กระทู้บอลไทย
ตุลาคม 26, 2014, 11:18:20 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน Gallery เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: มุมมองหมอเมา : ชื่อเรื่อง-วิธีการอบรมโค้ชฟุตบอล  (อ่าน 8929 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
มาตรฐานชายไทย
Global Moderator
Hero Member
*******

คะแนนความรัก: +15/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,790



| | |
« เมื่อ: กันยายน 20, 2008, 01:58:51 AM »

ผมอ่านข่าวการเปิดอบรมโค้ชฟุตบอล ไม่ว่าจะเป็นไลเซ่น เอ, บี และซี ของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยแล้ว รู้สึกดีใจกับผู้สมัครเข้ารับการอบรม เพราะชั่วโมงนี้ บุคลากรที่อยากเรียนรู้ศาสตร์ของฟุตบอลเพิ่มมากขึ้น ในขณะที่เมืองไทย ผู้ที่ผ่านการอบรมยังมีน้อยเกินไป

สมัยผมยังคลุกคลีอยู่กับแวดวงฟุตบอลไทย ผมเป็นคนหนึ่งที่มีโอกาสเดินทางไปอบรมโค้ชฟุตบอลของเอเอฟซี ผมผ่านไลเซ่นบี และซี เรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงไลเซ่นเอ ที่ผมเผอิญหมดไฟ เลยไม่ไปอบรมโค้ชทั้งของอังกฤษ สกอตแลนด์ และเอเอฟซี ทั้งๆ ที่ได้รับจดหมายเชิญ

พอไปอบรมโค้ชทั้งของยุโรปและเอเชีย ได้เห็นความแตกต่าง ทำให้มีทัศนคติที่ไม่ค่อยดีกับเนื้อหาวิชาการอบรมโค้ชฟุตบอลของเอเอฟซี เพราะคุณภาพของการทำรายละเอียดการสอนแตกต่างกันอย่างชัดเจน ในยุโรปแต่ละประเทศ จะมีวิธีการสอนที่ไม่เหมือนกัน เพราะธรรมชาติและบุคลิกการเล่นฟุตบอลของแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน เพียงแต่ ยูฟ่า ที่ดูแลฟุตบอลในยุโรป จะกำหนดหลักเกณฑ์เรื่องราวทั่วๆ ไป เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมได้เรียนรู้พื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเรียนรู้เรื่อง ผู้รักษาประตู กองหลัง กองกลาง กองหน้า การฝึกเบสิกพื้นฐานระดับต่างๆ การฝึกในเรื่องของพละกำลัง หรือฟิสิคอล ฟิตเนส

แต่กับหัวใจของการสอนในเรื่องของระบบวิธีการเล่น ความสามารถเฉพาะตัว ความสัมพันธ์ในการเล่นที่เพิ่มมากขึ้น จาก 1 เป็น 2 จาก 2 เป็น 3 เป็น 4 เป็น 5 เป็น 6 จนครบ 11 คนในสนาม แต่ละประเทศที่ฝึกอบรมจะมีวิธีการที่แตกต่างกัน

ในคอร์สที่ผมเข้ารับการอบรม เมื่อปี 2531 แอนดี ร็อกซ์เบิร์ก สอนให้ผู้เข้ารับการอบรม คิดดีไซน์วิธีการฝึก ดีไซน์วิธีการเล่นให้เหมาะสม ร็อกเบิร์ก ไม่ได้สอนเพื่อให้ทุกคนนำไปสอนตามเนื้อหา 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ ร็อกซ์เบิร์ก สอนให้ดีไซน์ตามความเหมาะสมกับสรีระและธรรมชาติของแต่ละคนที่มาจากประเทศที่ไม่เหมือนกัน โดยมีพื้นฐานการเรียนรู้ที่ใกล้เคียงกัน เหตุผลเพราะฟุตบอลในแต่ละทวีป แต่ละประเทศ จะมีความสมดุล หรือความเหมาะสมที่ไม่มีทางเหมือนกัน

ในยุโรป ธรรมชาติรูปร่างของนักเตะสูงใหญ่ ถึงเบสิก พื้นฐานจะไม่ดี และเก่งเหมือนพวกอเมริกาใต้ แต่การเน้นการเล่นลูกกลางอากาศ ความแข็งแรงของสรีระ ก็ทำให้วิธีการเล่นของฟุตบอลในยุโรปได้เปรียบ แต่ทุกประเทศก็ต้องพยายามปรับปรุงพื้นฐานการเล่นลูกบนภาคพื้นดินให้พัฒนาขึ้น เพราะมีความแน่นอนและประสิทธิภาพดีกว่า

แบบฝึกของ ร็อกซ์เบิร์ก และทีมงาน ไม่ว่าจะเป็นวิธีการเล่นเกมรับหรือเกมรุก เป็นแบบฝึกที่ไม่มีอะไรแน่นอนตายตัว แต่เป็นบรรทัดฐานให้นักฟุตบอลที่สอนมีความเข้าใจ และเล่นได้เหมือนเล่นดนตรีเพลงเดียวกัน จังหวะเดียวกัน คนเล่นฟุตบอลในแต่ละตำแหน่ง จะมีอิสระในความคิดที่จะเล่น เล่นแบบใด เล่นแบบไหน ไม่ใช่เรื่องของความผิดหรือความถูก แต่คนเล่นฟุตบอลจะต้องมีความเข้าใจในวิธีการเล่นที่เหมือนกัน ใกล้เคียงกัน ทั้งหมด ฟังดูเหมือนจะง่าย แต่ถ้ามองให้ลึกซึ้ง เป็นเรื่องของความเข้าใจที่ยาก แต่คนเป็นโค้ชฟุตบอลต้องมีความรู้ ความสามารถ ความเข้าใจที่จะถ่ายทอดสอนผู้เล่นจากการฝึกซ้อมในสนามซ้อม เพื่อจะได้นำไปเล่นจริงในสนามแข่งขันได้

ผมอธิบายและเขียนเรื่องรายละเอียดการอบรมโค้ชฟุตบอล ที่ผมมีโอกาสไปสัมผัสเรียนรู้ เพราะฟุตบอลเป็นเรื่องของจินตนาการ ไม่ใช่เรื่องของการท่องจำ เหมือนการเรียนการสอนแบบโบราณที่ท่องแบบนกแก้วนกขุนทอง แต่การสอนแบบใหม่ ให้นักเรียนสามารถเรียนรู้และแสดงความคิดเห็น จะมีความเข้าใจมากกว่า เพราะฉะนั้น อยากให้วิทยากรสอนแบบทำให้คนเข้ารับการอบรมได้เรียนรู้แบบมีความเข้าใจในจินตนาการของฟุตบอล อย่าสอนแบบเปิดตำราที่เอเอฟซี ส่งรายละเอียดมาเพียงอย่างเดียว เพราะคนทำเนื้อหาอาจทำมาเพียงหลักการ แต่รายละเอียดปลีกย่อย และวิธีการคิด วิทยากรต้องทำให้ผู้เข้ารับการอบรมมีความเข้าใจครับ

ที่มา http://www.bangkokbiznews.com/2008/09/20/news_27267458.php?news_id=27267458
บันทึกการเข้า
วสันต์_SR04
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1269/-779
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10,829



| | |
« ตอบ #1 เมื่อ: กันยายน 20, 2008, 07:02:55 PM »


จากข้อเขียนนี้ทำให้เรามองเห็นอะไรได้อีกหลายๆอย่าง เช่น ความเชื่อที่ว่าคนไทยกับบราซิลมีขนาดเท่าๆกันจะทำให้ความสามารถในการเล่นบอลได้คล้ายคลึงกันนั้นเป็นเรื่องที่ตลก....

ศักยภาพในการเคลือนไหวของคนทั้งสองเชื่อชาติต่างกันมากมายในรายละเอียด..... แค่การเคลื่อนไหวอย่างเดียวก็ไม่สามารถที่จะเปรียบเทียบกันได้แล้วหากคุณได้คลุกคลีกับนักกีฬาจากสองประเทศนี้คุณจะเข้าใจดี

สำหรับเรื่องการสอนฟุตบอลที่แต่ละประเทศจะต้องใช้วิธีที่ต่างกันขั้นอยู่กับทักษะและความเคยชินของชนชาตินั้นๆผมเห็นด้วย
แบบฝึกเป็นเพียงหลักการ(Concept)เท่านั้น รายละเอียดหรือขั้นตอนสอนฝึกสอน(Method and Procedure)จะต้องแตกต่างกันไปเพื่อประสิทธิภาพของการเรียนและการสอนที่สอดคล้องกับศักยภาพของผู้รับ

สำหรับเรื่องหมอเมาหมดไฟนั้น.... ก้อเห็นจะต้องบอกว่าเป็นที่น่าเสียดายเพราะได้ทุ่มเทมามากแล้ว และก้อเกินกว่าความจำเป็นในการที่จะในการพัฒนาฟุตบอลไทยเสียอีก.....

การฟุตบอลฟุตบอลในประเทศไทยความจริงแล้วไม่ต้องถึง บี หรือ เอ ไลเซนส์ เพียงแต่ผู้ฝึกสอนที่เข้าใจการปรับสรีระและเทคนิคระดับเยาวชน
เพราะการเน้นฟุตบอลระดับสูงในขณะนี้ก็เหมือนการรอการเก็บเกี่ยวผลไม้แกร็นๆที่กรรมาวิธีในการปลูกไม่มีคุณภาพ ปริญญาโทจาก ม.เกษตรก้อคงจะไม่ช่วยอะไรได้มากนักหรอก

การทำฟุตบอลลีกควรที่จะมีต่อไป แต่การพัฒนาเด็กรุ่นใหม่ควรที่จะมีเป้าหมายและกรรมวิธีที่นำไปสู่การพัฒนาอย่างแท้จริง ดังที่สมาพันธุ์ฟุตบอลแห่งเอเซียได้ตั้งเป้าหมายเพื่อการยกระดับฟุตบอลในชาติเอเซียไปสู่แนวหน้าของโลกเอาไว้






บันทึกการเข้า
ASA
<<<ยอมตายได้ เพื่อชาติ ศาสฯ กษัตริย์>>>
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +79/-16
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2,929


<A>ฮิตเลอร์ ใครกดลบตูแบบไม่มีเหตุผลขอให้มันจุ๊ดๆ


| | |
« ตอบ #2 เมื่อ: กันยายน 21, 2008, 05:12:28 PM »

คนเก่งส่วนมากจะถ่ายทอดสิ่งที่ตัวเองเก่ง ออกมาให้คนอื่นเป็นแบบพันธุกรรมนั้นยากที่คนอื่นจะรับได้หมด บทพิสูจน์การอบรมโค้ชเป็นแค่แนวทางปฏิบัติ ที่นำพาสู่ความสำเร็จจะมากบ้างน้อยบ้างแล้วแต่การถ่ายทอดและการรับเอาภูมิของแต่ละบุคคล   เจ๋ง
บันทึกการเข้า

<ASAการถกเถียงไร้สาระรังแต่จะแสดงให้เห็นถึงความโง่เขลาของตนเอง   การทะเลาะเบาะแว้งเป็นสิ่งที่ไม่มีประโยชน์ไม่ว่ากับฝ่ายไหนASA>

ข้าขอสาบแช่งคนขายชาติให้รับผลกรรมโดยเร็ว
Nick
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +175/-44
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,183



| | |
« ตอบ #3 เมื่อ: กันยายน 21, 2008, 05:58:40 PM »

ผมเองเคยเสนอว่า สมาคมฟุตบอลน่าจะจ้างผู้เชี่ยวชาญจากหลายๆชาติรวมทั้งไทยเอง เพื่อมาระดมสมองสร้างหลักสูตรการอบรมโค้ชระดับต่างๆให้เป็นแบบเฉพาะของเราเอง แล้วก็ลองขอให้หน่วยงานใหญ่อย่างเอเอฟซี หรือฟีฟ่าให้การรับรอง เพื่อให้โค้ชไทยมาจากแม่พิมพ์อันเดียวกัน ซึ่งน่าจะทำให้แนวทางการพัฒนาฟุตบอลของเราเป็นไปในแนวทางเดียวกันทั้งระบบ แต่ก็คงใช้เงินสูงน่าดู หรือบางที...คงเป็นไปไม่ได้
บันทึกการเข้า

ความแข็งแกร่งของประเทศ ไม่ได้วัดกันที่ทรัพยากร รายได้ประชาชาติ หรือกองทัพ
แต่ความแข็งแกร่งของประเทศ มาจากเอกลักษณ์ประจำชาติ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม
วสันต์_SR04
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1269/-779
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10,829



| | |
« ตอบ #4 เมื่อ: กันยายน 21, 2008, 06:15:25 PM »

ผมเองเคยเสนอว่า สมาคมฟุตบอลน่าจะจ้างผู้เชี่ยวชาญจากหลายๆชาติรวมทั้งไทยเอง เพื่อมาระดมสมองสร้างหลักสูตรการอบรมโค้ชระดับต่างๆให้เป็นแบบเฉพาะของเราเอง แล้วก็ลองขอให้หน่วยงานใหญ่อย่างเอเอฟซี หรือฟีฟ่าให้การรับรอง เพื่อให้โค้ชไทยมาจากแม่พิมพ์อันเดียวกัน ซึ่งน่าจะทำให้แนวทางการพัฒนาฟุตบอลของเราเป็นไปในแนวทางเดียวกันทั้งระบบ แต่ก็คงใช้เงินสูงน่าดู หรือบางที...คงเป็นไปไม่ได้

เป็นแนวคิดที่ถูกต้องครับแต่ความจริงแล้วไม่ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศก็ได้เพราะอย่างน้อยมีอดีตผู้ฝึกสอนฟุตบอลชาวไทยท่านหนึ่งที่ผมได้พบมาที่มีศักยภาพ(ทั้งในด้านความเข้าใจถึงความต้องการและความสามารถในการถ่ายทอด)...... ทำให้คิดว่าน่าจะมีอีกหลายๆท่านที่มีความสารถ

สมาคมฯต้องมีวิสัยทัศน์..... วิสัยทัศน์ คือ สิ่งที่สมพันธุ์ฟุตบอลแห่งเอเซียได้เรียกร้องจากสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยในขณะนี้








 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 21, 2008, 06:19:10 PM โดย วสันต์ » บันทึกการเข้า
NTT
มองเพื่อนบ้านอย่างเคารพ
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +2215/-78
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,160



| | |
« ตอบ #5 เมื่อ: กันยายน 21, 2008, 08:56:19 PM »

Andy Roxberg ที่หมอเมาพูดถึงนี่เป็น ชาวสก๊อต เคยคุมทีมชาติสก๊อตแลนด์ แต่ผลงานไม่โดดเด่นนัก คือแกเป็นพวกเก่งการวิเคราะห์นะครับ หนักไปทางวิชาการ หลังออกมาจากทีมชาติสก๊อตแลนด์ก็มาทำหน้าที่ฝ่ายเทคนิคให้ FIFA ครับ

บุคคลากรวิชาการฟุตบอลอย่าง Roxberg หรือ โจเซฟ แวนกลอสนี่ละครับ ที่เราน่าจ้างมาวางระบบการสร้างโคชให้ไทย
บันทึกการเข้า
วสันต์_SR04
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1269/-779
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10,829



| | |
« ตอบ #6 เมื่อ: กันยายน 21, 2008, 09:52:01 PM »


ออสเตรเลียเมื่อก่อนก้อใช้แบบของสก๊อต แต่ตอนนี้หันไปใช้หลักการของอเมริการ(ในการพัฒนาระดับเยาวชน)และแบบฝึกของฮอลแลนด์แล้ว

บันทึกการเข้า
poohmart
Hero Member
*****

คะแนนความรัก: +103/-10
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,329


อ่อนหวะ


| | |
« ตอบ #7 เมื่อ: กันยายน 21, 2008, 10:29:30 PM »

แต่ของไทยเปรียบเทียบแต่ ลีกเพื่อนบ้าน

สักพักมันคงแซงเราไป

การอบรมโค๊ช น่าจะให้ได้ใบประกาศนานาชาติเลยเผื่อฝีมือเข้าตาทีม
ใหญ่ๆๆในเอเชีย หรือ อาจจะฟลุ๊คไปในยุโรป 

วางให้เนแบบฮอลแลนด์ก็ดีน้า ผมว่าโปรตุสเกศก็น่าสนใจ
บันทึกการเข้า

วสันต์_SR04
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1269/-779
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10,829



| | |
« ตอบ #8 เมื่อ: กันยายน 22, 2008, 10:28:54 AM »

แต่ของไทยเปรียบเทียบแต่ ลีกเพื่อนบ้าน

สักพักมันคงแซงเราไป

การอบรมโค๊ช น่าจะให้ได้ใบประกาศนานาชาติเลยเผื่อฝีมือเข้าตาทีม
ใหญ่ๆๆในเอเชีย หรือ อาจจะฟลุ๊คไปในยุโรป 

วางให้เนแบบฮอลแลนด์ก็ดีน้า ผมว่าโปรตุสเกศก็น่าสนใจ

นักฟุตบอลบ้านเราหากไม่เก่งก้อสับสนเพราะมีทั้ง โรงเรียนสอนแบบเยอรมัน บราซิล อังกฤษ ดัทช์(ฮอลแลนด์)
ตอนนี้ควรที่จะศึกษาระบบของสิงคโปร์ควบคู่ไปด้วย

สำหรับปอร์ตุเกส.......
หากสนใจเขามีแบบฝึกบางส่วนของเขาทั้งฟุตบอล(futebol) และ ฟุตชอล(Futebol de Salao)
โพสต์อยู่ในเว็ปไซต์ของเขาที่สามารถจะดาวน์โหลดมาดูกันได้ ได้เรียนภาษาปอร์ตุเกสควบคู่กันไปด้วย  ยิ้มกว้างๆ


บันทึกการเข้า
วสันต์_SR04
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1269/-779
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10,829



| | |
« ตอบ #9 เมื่อ: กันยายน 24, 2008, 10:53:10 AM »


 ก้อนั่นน่ะซี..... เอาแค่คนนี้ไปดูก่อนก็พอ 
 

 ยิ่งคนที่เห็นอยุ่ในภาพร่างๆยิ่งชัดเจน................  ยิ้มกว้างๆ


บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


eXTReMe Tracker
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.16 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!