กระทู้บอลไทย
กรกฎาคม 31, 2014, 02:08:30 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน Gallery เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สงครามเวียตนาม: สมรภูมิลาวตอนที่๒.๑...  (อ่าน 6441 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
วสันต์_SR04
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1244/-732
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10,674



| | |
« เมื่อ: มีนาคม 22, 2012, 12:29:19 AM »

หากใครที่เคยดูหนังซี่รี่ยาว๓๙แผ่นเรื่องสาก๊กและได้เห็นภาพที่กองทัพขี่ม้าลัดทุ่งโล่งไล่กันไปไล่กันมาแล้ว
เหตุการณ์ที่บริเวณเปลน เดส์ แจร์รซ์ หรือ ทุ่งไหหินที่กองทัพเวียตนามเหนือกับกองทัพของรัฐบาลสู้รบกันไปมา
ก็คงจะประมาณนั้น
เพียงแต่เวียตนามเหนือมีกองกำลังที่มากว่าแล้วก็มาบ่อย โดยที่มาเองบ้างมาส่งกองกำลังรบปะเทดลาวบ้าง
มากรุยทางให้บ้าง และที่แน่นอน กองกำลังของฝ่ายที่ไม่ใช่รัฐบาลในเวลาที่แพ้ก็วิ่งแจ้ข้ามทุ่งนี้ไปกบดาน
ภายใต้ปีกอันเขียวชอุุ่มของกองทัพประชาชนเวียตนามเหนือจนกว่าสร้างกำลังรบของตนให้แข็งแกร่งอีกครั้ง




สำหรับทหารรับจ้างจากไทยที่ส่งกันไปรวมทุกรุ่นแล้ว ประมาณ๑๕,๐๐๐นาย ซึ่งรวมทั้งพวกที่จบกันมาใหม่ๆ
จากสถาบัน อาทิ โรงเรียนนายร้อย จปร นั้น เขาฝึกเตรียมรับกับสมรภูมิสงครามที่มีภูมิประเทศใกล้เคียงกับแถวเชียงขวาง
กันในแถบพื้นที่ของจังหวัดกาญจบุรี


สำหรับส่วนหนึ่งบันทึกของเหตุการณ์ หากมีการเล่าเหตุการณ์เป็นภาษาอังกฤษให้แล้ว มันก็คงจะออกมาประมาณนี้...


'The Pig' or C-123 gigantic transport plane protruded from the mountain ridge which connected to the edge of Skyline Hill.
Releasing landing gears and lower its flight prepared for landing with a tremendous  roaring sound of 'Air Break'.
Then the plane reduced the speed until all of its  wheels touched down on the runway near the main ramp.
It then took a left turn before backed itself with the single huge rear-door slowly open, once it came to a complete stop.

A group of mercenaries in their combat fatigues pouring out of the door with their personal weapons(M-16) in hands
with combat gears and all.  Then, all of them just gathered around in groups and sat dawn on the tarmac.

The second C-123 and then the third lining up to let out more soldiers they making number of soldiers increased so quickly.

Yes!  They are the battalion of Thai mercenaries infantry from Thailand!
 
They have just been transported here in order to push away North Vietnam army that are closing in on Long Jang.
Faces of those worriors full of smiles while some of them teasing one another and laugh joyfully.
Some, however, sat quietly looked out toward the sky and the toward the surrounding hills without specific expression.

I sat on a Jeep with a recognisance pilot that had just came back from the order of 'Norman', the CIA Spacialist,
sent him to scouting Sam Thong in order to gather information and condition of the enemy's camp so that appropriate
mission can be planned for our next operation.

Two of the 'Bell' Choppers making a large circle coming from the end of the runway before touched down at the 'main ramp'. 

A jeep with red cross marks on its sides and on the rooftop made an immediate approach to the Choppers.
Soldiers that had been overran from 'Plaine des Jarres' and 'Sam Thong' (ทุ่งไหหินและซำทอง) with their injuries..
arms and legs cut off dangling with blood all over them were being carried into passenger room with the new soldiers
that had just arrived that morning gathered around them.

The condition of some of the survivors are as though they were dead bodies. Signs of bodies that had been bitten
by snails all over them. Their uniforms were ripped hardly could call it uniforms and whatever they said one could
hardly understand them. Some yelled out with joy to see that their buddies have also survived some just simply
yelled out for their friends happily

Then it came the event equivalent to the interviewing of movie stars.. a group of new merceneries competing
to interview the survivors with supreme interest and excitement.

"Brother, was it a hard fighting? How was the damage on our side?" They were asking all sort of questions.

'I don't want to say it. I want to let you guys experience it for  yourself. they came in and kill us inside our own bunkers'

'My company had 134 soldiers now we have only 19 left!'

One of the soldiers who had a would on his face told the new comers while reached out to receive a cigarette
offered to him by one of the new soldiers. He lit up the cigarette and took 2-3 deep pups into his lung before
quickly walked onto paramedic vehicle.

Military police purged groups of soldiers that standing around in the way of transporting of boxes of ammunition,
foods and ration to get out of the way so they returned to where they have gathered earlier.

My eye did not deceived my.
Those smiling and laughing soldiers suddenly got all quiet. They looked at the field carriage with blood bottles
hanging down small post and blood suppyline from the bottle to the arms of the injured in frighten and terrior.


คุ้นๆ ใช่ไหมครับ?
ข้างบนนี้ ความจริงแล้วเป็นบทความตอนหนึ่งของ สมรภูมนรกร่องกล้า ของ คุณสยุมภู ทศพล อดีตนายทหารไทยรับจ้าง
ท่านหนึ่งที่นอกจากประมีประสพการณ์ในการรบในสมรภูมิในพื้นที่ส่วนนี้ของลาวแล้ว ก็ยังได้เคยถูกทหารเวียตนามเหนือ
จับเป็นเชลยอีกด้วย


ผมถอดเป็นภาษาอังกฤษไห้อ่านกันสนุกๆ...



ส่วนข้างล่างนี้ เป็นบทความภาษาไทยที่คุณสยุมภูฯได้เขียนเอาไว้...

ไอ้หมู หรือเครื่องบิน C-123 ซึ่งเป็นเครื่องบินลำเลียงขนาดยักษ์ โผล่พรวดมาจากร่องสันเขาบริเวณรอยต่อของเนินสกายไลน์
มันกางฐานลดเพดานบิน จนกระทั่งลูกล้อแตะพื้นรันเวย์ พร้อมกับ 'เบรกอากาศ' เสียงดังสนั่นหวั่นไหว

ต่อจากนั้นก็ลดความเร็วลง แท็กซี่ช้าๆ เข้ามาจอด ณ บริเวน 'เม็นแล้ม' เลี้ยวซ้ายถอยหลังเอาประตูด้านท้ายซึ่งเปิดออกช้าๆ
ด้วยระบบไฮโดรลิค จนกระทั่งเปิดออกเรียบสนิทเป็นแผ่นเดียวกับพื้นห้องโดยสาร
กลุ่มทารรับจ้างซึ่งอยู่ในชุดเสือพรานทะลักออกมาจากช่องประตูพร้อมด้วยอาวุธประจำกาย และเครื่องสนามครบครัน
ต่อจากนั้นก็นั่งรวมกลุ่มกัน ณ บริเวณลานจอดนั่นเอง

C-123 เครื่องที่สอง และที่สามทยอยกันแท็กซี่เข้ามาจอด ทำให้กลุ่มทหารรับจ้างเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว

ใช่แล้วครับ กองพันทหารรับจ้างจากประเทศไทยได้รับการขนย้ายเข้ามายันการรุกไล่ของกองทหารเวียตนามเหนือ
ที่กำลังประชิดเมืองล่องแจ้งเข้ามาทุกขณะ ใบหน้าของนักรบเหล่านั้นบางคนก็ยิ้มหัว กระเซ้าเย้าแหย่กันด้วยความคึกคะนอง
บางคนก็ซึมกระทือนั่งมองท้องฟ้าอย่างไร้จุดหมาย

ผมนั่งอยู่บนรถจี้ปกับนักบินลาดตระเวนที่เพิ่งได้รับคำสั่งจาก 'นอร์แมน' ผู้เชี่ยวชาญของ 'ซี.ไอ.เอ' ให้ร่วมบินลาดตระเวน
สนามบินซำทอง เพื่อหาข้อมูลและสภาพที่ตั้งฐานปฏิบัติการของข้าศึกประกอบเพื่อ พิจารณายุทธวิธีทิ้งระเบิดโจมตีในโอกาสต่อไป

ชอปเปอร์แบบ 'เบลส์' สองเครื่องตีวงกว้างบินลิ่วมาทางท้ายสนามบิน พอถึงบริเวณ 'เม็นแล้ม' ก็แตะพื้นอย่างนิ่มนวล
รถจี๊ปกลางมีเครื่องหมายกากะบาทสีแดงแล่นเข้าไปจอดเทียบในทันทีทันใด

ทหารเสือพรานที่แตกทัพจากทุ่งไหหินและซำทองที่ได้รับบาดเจ็บ แขนขาด...ขาขาด กระรุ่งกระริ่ง เลือดไหลเปรอะทั่วมตัว
ถูกหามลงมาจากห้องโดยสาร ท่ามกลางการรุมล้อมของเหล่าทหารรับจ้าง ที่เพิ่งเดินทางมาถึงสมรภูมิลาวในเช้าวันนั้น

ทหารรับจ้างบางคนที่รอดจากสมรภูมินรกก็มีสภาพไม่ผิดอะไรจากซากศพ เนื้อตัวโดนทากกัดแดงเถือกไปหมด
เสื้อผ้าขาดวิ่นไม่มีชิ้นดี พูดจาแทบไม่เป็นภาษาคน บางคนก็ไชโยโห่ร้องกระโดดโลดเต้นตะโกนหาเพื่อนฝูงที่มาคอยรับด้วยความยินดี

คราวนี้เหมือนกับรายการสัมภาษณ์ดาราไม่ผิดเลยครับ...กลุ่มทหารรับจ้างน้องใหม่ต่างก็พากันเข้าไปซักไซ้ไล่เลียงเรื่องราว
กับผู้ที่รอดตายด้วยท่าทางที่สนใจแกมตื่นเต้น

'พี่ครับ รบหนักไหมครับ พวกเราสูญเสียมากไหมครับ' เสียงถามกันให้แซ่ดไปหมด ไม่รู้ว่าใครเป็นใคร

'ผมไม่อยากพูดหรอกครับ อยากให้พวกคุณไปเห็นด้วยตัวเอง พวกมันขึ้นมาไล่ฆ่าพวกเราถึง 'คูเหลด' เลยทีเดียว
กองร้อยผมมีทหาร 134 คน รอดกลับมาเพียง 19 คนเท่านั้นเอง'
ทหารรับจ้างที่มีบาดแผลบนใบหน้าเอ่ยตอบขึ้นมาพร้อมกับเอื้อมมือรับบุหรี่จากพวกน้องๆ ที่ส่งให้ ขึ้นไปอัดเข้าปอดสองสามครั้งด้วยความกระหาย
แล้วก้าวเท้าพาตัวเองขึ้นไปบนรถพยาบาลอย่างรวดเร็ว

สารวัตรทหารรีบไล่กลุ่มทหารรับจ้างที่ยืนรุมล้อมกีดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่สนามบินที่กำลังสาละวนขนหีบห่อ,กระสุน
และเสบียง ?เรชั่น? อยู่อย่างชุลมุนวุ่นวาย ทำให้กลุ่มทหารนั้นแตกฮือกลับมารวมกลุ่มกับพรรคพวกที่นั่งดูเหตุการณ์อยู่ห่างๆ

สายตาของผมมิได้ฝาดไปหรอกครับ
ทหารรับจ้างบางคนที่เคยหัวเราะเฮฮา ต่างก็พากันเงียบกริบเป็นปลิดทิ้ง ทอดสายตามองเปลสนามที่มีขวดเลือดห้อยอยู่บนเสาเล็กๆ
มองเห็นสายเลือดไหลจากขวดลงสู่แขนของพวกบาดเจ็บด้วยท่าทางตกใจแกมขวัญเสีย...





ในความรู้สึกส่วนตัวของผมแล้ว สนามรบและกลิ่นคาวเลือดหากใครไม่เคยได้สัมผัส ไม่เข้าในหรอกครับ

สิ่งที่เกิดขึ้นที่หมู่บ้านไมลายระหว่างสงครามเวียตนาม หรือ ที่อิรักและอาฟกนิสถานที่ทหารทำการสังหาร
ชาวบ้านอย่างหฤโหดนั้น กับผู้ที่ได้รับการเสี้ยมสอนให้ฆ่าเพื่อความอยู่รอดไปวันๆ ซึ่งภายใต้ความกดดัน
ของภาวะสงครามที่ไม่อาจคาดคะเนอะไรได้แล้ว มันไม่น่าแปลกเคยที่มันจะเกิดขึ้น...




บันทึกการเข้า
jacksara
นี่คือเสียงคำราม ลือนาม อุลตร้าเมืองทอง เชียร์เมืองทอง เราเชียร์เมืองทอง โก โว โอ
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +870/-338
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3,937


We love mtutd


| | |
« ตอบ #1 เมื่อ: มีนาคม 22, 2012, 02:30:24 AM »

มาอ่านต่อ ขอบคุณครับ บวกให้
บันทึกการเข้า

ลูฟี่
รักท่านวีวี เป็นมิตรที่ดีกับ japan_xi
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +922/-528
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11,254


เปิดไม่ได้ทุกคำถามเพราะทำไม่เป็น


| | |
« ตอบ #2 เมื่อ: มีนาคม 22, 2012, 11:07:21 AM »

หาอ่านได้ยากสำหรับสมรภูมิในลาว
บันทึกการเข้า

ผู้ชายในฝันคือคุณชายหม่อมราชวงศ์พุฒิภัทร              แต่ คุณชายหม่อมราชวงศ์  สุขุมพันธ์  บริพัตร  นั่นคือความจริง
ผู้พันหิ่งห้อย
คบพี่เสือไว้ ไม่ผิดหวัง ฮี่ๆ
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +751/-486
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,846


จับหอยสองมือ


| | |
« ตอบ #3 เมื่อ: มีนาคม 22, 2012, 11:23:15 AM »

ลุงผม กลับมาจากเวียดนาม ก็ไปต่อที่ลาว  พวกคนอำเภอเดียวกันไปกันเปนสิบ กลับมาได้แค่ 2  3 คน  ที่เหลือตายในลาวหมดเลยย

บันทึกการเข้า

ไม่หล่อแถมจนพร้อมพาทุกคนลำบาก
บ้านหัวงัว
Ubon UMT >> D1>>TPL
Jr. Member
**

คะแนนความรัก: +61/-51
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 413



| | |
« ตอบ #4 เมื่อ: มีนาคม 22, 2012, 12:00:58 PM »

    ฮืม ฮืม ฮืม ฮืม ฮืม ฮืม ฮืม ฮืม
 ฮืม ฮืม ฮืม ฮืม ฮืม ฮืม ฮืม ฮืม ฮืม
บันทึกการเข้า

ซูรัต ชูคฮา
MS.Where are you?
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +579/-242
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 16,955



| | |
« ตอบ #5 เมื่อ: มีนาคม 22, 2012, 12:10:35 PM »

+1 thank you krab
บันทึกการเข้า

Thailand
อาจารย์หนุ่ย_SR38
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +604/-192
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,300


สโมสรฟุตบอลอุดรธานี เอฟซี


เว็บไซต์
| | |
« ตอบ #6 เมื่อ: มีนาคม 22, 2012, 08:25:33 PM »

สยุมภู  ทศพล นักเขียนในดวงใจของผมเลยครับ  ผมติดตามผลงานมาตั้งแต่เขียนลงในหนังสือรายสัปดาห์ที่ชื่อ "จักรวาล"  เพราะน้าผมรับมาทุกสัปดาห์เพื่ออ่านนิยายเรื่อง เพชรพระอุมา  ทำให้ผมต้องติด เพชรพระอุมา ไปด้วย

สยุมภุ  ทศพล  ถ้าผมจำไม่ผิดเป็นนายทหารไทยที่ชื่อ พ.อ.ปัญญา  มีอดีตเป็นนักกรีฑาทีมชาติไทย เคยไปแข่งโอลิมปิคมาด้วย  ผมติดตามอ่านนิยายทุกเรื่อง ที่สยุมภุ เขียน จากนิตยสาร "จักรวาล"  จนมาถึง พ้อคเก็ตบุํ๊ค เรื่องดัง "แหกค่ายนรกเดียนเบียนฟู" ที่ถุูกซื้อไปทำเป็นหนังไทยฟอร์มยักษ์ในสมัยนั้น  ต่อมา ผมจึงรู้ว่าตัวละครคนหนึ่งในหนังสือ แหกค่ายนรกเดียนเบียนฟู  เป็นคนหมุ่บ้านเดียวกับผมเอง  หลังจากที่หลานชายเขาได้ยืมหนังสือเล่มนี้ไปอ่าน

ช่วงหลัง ๆ สยุมภู เขียนเรื่อง "ดับรามสูร" ลงในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  เป็นเรื่องเกี่ยวกับค่ายรามสูร ที่จังหวัดอุดรธานี  ที่ลือกันในสมัยนั้น (ช่วงที่ผมเป็นวัยรุ่น) มีระเบิด ปรมณู อยุ่ในห้องใต้ดินค่ายรามสูร เพื่อเอาไว้ขู่ ประเทสจีนและเวียดนาม  ค่ายรามสูร เป็นสถานีวิทยุ และสถานีเรดาร์ ขนาดใหญ่   ที่รับคลื่นได้ทั่วโลก  เป็นฐานทัพของอเมริกาที่คนไทยเข้าไปไม่ได้  เมื่อสงครามเวียดนาม และประเทศลาวจบลง  มีการถอนทหารอเมริกาออกจากประเทศไทย และอุดรธานี (จังหวัดอุดรธานี มีความเจริญกว่าทุกจังหวัดในภาคอีสาน เพราะมีฐานทัพอเมริกามาตั้งอยุ่หลายสิบปี) ทำให้ค่ายรามสุรปิดตัวลงแบบเงียบๆ  ก่อนที่สถานีวิทยุ เสียงอเมริกา จะไปโผล่ที่อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี  แทนแบบเงียบๆ

ผมยังติดตาม ซื้อและอ่านหนังสือของสยุมภุ  ทศพล (ชื่อนี้ เป็นชื่อของพระเอกในนิยายเรื่อง แววมยุรา) หลายเล่มจนเล่มสุดท้าย คือเรื่อง สงครามฝิ่น ที่ภูหินตั้ง  ที่เริ่มจะเป็นสงครามแบบจินตนาการ  มีอาวุธอิเล็คทรอนิค เหมือนเจมส์บอนด์  มีทั้งทหารจีน  รัสเซีย เกาหลีเหนือมารบกันในลาว  ผมเลยเลิกอ่านเพราะไม่ใช่เรื่องจริงที่เกิดขึ้นในสงครามลาวเหมือนทุกเรื่องที่เขียนมา
บันทึกการเข้า

[
วสันต์_SR04
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1244/-732
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10,674



| | |
« ตอบ #7 เมื่อ: มีนาคม 23, 2012, 01:11:12 AM »

สยุมภู  ทศพล นักเขียนในดวงใจของผมเลยครับ  ผมติดตามผลงานมาตั้งแต่เขียนลงในหนังสือรายสัปดาห์ที่ชื่อ "จักรวาล"  เพราะน้าผมรับมาทุกสัปดาห์เพื่ออ่านนิยายเรื่อง เพชรพระอุมา  ทำให้ผมต้องติด เพชรพระอุมา ไปด้วย

สยุมภุ  ทศพล  ถ้าผมจำไม่ผิดเป็นนายทหารไทยที่ชื่อ พ.อ.ปัญญา  มีอดีตเป็นนักกรีฑาทีมชาติไทย เคยไปแข่งโอลิมปิคมาด้วย  ผมติดตามอ่านนิยายทุกเรื่อง ที่สยุมภุ เขียน จากนิตยสาร "จักรวาล"  จนมาถึง พ้อคเก็ตบุํ๊ค เรื่องดัง "แหกค่ายนรกเดียนเบียนฟู" ที่ถุูกซื้อไปทำเป็นหนังไทยฟอร์มยักษ์ในสมัยนั้น  ต่อมา ผมจึงรู้ว่าตัวละครคนหนึ่งในหนังสือ แหกค่ายนรกเดียนเบียนฟู  เป็นคนหมุ่บ้านเดียวกับผมเอง  หลังจากที่หลานชายเขาได้ยืมหนังสือเล่มนี้ไปอ่าน

ช่วงหลัง ๆ สยุมภู เขียนเรื่อง "ดับรามสูร" ลงในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ  เป็นเรื่องเกี่ยวกับค่ายรามสูร ที่จังหวัดอุดรธานี  ที่ลือกันในสมัยนั้น (ช่วงที่ผมเป็นวัยรุ่น) มีระเบิด ปรมณู อยุ่ในห้องใต้ดินค่ายรามสูร เพื่อเอาไว้ขู่ ประเทสจีนและเวียดนาม  ค่ายรามสูร เป็นสถานีวิทยุ และสถานีเรดาร์ ขนาดใหญ่   ที่รับคลื่นได้ทั่วโลก  เป็นฐานทัพของอเมริกาที่คนไทยเข้าไปไม่ได้  เมื่อสงครามเวียดนาม และประเทศลาวจบลง  มีการถอนทหารอเมริกาออกจากประเทศไทย และอุดรธานี (จังหวัดอุดรธานี มีความเจริญกว่าทุกจังหวัดในภาคอีสาน เพราะมีฐานทัพอเมริกามาตั้งอยุ่หลายสิบปี) ทำให้ค่ายรามสุรปิดตัวลงแบบเงียบๆ  ก่อนที่สถานีวิทยุ เสียงอเมริกา จะไปโผล่ที่อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี  แทนแบบเงียบๆ

ผมยังติดตาม ซื้อและอ่านหนังสือของสยุมภุ  ทศพล (ชื่อนี้ เป็นชื่อของพระเอกในนิยายเรื่อง แววมยุรา) หลายเล่มจนเล่มสุดท้าย คือเรื่อง สงครามฝิ่น ที่ภูหินตั้ง  ที่เริ่มจะเป็นสงครามแบบจินตนาการ  มีอาวุธอิเล็คทรอนิค เหมือนเจมส์บอนด์  มีทั้งทหารจีน  รัสเซีย เกาหลีเหนือมารบกันในลาว  ผมเลยเลิกอ่านเพราะไม่ใช่เรื่องจริงที่เกิดขึ้นในสงครามลาวเหมือนทุกเรื่องที่เขียนมา

อุดรอยู่ใกล้ฮานอยที่สุด เป็นฐานบินที่ใช้ฝึกนักบินลาว ชุดแรกๆออกไปทิ้งระเบิดใส่กองกำลังของร้อยเองกองแลที่เวียงจันทร์
ทหารข้าศึกเสียชีวิต๑๗นาย ประชากรตายไปประมาณ๕๐๐คน สร้างปัญหาให้กับปฏิบัติการทหารของรัฐบาลลาวและผู้หนุนหลัง

อาจารย์หนุ่ยคงพอจะจำได้ถึงปฏิบัติการกล่อมขวัญประชาชนของอเมริกันที่เขาจะสร้างโรงเรียนมิตรภาพในเขตที่ต้องการซื้อใจประชาชน
แล้วก็มีการโดดร่มร่วมกันระหว่างทหารไทยกับทหารอเมริกันในวันเปิดโรงเรียน หรืองานวัด


งานเขียนของสยุมภู ทศพล ที่เกี่ยวกับชีวิตในสมรภูมิอ่านแล้วสนุกครับเพราะมีเนื้อหาและบรรยากาศจริงของสงคราม




บันทึกการเข้า
อาจารย์หนุ่ย_SR38
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +604/-192
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9,300


สโมสรฟุตบอลอุดรธานี เอฟซี


เว็บไซต์
| | |
« ตอบ #8 เมื่อ: มีนาคม 23, 2012, 08:42:29 AM »

ช่วงที่ผมเป็นเด็ก เรียนชั้นประถม จำได้ว่า มีทหารมากระโดดร่มแบบสดๆ ลงจากเครื่องบินให้ชมบ่อยมาก  แต่ช่วงนั้นจำไม่ได้ครับว่าเป้นทหารไทยหรือทหารอเมริกาที่มากระโดดร่ม  รู้แต่ว่า ถ้ามีการจัดงานใหญ่ๆ ต้องมีการโดดร่มโชว์ เหมือนการจุดพลุ สมัยนี้  เวลาจะแข่งฟุตบอลนัดเปิดสนาม จะมีการกระโดดร่มแบบดิ่งพสุธา เอาลูกฟุตบอลมามอบให้ประธานเพื่อใช้แข่งฟุตบอล  จนเพื่อนผมที่เรียนมัธยมด้วยกัน ผู้ชาย 1 คน ผู้หญิง 1 คน ไปสอบเข้าพลร่มป่าหวายที่ลพบุรีได้ สมใจ

นอกจากจะมีการะโดร่มโชว์แล้ว  สมัยนั้นจังหวัดอุดรธานี มีหลายอำเภอที่มีผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิตส์  เข้ามาเผาที่ว่าการอำเภอเรื่อยๆ  ทางทหารจะมีหน่วยจิตวิทยา มาแสดงดนตรี ลูกทุ่งให้พวกผมได้ชมกันบ่อยๆ  เน้นเรื่องรักชาติ  ศาสน์ กษัตริย์  ผู้แสดงเป็นทหารทั้งผู้ชายและผู้หญิง  ที่แต่งชุดลายพรางทหารแสดงตั้งแต่ต้นจนจบ  มีถือปืน เอ็ม 16 ของจริงมาแสดงบนเวทีด้วย  ในมุมมองผมตอนนั้น เป็นอะไรที่เท่มาก  ภายในบริเวณงานที่จัดแสดง  จะมีทหารถือปืน เอ็ม 16 เดินลาดตระเวณไปมา เพื่อความปลอดภัย  เพราะได้ยินมาว่า ช่วงเวลาที่กำลังแสดง นักร้องอยู่บนเวที เดินยิงตายมาหลายคนเหมิอนกัน
บันทึกการเข้า

[
วสันต์_SR04
Thailandsusu
Hero Member
**

คะแนนความรัก: +1244/-732
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10,674



| | |
« ตอบ #9 เมื่อ: มีนาคม 24, 2012, 03:45:49 AM »

ช่วงที่ผมเป็นเด็ก เรียนชั้นประถม จำได้ว่า มีทหารมากระโดดร่มแบบสดๆ ลงจากเครื่องบินให้ชมบ่อยมาก  แต่ช่วงนั้นจำไม่ได้ครับว่าเป้นทหารไทยหรือทหารอเมริกาที่มากระโดดร่ม  รู้แต่ว่า ถ้ามีการจัดงานใหญ่ๆ ต้องมีการโดดร่มโชว์ เหมือนการจุดพลุ สมัยนี้  เวลาจะแข่งฟุตบอลนัดเปิดสนาม จะมีการกระโดดร่มแบบดิ่งพสุธา เอาลูกฟุตบอลมามอบให้ประธานเพื่อใช้แข่งฟุตบอล  จนเพื่อนผมที่เรียนมัธยมด้วยกัน ผู้ชาย 1 คน ผู้หญิง 1 คน ไปสอบเข้าพลร่มป่าหวายที่ลพบุรีได้ สมใจ

นอกจากจะมีการะโดร่มโชว์แล้ว  สมัยนั้นจังหวัดอุดรธานี มีหลายอำเภอที่มีผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิตส์  เข้ามาเผาที่ว่าการอำเภอเรื่อยๆ  ทางทหารจะมีหน่วยจิตวิทยา มาแสดงดนตรี ลูกทุ่งให้พวกผมได้ชมกันบ่อยๆ  เน้นเรื่องรักชาติ  ศาสน์ กษัตริย์  ผู้แสดงเป็นทหารทั้งผู้ชายและผู้หญิง  ที่แต่งชุดลายพรางทหารแสดงตั้งแต่ต้นจนจบ  มีถือปืน เอ็ม 16 ของจริงมาแสดงบนเวทีด้วย  ในมุมมองผมตอนนั้น เป็นอะไรที่เท่มาก  ภายในบริเวณงานที่จัดแสดง  จะมีทหารถือปืน เอ็ม 16 เดินลาดตระเวณไปมา เพื่อความปลอดภัย  เพราะได้ยินมาว่า ช่วงเวลาที่กำลังแสดง นักร้องอยู่บนเวที เดินยิงตายมาหลายคนเหมิอนกัน


การกระโดดร่มเท่าที่จำได้เป็นการกระทำร่วมกันครับ ระหว่างพลร่มไทยและอเมริกัน
ยังจำได้ว่านักกระโดดร่มหญิงของไทยหลายท่านจ๊าบมาก  (เรามันยังเด็กเกินไปพับผ่าซิ่ ยิงฟันยิ้ม)


ส่วนการปฏิบัติภารกิจกล่อมขวัญประชาชนภายใต้ปฏิบัติการที่เรียกว่าปฏิบัติการทางจิตวิทยาด้วยการแสดงดนตรีนั้น
เนื่องจากผมสังกัดอยู่ฝ่ายบก.ยุทธการ ทอ. ผมจะออกไปกับคณะนักดนตรีบ่อยแม้จะเป็นช่วงหลังสงครามเวียตนาม
ผมยังจำได้ว่าผมยิ้มกับการที่ผบ.ของผมท่านบอกว่า...

'.. ไปกล่อมขวัญประชาชนคราวนี้ ลื้อไปได้วยกันกับอั๊วนะ'

มันหมายความว่าในขณะที่ทุกคนเดินเท้า ผมกับผบ.นั่งรถจี๊บไป ผมก็เคยแย่เล่นตามประสาของผมว่า
'เรานั่งรถมีคนขับให้กันแบบนี้ แล้วจะซื้อใจประชาชนได้เหรอครับ?'

แกบอกว่า.. 'กุไม่ให้เมิงเดินกะบุนแล้ว เอี้ยเอ๊ย!'





บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


eXTReMe Tracker
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.19 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!