหาดูยาก มีบนยอดดอยม่อนจอง โดยเฉพาะ ณ.จุดใกล้หัวสิงโต) ดูๆ แล้วมันก็แปลกๆ นะ ต่อมาได้คุยกับคนที่เคยเห็นมาก่อน และคนที่เดินไปถึงหัวสิง บอกว่า ดอกกุหลาบพันปีนั้น ต้นใหญ่มาก มีลักษณะดอกสีแดงๆ



            ต่อมาได้คุยกับคนที่เคยเห็นมาก่อน และคนที่เดินไปถึงหัวสิง บอกว่า ดอกกุหลาบพันปีนั้น ต้นใหญ่มาก มีลักษณะดอกสีแดงๆ ดังในภาพด้านล่างค่ะ (นุสิไม่ได้ถ่ายเอง แต่เอาภาพจากอินเตอร์เนตมาลงให้ชม จะได้รู้จักกัน
ขอบคุณเวป http://board.trekkingthai.com/board/show.php?forum_id=23&topic_no=153129&topic_id=155008



ภาพนี้ เพื่อนในกลุ่มถ่ายมาได้ค่ะ เป็นกุหลาบขาวพันปี


            เดินๆ หยุดๆ เหนื่อยก็พัก และแล้วเราก็เกือบจะถึงยอดดอยค่ะ และสังเกตุ มาหลายดอย พอใกล้ถึงยอดดอย จะชันทุกที่เลย ที่นี่ ณ.ตรงนี้ ก็เดินขึ้นลำบากอีกเหมือนเคย ช่วงเดินขึ้น  ณ.จุดนี้ ก็ไม่เท่าไหร่ เดินไปเก็บภาพไปยังได้ แต่พอไปได้สักครึ่งทาง เริ่มต้องเดินเอนตัวทิ้งน้ำหนักตัวไปข้างหน้า ต้องเดิน สี่ขา เดินสองขา หงายท้องแน่ นาทีนี้ รู้สึกไม้เท้าช่วยพยุงเกะกะชมัดเลย



             แล้วเราก็มาถึงยอดดอยจนได้ จุดที่พวกเรานั่งกันนี้ ยังไม่ใช่หัวสิงนะคะ บนยอดดอยนี้ มีลักษณะเป็นที่ราบไม่กว้างมากนัก นอกนั้นเป็นเส้นสันเขา หากจะเดินต่อไปยังจุดกางเต๊นท์ ต้องเดินต่อไปอีก ไม่ไกลมาก จะมีลักษณะเป็นสันเขา ตามภาพค่ะ
ณ.จุดนี้ ใครใช้โทรศัพท์ของทรู จะมีสัญญาน ส่วน AIS  ก็มีบ้าง ส่วน DTAC  ดอยไหนๆ ก็ไม่เคยเห็นมีเลย 555









ด้านหลังของนุสิที่เพื่อนๆ เห็น เป็นทางเดินที่เราผ่านกันมา ตอนขึ้นเขาค่ะ








                   เห็นตรงทางเดินเบื้องหน้ามั้ยคะ มีลักษณะเป็นสันเขาตลอดทาง ตรงสุดสายตาไกลโพ้นนั้น เป็นยอดหัวสิงโต ที่ใครๆ หลายคนต่างก็ดั้นด้นมาถึงที่นี่ เพื่อไปเก็บภาพ ณ.จุดนั้น แต่ตอนนี้ พระอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้า หากจะไปถึงที่นั่น ต้องใช้เวลาเดินทางจากจุดที่เก็บภาพนี้ ไปถึงยอดหัวสิงโต ไป กลับ ประมาณ 4 ชั่วโมง กลับมาคงมืดมองไม่เห็นทาง มีหวังตกดอยแน่ (ได้ยินว่า หากสามารถเดินไปถึงหัวสิงโตได้ เดินเลยไปอีกจะเป็นหัวลิง สวยกว่าหัวสิงโต ค่ะ)



                 จุดกางเต๊นท์จะอยู่ห่างจากหัวสิงมากค่ะ เราเลี้ยวเขาเนินด้านซ้าย เ พื่อไปยังที่พัก เวลานี้ คงเดินไปหัวสิงไม่ทันแล้ว  สาวนางนี้ น้ำหนักตัว 43 กิโลกรัม แต่แบกสัมภาระเอง ไม่ต้องการลูกหาบ เธอมีสุขภาพแรมโบ้จริงๆ


ซื้อเต๊นท์มาใหม่ๆ ยังกางใหม่เป็น ต้องให้รุ่นพี่และเพื่อนๆ ช่วย แฮ่ แฮ่ ^^


                 ได้เวลาทำกับข้าวแล้วค่า ทริปนี้ เราไม่ได้มีบทบาท นอกจากเป็นนักชิมที่ดี เพราะว่า พ่อครัวคนนี้จองตำแหน่งเรียบร้อยแล้ว ดูเหมือนเขาจะชอบทำอาหารมากค่ะ ทุกคนยกหน้าที่ให้เลย  อาหารของเขาอร่อยใช้ได้เลยทีเดียว มาดูกัน








หมูย่างเขาก็มีนะ อ้อ. มีลูกมือด้วยค่ะ ชายล้วนเลย แต่ไม่ได้เก็บภาพมา งานนี้ ผู้หญิงรอกินอย่างเดียว สบายสุดๆ 55




เตรียมเครื่องเหมือนจะทำต้มยำ แต่ไม่ใช่แฮะ เอ... แล้วเมนูนี้มันหายไปไหน  มันคืออะไรนะ


เที่ยวดอยที่ไหนเค้ามีกุ้งอบเกลือกัน 555 ที่อื่นไม่มีแต่ที่นี่มีค่ะ ^^







                     เมนูนี้ ถ้าบอกไป จะโดนด่ามั้ยน๊ออ มันคือเนื้อจรเข้ ค่ะ ครั้งแรกในชีวิตที่ได้กิน ลักษณะเนื้อเหนียวเหมือนปลาเก๋า หรือ เนื้อไก่ มีกลิ่นสาบ กินไปแค่คำเดียว เลิก



มื้อนี้ของเรา วิเศษสุดๆ เห็นอาหารที่เพื่อนเราตั้งใจทำให้กิน ก็หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งเลยค่ะ


ทำอาหารเสร็จเราก็แบ่งกันกิน (การแต่งตัวของพวกเธอเป็นเอกลักษณ์มากค่ะ)




                      ห้องน้ำห้องเดียวของที่นี่ มีโถส้วมด้วยค่ะ มีเพียงผ้าใบกั้น ไม่มีประตู ใครใช้บริการก็ต้องคอยระวังกันดีๆ ส่งเสียงบ้างก็ได้ ให้คนข้างนอกรู้ว่ามีคนอยู่ ไม่งั้นละก็....


          ทานอาหารเสร็จ พระอาทิตย์ก็กำลังจะลับขอบฟ้าพอดี คืนนี้เราอยู่ผิงไฟ เอาแรง พรุ่งนี้เช้าต้องตื่นเดินทางต่อ เดินขึ้นดอย ค้างแค่คืนเดียว ก็เหนื่อยเหมือนกันค่ะ




ภาพนี้ ถ้าได้ถ่ายตอนกระโดดเตะหัวสิง ภาพที่ออกมา จะสวยมาก 55


           ขึ้นมาถึงบนยอดดอย ความฝันสูงสุด ก็คือ ถ่ายคู่กับหมู่ดาวเป็นล้านดวงนี่ล่ะค่ะ ชอบมากเลย  เวลาประมาณ 2 ทุ่ม หลังจากทานอาหารเย็น เรากับเพื่อน รวม 6 คน ขึ้นไปยังสันเขา บรรยากาศมืดมากกกก  เวลานี้ มีเพียงแสงดาวที่ช่วยให้ความสว่าง กับไฟฉายนำทาง  อุณหภูมิขณะนี้ประมาณ 11 องศาเห็นจะได้ นั่งคุยกับเพื่อนไปพลางนอนมองดวงดาวไปพลาง  เปิดเพลงสากลคลาสสิค มีเพียงก้อนแอลกอฮอล์ก้อนเดียวที่เป็นไออุ่นให้พวกเรา


                 เพื่อนคนหนึ่งในกลุ่ม ถ่ายภาพเก่งภาพ ตั้งกล้องถ่ายภาพดาวหมุน ซักวันจะต้องลองถ่ายเองสักครั้งให้ได้


                  เช้าวันใหม่ มีเพียงไม่กี่คนในกลุ่มเราที่ตื่นขึ้นมาแต่เช้ามืดเพื่อจะไปเก็บภาพที่หัวสิงโต แต่คืนนี้หนาวจริงๆ ถุงนอนเอาไม่อยู่ อุณหภูมิน่าจะประมาณ 10 องศา ตกกลางคืนนอนหลับๆ ตื่นๆ โชคดีที่เต็นท์ใหม่ของเราเนื้อหนา ช่วยให้อบอุ่นอยู่บ้าง


                  ดูคนอื่นๆ ลั้ลลากันน่าดู ในขณะทีเรา นอนอุตุอยู่ในเต๊นท์ ก็มันตื่นไม่ไหวอ่ะ 55


        เช้านี้ ก่อนเดินทางกลับ ขอเก็บภาพบรรยากาสรอบเต็นท์ซักนิด แสงแดงส่องรอดต้นไม้ลงมา สวยจริงๆ ค่ะ


       หลังจากทานมื้อเช้าแล้ว ก็ได้เวลาเก็บเต็นท์ ตอนกางมีคนช่วยกางให้ ตอนเก็บเลยเก็บไม่เป็น เดือดร้อนสาวชาวดอย มาช่วยอีกแล้ว แหะ แหะ


       เก็บของให้สะอาดเรียบร้อยก่อนกลับ ทำให้สะอาด เพื่อนคนรุ่นหลัง


ขอสาวๆ ถ่ายเป็นที่ระลึกก่อนลงดอย


         ขาลงดอย ช่วงที่ชันที่สุด คิดหนักอีกแล้ว ว่าจะผ่านมันไปได้ยังงัย เรายืนมองดูสาวๆ ที่ทยอยเดินลงไปอย่างระมัดระวัง แล้วต้องถอนหายใจ โชคดีที่เพื่อนเราที่ติดสอยห้อยตามมาในทริปครั้งนี้ เธอคอยช่วยเหลืออยู่ และโชคดีชั้นที่สองคือ  มีทหารคนหนึ่งคอยดูแลอยู่ด้านหลัง เราได้ที สบโอกาส ขอให้เขาช่วยจูงมือ พยุงเราค่อยๆ ลงจากที่ชัน และจุดที่คิดว่า ยากลำบากที่สุด ก็กลายเป็นจุดที่ง่วยที่สุด แหม่ ....อยากมีแฟนเป็นทหารจริงๆ 555

พอลงจากจุดที่ชันที่สุดได้แล้ว ขอถ่ายรูปคู่เป็นที่ระลึกสักภาพนึงนะ


         แล้วความสุขมันก็ผ่านเข้ามาแค่ช่วงเวลานึง  และก็ต้องกลับสู่โลกของความจริง  ปรากฎการณ์แบบนี้ ฉันเรียกมันว่า “ ชีวิต “ นะ



พอลงมาถึงเชิงดอย ก็มีรถกะบะของชาวดอยจอดรอรับเราอยู่ เพื่อไปยังจุดที่เราจอดรถตู้ทิ้งไว้รอรับขากลับ เจอชาวบ้านเอาลูกหม่อนมาขาย ถุงใหญ่มาก 20 บาทเอง หวานนนนสุดๆ



ขากลับแวะลานสนค่ะ ก็สวยดี เหมือนอยู่เมืองนอกเลย พวกเราแวะเก็บภาพกันที่นี่ และเดินทางกลับ มายังจุดที่เรานัดพบกัน ก็ประมาณ ตี 2 เห็นจะได้



การเดินทาง 2 คืน 3 รับ ผ่านไปเร็ว จริงๆ ขอบคุณเพื่อนๆ ที่เข้ามาเยี่ยมชม และขอบคุณเวปไทยแลนด์สู้ๆ ที่ให้พื้นที่ในการแบ่งปัน แล้วพบกันใหม่ในทริปหน้าค่ะ สวัสดีค่ะ  
บันทึกการเข้า

son bbr03752
Newbie
*

คะแนนความรัก: +8/-1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 43



| | |
« ตอบ #1 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 22, 2015, 07:23:48 AM »

คุณนุสิตา นี้อึดจริงๆ น่ะครับ และขอบคุณนำภาพสวยๆ มาฝากครับ
ผมยังเสียดาย...ไปไม่ถึงเพราะเพื่อนที่ร่วมทริป เจอมอไซร์ชาวบ้านตัดหน้าล้มไป เป็นอันยกเลิกทริปนี้เลย
บันทึกการเข้า
c,o
Full Member
***

คะแนนความรัก: +119/-129
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 873



| | |
« ตอบ #2 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 22, 2015, 07:30:56 AM »

ไปทริปเดียวกันเลยครับ เพิ่งรู้ว่าเล่นไทยแลนด์สู้สู้เหมือนกัน
บันทึกการเข้า
johnlennon
Newbie
*

คะแนนความรัก: +19/-1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 97



| | |
« ตอบ #3 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 22, 2015, 08:09:28 AM »

สวยมากครับ ขอบคุณสำหรับรีวิวดีดีนะครับ อิอิ
บันทึกการเข้า
nusita_angel
Moderator
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +1795/-252
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,166


สิ่งที่มากกว่ารางวัล คือ โอกาส


| | |
« ตอบ #4 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 22, 2015, 07:26:52 PM »

คุณนุสิตา นี้อึดจริงๆ น่ะครับ และขอบคุณนำภาพสวยๆ มาฝากครับ
ผมยังเสียดาย...ไปไม่ถึงเพราะเพื่อนที่ร่วมทริป เจอมอไซร์ชาวบ้านตัดหน้าล้มไป เป็นอันยกเลิกทริปนี้เลย
+1 ง้นคราวหน้าค่อยไปแก้มือกันนะคะ เสียดายจัง อุตส่าห์ไปถึงที่แล้ว

ไปทริปเดียวกันเลยครับ เพิ่งรู้ว่าเล่นไทยแลนด์สู้สู้เหมือนกัน
+ 1 บอกมาให้ไวเลย ว่านี่คือใคร เอารูปมาโชว์หน่อยเร่ว ! ไปทริปเดียวกับเรา บังเอิญจัง

สวยมากครับ ขอบคุณสำหรับรีวิวดีดีนะครับ อิอิ
+1 เข้ามาดู ลงรูปซ้ำกันหลายภาพ เดี๋ยวขอเข้าไปแก้ไขนะคะ
บันทึกการเข้า

x-files
Full Member
***

คะแนนความรัก: +88/-39
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 971


| | |
« ตอบ #5 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 22, 2015, 07:41:46 PM »

สุดยอดคร้าบบบ ล็อคเป้าหมายต่อไป ดอยม่อนจอง 
บันทึกการเข้า

III YesK III
Extreme Thailandsusu
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +5245/-622
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11,883


ผมไม่ได้หื่นนะครับ - - -


| | |
« ตอบ #6 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 22, 2015, 10:47:14 PM »

+ มีความสุขเต็มที่กับชีวิต

ลป.เห็นบินได้ผมงี้ตกใจเลย ฮาาา ---
บันทึกการเข้า

nusita_angel
Moderator
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +1795/-252
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,166


สิ่งที่มากกว่ารางวัล คือ โอกาส


| | |
« ตอบ #7 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 23, 2015, 01:41:41 PM »

+ มีความสุขเต็มที่กับชีวิต

ลป.เห็นบินได้ผมงี้ตกใจเลย ฮาาา ---

+1 ทุกทีบินสูงกว่านี้นะ เพิ่งกินข้าวอิ่มอ่ะ 55
บันทึกการเข้า

krubaball_SR
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1006/-136
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,802



| | |
« ตอบ #8 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 25, 2015, 02:38:39 PM »

ผ่านบ้านเก่าเราด้วย  อิจฉา ยังไม่โอกาสกลับไปเที่ยวเลย    ชาวมูเซอรุ่นยี่สิบอัพถึงสามสิบกว่านี่ รู้จักกันเกือบทั้งนั้น นักเรียนร่วมกลุ่มโรงเรียนเก่า ไม่ได้สอนก็เหมือนได้สอนเพราะร่วมกิจกรรมกันบ่อยทั้งลูกเสือและกีฬา

อมก๋อยน่าเที่ยวค่ะ เป็นแบบโฮมสเตย์ก็น่าสนใจ ลองไปเที่ยวกันดู

ดินแดนในหุบเขาใต้ร่มเงาพระเจ้าแสนทอง ดอยม่อนจองสูงสง่า สัตว์ป่าล้วนมากมี ประเพณีหลายเผ่าพันธุ์ 
บันทึกการเข้า

ห  น้  า  ห  น  า  ว   เ  ที่  ย ว  ด  อ  ย ..  ห  น้  า  ร้  อ  น  ไ  ป  ท  ะ  เ  ล
๕ แพะ
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +2293/-2403
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 33,614



| | |
« ตอบ #9 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 25, 2015, 03:08:49 PM »

บรรยากาศดีมากเลยครับ
บันทึกการเข้า



"คนไร้ฝัน ชิวิตวันๆหมกมุ่นอยู่แต่กับความเป็นจริง"
judosemagute
ใช้ซะชีวิตเป็นของเรา
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1353/-286
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 21,625


ความรู้อะไรก็ไม่สู้รู้ทันคน


| | |
« ตอบ #10 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 26, 2015, 08:41:16 AM »

โหววว บรรยากาศสุดยอดเลยยยย กับข้าวน่ากินมากๆ ทำไงจะได้ ไปลุยแบบนี้บ้างง ไปคนเดียวคงไม่ไหว คริคริ
บันทึกการเข้า
nusita_angel
Moderator
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +1795/-252
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,166


สิ่งที่มากกว่ารางวัล คือ โอกาส


| | |
« ตอบ #11 เมื่อ: ธันวาคม 19, 2015, 03:37:41 PM »

ผ่านบ้านเก่าเราด้วย  อิจฉา ยังไม่โอกาสกลับไปเที่ยวเลย    ชาวมูเซอรุ่นยี่สิบอัพถึงสามสิบกว่านี่ รู้จักกันเกือบทั้งนั้น นักเรียนร่วมกลุ่มโรงเรียนเก่า ไม่ได้สอนก็เหมือนได้สอนเพราะร่วมกิจกรรมกันบ่อยทั้งลูกเสือและกีฬา

อมก๋อยน่าเที่ยวค่ะ เป็นแบบโฮมสเตย์ก็น่าสนใจ ลองไปเที่ยวกันดู

ดินแดนในหุบเขาใต้ร่มเงาพระเจ้าแสนทอง ดอยม่อนจองสูงสง่า สัตว์ป่าล้วนมากมี ประเพณีหลายเผ่าพันธุ์ 
+1 ขอบคุณที่แนะนำค่ะครู แหม่ ..ทางเหนือมีบทความดีๆ แบบนี้ด้วย ปีนี้หนาวแล้ว อยากไปอีก แต่ยังไม่ได้ล็อกเป้าหมาย แต่อากาศดีๆ แบบนี้ เที่ยวไหนก็สนุกนะคะ ครูเที่ยวไหนรึเปล่าคะปีนี้
บันทึกการเข้า

เเสงตะวันเดือนอ้าย
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +1069/-1464
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,967


ยอม อด อย่าง เสือ ดี กว่า อิ่ม อย่าง หมา


| | |
« ตอบ #12 เมื่อ: ธันวาคม 19, 2015, 03:43:36 PM »

ขอบคุณครับน้า
บันทึกการเข้า

คุณค่าของการรอคอยไม่ได้อยู่ที่­­­ปลายทาง แต่อยู่ที่ระหว่างทางคุณได้เรีย­­­นรู้อะไรจากการรอคอยบ้าง
cikada
โดนแบนเพราะหน้าตาดี
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +571/-1776
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,860


ที่ไหนมีป่า ที่นั้นมีน้ำ


| | |
« ตอบ #13 เมื่อ: ธันวาคม 19, 2015, 05:17:46 PM »

สวยงามครับบ 
บันทึกการเข้า

เฮงซัง GetOut !!
MoSs_MuangNan_1991
Nan F.C. 2017 #NextGen
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +760/-184
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,293


งาช้างดำมหากาฬ >>> Go to T3 <<<


| | |
« ตอบ #14 เมื่อ: ธันวาคม 19, 2015, 06:29:25 PM »

นี่แหละคือชีวิตที่ต้องการ สวยงามครับ
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  




Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!