Thailandsusu Webboard
ธันวาคม 16, 2018, 06:07:13 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน Gallery เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สุภาพบุรุษลูกหนัง เขาคือ ''เดอะ แบน'' ตะวัน ศรีปาน  (อ่าน 17492 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ikung korat ^^!
Santiago Munez
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +146/-230
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,625


โหลออก กระจอกเข้า !!


| | |
« เมื่อ: พฤษภาคม 07, 2008, 11:04:24 AM »



สุภาพบุรุษลูกหนัง เขาคือ ''เดอะ แบน'' ตะวัน ศรีปาน

ตะวัน ไม่เคยโมโหคู่แข่งหรือเพื่อนร่วมทีม นี่คือสิ่งที่เพื่อนนักเตะบอกต่อๆกันมา

แม้จะไม่พอใจอย่างมากแต่ก็ไม่เคยสบทให้เพื่อนร่วมทีมต้องเสียขวัญกำลังใจ

+++++++++++++++++++++++++++++++






     "แบน" ตะวัน ศรีปาน ตั้งแต่จำความได้ ชีวิตผูกพันกับกลิ่นสาบลูกหนังมาตลอด

เมื่อคุณพ่อสุดที่รักคือนักฟุตบอลของบริษัท จึงมีโอกาสได้สัมผัสและเกิดความกระหาย

ในใจที่จะเป็นดั่งเช่นพ่อและรุ่นพี่ที่เก่งๆอีกหลายคน

     ครอบครัว ศรีปาน ความจริงมีรกรากอยู่ที่อ่าวอุดม จ.ชลบุรี คุณพ่อสมกิจ ศรีปาน

แต่งงานกับคุณแม่ สมศรี ศรีปาน ที่ชลบุรี โดยคุณพ่อเป็นพนักงานของบริษัทปูน

ซีเมนต์ไทยจึงย้ายงานบ่อยๆ และแห่งสุดท้ายก็คือที่ ต.ทับกลาง อ.แก่งคอย จ.สระบุรี

     คุณพ่อสมกิจต้องย้ายไปคุมงานที่นั่น พร้อมกับอาศัยอยู่ในบ้านพักคนงานที่เป็น

ลักษณะทาวเฮาส์ 2 ชั้น กำเนิดลูกทั้งหมด 4 คน ลูกสาวคือพี่คนโตสุด ที่เหลือเป็นผู้ชาย

โดยแบนเป็นคนที่ 3 ของครอบครัว

     เมื่อลูกเยอะบ้านก็คับแคบ "แบน" เผยชีวิตในวัยเยาว์ว่า ค่อนข้างอบอุ่น

ในบ้านจะรักใคร่กันและเล่นตามประสาเด็กกับลูกๆของคนงานในบริษัทที่อยู่ละแวก

เดียวกัน แม้ว่าจะไม่รวย แต่ก็ไม่ถึงกับอดยาก ส่วนใหญ่จะประหยัดเสียมากกว่า

เรื่องของเล่นวัยเด็กไม่ต้องพูดถึง อยากจะได้อะไรไม่มีทางได้ แต่ก็ไม่เคยเรียกร้อง

อะไร เพราะโตขึ้นมาหน่อย ชีวิตทั้งหมดกลับไปสนใจเรื่องฟุตบอลเต็มๆ

     ตะวัน ศรีปาน ถูกส่งเข้าเรียนระดับอนุบาลถึงประถมศึกษา ชั้นปีที่ 6

ที่ รร.แสงวิทยา และชอบเตะฟุตบอลมาตั้งแต่เด็ก "จำความได้ว่า คุณพ่อเป็น

นักฟุตบอลด้วย จะพาเราไปสนามาบอลบ่อยๆ และทุกๆปี ในบริษัทปูนซีเมนต์

จะมีการแข่งขันกีฬาสี คุณพ่อก็จะเล่นให้สีของท่าน เราก็จะไปนั่งขอบสนามดูคุณพ่อ

และผู้ใหญ่เขาเล่นกัน รู้สึกเลยว่าชอบ เข้าไปดูเขาเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว ใส่รองเท้าสตั๊ด

ทาน้ำมันมวย กลิ่นสาบเหล่านี้เราคุ้นชินมาตั้งแต่เด็ก และรู้สึกเป็นกลิ่มที่เราอยากจะเป็น

อยากจะเหมือนอย่างเขาบ้าง"

     เฝ้าดูคุณพ่อเตะบอล ก็กลับมาเล่นเองบ้าน สนามหน้าบ้านคือสนามแห่งแรก

ที่มักใช้เวลาว่างหลังเลิกเล่นวิ่งไล่เตะบอลไปๆมาๆทุกวัน จนเหงื่อโทรมกาย

จึงขึ้นไปอาบน้ำ นอน

     แต่กระนั้น สิ่งที่ใจชอบ ก็เข้าตาคุณพ่อที่แอบมองลูกชายคนนี้มาตลอด

ตะวัน ศรีปาน เป็นเด็กร่างเล็กตัวกระจ้อยร้อยเมื่อเทียบกับเพื่อนรุ่นเดียวกัน

แต่ชอบฟุตบอลเป็นชีวิตจิตใจ โดยเฉพาะหนังสือเกี่ยวกับฟุตบอลจะเอามานั่งอ่าน

ไม่รู้เบื่อ และหนังาสือที่ติดตามมาตลอดก็คือ "สตาร์ซอคเกอร์รายสัปดาห์"

     "คุณพ่อจะซื้อมาอ่านตั้งแต่ เล่มที่ 10 ได้มั้ง ซื้อต่อเนื่องจนถึงเล่มที่ราว 600

กว่า คิดดูว่าติดตามมาขนาดไหน ตอนนั้นเราจะเอามาอ่านเล่นหมดทุกหน้า บังเอิญ

ทีมฟุตบอลแมนยูฯ กำลังดัง เราก็ติดตามจนชอบและรักในที่สุด รู้เรื่องฟุตบอลอังกฤษ

ดีมากในช่วงนั้น"

     "แต่ที่ดูจะจุดประกายให้เรามากที่สุด คือ การ์ตูนในยุคนั้น ซึ่งมีเล่มละราว 2 หน้า

ได้มั้ง ต้องซื้ออ่านทุกตอน และทุกเรื่อง อย่าง ฮามิซ ตีนระเบิด,รองเท้าของบิลลี่

อ่านแล้วเราจินตนาการตามเลย อยากจะเก่งอย่างในการ์ตูนบ้าง ฝันว่าเราเล่นให้ทีม

โรงเรียน แล้ว ชนะคู่แข่งได้แชมป์ แล้วฝันต่อไปอีกว่าเราเป็นฮีโร่พาทีมไทยคว้าแชมป์

อะไรประมาณนี้ การ์ตูนในสตาร์ซอคเกอร์น่าจะสร้างความฝันให้กับเด็กๆ

หลายๆคนแน่นอน ซึ่งผมก็เป็นมาแล้ว และถือเป็นฮีโร่ลำดับแรกๆก็ว่าได้"

    ส่วนชีวิตจริงต่างจากความฝัน ร.ร. แสงวิทยา ถือเป็นโรงเรียนเอกชน มีฟุตบอล

บ้างก็เล่นระดับเทศบาล ซึ่ง ตะวัน ศรีปาน ไม่เคยพลาดที่จะสมัครเข้าร่วมเป็นตัว

โรงเรียนด้วยก็แข่งกันไปแบบ สนุกๆ เจอโรงเรียนเทศบาล หรือ จังหวัด โดนยำเละ

8-0,9-0 เพราะสู้ความสูงใหญ่ไม่ได้ แต่ช่วงนั้นได้เล่นก็สนุกแล้ว

     "ผมจะเป็นเด็กคนแรกๆในบรรดาลูกคนงานที่คุณพ่อซื้อรองเท้าสตั๊ดให้ใส่

ซื้อลูกบอลให้เตะเล่น ผมว่าพ่อสนับสนุนเยอะมาก คือเราอยากได้อะไรท่านก็จะให้

ผมว่าเท่มากที่สุด มีรองเท้าสตั๊ดลงไปเตะบอลขณะที่พวกเขาไม่มีกัน จุดนี้มั้งที่ทำให่

ผมบ้าฟุตบอลไปใหญ่"

     จบ ป.6 ก็เข้าไปเรียนยังโรงเรียนประจำอำเภอ คือ ร.ร. แก่งคอย ในระดับ ม.1

ซึ่งพยายามจะสอดแทรกเป็นนักเตะของโรงเรียนให้ได้ แต่อย่างว่ารูปร่างที่เล็กเกินไป

โรงเรียนไม่สนใจ กระนั้นได้มีโอกาสได้เล่นทีมชุดเล็กกับเขา

     "ช่วงนั้นฟุตบอลเขาจะแบ่งตามส่วนสูง ซึ่งก็จะมีตัวที่สูงใหญ่ กับ ตัวที่ความสูงไม่ถึง

150 ซม. เราก็จะได้เล่นในทีมชุดนี้ ทางโรงเรียนเขาก็ส่งไปแข่งนะ แต่ไม่ใช่รายการสำคัญ

อย่างฟุตบอลวันเด็กแห่งชาติ จำได้ว่า ที่ กกท. จำได้ว่า พี่สุทิน-สุรักษ์ ไชยกิตติ

เป็นคนจัด เราก็เดินทางมาแข่ง และได้แชมป์ไปด้วย มีความสุขมาก"

     รอคย 2 ปี ขึ้น ม.2 ก็แล้ว ก็ยังไม่อาจจะขึ้นเล่นทีมโรงเรียนแก่งคอยได้

แต่ ตะวัน ศรีปาน เริ่มฝึกฝนฝีเท้าเต็มรูปแบบแล้วในช่วงนี้ ซึ่งหนักงานในบริษัทปูน

ซีเมนต์คนหนึ่งเคยผ่านการเล่นฟุตบอลระดับจังหวัดมาแล้ว ถือว่าเก่งมากในสายตา

ของคนแถวนั้น เป็นผู้จับเด็กๆ ระแวกนั้นมาสอนเทคนิคการเล่นทุกอย่างสัปดาห์ละครั้ง

ขณะที่ตัวเองจะฝึกเล่นฟุตบอลกับผู้ใหญ่ทุกเย็นซึ่งแม้ว่าอายุน้อย แตะกระดูกเริ่มดีขึ้น

และมีแววในการเล่นมากขึ้น เขาก็ให้ร่วมทีมลงไปแข่งขันได้ทุกวัน ตรงนั้นทำให้

ร่างกายแกร่งขึ้นมาก รวมถึงได้ฝึกฝนฝีเท้าไปในตัว

     ด้วยใจที่ไม่ยอมเมื่อขึ้น ม.3 ฝันในการติดทีมโรงเรียนก็เป็นจริงจนได้ โดยได้แข่ง

ขันฟุตบอลภายในจังหวัด แต่ช่วงนั้นมีความสุขมาก จะบ้ากับการเล่นบอลทุกวัน

และเริ่มมีความคิดอยากจะเล่นทีมจังหวัดบ้าง ซึ่งแรงจูงใจอย่างหนึ่งของตะวัน ศรีปาน

เขาเล่าว่า ทุกเช้าเมื่อนั่งรถไปโรงเรียน ข้างหน้าจะเป็นสนามฟุตบอล

จะเห็นตัวทีมจังหวัดสระบุรีเขามาซ้อมกันทุกวัน เรายืนเข้าแถวเคารพธงชาติ

ก็มองด้วยความอิจฉา อยากจะเป็นอย่างเขา ไปนั่งดูเขาซ้อมตลอด อยากจะเป็นแบบเขาบ้าง

นั่นคือแรงจูงใจ




     ซึ่งเมื่อ ตะวัน ศรีปาน เรียน จบ ม.3 ก็ต่อเข้าเทคนิค สระบุรี ปี 1 ทันที ซึ่งได้

เข้ามาเล่นฟุตบอลสีของสถาบัน แต่แววการเล่นเริ่มปรากฏ จนอาจารย์เห็นแวว

จึงเรียกเข้าติดทีมเยาวชนของจังหวัดไปแข่งกีฬาแห่งชาติจนได้

     "ในตอนนั้นผมจะตัวเล็กและมีความคล่อง และเลี้ยงบอลเก่ง จะเล่นกองหน้า

มาตลอด ซึ่งผมจะเป็นคนชอบเลี้ยงบอลมากและตรงนี้น่าจะเป็นโอกาสได้โชว์หรือ

ปล่าว ก็ไม่ทราบได้ เพราะแข่งขันในระดับดยาวชนแห่งชาติ ก็มีรุ่นพี่คนหนึ่งเขาเรียน

ที่สถาบัน เทคโนฯพระจอมเกล้า และเล่นฟุตบอลในระดับ ถ้วย ข. โอ้โฮ !! เก่งมาก

ผมนับถือเลย อยากจะเป็นแบบพี่เขามาก ซึ่งพี่ก็จะคอยแนะนำเราตลอด จนวันหนึ่ง

ก็มาชวนว่าน่าจะไปสมัครสอบเรียนที่เทคนิค นนทบุรี เพราะที่นั่นสนับสนุนเรื่อง ฟุตบอล

และตอนนั้นมีชื่อเสียงมาก ผมตัดสินใจทันทีและน่าจะเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญก็ว่าได้"

     รุ่นพี่คนนั้นได้มาขออนุญาตกับทางคุณพ่อว่าน่าจัไปเรียนและเล่นฟุตบอลที่กรุงเทพ

น่าจะรุ่งกว่า ซึ่งคุณพ่อ สมกิจ ปกติเป็นคนที่สนับสนุนลูกชายคนนี้มาตั้งแต่เด็กอยู่แล้ว

จึงไม่รีรอที่จะส่งลูกไปเรียน แต่ว่าจะต้องผ่านการตรวจสอบ ทั้งข้อเขียนและโควตา

ในส่วนของฟุตบอลก่อน

     ชีวิตของ ตะวัน ศรีปาน กำลังจะก้าวไปสู่ความท้าทายครั้งใหม่แล้ว..




แสงสว่างที่ส่องประกายให้วงการลูกหนังไทยกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

เชื่อแน่ว่า แฟนบอลไทยเมื่อ 10 ปีที่แล้วต้องตะลึงกับยอดมิดฟิลด์รุ่นใหม่ทีมชาติไทย

นามว่า "แบน" ตะวัน ศรีปาน

     ผลิตผลในยุค "ดรีมทีม" ครองเมืองที่แฟนบอลไม่เคยลืมเลือนพวกเขาไปได้

ไม่ว่ากาลเวลาจะล่วงผ่านไปนานแค่ไหน ไม่ว่า "ดรีมทีม" จะสลายตัวไป

นานแค่ไหนก็ตาม เพราะอย่างน้อยแข้งนักเตะในวัยละอ่อนสมัยนั้น ก็ก้าวขึ้น

มาเป็นกำลังหลัก และกลายเป็นตำนานของฟุตบอลไทยไปแล้วหลายคน


     ตะวัน ศรีปาน คือหนึ่งในนักเตะที่ได้ชื่อว่า โคตรเก่ง คนหนึ่ง เขาสามารถก้าวขึ้นมา

แทนที่รุ่นพี่อย่าง เฉลิมวุฒิ สง่าพล,วรวรรณ ชิตะวณิช และ วิทยา เลาหกุลได้ อย่างสบายๆ

และโลดแล่นบนพื้นสนามหญ้าอย่างต่อเนื่อง สร้างความสำเร็จกับทีมชาติไทย

รายการแล้วรายการเล่า จนขึ้นแท่นเป็นตำนานลูกหนังของไทยไปอีกคน

     แม้จวบจน ณ เวลาปัจจุบัน ขณะที่เพื่อนฝูงในยุคเดียวกัน ต้องพ่ายสังขารอำลา

ทีมชาติกันไปหมด แต่สำหรับ "แบน" ยังได้รับการไว้วางใจเรียกมารับใช้ทีมชาติ

ในบทบาทกัปตันทีม ซึ่งจะเป็นบทบาทสุดท้ายก่อนอำลาสนาม

ในการทำหน้าที่ นำน้องๆสู้ศึกฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนเอเชีย


     ขณะที่อีกบทบาท "แบน" คือยอดกัปตันทีมของสโมสร บีอีซี เทโรศาสน

นำพารุ่นน้องไล่ล่าแชมป์ไทยลีก อยู่ในเวลานี้ ถือเป็นแข้งอาวุโสอีกคน

ที่ไม่เคย ย่อท้อกับสังขารตัวเอง 

     ในวัย 36 ปี ตะวัน ศรีปาน ยังเปี่ยนด้วยแสงที่ทรงพลังกับหน้าที่ยอดนักเตะต่อไป

นับจากเข้าร่วมกับดรีมทีม เมื่อปี 2537 กว่า 15 ปี ชื่อ ของ ตะวัน ศรีปาน ไม่เคยหม่นหมอง

ไม่เคยเสื่อมเสีย เป็นสุดยอดสุภาพบุรุษลูกหนังที่คนในวงการ ยกย่องด้วยความเต็มใจ

     ตะวัน จะมุ่งมั่นกับเกมการแข่งขัน ใจจดจ้องอยู่กับคู่ต่อสู้และคิดค้นหาวิธีพลิกเกมเพื่อ

ให้ทีมได้เปรียบคู่แข่ง แน่นอนเพื่อชัยชนะที่จะตกถึงทีมด้วย หลายต่อหลายนัด

เราจะเห็นกองกลางคนหนึ่งวิ่งพล่านไปทั่วสนามทั้งเกมรับและการสร้างสรรค์เกมส์รุก

และหลายต่อหลายนัดเช่นกัน ที่แฟนบอลจะลุกขึ้นปรบมือกับการทำประตูสุดสวยของเขา

     ตะวันไม่เคยโมโหคู่แข่งหรือเพื่อนร่วมทีม นี่คือสิ่งที่นักเตะบอกต่อๆกันมา

แม้จะไม่พอใจอย่างมากแต่ก็ไม่เคยสบทให้เพื่อนร่วมทีมต้องเสียขวัญกำลังใจ

ทางตรงกันข้าม เขาคือ ผู้นำที่คอยแต่กระตุ้นให้เพื่อนๆ น้องๆ สู้


     บทจะแพ้ ตะวันก็จะยิ้มรับกับความพ่ายแพ้อย่างไม่อายฟ้าดิน เมื่อทำเต็มที่

เสียอย่าง เกมกีฬาเมื่อแพ้ก็ต้องยอมรับ เขาจะตรงดิ่งเข้าไปหาคู่ต่อสู้ที่ใกล้ที่สุด

เพื่อจับมือแสดงความยินดี นี่คือสุภาพบุรุษลูกหนัง

     แม้ยามนอกสนาม ตะวัน ศรีปาน ก็จะไม่ถือตัวว่า เป็นซูปเปอร์สตาร์ ออกจะยิ้ม

อายๆผู้คน หรือแฟนบอลด้วยซ้ำไป ยามที่มาขอลายเซ็นต์หรือถ่ายรูป ตะวันจะเป็นกันเอง

ยิ้มให้กับทุกคน รวมถึงสื่อมวลชน นี่คือ สุภาพบุรุษนอกสนาม





     ปฐมบทของสุดยอดสุภาพบุรุษลูกหนังตัวจริง เสียงจริง สร้างชื่อมาจากสระบุรี

ก่อนที่จะมาโลดแล่นในกรุงเทพมหานคร กับสโมสร ธ.กรุงเทพพณิชยการ

หรือแบงค์"สตางค์รู" ร่วมทีมตั้งแต่ระดับถ้วย ข. นั่นจึงเป็นที่มาที่มีโอกาสโดนเรียก

ตัวไปร่วมกับ "ดรีมทีม" ในยุคเริ่มต้น

     ด้วยการซ้อมอย่างหนักต่อเนื่องแทบทุกวันจากโค้ชที่ว่ากันว่าเคี่ยวที่สุด

ชัชชัย พหลแพทย์ จากนักเตะระดับดาดๆ กลายมาเป็นแข้งระดับซูปเปอร์สตาร์


     เริ่มล่าแชมป์กับดรีมทีม ในศึกลูกหนังชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ เมื่อปี

2537 ซึ่งเป็นเพียงทีมชาติชุดบี ด้วยซ้ำไป จากแชมป์ที่เกิดขึ้นทำให้ชื่อเสียง

ของนักเตะในทีมดังเป็นพลุแตก ไม่ว่า "ซิกโก้" เกรียติศักดิ์ เสนาเมือง

สุชิน พันธ์ประภาส,สมาน ดีสันเที๊ยะ,ธวัชชัย ดำรงอ่องตระ(กระผม)ล,รุ่งเพรช เจริญวงศ์

ดุสิต เฉลิมแสน และแน่นอน ตะวัน ศรีปาน ย่อมมาร่วมอยู่ในนั้นด้วย



     ปีเดียวกัน ดรีมทีมโลดแล่นต่อเนื่องด้วยการเป็นตัวแทนสมาคมฟุตบอลไทย

ไปเตะรายการอินดิเพนเดนต์ คัพ ที่เกาหลีใต้ และคว้าแชมป์กลับมาอย่างยิ่งใหญ่

ก่อนที่ทีมจะมีการขึ้นไปผสมกับทีมชาติชุดใหญ่ ขึ้นไปคว้าแชมป์ ซีเกมส์ ครั้งที่ 18

ที่เชียงใหม่ จากนั้นตำนานของดรีมทีมก็ลดลงไป เพราะทุกคนขึ้นมาอยู่ชุดใหญ่

กันหมด จะมีก็เพียงเยาวชน 2 ปีที่ได้ไปชิงแชมป์เอเชียรอบสุดท้ายเท่านั้น

ที่ยังร่วมทีมกันอยู่ แต่ก็ไม่อาจจะไปชิงแชมป์โลกได้

     ตะวัน ศรีปาน ร่วมล่าแชมป์ซีเกมส์ต่อมา ที่อินโดนีเซีย และบรูไน นอกจากนี้

ในรายการไทเกอร์ คัพ หรือชิงแชมป์อาเซียน ก็ยังประสบความสำเร็จคว้าแชมป์

อีก 3 สมัย ทีมชาติในยุคของ "แบน" ยังเดินหน้าสร้างความสุขให้กับแฟนบอล

อย่างต่อเนื่อง ด้วยการคว้าตำแหน่งที่ 4 รายการเอเซียนเกมส์ ที่ เมืองไทย

การทะลุเข้าถึงรอบ 10 ทีมสุดท้ายในศึกคัดฟุตบอลโลก เอเชีย ที่ถือว่า เป็นชุด

ประวัติศาสตร์ไปแล้วในเวลานี้ ภายใต้การคุมทีมของโค้ชนอก อย่าง ปีเตอร์ วิธ

     ในช่วงที่ฟุตบอลไทยมีการปรับเปลี่ยนพัฒนาเพื่อก้าวไปสู่ลีกอาชีพ สโมสร

ต้นสังกัดของ "แบน" อย่าง ธ.กรุงเทพพณิชยการ ก็มีอันโดนสอบสวนเรื่อง ซูเอี๋ย

จนโดนคำสั่ง ยุบทีม



     "แบน" ไม่สนที่จะเล่นบอลในเมืองไทย เมื่อช่วงเวลาใกล้เคียงกัน

ในวงการฟุตบอลสิงคโปร์ที่กำลังมาแรงในการเปิดเอสลีก ด้วยการทุ่มงบประมาณ

มหาศาลว่าจ้างนักเตะไทยเข้าไปเป็นสินค้าหลัก เริ่มจาก สุรชัย จตุรภัทรพงศ์

สุรชัย จิระศิริโชติ จนมาถึง "ซิกโก้" เกรียติศักดิ์ เสนาเมือง และแน่นอน

ตะวัน ศรีปาน ก็ถูกสโมสร เซมบาวัง ทีมเล็กๆจ้างไปร่วมทีมพร้อมด้วย นิเวส ศิริวงศ์

     "แบน" จงรักภักดีกับเซมบาวังตลอดมา แม้จะมีกระแสทีมใหญ่สนใจดึงไป

ร่วมทีม แต่แบนไม่สน เขาถือว่า เซมบาวัง ให้โอกาสกับเขา ด้วยอัตราค่าจ่างตก

8 หมื่น ถึง 1 แสนบาทต่อเดือน นับว่าอัตราสูงยิ่งนักในยุคนั้น

   กับเซมบาวัง แม้ว่าจะไม่มีโอกาสก้าวถึงแชมป์เอสลีก เพราะเป็นทีมเล็กๆ แต่

ตะวัน ศรีปาน ก็คือ เจ้าของทีมที่แฟนบอลชื่นชอบ และรักใคร่เขามากมายก่ายกอง

ด้วยศักยภาพทีมที่ยังไม่แกร่งพอ เงินทุนเริ่มหดหายในที่สุดก็ต้องสลายทีมไป



     แต่เส้นทางของ ตะวัน ศรีปาน เขายังมีช่องทางเสมอ ฮอง อันห์ ยาลาย ในวีลีก

เวียดนาม ว่าจ้างเขาไปเล่นต่ออีก 3 ปีเต็มๆด้วยเงินเดือนระดับแสนบาทขึ้น

และสร้างความสำเร็จพาทีมขึ้นแลมป์จนได้ 1 สมัยก่อนที่จะโบกมือลากลับมาค้าแข้ง

กับ บีอีซี เทโร ศาสนเมื่อปีที่แล้ว

    ตลอดเวลาที่ค้าแข้งอยู่สิงคโปร์ ตะวัน ศรีปาน ก็จะกลับมาช่วยทีมชาติไทย

ทำศึกรายการสำคัญๆอยู่เรื่อยๆ เพราะทีมชาติถือเป็นเกรียติภูมิที่ยังไงก็ต้องมาก่อน

เสมอ แม้ในวัย 36 ปีเมื่อเรียกชื่อก็พร้อมจะไปรายงานตัว

   แสงแห่งตะวัน ไม่เคยมอดไหม้ดับลง ตะวัน ศรีปาน วันนี้กับเมื่อ 15 ปีที่แล้ว

ก็ยังเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน กลับเจิดจ้าท้าทายและยังเปี่ยมด้วยพลังมากขึ้นกว่าเดิม..

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ทำไมกุ้งปลื้มพี่ตะวันได้ขนาดนี้เนี่ย ฮี่ ฮี่...






 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 07, 2008, 11:21:08 AM โดย joeis_mylife » บันทึกการเข้า

อาจชนะแม้ทีมจะเล่นแย่ อาจจะแพ้แม้ทีมจะเล่นเยี่ยม ไม่มีอะไรแน่นอน 

Nick
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +194/-48
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,345



| | |
« ตอบ #1 เมื่อ: พฤษภาคม 07, 2008, 11:37:25 AM »

เยี่ยมครับ นักเตะคนนี้มีสิ่งดีๆที่นักเตะรุ่นน้องไม่ยอมเอาเป็นเยี่ยงอย่าง แต่ผมไม่ได้หมายถึงฝีเท้าหรอกนะ
บันทึกการเข้า

ความแข็งแกร่งของประเทศ ไม่ได้วัดกันที่ทรัพยากร รายได้ประชาชาติ หรือกองทัพ
แต่ความแข็งแกร่งของประเทศ มาจากเอกลักษณ์ประจำชาติ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม
universal
ถูกแบน-ห้ามเข้าบอร์ดชั่วคราว
Hero Member
*

คะแนนความรัก: +398/-76
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,337


| | |
« ตอบ #2 เมื่อ: พฤษภาคม 07, 2008, 12:36:40 PM »

ถ้าผมจำไม่ผิด อินดิเพนเด้นท์คัพ มันที่อินโดนีเซียนะครับ เรายิงจุดโทษชนะ หลังจากเสมอกัน 1-1 ตอนกลับมาที่ดอนเมือง บิ๊กหอยยื่นถ้วยให้ ชลอ ด้วยหน้าแหยงๆแบบไม่พอใจทำไมต้องไปเอาถ้วยมาให้เมิงด้วยวะ รอผู้รู้คอนเฟิร์มอีกที
บันทึกการเข้า
-NeeDia-
Newbie
*

คะแนนความรัก: +0/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6



| | |
« ตอบ #3 เมื่อ: พฤษภาคม 25, 2008, 06:48:20 PM »

รักพี่แบนค่ะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 25, 2008, 07:01:37 PM โดย -NeeDia- » บันทึกการเข้า
mongva
Newbie
*

คะแนนความรัก: +0/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7


| | |
« ตอบ #4 เมื่อ: มิถุนายน 15, 2008, 11:19:03 AM »

ชื่นชมมากๆครับ
บันทึกการเข้า
krubaball_SR
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1006/-136
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6,801



| | |
« ตอบ #5 เมื่อ: มิถุนายน 15, 2008, 11:40:13 AM »

ขอบคุณน้องมากๆ  ชอบตะวันมากเหมือนกัน (แต่ด้วยวัยไม่เอื้ออำนวยเลยไม่ได้ตามติดประชิดนัก )   ตามอ่านเรื่องของเขาจากสยามฟุตบอลอยู่  ได้มาอ่านในกระทู้นี้ยิ่งดี สั้น และทำให้เห็นภาพ ฮีโร่+สุภาพบุรุษลูกหนัง ของชาติเรา ชัดเจนขึ้น  แต่เหนือสิ่งอื่นใด ตะวันนี่หล่อจริงๆ ขออนุญาตก็อปภาพบางภาพนะคะ
บันทึกการเข้า

ห  น้  า  ห  น  า  ว   เ  ที่  ย ว  ด  อ  ย ..  ห  น้  า  ร้  อ  น  ไ  ป  ท  ะ  เ  ล
mart nara
!!wE aRe NaRa UnItEd.!! !!We aLL ArE BrOtHeRs!!
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1383/-342
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 19,243


!!wE aRe NaRa UnItEd.!! !!We aLL ArE BrOtHeRs!!


เว็บไซต์
| | |
« ตอบ #6 เมื่อ: มิถุนายน 24, 2008, 05:16:33 PM »

เต็มที่แล้วครับพี่แบน...

น่าเสียดายที่พี่ต้องอำลาทีมชาติ ไปด้วยเรื่องเศร้า

ทำดีที่สุดแล้วพี่...ผมไม่เสียใจเลย วันนี้เราสู้ได้เต็มที่แล้ว

จากนี้ไปเราคงต้องฝากความหวัง

ให้กับคลื่นลูกใหม่ ที่แข็งแกร่งกว่า

มารับช่วงต่อไป...

แต่ถึงอย่างไร ผมจะไม่มีวันลืม

พี่แบน  ยอดกัปตันทีมชาติไทยในดวงใจ

ด้วยจิตคารวะ

มาร์ท นรา

ปล.Yume aru kara, tsuyoku naru.
แปลว่า.. เพราะมีฝัน จึงแข็งแกร่งยิ่งขึ้น
แด่...คลื่นลูกใหม่ทุกคน
บันทึกการเข้า

EVERY TEAM NEEDSTHE12thMAN,LET'S JOIN WTH US!HISTORY IN THE MAKING!!http://www.puttipan.com/thaikeyboard/
www.BOLANARA.com,www.narautd.com
Doo DD
ถูกแบนถาวร
Hero Member
****

คะแนนความรัก: +335/-271
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,382



| | |
« ตอบ #7 เมื่อ: มิถุนายน 24, 2008, 05:32:14 PM »

รักพี่แบนค่ะ
  นานทีปีหน จะเข้ามาตอบนะจ้ะ
บันทึกการเข้า
Mumvoice_หม่ำ_SR
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +569/-28
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8,639



| | |
« ตอบ #8 เมื่อ: มิถุนายน 24, 2008, 06:43:02 PM »

อ่านฟุตบอลสยาม....แล้วชอบจริงๆ

ทำให้รู้สึกว่าอยากอ่านเล่มต่อไปเร็วๆ

มันเหมือนอ่านประวัติคนสำคัญ ที่น่าติดตามจริงๆ

บอกได้เลยว่าชอบ คอลัมน์นี้มากๆ
บันทึกการเข้า
phueng_10
Thailandsusu
Jr. Member
**

คะแนนความรัก: +2/-1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 290


| | |
« ตอบ #9 เมื่อ: กรกฎาคม 01, 2008, 12:13:05 PM »

"ตะวันยังคงสาดแสงในใจตลอดไป"
บันทึกการเข้า
LADY KAKA
V V ออกไปๆๆๆๆๆๆๆๆ
Full Member
***

คะแนนความรัก: +23/-54
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 888


ปลาทูคะนอง FC


| | |
« ตอบ #10 เมื่อ: กรกฎาคม 28, 2008, 04:39:52 PM »

พี่เขาระดับตำนานแล้วครับ
บันทึกการเข้า

รักสมุทรสงคราม
white^^
Newbie
*

คะแนนความรัก: +0/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 64

รักบอลไทย ศรัทธาไม่มีถอย..!!


| | |
« ตอบ #11 เมื่อ: กรกฎาคม 28, 2008, 05:38:27 PM »

พี่แบนน่าจะอำลาทีมชาติ ในการแข่งอาเซียนคัพตอนต้นปีคงจะดี

ถ้าไทยได้แชมป์ จะได้อำลาทีมด้วยแชมป์ และมีแต่ความทรงจำดีๆก่อนลา....^^
บันทึกการเข้า
scolax
Jr. Member
**

คะแนนความรัก: +33/-43
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 460



| | |
« ตอบ #12 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 26, 2010, 01:10:07 PM »

พึ่งทราบนะนี่ว่าพี่แบน เรียนเทคนิคนนท์ เหมือนกัน นึกว่าเทคนิคนนท์จะมีแค่โคตรตะกร้อทีมชาติแค่นั้น  ไม่นึกว่ามีพี่แบนก็ศิษย์ร่วมสถาบัน
บันทึกการเข้า
ImPao
TimeTel
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +129/-61
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,247


ฟุตบอลคือชีวิต แต่ไม่ใช่ทุกส่วนของชีวิต


| | |
« ตอบ #13 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 26, 2010, 01:13:36 PM »

 
บันทึกการเข้า

LORD DONNOK
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +294/-11
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5,773


คนดี สำคัญกว่าทุกสิ่ง


| | |
« ตอบ #14 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 26, 2010, 01:34:54 PM »

+1 ท่าน scolax  สำหรับการ.............ขุด กระทู้ดีๆ  ฮี่ ฮี่
บันทึกการเข้า

ตะเภาทอง กองแช่ง_xi
CHALAWAN FC
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +267/-37
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,765


พิจิตรมันหมูแต่ระวัง หมูสู้มีด


| | |
« ตอบ #15 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 26, 2010, 01:37:19 PM »

3 ทหารเสือ จริงๆ เกียตติศัก ดุสิต ตะวัน

อยากไห้พี่ทำทีมชาติไวไว จัง
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  




Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!