Thailandsusu Webboard
สิงหาคม 18, 2019, 03:47:34 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน Gallery เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เชียงรายเที่ยวด้วยแจกด้วย 12-17 ธันวาคม 2557  (อ่าน 9120 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
yaryhee
Thailandsusu
Full Member
**

คะแนนความรัก: +133/-37
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,054


| | |
« เมื่อ: ธันวาคม 26, 2014, 03:21:46 AM »

 ทริปนี้เราไปกัน 4 คน นอกจากไปเที่ยวแล้วพวกเราคิดว่าจะเอาของเล่น และขนมไปแจกเด็กๆบนดอยด้วย  โดยเราซื้อของเล่นและตุ๊กตาจากสำเพ็ง 2 อย่างรวมกันประมาณ 110 ชิ้น  แล้วก็มึลูกโป่งอีกเกือบ 100 ลูก  กะว่าจะไปแจกเด็กสัก 100 คน   ตอนที่ไปซื้อของเล่นเกิดเหตุนิดหน่อย  ขณะกำลังเลือกซื้อของไปแจกเด็กก็โดนโจรกรีดกระเป๋าถือแล้วล้วงเอากระเป๋าตังไป   แต่ก็ยังโชคดีที่มีเงินไม่กี่ร้อยในกระเป๋าตัง แต่ก็ต้องเสียเวลาไปแจ้งความ โทรอายัดบัตรแล้วก็กลับมาซื้อของเล่นต่อ  ส่วนขนมเราซื้อจากโลตัสในกรุงเทพไปส่วนนึงแล้วก็จะไปซื้อเพิ่มที่บิ๊กซีเชียงราย เนื่องจากจะเดินทางไม่สะดวกถ้าซื้อไปทั้งหมดจากกรุงเทพ


เริ่มออกเดินทางวันที่ 12 ธ.ค.ตอน 17.40 ด้วยรถทัวร์นครชัยแอร์  คนละ 699 บาทครับ  แต่ละเบาะบนรถจะมีจอแท๊ปเล๊ตให้ดูหนังฟังเพลงด้วยครับ  เดินทางไปถึงสถานีขนส่งเชียงรายวันที่ 13 เวลา 6.00 น. เร็วกว่ากำหนด 1 ชั่วโมง  ผมนัดเพื่อนที่อยู่เชียงรายไว้ตอน 7 โมง เพื่อนจะมารับจากขนส่งไปกินข้าวเช้าในเมืองแล้วก็พาไปรับรถเช่า  โดยการไปเที่ยวครั้งนี้เราได้เช่ารถฮอนด้าแจ๊สเพือขับเที่ยวตลอดทริป  ในราคาวันละประมาณ 850 กว่าบาท รวมค่าประกันอุบัติเหตุและประกันรถหายเรียบร้อย โดยซื้อในงานที่ยวไทยตั้งแต่กลางปี    และเรานัดรับรถที่บริษัทเช่ารถซึ่งอยู่ใกล้ๆหอนาฬิกาเวลา 8.30 โมง  แต่เมื่อเรามาถึงก่อนเวลาเราก็เลยเปลี่ยนแผนโดยเพื่อนเสนอว่าจะขับรถพาไปเที่ยววัดร่องขุ่นก่อนแล้วจึงพาไปรับรถ


วัดร่องขุ่นในวันที่ฟ้าไม่ค่อยสดใส  หรือที่เรียกกันว่า อาเจน(ฟ้า-ขาว)  วันที่ผมไปถึงเชียงรายจะเป็นวันแรกๆที่เริ่มหนาวท้องฟ้าจะขมุกขมัวเกือบตลอดทั้งทริป  



หลังจากเที่ยววัดร่องขุ่นเสร็จเราก็กลับไปกินอาหารเช้าในเมืองแล้วก็ไปรับรถเช่า  แล้วก็ไปแวะซื้อขนมและนมกล่องเพิ่มที่บิ๊กซี  ซึ่งก่อนเดินทางมีน้องที่อยู่ลพบุรีร่วมสมทบทุนซื้อขนมให้น้อง  และเพื่อนของผมทั้ง 2 ท่านที่เชียงรายก็ได้มาแวะซื้อขนมที่บิ๊กซีเพิ่มให้อีกด้วย  ขอบคุณทั้ง 3 คนที่ร่วมทำบุญเป็นอย่างสูง  หลังจากซื้อของเสร็จเราก็ไปเที่ยวไร่บุญรอดต่อ
 

ไร่บุญรอด










จากนั้นก็ได้เวลาขึ้นดอยแม่สลอง วันนี้เราจะไปนอนบนดอยแม่สลองที่บ้านหอมหมื่นลี้


เราไปถึงที่พักช้ากว่าที่คิดไว้มาก  ซึ่งกว่าจะไปถึงดอยแม่สลองพระอาทิตย์ก็จะลับขอบฟ้าเสียแล้ว  ภาพนี้ถ่ายระหว่างทางก่อนจะถึงดอยแม่สลอง


เมื่อมาถึงที่พัก(บ้านหอมหมื่นลี้) พระอาทิตย์ก็ตกดินเสียแล้ว  คงเหลือไว้แต่แสงสีทองเพียงน้อยนิดให้เก็บภาพ


มื้อค่ำบนดอยแม่สลองของเรา  ร้านอิ่มโภชนา (แวะตามมาชิมจากการดุรีวิวในพันทิพย์)  นั่งกินไปหนาวไป  


ระหว่างกินข้าวเราเจอเป้าหมายแรก  เราก็รีบลุกมาแจกของเลย (กลัวไม่ได้แจก)  แต่หลังจากนั้นเป้าหมายแรกของเราก็ไปตามเพื่อนๆมาอีกหลายคน  เราก็เลยต้องให้เด็กๆรอให้เรากินข้าวเสร็จเสียก่อน
น้องผู้ ญ ได้ตุ๊กตา

น้องผู้ชายได้ของเล่น


น้องๆชาวเขานับถือคริสต์  และต้องเรียนภาษาจีนหลังจากเลิกเรียนทุกวัน


ตื่นเช้ามาเราก็ไปเดินเที่ยวตลาดแม่สลอง  และออกไปหาเป้าหมายในการแจกของเล่นและขนม


บรรยากาศในตลาดดอยแม่สลอง






แม่บ้านบนดอยแม่สลองที่มาจ่ายตลาดจะมีตะกร้าแบบนี้กันแทบทุกคน  


ผมคิดว่าผมเจอเป้าหมายล่ะ


น้องผู้ ญ รับตุ๊กตาไป พร้อมขนม


น้องผู้ชายเอาเลโก้ไป พร้อมขนม


น้องผู้ชายเป่าลูกโป่งโชว์ทันที


2 คนนี้เป็นพี่น้องกันครับ  ผมจะถามชื่อเด็กๆทุกคนที่ผมได้แจกขนมให้  เพื่อเป็นการฝึกให้เขากล้าพูดคุยตอบโต้กับนักท่องเที่ยวบ้าง  เด็กชาวเขาส่วนใหญ่จะขี้อายครับ





หนุ่มน้อยผู้นี้เหมือนจะมาซื้อของเล่นที่ตลาดนะครับ  เห็นถืออยู่ในมือก่อนหน้าแล้ว  แต่เราไม่สนครับ  เราแจกหมดไม่มีข้อยกเว้น


สาวน้อยผู้นี้ขี้อายมากครับ  เห็นยืนหลบหลังพ่ออย่างเดียวไม่กล้าคุยโต้ตอบกับเรา


ร้อยยิ้มของเด็กน้อย


แม่ค้าชาวเขาแต่งตัวเต็มยศ



คนนี้มีลูกที่บ้านอีกคน  เราก็ฝากของไปให้ครับ











หนุ่มน้อยผู้นี้เพิ่งได้ของจากเราไป  ก็เป่าลูกโป่งโชว์เราซะเลย  ปอดแข็งแรงมากนะครับ  นี่เป่าลูกที่ 2 แล้ว  เห็นน้องชอบเป่าลูกโป่งเราก็ให้ลูกโป่งเพิ่มไปอีก



ดุมาเลยนะครับ  นึกว่าจะโดนเด็กดอยเล่นซะแล้ว

พอแจกขนมมือไม้ก็อ่อนลงในทันตา


เป้าหมาย 2 สาว คนสุดท้ายบนตลาดเช้าของดอยแม่สลอง




หลังจากนั้นเราก็กลับมาทานอาหารเช้าที่บ้านหอมหมื่นลี้  อาหารเช้ารวมอยู่ในค่าที่พัก 1200 บาท/ห้อง  สำหรับ 2 ท่านแล้วนะครับ  อาหารทานได้ไม่อั้นนะครับมีทั้งก๋วยเตี๋ยว ปลาท่องโก๋  ชา กาแฟ  โอวันติล



วิวจากระเบียงห้องอาหารของบ้านหอมหมื่นลี้ครับ


หลังจากทานอาหารแล้ว  เราก็ไปหาที่เที่ยวกันต่อบนดอยแม่สลอง ระหว่างทางก็แวะถามทางเด็กๆไปเรื่อย แล้วก็แจกของไปด้วย น้องคนนี้ป้อนข้าวน้องอายุ 1 ขวบอยู่  เราก็แจกให้ทั้ง 2 คน


น้องคนนี้กำลังจะข้ามถนนตัดหน้ารถเรา  เราก็เลยเปิดกระจกแล้วก็เรียกมาตักเตือนด้วยการให้ของเล่นกับขนมกลับไป  ผมชอบภาพนี้มากที่สุดแม้มันจะไม่ชัดก็ตามเนื่องจากรีบถ่ายจากบนรถ  แววตาของเด็กในภาพแสดงออกถึงความสุขอย่างชัดเจนมาก


พระบรมธาตุ เจดีย์ศรีนครินทราสถิตมหาสันติคีรี



วิวจากพระธาตุมองกลับลงไปเห็นที่พักของเรา



พ่อค้าบนค้าพระธาตุ




ได้ของแล้วเทสเลย  ท่าทางจะสนุกมากไปหน่อยจนได้ยินเด็กคนหนึ่งพูดขึ้นมาว่า "ลานหมดอายุเหรอ"  หมายถึงลานของรถพังนั่นเอง


เส้นทางขึ้นพระธาตุ


ลงมาจากพระธาตุเราก็มาแจกของเล่นต่อในตลาดขายของฝากของดอยแม่สลอง




ป้าคนนี้บอกว่าที่บ้านเขามีเด็ก 4 คนนะ  เราก็จัดให้ไป 4 ชุดโดยพลัน


ลูกอ่อนยังไม่ถึงขวบ  เราก็แจกให้ครับ เพราะคนเป็นแม่ก็ทานขนมได้


ภาพบรรยากาศตลาดของฝากดอยแม่สลอง






เป้าหมายต่อไป




แจกก็ส่วนแจก  ขายก็ส่วนขาย  เมื่อได้ของแจกแล้วน้องๆก็ยังให้เราช่วยซื้อสินค้าที่ได้นำมาขาย  เราก็เลยช่วยซื้อชิ้นเล็กๆคนละชิ้น


ภาพห้องภายในห้องพักเราที่บ้านหอมหมื่นลี้



ร้านเค๊กสวีทแม่สลอง  อยู่ตรงข้ามที่พักของเรา  ตอนแรกวางแผนว่ามาถึงที่พักช่วงบ่ายจะแวะไปนั่งชิวกินเค๊กสักหน่อยแต่เมื่อมาถึงที่พักตอนค่ำก็เลยมีโอกาสมาแวะชิมเค๊กหลังจากเช๊คเอ้าท์ออกจากโรงแรม



วันที่ 14 หลังจากเช๊คเอาท์ จุดหมายต่อไปของเราคือ ดอยตุง  ระหว่างทางเจออะไรก็แวะไปเรื่อยครับ


แวะถ่ายรูปดายหมอกดอกไม้รีสอร์ท



ไร่ชา 101 ดอยแม่สลอง



สีสันชาวดอย  ป้ายเขาว่าเอาไว้แบบนั้น  เป็นร้านกาแฟเป็นจุดแวะพักการเดินทาง  เยี่ยมชมสถาปัตยกรรมงานไม้ไผ่และธรรมชาติ





ไร่ชาฉุยฟง




ถึงดอยตุงล่ะ  ถ้าไปดอยตุงแล้วจะรักสมเด็จย่าและในหลวงมากขึ้นไปอีก   สมเด็จย่าเสด็จมาพลิกฟื้นป่าให้ดอยตุงตอนที่ท่านอายุ 87 แล้ว  จากที่เป็นภูเขาหัวโล้น ให้กลับกลายเป็นป่าที่สมบูรณ์จนเราที่ไปเที่ยวกันในวันนี้นึกสภาพเขาหัวโล้นในอดีตไม่ออกจริงๆ  แต่ก็ได้เห็นรูปเขาหัวโล้นในอดีตจากหนังสือในหัองพักและจากรูปภาพในหอแห่งแรงบันดาลใจ   สมเด็จหญ้าทรงนำหญ้าแฝกที่ในหลวงของเราได้ทรงทำการศึกษามาทดลองแก้ปัญหาการพังทลายของหน้าดิน ซึ่งถนนเส้นที่จะขึ้นไปพระธาตุดอยตุงช่วงแรกที่ตัดถนนใหม่ๆ หน้าดินจะพังทลายตลอดเนื่องจากป่าไม้โดนตัดกลายเป็นป่าอันเสื่อมโทรม  จนประสบความสำเร็จทำให้ผืนป่ากลับพลิกฟื้นอุดมสมบูรณ์  และชาวบ้านก็เลิกปลูกฝิ่นแล้วหันมาปลูกหญ้าแฝกแทน



ที่พักของเราคืนนี้  เป็นที่พักของโครงการหลวงดอยตุง  ราคาห้องละ 2300 บาท สำหรับ 2 ท่าน  พร้อมอาหารเช้าและแถมบัตรเข้าชมสถานที่ภายในดอยตุง 4 จุด 2 ใบ ซื้อที่พักจากงานเที่ยวไทยเลยได้โปรนี้ครับ



ร้านอาหารในที่พัก เรามาถึงประมาณบ่าย 3 โมงกว่า  กำลังหิวพอดี


ภายในห้องพัก


อิ่มหนำสำราญแล้วเราก็เดินทางขึ้นไปอีก 10 กิโลเพื่อไปไว้พระธาตุดอยตุง



พระอาทิตย์ใกล้ตกดินแล้ว  เราต้องเร่งล่ะ  เดี๋ยวจะไม่ทันชมพระอาทิตย์ตกดินอีก





แวะมาฐานทหารดอยช้างมูบอยู่ใกล้พระธาตุดอยตุง ทันเห็นพระอาทิตย์ตกดินพอดี  พ้นจากแนวบังเกอร์ไปเป็นเขตุพม่าแล้วครับ





เดินทางลงมาถึงที่พักก็ค่ำพอดี






« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 26, 2014, 11:31:22 AM โดย yaryhee » บันทึกการเข้า
yaryhee
Thailandsusu
Full Member
**

คะแนนความรัก: +133/-37
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,054


| | |
« ตอบ #1 เมื่อ: ธันวาคม 26, 2014, 03:25:59 AM »

ยามเช้าบริเวณที่พัก  จุดชมวิวมีต้นไม้ขึ้นบดบังหามุมถ่ายรูปยากพอสมควร




อาหารเช้าบนดอยตุง


ร้านอาหารเช้า


หลังอาหารเช้าเราก็เดินไปพระตำหนักดอยตุง 300 เมตร จากร้านอาหาร   ภานในพระตำหนักห้ามถ่ายภาพ  




หลังจากนั้นเราก็มาชมหอแห่งแรงบันดาลใจ








พอชมหอแรงบันดาลใจเสร็จก็ 11 โมงกว่า  เราก็เลยกลับไปเช๊คเอาท์ก่อนแล้วจึงออกมาแวะชมสวนแม่








กินเค๊กดอยตุงสักหน่อย


ได้แจกของแม่ค้าบนดอยตุงล่ะ  พอดีเหลือบไปเห็นลูกน้อยของเขา  ภาพไม่ชัดแต่ร้อยยิ้มนัั้นชัดเจน


หลังจากนั้นเราก็ออกจากดอยตุงประมาณบ่าย 2 โมง   แล้วคิดว่าจะไปแม่สายทางเส้นดอยช้างมูบเลียบชายแดนพม่า  ซึ่งจะผ่านสวนรุกขชาติดอยตุง (สวนกุหลาบพันปี)





ป้าคนตรวจบัตรสวนรุกชาติ   เราเลยถามป้าว่ามีหลายที่บ้านกี่คน  แล้วจึงได้ฝากขนมและของเล่นไปให้หลาน



นอกจากคนแล้ว  เราก็ไม่ลืมที่จะติดอาหารสุนัขมาด้วย  เผื่อเราเจอผู้ร่วมโลกผู้หิวโหยจะได้แบ่งปันและแล้วเราก็มาเจอเจ้าตัวนี้ที่สวนรุกขชาติ


วันที่ 15  จุดหมายปลายทางคือ รร.สยามไทรแองเกิ้ล เชียงแสน  โดยจะแวะแม่สายก่อน (วาดฝันเอาไว้่ว่าจะไปดูพระอาทิตย์ตกดินที่ริมโขงเชียงแสน)  เราเปลี่ยนเส้นทางเล็กน้อย จากตอนแรกที่คิดว่าจะใช้เส้นทางเลียบชายแดนทางดอยช้างมูบ  แต่พอดีป้าคนตรวจบัตรและนักท่องเที่ยวท่านอื่นแนะนำว่าทางชันมาก  ทางขรุขระด้วย เราก็เลยเปลี่ยนเส้นทางย้อนลงกลับไปวิ่งทางราบดีกว่า


ถึงแม่สาย 5 โมงแล้ว  ความฝันชมพระอาทิตย์ตกดินริมโขงนั้นคงจะต้องมลายหายไปแล้ว   ผมได้ผ้าปูที่นอนและผ้านวมเป็นชุดมาในราคา 450  ผ้านุ่มและถูกมาก  ถ้าซื้อในกรุงเทพราคาคงหลักพันแน่นอน
ส่วนเพื่อนร่วมทริปได้เครื่องเงินในราคาถูกมาเช่นกันครับ  ถ้ามาถึงเร็วกว่านี้ผมคงต้องเสียตังเพิ่มอีกแน่นอน


ที่พักของเราคืนนี้ครับ  รร.สยามไทรแองเกิ้ล  ราคาห้องละ 2000 บาท / ห้อง/ 2 ท่าน พร้อมอาหารเช้า




ตอนเช้าหลังโรงแรมครับ  โรงแรมนี้ติดแม่น้ำโขงครับ  นี่เป็นอีก 1 เหตุผลที่เลือก รร.นี้นอกจากเรื่องที่พักดีและมีสระว่ายน้ำแล้ว



อาหารเช้า



วิวจากโรงแรมครับ





หลังอาหารเช้าเราก็มาแวะไว้พระที่สามเหลี่ยมทองคำ





พระธาตุจอมกิตติ










แจกอาหารเจ้าถิ่นสักหน่อย




กลับจากวัดก็มาแวะว่ายน้ำที่โรงแรมสักหน่อย  อุตส่าตั้งใจว่าจะมาเล่นน้ำโต้ลมหนาว   สระว่ายน้ำติดแม่น้ำโขงครับ




วิวจากระเบียงห้องพักครับ


วันที่ 16 เป้าหมายคือภูชี้ฟ้าครับ โดยจะแวะกินข้าวที่เชียงของ


หลังจากออกจากโรงแรมเราก็มาแวะวัดพระธาตุผาเงาครับ





อาหารสุนัขที่เตรียมมาหมดที่นี่พอดีเลยครับ  เจอเจ้า 3 ตัวนี้ไป ท่าทางหิวกันพอสมควร  กินเก่งๆทั้งนั้น  


ที่นี่มีพิพิธภัณฑ์  เข้าไปแล้วจะได้ความรู้ประวัติเมืองเชียงแสนและการเสียดินแดนให้ฝรั่งเศสครับ


ดินแดนเกาะกลางแม่น้ำโขงทั้งหมดเป็นของลาวครับ  เราเสียดินแดนให้ลาวในสมัยเศสล่าอาณานิคม  และดินแดนบางส่วนริมตลิ่งซึ่งปัจจุบันคือเมืองไซยะบุรีของลาวซึ่งจะเห็นได้จากดอยผาตัั้งวันพรุ่งนี้ครับ


แวะทานข้าวประมาณบ่าย 2 โมง ที่เชียงของครับ


เจอเป้าหมายครับ  เด็กขี่จักรยานกลับจากโรงเรียน / โบกรถให้เด็กจอดจะแจกขนม / เด็กตกใจปั่นหนี / เปิดประตูรถจะลงไปบอกเด็ก / เด็กผู้ ญ ตัวเล็กสุดตกใจกลัว จักรยานคว่ำกลางถนนร้องไห้ด้วย / สุดท้ายเด็กที่หนีไปก็กลับมาเอาขนมและเด็กตัวเล็กที่จักรยานคว่ำและร้องไห้ ก็ได้ตุ๊กตาตัวใหญ่ไป



เดินทางขึ้นดอยชี้ฟ้าครับ ระหว่างทางขึ้นจะพบหมู่บ้านชาวเขา  เราก็เจอเป้าหมายละครับ เด็กนั่งเล่นอยู่ 3-4 คน


แป๊บเดียวมากันทั้งหมู่บ้านครับ  


น้องคนนี้ไว้ผมเหมือนโรนัลโด้บราซิลเลยครับ


น้องคนนี้มาคนสุดท้ายเกือบไม่ได้ของเเล้ว  พอดีเรากำลังจะไปต่อแล้วเราเห็นยืนเศร้าๆอยู่ก็เลยเรียกมาถามทราบว่ามาทีหลังยังไม่ได้ของ


พระอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้า เราก็ยังไม่ถึงที่พักอีกเช่นเคย  วันนี้มีเมฆกลุ่มใหญ่กำลังปกคลุมทั่วท้องฟ้าของภูชี้ฟ้าครับ  ทัศนวิสัยไม่เป็นใจต่อการชมพระอาทิตย์  


เรามาถึงที่พักบนภูชี้ฟ้าคือ  ภูชี้ฟ้าอินท์  ราคาที่พัก 700/ห้อง พักได้ 2 คนไม่มีอาหารเช้า  แต่พอตอนเราเข้าเช๊คอินทางที่พักคืนเงินให้ 200 เหลือห้องละ 500 เนื่องมาจากเหตุผลว่าคนเข้าพักน้อย  เหตุผลนี้ผมก็ไม่ค่อยเข้าใจเหมือนกันว่าคนพักน้อยแล้วทำไมคืนเงิน  แต่ก็ยินดีรับคืนครับ ได้ค่าอาหารค่ำล่ะ


เด็กๆน่จะเป็นลูกๆของที่พักครับ  เราก็แจกขนมและของเล่นเช่นเคย



รถมารับตั้งแต่ตี 5 ครับ เพื่อขึ้นไปรอชมพระอาทิตย์ขึ้นบนภูชี้ฟ้า ต้องขึ้นไปอีก 2 กิโล แล้วก็เดินต่ออีก 700 เมตร เ ราต้องขึ้นไปนั่งรับลมหนาว 10 องศา บนยอดภูลมก็แรงด้วย


แต่สุดท้ายเราไม่เห็นพระอาทิตย์ขึ้นครับ เนื่องจากหมอกลงจัดมาก และลมแรงด้วย  แต่เราก็ได้เห็นความน่ารักของเด็กชาวเขาที่มาหารายได้ให้นักท่องเที่ยวถ่ายรูปด้วย  เด็กพวกนี้ต้องไปโรงเรียนต่อนะครับหลงจากที่นักท่องเที่ยวเริ่มลงจากภูกันแล้ว



ระหว่างอยู่บนภูจะได้ยินประโยคที่ว่า "พี่คะ ถ่ายรูปกับเด็กชาวเขาไหมค่ะ แล้วแต่น้ำใจจะให้นะคะ" จากหนูน้อย 2 คนนี้ตลอดเวลา  แต่หนูน้อยฟังภาษาไทยไม่ค่อยออกนะครับ  เขาใช้ภาษาม้ง ส่วนคำที่พูดออกมาเพื่อเชิญชวนนักท่องเที่ยวให้ถ่ายรูปนั้น เป็นคำที่ถูกสอนให้ท่องมาครับ  ผมลองทดสอบดูโดยการบอกให้หนูน้อยทั้ง 2 ลองพูดใหม่อีกครั้ง  หนุน้อยทั้ง 2 ยืนนิ่งเหมือนฟังสิ่งที่ผมพูดไม่ออก  จากนั้นก็มีพ่อของเขาซึ่งฟังภาษาไทยได้ มาช่วยเป็นล่ามแปลเป็นภาษาม้งให้  เด็กพวกนี้เสร็จจากการหารายได้ในตอนเช้าเเล้ว  ก็ต้องไปเรียนหนังสือต่อครับ



ตอนที่ขึ้นมาชมวิวบนภูเราไม่ได้ติดขนมขึ้นมาด้วยเนื่องจากไม่รู้ว่าจะมีเด็กชาวเขาขึ้นมาบนนี้  มีเพียงของเล่นบางส่วนที่อยู่ในกระเป๋ากล้องไม่กี่ชิิ้นที่ติดขึ้นมา น้องคนนี้ฟังภาษาไทยได้ดีครับ  ผมเลยถามว่าหนาวไหม น้องตอบว่าหนาวครับ  ตอนแรกผมคิดว่าน้องจะชินกับอากาศหนาวจนไม่รู้สึกว่ามันหนาวเท่าไหร่





พอลงมาจากจุดชมวิวเราก็มาแจกของต่อครับ  ขนมและของเล่นยังเหลือพอสมควรเกรงว่าจะแจกไม่หมด














มาถึงตอนนี้ของเราก็หมดลงไปพอสมควร  คงเหลืออยู่ 20 กว่าชุด ก็เริ่มอุ่นใจว่าแจกหมดแน่นอนครับ
บรรยากาศแถวที่พักบนภูชี้ฟ้าครับ


ที่พักของเราครับภูชี้ฟ้าอินท์




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 26, 2014, 05:22:38 PM โดย yaryhee » บันทึกการเข้า
yaryhee
Thailandsusu
Full Member
**

คะแนนความรัก: +133/-37
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,054


| | |
« ตอบ #2 เมื่อ: ธันวาคม 26, 2014, 04:30:21 AM »

เช๊คเอาท์แล้วไปดอยผาตั้งต่อครับ


ดอยผาตั้งครับ  ส่วนนี้ที่มองเห็นเป็นอุโมงถ้าเดินผ่านไปก็เป็นพื้นที่ของประเทศลาวแล้วครับ


อนุสรณ์สถาน ของนายพลหลี่


พระพุทธมังคลานุภาพลาภสุข สันติ


ทางเดินขึ้นจุดชมวิวบนดอยผาตั้ง




วิวด้านหน้าจากหน้าผาจนถึงแม่น้ำโขง เมื่อก่อนเป็นพื้นที่ของเราครับ  เราเสียดินแดนเกาะกลางน้ำโขงและพื้นที่ริมโขงส่วนที่ติดกับดอยผาตั้งให้กับฝรั่งเศสในยุคล่าอาณานิคมครับ




บรรยากาศบนจุดชมวิวดอยผาตั้ง






ไกด์ต่างเผ่าพันธุ์ครับ


ไกด์เยาวชนท้องถิ่นเด็กม.3  นอกจากค่าบริการนำเที่ยวแล้วเราก็ได้มอบขนมและของเล่นฝากไปให้น้องๆที่บ้านของไกด์ทั้ง 2 คนครับ


ส่วนไกด์ต่างเผ่าพันธุ์ก็รับขนมไปเช่นกัน


เรายังเหลือขนมอีก 10 กว่าชุด เจอน้องๆกลุ่มนี้นั่งเล่นทรายอยู่แล้วก็บุกเข้าไปแจกเลยครับ  พอได้ของทุกคนเลิกเล่นทรายเดินเข้าบ้านกันทันที


ขนมและของเล่นเรายังเหลืออีก 7 ชัดสุดท้ายครับ  ตอนนี้เราก็ลงมาจากดอยแล้ว กังวลนิดๆว่าจะเจอน้องๆไหม  สุดท้ายเรามาแวะกินข้าวที่ อ.เทิง  และก็ได้เจอผู้โชคดีกล่มสุดท้าย




หลังจากนั้นเราก็แวะไปซื้อของฝากในตัวเมืองเชียงรายแล้วก็เอารถไปส่งที่สนามบินครับ  เพราะขากลับเราขึ้นเครื่องบินของแอร์เอเชียกลับ ค่าเครื่องบินคนละ 790 ไม่รวมโหลดของครับ
ส่วนค่าน้ำมันรถเช่าขับเที่ยวหมดไปทั้งหมด 1800 บาทครับ ระยะทางประมาณ 700 กิโล  ขึ้นเขาเกือบตลอด

แล้วก็ขอลาไปด้วยภาพหอนาฬิกาเมืองเชียงรายยามค่ำคืนเลยครับ



สุดท้ายนี้แม้ผมจะไม่ชอบขับรถ  แต่ผมก็หลงไหลในการเดินทางพอสมควร    และการเดินทาง ทางกายภาพก็ทำให้เกิดการเดินทางภายในจิตใจเรา   การได้ไปดูโลกกว้างไปเห็นวิถีชีวิตผู้อื่นทำให้เราได้เห็นได้ตระหนักสิ่งที่ขาดในชีวิตเราและสิ่งที่เกินพอดีในชีวิตเรา  ซึ่งสุดท้ายแล้วชีวิตของคนก็เราไม่ได้ต้องการอะไรที่มากไปกว่าการกินอิ่ม นอนหลับ     และการที่ได้ไปแจกของให้แก่เด็กๆ  ก็ยิ่งทำให้เราได้เห็นคุณค่าของชีวิตผู้อื่นและลดละอัตตาในตัวตนของเราลง  ผมรู้สึกชื่นชมชีวิตของชาวเขาที่เขายังสามารถดำรงเอกลักษณ์ของชาติพันธุ์ของเขาไว้ได้  ซึ่งมันก็ส่งผลถึงการดำรงเอกลักษณ์ของชาติเราไว้ด้วยเช่นกัน      
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 26, 2014, 04:33:35 AM โดย yaryhee » บันทึกการเข้า
บูSพาlwลิน_SR03@Cafe'
บุรุษผู้นิยมในการดื่ม ใดๆในโลกนี้จะสุขเท่าการร่ำสุราเวลาดูบอลเป็นไม่มีฮี่ๆ
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +851/-137
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7,245


Bandon cafe'


| | |
« ตอบ #3 เมื่อ: ธันวาคม 26, 2014, 05:17:14 AM »

ขอขอบคุณรีวิวดีๆ  ผมกับลูกๆจะออกเดินทางวันเสาว์นี้ขอยืดเป็นแนวทางครับ 
บันทึกการเข้า

กว่างพันธุ์บ้า เชียงรายยูไนเต็ด
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +350/-151
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,309



| | |
« ตอบ #4 เมื่อ: ธันวาคม 26, 2014, 07:57:16 AM »

งามมากๆ เห็นแล้วอยากกลับเลยครับ ฮี่ๆ
บันทึกการเข้า

Doctor สลัม
อยากจะรวยจริงๆ
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +2571/-3934
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 52,062


หล่อไม่มาก แต่ท่ายากเฮียมีเยอะ


| | |
« ตอบ #5 เมื่อ: ธันวาคม 26, 2014, 08:57:01 AM »

ภาพสวยจริงๆ
บันทึกการเข้า

ลมหายใจคือฟุตบอล
eakrungroj
Thailandsusu
Jr. Member
**

คะแนนความรัก: +59/-10
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 645


สะพานแม่น้ำกก....พ.ศ.2511


| | |
« ตอบ #6 เมื่อ: ธันวาคม 26, 2014, 10:45:05 AM »

ดูภาพไปอ่านไปเพลินเลยครับ
วันที่ 21/12/57  นี้ผมพี่งไปปั่นจักรยานขี้นดอยช้างมูบมา

เสริมให้นิดนึงนะครับ  จากฐานทหารที่ดอยช้างมูบ เลยไปจะมีด่านทหารกั้น  ตรงนั้นผ่านไปลงแม่สายอีกนิดเดียวนะครับ แต่ทางลงชันหน่อย

ปล. พี่ข้างบนและใครที่จะไปเชียงรายถามได้นะครับยินดีให้คำปรีกษาฟรีเน้อ......ข้อความทางเฟซฯ เลยนะจ๊ะ
https://www.facebook.com/eak.rungroj
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 26, 2014, 10:50:39 AM โดย eakrungroj » บันทึกการเข้า
yaryhee
Thailandsusu
Full Member
**

คะแนนความรัก: +133/-37
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,054


| | |
« ตอบ #7 เมื่อ: ธันวาคม 26, 2014, 11:48:51 AM »

eakrungroj ตอนแรกผมคิดว่าจะไปแม่สายทางเส้นดอยช้างมูบนี่แหละครับเห็นระยะทางแล้วใกล้ดี แค่ 20 กิโลกว่าๆเอง   แต่พอดีพอแวะเที่ยวที่สวนรุกขชาติแล้วมีพี่ๆแนะนำว่า ถนนขรุขระไม่ค่อยดีไม่เหมาะกับรถเก๋ง  แต่ถ้าเป็นรถกระบะก็ไปได้ก็เลยไม่เสี่ยงครับ
บันทึกการเข้า
ป๊อกกี้
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1567/-1891
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,792



| | |
« ตอบ #8 เมื่อ: ธันวาคม 29, 2014, 02:25:49 AM »

+ให้ครับ  ดูสนุกจัง ได้อารมณ์ต่างจากรีวิวเที่ยวที่เคยดูๆมา
คือเป็นทั้งผู้เสพย์บรรยากาศท่องเที่ยว  และเป็นทั้งผู้ให้คืนแก่ที่ๆไปเที่ยว

บันทึกการเข้า
pubomber
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +380/-154
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,494


| | |
« ตอบ #9 เมื่อ: ธันวาคม 29, 2014, 01:09:01 PM »

ขอบคุณครับ เพลินเลย...
บันทึกการเข้า
terati20
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +1178/-1046
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 12,315


ถ้ากูรวยเมื่อไหร่ จะมา Take over ท่าเรือ


| | |
« ตอบ #10 เมื่อ: ธันวาคม 29, 2014, 02:54:40 PM »

เที่ยวครบเชียงรายเลย  อยากไปเชียงเเสนบ้างจัง ไปไม่ถึงซักที
บันทึกการเข้า

สุทสฺสํ วชฺชมญฺเญสํ อตฺตโน ปน ทุทฺทสํ 
ความผิดของผู้อื่นเห็นง่าย ฝ่ายของตนเห็นยาก
GangHo
Jr. Member
**

คะแนนความรัก: +28/-11
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 598


รักบ้านเกิด เชียร์บ้านเกิด


| | |
« ตอบ #11 เมื่อ: ธันวาคม 29, 2014, 03:15:50 PM »

มาทีเดียวเที่ยวครบเลยคร้าบบบ

บันทึกการเข้า
opor0046
ถูกแบน-ห้ามเข้าบอร์ดชั่วคราว
Sr. Member
*

คะแนนความรัก: +133/-202
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,406



| | |
« ตอบ #12 เมื่อ: ธันวาคม 29, 2014, 03:42:57 PM »

สุดยอดเลยครับท่าน 

แต่ผมมีประสบการณ์ตรงกับเด็กชาวเขา เห็นวิ่ง ไปมา หน้าตาเปื้อน ๆ ขี้มูกกลัง ๆ  วิ่งอยู่แถวหมู่บ้านดอยนั้นแหละครับ ผมนั่งจิบเบียร์ รอเข้าที่พัก เห็นแล้ว เรายังซื้อขนมให้เลย เด็ก ๆ ได้ยิ้มแล้ว เราก็ดีใจ นึกอยู่ พ่อแม่คงไม่มีเวลาดู
ตกเย็น ลูกพี่จะพาเข้าไปพัก ที่บ้านญาติ  บ้านหลังใหญ่มากบนดอยแม่สะลองนี่แหล่ะ บ้านหลังใหญ่ แสดงว่ารวยมาก  รถยนต์ มีร่วม 5-6 คัน เจ้าของบ้านขับแคมรี่ และทุกคันซื้อเงินสด

และแน่นอน กลุ่มเด็ก ๆ เมื่อเช้า เป็นลูกคนเล็กเฮียเจ้าของบ้านครับ  มีเมีย 4 คน   ผมนี่หัวเราะก๊ากก กับเพื่อนเลย 5555  รวยกว่าตรู อีก
บันทึกการเข้า

yaryhee
Thailandsusu
Full Member
**

คะแนนความรัก: +133/-37
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,054


| | |
« ตอบ #13 เมื่อ: ธันวาคม 29, 2014, 04:42:46 PM »

ที่คุณ opor0046 ว่าไว้มันก็จริงแหละครับ   ผมก็คิดไว้ก่อนแจกเหมือนกันแหละครับว่า  คงมีเด็กบางคนที่ผมแจกของให้อาจจะเป็นลูกคนมีเงินที่ไม่ขาดแคลนอะไร   แต่ ณ ตอนที่กำลังแจกเราก็ทำได้แค่มองจากภายนอกแบบผ่านๆ   ผมก็เลยแจกให้โดยไม่ได้คิดเรื่องความรวย ความจนของเด็กเท่าไหร่นัก คอนเซ็ปเหมือนแจกของวันเด็กให้เหมือนๆกันหมด   เด็กบางคนเป็นลูกเจ้าของรีสอร์ทหรือลูกร้านค้าผมก็เรียกมาเอาของนะครับ ถ้าเด็กคนนั้นเต็มใจจะรับ  แต่ก็มีลูกเจ้าของร้านค้าบางคนไม่สนใจรับของก็มีนะครับผมก็หัวเราะนะพอรู้ว่าเด็กที่ไม่มาเอาขนมก็เพราะบ้านเขาขายขนมอยู่นี่หว่า 555  ผมคิดไว้ว่าถ้าเราแจกให้เฉพาะเด็กที่ขาดแคลนอย่างเดียวมันก็จะทำให้เหมือนเป็นการแบ่งแยกเด็กเกินไป ก็เลยแจกดะเลยครับ   
บันทึกการเข้า
tonmai
Newbie
*

คะแนนความรัก: +4/-2
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 34


| | |
« ตอบ #14 เมื่อ: ธันวาคม 29, 2014, 06:23:57 PM »

+1 ให้ครับ
บันทึกการเข้า
kampon1990
Sr. Member
****

คะแนนความรัก: +217/-47
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,436


"ดูบอลไทย"


| | |
« ตอบ #15 เมื่อ: มกราคม 11, 2015, 11:02:50 AM »

+1 ครับ เป็นประสบการณ์ที่ดีมากครับ ได้ใจเด็กๆด้วย ขอคาราวะ 1จอก
บันทึกการเข้า

Since 1999
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +499/-118
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,039



| | |
« ตอบ #16 เมื่อ: มกราคม 11, 2015, 12:40:22 PM »

ขอบคุณครับ +1 ...

เป็นความฝันของครอบครัวผมที่ทางภาคใต้เลยครับ

ที่อยากไปสัมผัสบรรยากาศอากาศหนาวทางภาคเหนือ

ซักวันเหอะ ซักวัน ฝันของบ้านเราจะเป็นจริง....

ขออนุญาติเก็บข้อมูลนะครับ ไว้หากฝันเป็นจริงวันไหน

กระทู้นี้ของท่านมีประโยชน์กับผมมากเลยครับ...
บันทึกการเข้า
Seamus O'grady
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +3640/-1544
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 34,197


ลิเวอร์พูลทั่วไทย..!!!


| | |
« ตอบ #17 เมื่อ: มกราคม 23, 2015, 12:46:12 PM »

รูปสวยงามมาก ได้ข้อมูลเพียบ เดินทางไกล 10-20 เหมาะกับตัวคูณจริงๆ
บันทึกการเข้า

แหล่งชุมนุมของตากล้องหน้าตาดี...ชาวสุราษฎร์ฯ
tcc3350
Full Member
***

คะแนนความรัก: +69/-117
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,044


| | |
« ตอบ #18 เมื่อ: มกราคม 23, 2015, 01:26:57 PM »

รูปสุดท้าย Landmark เลยน่ะนั่นอย่าได้พลาด ณ.ราตรีหนึ่งซึ่งยังฝังใจ เชียงรายฟ้าแจ่ม......
บันทึกการเข้า
๕ แพะ
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +2293/-2404
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 33,633



| | |
« ตอบ #19 เมื่อ: มกราคม 23, 2015, 02:19:40 PM »

ขอบคุณครับ บรรยากาศดีมาก
เกือบทั่วทุกภาคเมืองไทยไปหมดแล้ว เหลือภาคเหนือภาคเดียวที่ยังไม่เคยไป
บันทึกการเข้า



"คนไร้ฝัน ชิวิตวันๆหมกมุ่นอยู่แต่กับความเป็นจริง"
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  




Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!